[Fic Resident Evil] I GOT YOU (Carlos x Jill)

ตอนที่ 47 : ตอนพิเศษ 3 ครอบครัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    4 ธ.ค. 63

 

ตอนพิเศษ 3 ครอบครัว

 

ชายหนุ่มในวัยสี่สิบต้นกุมพวงมาลัยบังคับรถให้แล่นไปตามถนน โดยมีเด็กชายเซียโน่ และเด็กหญิงเมเบล ซึ่งมีอายุไล่เลี่ยกันเจ็ดขวบและห้าขวบตามลำดับนั่งอยู่ที่เบาะหลัง พร้อมด้วยภรรยาที่พ่วงตำแหน่งแม่ นั่งอยู่ข้างคนขับ

“แดดดี้ ทำไมพวกผู้หญิงที่โรงเรียนถึงดูไม่ชอบผมเลยล่ะฮะ?” เสียงเจือยแจวจากเด็กวัยเจ็ดขวบซึ่งกำลังซนได้ที่กล่าวถามผู้เป็นพ่อขณะที่รถติดไฟแดงอยู่

“หืม? เราไปแกล้งอะไรใครไว้อีกล่ะ?” คนที่กลายมาเป็นพ่อคนแบบเต็มตัวถาม สายตาก็มองไปยังกระจกในรถ เห็นลูกน้อยกำลังทำท่าครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

“ไม่ได้ทำอะไรนี่ฮะ แต่พวกเขาชอบบอกว่าผมกวนเท้า” ผู้เป็นพ่อหัวเราะอุบ ในขณะที่คนเป็นแม่ซึ่งนั่งข้างคนขับพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน

ก็ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ลูกชายตัวน้อยของเธอไปได้ยินคำว่า ‘กวนตีน’ มาจากไหน เมื่อจิลได้ยินว่าลูกพูดไม่สุภาพจึงเอ็ดไป และสุดท้ายเซียโน่เปลี่ยนคำใหม่มาใช้คำว่า ‘กวนเท้า’ แทน

เซียโน่เป็นเด็กผู้ชายที่มีนิสัยห้าว ๆ ตรงไปตรงมา อาจเป็นธรรมดาของเด็กวัยเจ็ดขวบที่ไม่ชอบคิดเยอะเรื่องคำพูดคำจา แต่จิลคิดว่าเซียโน่คล้ายคาร์ลอสมากทีเดียว ถึงแม้หน้าตาแทบจะถอดแบบมาจากจิล จนกลายเป็นจิลตัวน้อยเวอร์ชั่นผู้ชายก็ตาม เซียโน่มีผิวขาวผ่อง ตาเรียว จมูกเล็ก เธอยังไม่กล้าฟันธงว่าลูกของเธอจะโตมาหน้าตาสวยคมเหมือนตัวเองหรือไม่ เพราะโตไปเดี๋ยวก็มีการเปลี่ยนแปลงอีกมากมายอยู่ดี

ทว่านิสัยขี้แกล้งและกวนตีน...กวนประสาท นี่แทบจะเหมือนคาร์ลอสเป๊ะ

“เราไปทำอะไรไว้ล่ะหืม?” ผู้เป็นพ่อเอ่ยถาม ไฟจราจรขึ้นสีเขียว รถคันเล็กเคลื่อนตัวไปตามถนน

“ผมก็แค่แกล้งเอาแมลงสาบปลอมใส่ในกระเป๋าผู้หญิงแค่นั้นเองฮะแดดดี้” เด็กชายเซียโน่ตอบกลับหน้าซื่อตาใส อืม... ขนาดนิสัยขี้แกล้งยังถอดแบบมาจากคาร์ลอส

จิลเหลือบมองคาร์ลอสเล็ก ๆ อีกฝ่ายเมื่อรู้ว่าโดนจ้องอยู่จึงมองกลับ และส่งสายตาทำนองว่า ‘ผมไม่ได้สอนลูกให้ทำแบบนั้นซะหน่อย’

“แล้วคนที่โดนแกล้งเขาเป็นยังไงล่ะ?” จิลยังคงถามต่อ

“ก็ร้องไห้ขี้มูกโป่ง เพื่อนขำกันทั้งห้องเลยฮะ” และอีกครั้งที่เขาตอบกลับมาด้วยใบหน้าซื่อตาใส

“เราไม่ควรไปแกล้งคนอื่นเขานะเซียโน่ ยิ่งอีกฝ่ายถึงขั้นร้องไห้ แปลว่าเขาคงกลัวมาก ๆ เรากำลังเล่นกับความกลัวคนอื่นอยู่นะ” จิลเอ็ด ภาพนั้นทำให้คาร์ลอสอมยิ้ม

“ก็ได้ฮะ” เซียโน่หน้างอ คล้ายจะตัวหดจนเล็กลงไปอีก แต่แล้วก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ รีบพูดต่อเสียงตื่นเต้น

“แดดดี้ หม่ามี๊ วันนี้มีสอบท้ายบท แล้วผมก็ทำได้เต็มด้วยฮะ ได้เต็มคนเดียวในห้องเลย!”

ทั้งจิลและคาร์ลอสต่างก็ระบายยิ้มบนใบหน้า

“เก่งมากจ้ะ”

“ลูกพ่อนี่ฉลาดเหมือนพ่อเลย” ในคำชมที่ส่งไปให้ลูกก็ยังแอบยอตัวเองเบา ๆ จิลมองไปที่คาร์ลอสส่งคำถามไปในแววตาว่า ‘ใช่เหรอ?’ และเขาก็ตอบกลับมาว่า ‘ใช่’

“ผมเก่งฮะ ไม่เหมือนเมเบล” เด็กชายกระหยิ่มยิ้มย่อง แอบแขวะคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ซึ่งกำลังมองวิวนอกรถอย่างสนอกสนใจอยู่

“เมเบลก็เก่งนะ!” เด็กสาวทนไม่ได้ที่ตัวเองถูกพี่ชายแขวะ รีบเถียงขึ้นมาคอแข็ง

เมเบลเป็นลูกสาวคนเล็ก เป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างจิลกับคาร์ลอสเพราะได้รับลักษณะภายนอกคล้ายกับตัวของจิลและคาร์ลอสทั้งคู่ ทั้งสีผิวที่ออกโทนแทน ไม่เข้มเท่าคาร์ลอสและไม่ขาวจัดอย่างจิล ผมยาวออกจะหยักศกเล็กน้อยสีน้ำตาลเข้ม ขนตายาวเหมือนคาร์ลอส ริมฝีปากเรียวอย่างจิล

“เมเบลชอบสอบได้ที่โหล่” เซียโน่ยังคงทับถมน้องสาวตัวน้อยอยู่ หากเป็นเด็กคนอื่นอาจร้องไห้ออกมา ทว่าไม่ใช่กับเมเบล

“เมเบลอาจสอบได้คะแนนน้อย แต่เมเบลเก่ง เมเบลทำให้คนไม่ดีร้องห้ายได้!”

ผู้เป็นพ่อเริ่มหางคิ้วกระตุก

“ยังไง หืม?” จิลยิงคำถามต่ออย่างอยากรู้อยากเห็น

“ก็..มีเพื่อนผู้ชายในห้อง เขามาเปิดกาโปงหนู หนูผลักเขา แล้วเขาก็ร้องไห้วิ่งไปฟ้องคุณครูใหย่เลย คนที่มาเปิดกาโปงเป็นคนไม่ดี” น้ำเสียงของเมเบลดูออกจะภูมิใจอยู่หน่อย ๆ ...ก็หม่ามี๊เคยสอนไว้ว่าถ้าโดนรังแกก็ต้องสู้กลับ เธอชอบเวลาที่แม่ออกไปทำงานจับคนไม่ดี แม่เท่มาก ๆ ตอนที่เอากุญแจมือใส่คนไม่ดี แม่เป็นแบบอย่างที่ทำให้เมเบลอยากจะแข็งแกร่ง!

“ดีมาก เราโดนแกล้งก็ต้องสู้กลับ เราแค่ปกป้องตัวเอง”

ดูเอาเถอะ จิลบอกว่าเซียโน่นิสัยเหมือนเขา แต่เขาคิดว่าเมเบลก็นิสัยเหมือนจิลเช่นกัน แถมจิลยังยุยงส่งเสริมให้เมเบลห้าวตั้งแต่เด็กเสียด้วย

“อื้อ อื้อ!” เมเบลขานรับเสียงแข็งขัน เธอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ราวกับได้ทำเรื่องยิ่งใหญ่อย่างที่พูดไว้จริง ๆ และส่งสายตาอย่างผู้ชนะให้คนเป็นพี่ชาย เซียโน่พูดอะไรไม่ออก ก็วันนี้ทั้งเซียโน่และเมเบลต่างก็ได้รับคำชมจากหม่ามี๊และแดดดี้ทั้งคู่

คาร์ลอสเดาได้เลยว่าเมเบลโตมาต้องมีนิสัยเหมือนจิลแน่

“ถึงแล้ว” รถยนต์แล่นมาจอดหน้าบ้านสีขาวหลังใหญ่ บ้านหลังที่คาร์ลอสคุ้นชินเป็นอย่างดี เพราะเป็นบ้านของคุณครูสอนอนุบาลที่เมเบลกับเซียโน่เคยเรียนด้วย คุณครูเป็นคนจิตใจดี และเข้ากับเด็ก ๆ ได้ดี วันนี้เป็นวันเกิดของคุณครู จึงได้ขออนุญาตกับผู้ปกครองให้พาเด็ก ๆ ไปฉลองวันเกิดที่บ้าน

“ผมรอบนรถนะ” คาร์ลอสพูดอย่างนั้น จิลจึงลงจากรถไปพร้อมกับจูงมือลูก ๆ ซ้ายขวา ภาพนั้นยิ่งทำให้เขาคิดว่าจิลช่างเป็นแม่ที่ดีจริง ๆ เธอสั่งสอนและคุมลูก ๆ อยู่ เด็กตัวน้อยทั้งสองก็เชื่อฟังผู้เป็นแม่อย่างดี

เขาเห็นจิลกดออดหน้าประตู ไม่นานคุณครูผู้หญิงก็เปิดประตูต้อนรับ ผู้ใหญ่สองคนทักทายกัน เด็ก ๆ ฉีกยิ้มกว้างให้คุณครู เมื่อส่งลูกทั้งสองเข้าไปในบ้านจิลก็กลับมาที่รถคนเดียว ในใจคาร์ลอสคิดแผนการบางอย่างขึ้นมา เขาน่ะอดอยากปากแห้งกับจิลมานานแล้ว ลูกชายตัวน้อยอย่างเซียโน่แยกห้องนอนกับเขาตั้งแต่อายุห้าขวบ แต่เมเบลติดแม่มาก ลูกสาวตัวน้อยนอนกับแม่แทบทุกคืนแม้จะแยกห้องนอนไปแล้ว

 

 

 

และทันทีที่ส่งเด็ก ๆ เสร็จ ทั้งสองคนก็กลับเข้าบ้านอย่างเหน็ดเหนื่อย การเลี้ยงเด็กสองคนช่างเป็นเรื่องที่ยากจริง ๆ

จิลได้กลับมาทำงานที่ตัวเองรักอีกครั้งหลังจากอะไร ๆ เข้าที่เข้าทาง งานเจ้าหน้าที่ตำรวจ มันได้เงินเดือนดีกว่าเงินสนับสนุนจากองค์กรบีเอสเอเอ ตอนที่อัมเบรลล่าล่มสลาย เธอก็รู้สึกคล้ายคนว่างงาน เพราะพวกภารกิจตามเก็บอาวุธชีวภาพหรือเชื้อไวรัสก็ค่อย ๆ น้อยลงจนแทบไม่มี จึงตัดสินใจกลับไปทำอาชีพเดิมของตน ซึ่งเธอก็แฮปปี้กับมันมาก

ในขณะที่คาร์ลอสยังอยู่ในหน่วยบีเอสเอเอ เมื่อความตั้งใจเดิมของบีเอสเอเอคือปราบปรามอาวุธชีวภาพ แต่ในเมื่อไม่มีอาวุธชีวภาพจึงได้เปลี่ยนเป็นองค์กรช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจแทน แปดปีที่ผ่านมามีเทคโนโลยีอื่นที่พัฒนาไปได้ไกล ผู้คนรับข่าวสารได้เร็วขึ้นและระวังตัวมากขึ้น

ตอนนี้ชีวิตของจิลสงบสุขมากแล้ว ตลอดแปดปีที่ได้แต่งงานกับคาร์ลอสมาไร้ซึ่งข่าวคราวของอาวุธชีวภาพ การทดลองประหลาด และเชื้อไวรัส ถึงอย่างนั้นคาร์ลอสก็ยังทำงานอยู่ในองค์กรบีเอสเอเอ ได้รับเงินเดือนเป็นช่วยเหลือองค์กร

เธอรู้สึกได้ถึงสัมผัสจากมือหนาที่สอดเข้าใต้แขน โอบเธอไว้หลวม ๆ จากด้านหลัง ทันทีที่ประตูบ้านปิดลง

“ที่รัก เราไม่ได้อยู่ด้วยกันสองคนแบบนี้นานแล้วนะ” จิลหันศีรษะไปหาคนตัวโต เขาก้มลงจูบเธอด้วยความรู้สึกคิดถึง เธอรับสัมผัสนั้น ตอบกลับด้วยความรู้สึกเดียวกัน อ้อมแขนจากคนตัวโตโอบรัดแน่นขึ้น

ช่วงแรกที่เซียโน่ยังแบเบาะอยู่ทั้งจิลและคาร์ลอสต้องดูแลอย่างใกล้ชิด พอสองปีต่อมาจิลก็ให้กำเนิดเมเบลตามมา กลายเป็นต้องเลี้ยงลูกทั้งสองคน การเป็นพ่อคนแม่คนไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ บางวันต้องตื่นมากลางดึกเพราะเสียงร้องระงมของลูกน้อย ทำเอาคุณพ่อและคุณแม่มือใหม่หัวหมุนไปหลายตลบ และเมื่อเซียโน่อายุห้าขวบถึงได้แยกห้องนอนออกไป เมเบลติดแม่มากทำให้เพิ่งจะได้แยกห้องนอนตอนอายุหกขวบนี่เอง ซึ่งห้องนอนของเด็ก ๆ นั้นเป็นห้องเดียวกัน ห้องนอนอีกห้องของบ้านหลังนี้นั่นเอง ซึ่งก็มีขนาดใหญ่พอ ๆ กับห้องของคาร์ลอสและจิล ลูกทั้งสองยังเด็กอยู่คาร์ลอสจึงคิดว่าไว้โตกว่านี้จึงค่อยกั้นห้องให้เป็นสองห้องแยกกันไปเลยดีกว่า

เมื่อคาร์ลอสจับจุดในการเลี้ยงลูกได้ จิลก็ปล่อยให้เขาเลี้ยงลูกปูทั้งสองคนอย่างเต็มตัว เพราะจิลออกไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เวลาทำงานของจิลไม่ค่อยแน่นอน ด้วยความสามารถของเธอใช้เวลาไม่กี่ปีก็ก้าวเข้ามาอยู่ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับพิเศษได้ งานของเจ้าหน้าที่ระดับพิเศษก็ต้องดูเป็นเคสไป หากไม่มีอะไรจิลก็ไปที่กรมตำรวจบ้างอาทิตย์สามหรือสี่วัน แต่หากมีนอกจากจะต้องไปกรมตำรวจบ่อยขึ้นแล้ว บางเคสต้องไปต่างเมืองกันเลยทีเดียว

ส่วนคาร์ลอสก็ไม่ต่างกัน ช่วงที่ดูแลลูกเขาทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ในบีเอสเอเอ พวกรวบรวมข้อมูลอะไรทำนองนั้น แม้จะเป็นงานที่เขาไม่ถนัดเอาซะเลย แต่ก็ต้องทำเพราะเป็นงานที่ทำที่บ้านได้ พอลูกทั้งสองเริ่มเข้าเรียนเขาถึงได้ย้ายมาทำงานตำแหน่งอื่น ซึ่งก็เป็นตำแหน่งที่ไม่ไกลจากสิ่งเดิมที่เคยทำ ส่วนใหญ่เขาอยู่บ้านและเป็นฝ่ายดูแลลูก ๆ นาน ๆ ทีจะได้มีการเรียกตัวจากองค์กรบีเอสเอเอให้ออกไปประชุม หรือสืบหาข้อมูลที่อื่นบ้าง ซึ่งไปแต่ละครั้งก็นานเป็นอาทิตย์ เมื่อกลับถึงบ้านจิลก็ตัวติดกับลูกแทบจะตลอดเวลา พอถึงวันถัดมาจิลก็ไปทำงาน เลิกงานก็กลับมาพร้อมลูก ๆ ชีวิตของเขาและเธอเป็นอย่างนี้ คาร์ลอสอยากจะบอกเธอเหลือเกินว่าเวลาแบบนี้ช่างหาได้ยาก ช่วงเวลาที่จิลไม่ได้ทำงาน เขาอยู่บ้านพอดี และลูก ๆ ก็ไม่อยู่

“อ้อนเก่ง” จิลแซ็วยิ้ม ๆ คาร์ลอสอ้อนเก่งมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว และเธอก็แพ้ลูกอ้อนของเขาเสมอ

“ผมหิวจังเลยที่รัก” ประโยคนั้นทำเอาจิลนึกขึ้นได้ว่ามีแซนด์วิชที่ทำเมื่อเช้าให้ลูกกินก่อนไปเรียนเหลืออยู่ในตู้เย็นอีกสองชิ้น น่าจะพอให้คาร์ลอสกินแก้หิวไปพลางรอเธอทำอาหารอย่างอื่นได้

“ในตู้เย็นมีแซนด์วิช...” จิลที่พูดยังไม่ทันขาดคำก็โดนคาร์ลอสคลายอ้อมกอดออก แล้วเปลี่ยนเป็นยกตัวเธอขึ้นจนลอยจากพื้นมุ่งหน้าไปยังบันได

“หิวคุณ” คาร์ลอสกระซิบด้วยน้ำเสียงเซ็กซี่สุด ๆ เธอใจหวิวไปชั่วขณะ ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นอมยิ้มเมื่อรู้ตัวว่าคาร์ลอสจะทำอะไรต่อจึงไม่ได้ขัดขืน

คาร์ลอสแต่งงานกับจิลมาแปดปีแล้ว ทว่าช่วงเวลานั้นไม่ได้ทำให้ความรู้สึกหลงใหลในตัวของจิลหายไปเลย เขารู้สึกกับจิลเหมือนวันแรกที่ได้รักเธอและรู้ว่าจิลก็รู้สึกแบบเดียวกับเขา เราทั้งสองต่างก็มีคำสัญญาที่มีความหมายต่อกัน

คำสัญญาในวันแต่งงาน

 

ผมไม่ปล่อยให้คุณอยู่ในโลกโหดร้ายที่ไม่มีคาร์ลอสหรอก

คาร์ลอส โอลิเวียร่า

 

ฉันก็ไม่ปล่อยให้คุณอยู่บนโลกโหดร้ายที่ไม่มีจิลเหมือนกัน

จิล โอลิเวียร่า

 

 

 

--------------------------------------

จบแล้วแง แอบใจหาย

เราอยู่กับฟิคเรื่องนี้มา 6-7 เดือน อาจจะไม่ได้เขียนทุกวันแต่ผูกพันกับมันมาก คาร์ลอสจิลเป็นคู่ชิปที่เราชอบมาก รักมาก เราคิดเนื้อเรื่องและจินตนาการภาพของทั้งคู่ไว้ด้วยกันมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา สุดท้ายการเดินทางของทั้งคู่ก็สิ้นสุดลง แน่นอนว่าแค่ในหน้ากระดาษ เพราะชีวิตของพวกเขาอีกยาวไกล :) แต่เหมือนคุณแม่ดูลูกถึงฝั่งฝันน่ะค่ะ ทั้งดีใจ ภูมิใจในตัวเอง แล้วก็ใจหายไปพร้อม ๆ กัน

จบแบบแฮปปี้ที่สุด แฮปปี้แบบไม่มีอะไรมากั้น ไม่มีอัมเบรลล่า ไม่มีเชื้อไวรัส ไม่มีความหวาดกลัวอีกต่อไป ตอนพิมพ์บรรทัดสุดท้ายคือน้ำตาซึมแล้ว ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่รอคอยอยู่และตามอ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ รักทุก ๆ คนเลยค่ะ ทุกคนเป็นกำลังใจที่ดีและแรงผลักดันให้เรา ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น