[Fic Resident Evil] I GOT YOU (Carlos x Jill)

ตอนที่ 43 : บทที่ 10 ความหวังสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 ต.ค. 63

 

บทที่ 10 ความหวังสุดท้าย

 

สิ่งแรกที่หญิงสาวเห็นคือเพดานสีขาวโพลน ทุกอย่างดูเบลอไปหมด เห็นแต่แสงไฟสีขาวสว่างเจิดจ้าจนต้องหรี่ตา เสียงเครื่องตรวจวัดชีพจรดังขึ้นเป็นจังหวะ ใบหน้าของเธอติดตั้งเครื่องมือช่วยหายใจอยู่ สิ่งแรกที่เธอจำได้คือเธอกระเด็นออกมาจากหน้าต่างที่คฤหาสน์นั่น แต่ตอนนี้... มันเกิดอะไรขึ้น?

“เธอฟื้นแล้ว” เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น เธอพยายามจะมองหาต้นเสียงนั้นแต่แสงไฟบนเพดานก็สว่างจ้าซะเหลือเกิน เมื่อใบหน้าของชายคนหนึ่งเข้ามาในสายตาเธอมองไม่ออกเลยว่าเขาเป็นใคร

“ดี ฉันมีไวรัสชนิดใหม่ที่อยากทดลองใช้กับคนอื่นอยู่เหมือนกัน” เสียงเย็นเยียบอีกเสียงดังขึ้นตามมา เธอคุ้นหูเสียงนี้มากแต่ยิ่งนึกก็ยิ่งรู้สึกเหมือนหัวจะระเบิด

“เธอเคยได้รับวัคซีนมาก่อน ไม่แน่ว่ารายนี้อาจทดลองสำเร็จ” สองคนนั้นเหมือนจะคุยอะไรบางอย่างกัน เธอไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร แต่ในขณะที่ชายคนหนึ่งกำลังถอยหลังออกไป เธอถึงได้เห็นชัดว่าผู้ชายอีกคนคือเวสเกอร์

“จัดการเลย” ผู้ชายอีกคนในชุดกาวน์สีขาวยกเข็มฉีดยาขึ้น ความรู้สึกถึงอันตรายก่อเกิดขึ้น เดี๋ยวนะ... ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนกันแน่ แล้วเวสเกอร์จะทำอะไรเธอ

หญิงสาวพยายามดิ้น เมื่อขยับแขนขาถึงได้รู้ว่าถูกล็อกตัวเอาไว้อยู่ เธอพยายามจะเปล่งเสียงร้อง ทว่าเสียงของเธอไม่ออกมาจากลำคอได้เลยแม้แต่น้อย

หลังจากนั้นเหมือนจะมีผู้ชายอีกสองคนเข้ามาจับตัวเธอให้อยู่นิ่ง ก่อนที่เข็มฉีดยานั้นจะถูกฉีดเข้ามาตรงคอ

 

‘จิล! นี่ผมเอง!’

 

‘จิลตั้งสติสิ! ผมคาร์ลอสไง’

 

‘จิล...ได้โปรด’

 

ปวดหัว

สิ่งแรกที่หญิงสาวรู้สึกเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาคล้ายโลกเหวี่ยงเธอรอบตัวก่อนจะปล่อยให้ล้มลงบนพื้นแข็ง ๆ เธอเห็นขาของตัวเองเหยียดยาวอยู่บนพื้น มีเศษกระจกไม่ไกลออกไป ห้องแคบที่มีห้องควบคุมอยู่ด้านบนอีกที สภาพในห้องเละเทะ เธอพยายามนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้แต่กลับรู้สึกมึนหัวไม่หยุด ภาพในความทรงจำผุดขึ้นมาเป็นระยะดูเลือนรางคล้ายภาพฝัน ทว่าความรู้สึกของความทรงจำนั้นมันเด่นชัดเกินไปจนทำให้เธอมึนงงไปหมด

ภาพการตายอันน่าสยดสยองของคนที่ขัดขวางเวสเกอร์

ภาพชาวบ้านที่ดิ้นทุรนทุรายหลังจากเธอยัดก้อนปรสิตเข้าไปในปาก

ภาพคาร์ลอสที่พยายามเรียกสติเธอ

ตอนนี้เธอเหมือนจะรับรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น มันคล้ายกับเธอดูหนังภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ที่เธอแค่รับรู้แต่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลย

“...คาร์...ลอส...” น้ำเสียงของเธอเปล่งออกไปอย่างเบาหวิว เมื่อรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของใครบางคนที่กำลังกอดเธอจากด้านหลัง เป็นความรู้สึกที่เธอคุ้นเคย และเธอก็มั่นใจว่านี่ไม่ใช่ความฝัน

“จิล...คุณฟื้นแล้ว...?” เขาคลายอ้อมกอดแน่นมาเป็นกอดแบบหลวม ๆ แขนของเขาโอบที่เอวของเธอไว้อยู่ เสียงที่เธอคิดถึงทำให้เธอรู้สึกขอบตาร้อนผ่าว พยายามหันใบหน้าเพื่อมองคนที่กอดจากด้านหลัง

“คาร์ลอส...ฉัน....” เสียงของเธอสั่นเครือ เรียบเรียงคำพูดไม่ถูก มีแต่ก้อนสะอื้นมีถูกเปล่งออกมา

“ไม่เป็นไร...” คำง่ายๆ ที่บอกถึงความเข้าใจ น้ำเสียงอบอุ่นนั้นทำน้ำตาเธอร่วงเผาะลงจากข้างแก้ม เขากดจูบลงบนศีรษะเธออย่างปลอบโยน

“เรารีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ” คาร์ลอสพูดจบก็ลุกขึ้นพลางประคองเธอให้ลุกขึ้นตาม เมื่อคาร์ลอสเห็นร่องรอยคราบน้ำตาของเธอเขาก็ใช้นิ้วปาดมันออกจากข้างแก้มให้ เธอเห็นใบหน้าของเขาชัด ๆ แล้ว เขาส่งยิ้มบางเบามาให้ รอยยิ้มแบบที่เธอมักจะเห็นจากเขาเสมอ

“เกิดอะไรขึ้น...?”

“ผมเอาเครื่องควบคุมออกจากตัวคุณแล้วโยนทิ้งไปได้ทันก่อนมันระเบิด” จิลพยักหน้าเข้าใจ เวสเกอร์ติดตั้งมันเพราะเกรงว่าหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาเธอจะเอาข้อมูลจากทางพวกมันไปเผยแพร่ เธอโดนควบคุมร่างกายอยู่จึงไม่สามารถขัดขืนอะไรพวกมันได้เลย

“เดินไหวมั้ย?” เธอเม้มปากแล้วพยักหน้ารับ คาร์ลอสพาเธอให้เดินไปทางประตูบานหนึ่งซึ่งไม่ไกลออกไป เป็นเธอที่ก้าวนำมาก่อน เพราะคาร์ลอสคอยช่วยประคองหลังให้

“คาร์ลอสฉันขอโทษ...” เธอกล่าวเสียงเบาหวิว สองขาเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้าเพราะยังรู้สึกมึนที่หัวอยู่บ้าง

“ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ ผมปล่อยให้คุณเจอเรื่องแบบนี้มาตั้งนาน” เสียงคาร์ลอสตอบกลับอยู่ไม่ไกลจากเธอเลย นั่นทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียวอีกแล้ว

“แล้วเวสเกอร์...?” เธอจำแผนการของมันได้ดี วันนี้มันนำข้อมูลและตัวอย่างไวรัสออกไปจากที่นี่ มันต้องการจะเอาไปปล่อยให้คนทั่วทั้งเกาะนี้กลายพันธุ์ เพื่อหาคนที่เข้ากับไวรัสได้คล้ายตัวเธอ

“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น คริสกับเชว่ากำลังไปจัดการมันอยู่”

ได้ยินอย่างนั้นเธอก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา เธอไม่รู้ว่าตัวเองสลบไปนานแค่ไหนแล้ว เวสเกอร์จะหนีไปพร้อมเชื้อไวรัสได้รึเปล่า แต่เธอเชื่อมั่นในตัวของคริสและเชว่า ทั้งสองคนนั้นจะหยุดยั้งเวสเกอร์ได้แน่นอน

เหนื่อยจัง...

เหมือนกับว่ายาเพิ่มพละกำลังที่เวสเกอร์มักฉีดให้เธอทุกวันจะหมดฤทธิ์ลงแล้ว

ทว่าเมื่อเดินมาถึงประตูบานนั้นเธอถึงได้รู้สึกเอะใจกับอะไรบางอย่างขึ้นมา... คาร์ลอสบอกว่าเขาโยนระเบิดออกไปได้ทัน แต่ทำไมภายในห้องนี้ถึงไม่มีร่องรอยของการระเบิดอยู่เลย...?

“คาร์ลอส...?” เธอหันกลับไปยังคาร์ลอสที่ควรจะยืนอยู่ข้างหลังเธอ ทว่าเขายังยืนอยู่ที่เดิม จุดที่พยุงเธอขึ้นมาจากพื้น

“คุณไปก่อนเลย ผมต้องจัดการกับปัญหาอะไรนิดหน่อย” มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล... คาร์ลอสดูแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด อะไรบางอย่างทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจเอาซะเลย

“นายบอกว่าระเบิดถูกโยนออกไปแล้ว...?” ในตอนนั้นเองที่เธอสังเกตเห็นเครื่องมือนั่นติดอยู่บนข้อมือข้างหนึ่งของคาร์ลอส

ทำไมเธอถึงไม่เห็นมันตั้งแต่แรก

คาร์ลอสเผยรอยยิ้มบางเบา แต่เป็นรอยยิ้มที่เศร้ามาก “ผมเคยเสียคุณไปแล้ว ผมจะไม่ยอมเสียคุณไปอีกเป็นครั้งที่สอง”

เธอรู้สึกเหมือนถูกปลุกขึ้นจากฝันร้ายเพื่อมาเจอความจริงที่อบอวลไปด้วยความสุข ทว่าความสุขนั้นสั้น เมื่อมีคนมากระชากเอาความสุขที่เพิ่งได้รับออกไปจากเธออีกครั้ง

“คาร์ลอส...มันต้องมีวิธีสิ...” เธอก้าวเท้าไปข้างหน้าก้าวหนึ่งเพื่อไปหาคาร์ลอส ทว่าเขากลับถอยหลังไปอีกก้าว ราวกับเป็นการเตือนว่าถ้าเธอขยับเข้ามาใกล้เขา เขาจะขยับออกไป

“คุณรีบหนีไปเถอะ ที่นี่จะถล่มลงมาแล้ว” ภาพคาร์ลอสที่ยืนอยู่ไม่ไกลออกไปนั้นเลือนรางจากม่านน้ำตาที่เอ่อล้นออกมา หัวใจของเธอปวดร้าวราวกับมีคนฉีกมันออกมาเป็นชิ้น

“คาร์ลอส...อย่าทำแบบนี้”

“ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว...ข้างนอกมีเรืออยู่ คุณจำได้มั้ยที่ผมสอนขับเรือ” หยดน้ำตาอาบลงสองแก้มอย่างไม่อาจหยุดยั้ง เธอส่ายหน้าทั้งที่ความจริงจำได้ดี วันนั้นเป็นวันหยุด คาร์ลอสพาเธอไปเช่าเรือที่ทะเลสาบใกล้หมู่บ้าน เขาพาเธอขึ้นเรือและสอนเธอขับเรือ เธอไม่ใช่คนเข้าใจอะไรยาก แต่เธอเพียงแค่อยากให้คาร์ลอสเปลี่ยนใจ เธออยากให้เขาเดินมากับเธอ พาเธอออกไปจากที่นี่ และขับเรือให้เธออย่างที่เคยทำมาตลอด

“ผมขอโทษนะจิล...” ประโยคนั้นคล้ายกับคำบอกลา เธอยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาเพื่อที่จะมองเห็นภาพนั้นให้ชัด ทว่ามันกลับบาดลึกลงไปในหัวใจ เธออยากเชื่อว่านี่มันไม่ใช่ความจริง เธอเพิ่งจะได้กลับมาอยู่ข้างกายคาร์ลอส แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันผิดไปหมดเพราะเขากำลังจะไปจากเธอ

พื้นที่ยืนอยู่สั่นสะเทือนอย่างแรงก่อนจะเกิดการถล่มของอาคาร จิลล้มลงไปบนพื้นอย่างแรง ภาพตรงหน้าคือเพดานถล่มลงมาทับร่างของคาร์ลอส หัวใจของเธอแทบหยุดเต้นเมื่อสายตามองไม่เห็นเขายืนอยู่ที่เดิม

ตู้มมม!!

เสียงระเบิดดังขึ้นตาม มันมาจากจุดที่คาร์ลอสยืนอยู่

 

‘ถ้าเครื่องจับสัญญาณชีพจรไม่ได้ก็จะระเบิดทันที’

 

ไม่มีทาง!!

“คาร์ลอส!”

หญิงสาวยันตัวขึ้นวิ่งไปทางซากปูนที่ถล่มลงมา เธอตะโกนเรียกชื่อเขา แต่ไม่ได้รับเสียงตอบกลับ หัวใจหนักอึงที่แทบจะหยุดเต้นเมื่อครู่กลับระรัวขึ้นมา รีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาเร็ว ๆ เพื่อจะได้เห็นร่างของคาร์ลอสได้ชัด เธอมั่นใจว่าเขาอยู่ใต้ซากปูน ก่อนจะตะกุยจากซากปูนที่กองนูนขึ้นโยนทิ้งไปอีกทาง

เธอจำได้ว่าคาร์ลอสยืนอยู่ตรงนี้ก่อนที่เพดานจะถล่มลงมา

ตอนที่แรงสั่นสะเทือนเกิดขึ้นอีกครั้ง จิลไม่สนว่าตัวเองจะโดนอาคารถล่มทับลงมาหรือเปล่า ตอนนี้สิ่งที่เธอสนใจมีเพียงคาร์ลอสเท่านั้น

“คาร์ลอส! ตอบฉันสิ” เธอยังคงตะโกนเรียกชื่อเขาไม่หยุด เมื่อยกแผ่นปูนแผ่นใหญ่ออกไปได้จึงได้เห็นว่ามีรอยเลือดอยู่ที่พื้น

ตอนนี้เธอมือสั่นทำอะไรไม่ถูกแล้ว เธอกลัวเหลือเกิน เธอคงทนเห็นภาพคาร์ลอสที่โดนแรงระเบิดจนสภาพไม่ใช่ตัวเขาไม่ได้... แต่ถึงยังไงเธอก็จะยังไม่มั่นใจจนกว่าจะได้เห็นร่างของเขาด้วยตาของตัวเอง!

เธอพยายามยกแผ่นปูนอีกแผ่นออกไปตรงจุดที่มีรอยเลือด มันเหมือนกับว่ารอยเลือดนั้นค่อย ๆ ไหลออกมาเยอะขึ้น และเยอะขึ้น เธอกลัว...แต่สองมือยังตะกุยซากปูนออกมา เธอเจ็บมือแต่ไม่ยอมแพ้ จนกระทั่งเห็นรอยเลือดเล็ก ๆ ติดอยู่ตามซากปูนที่เธอคว้าถึงได้รู้ว่ามือเธอเลือดไหล ถึงอย่างนั้นเธอก็จะไม่ยอมหยุดจนกว่าจะเจอคาร์ลอส

ซากปูนแผ่นใหญ่ถูกยกออกมา ในนั้นเหมือนจะมีร่างของคาร์ลอสอยู่ข้างใต้ ใจเธอชื้นขึ้นมาเล็กน้อยที่ได้เห็นใบหน้าของเขา คาร์ลอสอยู่ในสภาพหัวแตก มีแท่งเหล็กแทงอยู่ที่เอว เลือดไหลออกมาจากจุดนั้นจนเสื้อเขาชุ่มฉ่ำไปหมด มันคือต้นเหตุของรอยเลือดที่เธอเจอเมื่อครู่ และแขนทั้งสองข้างของเขายังอยู่ดี

เขาไม่ได้โดนระเบิด!

เธอรีบยกมือขึ้นอังที่จมูกของคาร์ลอสอย่างมีความหวัง ราวกับปาฏิหาริย์ที่เขายังหายใจอยู่

“คาร์ลอส!” เสียงที่เปล่งออกมาช่างสั่นเครือเหลือเกิน คาร์ลอสสลบไปไม่ได้สติ แต่แค่เธอรับรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่นั่นก็ทำให้เธอมีความหวังขึ้นมามากแล้ว ตอนนี้ถ้าไม่รีบพาเขาออกไปจากที่นี่เขาอาจเสียเลือดจนตายได้

อดทนไว้ก่อนนะคาร์ลอส

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น