[Fic Resident Evil] I GOT YOU (Carlos x Jill)

ตอนที่ 4 : บทที่ 4 ชายผู้เลือดเย็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    18 ก.ค. 63

 

 

บทที่ 4 ชายผู้เลือดเย็น

 

 

เสียงสัญญาณจากวิทยุสื่อสารดังขึ้นเมื่อจิลเดินมายังบันไดทางออกของสถานีรถไฟ เป็นใครไปไม่ได้นอกจากคนที่ให้วิทยุสื่อสารนี่กับเธอ หญิงสาวหยิบมันขึ้นมาเพื่อกดรับสัญญาณ

[จิล นี่ผมเองนะ คุณขึ้นไปถึงด้านบนรึยัง?]

“กำลัง มีแผนยังไงบ้าง?” เธอรับสายคุยกับคาร์ลอส โดยที่สองขายังคงก้าวเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ 

[ซากรถเก่าขว้างรางรถไฟอยู่ ช่วยเปิดระบบรางรถไฟให้กลับมาทำงานอีกครั้งได้รึเปล่า]

“แล้วต้องทำยังไงบ้าง?”

[เริ่มจากการเปิดพลังงาน ผมจะนำทางให้คุณไปที่โรงไฟฟ้า ถึงถนนหลักแล้วบอก]

“ได้ จะรีบทำให้ไวเลย” เมื่อพูดจบก็เก็บวิทยุสื่อสารเข้าไปในกระเป๋ากางเกง เธอเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเมื่อเจอประตูทางออก ซึ่งมีประตูเหล็กม้วนถูกดึงลงมาจนเกือบสุด แต่ยังมีช่องที่กว้างพอจะให้เธอก้มตัวมุดออกไปได้

เธอออกไปเจอกับสภาพเมืองที่วุ่นวาย เศษซากปรักหักพังของร้านค้าข้างถนน มีบางสิ่งโดนไฟไหม้ รถยนต์ที่ถูกจอดทิ้งไว้ระเกะระกะเต็มไปหมด ผู้คนที่ยังมีชีวิตรอดวิ่งหนีตายไปคนละทิศละทาง มีซอมบี้เดินออกมาจากตรอกข้างๆทางเข้าสถานีรถไฟ

ผู้รอดชีวิตเต็มไปหมดเลย ต้องรีบทำให้รถไฟกลับมาใช้งานได้ 

จิลคิดในใจก่อนจะใช้มีดเข้าจู่โจมซอมบี้ตัวที่เดินมาใกล้กับทางเข้าสถานีรถไฟ เธอต้องเคลียร์ทางไว้เผื่อมีผู้รอดชีวิตเข้ามาในสถานีรถไฟ จะได้ไม่ต้องมาเจอกับพวกมันระหว่างทาง

เมื่อแน่ใจแล้วว่าซอมบี้ตัวนั้นตายแล้ว หญิงสาวใช้ทางอ้อมจากตรอกที่ซอมบี้ตัวนั้นเดินออกมา เพื่อไปยังถนนหลัก ถนนหลักมีฝูงซอมบี้ที่ถูกล้อมกั้นไว้ด้วยรถตำรวจและรั้วเหล็กอยู่ เธอหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาส่งสัญญาณหาคาร์ลอส

“คาร์ลอส ฉันมาถึงถนนหลักแล้ว ต้องไปทางไหนต่อ?”

[เห็นเสาสัญญาณสูงๆนั่นมั้ย? นั่นแหละโรงพลังงานไฟฟ้า ต้องอ้อมซอยทางด้านขวามือเพื่อไปที่นั่น] จิลหันไปมองซอยด้านขวาตามที่คาร์ลอสบอก

“หมายถึงซอยที่มีไฟลุกอยู่นี่เหรอ?” นอกจากซอยนี้แล้วเธอก็มองไม่เห็นซอยอื่นข้างๆเลย 

[ก็อาจจะใช่ แน่นอนว่าสาวฮอตอย่างคุณต้องหาทางดับไฟแล้วเข้าไปได้อยู่แล้ว] คาร์ลอสพูดน้ำเสียงยียวน เมื่อนึกถึงใบหน้าอวดดีของหญิงสาวที่มั่นใจในฝีมือตัวเองเสียเต็มประดา

“ไปตาย” เธอด่าคนปลายสายอย่างไม่ไว้หน้า 

คาร์ลอสหัวเราะในลำคอให้กับคำด่าที่แสนเจ็บแสบของเธอ กล่าวยอมแพ้ง่ายๆ [โอเคๆ ซอยนั้นมีหัวดับเพลิงอยู่ ลองหาสายยางมาต่อดู]

จิลไม่ตอบอะไรเก็บวิทยุสื่อสารเข้าไปอย่างหงุดหงิด พลันภาพใบหน้าชายหนุ่มที่มีหนวดเคราแต่ยังดูดีปรากฏขึ้นมา ยิ่งเธอนึกถึงสายตาวิบวับตอนที่เขาส่งวิทยุสื่อสารมาให้เธอ ยิ่งทำให้รู้สึกหงุดหงิดเพิ่มขึ้นอีก ความรู้สึกร้อนๆรุ่มๆครอบคลุมเข้ามาในใจ

หญิงสาวสลัดความคิด ตั้งใจกับสิ่งที่ต้องทำตรงหน้า เธอมองเข้าไปในซอยเห็นหัวดับเพลิงสีแดงตั้งอยู่หน้าทางเข้าพอดิบพอดีอย่างที่คาร์ลอสบอก งั้นก็คงหาสายยางมาเสียบแล้วเปิดน้ำดับไฟเอา แต่ที่ไหนล่ะ ที่น่าจะมีสายยาง?

หญิงสาวเดินสำรวจไปตามร้านค้าที่เข้าได้เพื่อหาของที่มีประโยชน์กับตัวเธอ เธอเข้าไปในร้าน Moon Donut ซึ่งเป็นร้านประจำที่เธอมักจะสั่งขนมมาทานที่อพาร์ทเม้น ในร้านที่เคยมีคนเข้ามากินขนมอย่างเอร็ดอร่อย กลิ่นขนมปังหอมกรุ่น ตอนนี้มีเพียงข้าวของที่โดนทิ้งไว้อย่างรกร้าง กลิ่นอับจากการที่ไม่มีคนมาทำความสะอาด ซากศพที่นอนฟุบหน้าลงกับโต๊ะ จิลเดินออกไปทางประตูอีกฝั่งของร้าน ตรงนี้เป็นถนนย่อยที่สภาพเละเทะไม่ต่างกับถนนหลัก

เมื่อเดินไปตามเส้นทางบนถนนไม่นานก็เจอสำนักงานรถไฟฟ้าใต้ดิน ภายในสำนักงานไม่ได้กว้างมากนัก เธอเดินเข้าไปที่ห้องด้านในที่ใกล้ที่สุด พบว่ามันเป็นห้องควบคุมรางรถไฟ แต่ทว่ามันใช้งานไม่ได้ ต้องไปเปิดพลังงานไฟฟ้าก่อน

เมื่อสำรวจห้องนี้เสร็จแล้วจึงเดินไปที่อีกห้องที่อยู่มุมด้านในสุด หน้าประตูมีสายดับเพลิงวางอยู่ นี่ล่ะสิ่งที่เธอต้องการ! เธอหยิบมันมาถือไว้ในมือ ก่อนจะผลักประตูห้องด้านในเพื่อสำรวจ ดูเหมือนนี่จะเป็นห้องพักพนักงาน มีโต๊ะทำงานอยู่ไม่กี่โต๊ะ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าอยู่ที่ผนังด้านในสุด มันคือตู้เหล็กที่ถูกคล้องด้วยโซ่ ของด้านในเป็นปืนช็อตกัน ความรู้สึกอยากได้ก็แล่นขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่ แต่ติดที่เธอไม่สามารถเปิดมันได้ง่ายๆนี่สิ

ถ้ามีคีมตัดโซ่คงจะดี...

เธอคิดว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์กับสถานการณ์ของเธอในตอนนี้มากๆ เจ้าของปืนเองก็คงไม่อยู่ใช้มันแล้ว แต่ตอนนี้เธอต้องโฟกัสกับสิ่งที่ต้องทำก่อน เธอได้สายดับเพลิงมาแล้ว ต้องรีบนำมันต่อเข้ากับหัวดับเพลิงเพื่อดับไฟที่บังทางไปยังที่เปิดพลังงาน ถึงแม้จะไม่ได้ช็อตกันก็เถอะ 

จิลเดินกลับไปทางร้าน Moon Donut เมื่อถึงซอยที่มีไฟลุกอยู่ เธอก็ต่อสายดับเพลิงเข้าที่หัวดับเพลิง เปิดวาล์วน้ำ แล้วจัดการดับไฟทันที ใช้เวลาเพียงไม่นานพื้นที่เคยไฟลุกไปทั้งซอยก็ดับลง เปลี่ยนเป็นพื้นที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำ ไอดินและกลิ่นฝนช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายแต่ทว่าเธอคงไม่สามารถรู้สึกอย่างที่ว่านั่นได้ในตอนนี้ หญิงสาวปิดวาล์วน้ำ แล้วเดินตรงไปยังประตูทางเข้าของอาคารอะไรซักอย่าง มีป้ายบอกด้านข้างว่า ‘Repair’ สงสัยจะเป็นห้องช่าง 

เธอเปิดประตูเข้าไปข้างใน พบว่ามันคือห้องช่างจริงๆด้วย ห้องเล็กๆนี้มีอุปกรณ์ช่างวางอยู่ทั่วทั้งห้องไม่ว่าจะเป็นบนโต๊ะหรือบนพื้น เธอไม่ค่อยคุ้นเคยเครื่องมือช่างจึงรู้สึกลายตาอยู่บ้าง ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่มีสิ่งหนึ่งที่วางเด่นสะดุดตาที่สุดนั่นคือคีมตัดโซ่!

เคร้ง!

เสียงวัตถุบางอย่างกระทบกันดังมาจากประตูอีกบานที่อยู่ในห้อง มันเป็นประตูที่มีโซ่คล้องไว้อยู่ 

มีคนอยู่ในนั้นรึเปล่า?

จิลรีบวิ่งไปหยิบคีมตัดโซ่นั่นมาไว้ในมือ ก่อนจะใช้มันตัดโซ่ที่คล้องประตูห้องด้านข้างอยู่ แม้จะเอะใจว่าต่อให้เป็นคนอยู่จริงๆแต่ทำไมถึงมาอยู่ในห้องที่มีโซ่คล้องไว้แน่นหนา แต่ความสงสัยเรื่องที่น่าจะมีคนอยู่ในนั้นก็มากกว่าความระแวงอันตราย เมื่อเปิดประตูออกไป เธอก็เจอกับผู้ชายคนหนึ่งในชุดเครื่องแบบทหารคล้ายกับชุดที่คาร์ลอสใส่ เขาดูเหมือนได้รับบาดเจ็บ กำลังนั่งพิงข้างรถยนต์ มือทั้งสองกุมท้องที่มีเลือดไหลออกมา จิลรีบเข้าไปหาเขาทันทีเมื่อมองซ้ายขวาแล้วไม่พบซอมบี้

“หน่วย U.B.C.S. เหรอ?” เธอถามเขาพลางช่วยเขาดูแผลที่ท้อง 

“ชะ...ใช่ ระวังด้วยนะ” เขากัดฟันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ใบหน้าเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อ เหมือนกำลังอดทนกับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น แผลยังสดมากเหมือนเพิ่งเกิดเรื่องมา ไม่รู้ว่าเขาโดนอะไรมา

“อย่ามองผมแบบนั้น ผมไม่ได้โดนกัดมา” ชายคนนั้นทึกทักไปเองว่าเธอจะคิดอย่างไรกับแผลของเขาจึงบอกด้วยน้ำเสียงติดไม่พอใจ แต่กลับกันจิลไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก ไม่ว่าแผลนี้จะเกิดจากอะไรแต่ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับคนอื่นยังไงเธอก็เมินเฉยไม่ได้ เธอพยายามใช้สมาธิดูแผลและหาวิธีช่วยเหลือที่ดีที่สุดในตอนนี้ แม้จะไม่ใช่หมอแต่เธอก็รู้วิธีการจัดการกับแผลอยู่บ้าง

แต่แล้วใบหน้าของชายคนนั้นที่เคยมองมาที่จิลก็พุ่งเป้าไปที่อีกทางหนึ่ง เขาทำท่าทางตกใจสุดขีด รีบเอ่ยปากขึ้น “ไม่ ไม่! เดี๋ยวก่อน ได้โปรด!!” 

ปัง!

เสียงปืนดังขึ้นในระยะประชิดกับตัวหญิงสาว ทำให้เธอสะดุ้งตกใจ ของเหลวบางอย่างพุ่งกระเซ็นมาโดนใบหน้าของเธอ พร้อมกับชายที่ได้รับบาดแผลคนนั้นเอนตัวล้มลงไปนอนกับพื้น เธอรู้ได้ในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นหันไปมองที่ต้นเสียงอย่างนิ่งอึ้ง พบว่าเป็นผู้ชายในชุดเครื่องแบบทหารอีกคน ในมือเขาถือกระบอกปืนเล็งไปในทิศทางที่ผู้ชายจากหน่วย U.B.C.S. คนเมื่อกี้นั่งอยู่ เขาเป็นคนที่เหนี่ยวไกกระสุนนัดเมื่อกี้นี่เอง

“อะไรวะเนี่ย?!” จิลลุกขึ้นยืน หอบหายใจถี่จากการตกใจในเหตุการณ์ที่มีคนตายในระยะเผาขน ทั้งตกใจ ไม่เข้าใจ และโมโห เธอเผชิญหน้าคนชายคนนั้นที่เดินเข้ามา น้ำเสียงของเธอบ่งบอกถึงความไม่พอใจสุดๆ

“เขาติดเชื้อ” ชายคนนั้นตอบกลับเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ 

“เรายังไม่รู้ซะหน่อย เขาอาจจะไม่ได้ติดเชื้อก็ได้?!” จิลท้วง สายตาของเธอสังเกตเห็นสัญลักษณ์อัมเบรลล่าปักอยู่ที่เสื้อบริเวณบนอกซ้ายของผู้ชายคนนั้น น่าจะมาจากหน่วย U.B.C.S. เหมือนกัน

“เหอะ พวกหน่วย S.T.A.R.S. นี่อ่อนหัดชะมัด มิน่าถึงได้ตายกันหมด” ชายคนนั้นกล่าวอย่างไม่ยี่หระ  ก่อนจะหันหลังเดินขึ้นบันไดที่อยู่ข้างประตูเข้าห้องช่าง เธอไม่แน่ใจว่าเขารู้ว่าเธอมาจากหน่วย S.T.A.R.S. ได้ยังไง แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลัก 

“แล้วแกเป็นใคร U.B.C.S. เหมือนกัน แต่ฆ่าคนของตัวเองเนี่ยนะ?!” ผู้ชายคนนั้นชะงักไป เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวทั้งที่ตัวเขายังยืนอยู่บนบันได

“เขาอาจจะกลายร่างเมื่อไหร่ก็ได้ หัดระวังตัวเองไว้บ้าง” เขาพูดอย่างเน้นย้ำในทุกคำ แววตาแข็งกร้าวจ้องมาทางหญิงสาว แต่เธอไม่กลัว “กลับไปซะ ไม่อยากให้พวกอ่อนแออย่างเธอมาขวางทาง” จบประโยคเขาก็เดินขึ้นบันไดไป คราวนี้จิลไม่พูดตอบโต้อะไร ได้แต่กำหมัดแน่นอย่างเจ็บแค้น

พวกอัมเบรลล่าเลือดเย็นแบบนี้ทุกคนรึเปล่า?

 เธอมองไปที่ศพของชายคนนั้น พบสมุดบันทึกวางข้างกายอยู่ จึงเดินไปหยิบมันขึ้นมาอ่านอย่างถือวิสาสะ เผื่อจะทำให้เธอรู้ข้อมูลสำคัญจากอัมเบรลล่าบ้าง อีกอย่างเธอยังไม่อยากรีบเดินออกไปจากนี่ที่ตามประตูที่ผู้ชายเลือดเย็นคนนั้นเดินออกไป เธอหงุดหงิดและยังไม่อยากเห็นหน้าเขาให้ไฟโทสะคุกกรุ่นขึ้นมาอีกครั้ง ต้องหาอะไรอย่างอื่นทำให้เธอใจเย็นลงบ้างสักหน่อย

สิ่งที่เขียนในสมุดบันทึกนั้นบอกว่าเจ้าของบันทึกชื่อเมอร์ฟี่ เป็นนักโทษประหารที่โดนอัมเบรลล่าเกณฑ์มาเพื่อเข้าหน่วย U.B.C.S. ดูเหมือนเขาจะเป็นนักแม่นปืนคนหนึ่งในทีม ที่อยากกลับใจทำความดีบ้าง และภารกิจแรกคือการเข้ามาปราบจลาจลในเมืองแรคคูนแห่งนี้ แต่ทว่าสุดท้ายแล้วกลับจบไม่สวยเมื่อคนที่ส่งพวกเขามาประเมินสถานการณ์ต่ำไป ทำให้เกิดการสูญเสียอย่างไม่คาดคิดจากการรับมืออย่างเกินกำลัง นอกจากนี้ในสมุดยังเขียนถึงชายที่ชื่อนิโคไลน์ ถ้อยคำด่าหยาบคายเขียนถึงชายคนนั้นไว้เต็มกระดาษ ทั้งบอกว่าเขาเป็นคนเห็นแก่ตัว ทั้งไม่สนใจคนอื่น และอีกมากมายที่เธออ่านไม่หมด

จิลวางสมุดบันทึกนั่นลงก่อนจะเดินออกไปทางบันไดที่ไอเวรนั่นเดินออกไปก่อน เมื่อมาถึงนอกอาคารแล้ว ไม่เห็นแม้แต่เงาของมัน แสดงว่าเดินออกไปไกลแล้ว จึงเดินลงไปทางด้านขวาซึ่งมีศพทหารอีกคนนอนตายอยู่ ดูจากชุดแล้วก็อยู่ในหน่วย U.B.C.S. เหมือนกัน สภาพดูเหมือนจะตายมาแล้วพักใหญ่ ข้างๆเขาเป็นสมุดบันทึกอีกเช่นกัน เธอหวังว่าเมื่อเธอเปิดอ่านดูแล้วจะรู้เรื่องราวภายในอัมเบรลล่ามากขึ้นอีก และไหนๆเธอก็อ่านสมุดบันทึกจากทหารคนที่ตายก่อนหน้าไปแล้ว ครั้งนี้ก็ลองอ่านเพิ่มอีกสักเล่มดูละกัน

นี่เป็นจดหมายลาตายที่ถูกเขียนขึ้นเมื่อวาน ข้างในเขียนว่าพวกเขาและทีมมากัน 30 คน แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ทีมของเขาถูกกวาดเรียบภายในไม่ถึง 2 วัน ทั้งที่ฝึกมาอย่างดี และเตรียมตัวมานาน ท้ายที่สุดแล้วเจ้าของสมุดบันทึกเล่มนี้ก็หมดหวัง เมื่อพบเจอกับความตายของเพื่อนร่วมทีม เขาไม่อยากตายแล้วลุกขึ้นมาเดินได้อีกครั้ง จึงตัดสินใจยิงตัวเองซะและหวังว่าเมื่อตัวเองตายแล้วจะไม่เป็นภาระแก่คนที่ยังอยู่

จากที่อ่านมาเธอไม่แน่ใจว่าตอนนี้หน่วย U.B.C.S. ที่คาร์ลอสอยู่เหลือสมาชิกอยู่กี่คน เธอชักจะอยากลองถามเรื่องราวในหน่วยของคาร์ลอสอยู่บ้าง ว่าเขาก็เป็นนักโทษที่ถูกเกณฑ์มาเข้าหน่วย U.B.C.S. เหมือนกันรึเปล่า? ถ้าใช่ เขาจะเป็นนักโทษที่โดนข้อหาอะไร? แต่ทั้งหมดนี้เป็นความคิดที่แว่บเข้ามาในหัวแล้วก็พลันหายไปอย่างรวดเร็ว เธอนึกแปลกใจตัวเองว่าจะอยากรู้เรื่องของเขาไปทำไมกัน?

แต่ดูท่าว่าอัมเบรลล่าจะส่งคนมาตายเปล่าแล้วล่ะ เห็นว่าเป็นคนที่มีโทษติดตัวแล้วโดนเกณฑ์มาเข้าหน่วยก็เลยไม่สนใจชีวิตของคนพวกนี้งั้นเหรอ? ส่งมาเก็บกวาดในสิ่งที่ตัวเองทำขึ้นเนี่ยนะ ยิ่งเธอรู้เรื่องราวพวกนี้ยิ่งทำให้เธอเกลียดอัมเบรลล่าเข้าไปอีก แต่ที่แน่ๆคือคนที่ไม่รู้เรื่องราวเลวร้ายในอัมเบรลล่าก็มีอยู่จริงๆ พวกคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรแต่ต้องมาตายไปเพราะพวกมันช่างน่าเวทนา เธอไม่น่าอคติและคิดเหมารวมไปก่อนเลย

จิลถอนหายใจให้กับความรู้สึกที่บอกไม่ถูกนี้ เธอเดินออกไปจากซอย ตรงหน้าเธอคือสถานีไฟฟ้า เธอมาถึงแล้ว หน้าทางเข้ามีประกาศจากกระทรวงพลังงานแรคคูนซิตี้แปะอยู่ เธอไล่อ่านคร่าวๆจับใจความได้ว่า ช่วงนี้กระแสไฟฟ้าขาดทำให้มีกระแสไฟฟ้าใช้ไม่เพียงพอต่อความาต้องการของคนในเมือง จึงได้นำเครื่องปั่นไฟมาวางไว้ตามจุดต่างๆ ให้ใครก็ตามที่ต้องการได้ใช้มัน แต่อย่าเข้าไปใกล้ ไม่งั้นจะโดนไฟดูดได้ 

นี่อาจเป็นประโยชน์กับเธอในการใช้มันต่อกรกับซอมบี้ได้

หญิงสาวเดินเข้าไปในสถานีไฟฟ้าที่รกร้าง และอับชื้น ข้างในมีตู้ล็อคเกอร์วางเรียงรายเต็มไปหมด น่าจะเป็นของเหล่าพนักงานที่นี่ ด้านในสุดมีบันไดเหล็กขึ้นไปที่ชั้นสอง เธอไม่รอช้าขึ้นไปที่ชั้นบนทันที มันเป็นห้องใหญ่ที่มีหน้าจอควบคุมอยู่ มีกระดาษโน้ตแปะข้างๆเขียนไว้ว้าต้องเปิดเบรกเกอร์ทั้ง 4 จุดก่อน แล้วค่อยมาเปิดสวิตช์พลังงานหลัก เมื่อมองบนหน้าจอก็เห็นตำแหน่งของเบรกเกอร์ทั้งหมด เธอจดจำไว้ให้แม่น ก่อนจะออกจากประตูอีกบานเพื่อเข้าไปดึงเบรกเกอร์นั่น

 

 

 

จิลใช้เวลาเพียงไม่นานในการเดินเข้าไปดึงเบรกเกอร์ตามจุดต่างๆ เมื่อเสร็จแล้วเธอจึงเดินกลับขึ้นมาเปิดสสวิตช์พลังงานหลัก เสียงเปิดพลังงานไฟฟ้าดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าเธอทำมันสำเร็จ จิลออกมาจากห้องควบคุมแล้วหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาติดต่อกับคาร์ลอส 

“คาร์ลอส ฉันทำให้ไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้แล้วนะ” เธอคุยกับคาร์ลอสไปพร้อมกับเดินออกจากที่นี่ 

[เยี่ยม ต่อไปก็ห้องควบคุมรางรถไฟ น่าจะอยู่ที่สำนักงานของบริษัทรถไฟใต้ดิน]

“โอเค ฉันรู้ว่าอาคารอยู่ตรงไหน” เธอจำได้เพราะเพิ่งเข้าไปในนั้นเมื่อไม่นาน

[จริงเหรอ สุดยอดไปเลยคู่หู] ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชมเธอ แต่ก็เหมือนจะกวนประสาทด้วยการใช้คำว่าคู่หู ทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าเธอไม่ค่อยชอบเขาเท่าไหร่

“ฉันไม่ใช่คู่หูคุณ” จิลพูดสั้นๆด้วยน้ำเสียงไม่พอใจก่อนจะตัดสัญญาณไปทันทีเพราะไม่อยากรอฟังเสียงหัวเราะของคนปลายสายที่กวนประสาทเธอได้สำเร็จ ยิ่งนึกถึงใบหน้าคมคาย มีคารมอะไรบางอย่างแฝงอยู่ในน้ำเสียงนั่นก็ยิ่งรู้สึกเหมือนเธอกำลังโดนเขายุแหย่ ในสถานการณ์แบบนี้ทำไมเขาถึงยังมีอารมณ์กวนประสาทคนอื่นได้อยู่นะ

หญิงสาวเดินกลับไปที่สำนักงานรถไฟฟ้าโดยใช้เส้นทางเดิม ระหว่างที่เธอกำลังเดินผ่านซอยหลังห้องช่างก็เกิดแรงกระแทกบางอย่างขึ้น

ตู้มมม

เสียงระเบิดกำแพงดังขึ้น เศษอิฐจากอาคารตรงหน้าจิลกระเด็นออกมาพร้อมกับร่างสัตว์ประหลาดที่เธอคุ้นเคย

มันยังไม่ตาย!

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #6 ขุนนน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 19:00
    คาร์ลอสแซวเก่ง แหย่เก่งงงง แหมมมม มองบนๆๆๆ หมั่นไส้
    #6
    0