[Fic Resident Evil] I GOT YOU (Carlos x Jill)

ตอนที่ 38 : บทที่ 5 กลับสู่จุดเริ่มต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 ต.ค. 63

 

บทที่ 5 กลับสู่จุดเริ่มต้น

 

เดือนแรกที่คนจากหน่วยกู้ภัยมาตามหาร่างของจิลก้นเหว คาร์ลอสมีความหวังเต็มเปี่ยมเพราะเห็นเธอตกลงไปจากตรงนั้น ทว่าหาอย่างไรก็ไม่พบทั้งร่างของจิลและเวสเกอร์ ภูเขาอาร์สเป็นภูเขาที่ชันและสูงมากจากระดับน้ำทะเล อีกทั้งช่วงนี้ยังเป็นช่วงลมมรสุม เกิดฝนตกบ้าง สภาพอากาศอึมครึม ทำให้การค้นหาเป็นไปได้อย่างยากลำบาก

เวลาในแต่ละวันผ่านไปอย่างเชื่องช้าจนคาร์ลอสเริ่มอ่อนล้า เขาไม่ได้หมดหวัง แต่ความรู้สึกหนักอึงมันกดทับหัวใจของเขาจนปวดร้าวไปหมด ตั้งแต่แต่วันนั้นจนถึงตอนนี้ ยิ่งการค้นหาร่างของจิลกินระยะเวลานานเท่าไหร่ เขาก็รู้สึกได้ถึงความหวังที่ริบหรี่ลงตาม

คาร์ลอสและคริสยังมุ่งมั่นในการตามหาจิลอยู่จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงสามเดือน ในตอนนั้นเองที่ทุกคนเริ่มถอดใจ ลำพังถ้ารอดจากเหวลึกมาได้ ก็ยังต้องมาเจอสภาวะขาดน้ำ ขาดอาหาร ไหนจะอาการบาดเจ็บที่คงจะสาหัสเมื่อคำนวณความลึกจากก้นเหว... แล้วนี่เธอหายไปถึงสามเดือน

คาร์ลอสแม้จะยังไม่ปักใจเชื่อว่าจิลตายแล้ว แต่คริสที่เป็นหัวหน้าหน่วย B.S.A.A. เขาต้องมีความเป็นผู้นำในการตัดสินใจและเดินหน้าต่อ...

สุดท้ายการค้นหาก็สิ้นสุดลง โดยที่จิลอยู่ในสถานะเสียชีวิต

หัวใจของเขาเบาโหวงหลังได้ยินข่าวนั่น เขาไม่รู้ว่าเขากำลังหลอกตัวเองอยู่หรือไม่ว่าจิลมีชีวิตรอดอยู่ ความคิดในใจของเขามันตีกันวุ่นจนเขารู้สึกมึนงงไปช่วงเวลาหนึ่ง คล้ายกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสามเดือนก่อนนั้นไม่ใช่เรื่องจริง ทว่าสิ่งนั้นก็สะท้อนอยู่ข้างกายเขาที่ว่างเปล่า นั่นทำให้อีกความคิดหนึ่งประดังเข้ามาแทนที่ หรือว่าการที่เขาได้มารู้จักได้มารักจิลตั้งแต่แรกทั้งหมดนั้นไม่ใช่ความจริง

สุดท้ายคาร์ลอสก็กลับมาที่บ้านอีกครั้ง

ทันทีที่ประตูถูกเปิดออก เขาก็ได้พบกับความรู้สึกแปลกประหลาด จากที่คิดว่าทำใจไว้แล้วในระดับหนึ่ง ทว่าเมื่อเห็นความอ้างว้างตรงหน้ามันเบาโหวงราวกับมีคนมากระชากส่วนหนึ่งของหัวใจออกไป มันช่างรุนแรง และผลที่ตามมาเกินกว่าเขาจะรับได้

ที่ผ่านมาเขาจะกลับมาที่นี่พร้อมกับจิล สถานที่ที่เป็นของเขาและเธอ เขารู้สึกได้ถึงเศษฝุ่นละเอียดที่ลอยฟุ้งขึ้นบางเบาหลังจากลมพัดเอาอากาศเข้ามาในห้องตอนเปิดประตู ครั้งสุดท้ายที่เขาอยู่ที่นี่กับเธอ เธอยังบอกว่าจะจ้างบริษัททำความสะอาดตอนเรากลับมา

เขายิ้มเย้ยหยันตัวเอง

ตอนนี้เขายืนอยู่ตรงนี้คนเดียว ทุกอย่างดูเงียบงันและวังเวง เหมือนอยู่ท่ามกลางความมืดทั้งที่แสงจากดวงอาทิตย์ข้านนอกสว่างจ้า ความสูญเสียที่ก่อนหน้านี้เขาชินกับมันมาตลอด ตอนนี้กลายเป็นสิ่งใหม่เหมือนไม่เคยรู้จักมาก่อน

มันเร็วเกินไปรึเปล่า

เขาเพิ่งจะได้เจอคนที่อยากใช้ชีวิตร่วมกัน คนที่เข้ากับเขาได้เป็นอย่างดี ทั้งความคิด ทัศนคติ แม้จะมีบางเรื่องที่เธอไม่พอใจเขาอย่างเช่นตอนที่มีผู้หญิงคนอื่นเข้ามาหาทั้งที่เขายังไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำ

ภาพความทรงจำในวันเก่า ๆ หวนขึ้นมาตอกย้ำจนเขาเจ็บจุกไปหมด เขาสูดหายใจเข้าช้า ๆ เพื่อสะกดกลั้นก้อนความเจ็บปวดที่เอ่อล้นเต็มม่านตา

เขาไม่อยากยอมรับเลยว่าได้เสียคนที่ตนรักที่สุดไปแล้ว

ภาพความฝันที่เคยมีร่วมกันพังทลายลงไปตั้งแต่วินาทีที่รู้ว่าจะไม่มีการค้นหาร่างของจิลอีกต่อไป ภาพนั้นที่เธอกระเด็นออกจากหน้าต่างไปพร้อมกับเวสเกอร์ยังติดตาเขาอยู่ชัดเจน ฝังลงไปในสมอง และบางครั้งภาพนั้นก็ผุดขึ้นมาในความฝัน เขาเคยคิดว่านั่นเป็นฝันร้ายที่ต้องมาเห็นจิลจากไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่มันก็ไม่เท่ากับความฝันที่เห็นตัวเองได้ใช้ชีวิตร่วมกับจิล แล้วพอตื่นขึ้นมาทุกอย่างก็จบลงท่ามกลางมืดที่ความเงียบงัน และทุกครั้งเหมือนเขากลับไปนับหนึ่งใหม่ ความรู้สึกที่ต้องย้ำเตือนกับตัวเองว่าเขาได้สูญเสียคนที่ตัวเอกรักที่สุดไปแล้ว

บางทีเขาก็อยากฝันอยู่อย่างนั้นตลอดไป

สองวันต่อมาชายหนุ่มได้ข่าวเรื่องงานศพของจิลถูกตั้งขึ้นที่สุสานยูเซเบียสไกลออกไปจากเมืองนี้ราวสองร้อยกิโลเมตร

ตอนนั้นเองที่ความสับสนก่อเกิดขึ้นมา เขายังไม่ทันได้เห็นศพของจิลด้วยซ้ำ ทำไมต้องเชื่อว่าจิลตายแล้วด้วยล่ะ? ถึงแม้ว่ามันจะเป็นไปได้ยาก แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าหากว่าจิลจากเขาไปแล้วจริง ๆ เธอจะเสียใจรึเปล่าที่เขาไม่ได้ไปที่นั่น ใช่ เธออาจกำลังก่นด่าเขาว่าเป็นแฟนที่ไม่ได้เรื่องเสียเลย

ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจมาที่สถานที่ที่ประทับชื่อของเธอได้ แม้จะผ่านวันทำพิธีมาแล้วหนึ่งวันก็ตาม

ทันทีที่เห็นป้ายหินแกะสลักชื่อของคนที่เขารักที่สุด ความรู้สึกเจ็บปวดเสียใจที่กดเก็บไว้ก็ทะลักขึ้นมาจุกอยู่ในลำคอ เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่างกับเธอ แต่ถ้าหากเอ่ยปากพูดแม้แต่คำเดียว เขาคงได้เอ่ยมันออกมาพร้อมกับเสียงสั่นเครือที่เขาไม่อยากให้เธอรู้

เขาเอาแต่โทษตัวเองมาโดยตลอดว่าถ้าในตอนนั้นเขาคว้าตัวจิลไว้ได้ทัน เธอก็คง...

มือหนาวางดอกคาร์เนชั่นในมือลงบนหลุมศพแผ่วเบา ก่อนจะเลื่อนขึ้นลูบแผ่นป้าย ความเย็นเยียบจากปลายนิ้วส่งผ่านขึ้นมาถึงในหัวใจ

เหมือนทุกอย่างได้พังทลายลงไปแล้ว

 

 

 

หนึ่งปีผ่านไปตั้งแต่วันที่จิลตกจากหน้าผา

คล้ายกับว่าส่วนหนึ่งของหัวใจได้ขาดหายไปโดยที่ไม่มีอะไรเยียวยาเขาได้เลย มันเป็นการสูญเสียที่รุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ไม่ว่าเขาจะทำอะไร พบเจอผู้คนมากมายแค่ไหน นั่นทำให้เขารู้ว่าเขาคงไม่สามารถรู้สึกกับคนอื่นได้เหมือนจิลอีกแล้ว

สิ่งเดียวที่เขามุ่งมั่นทำต่อจากนี้คือการทำลายอัมเบรลล่า ต้นเหตุที่ทำให้จิลไม่สามารถมายืนอยู่ข้างกกายเขาได้อีกต่อไป

คาร์ลอสได้รู้มาในภายหลังว่าศพชายแก่อีกคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นคือศพของสเปนเซอร์ ผู้ก่อตั้งอัมเบรลล่า ทว่าก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเวสเกอร์ถึงไปอยู่ที่นั่น และเวสเกอร์เป็นคนฆ่าสเปนเซอร์หรือเปล่า หากใช่... เวสเกอร์ทำแบบนั้นไปทำไม?

“ถึงแล้ว” เสียงหนึ่งดังขึ้นปลุกชายหนุ่มจากภวังค์ รถคันใหญ่จอดหน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ไม่ไกลออกไปมีทหารตรวจคนเข้าเมืองเฝ้าอยู่ นาฬิกาข้อมือบอกได้ว่าเขามาสายกว่าเวลานัดเล็กน้อย อาจเป็นเพราะเส้นทางถนนลูกรังทำให้การขับเคลื่อนยานพาหนะมาถึงที่หมายอย่างยากลำบากกว่าที่ควรจะเป็น

“ขอบใจ” คาร์ลอสกล่าวสั้น ๆ ก่อนจะก้าวลงจากรถ ไม่นานรถคันนั้นก็ขับจากไป พร้อมกับทหารอีกคนที่ก้าวเข้ามาหาแทน

“ฉันอูรอล จะพานายเข้าเมือง” ชายวัยกลางคนในชุดทหารสีเขียวแก่แนะนำตัวเองพร้อมกับยื่นมือมาให้

“คาร์ลอส จากบีเอสเอเอ” เขายื่นมือทักทายกลับตามมารยาท อูรอลไม่พูดพร่ำหลังจากดึงมือตัวเองกลับเขาก็รีบก้าวนำเพื่อไปยังทางเข้าเมืองซึ่งมีทหารหน้าเข้มสองนายเฝ้าอยู่

ไม่แน่ใจว่าทั้งสามคุยอะไรกัน แต่คาร์ลอสเห็นแค่ว่าอูรอลยื่นธนบัตรปึกหนึ่งให้ทหารเฝ้าสองคนนั้นถึงได้สามารถผ่านประตูเข้ามาข้างในได้อย่างง่ายดายโดยไม่ถูกตรวจค้น

ตอนนี้คาร์ลอสมาอยู่ที่เกาะฮิจูจู ประเทศแอฟริกาใต้ เพราะได้รับรายงานมาว่าเกิดการระบาดของไวรัสชนิดใหม่ ไม่เหมือนกับไวรัสที่เคยเจอในเมืองแรคคูน ฟังคร่าว ๆ เหมือนจะเป็นไวรัสที่ทำให้ปรสิตควบคุมคนได้ อันตรายกว่าไวรัสธรรมดา และยังไม่มียารักษา เพราะงั้นเขาในฐานะหน่วยบีเอสเอเอ ถึงได้มาที่นี่เพื่อสืบหาสาเหตุและหยุดยั้งการแพร่ระบาด หลังจากที่เขาถึงแอฟริกาใต้ได้ไม่นานก็ได้ทราบภายหลังว่าคริสเองก็มาทำภารกิจที่นี่เช่นกัน แต่ไหน ๆ เขาก็มาถึงนี่แล้ว จะให้ถอยหลังกลับคงไม่ได้ ร่วมมือกันสองคนอาจทำให้งานเสร็จไวกว่า แม้จะแยกกันสืบหาสาเหตุก็ตาม

เกาะนี้เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ แต่บ้านเมืองยังไม่ได้พัฒนามากนัก ถนนยังเป็นแบบลูกรังอาคารบ้านเรือนก็เห็นประปรายตามทางอยู่บ้าง ส่วนใหญ่เป็นบ้านขนาดเล็ก สภาพเก่า ระหว่างทางที่คาร์ลอสเดินผ่าน เขาเห็นชาวบ้านบนเกาะนี้ท่าทางดูไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ ทุกคนล้วนมีสีหน้าแบบเดียวกันหมดคือ บึ้งตึง จ้องเขม็ง คล้ายจะไม่อยากให้มีคนจากนอกเกาะเข้ามา แต่จากที่เขาประเมินสถานการณ์ นี่มันก็ยังไม่แย่มากเท่าในเมืองแรคคูนที่บ้านเมืองพังถล่ม ศพเดินได้ทั่วเมืองอย่างนั้น

“เมื่อหนึ่งเดือนก่อน อยู่ ๆ ก็มีชาวบ้านเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ไล่ทำร้ายคนอื่นไปทั่ว อย่างที่รู้กันว่าชาวบ้านในเมืองนี้ค่อนข้างเถื่อน... ยังไม่ทันได้เอาเขาไปรักษาก็โดนฆ่าตายไปซะก่อน ตอนนั้นยังไม่มีใครเอะใจอะไร จนกระทั่งเริ่มมีเคสแบบเดียวกันนี้โผล่มาเรื่อยๆ ถึงได้รู้ว่ามันคือไวรัสชนิดใหม่ ไม่มียารักษา และความจริงคือคนที่ได้รับไวรัสนี้หากไม่สามารถรับและอยู่ร่วมกับมันได้ก็จะตายก่อนจะถูกปรสิตควบคุมเต็มรูปแบบ” อูรอลอธิบาย สองขายังก้าวเดินนำหน้าไปเร็ว ๆ เพื่อให้ถึงที่หมาย

“พวกเราตัดสินใจติดต่อไปยังบีเอสเอเอเพื่อให้มาช่วย แม้จะมีคนบางพวกไม่เห็นด้วยก็ตาม”

“คนบางพวก?”

“ก็พวกผู้อาวุโสอุดมคติเก่าคร่ำครึนั่นแหละ เขาไม่อยากให้คนอื่นมายุ่งกับเมืองของตัวเอง”

ก็พอเดาได้ว่าเกิดการแทรกแซงจากอัมเบรลล่า

“ถึงแล้ว” อูรอลเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าตึกเล็ก ๆ แห่งหนึ่งซึ่งสูงสองชั้น สภาพภายนอกดูโทรมไม่ต่างจากบ้านเรือนที่เดินผ่านมา คล้ายตึกร้าง ประตูเหล็กม้วนถูกดึงลงมาปิดทางเข้า อูรอลยกมันขึ้นอย่างง่ายดายแล้วเข้ามาภายใน คาร์ลอสจึงก้าวเข้ามาตาม หลังจากนั้นอูรอลก็เดินไปหยิบแฟ้มบาง ๆ เล่มหนึ่งบนโต๊ะส่งมาให้

“นี่เป็นข้อมูลของเชื้อไวรัสเท่าที่หามาได้ในตอนนี้ ส่วนห้องพักชั่วคราวของนายอยู่ด้านบน ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้ตลอด”

“เจ้าหน้าที่บีเอสเอเออีกคน...คริสน่ะ เขาก็พักที่นี่ด้วยใช่มั้ย?” ถามอย่างนั้นเพราะถึงแม้ว่าจะมาทำภารกิจเดียวกัน ก็ใช่ว่าจะพักที่เดียวกัน

“ใช่ เขามาถึงก่อนหน้านายไม่กี่ชั่วโมงก่อน ตอนนี้ออกไปพร้อมคู่หูคนใหม่แล้ว”

คาร์ลอสเพียงส่งเสียงรับในลำคอ ก่อนจะก้มหน้ากวาดสายตาผ่าน ๆ บนหน้าปกของแฟ้ม มีชื่อไวรัสเขียนไว้อยู่

ไวรัสอูโรโบรอส

 

 

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น