[Fic Resident Evil] I GOT YOU (Carlos x Jill)

ตอนที่ 31 : ตอนพิเศษ 3 อนาคต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    28 ส.ค. 63

 

ตอนพิเศษ 3 อนาคต

 

“สภาพคุณนี่ไม่ต่างจากวันที่ผมเจอคุณครั้งแรกเลยนะ” เสียงทุ้มจากคนที่ทำหน้าที่ขับรถทักขึ้นพร้อมกับหัวเราะเบาๆยามหันมองใบหน้าเปื้อนฝุ่นควันจากการต่อสู้กับอาวุธชีวิตภาพมาหยกๆของเธอ

“แต่ของนายสภาพแย่กว่าวันแรกที่ฉันเจอเยอะ” จิลแซวกลับยิ้มๆ หลังจากมองใบหน้าด้านข้างของเขาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะดึงสายตากลับมายังเส้นทางหน้ารถซึ่งเป็นถนนพื้นดินขึ้นฝุ่นตลบอบอวล ตัวรถสั่นสะเทือนไปตามความขรุขระของพื้น ไม่นานก็ออกมายังเส้นทางปกติที่แม้จะไม่ใช่ถนนลาดยางแต่ก็ไม่เป็นหลุมเป็นบ่อเท่าเส้นทางก่อนหน้า

ยานพาหนะสี่ล้อคันเก่าที่ถูกยืมมาจากหนึ่งในสมาชิกกลุ่มต่อต้านอัมเบรลล่าแล่นไปตามถนนอีกราวสิบห้านาที อาจเพราะคนเคยเป็น ‘เจ้าหน้าที่บำรุงรักษายานพาหนะ’ รีบหรืออะไรก็ไม่ทราบ ทำให้มันหยุดจอดลงที่ตรงหน้าลานจอดฮอลล์ก่อนเวลานัดมากโข ทว่าก็เห็นเงาของหนึ่งในกลุ่มต่อต้านอัมเบรลล่ายืนอยู่ไม่ไกลออกไป และร่างนั้นก็กำลังเดินตรงมาที่รถ

ก่อนหน้านี้จิลลาร์ลอสมีภารกิจกำจัดอาวุธชีวภาพตัวหนึ่งที่หลุดรอดออกไปจากโรงงานอัมเบรลล่า เพราะเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากจึงตามตัวอาวุธชีวภาพตัวนั้นได้ง่าย สายของกลุ่มรายงานมาว่ามันหนีเข้าไปในป่าใกล้แถบชานเมือง ถ้าหลุดออกจากป่าไปได้ชาวเมืองคงแย่แน่ ดังนั้นเธอและคาร์ลอสเลยตามไปจัดการมันได้ทันเวลา แม้จะออกมาสภาพดูไม่จืดทั้งคู่ ทว่านั่นเป็นสภาพภายนอก ที่จริงแล้วก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากมาย

“มาเร็วดีนี่” แบร์รี่เอ่ยทักเรียบๆเมื่อทั้งสองลงจากรถ และเห็นว่าคู่หูคู่นี้ไม่ได้รับบาดเจ็บกลับมาก็รู้สึกยินดีเหมือนทุกครั้ง

“มีคนรีบน่ะ” จิลตอบกลับสั้นๆพร้อมกับมองร่างสูงของคาร์ลอสที่อยู่อีกฝั่งของรถ เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอยิ้มรับ

“อ่ะนี่” คาร์ลอสโยนกุญแจรถคันนี้ให้แบรรี่พร้อมกับแบรรี่โยนกุญแจรถอีกคันให้คาร์ลอส

“เรื่องนิโคไลน์ฉันไปสืบมาละเอียดแล้ว ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่ตายจริงๆด้วย” แบรรี่พูดกับจิล ถึงสิ่งที่จิลให้เขาไปสืบหามาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

นิโคไลน์ ซีโนวิฟ คือชื่อจริงของชายผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ก่อนเมืองแรคคูนระเบิด และจัดฉากสังหารทหารหน่วย U.B.C.S. ไปหลายชีวิต จิลเคยมั่นใจว่ามันตายไปแล้วเพราะเป็นคนทิ้งให้มันรอความตายกลางดาดฟ้าโรงพยาบาลสเปนเซอร์ ทว่าหลังจากได้สืบเรื่องบริษัทคู่แข่งอัมเบรลล่าดูดี ๆ แล้วกลับเจอบุคคลหนึ่งที่น่าสงสัย มันโผล่ไปในแทบจะทุกที่ที่มีข่าวใหญ่เกี่ยวกับอัมเบรลล่า ไม่ว่าเมืองนั้นจะอยู่ใกล้หรือไกลแค่ไหน คนๆนั้นปิดบังตัวเองได้ค่อนข้างดีทีเดียว แต่ก็ไม่อาจอำพรางตัวตนจากการตรวจสอบของเธอได้ 

เมื่อไม่กี่เดือนก่อนเธอได้ลองเปรียบเทียบรูปของชายคนหนึ่งที่อยู่ในชุดเสื้อคลุม สวมหมวกปิดบังใบหน้ามิดชิดกับรูปถ่ายของนิโคไลน์ก่อนจะพบว่ามีหลายจุดที่ทั้งสองคล้ายกันมากจนน่าตกใจ นั่นทำให้เธอเริ่มเอะใจว่าอาจจะเป็นคนเดียวกับนิโคไลน์จึงได้ให้แบรรี่ช่วยสืบเรื่องนี้อีกแรง

และผลก็เป็นไปตามคาดว่านิโคไลน์ยังมีชีวิตอยู่

“ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมส่งให้ทางอีเมลแล้วนะ”

“ขอบใจมาก”

มีอีกหนึ่งบริษัทที่น่าสงสัยคือบริษัทผูกขาดสินค้าภายในประเทศ เจ้าของเป็นเศรษฐีผู้หยิบจับอะไรก็ทำเป็นกำไรได้หมด ดูผิวเผินไม่น่าเกี่ยวข้องอะไรกับอัมเบรลล่า แต่ภายในกลับมีเครือข่ายระโยงงระยางถึงกันไปหมด และไม่แน่ว่าเมื่อบริษัทนั้นเห็นช่องทางการทำเงิน ต่อให้เป็นเรื่องใหญ่โตแค่ไหนก็พร้อมเสี่ยง

“นี่ก็หนึ่งปีแล้วสินะที่เมืองแรคคูนโดนถล่ม” แบรรี่พูดอย่างนั้น จิลจึงนึกขึ้นมาได้ว่าจริงด้วย รอยยิ้มเย้ยหยันตัวเองผุดขึ้นบางเบา เพราะกว่าจะสืบเจอต้นตอเวลาก็ล่วงเลยมาถึงตอนนี้ แถมนิโคไลน์ก็ยังไม่ตายด้วย... ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะไม่ได้อะไรเลย เพราะที่ผ่านมาก็ได้เล่นงานอัมเบรลล่าไปเยอะมากเช่นกัน 

“อืม นั่นสินะ”

“ยังไงก็ระวังตัวด้วย ฉันต้องไปแล้ว” แบรรี่ยกมือขึ้นมองเวลาหน้าปัดนาฬิกาก่อนจะเดินไปนั่งบนรถคันที่คาร์ลอสขับมา

“ไปกันเถอะจิล” คาร์ลอสเรียกก่อนจะเดินนำไปขึ้นรถอีกคันที่สลับกับแบรรี่ เธอมองไปยังรถคันนั้นก่อนจะขยับตามไป

เวลาล่วงเลยมาถึงหนึ่งปีที่เมืองแรคคูนโดนถล่มแล้วเหรอเนี่ย ภาพเมืองที่ตนเคยอยู่อาศัย ร้านค้า ผู้คนที่รู้จักล้มตายปรากฏขึ้น และมันคงยังไม่จบแค่นั้น จนกว่าอัมเบรลล่าและพวกที่หวังผลประโยชน์ในเรื่องนี้จะล่มสลาย

 

 

 

 

“จิล” คาร์ลอสเดินออกจากห้องน้ำในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสามส่วนสบาย ในขณะที่จิลเองก็อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ขายาว กำลังนั่งอยู่หน้าโน้ตบุ้ค เว็บเพจที่เธอเข้าอยู่นั้นเปิดหน้าเอกสารที่แบรรี่ส่งมาให้

คาร์ลอสเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ทั้งที่เขาขออาบน้ำด้วยกันกับจิล แต่อีกฝ่ายก็ยืนกรานเสียงแข็งว่าไม่มีทาง ก่อนจะรีบชิ่งเข้าห้องน้ำพร้อมล็อคห้องเสร็จสรรพ 

“ว่าไง” ใบหน้าของเธอยังคงจดจ้องกับสิ่งที่อยู่บนหน้าจอโน็ตบุ้ค มุมที่เธอนั่งทำงานอยู่หันหลังให้เตียงและประตูห้องน้ำเธอจึงไม่เห็นว่าเขาออกมาแล้ว

“หิวแล้ว”

“อือฮึ อีกแป๊ปนึง” เธอนัดกับคาร์ลอสไว้ว่าหลังอาบน้ำเสร็จจะออกไปหาอะไรกินกัน เธออาบน้ำเสร็จก่อนไม่มีอะไรทำจึงมาเปิดข้อมูลที่แบรรี่ส่งมาให้ฆ่าเวลา ข้อมูลที่ว่านั่นมีเยอะพอสมควรแต่เธอก็ใช้เวลาที่คาร์ลอสเข้าไปอาบน้ำอ่านมันจนจบได้ และไฮไลต์ส่วนที่สำคัญไว้ ตอนที่คาร์ลอสออกมาจากห้องน้ำทุกอย่างก็เกือบเสร็จ

ไม่กี่นาทีถัดมาทุกอย่างก็เสร็จสมบูรณ์ หญิงสาวพับหน้าจอโน้ตบุ้คลง ยืนขึ้นแล้วขยับไปคว้ากระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์ที่อยู่ข้างๆใส่กระเป๋ากางเกง

“เสร็จแล้ว” ยังไม่ทันหันไปหาคนที่บ่นว่าหิวข้างหลัง เธอก็โดนแขนหนาโอบเข้าหาร่างแกร่ง 

“ผมคิดเรื่องนี้มาซักพักแล้ว”

“หืม?”

“คุณเหนื่อยกับการเดินทางไปเรื่อย ๆ แบบนี้รึเปล่า?”

“ก็...ไม่นะ” เธอใช้เวลาคิดเพียงเล็กน้อยก่อนจะตอบ เพราะเมืองที่เธออยู่โดนถล่มไปแล้วบวกกับทำภารกิจที่ต้องเดินทางตลอดแบบนี้ มันก็ไม่มีทางเลือกอื่น

“พอผมได้ยินว่าเมืองแรคคูนโดนถล่มไปครบปีแล้ว ผมก็มาคิดได้ว่าควรคุยเรื่องนี้กับคุณดู..เราควรมีที่ ๆ เป็นของเราบ้างดีมั้ย ที่ ๆ เป็นส่วนตัว แล้วก็รู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่กลับไป”

หัวใจเธอกระตุกวูบ คิดตามในสิ่งที่เขาพูด ถึงได้เข้าใจว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร เธอหมุนตัวหันไปสบตากับเขา นัยน์ตาเข้มสบฉายแววจริงจัง

“ตอนนี้เราควรมีที่ที่เป็นของเรารึยัง?”

“นายหมายถึง...บ้าน?”

“ประมาณนั้น”

“แต่เรายังทำงานที่ต้องเดินทางตลอด” เธอไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย พอเขาพูดขึ้นมาเธอถึงได้รู้ว่าตัวเองก็สนใจอยู่ลึกๆ เพียงแต่ติดที่ตรงนี้ “เราอาจไม่ได้กลับบ้านบ่อยๆ?”

“ผมรู้ แต่ความรู้สึกมันไม่เหมือนกัน ผมแค่อยากมีที่ที่เป็นของเรา”

ที่คาร์ลอสพูดมันก็ถูก ก่อนที่เมืองแรคคูนโดนถล่ม ทุกครั้งที่เธอทำงานเสร็จเธอก็จะกลับอพาร์ทเม้นท์ แม้จะไม่ใช่บ้านหลังใหญ่ แม้จะไม่ได้อยู่ถาวร แต่ทุกครั้งที่กลับไปก็เหมือนได้ชาร์จพลัง ได้ความสบายใจแบบที่หาจากที่อื่นไม่ได้ ความรู้สึกนั้นมันห่างหายจากเธอไปนานเหมือนกัน ที่ผ่านมามัวแต่ยุ่งอยู่กับการทำภารกิจ ถึงอย่างนั้นคาร์ลอสยังคิดถึงเรื่องอนาคตของเรา... คิดแบบนั้นภายในใจของเธอก็รู้สึกพองโตขึ้นมา

“แล้ว...นายอยากอยู่ที่ไหนล่ะ?”

“ที่ไหนก็ได้ แค่คุณเห็นด้วยผมก็ดีใจแล้ว” ใบหน้าคมเข้มเผยรอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้า แขนหนาก็กระชับร่างของเธอแน่นขึ้น

“แถบชานเมืองดีมั้ย? หรือไม่ก็เมืองที่ไม่ได้เจริญมาก จริงๆฉันไม่ชอบความวุ่นวายน่ะ”

“ได้สิ” เขารับคำอย่างนั้น ใบหน้าสวยก็ซุกกับอกกว้างอย่างยินดี “แล้วหลังจากนั้นเราก็ค่อยมีลูกกัน”

“เอ๊ะ?” เธอตกใจแต่ยังไม่ทันได้ผละออกจากอกกว้างแขนแกร่งของเขาก็ยกขึ้นโอบแน่นพร้อมกับเสียงหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ 

“ผมรู้ว่าตอนนี้คุณจะบอกว่ายังไม่พร้อม เพราะงั้นเรื่องนี้ไว้ค่อยพูดกันก็ได้ ผมไม่รีบ”

พูดเปิดประเด็นแล้วก็ตัดจบไปง่าย ๆ อย่างนั้น...อันที่จริงเรื่องนี้เธอก็ไม่ได้นึกถึงมาก่อนเช่นกัน แต่พอมาคิดดูแล้ว...ก็อาจจะดี เพียงแต่ตอนนี้เธอยังไม่พร้อมอย่างที่เขาพูดจริง ๆ เจ้าตัวคงจะรู้เรื่องนี้ดีถึงได้ปิดประเด็นไปซะดื้อ ๆ 

เนิ่นนานที่ใบหน้าเธอซุกอยู่ในอ้อมอกของเขา กลิ่นครีมอาบน้ำที่ใช้เป็นกลิ่นเดียวกันกับเธอ แต่เวลาที่เธอได้กลิ่นนี้จากเขามันทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายมากกว่าดมจากขวด

“นี่นายวางแผนอนาคตไว้หมดแล้วเหรอ?”

“อยากฟังมั้ยล่ะ?” เขายอมผละออกจากเธอเพื่อให้เธอเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “คืนนี้จะเล่าให้ฟังว่าผมวางแผนเรื่องของเราไว้ยังไงบ้าง” ประโยคท้ายนั่นพูดเสียงกระซิบให้หญิงสาวจั๊กจี้เล่น มือบางยกขึ้นทุบอกเขาไปทีด้วยความหมั่นไส้

“โอ๊ยเจ็บ” คนตัวโตแสร้งทำเสียงเจ็บปวด

“ใครบอกหิว?”

“ก็ได้” อย่างง่ายดายอ้อมแขนใหญ่คลายออกพร้อมกับริมฝีปากหนาเลื่อนลงมาคลอเคลียอยู่ที่พวงแก้มก่อนจะประทับจุมพิตลงเบาๆ “ไปกัน”

นัยน์ตาเข้มที่สบเธอนั้นสดใสพร่างพราวบอกให้รู้ถึงความรู้สึกเป็นสุขในใจ เธอยิ้มกว้างพยักหน้าให้กับเขา

“อื้ม” 

เธอกับเขาเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นจะไม่ค่อยเผยความสัมพันธ์ในด้านนี้ให้คนอื่นเห็นเท่าไหร่ แต่หากอยู่กันแค่สองคนเมื่อไหร่คาร์ลอสจะเป็นเหมือนหมาตัวโตที่ขี้อ้อนขึ้นมาทันที ทั้งมือไว ปากไว หากเขาคลอเคลียข้างแก้ม เป็นอันรู้กันว่าเขากำลังอ้อน แม้จะไม่ได้พูดอะไรออกมามากมายก็ตาม

ทั้งหมดนั่นคือสิ่งที่เป็นเขา คนที่ทำให้เธอตกหลุมรักแบบถอนตัวไม่ขึ้น คนที่เคยเป็นคนแปลกหน้า ตอนนี้เราทั้งคู่มีแค่คำว่ากันและกัน และตลอดไป

 

 

 

 

--------------- The End ---------------

 

 

 

 

--------------------

เป็นบทสรุปความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่ะ เย่~

เป็นยังไงกันบ้างคะกับฟิคเรื่องนี้ ความรู้สึกหลังอ่านตั้งแต่แรกจนจบเป็นยังไงมาคุยกันได้นะคะ พิมพ์มาเลยเราชอบอ่าน 5555 ติชมได้ไม่กัด เพื่อเอาไปปรับปรุงในผลงานเรื่องถัดไป(ถ้ามี) 

ชอบบทไหนเป็นพิเศษมั้ยคะ ส่วนตัวไรท์ชอบ 'ตอนพิเศษ 1' มากเลยค่ะ มันแบบหวานกรุบ เขียนครั้งเดียวแล้วตอนรีไรท์แทบไม่ต้องแก้อะไรเยอะเลยค่ะ(ทั้งที่ปกติตอนรีไรท์เราจะแก้เยอะมาก เพราะความขาดๆเกินๆ) แต่ในบทนั้นลงตัวและพอดีในตัวเองอยู่แล้ว เรียกได้ว่ากลมกล่อมสุดเท่าที่เคยเขียนมา (ฮา)

ตอนพิเศษสองตอนก่อนหน้าค่อนข้างกรุบกริบกันพอสมควร ในบทนี้ก็เลยขอแบบเบาๆ น่ารักๆ เนอะ 55555 

มีบท “คุยกับไรต์” แยกออกไปอีกบทด้วยนะคะ อยากให้อ่านกัน ในนั้นจะบอกความรู้สึกของคนเขียน วิเคราะห์ตัวละคร และอื่นๆ เข้าไปอ่านกันด้วยนะคะ ไหนๆก็อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว /ใกล้จะจากกันแล้วว (กะพริบตาปิ๊งๆ) 

 

 

แล้วก็มาแจ้งข่าวดีค่ะ! ไรต์ตัดสินใจแล้วว่าจะลงผลงานฟิคเรื่องนี้ในแพลตฟอร์มอื่น นั่นก็คือ Read A Write นั่นเอง~ ในเว็บนั้นลงเนื้อหาที่มัน…'หวานกรุบแบบเลือดกำเดาไหล' ได้น่ะค่ะ ด้วยความที่ไรท์เขียนฉากนั้นมาแล้วอ่ะเนอะ ตอนแรกไม่คิดจะลงเนื้อหานั้น แต่มีคนถามถึง ด้วยความเป็นชิปเปอร์เหมือนกันเลยเข้าใจความรู้สึกที่อยากเห็นคู่ชิปได้กันดีค่ะ (ฮา) 

ฉะนั้น เนื้อหา ‘หวานกรุบแบบเลือดกำเดาไหล’ จะมีลงเฉพาะใน Read A Write เท่านั้นนะคะ เข้าไปในเว็บแล้วเสิร์ชชื่อได้เลยใช้ชื่อเดียวกัน แต่คนละนามปากกา  ขอไม่แปะลิ้งก์นะคะ รู้สึกเหมือนจะผิดกฎของเว็บเด็กดี ;w; 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #36 Mynun9412 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2563 / 13:01
    ในรีทมีncด้วยใช่ไหมคะ ชอบทุกตอนเลย หาอ่านฟิคคู่นี้ยากกว่างมเข็มอีก ขอบคุณที่มาแต่งให้อ่านจนจบนะคะ ถ้ามีแพลนแต่งอีกจะติดตามไปเรื่อยๆนะคะ เดี๋ยวจะไปไล่อ่านในรีทอ่ะไรต์ด้วยย
    #36
    1
    • #36-1 เพราะฉันคือชิปเปอร์(จากตอนที่ 31)
      28 สิงหาคม 2563 / 15:57
      มุแง ขอบคุณนะคะ จริงๆในใจลึกๆก็ยังไม่มูฟออนจากคู่นี้เท่าไหร่(เป็นคู่ชิปอันดับหนึ่งในใจเลย) แอบคิดๆอยู่ว่าจะมีต่อดีมั้ย เพราะมีบางประเด็นยังไม่เคลียร์ และเอามาขยายได้อีก พอจะมีพล็อตในหัวอยู่รางๆด้วย ถ้ามีเดี๋ยวแจ้งนะคะ <3
      #36-1