[Fic Resident Evil] I GOT YOU (Carlos x Jill)

ตอนที่ 3 : บทที่ 3 U.B.C.S

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 116
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    18 ก.ค. 63



 

บทที่ 3 U.B.C.S

 

 

“ผมคิดว่าที่นี่น่าจะปลอดภัยแล้ว” คาร์ลอสพูดขึ้นเมื่อเขาพาหญิงสาวมายังที่แห่งหนึ่ง เขาปล่อยแขนจากหญิงสาวที่ดูเหมือนจะยืนด้วยตัวเองได้แล้ว

“หวังว่านะ” จิลพูดขึ้นพร้อมกับหอบหายใจถี่อย่างเหน็ดเหนื่อย

“เรากำลังทยอยพาผู้รอดชีวิตมาที่นี่” คาร์ลอสอธิบายพร้อมกับชี้ไปยังอีกทางหนึ่ง

“ที่นี่? คือที่ไหน?” จิลที่ได้รับบาดเจ็บอยู่เธอรู้สึกเบลอไปหมดจนแทบจะไม่ได้มองตามเส้นทางที่เขาพาเธอมา เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหนแล้ว เธอกวาดสายตามองไปรอบกายจึงพบว่านี่คือสถานีรถไฟฟ้า

“คนของผมใช้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นที่หลบภัยจากข้างนอกนั่น” จบประโยคเขาก็เดินไปที่ด้านหลังของจิลซึ่งเป็นนอกอาคารเพื่อดูสถานการณ์ข้างนอกอย่างระวังตัว เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครตามมา เขาก็เดินมาหยุดยืนอยู่ข้างๆเธออีกครั้ง “ปลอดภัยแล้ว”

ชายหนุ่มยื่นแขนออกไปหาตัวเธอหมายจะประคองอย่างที่ทำเมื่อครู่ แต่หญิงสาวยกแขนขึ้นกันไว้ได้ทันก่อนที่เขาจะโดนตัวเธออีกครั้ง

“ไม่เป็นไร” เธอไม่ได้รังเกียจเขา แต่แค่ไม่ชอบให้คนแปลกหน้ามาโดนตัว

“พื้นที่ส่วนตัวสินะ ผมเข้าใจ” เขาได้โอกาสมองเห็นใบหน้าของผู้หญิงที่เขาเพิ่งช่วยชีวิตไว้เมื่อครู่ ผมสั้นดูทะมัดทะแมงแต่ยิ่งขับให้องค์ประกอบบนใบหน้าดูสวยคมชัดยิ่งขึ้น ใบหน้าดูรั้น ท่าทางจะเป็นคนที่หยิ่งในตัวเองอยู่พอสมควร “งั้นไปกัน”

คาร์ลอสพูดจบก็เดินนำเธอไปที่ทางเข้าสถานีรถไฟฟ้า แต่ทว่ากลับมีประตูเหล็กม้วนปิดไว้อยู่ “บ้าเอ้ย ใครมันปิดประตูเนี่ย” คาร์ลอสบ่นก่อนจะเปลี่ยนมาเข้าทางประตูเล็กที่อยู่ข้างๆแทน

“เราคงต้องอ้อมไปหน่อย” เขาพูดขึ้นเมื่อเธอเดินตามเขามาที่หน้าประตู ประตูมันล็อคอยู่แต่เขาใช้ด้านข้างตัวเองกระแทกมันเพียงไม่กี่ทีประตูก็เปิดออก

“คุณรู้อะไรเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดตัวนั้นมั้ย?” จิลถามเขาขึ้นมา สองเท้าก้าวเดินตามเขาไปในห้องนั้นที่ดูเหมือนจะเป็นห้องเก็บอุปกรณ์ มันเป็นห้องที่มีทางเดินแคบๆ แต่ข้างทางมีอุปกรณ์ซ่อมแซมวางเรียงรายอยู่

“ไม่เลย เพิ่งเคยเห็น ไม่ใช่ซอมบี้ทั่วไปแน่ เหมือนมันต้องการอะไรบางอย่างและจะไม่หยุดจนกว่าจะได้ในสิ่งที่มันต้องการ”เขาวิเคราะห์สัตว์ประหลาดตัวนั้น ก่อนจะพูดต่อ “สเป็กคุณเป็นผู้ชายแบบนั้นเหรอ?” คาร์ลอสถามติดตลกแต่ยังคงจ้ำอ้าวเดินหน้าต่อไปไม่หันกลับมามองเธอที่ใบหน้าเหยเก

“ไม่ล่ะ เอาไปเหอะ” จิลตอบกลับอย่างรู้สึกรังเกียจ สิ่งที่มันต้องการก็คือฆ่าคนในหน่วย S.T.A.R.S ที่ยังมีชีวิตรอดอยู่ซึ่งก็คือเธอ เหมือนที่แบรดบอกเธอไว้ เธอหนีตายจากมันตั้งแต่ที่อพาร์ทเม้นจนมาถึงลานจอดรถ และตอนนี้มันยังไม่มีทีท่าว่าหยุดตามเธอเหมือนที่คาร์ลอสคาดเดาไว้ จนกว่ามันจะได้ชีวิตเธอ

“ฟังนะ ผมรับปากเลยว่าหลังจากนี้คุณปลอดภัยแน่ ผมมาจากumbrella biohazard countermeasure service หรือเรียกสั้นๆว่าU.B.C.S. ก็ได้”

“อะไรนะ? พูดเป็นเล่น?!” จิลแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าคนที่มาช่วยเธอเมื่อครู่กลับเป็นคนจาก Umbrella ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความวินาศสันตโรทั้งหมดนี่ เธอหยุดฝีเท้า “พวกคุณนี่แหละคือสาเหตุของเรื่องทั้งหมดนี่!”

ทำไมเธอถึงไม่สังเกตเห็นแต่แรกนะว่าแม้กระทั่งเสื้อทหารที่เขาใส่ยังมีสัญลักษณ์ของ Umbrella ปักอยู่

“ใจเย็นก่อน คุณกำลังพูดเรื่องอะไรน่ะ? เรามาที่นี่เพื่อช่วยคน เกี่ยวอะไรกับอัมเบรลล่า?” คาร์ลอสที่วิ่งนำเมื่อเห็นว่าเสียงของเธอไกลออกไปจึงหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมามอง เขาทำหน้าไม่เข้าใจว่าหญิงสาวที่เขาช่วยชีวิตไว้พูดเรื่องอะไรอยู่ ทั้งที่เขาได้รับคำสั่งมาจากบริษัทอัมเบรลล่าให้มาช่วยคนแท้ๆ แต่เป็นบริษัทของเขาเองงั้นเหรอที่ทำให้เกิดเรื่องราววุ่นวายนี้ขึ้น? มันแทบจะเป็นไปไม่ได้

“เกี่ยวอะไรกับอัมเบรลล่างั้นเหรอ? ก็บริษัทคุณนั่นแหละที่ทำให้ทุกคนติดเชื้อกันทั้งเมือง!” จิลรู้สึกโมโห ไม่รู้ว่าเขาไม่รู้เรื่องจริงๆหรือแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องกันแน่

“ผมไม่รู้ว่าคุณไปรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหน” คาร์ลอสคิดว่าเธอคงเข้าใจอัมเบรลล่าผิดไปแน่ “คุณไม่ต้องเชื่อผมก็ได้ แต่ผมกำลังไปที่พัก จะมาด้วยมั้ย?”

ชายหนุ่มพูดตัดบท ดูจากน้ำเสียงที่เธอพูดท่าทางจะแค้นเคืองอัมเบรลล่าอยู่มาก หากเขาอธิบายอะไรไปตอนนี้เธอคงไม่ฟังแน่

จิลไม่ตอบอะไร เธอนิ่งไปอย่างครุ่นคิด ไม่นานสองเท้าก็ออกเดินตามเขาไปอย่างระมัดระวัง ตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนอกจากต้องตามเขาไปก่อน

“ทางนี้” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่พูดอะไรแถมยังเดินมาหาเขา จึงถือว่านั่นเป็นคำตอบ คาร์ลอสเดินลงบันไดสุดทาง เมื่อเปิดประตูที่อยู่หน้าบันไดก็พบกับรถไฟขบวนหนึ่งที่จอดนิ่งอยู่ด้านล่าง ต้องลงบันไดไปอีกชั้นจึงจะถึงตัวรถไฟ เขาวิ่งเหยาะๆเพื่อเข้าไปในตู้รถไฟคันหนึ่ง ซึ่งหญิงสาวก็ตามเขามาติดๆ

ตู้รถไฟคันนี้ดูโล่งและสะอาดตากว่าที่เธอคิดไว้ ด้านในมีชายแก่คนหนึ่งนั่งอยู่ เขาดูภูมิฐานอยู่ในชุดทหารเช่นเดียวกันกับคาร์ลอส เพียงแต่เขาดูยศใหญ่กว่า

“หัวหน้าครับ สุภาพสตรีคนนี้ต้องการให้ช่วย” คาร์ลอสกล่าวกับผู้ชายคนนั้น ก่อนที่เขาจะนั่งลงคุกเข่ากับพื้นข้างหนึ่งเพื่อเช็คกล่องเก็บอาวุธซึ่งวางอยู่ข้างผู้เป็นหัวหน้า

“คาร์ลอส นายไม่คิดจะถามชื่อของสุภาพสตรีคนนี้ก่อนรึไง” หัวหน้าที่ว่าหันไปคุยกับคาร์ลอสก่อนจะเลื่อนสายตามามองที่เธอ “สุภาพสตรีคนนี้เธอเป็นถึงเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการแถวหน้าของกรมตำรวจเมืองแรคคูน สังกัดspecial tactics and rescue service เลยนะ ชื่อของเธอ...อะไรซักอย่าง แต่นามสกุลวาเลนไทน์”

“ฉันชื่อจิลค่ะ” จิลแนะนำตัวเองสั้นๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่ฝั่งตรงข้ามของเขา

“ยินดีที่ได้รู้จักจิล ผมเป็นหัวหน้าหน่วย U.B.C.S. ชื่อมิคาเอล วิคเตอร์ ทีมของผมถูกส่งมาเพื่อช่วยประชาชน” เขาพูดพลางชี้ไปทางตู้รถไฟอยู่อยู่ถัดไปทางขวามือ ทว่าความเจ็บปวดจากรอยแผลที่หน้าท้องทำให้เขาต้องหดมือกลับมากุมมันไว้ จิลเพิ่งสังเกตเห็นว่าเขาได้รับบาดเจ็บอยู่ มีเลือดสีแดงสดเปรอะเปื้อนเสื้อเกราะกันกระสุนที่เขาใส่

“งั้นเหรอคะ.. แล้วเป็นยังไงบ้าง?” จิลยังคงไม่เชื่อใจคนจากอัมเบรลล่าอยู่ดี อย่างน้อยพวกตำแหน่งสูงๆ อาจจะมีส่วนรู้เรื่องราวเบื้องหลังของบริษัทตัวเองก็ได้

“เมืองนี้เหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ประชาชนนับแสนต้องมาล้มตาย ไม่สิ ต้องบอกว่าตายแต่กลับมาเดินได้ ทีมของผมสูญเสียไปเยอะ แค่ช่วยให้พวกเขารอดก็เกินความสามารถผมแล้ว”

“ต้องขอบคุณคนที่ส่งคุณมาแล้ว” จิลพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าแอบจิกกัดอัมเบรลล่า บริษัทนี้ส่งทีมมาช่วยเหลือประชาชน ทั้งที่มันเป็นคนอยู่เบื้องหลังการติดเชื้อ ที่ทำแบบนี้ก็คงเพื่อหวังสร้างภาพลักษณ์ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผู้รอดชีวิตจากการช่วยเหลือของทีมอัมเบรลล่าอยู่ดี

“ใช่ เราทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ถ้าเราสามารถทำให้รถไฟขบวนนี้กลับมาเคลื่อนตัวอีกครั้ง เราก็จะสามารถอพยพผู้รอดชีวิตในเมืองนี้ออกไปได้ แต่เราต้องการให้ช่วย ลำพังคนของผมทำเองไม่ได้” มิคาเอลมองคนตรงหน้า ถึงแม้จะไม่ได้ขอให้เธอช่วยตรงๆก็ตาม แต่จิลรู้ดีว่าเขาหมายความว่ายังไง

“ก็ได้ ฉันเอาด้วย” เธอเสียเวลาคิดเพียงเล็กน้อยก่อนจะตอบรับ ยังไงซะการช่วยเหลือประชาชนก็สำคัญกว่า ถึงแม้อีกฝั่งจะเป็นคนของอัมเบรลล่าก็ตาม “แต่ฉันไม่ได้อยู่ข้างเดียวกับพวกคุณนะ” จิลลุกขึ้นมาจากที่นั่ง สายตาแข็งกร้าวจ้องไปยังมิคาเอล ประกาศฝั่งชัดเจน

“เฮ้ ใจเย็น ยังไงซะเราก็มีจุดหมายเดียวกัน” คาร์ลอสพูดปรามเมื่อเห็นท่าทางแบ่งฝักแบ่งฝ่ายของเธอราวกับเธอกำลังจะหาเรื่อง

“ขอบใจนะจิล” มิคาเอลพูดแบบนั้น แต่สายตากลับมองไปทางอื่น เหมือนกำลังขบคิดเรื่องราวมากมายอยู่ในใจอย่างสับสน อะไรบางอย่างที่ไม่มีใครคาดเดาได้

“เอาล่ะคุณตำรวจคนเก่ง เอานี่ไป เราจะได้เอาไว้ติดต่อกัน” คาร์ลอสยืนขึ้นแล้วส่งวิทยุสื่อสารให้เธอ ซึ่งจิลก็รับมันมาแต่โดยดี

“ฉันรู้น่าว่าวิทยุสื่อสารมันเอาไว้ทำอะไร” จิลตอบกลับอย่างท้าทาย เธอไม่ชอบวิธีการที่เขาเรียกเธอว่า ‘ตำรวจคนเก่ง’ ทั้งที่เพิ่งเจอกันนี่เลย ไหนจะใบหน้าคมคายดูมีมาดอย่างหนุ่มเจ้าเสน่ห์ ยามที่พูดก็แฝงด้วยถ้อยคำกวนประสาทนิดๆ และยิ่งอีกฝ่ายเป็นคนของอัมเบรลล่า ทำให้เธอรู้สึกไม่ชอบขึ้นมา

คาร์ลอสอดที่จะยกยิ้มให้กับจิลที่ทำท่าทางอวดดีนั่นไม่ได้ ดูเหมือนว่าเธอคนนี้น่าจะหยิ่งในตัวเองและหัวรั้นพอตัวเลย เธอเป็นถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง น่าจะมั่นใจในฝีมือตัวเองมากพอสมควร เขาไม่ถือสาที่เธอทำท่าทางตั้งแง่กับเขา ก็เหมือนกับคำที่เขาพูดเอาไว้ว่าเรามีจุดหมายเดียวกัน

“อันดับแรกต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ขึ้นไปข้างบนน่าจะมีของที่พอใช้งานได้อยู่” คาร์ลอสพูด

จิลพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกจากตู้รถไฟนี้เพื่อขึ้นไปยังถนนใหญ่ ตอนนี้เธอพร้อมที่จะออกปฏิบัติการทำให้ขบวนรถไฟฟ้าใต้ดินนี้กลับมาใช้งานได้อีกครั้งแล้ว

 

 

 

------------------------------------------------------------

มีใครสังเกตท่าทางอวดดีของจิลจากในเกมบ้างมั้ยคะ 55555 ฉันล่ะอย่างชอบ พอๆกับตอนที่คาร์ลอสยิ้มกรุ้มกริ่มให้นาง หนีไม่พ้นสายตาของชิปเปอร์หรอกนะ! บวกความมโนใส่เข้าไปหน่อยๆ ตีความกันอร่อยเลยทีเดียว

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #23 Mynun9412 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 08:46
    ช่าย ชอบทำหน้ากรุ่มกริ่มใส่ เห็นหล่อๆอิฉันก็ชิปซะเลย5555
    #23
    0
  2. #4 ขุนนน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 15:48
    คาร์ลอสชอบยิ้มกรุ่มกริ่มใส่จิลจริงๆค่ะ 555555555
    #4
    2
    • 2 พฤษภาคม 2563 / 16:14
      ตัวเองรู้ตัวเปล่าว่าเป็นนักอ่านที่น่ารักมากเลย แค่เม้นเดียวทำเค้า Made my day ไปทั้งวันเลย เหมือนเจอเพื่อนมาหวีดด้วยกันอ่ะแง 55555 รู้สึกปิ๊มปิ่ม
      #4-1