[Fic Resident Evil] I GOT YOU (Carlos x Jill)

ตอนที่ 29 : ตอนพิเศษ 1 เติมเต็ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    24 ส.ค. 63

 

ตอนพิเศษ 1 เติมเต็ม

 

ว่ากันว่าคนที่ทำงานในแวดวงตำรวจจะดื่มเก่ง คนที่มีเพื่อนผู้ชายเยอะจะดื่มเหล้าเก่ง คงไม่ผิดถ้าจะบอกว่าจิลเป็นคนที่มีทั้งสองอย่างนั้น ก็เธอทั้งทำงานในกรมตำรวจแถมยังมีเพื่อนผู้ชายเยอะจบนับไม่ไหว กลับกันจำนวนเพื่อนผู้หญิงแทบจะนับนิ้วได้เลยก็ว่าได้ บางครั้งการทำงานในอาชีพนี้ก็ต้องพบเจอกับเรื่องเคร่งเครียด บางทีก็มีเพื่อนชวนดื่มบ้าง บางทีก็ได้ดื่มกับหนึ่งในโจทก์ที่ปิดคดีได้บ้าง

เธอคงจะไม่มานั่งอยู่ตรงนี้เพียงเพราะบังเอิญว่าคาร์ลอสซื้อเบียร์มาฉลอง ใช่ ถ้าเขาแค่ซื้อเบียร์มาฉลอง เพราะนอกจากเขาจะถามเธอว่าดื่มเป็นไหม แล้วยังทำหน้าตาตลกเมื่อได้ยินว่าเธอดื่มเก่งกว่าที่คิด

ใบหน้าขาวของหญิงสาวขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์ ภายในห้องที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ โต๊ะไม้เคลือบสีน้ำตาลเข้มภายในห้องของโรงแรมมีกระป๋องเบียร์วางระเนระนาดอยู่บนโต๊ะอย่างที่คนทั้งสองไม่คิดจะยอมแพ้ ตอนนี้ในหัวเธอรู้สึกมึนๆขึ้นมาเล็กน้อย แต่เธอจะแสดงท่าทีใกล้แพ้ของตัวเองออกมาไม่ได้ เพราะชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามยังไม่มีท่าทีรู้สึกรู้สากับสิ่งที่ดื่มเข้าไปราวกับเป็นน้ำเปล่านั่นเลย

“ผมว่าพอแค่นี้ดีกว่า” คาร์ลอสเอ่ยปากขึ้นเมื่อเห็นจิลนั่งนิ่งไปราวกับเหม่อลอยแบบนั้น ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อของคนตรงหน้าคล้ายกับใกล้จะเมาเต็มที 

“ไม่มีทาง!” ก็แค่รู้สึกมึนๆนิดหน่อยเอง ถึงอย่างนั้นก็แอบรู้สึกเจ็บใจขึ้นมาไม่ได้ ทั้งที่มั่นใจว่าตัวเองดื่มเก่ง เพราะเพื่อนร่วมงานทุกคนต่างก็บอกเธอแบบนั้น และนี่ก็เป็นสิ่งที่เธอมั่นใจมากแท้ๆ

“ถ้าคุณอยากชนะมากขนาดนั้น ผมยอมแพ้ก็ได้” เขาพูดอย่างจนใจ ผู้หญิงตัวเล็กๆ(เมื่อเทียบกับเขา) จะมาสู้กับผู้ชายตัวใหญ่ที่ผ่านสมรภูมิวงปาร์ตี้แบบเขาได้ยังไงกันล่ะ

“นี่นายดูถูกฉันอยู่เหรอ?” จิลถามอย่างหาเรื่อง ใบหน้าที่ขึ้นสีก็บูดบึ้งเมื่อได้ยินว่าเขาขอยอมแพ้ง่ายๆ ทั้งที่ตัวเองยังไม่รู้สึกถึงฤทธิ์แอลกอฮอลล์เลยด้วยซ้ำ 

“ไม่ใช่แบบนั้น ผมเป็นห่วงคุณต่างหาก” กลับกันเขารู้ฤทธิ์ของสิ่งที่ดื่มไปอย่างดีเลยเป็นห่วงเธอ เขารู้ดีว่าการตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกหนักอึงที่หัวมันเป็นยังไง แต่นั่นก็เป็นความรู้สึกที่นานมาแล้วล่ะนะ สมัยที่ยังดื่มไม่เก่งและอยากลองลิมิตของตัวเอง แน่นอนว่าเขาไม่ได้สัมผัสความรู้สึกนั่นมาหลายปีแล้ว

“เป็นห่วงทำไม ฉันดูแลตัวเองได้”

คาร์ลอสลุกจากเก้าอี้แล้วเดินไปดึงแขนของจิลให้ลุกขึ้นมา เธอขืนแรงเล็กน้อยแต่ก็ยังแพ้แรงของเขาอยู่ดี ลุกขึ้นมาได้เธอก็ซวนเซไปนิดหน่อยแต่เพราะเขาจับไว้อยู่เลยไม่ล้ม แล้วแบบนี้จะให้เขาเชื่อคำพูดที่บอกว่า ดูแลตัวเองได้ ของเธอได้ยังไงกัน

“นี่เหรอคนที่บอกว่าดูแลตัวเองได้ แค่ลุกขึ้นยืนเฉยๆยังเซเลย”

“เพราะลุกขึ้นมากะทันหันต่างหาก” จิลตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ แต่ก็ยอมเดินไปตามแรงที่คาร์ลอสพยุงอยู่ดี  แต่ทำไมเธอจะไม่รู้ตัวเองล่ะว่าเมาหรือไม่เมา เธอยังมีสติดีครบถ้วนทุกอย่างแค่มึนเล็กน้อยเท่านั้นเอง และบังเอิญตอนที่คาร์ลอสดึงเธอให้ลุกเธอก็ซวนเซไปเพราะกะทันหันแค่นั้นเอง คล้ายกับคนที่หน้ามืดเพราะอยู่ๆก็ลุกขึ้นอะไรแบบนั้น

“ไปนอนเถอะ เดี๋ยวผมเก็บกวาดเอง” เขาพูดเมื่อพาร่างของเธอมายังโซนที่เป็นห้องนอนได้แล้ว 

ห้องของโรงแรมนี้ค่อนข้างใหญ่ มันแบ่งโซนเอาไว้อย่างเป็นสัดส่วนแม้ไม่ได้กั้นห้องเป็นเรื่องราว จุดที่เขาดื่มกับจิลอยู่ด้านหน้าของห้อง เมื่อเดินเข้าไปข้างในอีกหน่อยหลังชั้นวางของที่ถูกแบ่งเป็นช่องขนาดใหญ่ก็จะเจอกับเตียง เขาตั้งใจจองไว้เพื่อพาเธอมาเที่ยวอีกเมืองที่ไกลออกไปจากเมืองบาราน ไกลจากคนรู้จักทุกคน และไกลจากเรื่องอัมเบรลล่า เพราะเขาตั้งใจจะพักผ่อนกับเธออย่างจริงจัง

ทว่ามาถึงนี่วันแรกจิลก็ดันเข้าใจผิดว่าเขาไปท้าทายเธอว่าคออ่อนซะอย่างนั้น จากที่ตอนแรกกะจะดื่มพอให้หอมปากหอมคอกลับกลายเป็นแข่งกันดื่มกับเธอไปได้ ถึงแม้ตอนแรกจะอยากรู้อยู่เหมือนกันว่าตำรวจสาวดื้อด้านคนนี้จะดื่มเก่งอย่างที่พูดไว้รึเปล่า แต่สุดท้ายก็ไม่เก่งไปกว่าเขาอยู่ดี และดูเหมือนเธอจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆซะด้วย นั่นทำให้เขาต้องรีบตัดปัญหาด้วยการขอยอมแพ้ไปแบบดื้อๆแทน

“ฉันจะบอกให้ว่าฉันไม่ได้เมาหรอกนะ” เธอพูดอย่างจริงจัง ทว่าภาพตรงหน้าก็ดูโคลงเคลงซะเหลือเกิน เธอเห็นเตียงนอนอยู่ตรงหน้าแบบที่เดินอีกสามสี่ก้าวก็จะถึงอยู่แล้ว แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าคนที่พยุงเธออาจจะคิดว่าเธอเมาอยู่เลยพูดขึ้นมาอย่างไม่ยอมแพ้ อีกทั้งยังขืนตัวไม่ยอมเดินไปตามที่เขาต้องการอีก

“งั้นลองยืนเฉยๆแบบไม่เซให้ผมดูหน่อย” คาร์ลอสกล่าวอย่างท้าทาย มือที่เคยพยุงแขนก็ค่อยๆคลายออกช้าๆ เมื่อเห็นว่าเธอคงไม่ยอมรับง่ายๆ งั้นคงต้องทำให้เธอรู้สึกตัวซะหน่อย 

โชคดีของตำรวจสาวมั้งที่ปรับการทรงตัวได้ตั้งแต่คาร์ลอสพยุงเธอขึ้นมา ทำให้ตอนนี้เธอสามารถยืนตรงได้โดยไม่ซวนเซ นั่นทำให้เธอยกยิ้มอย่างผู้ชนะให้คนที่ยืนอยู่ข้างๆ

“โอเค งั้นจะดื่มต่อไหมล่ะ?” ก็ในเมื่อเธอพิสูจน์แล้วเขาจะทำอะไรได้ ร่างสูงของเขาหมุนตัวกำลังจะเดินออกไปยังโต๊ะตัวเดิม ทว่ากลับโดนรั้งไว้ด้วยมือเรียวที่จับแขนของเขา

“ไม่เอา” นั่นทำให้เขามองเจ้าของมืออย่างงุนงง สายตาของเธอมองมาที่ใบหน้าของเขาแต่ไม่ได้สบตา “อยากจูบ”

พร้อมกันนั้นหญิงสาวก้าวเข้ามาหาเขาในระยะประชิด มือที่จับแขนของเขาก็คลายออกเปลี่ยนเป็นวางอยู่บนสันคาง เธอดึงใบหน้าของเขาให้โน้มลงมาและประทับริมฝีปากนุ่มลงบนริมฝีปากของเขา

ทว่าการจูบของเธอต่างจากครั้งก่อน เมื่อเธอไม่ยอมถอนจูบออกไปในทันที ทั้งยังขบเม้มริมฝีปากของเขาเหมือนจะหยอกเย้า คนตัวสูงสะท้านให้กับการหัดรุกของเธอ ความปรารถนาที่พุ่งขึ้นมามากขึ้น แต่ก็ยังยอมข่มตัวเองเพื่อให้เธอได้รุกเขาได้เต็มที่

ทันทีที่เธอถอนจูบออกไป ไม่มีถ้อยคำใดๆ มีเพียงดวงตากลมของเธอสบกับเขาราวกับจะถามว่าเธอทำได้ดีมั้ย? นั่นทำให้เขาไม่สามารถอดทนต่อความปรารถนาของตัวเองได้อีกต่อไป ได้แต่ครางรับในลำคอก่อนจะก้มลงบดจูบเธออย่างหนักหน่วง มือหนาก็รั้งเอวของเธอเข้ามาหาตัวของเขาอย่างแนบแน่น

หญิงสาวเคลิบเคลิ้มกับรสจูบของเขาชั่วขณะ เธอสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกเหมือนตัวเองลอยขึ้นจากพื้น  พร้อมกับที่เขาถอนจูบออกไป ใบหน้าคมเข้มนั่นยังอยู่ไม่ไกลจากเธอ ทว่าเธอมองเห็นสายตาที่เว้าวอนต่ออะไรบางอย่างจากเธอได้ เธอไม่ได้ไร้เดียงสาจนไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นเพียงแต่ไม่คิดว่ามันจะเลยเถิดมาถึงตรงนี้

คาร์ลอสวางเธอนอนลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล ร่างของเขาตามเข้าทาบทับเพื่อไม่ให้เธอหนีไปไหนได้ เขาเห็นแววตาตื่นตระหนกของเธอ จึงก้มลงจูบที่หน้าผากอย่างปลอบประโลม

“คุณบอกว่าคุณไม่ได้เมา?” เขาถามเธออีกครั้ง ใบหน้าสวยหวานที่แดงเข้มของเธอพยักหน้ารับช้าๆ เป็นปฏิกิริยาที่น่ารักในสายตาคนดู

“งั้นเตรียมรับผลจากสิ่งที่ตัวเองทำไว้ด้วย” เสียงแหบพร่าของเขากระซิบที่ข้างหูเธอ ราวกับจะให้ถ้อยคำนี้ตราตรึงลงในใจของคนฟัง

 

 

เธอรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อแสงแดดสาดกระทบเข้ามาในห้องจากหน้าต่างที่ไม่ได้ดึงม่านปิดไว้ คนข้างๆที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่านอนพลิกกายหันมาทางเธอนั้นทำให้ภาพสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนยังชัดอยู่ภายในใจ

จริงอยู่ที่เธออายุยี่สิบหกในปีนี้แล้ว ทว่าเธอกลับไม่เคยมีประสบการณ์ด้านความรักมาก่อนเลย ไม่ว่าจะทั้งทางกายหรือใจ ทั้งชีวิตของเธอมีแต่เรียนและทำงาน จริงที่มีคนเข้ามาเป็นตัวเลือกให้เธอมากมายแต่กลับไม่มีใครเข้ามาในใจของเธอได้เลย คงเพราะเธอไม่เปิดรับใครด้วยล่ะมั้ง แต่คาร์ลอสเป็นคนแรกที่นอกจากจะเข้ามาในใจของเธอได้แล้วยังคนที่เข้ามาทำให้เธอรู้จักความรู้สึกอบอุ่นแบบที่หาไม่ได้จากเพื่อนหรือคนรู้จัก เธอมั่นใจว่าเธออยู่คนเดียวและดูแลตัวเองได้เพราะเธอก็เป็นอย่างนี้มาตลอด ทว่าเมื่อมีเขาเข้ามาในชีวิตเธอกลับชอบความรู้สึกปลอดภัยเวลาที่มีเขาอยู่ข้างๆมากกว่า

หากมองคาร์ลอสเพียงแวบแรก ไม่ได้ทำความรู้จัก คนอื่นอาจมองว่าเขาดูขบถด้วยหน้าตาที่คมเข้ม ตัวก็สูงและมัดกล้ามทั่วตัวดูดิบเถื่อนอย่างนั้น แต่จริงๆเธอรู้สึกว่าเขาเป็นผู้ชายที่อบอุ่น เขาอาจจะแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา หรือใช้คำพูดที่กวนไปบ้าง และเมื่อคืนเขาอาจจะเอาแต่ใจในเรื่องนั้นนิดหน่อย แต่เขาก็อ่อนโยนกับเธอมากอยู่ดี เขาเป็นเหมือนคนที่คอยสอนอะไรๆให้เธอทั้งการแสดงออกเรื่องความรักในด้านร่างกายและจิตใจ

หญิงสาวใช้โอกาสนี้สำรวจใบหน้ายามหลับของคนข้างกาย เรือนผมสีดำเข้มปรกลงมาที่ใบหน้าแต่ไม่สามารถบดบังเสน่ห์ของเขาได้เลย เขามีขนตายาวราวกับผู้หญิง ทว่าสิ่งนี้แหละที่ทำให้ตาของเขาดูหวานขัดกับส่วนอื่น จมูกโด่ง ริมฝีปากหนา หนวดเคราที่คลุมไปทั่วสันกราม ผิวสีเข้ม ไหนจะมัดกล้ามแน่นที่เมื่อสะท้อนแสงจากเหงื่อยิ่งทำให้เขาดูเป็นผู้ชายเซ็กซี่น่าหลงใหล บ่ากว้างเห็นไหปลาร้ามีรอยฟันของเธอประทับอยู่ เขามีขนหน้าอกประปรายอยู่บนแผ่นอกกว้าง ขนที่ท้องน้อยอยู่บนร่องกล้ามเนื้อชัดเป็นสัดส่วนลากยาวลงไปถึงช่วงล่างที่หายเข้าไปใต้ผ้าห่ม

ลมหายใจเธอสะดุดกึกเมื่อมองลงไปถึงตรงนั้น โชคดีที่มีผ้ามห่มบังเอาไว้ แม้จะหมิ่นเหม่เหลือเกิน ไม่งั้น... 

หญิงสาวดึงสายตากลับมาที่หน้าอกอันหนั่นแน่นของคนตรงหน้า ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยเห็นคนที่หุ่นกำยำอย่างเขา แต่เธอรู้สึกว่าไม่เคยเห็นใครที่ดูดีได้อย่างเขาเลยต่างหาก

มือเรียวของเธอเอื้อมขึ้นบีบที่กล้ามเนื้อหัวไหล่เขาเบาๆอย่างสงสัย แล้วเธอก็ได้พบกับคำตอบ ว่ามันอัดแน่นไปด้วยมวลกล้ามเนื้อกระชับแน่น และนั่นก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่คนถูกจับลืมตาตื่นขึ้นมา

หญิงสาวสะดุ้งตกใจหดมือกลับ สายตาหลุกหลิกราวกับเด็กที่กระทำความผิด “ขอโทษที ทำให้นายตื่นรึเปล่า”

“ไม่หรอก ตื่นนานแล้ว” คนตอบอมยิ้มให้เธอในแบบที่ชอบทำ “แต่ถ้าไม่แกล้งหลับก็ไม่รู้ว่าโดนตำรวจลวนลาม”

“ไม่ได้ลวนลามซะหน่อย” เธอปฏิเสธทั้งที่โดนจับได้คาหนังคาเขา คนตัวสูงได้แต่หัวเราะให้กับท่าทีของเธอก่อนจะพูดขึ้น 

“คุณรู้มั้ยว่าการตื่นขึ้นมาโดยไม่มีความรู้สึกกังวลมันดีมากแค่ไหน”

“รู้สิ” เธอยิ้มบางๆ  รู้ดีว่าเขาหมายถึงเรื่องของอัมเบรลล่า เพราะหลังจากที่เกิดเรื่องบนภูเขาอาร์คเล่ย์เธอแทบจะไม่เคยได้นอนหลับอย่างใจเช่นนี้มาก่อน คาร์ลอสก็คงคิดแบบเดียวกัน

“ยิ่งตื่นมาแล้วเห็นหน้าคุณผมยิ่งรู้สึกว่ามันดีสุดๆ” นั่นเป็นประโยคที่ทำให้เธอยิ้มกว้างกว่าเดิม คาร์ลอสเป็นคนปากหวาน เธอรู้ดี แต่เธอก็คิดเช่นเดียวกันกับเขา เธอตื่นขึ้นมาโดยมีเขาอยู่ข้างกาย มันรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก คิดแบบนั้นเธอก็ขยับตัวเอาหัวซุกแนบอกแกร่งของคาร์ลอส

“คุณเคยบอกว่าไม่ใช่สาวหวาน”

“ก็ไม่ใช่”

“แต่ทำไมผมรู้สึกเหมือนกำลังโดนอ้อน” เธอควรจะรู้สึกขัดเขินกับประโยคนั้นของเขา แต่เธอกลับไม่รู้สึกอย่างนั้น คงเพราะเขาพูดเรื่องจริง... เธออาจกำลังอ้อนเขาอยู่ก็ได้

“ไม่ใช่ซะหน่อย” เธอปฏิเสธไม่จริงจังนัก “ฉันแค่ชอบอยู่ในอ้อมกอดของนายต่างหาก”

คนตัวใหญ่กว่าอมยิ้มกับคำตอบของเธอ มือหนาเอือมไปโอบหลังของหญิงสาวแน่นขึ้น เขารู้สึกได้ถึงผิวนุ่มของเธอที่สัมผัสโดนตัวของเขา ร่องรอยประทับสีเข้มที่เขาฝากฝังเอาไว้บนผิวขาวของเธอยังคงเห็นเด่นชัด

“ผมรักคุณนะจิล” น้ำเสียงเบาราวกับกระซิบ ทว่ามั่นคงและหนักแน่นทำให้หัวใจของเธอพองโตขึ้นมาราวลูกโป่งที่ได้รับลมฉีด

“ฉันรู้...” จิลยิ้มกว้างกับอกแกร่งอย่างรู้สึกยินดี เธอรู้ว่าเขารู้สึกยังไง ถึงแม้ที่ผ่านมาเขาจะไม่ได้พูดมันออกมา แต่การกระทำทุกอย่าง ทุกประโยคที่เขาพูด เขาสื่อออกมาให้เธอรู้มาโดยตลอด “ฉันก็รักนาย”

ประโยคสั้นๆแต่พลังทำลายล้างรุนแรง ความรู้สึกนี้เป็นสิ่งที่สั่งให้เขายอมทำทุกอย่าง ความรู้สึกที่เขาไม่เคยรู้สึกกับใครมากมายขนาดนี้มาก่อน

 “ผมรู้ว่าคุณคงไม่ยอมหยุดไล่ตามอัมเบรลล่าง่ายๆ ผมจะไม่ขอให้คุณละทิ้งอุดมการณ์ของตัวเอง แต่แค่อยากให้รู้ว่าผมไม่มีทางปล่อยให้คุณลุยคนเดียวแน่ คุณยังมีผม”

“ขอบคุณนะ” เธอรู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก คาร์ลอสเป็นคนที่อยู่เคียงข้างเธอมาโดยตลอดไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไร เขาไม่สนว่าตัวเองจะอยู่ในอันตรายรึเปล่า เขาเพียงแค่ทำทุกอย่างเพื่อได้ยืนอยู่ข้างเธอ แม้เส้นทางตรงหน้าจะไม่ได้ราบรื่น แถมยังเต็มไปด้วยอันตราย

มือหนาลูบศีรษะเธอเบาบางราวกับเธอเป็นเด็กน้อยในอ้อมอก แต่เธอก็รู้สึกดีเหลือเกิน อดคิดไม่ได้ว่า หากวันนั้นเธอปฏิเสธเขาไปจะเป็นอย่างไร เธอจะยังคงได้มาอยู่จุดนี้กับเขารึเปล่า เธอจะรู้จักกับความรักเหมือนในตอนนี้รึเปล่า

“คิดอะไรอยู่?” คาร์ลอสถามเมื่อเห็นเธอนิ่งเงียบไป

“แค่คิดว่าถ้าวันนั้นฉันไม่ตอบตกลงเป็นแฟนกับนายจะเป็นยังไง”

“ไม่มีทาง เพราะผมจะตื๊อจนกว่าคุณจะยอม”

“นั่นสินะ” เธอรับคำเห็นด้วย แต่ก็ต้องยอมรับเขาเลยล่ะว่าสิ่งที่เขาเคยพูดไว้มันถูกต้อง เธอคบกับเขาก่อนจะศึกษากันอย่างจริงจัง แล้วก็ได้พบว่าเขาและเธอเข้ากันได้ดีอย่างกับส่วนผสมที่ลงตัว

คาร์ลอสผละเธอออกจากอ้อมกอดเพื่อที่จะมองหน้าเธอได้ถนัดถนี่ ใบหน้าหวานเงยขึ้นสบเขาอย่างคนมีคำถามในใจ

“ขอบคุณนะที่ให้โอกาสผมได้รักคุณ”

“เพราะนายใช้คำพูดต้อนฉันให้ยอมตกลงเป็นแฟนนายหรอก” เธอแกล้งแซวเขาที่เป็นฝ่ายโน้มน้าวใจในตอนแรก

“จริงอยู่ที่ผมเป็นฝ่ายตื๊อ แต่มันอยู่ที่การตัดสินใจของคุณด้วยนี่นา”

หญิงสาวหัวเราะคิก ก็จริง เพราะตอนนั้นเธอชอบเขา ลึกๆแล้วก็อยากเปิดใจให้เพียงแต่ตัวเองยังไม่เคยลองคบใครจริงจังด้วยล่ะมั้งเลยอยากให้มีเวลาศึกษาดูใจกันไปให้นานกว่านี้ พอโดนตะล่อมเข้าหน่อยก็รับคำง่ายดาย

“ขอบคุณนะที่ให้โอกาสฉันได้ตกหลุมรักคุณ”

คาร์ลอสอดใจไม่ไหวเอี่ยวตัวขึ้นมาจากที่นอนเล็กน้อยเพื่อใช้แขนทั้งสองข้างคร่อมตัวของเธอไว้ จิลสะท้านวาบ ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะก้มลงจูบที่ริมฝีปากเรียวอีกครั้งหลังจากเมื่อคืนได้จูบเธอไปอย่างหนักหน่วงแล้ว

“คุณนอนพักต่ออีกหน่อยก็ได้ ยังเช้าอยู่เลย สายๆเราค่อยออกไปหาอะไรกิน” คาร์ลอสบอกเธอแบบนั้น เพราะจริงๆแล้ววันนี้เขามีแผนจะพาเธอไปเที่ยวงานเทศกาลประจำปีของเมืองนี้  แต่กว่าจะถึงเวลางานก็ตอนเย็นนู้นเลย เขาอยากให้เวลาเธอพักผ่อนเต็มที่

“คือว่า...” จิลอึกอักขึ้นมา ก้ำกึ่งระหว่างจะพูดดีหรือไม่พูดดี 

“มีอะไรเหรอ?”

“ฉันปวดเอว..” เธอข่มใจบอกเขาไปตรงๆ อันที่จริงตั้งแต่ตื่นเธอก็เริ่มรู้สึกปวดเมื่อยบริเวณเอวขึ้นมาเรื่อยๆ ทั้งที่เธอเป็นคนออกกำลังกายประจำแต่กลับมาปวดตัวเพราะเขาได้ และถึงเขาจะอ่อนโยนกับเธอมากแค่ไหน แต่เธอก็ยังปวดเอวอยู่ดี คงเพราะไม่ได้ใช้งานมันบ่อยล่ะมั้ง

เสียงหัวเราะชอบใจดังขึ้นมาจากคนตัวใหญ่ จิลมีสีหน้าบึ้งตึงยกกำปั้นทุบอกเขาแรงๆไปหนึ่งที

“ยังจะมาหัวเราะอีก!” 

“โอเค ผมขอโทษ” เขาพูดเสียงโอนอ่อน เข้าใจในสิ่งที่เธอจะสื่อ “งั้นพรุ่งนี้เราค่อยไปเที่ยวกัน วันนี้เป็นวันชีตเดย์ เราหาอะไรสบายๆทำในห้องแทนดีมั้ย?” 

ใบหน้าสวยขมวดคิ้วมุ่นหาความหมายของคำว่า ‘หาอะไรทำสบายๆในห้อง’

“ผมหมายถึงนอนดูหนัง อะไรแบบนั้น”

“อ๋ออ” จิลรับคำ พยักหน้าหงึกหงักแบบไม่ต้องคิดพร้อมกับรอยยิ้มกว้างเผยออกมา เขาชอบภาพที่เห็นตรงหน้า คนที่รักกำลังนอนยิ้มกว้างอยู่บนเตียงกับเขา เรื่องราวเลวร้ายทั้งหมดที่เขาพบเจอมา ความทุกข์ ความไม่สบายใจ ทุกสิ่งหายไปหมดภายในพริบตา ถ้าเขาผ่านทั้งหมดนั้นเพื่อมาเจอความสุขตรงหน้าแบบนี้ เขาก็คิดว่ามันคุ้ม 

คนอื่นอาจจะมองว่าจิลเป็นผู้หญิงห้าวๆ และดูถือตัว ตามมาดตำรวจสาวซึ่งอยู่ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับสูง ครั้งแรกที่เขาเจอเธอเขาก็คิดแบบนั้น...แต่แท้จริงแล้วหลังจากเธอยอมเปิดใจให้เขา เขาก็ได้เห็นตัวตนอีกมุมหนึ่งของเธอ จิลเป็นผู้หญิงน่ารักที่รู้จักโต้คำหวานกลับอย่างที่เขาก็คาดไม่ถึง และยังพยายามเอาใจใส่เขาอย่างที่เขาทำให้ แต่ทั้งหมดนี้คงมีเขาคนเดียวที่ได้เห็น ซึ่งเขาก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นเพียงคนเดียวที่ได้เห็นมุมน่ารักมุมนี้ของเธอ

         

 

 

 

--------------------------------------------

ตอนนี้ก็จะละมุนๆ เลยขอแถมเพลง Theme สำหรับคู่นี้ ในตอนนี้ ไว้ด้วยนะคะ เนื้อหาก็เข้ากั๊นเข้ากัน เลยอยากมาแบ่งปัน ถ้าฟังไปด้วยอ่านไปด้วยตอนฉากที่ทั้งคู่ตื่นมาบนเตียงจะปิ๊มปิ่มสุดเลยล่ะค่ะ ไม่เชื่อลองเปิดเพลงนี้พร้อมกับอ่านซ้ำอีกครั้งสิคะ! (ฮา)

 

 “ Cuz' when I see you, perfection's reality

Memories renew

When I see you, I know love ain't a fantasy

Know you feel it too ”

ขอขอบคุณคำแปลจาก dnt fall in love

 

ไรต์เคยเจอกระทู้พันติ๊ปที่ถามเกี่ยวกับ ทำไมผู้ชายไม่ชอบผู้หญิงเก่งๆที่ดูแลตัวเองได้ (หรืออะไรประมาณนี้ ลืมแล้ว แง555) แล้วก็เจอคนที่บอกว่า ‘ผู้หญิงแบบนี้มักจะทำตัวอ้อนเวลาอยู่กันแฟนเท่านั้นแหละ’ ไรต์ก็เห็นด้วยนะ มันดูเป็นอะไรที่น่ารักมากเลย อยู่ต่อหน้าคนอื่นเป็นสาวแกร่ง พออยู่กับแฟนก็เป็นสาวน้อยน่ารัก ซึ่งไรต์ได้ถ่ายทอดมาเป็นจิลคนนี้นี่แหละ

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #34 Mynun9412 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 13:09
    น่ารักจังงง ชอบอ้ะ แอบอยากอ่านฉากnc 5555. ขออีกได้ไหมมมม
    #34
    1
    • #34-1 เพราะฉันคือชิปเปอร์(จากตอนที่ 29)
      26 สิงหาคม 2563 / 21:05
      จริงๆเราเขียนฉาก NC ของคู่นี้ไว้ด้วยนะคะ แต่แต่งไว้อ่านเองน่ะค่ะ แง 5555555 ไม่ได้คิดจะแจกตั้งแต่แรก แล้วก็ไม่คิดว่าจะมีคนอยากอ่านด้วย (พวกเรามันชิปเปอร์ไฟแรงอ่ะเนอะ 55555)
      ขอบคุณที่ให้ความสนใจนะคะ แต่แจกวาร์ปไม่ได้จริงๆ เดี๋ยวผิดกฎ แฮะๆ
      #34-1