[Fic Resident Evil] I GOT YOU (Carlos x Jill)

ตอนที่ 25 : บทที่ 24 พบเจอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    16 ส.ค. 63

 

บทที่ 24 พบเจอ

 

เสียงฟ้าร้องดังสนั่นไปทั่วผืนฟ้า เม็ดฝนสาดกระทบหลังคาไหลลงมาตามหน้าต่างอย่างท่วมท้น สายลมหอบอากาศเย็นชื้นพัดเข้ามาภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ถึงแม้เธอจะอยู่ในห้องที่ปิดมิดชิด แต่รู้สึกได้ถึงความน่ากลัวบนห้วงท้องฟ้าที่ยากจะหยั่งถึง

เธอไม่เคยกลัวเสียงฟ้าร้อง

เสียงกรีดร้องดังเข้ามาในโสตประสาท เธอเพิ่งจะพบว่าตัวเองนั่งชันเข่าอยู่ที่มุมห้อง รอบข้างมืดไปหมด เธอเห็นสภาพเละเทะภายในห้องจากแสงแปลบปลาบบนท้องฟ้าที่ส่องประกายวาบพร้อมกับเสียงเปรี้ยงปร้างมาเป็นระยะ วินาทีนั้นเองประตูที่ห้องก็ถูกกระชากเปิดออก

หญิงสาวสะดุ้งผวากับร่างของคนที่ยืนอยู่หลังประตู ร่างสูงของเขาที่ท่วมท้นไปด้วยหยดโลหิตสีแดงฉาน กลิ่นคาวเลือดลอยคละคลุ้งจนเธอทนไม่ไหว กว่าจะตั้งสติได้ก็เห็นว่าเขาก็พาร่างที่เต็มไปด้วยรอยแผลเหวอะเข้ามาในห้องของเธอ เขาเดินมาหาเธออย่างเชื่องช้า สวนทางกับหัวใจของเธอที่เต้นถี่ระรัวอยู่ในอก

เธอสะดุ้งตื่นจากฝัน

เพดานสีขาวที่เธอคุ้นเคยปรากฏอยู่ แรงเต้นระรัวภายในอกยังคงดังกึกก้องท่ามกลางห้องมืดสนิท

ช่วงนี้ดูเหมือนอาการนอนไม่หลับของเธอจะกลับมาอีกครั้ง นั่นเป็นเพราะความเครียดด้วยส่วนหนึ่ง เธอเครียดกับการวางแผนจัดการกับอัมเบรลล่า แต่นั่นเป็นเรื่องเล็กสำหรับเธอ ที่ทำให้เครียดยิ่งกว่านั้นคือเรื่องคาร์ลอส เธอเพิ่งเห็นเขาเลือดท่วมเดินเข้ามาหาเธอในฝันนั่น บรรยากาศรอบข้างที่ฝนตกก็ไม่ต่างจากวันที่เธอเจอเรื่องเลวร้ายในคฤหาสน์สเปนเซอร์ ฝันร้ายที่ดูเหมือนจะหายไปแล้วกลับยังคงตามหลอกหลอนเธออยู่ ยานอนหลับไม่ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่ายๆ ฉะนั้นเธอจึงต้องนอนหลับโดยไม่พึ่งมันมาสักพักแล้ว

จริงอยู่ที่ก่อนหน้านี้เธอสามารถหลับได้โดยไม่ต้องพึ่งยานั่น แต่ก็เพียงไม่กี่ชั่วโมง ถ้าไม่อยู่ๆสะดุ้งตื่นขึ้นมาเอง ก็เป็นฝันร้ายปลุก ทั้งที่ตอนอยู่ในเมืองโรแชนเธอยังรู้สึกผ่อนคลายมากกว่านี้ นั่นอาจเป็นเพราะคาร์ลอส... หลังจากที่รู้ข่าวเรื่องนั่น เธอเชื่อว่าเขาปลอดภัยดีแต่ก็อดพะวงไม่ได้เพราะไม่ได้รับการติดต่อกลับมาเลย

ตำรวจสาวหันไปดูนาฬิกาข้างเตียงก่อนจะพบว่านี่เป็นเวลาตีสี่ นานทีเดียวกว่าเธอจะไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไปจากสมองแล้วข่มตาหลับต่อได้

 

 

เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว กลุ่มต่อต้านอัมเบรลล่าย้ายไปอยู่ในเมืองเลย์ลานี่ ตอนนั้นชีวิตเธอเหมือนแยกออกเป็นสองทาง หนึ่งคือรอคาร์ลอสอย่างไร้จุดมุ่งหมายที่เมืองบาราน สองคือเดินหน้าทำลายอัมเบรลล่าต่อ แน่นอนว่าเธอลำบากใจมากในตอนนั้นแต่ก็เลือกเส้นทางที่สอง เพราะการที่เมืองโรแชนจะเปิดเมืองไม่ใช่รอแค่วันสองวัน แบรรี่เล่าว่าเมืองนั้นสภาพวุ่นวายมากเพราะผู้กอการร้ายที่คลั่งทำลายเมือง กว่าสถานการณ์จะสงบก็คงใช้เวลาหลายวัน

ไม่ใช่ว่าเธอไม่เป็นห่วงคาร์ลอส แต่เธอเองก็ไม่มีทางเลือกเช่นกัน ถึงเธอจะกลับไปที่เมืองนั้นแต่ก็เข้าเมืองไม่ได้ง่ายๆอยู่ดี เธอส่งข้อความบอกคาร์ลอสทุกอย่างแล้วว่าจะไปที่ไหนต่อ บางทีถ้าเปิดเมืองแล้วเขาอาจจะตามเธอมาทีหลังก็ได้

หลังจากที่เธอมาเมืองเลย์ลานี่ เธอก็ไม่ได้ยินข่าวของเมืองเล็กๆนั่นอีกเลย รวมถึงการติดต่อกับคาร์ลอส...จากวันนั้นถึงวันนี้เขาก็ยังไม่ตอบข้อความเธอเลย เธอไม่อยากจะคิดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเขารึเปล่า

แต่ทั้งหมดคือสิ่งที่เธอเลือกไปแล้ว เธอกลับไปแก้ไขการตัดสินใจของตัวเองไม่ได้ ดังนั้นตอนนี้สิ่งที่เธอทำได้คือทำในสิ่งที่ตัวเองเลือกให้ดีที่สุด

จริงอยู่ที่เป้าหมายในการมาเมืองเลย์ลานี่คือบุกทำลายโรงงานผลิตอาวุธชีวภาพของอัมเบรลล่าที่เกาะส่วนตัวซึ่งถูกซื้อมาในนามสเปนเซอร์ แต่การจะเข้าไปในเกาะส่วนตัวของพวกมันไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ เพราะนอกจากจะไม่มีเรือส่งคนไปยังเกาะนั้นโดยตรงแล้ว การคุ้มกันโรงงานบนเกาะก็ค่อนข้างแน่นหนาอยู่เช่นกัน นั่นทำให้ระยะเวลาของภารกิจล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้ เพราะต้องหาทางติดต่อเช่าเรือ ศึกษาที่ตั้งและทางเข้าของโรงงานนั่นคร่าวๆไปด้วย 

ไม่แน่ว่าหลังภารกิจนี้จบ รัฐบาลอาจประกาศเปิดเมืองโรแชนแล้ว... ถึงตอนนั้นเธอค่อยลองกลับไปหาคาร์ลอส เขาอาจจะยังอยู่ที่นั่น

ตอนนี้หญิงสาวยืนอยู่ที่ย่านการค้าของเมืองเลย์ลานี่ ที่นี่เต็มไปด้วยร้านขายของ แผงการค้าที่ถูกตั้งขึ้น ผู้คนเดินเบียดเสียดกันไปมาเพราะเป็นช่วงบ่ายวันหยุด เสียงจ้อกแจ้กจอแจ เธอไม่ค่อยชอบสถานที่ที่คนพลุ่งพล่านเท่าไหร่ แต่ที่ออกมาที่นี่เพราะคริสต้องไปติดต่อกับเจ้าของทัวร์เรือซึ่งเคยดีลงานกันไว้เมื่อไม่นานมานี้ เธอมากับคริส แต่ตอนนี้คริสไม่ได้ยืนอยู่ข้างๆเธอ เขาเข้าไปคุยงานในร้านริมหาดไม่ไกลออกไป เธอจึงขอตัวออกมาเดินเล่นเพราะการอยู่เฉยๆมันน่าอึดอัดกว่า 

จิลรู้สึกเหมือนจะเห็นใครบางคนที่หางตา จึงหันไปมองให้ชัดๆ อาจเป็นเพราะรูปร่างของเขาที่สูงกว่าคนทั่วไป ทำให้ดูโดดเด่นจากคนอื่นที่กำลังเดินผ่านไปมา ไกลออกไป เธอเห็นเขากำลังยืนดูของอยู่ที่ร้านกระเป๋าผู้หญิง...?

หัวใจของเธอกระตุกวูบ ภาพตรงหน้าสร้างความสับสนมึนงงให้เธอไปชั่วขณะ ในเวลาเดียวกันผู้คนที่เดินสวนกันไปมาทำให้บดบังภาพนั้นให้ขาดหายไปเป็นช่วงๆ ราวกับสัญญาณวิทยุที่สัญญาณไม่เสถียร ทว่าเมื่อเธอมองดูดีๆแล้วเขาก็ยังยืนอยู่ตรงนั้นไม่ได้หายไปไหน

ไม่มีทาง เขาจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

ถึงจะคิดแบบนั้นทว่าเธอกลับก้าวเท้าเร็วๆไปหาผู้ชายคนนั้น แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นใบหน้าคมคายก้มลงคุยอะไรกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอรับรู้ได้ว่าตัวเองยืนค้างแข็งทื่อไปทันที แต่สมองเธอประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอตั้งสติได้และเริ่มคิด

ตอนนี้เธอมั่นใจว่าเป็นคาร์ลอสไม่ผิดแน่ แต่ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่แถมยังอยู่กับผู้หญิงคนอื่น เมืองโรแชนเปิดตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมเขาถึงไม่คิดจะติดต่อมาหาเธอเลย แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ท่าทางที่ยืนดูของด้วยกันในร้านขายของสำหรับผู้หญิงเหมือนความสัมพันธ์จะลึกซึ้งกว่าคนทั่วไป...

หรือว่าที่เขาขาดการติดต่อกับเธอไปเป็นเพราะเขาตั้งใจ เขาแค่คิดจะปั่นหัวเธอเล่น พอเธอจากมา เขาก็ไม่คิดจะยื้อความสัมพันธ์นั้น และเปลี่ยนใจไปอย่างง่ายดาย

อยู่ดีๆเธอก็รู้สึกปวดที่กลางท้องขึ้นมาเพราะอาการเครียดเฉียบพลัน หัวใจก็เต้นระรัวไม่หยุดในความคิดแย่ๆของตัวเอง ความคิดต่อมาคือจะทำยังไงกับสถานการณ์ตรงหน้าดี? เธอเป็นคนกล้าลุยกับอะไรมากกว่าหนีปัญหา แต่ก็ไม่ใช่พวกโวยวายไร้เหตุผล การเข้าไปถามตรงๆน่าจะเป็นอะไรที่ทำให้ทุกอย่างกระจ่างที่สุดแล้ว

 

เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจึงก้าวเท้าเข้าไปใกล้ร้านนั่น สายตายังจดจ้องไปที่ร่างสูงเพื่อไม่ให้คลาดสายตา ในขณะนั้นเองก็มีแรงหนึ่งจับข้อมือเธอจากด้านหลัง จิลหันกลับไปก็พบกับความประหลาดใจ

“คริส?” 

“อยู่นี่เอง โทรไปทำไมไม่รับ?” เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นที่ไรผมของคริส เขาหอบหายใจเบาๆราวกับเดินตามหาเธอทั่วย่านการค้านี่มาซักพัก แน่นอนว่าโทรศัพท์เธอเปิดโหมดห้ามรบกวนไว้ เธอเปิดโหมดห้ามรบกวนตลอดการทำงานนั่นแหละ แม้จะเป็นวันที่ไม่ได้ทำภารกิจ คงเพราะความเคยชิน

“ปิดเสียงไว้” หญิงสาวดึงแขนออกก่อนจะหันหน้ากลับมายังจุดที่คาร์ลอสยืนอยู่ทว่าเขาไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว รวมทั้งผู้หญิงคนนั้นด้วย 

“จิล?!” เขาไม่ได้อยู่จุดเดิมเพราะตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธอต่างหาก! 

จิลสับสนไปชั่วขณะกับการประจันหน้าคาร์ลอสโดยไม่ทันตั้งตัวก่อนจะยิงคำถามใส่ “นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”

“ผม...” คาร์ลอสกำลังคิดหาคำอธิบายที่กระชับได้ใจความให้คนตรงหน้า ทว่าไม่รู้จะเริ่มที่ตรงไหนก่อนดี “เรื่องมันยาว”

“ฉันมีเวลาฟังทั้งวัน” สาบานได้ว่าตอนแรกที่เธอเห็นคาร์ลอสมาปรากฏตัวที่นี่เธอยังไม่รู้สึกโกรธเท่าตอนนี้ ทำไมเขาไม่รีบอธิบายให้เธอฟัง พอคิดว่าเขามีเรื่องปิดบังอยู่ความรู้สึกตอนนี้เหมือนกับไฟในใจกำลังปะทุ

“ใครน่ะ?” คริสที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอถามขึ้น

“คาร์ลอส...” จิลพูดแนะนำ สายตาของเธอเหลือบมองไปยังผู้หญิงอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆเขาก่อนจะพูดต่อ “เพื่อนฉันเอง”

“ฉันคริส” คริสแนะนำตัวเองสั้นๆก่อนจะส่งยิ้มบางเบาให้ ไม่แน่ใจว่าตาฝาดรึเปล่าถึงได้เห็นว่าตอนที่จิลแนะนำชื่อของอีกฝ่าย คาร์ลอสแสดงอาการติดจะไม่พอใจหน่อยๆ ถึงแม้ตอนนี้ฝ่ายนั้นจะส่งยิ้มทักทายกลับให้คริสเหมือนกันก็ตาม

“ไปกันเถอะคาร์ลอส จะสายแล้ว” ผู้หญิงแปลกหน้าคนนั้นสะกิดบอกคาร์ลอส เขาเพียงพยักหน้ารับเบาๆก่อนจะเอ่ยกับจิล

“เดี๋ยวเย็นนี้ผมจะอธิบายทุกอย่างให้ฟัง” คำพูดที่ดูใจเย็นขัดกับอารมณ์ข้างในที่รู้สึกร้อนๆ 

จิลขมวดคิ้วไม่เข้าใจในคำพูดของคาร์ลอส เธออ้าปากจะถามแต่ก็หุบลงในทันทีเพราะคาร์ลอสหมุนตัวเดินไปพร้อมกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว

         

 

 

“โทษทีที่ต้องลากออกมาก่อน แต่จะได้เวลานัดแล้ว” เธอกล่าวขอโทษเรียบๆเมื่อเดินออกจากย่านการค้าไปซักพัก ข้อมือบางยกขึ้นดูเวลาที่หน้าปัดนาฬิกาข้อมือ 

“ไม่เป็นไร” คาร์ลอสกล่าวแบบคนไม่ติดใจอะไร เพราะยังไงเดี๋ยวก็ได้อธิบายทุกอย่างให้จิลฟังอยู่แล้ว

“เหมือนแฟนนายจะเข้าใจผิดนะ?” เขาแปลกใจกับประโยคนี้มากกว่า...ที่เธอคาดเดาความสัมพันธ์ของเขาและจิลออก น้ำเสียงที่พูดออกมาไม่มีความไม่แน่ใจปนอยู่เลยซักนิด 

“คุณรู้ได้ยังไง?”

เธอเพียงหัวเราะเบาๆให้เขาไม่พูดอะไร จากประสบการณ์ที่เธอเจอมา สิ่งแวดล้อม และการพบเจอคนหลายรูปแบบ ทั้งจริงใจ หลอกลวง นั่นทำให้เธอดูคนออก ตอนแรกเธอก็ไม่มั่นใจหรอก จนกระทั่งเห็นสายตาที่อีกฝ่ายมองเธอ ประโยคที่ทั้งสองคุยกันคล้ายๆคู่รักมีเรื่องผิดใจกันอย่างไรอย่างนั้น

ผู้หญิงด้วยกันดูออกแหละน่า

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น