[Fic Resident Evil] I GOT YOU (Carlos x Jill)

ตอนที่ 24 : บทที่ 23 ข่าวร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    13 ส.ค. 63

 

บทที่ 23 ข่าวร้าย

 

เช้าวันใหม่ในเมืองบาราน จิลแอบรู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้เจอคนที่เธอคิดว่าจะเจอ คาร์ลอสขาดการติดต่อกับเธอไปตั้งแต่เมื่อวาน เธอไม่คิดว่า ‘แล้วเจอกัน’ ของเขาจะเป็นข้อความสุดท้ายที่เขาส่งมา เพราะเมื่อเธอส่งข้อความไปหาเขาอีกครั้ง กลับไม่ได้รับการตอบกลับมาเลย นั่นทำให้เธอรู้สึกร้อนใจขึ้นมาแม้จะโทรไปหาเขาแต่ก็ไร้การตอบรับไม่ต่างจากที่คิดไว้

แบรรี่บอกว่าเราควรอยู่ในเมืองนี้อีกแค่ไม่เกินสามวันเท่านั้น เพราะดูเหมือนว่าทางอัมเบรลล่าจะส่งคนมาสืบเรื่องที่รถบรรทุกของระเบิดนั่นแล้ว กลุ่มของพวกเธอไม่คิดที่จะหนีออกจากเมืองนี้ในทันที เพราะนั่นจะเป็นการเพิ่มความน่าสงสัย ตัวตนของคริส แบรรี่ และเธอ ก็ถูกปกปิดไว้ เพราะทั้งสามคนมีความเกี่ยวข้องกับคดีคฤหาสน์สเปนเซอร์ และเมืองแรคคูนที่ถูกมิสไซล์ถล่ม เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าอัมเบรลล่ารู้ว่าคนที่ขัดขวางการขนส่งอาวุธชีวภาพเมื่อคืนคือพวกเธอ มีหวังได้ส่งไอ้ตัวคล้ายๆเนเมซิสมาไล่ล่าพวกเธอในเมืองนี้อีกแน่ ดังนั้นในระหว่างนี้พวกเธอทั้งสามไม่ควรจะออกไปไหนมาไหนตามลำพังอย่างเด็ดขาด

เนื่องจากเธอออกไปทำอะไรไม่ได้จึงอยู่ในโกดังนี่ แต่การอยู่เฉยๆไม่ใช่เธออย่างแน่นอน สิ่งที่เธอทำได้ตอนนี้คือหาข้อมูลว่าอัมเบรลล่ากำลังทำอะไรอยู่... เธอกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ ตรงหน้าเป็นโน้ตบุ๊คของคริสที่ถูกเข้าโหมดไม่ระบุตัวตนอยู่ จามาลคนที่เก่งเรื่องระบบไอทีเป็นคนตั้งเกราะป้องกันการถูกคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นเจาะตัวตนไว้แล้ว เธอจึงได้เสิร์ชหาข้อมูลอย่างไม่ต้องกังวล

สิ่งที่เธอเจอคือเรื่องผลงานการวิจัยวัคซีนของอัมเบรลล่าที่เพิ่งถูกแถลงออกไปว่ากำลังอยู่ในช่วงพัฒนา การจะพัฒนาวัคซีนไม่ใช่เรื่องง่าย มันต้องใช้ต้นทุนสูงและระยะเวลาที่นานพอสมควร ที่อัมเบรลล่าทำในตอนนี้ไม่ต่างกับถ่วงเวลาออกไปเท่านั้น ทั้งที่มีคนในองค์กรผลิตวัคซีนได้แล้วแต่กลับไม่เปิดเผย  

“ทำอะไรอยู่เหรอ?” ดวงตากลมโตของเธอเลื่อนขึ้นมองคนที่ยืนอยู่เหนือหน้าจอ พบว่าเจ้าของเสียงนั่นคือฮาเก็น 

“ทำงาน” เธอตอบกลับสั้นๆ ไม่คิดจะต่อบทสนทนาเพราะมั่นใจว่าเห็นประกายประหาดในสายตาของอีกฝ่ายที่มองมา มันเหมือนกับ...คนที่คิดจะเข้ามาก้อร่อก้อติก ไม่ต่างกับผู้ชายที่เธอเคยเจอตั้งแต่ทำงานอยู่กรมตำรวจ

“ฉันแค่อยากทำความรู้จักกับผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มน่า” เหมือนเขาก็ดูออกว่าเธอไม่อยากจะสนทนาด้วยซักเท่าไหร่จึงหาทางหว่านล้อม

แต่ท่าทางที่พูดคุยเหมือนคนสนิทสนมกันทั้งที่เพิ่งรู้จักกันแบบนั้นเธอไม่ชอบเลย

“นายกำลังขัดขวางการทำงานของฉันอยู่” นั่นคือเรื่องจริงที่เธอไม่ชอบถูกก่อกวนขณะกำลังตั้งใจทำงานอยู่ 

“คุยไปด้วยทำงานไปด้วยไม่เห็นเสียหายอะไรนี่” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะท่าทางที่ไว้ตัวของเธอรึเปล่า ที่ทำให้เขารู้สึกอยากจะเอาชนะ

จิลกลอกตาอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะพับหน้าจอโน้ตบุ๊คลงหมายลุกขึ้นเดินหนี

“เฮ้ ใจเย็น ทำไมถึงได้ไร้เยื่อใยกับคนอื่นขนาดนี้กัน”

แต่ฮาเก็นและเธออยู่ในกลุ่มต่อต้านอัมเบรลล่าด้วยกัน คงได้ร่วมงานกันอีกเยอะ ดังนั้นพูดคุยกันตรงๆให้มันชัดเจนไปเลยดีกว่า

“มีอะไร?”

“ก็แค่ประทับใจ ที่ช่วยเมื่อวานน่ะโคตรเท่เลย” เขากล่าวชมเธอด้วยใจจริง ความจริงใจที่ถูกส่งอกไปผ่านสายตา ทว่าอีกฝ่ายไม่แม้แต่จะมองเขาด้วยซ้ำ

“บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร แค่นี้ใช่มั้ย?” เธอแสดงออกถึงท่าทีรำคาญใจอย่างไม่ปิดบัง ทำเอาคนที่มั่นใจในตัวเองอย่างเขาเริ่มลังเล

“เอ่อ...แล้วก็ ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าเธอจะอายุมากกว่าเท่าไหร่” นั่นไงล่ะ เธอแทบจะเดาได้ในทันทีว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะพูดอะไรต่อ ดังนั้นเธอต้องหยุดมันไว้ก่อน

“แต่ต้องสนเรื่องที่ว่าฉันมีแฟนแล้วล่ะ”

ใบหน้าของเด็กหนุ่มตรงหน้าดูเหมือนจะนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เขาดูท่าทางของเธอก็รู้ว่าเธอไม่เล่นด้วย แต่นอกจากจะไม่เล่นด้วยแล้วยังรีบตัดเยื่อใยเขาอย่างรวดเร็ว ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ใช้คารมพูดคุยดูซักหน่อยเลยเหรอ?

ระหว่างที่ฮาเก็นกำลังคิดจะหาคำพูดโต้ตอบเธออยู่นั้น เป็นจังหวะเดียวกับที่คริสเดินเข้ามาหาทั้งคู่พอดี 

“จิล ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” ช่างมาได้เหมาะเจาะพอดีซะเหลือเกิน เพราะจิลไม่อยากอยู่ในสถานการณ์ตรงนี้นานกว่านี้แม้เพียงวินาทีเดียว

“อืม ไปสิ” เธอรับคำ เอ่ยปากให้เขาเดินนำทางไป คริสเลือบมองฮาเก็นเพียงชั่วครู่ เห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มอ้ำอึ้งไปก็พอรู้ว่าตำรวจสาวคู่หูของเขาพูดจาร้ายกาจใส่ นั่นเป็นเรื่องปกติ จิลทำแบบนั้นก็ต่อเมื่อเจอคนมาทำตัวรุ่มร่าม ก็เพื่อนของเขาน่ะออกจะเป็นสาวห้าว ไม่ชอบก็บอกว่าไม่ชอบ ออกจะแข็งกระด้างอยู่บ้างด้วยซ้ำ นั่นคือท่าทีที่คนอื่นมักมองเธอแบบนั้น แต่เขารู้ดีว่าจิลมีนิสัยที่อ่อนโยนอยู่ภายในใจลึกๆ   

คริสเดินทำหน้าเธอไปที่หลังโกดังซึ่งเธอก็เดินตามไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้ใครอีกคนได้แต่มองตามอยู่อย่างนั้น 

ฮาเก็นได้แต่คิดถึงข้อผิดพลาดของตัวเอง ก่อนที่เขาจะออกจากโรงเรียนเขาเป็นถึงหนุ่มฮ็อตที่ไม่ว่าใครๆก็อยากเดทกับเขาทั้งนั้น แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป เขามาอยู่ในกลุ่มต่อต้านอัมเบรลล่าที่ชีวิตเสี่ยงตายแทบทุกวัน แต่ก็เจอผู้หญิงที่เข้าตาเพราะเหตุการณ์เมื่อคืน เธอแค่ช่วยเขาในฐานะเพื่อนร่วมทีมเท่านั้น แต่ท่าทางมุ่งมั่นของเธอในตอนนั้นทำให้เขาไม่อาจละสายตาไปได้ จึงตัดสินใจจะสานต่อความสัมพันธ์หลังจากที่โดนเธอช่วยชีวิตไว้ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่คิดแบบนั้น เขาโดนปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ไม่ทันได้พูดคุยกับเธอมากกว่าสิบประโยคเลยด้วยซ้ำ

ฮาเก็นได้แต่มองดูทั้งสองคนเดินออกไปด้วยความรู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ที่บอกว่ามีแฟนแล้ว หรือว่า....

 

 

 

 

“เมื่อกี้เธอคุยอะไรกับฮาเก็นเหรอ?” คริสเปิดประเด็นหลังจากที่พาเธอมาหลังโกดังแล้ว แม้จะพอเดาได้จากท่าที่ของทั้งสองคนก็ตาม

         ด้านหลังโกดังระเกะระกะไปด้วยข้างของเก่าๆ เศษเหล็ก เศษไม้ที่ไม่ได้ถูกใช้งานนำมาทิ้งไว้ที่นี่ ฝุ่นหนาเตอะก็ปกคลุมบอกให้รู้ว่าไม่มีคนใช้งานโกดังและทำความสะอาดมันเท่าไหร่

“ไม่มีอะไรหรอก เขาแค่ขอบคุณเรื่องเมื่อวาน” ไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องไร้สาระ มันไม่ได้สำคัญมากขนาดนั้น “เอลวินเป็นยังไงบ้าง?”

“ดีขึ้นแล้ว บาดแผลไม่ลึกมากพักสักสองสามวันก็หาย”

“อืม แล้วเรื่องที่จะคุยด้วย?”

“ก็เรื่องเอลวินนี่แหละ” สายตาของคริสเปลี่ยนเป็นจริงจัง “ตอนแรกฉันวางแผนเอาไว้ว่าหลังจบภารกิจนี้จะไปบุกทำลายโรงงานอัมเบรลล่าที่เกาะเลย์ลานี่ต่อ ตามแผนฉันต้องไปดูลาดเลากับเอลวินก่อน แต่ตอนนี้ดูเหมือนเอลวินจะไม่พร้อม ฉันคิดว่าคนที่เหมาะจะไปแทนก็คือเธอนี่แหละ คู่หู”

“ยังเห็นว่าฉันเป็นคู่หูอยู่นี่” จิลยกยิ้มขึ้นอย่างแอบครึ้มใจ รู้สึกว่าไม่ได้ออกภารกิจคู่กับคริสมานานซะเหลือเกิน

“ถ้าเธอไม่มีปัญหาก็โอเค เตรียมตัวไปกันพรุ่งนี้ได้เลย”

“อะไรนะ?!” คริสแปลกใจที่เห็นเธอดูท่าทาตกอกตกใจขนาดนั้น จึงอธิบาย

“ก็เราต้องไปดูลาดเลาที่เมืองก่อนสมาชิกคนอื่นจะตามมาไง” จริงๆการดูลาดเลา ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่รู้ความหมายของมัน เธอก็เคยออกไปทำภารกิจดูลาดเลากับคริสอยู่บ่อยครั้ง แต่ตอนนี้เธอกลับลืมไปซะสนิทได้ยังไง

เลย์ลานี่เป็นเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ค่อนข้างเจริญ รายได้ส่วนใหญ่มากจากส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยว ผู้คนมากหน้าหลายตาพลุ่งพล่านทั้งคนในเมืองเองและนักท่องเที่ยว เป็นเพราะอยู่ติดกับทะเล แต่นั่นอยู่ไกลออกไปจากเมืองนี้หลายร้อยกิโลเมตร

ที่คาร์ลอสขาดการติดต่อกับเธอไป เขาอาจจะติดธุระก็ได้ แต่ว่าถ้าเกิดเรื่องกับเขาล่ะ? ที่เมืองแรคคูน ตอนเธอขาดการติดต่อกับเขาไป เขายังพยายามตามหาตัวเธอเลย ตอนนี้จะให้เธอทำเฉยๆเรื่องของเขาเธอคงทำไม่ได้

“งั้นฉันคงต้องแวะไปที่นึงก่อน” ถ้าเธอออกไปจากเมืองนี้โดยที่ยังไม่ได้เจอคาร์ลอสเธอต้องรู้สึกแย่มากแน่ ดังนั้นในเมื่อเขาขาดการติดต่อจากเธอไป เธอก็จะเป็นคนไปหาเขาที่เมืองโรแชนเอง

“จะไปไหน?” คริสถามจิลอย่างงงงวยกับท่าทีที่ดูเร่งรีบของเธอ เป็นจังหวะเดียวกับที่จิลเห็นแบรรี่เดินอยู่ด้านนอกโกดังไม่ไกลออกไปนัก สองเท้าของเธอเดินออกไปหาแบรรี่โดยไม่ได้ตอบคำถามของคริส 

“แบรรี่ ขอยืมรถหน่อย”

“จะไปไหน?” แบรรี่รู้สึกงงๆกับการเข้ามาถามหากุญแจรถอย่างกะทันหันของจิล ถึงอย่างนั้นก็ตบกระเป๋ากางเกงหากุญแจรถจี๊ปที่เพิ่งตกเป็นของตนเมื่อไม่กี่วันก่อนโดยดี

“เมืองโรแชน ฉันต้องกลับไปหาเพื่อน” แบรรี่ที่กำลังล้วงมือหยิบกุญแจรถในกระเป๋ากางเกงชะงักไป ปฏิกิริยานั้นทำให้เธอรู้สึกไม่ดีซะเลย

“งั้นคงไม่ได้แล้วล่ะ...”

“หมายความว่าไง?”

“ฉันเพิ่งรู้มาว่าเมืองนั้นโดนกลุ่มก่อการร้ายบุก ทางรัฐเลยประกาศปิดเมืองห้ามเข้าออก ตอนนี้ในเมืองนั่นวุ่นวายเกินไป”

“อะไรนะ?!”

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น