[Fic Resident Evil] I GOT YOU (Carlos x Jill)

ตอนที่ 21 : บทที่ 20 ออกจากเมือง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    29 ก.ค. 63

 

บทที่ 20 ออกจากเมือง

 

ตามที่ได้นัดแนะกับแบรรี่ว่าจะออกจากเมืองตั้งแต่เช้าเพราะต้องใช้เวลากว่าสี่ชั่วโมงในการเดินทางไปถึงเมืองบาราน และเมื่อถึงที่หมายต้องมาคุยกันเรื่องแผนการต่ออีก ทำให้วันนี้จิลต้องตื่นแต่เช้า แน่นอนว่าเธอบอกคาร์ลอสแล้วว่าจะออกจากเมืองนี้เมื่อไหร่ เห็นได้ชัดเลยว่าเขาก็ดูเป็นห่วงเธออยู่ไม่น้อย แต่ก็สัญญาว่าจะรีบตามมาให้เร็วที่สุด และสาเหตุที่เขาไม่สามารถใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเดิมบินไปเมืองบารานได้ก็เพราะน้ำมันที่ใช้ไม่สามารถหาได้ในเมืองนี้

“ดูแลตัวเองด้วยนะคุณตำรวจคนเก่ง” คาร์ลอสกำชับกับจิลที่ยืนอยู่ตรงหน้า เธอแวะมาบอกเขาที่ห้องว่ากำลังจะไปแล้ว อันที่จริงเขาก็รู้อยู่หรอกว่าตำรวจสาวคนนี้เก่งและสามารถดูแลตัวเองได้ แต่ถึงยังไงเขาก็ไม่อยากเจอเหตุการณ์แบบที่เธอนอนสลบติดเชื้อในเมืองแรคคูนอีกอยู่ดี

“ฉันโตแล้วน่า” จิลบ่นหน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะถ้อยคำของเขาที่พูดราวกับเธอเป็นเด็กน้อย ท่าทางของเธอนั้นส่งผลให้คาร์ลอสหัวเราะรวน เพราะนึกถึงตอนเจอเธอครั้งแรกที่เมืองแรคคูน บนรถไฟ...เขายื่นวิทยุสื่อสารให้เธอ เธอรับมาพร้อมกับทำหน้าอวดดี ก็คล้ายๆกับในตอนนี้ เพียงแต่ความรู้สึกระหว่างเขาและเธอไม่ใช่คนแปลกหน้ากันอีกต่อไป คำที่เขาพูดไปก็แฝงไว้ด้วยความห่วงใยทั้งนั้น

“ผมรู้ ผมแค่เป็นห่วง” จิลชะงักไปเล็กน้อย ตั้งแต่เกิดมาขนาดคนในครอบครัวของเธอยังไม่มีใครเป็นห่วงเธอแบบนี้เลย หรือแม้แต่เพื่อนในกรมตำรวจ อาจเป็นเพราะเธอทำงานแบบนี้ก็เลยต้องดูแลตัวเองซะมากกว่า ไม่มีเวลาไปดูแลคนอื่น การที่มีคนมาบอกว่าเป็นห่วงตรงๆอย่างงี้...มันรู้สึกดีแบบนี้เองเหรอ

“อื้ม นายก็เหมือนกันนะ” ท่าที่ของจิลอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่ค่อยแสดงความเป็นห่วงคนอื่นออกนอกหน้าเท่าไหร่เลยรู้สึกแปลกๆอยู่บ้าง

“เดี๋ยวผมจะรีบตามไปเลย” ตอนนี้เขาต้องปล่อยให้เธอเผชิญกับอันตรายโดยที่เขายังไม่สามารถไปด้วยได้ แต่ยังไงเขาก็ไม่ปล่อยให้เธอไปนานหรอก เพราะเขาหาลู่ทางที่จะไปได้อย่างง่ายดายในเมืองนี้ แค่ต้องใช้เวลาสักหน่อย

“พูดอย่างกับว่าพอฉันออกจากเมืองปุ๊ป นายจะตามมาปั๊ป”

“ก็ไม่แน่” ชายหนุ่มพูดทีเล่นทีจริง แต่จิลไม่ได้ติดใจอะไรเพราะรู้ดีว่าการจะหารถซักคันออกจากเมืองนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จึงได้แต่ยิ้มรับบางเบา

 “งั้นฉันไปก่อนนะ” เธอบอกลาเขาสั้น ๆ ก่อนจะหมุนตัวหมายจะเดินไปทางประตู แต่ยังไม่ทันได้เดินไปถึงเป้าหมายเขาก็พูดขึ้นรั้งไว้ก่อน

“เดี๋ยวสิ” ไม่พูดเปล่าเมื่อร่างสูงของเขาก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวจากด้านหลัง มือหนาทั้งสองข้างสอดเข้าใต้แขนของเธอจับที่เอวก่อนจะดึงเข้ามาประชิดตัว 

ทำไมจิลต้องชอบเดินจากไปทั้งที่ยังไม่ได้ทำเรื่องสำคัญกับเขาทุกทีเลย

“จะทำอะไร?!” จิลเบิกตาโพล่งด้วยความตกใจกับการกระทำของคาร์ลอส น้ำเสียงของเธอดูแตกตื่นอย่างเห็นได้ชัด พยายามแกะมือที่รั้งเอวเธอออก ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะเขาแรงเยอะกว่าเธอมาก อีกแล้วเหรอที่เขาเข้ามาประชิดตัวเธอแบบนี้ แล้วเธอก็ประหม่าอย่างควบคุมไม่ได้อีกแล้ว

“ผมขอจูบคุณได้มั้ย?” เสียงทุ้มกระซิบอยู่ที่ข้างใบหูเธออย่างจั๊กจี้ เอ่ยคำขอที่แสดงถึงความต้องการของตัวเองออกมาตรงๆ มือหนาที่จับเอวของเธอเลื่อนเข้าหากัน ดึงเธอมาไว้ในอ้อมกอดอย่างแนบแน่น ไอร้อนจากแผ่นหลังของเธอที่แนบชิดกับอกของเขาทำให้เธอหัวใจของเธอแทบจะระเบิดออกมาจากอก แต่รั้งสติได้พยายามบ่ายเบี่ยง

“พะ...พูดอะไรเนี่ย” บ้าจริงที่เธอควบคุมเสียงตัวเองไม่ให้สั่นไม่ได้เลย การกระทำของเขาทำให้เธอสะท้านวาบเหมือนของเหลวได้ง่ายๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอเป็นตำรวจที่เก่งกาจและรู้ทันคนอื่น แต่ตอนนี้กลับมาพ่ายแพ้ให้การกระทำของคนอย่างเขางั้นเหรอ

“ผมพูดจริงๆนะ” เขายังคงกระซิบข้างใบหูของจิลอย่างจงใจ ทำให้เธอต้องพยายามสูดลมหายใจเข้าออกอย่างควบคุมอารมณ์ที่ตื่นตระหนกให้เย็นลง

“ถ้าฉันบอกว่าไม่ได้ล่ะ”

“คนใจร้าย” คาร์ลอสว่าอย่างคนตัดพ้อ อันที่จริงเธอก็ไม่ใช่คนหัวโบราณที่จะหวงเนื้อหวงตัวอะไรแบบนั้น ถึงแม้จะเพิ่งเคยมีแฟนครั้งแรกแต่เธอรู้ดีว่ามันหมายถึงอะไร ตอนนี้เธอแค่นึกหมั่นไส้เจ้าของร่างสูงที่กอดเธอจากด้านหลังซะมากกว่าที่อยู่ดีๆก็เข้ามาจู่โจม ทำเธอเสียการควบคุมตัวเองแบบนี้  

“ปล่อยได้แล้ว เดี๋ยวฉันไปไม่ทัน” แน่นอนว่าเธอเผื่อเวลานัดเอาไว้แล้ว แค่ใช้มันมาเป็นข้ออ้างเพื่อให้เขาปล่อยเธอเท่านั้นเอง

“ไม่ทันก็ดี คุณจะได้ไปกับผมแทน” นอกจากจะไม่ปล่อยมือแล้วยังกำชับอ้อมแขนแน่นราวกับกลัวเธอจะดิ้นหลุดไปได้ง่ายๆ ทั้งที่เขาตัวใหญ่กว่า กำลังของเขาก็มากกว่าเธออีก แค่แกะมือของเขาออกจากตัวเธอยังเป็นไปได้ยากเลยด้วยซ้ำ

“ไม่ได้ ฉันนัดไว้แล้ว” จิลก้มหน้าเพ่งสมาธิกับการแกะท่อนแขนแกร่งของเขาออกจากเอว คนตัวสูงได้แต่ถอดถอนหายใจออกมาก่อนจะยอมคลายมือออกง่ายดาย

คาร์ลอสรู้ดีว่าจิลดื้อรั้นแค่ไหน อะไรที่เธอมุ่งมั่นตั้งใจคิดจะทำแล้ว เธอไม่มีทางยอมเปลี่ยนใจง่ายๆเด็ดขาด และถึงแม้เรื่องนั้นจะเป็นเรื่องที่อันตรายแค่ไหนก็ตาม ยิ่งถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอัมเบรลล่าเธอก็พร้อมพุ่งออกไปเผชิญกับมันได้เสมอ ขอแค่ทำให้อัมเบรลล่าถูกทำลายเท่านั้น เพราะนั่นคืออุดมการณ์ของเธอ

จิลนึกแปลกใจที่คาร์ลอสยอมปล่อยเธอง่ายๆ แต่นั่นก็เป็นเรื่องดี เธอไม่ยอมอยู่นานให้เจ้าตัวเปลี่ยนใจคิดทำอย่างอื่นกับเธอหรอก จึงก้าวขาออกไปข้างหน้าพอให้มีช่องว่างระหว่างเธอกับเขาเล็กน้อยแล้วหันมามองร่างสูง ทว่าใบหน้าคมเข้มที่ดูหม่นหมองราวกับสุนัขหางลู่คอตกของเขาแบบนั้นทำให้เธอเปลี่ยนใจจากที่แค่จะเดินจากไปเฉยๆมาเป็นบอกลาเขาดีๆแทน

“ฉันจะรอนะ” ในตอนนั้นเองที่เธอยื่นปลายเท้าเล็กน้อยโน้มหน้าไปหาเจ้าของใบหน้าคมคาย ริมฝีปากเรียวของเธอก็ประทับลงบนผิวแก้มของเขา สัมผัสนุ่มวางทาบทับอยู่บนผิวหยาบของเขาเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะผละออกอย่างรวดเร็ว เขาเห็นใบหน้าขาวของเธอขึ้นสีแดงระเรื่อในขณะที่ละใบหน้าออก คาร์ลอสได้แต่ตะลึงงันกับการกระทำของเธอ ส่วนเจ้าของริมฝีปากนุ่มก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องเขาไปซะแล้ว

จิลแทบจะวิ่งออกมาจากห้องของคาร์ลอสซะมากกว่า เพราะกลัวจะโดนคว้าตัวเอาไว้อีก แต่อาจเป็นเพราะร่างสูงมัวแต่อึ้งกับการกระทำของเธอ กว่าจะรู้สึกตัวเธอก็ออกจากห้องไปแล้วคาร์ลอสแอบนึกเจ็บใจอยู่บ้างที่ถ้าเขารู้สึกตัวเร็วกว่านี้คงคว้าเธอมาจูบให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

ทำแบบนี้มัน...น่ารักเกินไปแล้ว

 

 

 

ระหว่างทางที่จิลเดินมาถึงที่นัดพบเธอได้แต่คิดว่าอะไรดลใจให้เธอทำแบบนั้นกัน เธอหมั่นไส้คาร์ลอสที่ชอบเข้ามาประชิดแถมยังทำให้เธอเสียการควบคุม แต่เห็นเขาตัดพ้ออย่างนั้นก็ทำใจแข็งนานไม่ได้ จึงเป็นฝ่ายชิงจูบแก้มเขาแทนอย่างนั้นเหรอ  ก่อนหน้านี้เขาก็ทำแบบนั้นกับเธอ เธอก็แค่ทำบ้างเท่านั้นเอง ถึงอย่างนั้นก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นใบหน้าคมคายนิ่งอึ้งไปอย่างนั้น พอมาคิดๆดูตอนนี้ก็แอบตลกอยู่เหมือนกัน

ใช่...เธอแค่เอาคืนเท่านั้นแหละ

“จิลทางนี้!” เสียงแบรรี่ตะโกนเรียกเธอจากไกลๆ เมื่อเห็นร่างของเธอเข้ามาในวิสัยทัศน์การมองเห็น จุดนัดพบที่ว่าก็อยู่ที่ทางออกของเมืองนี้ซึ่งไม่ได้ไกลจากแมนชั่นที่เธออยู่เท่าไหร่นัก ทำให้ใช้เวลาไม่นานเธอก็เดินมาถึงภายในระยะเวลาที่นัดหมายไว้

จิลเดินเข้าไปหาแบรรี่ก่อนจะพบว่านอกจากแบรรี่แล้วยังมีผู้ชายอีกคนยืนอยู่ด้วย

“นี่จิล เพื่อนในหน่วยสตาร์ของฉัน” แบรรี่แนะนำจิลกับผู้ชายอีกคน อีกฝ่ายพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะส่งยิ้มเป็นมิตรมาให้

“ผมเอลวิน” เอลวินแนะนำตัวเองก่อนจะยื่นมือมา จิลเองก็ยื่นมือจับเขาตามธรรมเนียม เอลวิลเป็นผู้ชายที่น่าจะอยู่ในวัยกลางคน เขาสูงกว่าเธอเล็กน้อย ผมสีดำมีประกายของผมสีขาวแซมอยู่บางเบา ใบหน้ามีริ้วรอยขึ้นมาตามวัย

“คนครบแล้วงั้นก็ไปกันเลย เรื่องอื่นไว้ค่อยคุยกันบนรถ” แบรรี่กล่าวสั้นๆก่อนจะเดินนำหน้าทุกคนไปที่รถจี๊ปคันใหญ่ซึ่งเขาขึ้นนั่งในฝั่งข้างคนขับ เอลวินตามขึ้นมานั่งประจำตำแหน่งคนขับ และจิลขึ้นรถทีหลังสุดนั่งข้างหลัง เบาะข้างหลังนั้นเต็มไปด้วยกระเป๋าหนักๆ ที่เธอก็รู้ดีว่าข้างในมีอะไร 

 

 

 

 

 

 

------------------------------------------------

ใกล้จะได้บู๊กันอีกแล้วนะคะ ????  นิดๆหน่อยๆพอกรุบกริบ 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #30 Mynun9412 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 16:13
    น่ารักมากกกกก
    #30
    0