[Fic Resident Evil] I GOT YOU (Carlos x Jill)

ตอนที่ 20 : บทที่ 19 ค่ำคืนในเมืองเล็กๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    26 ก.ค. 63

 

บทที่ 19 ค่ำคืนในเมืองเล็กๆ

 

สายลมยามค่ำคืนของเมืองโรแชนพัดมากระทบร่างของหญิงสาวที่นั่งอยู่หน้าแมนชั่น เก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่เป็นเก้าอี้หินอ่อนตัวยาว เธอรู้สึกหนาวอยู่บ้างแต่ที่ต้องออกมาตากลมแบบนี้เพราะมารอเจอใครบางคนอยู่ 

จิลเหลือบมองตัวเลขบอกเวลาที่หน้าจอโทรศัพท์ นี่ก็สองทุ่มแล้ว คิดดูเถอะตอนแรกคาร์ลอสชวนเธอกินมื้อเย็น แต่สุดท้ายก็ยกเลิกบอกว่าให้เธอไปหาอะไรกินคนเดียวได้เลยไม่ต้องรอ แล้วก็หายไปเลย ถ้าไม่ติดที่เธอต้องบอกเขาเรื่องที่เธอต้องไปจากเมืองในวันพรุ่งนี้เธอคงไม่พิมพ์ข้อความถามเขากลับหรอกว่าจะกลับมากี่โมง แอบรู้สึกเหมือนเป็นผู้หญิงงี่เง่าที่ถามความเคลื่อนไหวของแฟนตลอดเวลาไม่ได้ แต่ในเมื่อที่เธอถามเขามันมีเหตุผลมากกว่านั้นก็เลยพยายามไม่คิดอะไร แน่นอนคาร์ลอสไม่ได้ตอบเธอกลับมาในทันที แต่ส่งข้อความมาบอกว่ากลับตอนกี่โมงก็ปาไปหนึ่งทุ่มแล้ว ความสงสัยเรื่องธุระที่ว่าของคาร์ลอสก็หนักขึ้นไปอีก 

หญิงสาวรู้สึกได้ถึงเงาสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าจึงเงยขึ้นสบคนตัวโตใบหน้าคมคายฉายแววแปลกใจที่เห็นเธอมานั่งอยู่ข้างนอก

“ทำไมมานั่งตรงนี้?”

“รอนาย” จิลตอบกลับสั้นๆ ส่งผลให้อีกฝ่ายรู้สึกผิดปนฉงน

“ทำไมไม่รอบนห้อง? มานั่งตรงนี้เดี๋ยวก็เป็นหวัด” น้ำเสียงของเขาเหมือนจะดุเธออยู่บ้าง จิลได้แต่นึกถึงเรื่องที่เขาทำกับเธอเมื่อวาน ไม่มีทางที่เธอจะอยู่ในสถาการณ์ล่อแหลมกับเขาแบบนั้นอีกหรอก 

“มานั่งนี่สิ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” จิลขยับไปข้างๆเป็นเชิงชวนให้เขานั่งลงใกล้ๆ คาร์ลอสได้แต่หน้ามุ่ยลงเล็กน้อยเมื่อเธอยังยืนกรานจะนั่งตากลมแบบนี้ต่อไป แต่เขาก็ยินยอมนั่งลงข้างๆเธอโดยดี

“แค่คุยไปคุยกันในห้องก็ได้นี่”

“ไม่มีทาง เดี๋ยวนายก็แกล้งฉันแบบเมื่อวานอีก”

คาร์ลอสหัวเราะรวน ที่แท้เพราะเธอกลัวว่าเขาจะทำแบบเมื่อวานกับเธออีกถึงได้ออกมารอข้างนอกแบบนี้ 

“ผมไม่ได้แกล้ง” อันที่จริงในตอนนั้นเขาอยากจูบเธอจะแย่ แต่ก็ต้องห้ามตัวเองไว้เพราะกลัวว่าถ้ารุกหนักไปเธอจะไม่ชอบขึ้นมาน่ะสิ ในเมื่อจิลก็ดูเป็นคนไม่ยอมใครง่ายๆ...ถึงแม้ตอนนั้นจะยอมเขาก็เถอะ แต่คิดซะว่ายังไงก็มีเวลาอยู่ด้วยกันอีกเยอะ ไว้ค่อยทำอย่างนั้นวันอื่นก็ได้

“จะอะไรก็ช่าง สรุปคุยกันตรงนี้แหละ” คาร์ลอสเหมือนจะเห็นใบหน้าสวยของจิลขมวดมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์ ถึงแม้ในใจจะรู้สึกดีที่ได้ยุแหย่คนข้างๆแต่ก็ยินยอมไม่หาคำมาเถียงต่อ

“งั้น...เรื่องอะไรที่อยากคุยกับผมจนคุณต้องมานั่งรอข้างนอกแบบนี้ล่ะ?”

“วันนี้ฉันบังเอิญเจอแบรรี่เพื่อนในหน่วยสตาร์อีกคนน่ะ เขาผ่านทางมาเมืองนี้เพื่อจะไปเมืองบารานต่อวันพรุ่งนี้ ไปบุกทำลายการขนส่งอาวุธชีวภาพของอัมเบรลล่าที่นั่น ฉันก็เลยจะไปด้วย” จิลพูดเข้าประเด็นอย่างไม่อ้อมค้อม

“ผมไปด้วยได้มั้ย?”

“แบรรี่บอกว่ารถเต็ม”

“งั้นเดี๋ยวผมหาทางตามไปทีหลัง” คำพูดของเขาทำให้เธออมยิ้มเล็กน้อย ภายในใจเธอรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกที่เขาพยายามหาทางตามมาช่วย

“ได้ รีบตามมาละกัน” จิลพูดยิ้มๆใบหน้ามองตรงออกไปท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่ไม่ค่อยมีผู้คน มันเงียบสงบเหมือนกับจิตใจของเธอในตอนนี้

“ฉันยังไม่ค่อยรู้เรื่องของนายเลย วันนี้เรามาแลกเปลี่ยนข้อมูลกันดีมั้ย?” คงไม่มีช่วงเวลาไหนที่เหมาะเท่ากับตอนนี้แล้ว เพราะพรุ่งนี้เธอต้องไปอีกเมือง แม้จะได้เจอกับคาร์ลอสหลังจากนั้นอยู่ดี

“ดีสิ ผมเองก็อยากรู้เกี่ยวกับคุณเยอะแยะเลย”

จิลสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ในหัวของเธอมีคำถามมากมายที่อยากรู้เกี่ยวกับเขา เธอเลือกที่จะหยิบคำถามขึ้นมาหนึ่งข้อ

“นายอายุเท่าไหร่?” แต่ก่อนที่จำถามสิ่งที่ค้างคาใจที่สุดก็ต้องผ่านข้อนี้ไปซะก่อน จริงๆแล้วคำถามข้อนี้ก็ไม่ได้สำคัญมากขนาดนั้น เพราะเธอไม่สนใจเรื่องอายุของเขาหรอกไม่ว่าเขาจะอายุมากกว่าเธอเท่าไหร่ แต่ยังไงเธอก็อยากรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับเขาอยู่ดีแม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อยแบบนี้

“สามสิบ” 

คำตอบของเขาไม่ต่างจากที่เธอคาดเดาไว้เท่าไหร่ “ฉันอายุยี่สิบหก” 

ใช่ เธอกับคาร์ลอสอายุห่างกันแค่สี่ปีเท่านั้นเอง

คาร์ลอสเพียงส่งเสียงในลำคอเป็นเชิงรับรู้ “งั้นผมถามบ้าง ทำไมคุณถึงมาทำงานเป็นตำรวจล่ะ?”

“อืม...พูดแล้วอย่าตกใจล่ะ” เธออดที่จะอมยิ้มให้กับสาเหตุที่เธอมาทำงานด้านตำรวจของตัวเองไม่ได้ก่อนจะเริ่มเล่า “พ่อของฉันเป็นโจรที่มีชื่อเสียงในเรื่องการงัดแงะ สะเดาะกุญแจ เขาเป็นโจรมาหลายปีจนกระทั่งถูกจับ ฉันเองก็ได้พรสวรรค์ในการสะเดาะกุญแจมาจากพ่อ หลังจากที่พ่อถูกจับไป ตอนนั้นฉันเป็นแค่เด็กเกรดเก้าธรรมดาคนหนึ่ง แต่ทางรัฐเห็นถึงความสามารถของฉันในด้านนี้ก็เลยให้ฉันเข้ามาฝึกฝนและทำงานให้ แลกกับการลดโทษของพ่อ”

“แล้วตอนนี้พ่อของคุณ...?”

“ไม่อยู่แล้ว”

“ผมขอโทษ...”

จิลส่ายหน้าเบาๆราวกับไม่ติดใจอะไร “ตอนแรกฉันไม่ได้คิดจะทำงานเกี่ยวกับตำรวจจริงจัง แต่พอได้ลองทำดูก็รู้สึกว่ามันสนุกกว่าที่คิด การที่ได้ช่วยเหลือคนอื่นแล้วจับคนผิดเข้าคุก น่าตลกใช่มั้ยล่ะที่พ่อของฉันเป็นโจรโดนตำรวจจับ แต่ฉันกลับกลายมาเป็นตำรวจที่มุ่งมั่นจะจับโจรแบบพ่อฉันเข้าคุกซะอย่างนั้น”

“ความสัมพันธ์ของคุณกับพ่อไม่ค่อยดีเหรอ?” เขารู้สึกตัวว่าถามเรื่องส่วนตัวของเธอมากเกินไปจึงรีบพูดต่อ “ถ้าคุณไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไร”

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก ฉันรู้ดีว่าที่เขาทำไปเพราะต้องเลี้ยงดูครอบครัวโดยเฉพาะฉันที่ยังเด็กมาก เขาสอนอะไรหลายๆอย่างให้ฉันมากมาย ฉันไม่เกลียดเขาหรอก และไม่เกลียดตำรวจที่จับเขาไปด้วย”

“คุณเข้มแข็งมากเลย” คาร์ลอสอดที่จะชื่นชมหญิงสาวข้างกายไม่ได้ เธอต้องผ่านเรื่องราวทั้งหมดนั่นทั้งที่ยังเด็ก พอโตมายังต้องมาโดนอาวุธชีวภาพไล่ล่าที่เมืองแรคคูนอีก ตัวก็เล็กแค่นี้ แต่ความเข้มแข็งตัวเท่าโลก

“แล้วนายล่ะ? ทำไมมาอยู่ในหน่วย U.B.C.S. ฉันรู้มาว่าอัมเบรลล่าคัดคนเข้าจากประวัติอาชญากรรม...จริงรึเปล่า?” นี่แหละคือคำถามที่เธออยากรู้มากที่สุด จริงๆสงสัยตั้งแต่อ่านบันทึกของเมอร์ฟี่แล้ว

คาร์ลอสหลุบสายตาลงต่ำเมื่อจิลหันมามองเขาอย่างสงสัย เขารู้ดีว่าอดีตของเขามันไม่ได้สวยงามเท่าไหร่

“ใช่...ผมเคยเป็นโจร”

จิลตกใจในคำตอบของเขานิดหน่อย ทั้งที่เตรียมใจไว้แล้ว “นายทำอะไร? วิ่งราว? กรรโชกทรัพย์? บุกชิงทรัพย์? ปล้นร้านทอง?” 

สารพัดข้อหาที่หญิงสาวถามออกมาทำให้เขาขำพรืด แต่ก็ตอบกลับยิ้มๆ “ผมเป็นโจรขโมยของ”

“นายขโมยอะไรถึงได้โดนจับเข้าคุก?”

“หัวใจ”

จิลถอนหายใจออกมาอย่างแรง ใบหน้าที่เคยหันมองเขาอย่างจริงจังก็หันกลับมามองถนนตรงหน้าอย่างเลื่อนลอย เธอคงผิดเองที่คิดจริงจังในคำตอบของเขา เขาตั้งใจจะเล่นมุกบ้าบอนี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ 

“ผมแค่เห็นว่าก่อนหน้านี้เราคุยกันเรื่องซีเรียสเลยอยากให้ผ่อนคลายซักหน่อย”

“มุกแย่มาก” 

คาร์ลอสหัวเราะอีกครั้ง กล่าวยอมแพ้ “ก็ได้ ผมจะเล่าเรื่องจริงแล้ว”

จิลเหลือบมองคาร์ลอสจากหางตาอย่างชั่งใจ แต่จริงๆแล้วเธอกำลังตั้งใจฟังอย่างมาก

“ก่อนหน้านี้ผมเป็นสมาชิกปฏิบัติการกองโจรคอมมิวนิสต์ในอเมริกาใต้…คงไม่ต้องบอกนะว่าทำไมผมถึงไปเข้าร่วมกองโจรนั่น ผมเกิดและเติบโตในหมู่บ้านที่มีสงครามจึงไม่มีตัวเลือกอะไรมาก”

คาร์ลอสไม่ใช่คนไม่ดีมาตั้งแต่แรก ที่เขาถูกจับเพราะสิ่งแวดล้อมที่บีบคั้นทำให้เขาต้องเข้าร่วมสงครามภายใน...สิ่งที่เธอรู้มาทำให้เธอรู้สึกดี

“หลังจากสงครามจบ ปฏิบัติการกองโจรถูกทำลาย คนที่ยังมีชีวิตอยู่โดนจับทั้งหมด อัมเบรลล่าเข้ามายื่นข้อเสนอให้ทุกคนเข้าร่วมการฝึกฝนเข้าหน่วย U.B.C.S. แทนการเข้าคุกหรือบางทีอาจมีโทษประหารชีวิต  และเหมือนเดิมที่ผมไม่มีตัวเลือกจึงรับข้อเสนอ ตอนนั้นผมคิดว่าอัมเบรลล่าเป็นบริษัทที่ดีด้วยซ้ำ เข้ามาให้โอกาสคนที่ใกล้จะได้รับความตายอย่างผม... ผมก็เหมือนคุณนั่นแหละ ต่างกันที่รัฐเป็นคนชวนคุณเข้าร่วม ส่วนของผมเป็นอัมเบรลล่า” เขาพูดราวกับเป็นเรื่องที่ไม่จริงจัง แต่เธอจับความรู้สึกเศร้าอยู่บางเบาภายในน้ำเสียงนั้นได้

“ขอโทษนะที่อดีตของผมอาจไม่ได้สวยหรู” คำพูดคล้ายตัดพ้อของเขาทำให้เธอรู้สึกไหววูบในใจขึ้นมา อดไม่ได้ที่จะขยับตัวไปนั่งใกล้ๆเขาจนไหล่แทบจะชนกัน ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือหนาข้างหนึ่งของคาร์ลอสที่วางอยู่บนตัก 

“ต่อให้ในอดีตนายจะเคยทำอะไรมาฉันก็ไม่สนใจหรอกนะ” จิลไม่ทันได้สังเกตว่าคนที่เธอกุมมืออยู่กระตุกยิ้มอยู่บางเบา เพราะอันที่จริงเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรกับอดีตตัวเองมากมายหรอก แค่อยากลองแกล้งทำเป็นตัดพ้อถึงอดีตตัวเองให้จิลปลอบเขาเท่านั้นเอง แน่นอนว่าเขาไม่ได้คิดว่าจิลจะทำแบบนี้ จึงรู้สึกกระตุกวูบในใจกับการกระทำของเธอ ไออุ่นจากมือนุ่มที่กอบกุมมือของเขาส่งผ่านขึ้นมาถึงหัวใจให้อุ่นซ่านได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ไหนบอกว่าตัวเองไม่ใช่สาวหวาน แต่ที่กำลังทำอยู่นี่น่ารักเป็นบ้า

“เมื่อสองเดือนก่อน หน่วย S.T.A.R.S ถูกส่งไปที่คฤหาสน์สเปนเซอร์ เจ้าของก็เป็นคนจากอัมเบรลล่าเนี่ยแหละ ตอนนั้นพวกเราในหน่วยแทบจะเอาชีวิตไม่รอดเพราะต้องเจอทั้งซอมบี้และอาวุธชีวภาพ มันเป็นสิ่งที่พวกเราไม่คาดคิด ฉันเจอเอกสารลับเกี่ยวกับการทดลองของอัมเบรลล่าก็เลยรู้ว่าพวกมันอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด” จิลเล่าที่มาว่าทำไมถึงได้รู้เรื่องของอัมเบรลล่าคร่าวๆให้คาร์ลอสฟัง มือก็ยังคงจับมือของเขาอยู่อย่างนั้น

“ผมรู้ คืนนั้นผมไปที่สถานีตำรวจเลยได้อ่านรายงานคดีเรื่องนี้ในออฟฟิศหน่วยสตาร์พอดี...”

“งั้นเหรอ...” เธอนึกถึงเหตุการณ์นั่นอีกครั้ง จริงๆเธอแทบไม่อยากจะพูดถึงมันเลยด้วยซ้ำเพราะนั่นเป็นเหมือนจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตของเธอ ทั้ง โดนสัตว์ประหลาดโจมตี สูญเสียเพื่อน โดนหักหลัง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้อยากให้เขามารับรู้เรื่องราวนี้กับเธอด้วย

เมื่อคาร์ลอสเห็นว่าบทสนทนาเริ่มไปในทิศทางตึงเครียดจึงยกมือที่ถูกกอบกุมขึ้นจุมพิตเบาๆก่อนจะวางมือลงบนตักตามเดิม

จิลแอบสะดุ้งกับการกระทำนั้น มองใบหน้าคมคายนิ่งอึ้ง “ถึงเนื้อถึงตัวตลอด” 

“คุณเป็นคนมาจับมือผมเองนะ”

“งั้นคราวหลังไม่จับแล้ว” พร้อมกับดึงมือกลับ ทว่ามือหนาอีกข้างยกขึ้นวางทับมือของเธอซะก่อนทำให้ไม่อาจทำได้ดั่งใจ

“จับไว้แบบนี้แหละผมชอบ”

“หยอดเก่งแบบนี้มันคนเจ้าชู้ชัดๆ”

และก็เป็นอีกครั้งที่จิลอดยิ้มให้กับคารมของเขาไม่ได้ ไม่ใช่ว่าไม่เคยเจอคารมของคนอื่นที่เข้ามาจีบ แต่มีแค่คาร์ลอสเท่านั้นที่ทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวในใจขึ้นมาได้

“ผมไม่ใช่คนเจ้าชู้ซะหน่อย” คาร์ลอสท้วงราวกับคนที่ถูกใส่ร้าย แต่เธอรู้ดีตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกับเขาแล้วนั่นแหละ คนทั่วไปกับคนเจ้าชู้มันมีอะไรที่ต่างกันอยู่ ท่าทางและสายตาของคนเจ้าชู้ที่มองมามักมีอะไรแอบแฝง

“ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงละกัน” จิลเหลือบมองคนข้างๆเหมือนจะเห็นเขาทำหน้ามุ่ยไปเล็กน้อย มันช่างไม่เข้ากับร่างใหญ่และใบหน้าเข้มของเขาซะเหลือเกิน แต่ถึงอย่างนั้นเธอแอบรู้สึกว่าเขาก็น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย

“แต่จะว่าไปนายก็เหมือนโจรอยู่นะ” เธอพินิจพิจารณาใบหน้าของคาร์ลอสที่ประกอบด้วยผมหยักศกปล่อยยาวทำให้ดูเซอร์เล็กน้อย คิ้วเข้ม สันจมูกโด่ง หนวดเคราประดับเป็นแนวคลุมสันกราม ผิวสีเข้มอย่างคนแอคทีฟ ตัวก็โต มัดกล้ามแน่น ถ้าเขาไม่ได้มีใบหน้าที่หลอเหลาแบบนี้ก็คงจะเหมือนโจรจริงๆนั่นแหละ... 

“เพราะผมขโมยหัวใจคุณน่ะเหรอ?” แต่เพราะเจ้าของใบหน้าคมเข้มตอบกลับมาอย่างนั้น ทั้งที่เธออยากแกล้งแหย่เขาแต่กลับโดนเขาตอบกลับด้วยถ้อยคำยุแหย่กว่าซะงั้น คราวนี้จิลไม่ถอนหายใจที่เขาเล่นมุขเดิม แต่กลับหัวเราะเบาๆ ไม่กล่าวปฏิเสธ

เพราะเหมือนจะเป็นเรื่องจริงนี่นา

 

 

 

 

 

----------------------------------------------------

นานๆทีจะได้มีเวลามาคุยกันยาวๆ ฮา

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น