[Fic Resident Evil] I GOT YOU (Carlos x Jill)

ตอนที่ 19 : บทที่ 18 พบเจอเพื่อนเก่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    22 ก.ค. 63

 

 

บทที่ 18 พบเจอเพื่อนเก่า

 

 

แน่นอนว่าเมื่อคืนกว่าเธอจะข่มตาหลับได้ก็ปาเข้าไปตีสอง เธอไม่อาจสลัดความรู้สึกร้อนๆบริเวณแก้มและมุมปากที่เหมือนจะโดนริมฝีปากของเขาสัมผัสออกไปได้ เมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก็ทำให้หัวใจเต้นระรัวขึ้นมาอีก หลับตาแล้วภาพใบหน้าที่มีรอยยิ้มมุมปากกลับผุดขึ้นมาเด่นชัด เธอได้แต่ก่นด่าเขาอยู่ในใจทว่าเลือดที่สูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าร้อนผะผ่าวราวกับจะบอกว่าเธอเองก็ทั้งเขินและรู้สึกดีกับเขามาก

เธอตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็นเวลาหกโมงเช้า แน่นอนว่าสิ่งแรกที่นึกถึงก็คือเหตุการณ์เมื่อคืน เพราะแบบนั้นทำให้เธอตัดสินใจลุกมาล้างหน้าแปรงฟันแล้วออกมาเดินเล่นข้างนอนแทน ในเมื่อรู้ตัวอยู่แล้วว่าข่มตานอนต่อก็คงไม่มีทางหลับได้ลง ทั้งที่ตัวเธอนอนไปแทบนับชั่วโมงได้ แต่เพราะทำงานในอาชีพตำรวจด้วยล่ะมั้งทำให้เธอชินกับการนอนไม่เป็นเวลา รวมถึงการอดนอนด้วย

เธอหยุดยืนอยู่ที่หน้าแมนชั่นที่พัก เมืองนี้ค่อนข้างเล็กและยังไม่ค่อยเจริญมาก พื้นถนนก็ยังเป็นดินอยู่ด้วยซ้ำ ไม่ใช่ถนนลาดยาง แต่เพราะเป็นเมืองทางผ่านไปยังเมืองใหญ่ซึ่งเมื่อออกจากเมืองนี้ต้องผ่านถนนยาวหลายกิโลเมตรจึงจะเข้าไปถึงเมืองข้างๆได้ ดังนั้นจึงมีรถของนักเดินทางแวะจอดพักเติมน้ำมันที่เมืองนี้อยู่บ้างประปราย

สองขายาวของเธอเดินมาหยุดลงที่ตลาดแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พัก ในนั้นมีคนเดินสวนกันไปมาขวักไขว่ เธอโดนชนจากใครสักคนที่เดินผ่านไป ไม่มีแม้แต่เสียงขอโทษดังขึ้นมา แต่เธอไม่สนใจเมื่อสายตาเหมือนจะเห็นใครบางคนที่เธอคุ้นเคยอยู่ที่มุมหนึ่งของทางเดิน

เธอมั่นใจว่าเธอจำคนไม่ผิดจึงเดินเร็วๆเพื่อไปหาเขาคนนั้น อีกฝ่ายรับรู้ได้ว่ามีคนกำลังเดินมาหาจึงหันมามอง ใบหน้าของเขาฉายแววตะลึงงันขึ้นมา

“แบรรี่?!” จิลเรียกชื่อเขาเมื่อมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพอดีกับอีกฝ่ายที่เหมือนตั้งสติได้

“จิล?! พระเจ้าฉันนึกว่าเธอระเบิดไปพร้อมกับเมืองแล้วซะอีก” น้ำเสียงของเพื่อนเก่าคนนี้ฉายแววตกใจปนโล่งใจ ข่าวที่ว่าเมืองแรคคูนโดนมิสไซล์ถล่มจากการควบคุมเชื้อไวรัสไม่ได้โด่งดังไปไวยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ตอนที่เขารู้ข่าวก็ตกใจไม่น้อยเลยที่เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนั้นในเมืองที่เขาอาศัยอยู่

“หนีออกมาจากเมืองทันพอดีน่ะสิ” ฉันแทบไม่มีเวลาอธิบายอะไรมากเพราะเธออยากรู้ในสิ่งที่สงสัยของตัวเองมากกว่า “นายมาทำอะไรที่นี่?”

แบรรี่มองซ้ายขวาอย่างระวังตัวก่อนจะขยับเข้ามาใกล้เธอ “ฟังนะ ฉันกำลังจะไปช่วยคริสที่บุกขัดขวางการขนส่งอาวุธชีวภาพคืนพรุ่งนี้”

“อะไรนะ?! บุกขัดขวางการส่งอาวุธชีวภาพ??” คิ้วเรียวบนใบหน้าสวยขมวดมุ่นเมื่อเขาพูดชื่อคู่หูของเธอขึ้นมา บุกขัดขวางอาวุธชีวภาพอะไรกัน ไม่ใช่ว่าคริสลาพักร้อนอยู่หรอกเหรอ?

“ที่จริงแล้วคริสแอบตามสืบเรื่องอัมเบรลล่าอยู่เงียบๆน่ะ ฉันเองก็คอยช่วยเหลือเขาในเรื่องนี้อยู่ เขาคงไม่ได้บอกอะไรเธอเลยล่ะสิ?” 

จิลส่ายหน้าเบาๆ ที่แท้คนที่เธอคิดว่าลาพักร้อนสบายใจเฉิบกลับกำลังหาทางเล่นงานอัมเบรลล่ามาตลอดโดยไม่บอกอะไรเธอเลย แถมเธอโทรไปก็ไม่รับสายราวกับตัดขาดจากคนอื่นไปอย่างสิ้นเชิง

“แล้วตอนนี้คริสอยู่ไหน?”

“ไปรอดูลาดเลาอยู่ที่เมืองบารานแล้ว ลงมือพรุ่งนี้” จิลพยายามนึกถึงเมืองที่ว่า ถ้าจำไม่ผิดมันไกลออกไปจากเมืองนี้อยู่เหมือนกัน ใช้เวลาเดินทางประมาณสามถึงสี่ชั่วโมง เป็นเมืองเล็กๆที่ยังไม่เจริญพอๆกับเมืองนี้ พวกอัมเบรลล่านัดส่งของกันที่นั่นเหรอ?

“คนเดียว?”

“ไม่หรอก คริสร่วมมือกับคนในกลุ่มต่อต้านอัมเบรลล่าที่ถูกตั้งขึ้นมาเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนนี่เองแหละ” ถึงขั้นมีกลุ่มต่อต้านอัมเบรลล่า...ทั้งที่เธอก็ไม่รู้เรื่องอีกเช่นกัน

“ถ้างั้นต้องการคนช่วยมั้ย?”

“ถ้าเธอว่างก็คงต้องการแหละ” แบรรี่กล่าวอย่างไม่จริงจัง เพราะเห็นถึงความต้องการของคนตรงหน้าที่อยากจะทำลายอัมเบรลล่าพอๆกับเขา

จริงอยู่ที่ตอนนี้เธอว่าง แต่เธอเพิ่งจะหนีตายออกจากเมืองแรคคูนที่ระเบิดเป็นจุณไป ถึงแม้จะเหนื่อยอยู่เล็กน้อยแต่เธอรู้สึกแค้นเคืองอัมเบรลล่าจนอยากทำลายมันให้สิ้นซากซะมากกว่า อีกอย่างเธออยากจะไปต่อว่าคริสซะหน่อย ที่ทำอะไรโดยไม่บอกซักคำ แถมยังเป็นเรื่องอันตรายแบบนี้อีก เขาคงไม่เห็นว่าเธอเป็นคู่หูแล้วล่ะมั้ง?

“ได้ ฉันจะไปด้วย” เธอพูดแบบนั้นแต่ในใจกลับมีภาพใครบางคนรากฏขึ้นมา เป็นไปได้มั้ยที่เธอและเขาไปช่วยบุกทำลายอาวุธชีวภาพที่ว่านั่นด้วยกัน

“อืม...ว่าแต่เธอหนีรอดมาจากเมืองคนเดียวเหรอ?”

“เปล่า ฉันมากับ...เพื่อนอีกคน” เป็นเพราะสถานะที่เพิ่งเปลี่ยนไปเมื่อวานทำให้เธอรู้สึกไม่ชินอยู่บ้าง อีกอย่างเธอยังไม่อยากอธิบายอะไรมากหากพูดเรื่องจริงเลยบอกไปแบบนั้น ไม่ได้คิดจะปกปิดอะไร แค่คิดว่าเดี๋ยวค่อยบอกทีหลังเท่านั้นเอง

“งั้นเธอคงต้องได้แยกกับเพื่อนแล้วล่ะ เพราะรถไปเมืองบารานมีที่ว่างแค่หนึ่ง” แบรรี่เห็นว่าจิลอธิบายแค่รอดมากับเพื่อนแต่ไม่ได้บอกชื่อ เขาก็รู้ว่าคงเป็นคนที่เขาไม่รู้จักจึงไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ 

“อืม...” นัยน์ตาของตำรวจสาวไหววูบลงเล็กน้อยแต่ก็รับคำ

หลังจากนั้นเธอก็พูดคุยกับแบรรี่อีกนิดหน่อยเกี่ยวกับเรื่องของอัมเบรลล่าที่ได้รับรู้มาบางส่วน แต่ดูเหมือนว่าแบรรี่จะไม่มีเวลาว่างมากพอเมื่อเขาขอตัวจากไปก่อนเพราะมีนัดส่งอาวุธที่เตรียมถล่มอัมเบรลล่าวันพรุ่งนี้จึงแยกตัวออกไป จิลไม่ลืมจัดการแลกเบอร์โทรศัพท์กับแบรรี่เพื่อนัดหมายเวลาและสถานที่ในการพบกันอีกครั้งในวันเดินทางพรุ่งนี้เสร็จสรรพ เมื่อดูเวลาก็พบว่าสายมากแล้ว จึงกลับไปที่แมนชั่นเผื่อคนตัวใหญ่ที่ปั่นหัวเธอเมื่อคืนจะตื่นแล้ว

เธอกลับเข้ามาในห้องได้สักพักแต่ก็ไร้วี่แววว่าจะมีคนมาเคาะห้องของเธออย่างที่คาดการณ์ เพราะเธอคิดว่าคาร์ลอสจะมาหาเธอแล้วไปกินข้าวด้วยกันซะอีก ในระหว่างที่กำลังคิดว่าจะทำยังไงต่อ ควรจะเป็นฝ่ายไปหาเขาก่อนมั้ย หรือส่งข้อความไปถาม ก็มีข้อความส่งมาถึงเธอซะก่อน แน่นอนว่ามันถูกส่งมาจากคนที่เธอกำลังนึกถึงอยู่

ผมออกมาทำธุระ ไว้เจอกันตอนเย็นนะ : )

จิลหรี่ตาให้กับหน้าจอโทรศัพท์ ธุระอะไรกันถึงได้ต้องใช้เวลาทั้งวัน กลับมาอีกทีก็เย็นแบบนี้ ขนาดเธอที่บังเอิญออกไปเจอเพื่อนเก่าอย่างแบรรี่ยังใช้เวลาคุยกันไม่ถึงสองชั่วโมงด้วยซ้ำ แต่ก็ช่างเถอะ ดีซะอีกเพราะเธอเองก็คงทำตัวไม่ถูกเวลาอยู่กับคาร์ลอส นึกถึงสิ่งที่เขาทำกับเธอเมื่อวานแล้วเธอยังคิดไม่ออกเลยว่าจะต้องทักทายเขายังไงโดยไม่ให้เก้อเขินขึ้นมา

 

 

 

 

 

 

-----------------------------------------------

คือบทนี้ก็จะสั้นๆหน่อยนะคะแง 5555 (อิโมจิร้องไห้) //สั้นกว่าทุกบทที่เขียนมา

แต่เดี๋ยวแทนที่ด้วยความยาวในบทถัดไปแน่นอนค่ะ! 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น