[Fic Resident Evil] I GOT YOU (Carlos x Jill)

ตอนที่ 15 : บทที่ 15 ลาก่อนแรคคูนซิตี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    25 พ.ค. 63

 

บทที่ 15 ลาก่อนแรคคูนซิตี้

 

ร่างของเธอที่ตกลงมากลิ้งอยู่บนทางลาดลงซึ่งพาเธอมายังจุดตรงกลางของลานโล่งที่มีเนเมซิสอยู่ เธอยังมีสติยันร่างที่ได้รับบาดเจ็บจากการกลิ้งหล่นลงมาเมื่อรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่ตรงนี้คนเดียว แต่มีสัตว์ประหลาดบ้าที่จ้องจะเอาชีวิตของเธออยู่ ในใจนึกแค้นคนที่ทำเธอตกลงมา แต่เรื่องการเอาคืนไอ้เวรนิโคไลน์ค่อยไปคิดบัญชีกับมันทีหลังหากเธอรอดจากตรงนี้ไปได้ แน่นอนว่าเธอจะไม่ปล่อยมันไว้แน่

ตรงหน้าเธอคือเนเมซิสที่ตอนนี้วิวัฒนาการไปได้อย่างรวดเร็ว ร่างของใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ตัวมันสูงเกือบจะชนเพดาน ขายึดอยู่กับพื้นเหมือนรากต้นไม้ ใบหน้าที่เธออธิบายไม่ถูกแต่คล้ายกับมีเกราะเปลือกไม้หุ้มเอาไว้อยู่

“จิล!” เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านบน เธอหันไปมองพบกับร่างของชายหนุ่มที่เธอคุ้นเคย เขายืนอยู่ที่ทางเดินซึ่งก่อนหน้านี้นิโคไลน์เดินออกมา “คุณไม่เป็นไรนะ?!”

“ตอนนี้ไม่” เธอตะโกนตอบกลับเขาไป ทว่าเหมือนคนที่อยู่ด้านบนจะตกใจกับร่างของสัตว์ประหลาดที่เปลี่ยนไป จึงเกิดเป็นห่วงเธอขึ้นมา เขาไม่ลังเลที่จะกระโดดลงมาจากจุดที่ยืนอยู่เพื่อมาอยู่ข้างเธอ

“นายลงมาทำไม?!” จิลถามเขาอย่างไม่เข้าใจ แต่เหมือนสัตว์ประหลาดนั่นจะไม่ปล่อยให้พวกเธอคุยกันนานเมื่อมันเริ่มใช้แขนใหญ่ฟาดลงมาในจุดที่เธอและคาร์ลอสยืนอยู่ ทั้งสองคนต่างก็กระโดดหลบออกไปคนละทาง บนพื้นเกิดเป็นรอยร้าวเพราะแรงของมัน

“จะปล่อยให้คุณสู้อยู่คนเดียวได้ยังไงล่ะ?!” คาร์ลอสที่ยืนอยู่ไม่ไกลออกไปตอบกลับเสียงหนักแน่น เขาเคยปล่อยให้เธอเอาตัวเองออกไปล่อสัตว์ประหลาดตัวนั้นแล้วครั้งหนึ่ง คราวนี้เขาจะไม่ให้เธอต้องสู้อยู่เพียงลำพังอีก ในเมื่อร่างของมันก็วิวัฒนาการจนน่ากลัว ดูท่าจะสู้ไม่ง่ายเหมือนเดิมอีกแล้ว

จิลที่ในมือเปลี่ยนไปถือปืนช็อตกันยกขึ้นเล็งใส่กลางหน้าของมันไปหลายนัดติด พร้อมกับคาร์ลอสที่รัวปืนกลเข้าใส่ในจุดเดียวกัน ทว่าร่างของมันกลับยังนิ่ง ไร้เสียงร้องหรืออาการที่บ่งบอกถึงความเจ็บปวด

ยิงไม่เข้า

เนเมซิสใช้มือทั้งสองข้างปัดป่ายไปทั่วห้อง ทั้งสองร่างต่างก็หมอบหลบได้อย่างทันควัน ก็จริงที่ตัวมันขนาดใหญ่ขึ้น ดูน่ากลัว แต่ความเร็วก็ลดลงทำให้เธอพอหลบการโจมตีของมันได้บ้าง ดูเหมือนคาร์ลอสก็คิดแบบเดียวกับเธอเมื่อเขาเปลี่ยนเป็นโยนลูกระเบิดอัด กลุ่มควันฟุ้งกระจายที่ตัวมัน ทว่าก็ยังไม่มีการตอบสนองในทำนองเจ็บปวดใดๆ รอบห้องนี้ไม่มีทางหนี เธอพยายามมองหาตัวช่วยซึ่งทำให้เธอได้เปรียบ แต่กลับไม่มีอะไรเลย ด้านหลังของเธอเป็นอุปกรณ์อะไรซักอย่างซึ่งมีขนาดใหญ่ ติดอยู่กับที่ มีปุ่มใหญ่สีแดงตรงหน้า

เดี๋ยวนะ เธอเคยอ่านเอกสารในห้องแล็บมาว่ามันมีอาวุธพลังทำลายล้างสูงอยู่ในนี้ ที่เขาเรียกกันว่าFINGeR หรือจะเป็นเจ้าเครื่องนี้?! เมื่อมองไปยังรอบแล้วเธอพบวัตถุทรงกระบอกที่วางไว้แนวนอนเรียงรายทั้งซ้ายและขวา มันมีประกายแสงสีฟ้าบ่งบอกให้รู้ว่าเป็นวัตถุอิเล็กทรอนิก ถ้าเดาไม่ผิดมันอาจเป็นแหล่งพลังงานซึ่งเชื่อมต่อกับเครื่องนี่อยู่

จิลรีบเคลื่อนไปหาเจ้าเครื่องซึ่งตั้งอยู่ด้านหลัง มันมีปุ่มให้กดอยู่ปุ่มเดียว เธอไม่มีอะไรจะเสียแล้วจึงลองกดดู ในขณะที่คาร์ลอสพยายามอัดทั้งลุกกระสุน ลูกระเบิดเข้าใส่เนเมซิสอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ เครื่องนั้นเริ่มเคลื่อนไหว วัสดุที่ห่อคลุมมันไว้ขยับออกไปตามกลไกเผยให้เห็นอาวุธด้านในที่มองยังไงก็รู้ว่ามันคือปืนแม่เหล็กไฟฟ้าแบบรางคู่ หรือก็คือเรลกันที่ว่า เธอเป็นตำรวจมากประสบการณ์ในเมืองแรคคูนมานานแน่นอนว่าไม่เคยเห็นเครื่องมือสังหารที่มักใช้ในสงครามแบบนี้หรอก แต่เธอก็รู้จักมันเพราะเคยอ่านเจอตามหนังสือประวัติศาสตร์ จึงใช้ทั้งสองมือคว้าอาวุธนี่มาตั้งไว้ในระดับเอว มันมีขนาดใหญ่และหนัก ปลายกระบอกปืนยาวเล็งไปทางมัน ก่อนจะยิงกระสุนออกไป

“คาร์ลอสระวัง!” จิลตะโกะเตือนคาร์ลอสที่ยืนอยู่อีกด้านของห้อง เขาหันมามองเธออย่างตะลึงงันกับอาวุธใหม่ในมือ เธอได้ยินเสียงชาร์จของเรลกันเพียงชั่วครู่ก่อนที่มันจะยิงกระสุนพลังแม่เหล็กไฟฟ้าออกไปก่อให้เกิดเป็นลำแสงยาวพุ่งตรงใส่กลางลำตัวของมัน เลือดสีแดงสดไหลออกมาจากร่างใหญ่ มันร้องคำรามลั่น

[อยู่ในกระบวนการคูลดาวน์ โปรดใส่แหล่งพลังงาน] เสียงดังฟังชัดจากโปรแกรมของปืนดังขึ้นแจ้งสถานะ วัตถุที่เธอคิดว่ามันคือแหล่งพลังงานโดนดันออกมาจากช่องเมื่อปืนยิงกระสุนออกไป และตอนนี้มันค่อยๆโดนดึงกลับเข้าไปในช่องตามเดิมทีละเครื่อง ทว่ากลับยังมีอยู่ไม่กี่เครื่องที่ดันตัวเองกลับเข้าไปไม่ได้ อีกทั้งแสงสีฟ้าที่เครื่องยังเปลี่ยนเป็นสีแดง

Error

เสียงดังฟังชัดออกมาจากเรลกัน จิลหันไปมองหน้าชายหนุ่มที่ร่วมสู้ เขามองมาที่เธอแล้วพยักหน้ารับราวกับรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ ก่อนจะหมุนตัวไปยังแหล่งพลังงานที่มีแสงสีแดงซึ่งอยู่ด้านขวา เท่านี้เธอก็รู้แล้วว่าเขาล่วงรู้ความคิดของเธอจริงๆด้วย ยังมีแหล่งพลังงานที่ยังไม่โดนดันกลับทางด้านซ้ายอีกหนึ่งอันทำให้เธอรีบวางอาวุธทรงพลังลงที่เดิม ก่อนจะรีบวิ่งไปดันแหล่งพลังงานกลับเข้าที่

หญิงสาวหาจังหวะที่เนเมซิสอาละวาดใช้มือทุบไปทางอื่น รีบเข้าไปยืนอยู่หน้าแหล่งพลังงานที่มีปัญหาซึ่งมันค่อนข้างใหญ่ การที่จะดึงมันกลับเข้าไปต้องใช้เวลาและแรงดันเข้าไปอย่างมาก จิลที่ยืนเบี่ยงข้างให้เนเมซิสไม่รู้ตัวว่ามันหันมาโฟกัสที่เธอแล้ว มันใช้มือข้างนึงวางลงกับพื้นแล้วไถดันจิลออกไปจากเครื่องอย่างแรง เธอโดนดันออกไปตามแรงจนล้มลงร้องอุทานด้วยความเจ็บปวด นั่นทำให้คนที่ยืนอยู่อีกฝั่งรีบวิ่งมาหา

“คุณโอเคมั้ย?” เขาโยนลูกระเบิดอัดมันเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจก่อนจะพยุงเธอขึ้นมา โดยที่ไม่รอให้เธอตอบเขาก็พูดขึ้นมาอีก “ไปที่เครื่องเลย เดี๋ยวตรงนี้ผมจัดการเอง”

จิลพยักหน้ารับเร็วๆ ก่อนจะพาร่างที่เจ็บปวดของตัวเองไปยังเครื่อง เธอพยายามที่จะยกเรลกันขึ้นมาถือไว้ในมืออีกครั้ง แต่เมื่อยกมันขึ้นมาจากฐานได้เพียงเล็กน้อยความร้าวที่กระดูกไหล่ทำให้เธอสะดุ้งจนต้องปล่อยมันลงที่เดิม เธอใช้มืออีกข้างจับไหล่ที่เจ็บไว้ด้วยความเจ็บใจก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากันมันอีกครั้ง คราวนี้เธออัดช็อตกันใส่มัน เมื่อมันเริ่มกวาดมือกับพื้นอีกครั้ง

เธอไม่มีเวลาแล้ว ถ้ายังช้าอยู่อีกมันอาจจะอาละวาดหนัก การต่อสู้ที่กินระยะเวลานานจะยิ่งมีแต่เสีย เธอต้องทนกับความเจ็บที่ไหล่แล้วหันไปยกเรลกันขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ดูเหมือนเรลกันนั้นจะเบาหวิวเมื่อมีมืออีกมือมาช่วยเธอยกขึ้นจากด้านหลัง

“เอาเลย!” เสียงเขาดังขึ้น เธอรู้สึกได้ถึงความร้อนจากร่างแกร่งที่ยืนประกบด้านหลัง มือที่ถือเรลกันอยู่ก็รู้สึกมั่นคงเมื่อมีคนมาถือมันด้วยกัน เธอยกปลายกระบอกปืนขึ้นเล็งไปยังกลางลำตัวของเนเมซิสก่อนจะยิงกระสุนพลังแม่เหล็กไฟฟ้าออกไป ลำแสงพุ่งตรงเข้าใส่ร่างของมันอีกครั้ง มันดูเหมือนจะเจ็บหนัก ร่างใหญ่ของมันล้มลงมา ใบหน้าที่เคยอยู่สูงแทบจะติดเพดานก็ล้มพับมาอยู่ที่พื้น แต่เธอรู้ดีว่าแค่นี้มันคงยังไม่ตาย ความแค้นที่เคยสุมอยู่ในใจพุ่งขึ้นมา ทำให้เธอพยายามถือปืนเดินไปยังร่างของมัน คาร์ลอสที่ช่วยเธอถือปืนจากด้านหลังก็ช่วยเธอพยุงปืนนั่นเข้าไปหามัน

บนหน้าจอดิจิตอลของปืนขึ้นสถานะว่าคูลดาวน์เสร็จแล้ว โชคดีที่คราวนี้ไม่ต้องเดินไปดันแหล่งพลังงานอีกครั้ง จิลยัดปลายกระบอกปืนใส่ปากของเนเมซิสที่เปิดอ้า เสียงชาร์จพลังงานดังขึ้นเพียงชั่วครู่ ลำแสงสีขาวก็พุ่งออกมาทำลายมันจากลำคอลงไปเป็นเส้นตรง การยิงครั้งนี้ส่งผลให้ร่างของมันเกิดการระเบิด

ตู้มมมม!!

แรงระเบิดทำให้คนสองคนที่ถือปืนอยู่กระเด็นลงไปนอนกับพื้น หยดน้ำสีแดงพุ่งลงมาจากฟ้าราวกับฝน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว เธอยันกายขึ้นมองร่างของมันที่ถูกยิงจนร่างมันเปิดเป็นรูกว้างขนาดใหญ่ คราวนี้เธอมั่นใจซะยิ่งกว่าอะไรว่ามันตายแล้ว

“เป็นไรมั้ย?” คาร์ลอสที่ล้มลงข้างๆเขาลุกขึ้นก่อนจะยื่นมือมาเธอ ซึ่งเธอก็จับมือเขาแล้วดึงร่างของตัวเองลุกขึ้นกับพื้น

“ขอบใจนะ” เธอกล่าวกับเขาสั้นๆ นี่มันเหมือนเหตุการณ์ที่คาร์ลอสวางกับดักระเบิดหน้าสถานีรถไฟไม่มีผิด ตอนนั้นเขาล้มลงแล้วเธอยื่นมือไปดึงเขาขึ้นมา แต่คราวนี้เป็นเธอที่ล้มลงแทน

เมื่อเธอได้มองสภาพของห้องนี้ชัดๆแล้วพบว่าลำแสงแม่เหล็กไฟฟ้าที่เธอยิงออกไปนอกจากจะทำลายร่างเนเมซิสได้แล้วมันยังทำลายผนังตึกซึ่งตอนนี้รูโหว่ยาวออกไปจนเธอมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด ปืนนี่น่ากลัวเป็นบ้า

“ตรงนั้นมีบันไดอยู่ รีบหาทางออกกัน” คาร์ลอสพูดก่อนจะเดินนำไปยังบันไดทางขึ้นซึ่งอยู่ที่สุดทางด้านหลังของสัตว์ประหลาด จริงสิ เธอนึกถึงคนที่ทำให้เธอตกลงมาสู้สัตว์ประหลาดนี่ เธอรอดไปได้แล้วเธอจะตามเอาวัคซีนกลับมาแล้วจัดการมันซะ

“นิโคไลน์เอาวัคซีนไป” เธอบอกคาร์ลอสเมื่อปืนขึ้นมายังด้านบนได้แล้ว เขาที่ยืนรออยู่ทำหน้าแปลกใจไปเล็กน้อย

“เขาทำแบบนั้นทำไม?”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” จิลส่ายหน้า คาร์ลอสเดินนำต่อ เมื่อมาถึงประตูเลื่อนอัตโนมัติมันเปิดออก และมีใครบางคนอยู่ในนั้น จิลคว้าปืนที่เอวขึ้นมาถือไว้อย่างมั่นคงเมื่อเห็นว่าเป็นใคร ซึ่งอีกฝ่ายก็ยกปืนขึ้นเล็งมาที่คาร์ลอสซึ่งอยู่หน้าเธอเช่นกัน

“มันจบแล้ว เอาวัคซีนมา” จิลพูดเสียงแข็ง

“ไม่มีทาง แกน่ะทำเงินได้ ฉันชอบเงิน” นิโคไลน์ค่อยๆถอยหลังออกไป เมื่ออีกฝ่ายมีจำนวนมากกว่าอาจทำให้เขาเสียเปรียบได้ จึงคิดหาทางเจรจาแทน “เรามาเจรจากันดีกว่า”

ตู้มมมม

เสียงระเบิดลูกใหญ่ดังขึ้นที่กำแพงซึ่งทั้งสามคนยืนอยู่ ส่งผลให้คนทุกคนกระเด็นออกไป จิลที่ยืนอยู่ด้านหลังกระเด็นตกลงไปยังด้านล่างอีกครั้ง แต่คาร์ลอสเขาอยู่ที่ขอบพื้นพอดี แรงระเบิดพาเอาเศษปูนตกลงมากั้นนิโคไลน์ที่กระเด็นออกไปอีกทาง คาดว่าแรงระเบิดนี้จะเกิดจากถังแก๊สที่จิลยิงไปก่อนหน้านี้มันค่อยๆระเบิดทำลายส่วนอื่นของอาคารไปด้วย อีกไม่นานบางส่วนของอาคารคงถล่มลงมา

“จิล!” คาร์ลอสรีบมองไปยังพื้นที่จิลตกลงไป เขาเห็นร่างของเธอค่อยๆลุกขึ้นมา

“ตามนิโคไลน์ไป! มันเอาวัคซีนไปแล้ว” จิลพูดขึ้นอย่างเดือดดาล ระเบิดนี่ก็ช่างระเบิดได้ตรงเวลาซะเหลือเกิน ถ้าอาคารไม่ถล่มลงมาเธอกะจะยิงมันจริงๆอยู่แล้วเชียว

“รีบขึ้นมานะ” คาร์ลอสพูดแค่นั้นก่อนจะหันกลับไปมองยังจุดที่เคยยืนอยู่ก่อนหน้านี้ เขาเห็นหลังของนิโคไลน์ที่เพิ่งวิ่งออกไป น่าจะยังตามทัน

จิลรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาเมื่อตกลงมายังหลุมศพของเนเมซิสอีกครั้ง คราวนี้เธอตกลงมาใส่ร่างน่าขยะแขยงมัน มือก็สัมผัสโดนเนื้อนิ่มๆแหยะๆ ไหนจะนิโคไลน์ที่หนีไปได้

บ้าเอ๊ย

เธอรีบปืนขึ้นบันไดที่เคยปืนเมื่อไม่กี่นาทีก่อน แต่เมื่อขึ้นมาถึงข้างบนก็เจอทางที่เศษปูนตกลงมาบังทางไว้ได้พอดิบพอดี พอมองดีๆแล้วก็มีช่องให้เธอลอดผ่านจากด้านล่างซึ่งมันปิดทางตรงนี้ไว้ไม่มิดซะทีเดียว เธอรีบมุดตัวผ่านรูแคบนี้ออกไป ตรงหน้าเป็นทางเดินยาวซึ่งมีประตูอัตโนมัติอยู่ เมื่อเธอเดินไปถึงประตูก็ถูกเปิดออก ด้านหลังประตูเป็นตะแกรงทางเดินเหล็กซึ่งพาเธอไปถึงลิฟต์ตัวใหญ่ เมื่อมองขึ้นไปแล้วค่อนข้างสูงมาก มันอาจพาเธอไปยังดาดฟ้าของโรงพยาบาลนี่ก็ได้

หวังว่าคาร์ลอสจะหยุดเขาได้นะ

จิลเข้ามายังลิฟต์แล้วกดไปที่ชั้นบนสุด ลิฟต์ค่อยๆเลื่อนตัวขึ้นสูงเรื่อยๆ ตอนนี้ในใจเธอเป็นกังวลเรื่องวัคซีนมาก นี่ก็น่าจะใกล้เช้าแล้ว ถ้านิโคไลน์เอาวัคซีนแล้วหนีไปได้เมืองแรคคูนนี่คงจบเห่แน่

ลิฟต์หยุดเคลื่อนตัวเมื่อมาถึงชั้นบนสุด ประตูลิฟต์ค่อยๆเปิดออกให้เห็นห้องโล่งซึ่งมีบันไดอีกหนึ่งชั้นขึ้นไป ลมจากด้านนอกพุ่งเข้ามาปะทะร่างของเธอ จิลไม่รอช้าที่จะออกฝีเท้าวิ่งขึ้นบันไดไปด้วยหัวใจที่เต้นระรัว

เมื่อเธอขึ้นมาถึงด้านบนสุด ภาพตรงหน้าแทบททำให้เธอหยุดหายใจ เธอเห็นร่างของคาร์ลอสนอนนิ่งอยู่บนพื้น มีเฮลิคอปเตอร์จอดอยู่ด้านหลังไม่เห็นนิโคไลน์ แต่ตอนนี้เธอแทบไม่มีเวลามาสนใจมันแล้ว เธอพุ่งเข้าไปหาร่างของเขาในทันที

“คาร์ลอส?!” จิลตะโกนเรียกคนที่นอนสลบอยู่พื้น เขาไม่มีท่าทีตอบสนอง แต่ไม่ทันที่เธอจะได้เอื้อมมือไปเขย่าตัวเขา เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาราวกับมีคนวิ่งเข้าใส่เธอ เธอหันไปพร้อมกับแรงถีบจากคนที่วิ่งเข้ามาทำให้ตัวเธอกระเด็นออกไปเล็กน้อย หญิงสาวคว้าปืนขึ้นมาหมายจะยิงแต่มันเข้ามาถึงตัวเธอและเตะปืนในมือเธอออกไปอย่างดายซะก่อน อีกทั้งยังยกปืนในมือตัวเองขึ้นมาเล็งเธอ

“แกหยุดฉันไม่ได้หรอก” นิโคไลน์พูดพร้อมกับชูหลอดวัคซีนในมือขึ้นมา “สัญญาแล้วว่าคืนนี่ให้ไม่ใช่เหรอ?” เขาโยนของในมือลงตรงข้างจิล หญิงสาวรีบหันไปหมายจะใช้มือคว้ามันขึ้นมา

ปัง!

“ไม่!!!” ไม่ทันเมื่อมันยิงใส่กระสุนใส่หลอดวัคซีนจนมันแตกกระจายไปต่อหน้าต่อตาเธอ “รู้มั้ยเนี่ยว่าแกทำอะไรลงไป?!!” จิลหันไปตะคอกใส่มันอย่างเดือดดาล ไม่สนว่าในมือของมันจะเล็งปืนมาที่เธอและพร้อมจะยิงตัวเธอได้ทุกเมื่อ

“ไม่รู้ ไม่สน ฉันถูกจ้างมาเพื่อพังอัมเบรลล่าให้สิ้นซาก”

[อีกสิบนาทีมิสไซล์จะถูกยิง] เสียงประกาศดังมาจากลำโพงของโรงพยาบาล ซึ่งเป็นประกาศที่ถูกส่งมาจากทางรัฐบาล

“โอ้ มิสไซส์จะถูกยิงมาแล้ว ฉันคงต้องขอตัวก่อน” นิโคไลน์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ลาก่อนนะคุณวาเลนไทน์ แย่จังที่แกไม่ฟังคำเตือนของฉัน” เสี้ยววินาทีก่อนที่นิโคไลน์จะได้เหนี่ยวไก คาร์ลอสที่ฟื้นจากการสลบก็พุ่งเข้าใส่นิโคไลน์ ทั้งให้ร่างของทั้งสองคนลงไปนอนกองกับพื้น นิโคไลน์ที่ยังคงถือปืนในมือเล็งปลายกระบอกมาที่คาร์ลอสซึ่งอยู่ตรงหน้าแต่คาร์ลอสจับปืนในมือนิโคไลน์ได้ทันก่อนที่ปลายกระบอกปืนจะเล็งมาทางเขา นิโคไลน์เมื่อเล็งปืนใส่เป้าหมายไม่ได้จึงเปลี่ยนเป็นใช้เท้ายกขึ้นเตะคาร์ลอสแทนก่อนจะลุกขึ้นยืนเพื่อตั้งหลัก คาร์ลอสโดนเตะไปหนึ่งทีแต่ยังไม่ถึงกับระคายเคืองจึงต้องรีบลุกขึ้นตาม

จิลเห็นว่าร่างของทั้งสองคนยังต่อสู้กันอิรุงตุงนังรีบหันไปคว้าปืนซึ่งตกอยู่ไม่ไกลออกไปขึ้นมาถือไว้ในมือ เธอกำลังหาจังหวะยิงนิโคไลน์แต่มันยากเกินไปเมื่อเขายังสู้กับคาร์ลอสอยู่ นิโคไลน์เล็งปืนมายังคาร์ลอสอีกครั้ง แต่คราวนี้คาร์ลอสจับหักข้อมือนิโคไลน์ทำให้ปืนในมือร่วงลงบนพื้น นิโคไลน์ที่ในมือปราศจากอาวุธเปลี่ยนเป็นใช้กำปั้นเข้าชกที่ใบหน้าของคาร์ลอส มันไม่ปล่อยให้คาร์ลอสได้ตั้งตัว งอเข่ากระทุ้งเข้าที่กลางท้องของอีกฝ่ายซ้ำ คาร์ลอสรู้สึกจุกขึ้นมาอีกทั้งยังโดนนิโคไลน์จับเหวี่ยงออกไปอีกทางจนเซเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น นิโคไลน์ไม่รอช้าที่จะเข้ามาซ้ำเติมคาร์ลอสที่เพิ่งลุกขึ้นมาได้ เขาชกซ้ำเข้าที่ท้องของคาร์ลอสไปอีกหนึ่งที

คาร์ลอสเงื้อมหมัดขึ้นชกสวนนิโคไลน์ที่กำลังจะชกเขาซ้ำเป็นครั้งที่สาม เมื่อต่อยมันได้แล้วหมัดหนึ่ง หมัดที่สองก็ตามมา เขาใช้มืออีกข้างชกเข้าที่หน้ามันอย่างแรงจนมันซวนเซหันไปอีกทางจึงได้จังหวะที่เขาจับมันล็อกคอจากด้านหลัง ใช้ท่อนแขนแกร่งล็อกคอของนิโคไลน์อย่างแรงจนมันดิ้นไม่หลุด แต่ทว่ามันยังคงใช้มือทั้งสองข้างพยายามดึงแขนเขาออกจากคออยู่

“จิล! ยิงมัน!” คาร์ลอสตะโกนบอกจิลที่เล็งปืนมาทางเขา

“ไม่ได้ เดี๋ยวโดนนาย!” จิลที่ถือปืนอยู่ในมือตัดสินใจยิงไม่ได้เมื่อนิโคไลน์ยังคงดิ้นรนอยู่แม้จะโดนล็อกคอ แต่เป้าไม่นิ่งแบบนี้อีกทั้งยังมีคาร์ลอสอยู่ใกล้เกินไป

“ต้องยิงมันเดี๋ยวนี้ ไม่มีทางอื่นแล้ว!” คาร์ลอสเร่งเพราะรู้ว่าคนที่โดนจับล็อกอยู่พยายามดิ้นรนอย่างถึงที่สุด ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปมันต้องดิ้นหลุดไปได้แน่

จิลไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ตอนนี้หัวใจเธอเต้นระรัว เลือดสูบฉีด มือทั้งสองข้างจับปืนอย่างมั่นคงที่สุด ก่อนจะตัดสินใจยิงออกไปหมายให้โดนที่อกของนิโคไลน์

ปัง!

ร่างของทั้งสองคนล้มลงไปนอนกับพื้นหลังจากสิ้นเสียงปืน จิลถลาเข้าไปหาคาร์ลอสที่นอนอยู่โดยไม่สนใจนิโคไลน์ เพราะเธอมั่นใจว่าเธอยิงโดนมัน แต่คนที่ยืนอยู่ด้านหลังนี่สิจะโดนลูกหลงรึเปล่า

“คาร์ลอส!” หญิงสาวใช้สายตาสำรวจร่างของหนุ่มตรงหน้า เมื่อไม่เห็นร่องรอยบาดแผลของการถูกยิง เธอก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา

“นี่ บอกแล้วไงว่าผมไม่ปล่อยให้คุณอยู่ในโลกโหดร้ายที่ไม่มีคาร์ลอสหรอก” คาร์ลอสเห็นว่าตำรวจสาวดูท่าจะเป็นห่วงเขามาก แม้ในใจจะรู้สึกดีแต่ก็อดหยอดด้วยมุขเดิมไม่ได้ จิลเมื่อเห็นว่าเขายังโอเคอยู่จึงยื่นมือดึงเขาขึ้นมา ทั้งสองคนต่างก็มองไปที่ศัตรูซึ่งมีเลือดไหลออกมาจากไหล่ แต่กระนั้นมันยังไม่วายล้มเลิกความตั้งใจเมื่อร่างนั้นค่อยๆคลานไปหาปืนของตัวเองที่ทำตกอยู่ที่พื้นซึ่งอยู่ไม่ไกลออกไป

“เอาไงกับมัน?”

โคไลน์ที่มือหนึ่งกุมแผลที่ไหล่ไว้ ส่วนมืออีกข้างยันไปกับพื้น หันมามองคนที่มันเคยสบประมาทเอาไว้ แต่ก็ยังไม่หยุดคลานไปหาเป้าหมาย

“ทำแบบนี้ทำไม” จิลเดินเข้าไปหามันใกล้ๆ ส่วนคาร์ลอสคิดว่าเรื่องนี้ปล่อยให้จิลจัดการได้จึงขึ้นไปนั่งประจำตำแหน่งคนขับเฮลิคอปเตอร์เพื่อเปิดระบบเตรียมเครื่องให้พร้อมออก

“ทุกอย่างมีราคาของมันเสมอ แม้จะต้องทำให้โลกลุกเป็นไฟ” นิโคไลน์หยุดคลาน ล้มเลิกความพยายามที่จะไปหาปืนเมื่อเห็นว่าคงเปล่าประโยชน์

“แกทำงานให้ใครกันแน่?”

“ฉันจะบอกแกก็ได้ แต่แกต้องพาฉันออกไปจากที่นี่ ฉันจ่ายให้ได้ทั้งนั้นแหละ” จิลเบือนหน้าหนีกับสภาพน่าสมเพชของคนตรงหน้า จนถึงป่านนี้แล้วยังคิดว่าเธอจะยอมพามันหนีออกไปเพียงเพื่อแลกกับเศษเงินนั่นจริงๆเหรอ? ดูท่าว่ามันคงไม่ยอมบอกเธอง่ายๆหรอก เอาเถอะ เธอเองก็ไม่อยากเสียเวลาฟังข้อเสนอบ้าบอนี่ ในเมื่อไม่มีวัคซีนแล้ว มิสไซส์ก็กำลังจะยิงมา หญิงสาวหมุนตัวเพื่อเดินไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ซึ่งคาร์ลอสได้สตาร์ทเครื่องเตรียมจะออกบินแล้ว

“อย่าโง่ไปหน่อยเลย! ถ้าฉันตาย แกไม่มีทางได้รู้ความจริงแน่!!” นิโคไลน์ตะโกนไล่หลังจิล เขาสร้างเงื่อนไขหว่านล้อมเพื่อหวังให้จิลเปลี่ยนใจมาช่วยเขาในวินาทีสุดท้าย

จิลสูดลมหายใจเข้าอย่างอดทน “ไม่เป็นไร ฉันสืบเองก็ได้โตแล้ว” เธอพูดด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจเมื่อขึ้นมานั่งบนเบาะหลังเฮลิคอปเตอร์แล้ว คาร์ลอสเห็นดังนั้นจึงพาเฮลิคอปเตอร์ลอยตัวเหนือพื้นก่อนจะเคลื่อนตัวออกจากดาดฟ้าของโรงพยาบาลไป ทิ้งนิโคไลน์ที่หัวเราะอย่างบ้างคลั่งไว้ด้านหลัง

เฮลิคอปเตอร์ลอยมาไกลจากเมืองพอสมควรแล้ว เธอมองออกไปนอกกระจกหน้าต่าง บรรยากาศจากแสงสีส้มของพระอาทิตย์ที่ค่อยๆโผล่พ้นขอบฟ้าบอกให้รู้ว่าได้เข้าสู่เช้าวันใหม่แล้ว ภาพเบื้องล่างคือตึกสูงอาคารบ้านเรือนของเมืองที่เธอเคยออยู่อาศัยปรากฏให้เห็นเด่นชัดขึ้น

“สืบเองก็ได้โตแล้วงั้นเหรอ? ไม่ยักรู้ว่าคุณมีอารมณ์ขันในเวลาแบบนี้เหมือนกัน” คาร์ลอสพูดติดตลกเมื่อนึกถึงประโยคที่ได้ยินจากตำรวจสาวที่ท่าทางจะเป็นคนซีเรียสกับอะไรหลายๆอย่าง

“สงสัยจะติดมาจากนาย” นั่นสินะ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นมีคำด่ามากมายที่เธออยากพูดใส่หน้ามัน แต่แล้วก็คิดได้ว่ามันควรจะตกตายไปพร้อมกับเมืองแรคคูนที่โดนระเบิดมิสไซล์ แบบนั้นน่าจะสะใจกว่า

แสงจากวัตถุบางอย่างลอยผ่านหน้ากระจกไปแม้จะเร็วมากแต่เธอรู้ว่ามันคืออะไร เสียงของมันที่พุ่งผ่านอากาศค่อยๆเลือนหายไปเมื่อมันลอยไปไกลแล้ว

“ยิงมาแล้ว” จิลมองไปยังทิศทางที่มันพุ่งออกไป

เสียงระเบิดลูกใหญ่ดังขึ้นเมื่อมิสไซล์ตกกระทบพื้นใจกลางเมืองแรคคูน แสงสว่างวาบเจิดจ้าไปทั่วทั้งน่านฟ้าพร้อมกับกลุ่มควันลูกใหญ่พวยพุ่งขึ้น ลมหอบใหญ่จากแรงระเบิดพัดออกมาจากใจกลางเมืองกระทบกับเฮลิคอปเตอร์ส่งผลให้ตัวเครื่องสั่นคลอนไปตามแรงลม คนสองคนที่อยู่ด้านในต้องหาที่จับที่มั่นคงพอเพื่อไม่ให้ร่างสั่นโคลงเคลงไปตามแรงชนเข้ากับอะไรก็ตามในเครื่อง เวลาผ่านไปไม่นานทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ความปกติ เฮลิคอปเตอร์กลับมาบินได้มั่นคงอย่างที่ควรจะเป็น

“จบซักทีนะ” คาร์ลอสพูด สุดท้ายเขาก็ช่วยเมืองนี้ไว้ไม่ได้

“ลาก่อนแรคคูนซิตี้...” เธอบอกลาเมืองที่เธอผูกพันอย่างเบาหวิวราวกับจะฝากคำพูดนี้ผ่านมวลอากาศ ภาพแรคคูนซิตี้ที่ไกลออกไปทำให้เธอนึกไปถึงเรื่องราวต่างๆ คนที่อยู่เบื้องหลัง คนที่ทำให้เมืองของเธอเละเป็นจุณ

 

ฉันรู้สึกว่างเปล่าและหนาวเหน็บขณะที่ไอความร้อนจากระเบิดกวาดล้างทุกสิ่ง ความตายทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากไวรัสนรกที่สร้างปีศาจ แต่มันเป็นเพราะความโลภของคน

 

ฉันตัดสินใจได้ตั้งแต่ตอนนั้น ความพินาศของแรคคูณซิตี้จะเป็นของอัมเบรลล่าเช่นกัน

 

ฉันจะพังพวกมันให้สิ้นซาก

 

 

 

 

 

 

-------------------------------------------------------------------

เป็นบทที่ยาวที่สุดแล้ว 10หน้า ไม่รู้จะหั่นยังไงดี อีกอย่างใกล้จบแล้วเลยรวบทีเดียวเลยละกัน 5555 อ่านกันจนตาลาย

ตอนสู้กับเนเมซิสก็รวบมาเป็นสู้ทีเดียวจบเลยเพราะอย่างที่บอกว่าบรรยายฉากต่อสู้ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่...

ส่วนแนวทางของเรื่องนี้ในพาร์ทหลังจะขอพูดในบทแยกถัดไปแล้วกันนะคะ ที่ผ่านมาเป็นเรื่องราวที่นักอ่านรู้กันอยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นเลยอาจทำให้ไม่ค่อยน่าติดตามเท่าไหร่ หรือเบื่อไปบ้าง เราเข้าใจค่ะ ขนาดเราอ่านซ้ำตอนรีไรท์ของตัวเองยังหาวหวอดไปเป็นสิบรอบ 555555

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น