[Fic Resident Evil] I GOT YOU (Carlos x Jill)

ตอนที่ 13 : บทที่ 13 ฟื้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    18 ก.ค. 63

 

 

บทที่ 13 ฟื้น

 

 

‘อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะคุณตำรวจคนเก่ง ฉันมาช่วยแล้ว’

ตำรวจคนเก่งงั้นเหรอ? ประโยคที่คุ้นเคยแต่ความรู้สึกอบอุ่นที่ถูกส่งมาในน้ำเสียงที่ห่วงใย  เธอรู้สึกถึงมันได้ ทั้งที่รู้สึกเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่างจนไม่อยากจะลืมตาตื่นขึ้นมา แต่ก็ยังฝืนรั้งสติเปิดเปลือกตาขึ้นเพื่อดูว่าใครที่พูดประโยคนี้ ภาพตรงหน้าเบลอไปหมดราวกับกึ่งฝันกึ่งตื่น เธอเหมือนจะเห็นวิวทิวทัศน์ของตึกสูงกำลังสั่นคลอน เหมือนเธอกำลังไปที่ไหนซักแห่ง

จริงสิ ตอนนี้เหมือนเธอกำลังอยู่บนหลังของใครซักคน เธอมองหน้าเขาไม่ชัด แต่เห็นผมสีดำสนิทยาวระต้นคอ ความรู้สึกอบอุ่นและมั่นคงผ่านแผ่นหลังแกร่งนี้ทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจขึ้นมา เธออยากจะโอบคอคนตรงหน้าอย่างไม่มีข้อกังขาใดๆในใจแต่กลับรู้สึกไร้เรี่ยวแรง 

กล้ามเนื้อบางๆของเปลือกตาดูเหมือนจะไม่ยอมให้เธอฝืนตัวเอง เมื่อมันค่อยๆปิดลงช้าๆ ภาพตรงหน้าหายไปเหลือเพียงความว่างเปล่าสีดำสนิท แต่ความรู้สึกปลอดภัยติดตรึงอยู่ภายในใจ 

 

เธอรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อร่างของเธอเอนไปตามแรงโน้มถ่วง มันเหมือนกับว่าเธอตกจากที่สูง แต่ตกลงมาเจอกับอะไรนิ่มๆรองรับแผ่นหลังแทน 

‘สู้มันจิล อย่ายอมแพ้’

เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นในโสตประสาทอีกครั้ง น้ำเสียงเดิมที่เธอเคยได้ยินก่อนหน้านี้ เธอจำได้แล้ว ผู้ชายหน้าคมที่ดูมีเสน่ห์คนนั้น เรื่องจริงเหรอเนี่ย? ก่อนที่เธอจะสลบไปเธอแค่นึกถึงเขา แล้วตอนนี้เขาก็มาอยู่ตรงหน้าเธอ แม้เธอจะไม่ได้ลืมตาขึ้นมาแต่เธอมั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง

‘ผมจะไปหาวัคซีนมาให้ รอก่อนนะ’

ไม่รู้ว่าที่เขาพูดหมายความว่ายังไง แต่ความรู้สึกโหวงเกิดขึ้นในใจเธออย่างน่าประหลาดเมื่อเธอรู้สึกถึงเงาของคนพูดละออกจากตัวเธอ ความหนาวคืบคลานเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นไม่อาจเทียบเท่ากับความรู้สึกที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวนี้ เธออยากจะเอ่ยปากรั้งเขาไว้ เธออยากจะบอกเขาว่าอย่าเพิ่งไป แต่เธอไม่มีแรงแม้แต่จะขยับปากพูด

 

‘คุณต้องไม่เป็นไร ผมสัญญา’ 

คำมั่นสัญญาแน่วแน่ดังขึ้นราวกับเขารู้ว่าเธอกำลังกลัว น้ำเสียงนั่นขับไล่ความกลัวภายในใจเธอให้หายไปราวกับหมอกควัน น่าแปลกที่คำพูดประโยคเดียวของเขาทำให้จิตใจของเธอที่กังวลกระสับกระส่ายเย็นลงได้ราวกับฝนที่ตกลงมาชโลมต้นไม้แห้งเฉาใกล้ตายให้กลับมาชุ่มชื่นขึ้นอีกครั้ง

เธอมั่นใจว่าไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว ความรู้สึกบางอย่างแผ่ซ่านครอบคลุมเข้ามาในใจราวกับรากลึกของต้นไม้ที่ค่อยๆแผ่ขยายออกไป กับคำสัญญาดังกังวานภายในจิตใจประทับติดตรึงในความรู้สึก ถ้าเธอกำลังฝันอยู่นี่คงเป็นฝันที่ดีมากในรอบหลายปีมานี้ของเธอ ความฝันที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น มั่นคง ถ้าเป็นไปได้เธออยากจะอยู่กับความรู้สึกแบบนี้ตลอดไป

 

 

 

หญิงสาวตื่นขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน เธอแปลกใจเมื่อพบว่าตัวเองมาอยู่ที่ห้องสีขาวสะอาดตา มีเตียงเดี่ยวหนึ่งเตียงอยู่อีกฝั่งที่ปลายเท้า ตู้เก็บของตั้งอย่างเป็นระเบียบด้านบนผนัง ฉากกั้นม่านสีเขียวดูคุ้นๆราวกับว่าเธออยู่ในโรงพยาบาล?

เธอก้มมองสำรวจตัวเอง แขนทั้งสองข้างของเธอไม่มีร่องรอยขีดข่วนที่เพิ่งต่อสู้กับสัตว์ประหลาดมา ความเจ็บปวดที่ก่อนหน้านี้เคยมีก็หายไป แม้จะยังไม่เข้าใจแต่ก็ค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงช้าๆ พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวดูว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้กันแน่

เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างของนายทหารหน้าคมที่เดินเข้ามาหาตัวเธออย่างรวดเร็ว เหมือนกับรู้ว่าเธอตื่นแล้ว 

“จิล ขอบคุณพระเจ้า เธอปลอดภัย” คาร์ลอสพูดขึ้น ใบหน้าฉายแววดีใจ สองแขนของเขาเอื้อมมาจับที่ไหล่ของเธออย่างเบามือ เธอดีใจที่ได้เห็นเขาอีกครั้ง ทั้งที่คิดว่าจะไม่ได้เจออีกแล้ว 

“มันจบแล้ว เมืองทั้งเมืองปลอดภัยแล้ว” เขาพูดขึ้นด้วยใบหน้ายินดี ตรงข้ามกับเธอที่ความดีใจก่อนหน้านี้ถูกเปลี่ยนเป็นความมึนงงและสับสน

ยังไม่ทันที่เธอจะได้ถามอะไรคนตรงหน้าก็ไอเป็นเลือดออกมา  เขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้นใบหน้าก้มลงเพราะการขย้อนเลือดออกมาจากคอ เธอตกใจกับภาพตรงหน้าจนทำอะไรไม่ถูก หัวใจเต้นระรัวด้วยความกลัวและไม่เข้าใจ มือบางยื่นออกไปจับที่ไหล่เขา เธออยากจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น? แต่แล้วคนที่นั่งอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปมีแผลพุพองผุดขึ้น ดวงตาแข็งกร้าว เขาคำรามออกมาเผยให้เห็นลิ้นยาวน่าตกใจ

หญิงสาวตกใจจนล้มลงกับพื้น เธอถอยร่นไปข้างหลังอย่างหวาดกลัว ใบหน้าของคาร์ลอสมองมาทางเธอราวกับไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว เขาดูทรมานกับบางสิ่งที่กำลังเปลี่ยนไปของตัวเอง ค่อยๆคลานเข้ามาหาเธอช้าๆ พร้อมกับตัวเธอที่ถอยหลังไปจนชิดกับกำแพง 

จิลใช้มือขวาคว้าปืนมาถือไว้ในมือเล็งไปหาคาร์ลอส มือเธอสั่นอย่างควบคุมไม่ได้จนต้องใช้มืออีกข้างประคองปืนด้วย เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุการณ์ในคฤหาสน์สเปนเซอร์ผุดขึ้นมาในหัว ตอนนี้ภาพของเพื่อนในหน่วยสตาร์ของเธอที่ติดเชื้อและค่อยๆกลายร่างแทบจะซ้อนทับภาพของคาร์ลอสที่กำลังคลานเข้ามาหาเธอ

“ยิงผม....จิล” คาร์ลอสพูดออกมาอย่างยากลำบาก ทั้งยังคลานมาหาเธอช้าๆ เขาพูดในสิ่งที่เธออยากจะทำ เธอยกปืนขึ้นเล็งแต่ไม่มีการเหนี่ยวไกออกไป ตอนนี้ในใจเธอสับสนไปหมด เธอรู้ว่าควรทำอะไรแต่ทำไมเธอถึงทำไม่ได้

“มันเป็นทางเดียว....” ร่างของคาร์ลอสดูทรมานจากสิ่งที่ครอบงำอยู่ เธอตัดสินใจยิงเขาไม่ได้ ท้ายที่สุดแล้วทำได้แค่ลดปืนลงแทน พร้อมกับชายหนุ่มตรงหน้าเธอคำรามลั่นก่อนจะกระโจนเข้ามาใส่เธอ

 

 

 

จิลสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับหัวใจที่เต้นระรัว ภาพตรงหน้าเบลอไปหมดเพราะน้ำที่เอ่อออกมาจากดวงตาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ความรู้สึกเปียกชื้นอยู่ที่หางตาทำให้รู้ว่าหยดน้ำตาที่เอ่อล้นกำลังจะไหลลงมา เธอใช้หลังมือยกขึ้นมาเช็ดมันออกลวกๆ พยายามกะพริบตาถี่ๆเพื่อให้มองเห็นได้ชัดขึ้น เมื่อเห็นเพดานสีขาวสะอาดไม่ต่างจากในฝันเมื่อครู่ จึงรีบยันกายขึ้นมองไปรอบข้างอย่างงุนงง

“ฉันอยู่ที่ไหนเนี่ย เกิดอะไรขึ้น?...” จิลพูดกับตัวเองอย่างสับสน เมื่อนึกถึงความฝันเมื่อครู่ความเจ็บปวดภายในใจที่เกิดขึ้นพลันหายไปเมื่อรู้ว่าสิ่งที่เจอก่อนหน้านี้มันเป็นเพียงแค่ฝันร้าย หัวใจที่เต้นรัวราวกับพายุคลั่งค่อยๆสงบลงเป็นจังหวะการเต้นปกติ 

ว่ากันว่าถ้าฝันร้าย คนเราจะฝันถึงสิ่งที่กลัวอยู่ลึกๆในใจ... เธอไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าสิ่งที่เธอเห็นในฝันคือสิ่งที่เธอกลัว เพราะเธอกลัวจริงๆว่าคาร์ลอสจะกลับกลายเป็นตัวอะไรซักอย่างที่เธอไม่รู้จัก เหมือนกับที่เพื่อนของเธอเคยเป็น คาร์ลอสกลายร่างไปต่อหน้าต่อหน้าเธอแล้วสุดท้ายเธอก็ไม่กล้าที่จะทำร้ายเขาแม้กระทั่งในความฝัน เธอกลัวจนถึงขั้นน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว อดคิดไม่ได้ว่าถ้าหากว่าเรื่องในฝันเป็นจริงขึ้นมาล่ะ เธอจะกล้ายิงเขารึเปล่า ถ้าหากว่าเธอยิงเขาไม่ได้นั่นหมายความว่าเธอก็ต้องตายด้วยใช่รึเปล่า? ทั้งที่รู้ว่าควรจะทำอะไรแต่กลับทำไม่ได้ นี่เธอปล่อยให้เขาเข้ามามีอิทธิพลในใจมากมายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อความคิดด้านลบเข้าครอบงำ เธอสำรวจตัวเองอีกครั้ง ความรู้สึกทรมานจากการโดนพิษหายไปแล้ว เมื่อมองไปยังต้นแขนซ้ายของตัวเองเธอก็พบว่ามีผ้าพันแผลที่ขาวสะอาดห่อหุ้มร่องรอยบาดแผลที่โดนสัตว์ประหลาดโจมตีใส่

เธอทบทวนเหตุการณ์ในใจอีกครั้งอย่างใจเย็น ก่อนหน้านี้เธอโดนสัตว์ประหลาดตัวนั้นโจมตีใส่ด้วยพิษไม่นานเธอก็ล้มลงกับพื้นแล้วสลบไป แต่ตอนนี้เธอก็มาอยู่ในที่ๆดูเหมือนจะเป็นห้องในโรงพยาบาล

แม้จะยังปะติดปะต่อเรื่องราวได้ไม่ครบถ้วน แต่คำพูดบางอย่างกลับเด่นชัดในความรู้สึก ประโยคและน้ำเสียงอ่อนโยนที่เธอได้ยินดังขึ้นในความทรงจำ เธอยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ได้ยินก่อนหน้านี้เธอแค่ฝันหรือมีคนพูดกับเธอแบบนี้จริงๆ ถ้ามันคือเรื่องจริง...เธอต้องการเจอกับเขาในตอนนี้เลยเพื่อยืนยัน แต่ถ้าคาร์ลอสไม่ใช่คนที่มาช่วยเธอก็คงรู้สึกเศร้าใจแปลกๆ ตอนนี้ในหัวของเธอสับสนไปหมด เธอแทบจะแยกความฝันกับความจริงออกจากกันไม่ได้ แต่รู้ดีว่าลึกๆแล้วเธอไม่อยากให้ความรู้สึกอบอุ่นที่ได้รับเป็นเพียงความฝันเลย

[ประชาชนโปรดทราบ มิสไซล์จะถูกยิงในอีกไม่กี่ชั่วโมง มันจะกำจัดทุกสิ่งมีชีวิต คุณจะไม่รอดถ้ายังอยู่ในเมือง] เสียงจากโทรทัศน์ดังขึ้น เรียกสติให้เธอเงยหน้าขึ้นมองหน้าจอดิจิตอล บนนั้นไม่มีสัญญาณภาพ จึงปรากฏให้เป็นเส้นแนวตั้งหลากสี ลำพังแค่ประกาศจากในนั้นก็ทำให้เธอตกใจแทบแย่แล้ว ทว่ากลับมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เธอตกใจกว่าคือวันที่บนหน้าจอนั้น

“หนึ่งตุลาเหรอ? เป็นไปไม่ได้...” เธอรำพึงกับตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตา นี่เธอสลบไปนานเป็นวันเลยเหรอ? ความรู้สึกเบลอๆเลือนรางแทบจะหายไปเป็นปลิดทิ้ง รีบลุกจากเตียง ในหัวยังรู้สึกมึนเล็กน้อยจากการลุกขึ้นแบบกระทันหัน เธอหันไปหยิบอาวุธและอุปกรณ์ที่เคยใส่ซึ่งวางอยู่ข้างเตียงขึ้นมา เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยจะเดินออกไปยังประตูบานเดียวที่ตั้งอยู่ข้างๆ

ด้านนอกคือโถงใหญ่ของโรงพยาบาล มีใครบางคนยืนอยู่ที่ด้านในเคาน์เตอร์ แต่ไม่ใช่คนที่เธออยากเจอ ความรู้สึกใจแป้วผุดขึ้นมา

“ตื่นแล้วเหรอ?” คนที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดการระบบคอมพิวเตอร์เงยหน้าขึ้นทักทายเมื่อเห็นเธอออกมาจากห้องฝั่งตรงข้าม

“คุณเป็นคนช่วยฉันไว้เหรอ?” จิลถามเมื่อเดินเข้าไปหยุดอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์

“ไม่ใช่ผมหรอก คาร์ลอสต่างหาก เขาพาคุณมารักษาถึงนี่ โคตรบ้าเลย” ไทเรลกล่าวยิ้มๆ เมื่อนึกถึงสิ่งที่เพื่อนตัวเองทำ

“แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหน?” เมื่อได้ยินว่าคาร์ลอสเป็นคนที่ช่วยชีวิตตัวเองไว้ หัวใจก็รู้สึกพองโตขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้  ใช่เขาจริงๆด้วย เขาเป็นเจ้าของประโยคอบอุ่นที่พูดกับเธอก่อนหน้านี้ มั่นใจแล้วว่าสิ่งที่ได้ยินไม่ใช่ความฝัน เธออยากจะเจอหน้าเขาและพูดว่าขอบคุณเหลือเกิน

“เขาไปใต้ดิน บาร์ดบอกว่าเก็บวัคซีนไว้ที่นั่น น่าจะช่วยเมืองนี้ได้” เขาอธิบาย จิลเข้าใจดีว่ามันหมายความว่ายังไง 

“เขาคิดจะไปลุยมันด้วยตัวคนเดียว...” เธอนึกถึงใบหน้าคมคายของชายหนุ่มที่ก่อนหน้านี้เขาก็พยายามจะช่วยเมืองนี้ไว้อย่างใจจริง แต่เมื่อเธอนึกถึงฝันร้ายนั่นก็รู้สึกเป็นห่วงเขาขึ้นมาไม่ได้ เธอใช้เวลาตัดสินใจอะไรบางอย่างในใจเพียงไม่นาน ก่อนจะเดินไปยังประตูหลังเคาน์เตอร์ “ฉันจะตามเขาไป”

“เดี๋ยว ไม่เห็นข่าวรึไง รัฐบาลจะระเบิดเมืองนี้ทิ้งอยู่แล้ว ผมกำลังติดต่อใครซักคนให้หยุดมันอยู่ ปล่อยให้เขาจัดการเถอะเขามืออาชีพ” ไทเรลพยายามห้ามเธอไว้อย่างใจเย็นทำให้จิลชะงักฝีเท้า เขาพอจะรู้ว่าเธอเป็นตำรวจ แต่ก็ยังแอบกลัวว่าเธอจะเข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้แล้วเป็นอะไรขึ้นมา ยิ่งคาร์ลอสกำชับเขาไว้ว่าให้ดูแลเธออยู่ซะด้วย 

“ฉันก็เหมือนกัน” ทว่าจิลตอบกลับอย่างมั่นใจ ส่งผลให้คนที่พูดห้ามผ่อนลมหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้

“โอเค ต่อให้พูดยังไงคุณคงไม่เปลี่ยนใจแล้วสินะ โกดังเก็บของอยู่ชั้นใต้ดิน ผมขาดการติดต่อจากคาร์ลอสไปแล้วอาจจะมีปัญหา” ไทเรลพูดอย่างจนปัญญา เมื่อได้ยินว่าคาร์ลอสอาจมีปัญหาทำให้จิลไม่อาจนิ่งนอนใจได้อีกต่อไป เธอรีบออกฝีเท้าก้าวไปยังประตูด้านหลังเคาน์เตอร์ทันทีโดยไม่ได้ตอบอะไรไทเรลกลับ ทิ้งให้คนที่ยืนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ได้แต่ทอดถอนใจ

สองคนนี้แม่งรั้นเป็นบ้า

 

 

 

 

 

--------------------------------------------------------------

ก็ต้องรั้นเหมือนกันสิคะไทเรล คนมันเปงแฟงกัง เอ๊ย ยังๆ

บทนี้ก็จะดูสั้นๆหน่อย เน้นเรื่องความรู้สึกของจิลให้เห็นภาพขึ้น (ขยี้นั่นเอง) 

อันนี้เราวิเคราะห์แบบชิปๆ : ในเกมตอนแรกจิลฝันว่าตัวเองติดเชื้อ นั่นคือความกลัว กลัวว่าตัวเองจะติดเชื้อกลายร่างเป็นเหมือนเพื่อนในหน่วยคนอื่น แต่พอมาฉากนี้กลายเป็นฝันว่าคาร์ลอสติดเชื้อ ก็แปลว่ากลัวว่าคาร์ลอสจะตาย ต้องรู้สึกกับเขามากแล้วแหละดูออก ขนาดสาวแกร่งอย่างจิลยังไม่กล้ายิงคาร์ลอสแม้กระทั่งในฝันเลย 

ปล.ใกล้จบแล้วนะค้าบบบ อีกไม่กี่ตอนฮึบๆ 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #27 Mynun9412 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 09:45
    สนุกมากกกก
    #27
    0
  2. #16 ขุนนน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 18:49
    ขี้ชิปมาก! ใคร! เราเอง! 55555555 จริงมากก ตอนดูก็แบบ ฉากนี้ปูให้ชิปจริงๆ
    #16
    0