ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    STORY OF YOONA SNSD อัพเพิ่ม my angle 18/1/59

    ลำดับตอนที่ #1 : story1: Love U MY (boy)Friend END

    • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
    • 31 พ.ค. 59







     Love U  My [BOY] Friend
     



         

    เขาว่ากันว่า "คนเรามักมองข้ามสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวไปเสมอ



    กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เกือบจะสูญเสียสิ่งนั้นไป"




    "ย๊าก! ไอ้เพื่อนบ้า ฉันจะฆ่าแก " เสียงหวานเอ่ยกับเพื่อนสนิทของตน


    พลางกึ่งเดินกึ่งวิ่ง ตามร่างสูงทีเดินนำหน้าไปซึ่งคำพูดเหล่านั้น


    ไม่เข้ากับหน้าตาที่เรียกได้ว่า นางฟ้าของมหาลัย เอาซะเลย


    " ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ไอ้เกรียนเหม่ง" เสียงห้าวเอ่ยตอบร่างบาง


    พลางนั่งลงที่ม้าหินอ่อนทันทีที่ถึง หน้าหล่อเหลาปานรูปสลัก


    ที่มักจะนิ่งเเละเย็นชาแก่ผู้ที่พบเห็น แต่ถ้ายิ้มเพียงเล็กน้อยก็สามารถตรึงตาตรึงใจ


    สาวน้อยสาวใหญ่ได้ทันที นั้นแหล่ะเป็นเสน่ห์ของร่างหนาเลยก็ว่าได้


    " แกไม่ได้ทำอะไรแล้ว ทำไม น้องจียอนที่ฉันเล็งไว้ถึงไปเป็นแฟนคลับแกได้หล่ะ



    ไอ้เพื่อนทรยศ"เมื่อร่างบางของ อิม ยุนอา ดาวคณะวิศวกรรมศาสตร์


    ซึ่งอยากเป็นเดือนมากกว่าดาว มาถึงม้าหินอ่อน พร้อมกับนั่งลง


    และพัดเพื่อระบายความร้อนแก่ตน พร้อมกับเอ่ยบอก อู๋ อี๋ฟาน หรือ คริส


    ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของตนเเละมีดีกรีเป็นถึงเดือนคณะ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ร่างบางอยากจะเป็น


    " ก็คนมันหล่อ ช่วยไม่ได้ "ร่างหนาเอ่ยบอกร่างบาง พลางขยี้ผมของร่างบางอย่างเมามัน


    "ไอ้เพื่อนบ้า เเกเนี่ยนะหล่อ ไปหัดยิ้มก่อนเหอะ วันๆเอาเเต่ทำหน้านิ่ง


    เหมือนไปโกรธใครมาซะอย่างนี้ ย๊าก เมื่อไรแกจะเลิกยุ่งกับผมฉัน สักที


    เดี๊ยวเรตติ้งฉันตกขึ้นมา แกจะรับผิดชอบยังไงห๊ะ"พลางปัดมือคนตัวสูงกว่าออก


    ทันทีที่ร่างบางเอ่ยจบทำให้คนมาดขรึมถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมา


    "555 ถ้าเรตติ้งแกดีขนาดนั้น ทำไมน้องเค้าถึงมาชอบฉันซะล่ะ" ด้วยความที่หมั่นไส้


    ประกอบกับความเกรียนส่วนตัว ทำให้ร่างบางเผลองับแขนเพื่อนตัวเองอย่างตั้งใจ


    ฝากรอยกัดไว้เป็นที่ระลึกแห่งความเกรียนของเธอ


    "อ๊าก ไอ้เกรียนเหม่ง ตกลงว่าแกจะเป็นกวาง จระเข้ หรือเป็นหมากันแน่ว่ะ


    กัดเจ็บชิบ แล้วฉันจะติดเชื่อบ้าจากแกไหมเนี่ย สงสัยต้องรีบไปฉีดวัคซีน


    ยิ่งแกกลัวๆน้ำอยู่ด้วย "


    "ไอ้เพื่อนคริส นั้นปากแกเหรอนั้น ช่างขัดกับฉายาเจ้าชายน้ำแข็งของเเกจริง



    แต่ว่าไปแล้วสงสัยมันจะจริงอย่างที่แกพูดว่ะ เรตติ้งฉันคงตกจริงๆ



    เเต่ก่อน สาวน้อย สาวใหญ่ ผู้ชาย กระเทย ตุ๊ด เกย์ ต่างก็หลงเสน่ห์ชั้น


    แต่เดียวนี้ หายเงียบกันไปเลย ฉันจะทำยังไงดีอ่ะแก "ร่างบางเอ่ยออกมาพลางทำหน้าเซ็ง


    " ทำใจดิว่ะ ตอนนี้สงสัยน้ำมันพรายที่เเกใช้จะเสื่อมเเล้วมั้ง


    เพราะแกนะทั้งหัวเหม่ง ปากกว้าง กินจุ และที่สำคัญไม้กระดาน


    ใครที่ไหนเค้าจะหลงผิดมาชอบเเก ที่ผ่านมาเค้าคง


    จะโดนฤทธิ์น้ำมันพรายเนี่ยแหละ"คริสพูดพลางมองตั้งเเต่หัวแล้วมาหยุด



    ที่เค้าเรียกกว่าไม้กระดาน


    "เหม่ง ปากกว้าง ไม้กระดาน ไอ้เงิง ถ้าวันนี้ฉันไม่ได้เตะแก


    อย่ามาเรียกฉันว่า อิม ยุนอา ตายซะเถอะ ย๊ากกกกก" ร่างบางพูดจบพลางวิ่งไล่



    ร่างสูงที่ลุกไปตั้งเเต่คำว่าไม้กระดาน




    ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

    Yoona part 


     

    หลังเลิกเรียน


     

    "ไอ้เกรียนเหม่ง แกอย่าโกรธฉันเลยนะ ฉันเเค่ล้อเล่นเองนะๆๆ


    เดี๊ยวเย็นนี้ฉันพาแกไปเลี้ยงไอติมนะๆๆ"คริสว่าพลางบีบนวดไหล่ของฉันอย่างเอาใจ


    "นายคิดว่าคนอย่างฉันไอติมซื้อได้หรือไง "ฉันว่าพลางปัดมือคริสออก


    "หรือว่าเเกจะไม่ไป ว๊า เเย่งจัง ฉันกะว่าหลังจากกินไอติมเสร็จแล้วจะพาแก


    ไปเลี้ยงหนังเรื่องที่เเกบ่นอยากดูซะหน่อย


    เเต่คงต้องยกเลิกแผนซะเเล้ว เฮ้ยยยยยยยยยยยย"คริสเอ่ยบอกพลาง


    แกล้งถอนหายใจ เหมือนจะรู้ทันชั้น


    "คุมะด้วย"ฉันเอ่ยบอกคริส



    "อะไรนะ " ฉันรู้ว่าคริสแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน


    "ถ้าแกยังแกล้งฉันอยู่ ฉันไม่หายโกรธแกจริงๆด้วยนะ อู๋ อี๋ฟาน" ฉันเอ่ยพลาง


    แกล้งเดินออกไป คริสคงรู้ว่าถ้าฉันเรียกชื่อเต็มยศเเสดงว่าฉันเริ่มโกรธจริงๆ


    "โอ๋ๆๆ ไอ้เกรียนเหม่ง แกกะจะเอาให้คุ้มเลยใช่ไหม


    ได้ๆๆ ไอติม หนังแล้วก็คุมะ ไปๆๆเดี๊ยวแกจะต่อรองเยอะกว่านี้


    ฉันจะหมดตัวเอา ตกลงตอนนี้แกยกโทษให้ฉันแล้วใช่ป่ะ"


    คริสพูดพลางเดินมากอดคอลากฉันไปที่รถ


    "ไม่"ฉันเอ่ยบอกออกไป


    "เฮ้ย ใหายงอนฉันเหอะนะยัยเกรียนเหม่ง"คริสพูดพลางทำหน้าอ้อนวอนฉัน


    "ฉันไม่ได้โกรธแก เเค่มั่นไส้เฉยๆเลยให้อภัยแกไม่ได้ 555


    วันนี้คุ้มจริงๆ ได้ทั้งไอติม ดูหนัง ไหนจะคุมะอีก

    สบายกระเป๋าไปอีกวัน 555" ฉันพูดพลางหัวเราะปากกว้าง??อย่างอารมณ์ดี


    "ไอ้เกรียนเหม่ง ฉันล่ะยอมแกจริงๆ มันน่า....นัก "คริสพูดพลาง


    เอามือขยี้ผมร่างบางอย่างเมามัน

    "อะไรนะ เมื่อกี้แกพูดว่าอะไรนะ แต่ช่างเหอะไปๆ


    เดี๊ยวหนังไม่มีรอบดู แกอย่าลืมนะเว้ยว่าแกเลี้ยง555"


    ยุนอาพูดพลางเดินต่อไปอย่างอารมณ์ดี



    --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



          หลังจากทานไอติมเสร็จ คริสก็พาฉันไปเลี้ยงหนังตามที่บอก 


     

    ทำไมฉันรู้สึกเหมือนมีคนมอง ช่างเถอะสงสัยฉันคงคิดไปเอง 


     

    "เฮ้ย ไอ้เกรียนเหม่งหนังเรื่องที่แกอยากดูเต็มทุกรอบเเล้วว่ะ 


     

    สงสัยแกต้องดูเรื่องอื่น ไม่อย่างนั้นวันนี้ก็อดว่ะ "คริสพูดพลางทำตาขวาง


     

    มองไปรอบๆพร้อมทำปากขมุบขมิบ 


     

    "ไอ้เงิง แกเป็นอะไรของแกว่ะ ทำยังกับรอบเดือนไม่มา 


     

    หงุดหงิดอะไรของแกว่ะ "ฉันพูดพลางแอบจิกกัดเล็กน้อย 


     

    "ไอ้เกรียนเหม่ง ฉันนะผู้ชายทั้งเเท่งเว้ย ตกลงแกจะดูเรื่องอะไรว่ะ หรือว่า


     

    จะไม่ดูจะได้กลับกัน"คริสไม่พูดเปล่า พลางกอดคอลาก ย้ำค่ะลากฉันให้เดินไปด้วย

     

    "จะบ้าหรือไงแก แกหงุดหงิดอะไรว่ะ ไหนๆก็มาแล้ว

     

     ไปดูเรื่องนั้นกันเหอะว่ะ" ฉันชี้มั่วๆไปที่หนังเรื่องหนึ่ง 

     

    โดยไม่ได้ปลายตาไปดูเเม้กระทั่งชื่อเรื่อง 
     

    "เปล่าฉันก็เเค่..........ชั่งเหอะ ว่าเเต่แกแน่ใจนะไอ้เกรียนเหม่ง

     

     ว่าจะดูเรื่องนี้" คริสถามย้ำฉันอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ 

     

    "เออ ดูเรื่องนี้เเหละแก ฉันดูได้ทุกแนว "ฉันพูด 

     

    "เเต่ว่าเรื่องนี้เป็น......" 

     

    "เออน่า ดูได้อยู่เเล้ว อิม ยุนอาผู้นี้ไม่มีอะไรจะต้องกลัวอยู่เเล้ว 

     

    รีบๆไปซื้อตั๋วซิว่ะ เดี๊ยวก็ไม่ทันดูหรอก "คริสพูดไม่ทันจบฉันก็เอ่ยขัดซะก่อน

     

     "เออได้ไอ้เกรียนเหม่ง ฉันเตือนแกแล้วนะ ไปแกไปซื้อตั๋วกับฉัน

     

    เดี๊ยวแกไปกัดใครเข้า ฉันขี้เกียจรับผิดชอบ" คริสพูดพลางจูงมือฉันให้เดินตาม

     

     "ย๊ากกก ไอ้เงิงฉันไม่ใช่หมานะ เเกก็ไปซื้อคนเดียวดิ  

     

    ฉันขี้เกียจเดิน เมื่อย"ฉันพูดพลางหยุดเดินเเต่คริสไม่ยอมกลับลากฉันมาจนได้

     

    "สวัสดีค่ะ .....cinema  ยินดีต้อนรับค่ะ มิทราบว่าท่านลูกค้า

     

    จะชมภาพยนตร์เรื่องไหนค่ะ"พนักงานเอ่ยถามฉันกับคริส

     

     คริสไม่ตอบอะไรพลางชี้ไปที่เรื่องๆหนึ่งด้วยใบหน้านิ่งๆ ติดจะเย็นชา

     

     ฉันบอกแล้วว่ากับคนอื่นไอ้เงิงนี้มันจะเย็นชาเป็นน้ำเเข็ง 

     

    แต่พออยู่กับฉันปากมันยิ่งกว่ากรรไกรอีก 

     

    "ค่ะสองที่เรื่อง.........นะค่ะ เลือกที่นั่งได้เลยนะค่ะ" ฉันคิดอะไรเพลินๆ

     

    จนไม่ทันได้ฟังชื่อเรื่อง เเต่ก็ช่างเถอะเรื่องอะไรฉันก็ดูได้ทั้งนั้น 

     

    ขออย่าให้เป็นเเนวนั้นก็พอ      
     

     

     อย่างที่ฉันบอกไว้ อิม ยุนอาคนนี้ ไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องกลัวอยู่เเล้ว



     เว้นเเต่.... ทำไมต้องเป็นหนังเรื่องนี้ด้วยนะ มันเป็นเวรกรรมอะไรของฉันเนี่ย



    หนังมีตั้งเยอะตั้งแยะ ทำไมฉันดันซวยมั่วนี้ได้เรื่องนี้นะ แล้วยิ่งนั่งในโรงหนัง



    ที่ทั้งมืดแทบมองอะไรไม่เห็น แล้วยังมีอากาศเย็นๆของเครื่องปรับอากาศ




    ที่เป่าประหนึ่งอยู่ขั้วโลก เสียงเซอร์ราวรอบทิศทางแม้อุดหูก็ยังสามารถทะลุผ่าน




    เข้ามาให้ได้ยิน ประกอบกับหน้าจอขนาดใหญ่ ที่ปรากฎภาพชัดเจนด้วยระบบสามมิติอีก




    เป็นบรรยากาศที่วังเวงสุดๆ ไหนจะเสียงกรี๊ดที่ดังมาเป็นระยะๆตั้งแต่หนังเริ่มฉาย




    ทำเอาฉันแทบจะบ้าตาย จนเผลอกอดคริสซะแน่นจนเกือบหายใจไม่ออก




    ถึงเเม้ว่าตอนนี้สติฉันจะเตลิดไปแล้ว แต่ก็ยังพอที่จะได้ยินเสียงคริส




    ที่เเอบหัวเราะกับท่าทีในลำคอเบาๆ สร้างความหงุดหงิดใจให้ฉัน




     จนต้องหยิกเจ้าของเสียงหัวเราะที่นั่งอยู่ข้างๆฉันไปหลายที 




    "โอ๊ย ไอ้เกรียนเหม่งแกจะหยิกฉันทำไมเนี่ย มันเจ็บนะ มือเเกก็หนักชิบ"




    คริสเเอบบ่นเบาๆใส่ฉันพลางเอามือลูบเเขนเบาเพื่อบรรเทาอาการเเสบ

     


    "แกหัวเราะเยาะฉัน อย่านึกว่าฉันไม่ได้ยินนะ ออกไป เเกโดนดีแน่ ไอ้เงิง"




    ชั้นคาดโทษคริสเบาๆ

     


    "555 ฉันเตือนแกเเล้วแกก็ไม่เชื่อ เป็นไงล่ะ หมดฤิทธิ์เลยนะไอ้เกรียนเหม่ง 555"



    คริสตอบพลางเอามือลูบหัวฉันเบาๆ อย่างอ่อนโยน




    ทำให้ความรู้สึกหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกเเปลกๆของอวัยวะที่อกข้างซ้าย




    ที่เต้นผิดปกติ หรือว่าฉันจะเป็นโรคหัวใจซะเเล้ว ทำไมหัวใจบ้ามันเต้นเเรง




    อย่างนี้นะ แล้วยังไอ้คำพูดที่คล้ายการปลอบปโลมนั้นอีกซึ่งชั้น




    ไม่ค่อยได้ยินบ่อยนักจากปากของร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ




     "กลัวอะไรไอ้เหม่ง ฉันนั่งอยู่ข้างๆแก ถ้าเเกกลัวมากก็หลับตาซะเเล้วจับมือฉันไว้"




    ยิ่งสร้างอัตราการเต้นของหัวใจ ให้เต้นเร็วขึ้น จนเกือบจะทะลุออกมาจากอก




     เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีมือของร่างสูงที่เอื้อมมากระชับราวกับ




    จะถ่ายทอดความอบอุ่นให้มือที่เย็นเฉียบของฉันอีก ฉันคิดว่า




    ฉันต้องเป็นโรคหัวใจเเน่ๆ หลังจากนั้นฉันต้องนั่งทำใจอยู่สักพัก




    เพื่อให้หัวใจกลับเข้าสู่สภาวะปกติ โดยที่มือของร่างสูงยังไม่ยอม




    ปล่อยออกจากมือฉัน กลับยิ่งกระชับเเน่นยิ่งขึ้น




     "ทำไมแก ไม่บอกฉันว่ะ ว่าฉันเลือกได้เรื่องนี้หนังอะไรว่ะ หลอนตั้งเเต่ชื่อเรื่อง "




    ฉันว่าคริสที่ไม่บอกว่าหนังที่ฉันดูนั่นคือ




    เรื่อง "ผีช่องฟิต"  ถ้าฉันรู้ ต่อให้เอาคุมะมาฉุดฉันก็ไม่ยอมดูเรื่องนี้เด็ดขาด




    (สุภาษิตประเทศไหนค่ะเจ๊:ไรเตอร์) 




    "ฉันว่าฉันเตือนแกแล้วนะ เเต่ก็เอาฉันผิดก็ได้ว่ะ ฉันก็กำลังรับผิดชอบอยู่เนี่ยไง"




    คริสเอ่ยบอกฉัน

     


    "รับผิดชอบยังไงว่ะแก ไม่เห็นแกจะทำอะไรเลยอ่ะ"ฉันเอ่ยบอกคริสอย่างงง




    มันรับผิดชอบอะไรของมันว่าก็เห็นมันนั่งอยู่เฉยๆ 




    "ก็ให้เเกลวนลามอยู่นี้ไง แกทั้งกอด จับมือ ถือเเขน เห็นฉันเป็นผู้ชายที่หน้าตาดีอย่างนี้ เเต่ฉัน



    ก็รักนวลสงวนตัวนะเว้ย ทำแบบนี้ฉันเสียหายนะ"คริสพูด 




    "ไอ้เงิงแกเนี่ยก็กวนบาทาเสียจริง มันน่าเต......กรี๊ดดดดดดดด "ฉันพูดยังไม่ทันขาดคำ




    ผีก็โผล่อย่างสยดสยอง ด้วยอารามตกใจทำให้ฉันกรี๊ดดังลั่น พร้อมทั้งกอดร่างสูง




    ไว้เเน่น เเม้กระทั่งหนังจบจนออกมาจากโรงหนังฉันก็ยังไม่ปล่อยเเขน




    ยังคงกอดอยู่อย่างนั้น

     


    "ไอ้เกรียนเหม่ง ไม่มีอะไรแล้ว หนังมันจบเเล้ว เลิกกลัวเถอะแก ฉันหายใจไม่ออก"




    คริสพูดขึ้นทำให้ฉันเริ่มมีสติเเละคลายวงเเขนที่กอดไว้เเน่นทันที



    เพราะเห็นหน้าของคริสนั้นเเดงมากจนลามไปถึงหู 




    "โทษทีนะแก เป็นอะไรมากหรือเปล่าหน้าเเดงขนาดนั้นแถมยังร้อนด้วย




     ไปหาหมอไหม เเต่ก็นะไอ้ผีบ้าพวกนั้นก็ขยันโผล่ซะจริง มาเเต่ละที




    ก็หน้าสยดสยองทั้งนั้น ทำไมไม่มาเเบบหน้าดูปกติแบบมีออร่าเปล่งปรั่งมั้งว่ะ "




    ฉันบ่นขึ้นพลางเอามือเเตะเเก้มร่างสูงเพื่อวัดอุณภูมิ

     


    แต่ทำไมยิ่งเเตะหน้าถึงยิ่งเเดงนะ 




    "ไอ้เกรียนเหม่ง ถ้าผีไม่ออกมันจะเรียกว่าหนังผีเหรอว่ะ




    เเล้วถ้าออกมาหน้ามีออร่ามันก็ไม่น่ากลัวอ่ะดิ หนังผีนะเว้ย




    ไม่ใช่การประกวดนางสาวไทย เออ……..ฉันไม่เป็นไรเเล้ว  แกหยุดแตะหน้าฉันสักที





    เเค่อากาศมันเปลี่ยนเลยร้อนเฉยๆ ไปๆ จะเอาไหมคุมะนะ"




    พลางจับมือฉันมากุมไว้

     


    "เอาดิแก ไปๆๆ คุมะจ๋า รอฉันก่อนชั้นจะไปหาแก 555" ฉันพูดพลางออกเเรงลาก




    คริสให้ออกเดินตาม  



    ===================================================================================

     

    "หลังจากที่ฉันลากคริสไปบุกถล่มร้านคุมะจนทำให้ขนหน้าเเข้งของคริสร่วงไปหลายเส้น


    เเต่ก็คงไม่อาจทำให้ลูกชายคนเดียวเจ้าของบริษัทนำเข้ารถยนต์ชื่อดังกระเป๋าแฟบได้


    ฉันก็ได้หมีน้อยขี้เกียจตาปรือมา2ตัว แบบสบายกระเป๋าสุดๆ


    "เอ้า ไอ้เงิงรับนะ"ฉันโยนบางอย่างไปให้คริสทำให้คริสที่กำลังอาลัยอาวรณ์


    เงินในกระเป๋าอยู่เกือบรับไม่ทัน


    "ไอ้เหม่งนี้มันอะไรว่ะ"คริสพูดพลางชูสิ่งที่ชั้นโยนไปให้ให้ชั้นดู


    "แกไม่รู้จักหรือไง พวงกุญเเจคุมะไง เสียเเรงที่รู้จักกับเจ้าเเม่คุมะอย่างฉันมาตั้งนาน"


    ฉันพูดพลางเเกล้งถอนหายใจ


    "เออ  ฉันรู้จักเเต่ที่ฉันสงสัยคือแกโยนมาทำไมว่ะ" คริสพูดพลางจับพวงกุญแจพลิกไปพลิกมา


    "ให้แกตอบเเทนที่เเกพาไปเลี้ยงไอติมเลี้ยงหนังแล้วก็ซื้อคุมะให้"


    ฉันพูดพลางหันไปมองอีกทางจึงไม่เห็นว่าคริสทำหน้ายังไง


    "เเค่เนี่ยนี้นะ ไอ้เกรียนเหม่งขี้งก"คริสพูด

    "หรือแกจะไม่เอางั้นเอาคืนมา"ฉันพูดพลางพยายามแย่งพวงกุญเเจจากมือของคริสคืน


    "ฝันไปเถอะ นานๆยัยงกอย่างเธอจะซื้อให้จ้างให้ก็ไม่คืน"


    คริสพูดพลางชูพวงกุญแจให้สูงขึ้น


    ส่งผลให้ฉันต้องเขย่งเพื่อที่จะเเย่งพวงกุญเเจคืน ฉันจึงเสียหลักเกือบจะล้ม


    เเต่ดีที่คริสช่วยประคองเอวฉันไว้ทำให้ฉันเผลอไปสบกับดวงตาคมคู่นั้นของร่างสูง


    ตึกตักๆๆๆๆๆๆ มันมาอีกแล้วทำไมมันเต้นเเรงกว่าตอนเเรกเยอะนะ


    ไอ้หัวใจบ้าเต้นช้าลงหน่อยได้ไหม สงสัยกลับไปฉันต้องเอกซเรย์หัวใจ


    ดูซะเเล้วฉันจะเป็นโรคหัวใจจริงหรือเนี่ย


    "ยุนอาฉัน......................................คริสค่ะ"


    คริสเอ่ยขึ้นเเต่ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงผู้หญิงคนหนึ่ง  


    ทำให้มือที่ประคองฉันอยู่คลายออกอย่างรวดเร็ว


    คงเหลือไว้เเค่รอยเเดงๆที่เปื้อนแก้มเราทั้งสองคน


    "ไม่นึกว่าจะเจอคริสที่นี้ ทำไมไม่บอกสิก้าก่อนล่ะค่ะว่าจะมา สิก้าจะได้มาด้วย


    เอ๊ ! ผู้หญิงคนนี้ใครกันเหรอค่ะ"ผู้หญิงคนนั้นพูดก่อนจะเขย่ง


    หอมแก้มทั้งสองข้างของคริสพร้อมทั้งกอดแขนเเสดงความเป็นเจ้าของคริส


    อย่างเต็มที่พลางหันมาจ้องหน้าฉันเหมือนกับจะสำรวจไปทั่วพร้อมกับยิ้มที่มุมปาก


    "สิก้านี้ อิม ยุนอา เป็นเพื่อนรักของผม ยุนอานี้เจสสิก้าเป็น....ฮันนี่ของคริสค่ะ


    ยินดีที่ได้รู้จักนะค่ะ คุณยุนอาเพื่อนของคริส"คริสกำลังเเนะนำ


    เเต่ถูกขัดด้วยเสียงของหญิงสาวข้างกาย


    "ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณเจสสิก้า เออ ไอ้..เออ..คริสเดี๊ยวฉันกลับก่อนนะ


    นึกขึ้นได้ว่ามีธุระด่วนต้องรีบไปไปก่อนนะ ไปก่อนนะค่ะคุณเจสสิก้า"


    ฉันพูดพลางขอตัวลาเพื่อที่จะรีบออกมาจากตรงนั้น


    "เดี๊ยวซิไอ้เกรียนเหม่ง เดี๊ยวฉันไปส่ง"คริสพูดพลางรั้งข้อมือชั้นไว้


    "ไม่เป็นไรหรอกคริส เดี๊ยวฉันกลับก่อนนายอยู่กับคุณเจสสิก้าเถอะ


    ไปแหละนะ บาย"ฉันพูดพลางดึงข้อมือออกจากร่างสูง


    เเล้วรีบเดินออกมาจากตรงนั้น เมื่อเดินออกมาซักพักฉันจึงหันกลับไปมอง

    ก็เห็นทั้งสองคนหัวเราะเเละยิ้มอย่างสดใสให้เเก่กัน

    เห็นร่างสูงเอามือลูบหัวร่างเล็กอย่างอ่อนโยน  พลันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกับไร้เรี่ยวเเรง

    เเล้วทำไมหัวใจฉันถึงเต้นช้าลงราวกับจะหยุดเต้นนะ

    ทำไมเเค่คำคำนั้น"เพื่อนรัก"ถึงทำให้รู้สึกหายใจติดๆขัดๆกันนะ

    ฉันเป็นอะไรไปเนี่ย

    ============================================================
     

    วันต่อมา ขณะที่ฉันกำลังจะไปมหาลัยคริสก็ขับรถมารับฉันเหมือนเดิม


    แต่จะแปลกอยู่ที่ที่นั่งข้างคนขับที่เป็นที่นั่งประจำของฉัน


    ถูกจับจองด้วยสาวน้อยร่างบางคนนั้น จอง เจสสิก้า


    "วันนี้สิก้าขอติดรถไปด้วยนะคงไม่เป็นไรใช่ไหม ไอ้เหม่งเกรียน"


    คริสพูดพลางยิ้มให้เหมือนเช่นทุกวันที่ผ่านมา เเต่ทำไมฉันกลับไม่รู้สึกดีเหมือนทุกวันนะ


      "อืม" ฉันตอบไปสั้นๆ แล้วระหกระเหินไปนั่งเบาะหลังแทน


    ทำให้ฉันต้องเห็นร่างเล็กที่ซบไหล่ร่างสูง มือที่เอื้อมไปกุมมือกัน


    แล้วไหนจะภาพที่ร่างเล็กออดอ้อนร่างสูงเเล้วโดนบีบจมูกแทน


    ทำไมฉันต้องมานั่งมองคู่รักจู๋จี๋กันด้วยนะ แล้วทำไมรู้สึกหายใจติดๆขัดๆยิ่งกว่าเมื่อวานอีกนะ


    ทั้งๆที่ฉันพยายามที่จะทำให้มันสงบลงทั้งคืน


    ทำใช้ฉันสะบัดหน้าไปมาเพื่อทำให้อาการนั้นหายไป


    "แกเป็นอะไร ไอ้เกรียนเหม่งสะบัดหน้าทำไมว่ะ ไม่สบายเหรอไง"


    คริสพูดส่งผลให้ร่างบางที่ นั่งอยู่ข้างๆหันมามองฉันด้วยอีกคน


    "ไม่มีอะไรหรอก แค่ปวดหัวนิดหน่อย"


    ฉันพูดพลางหลับตาลง เพื่อที่จะไม่รับรู้ถึงสิ่งต่างๆ


    ไม่ได้ยินเเม้กระทั้งเสียงกระซิบที่ทั้งสองคนนั้นพูดกัน


    แล้วทุกอย่างก็ดับวูบลงเมื่อฉันเข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุด


    "ไอ้เกรียนเหม่ง แกหายปวดหัวยัง เอานี้ยา กินซะจะได้หาย"


    คริสพูดขึ้นหลังจากที่เราถึงมหาลัยกันเเล้ว เจสสิก้าลงรถไปตั้งเเต่เมื่อไรไม่รู้


    แต่ก็ช่างเถอะ ฉันรับยามาจากคริส เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวที่ยังคงมีอยู่


    "เออเนี่ยไอ้เกรียนเหม่ง เดี๊ยวตอนเย็นแกกลับเองได้ไหม พอดีว่าฉันต้องไปทำธุระกับเจสสิก้านะ


    เอาไว้ฉันเลี้ยงไอติมเเกเป็นการไถ่โทษ แล้วกัน อย่าโกรธฉันนะเว้ย"


    คริสพูดพลางยิ้มอย่างสดใส ฉันไม่ค่อยได้เห็นคริสเเบบนี้มานานเเล้ว


    สงสัยคงเป็นเพราะสาวน้อยร่างเล็กคนนั้น


    "อืม แกไปเถอะ" ฉันตอบสั้นๆ เเล้วเดินออกมา


    "ไอ้เหม่งแกโกรธฉันเหรอว่ะ อย่าโกรธฉันเลยนะๆๆๆ"


    คริสพูดพลางเขย่าเเขนฉันไปมาราวกับเด็กอายุ3ขวบทำให้ฉันหลุดหัวเราะออกมา


    "เออไปเถอะไอ้เงิง แกอย่าลืมที่เเกสัญญาเเล้วกันเลี้ยงไอติมฉันด้วย ไปเรียนกันเหอะ"


    ฉันพูดขึ้นพลางลากคริสให้เดินตาม แต่ร่างสูงกลับขืนตัวไว้ก่อนจะพูดว่า


    "ในที่สุดเเกก็หัวเราะได้ ฉันเป็นห่วงแกแทบเเย่ ฉันสัญญาว่า


    วันอาทิตย์นี้ฉันจะพาแกไปเลี้ยงไอติม"


    คริสพูดพลางยื่นนิ้วก้อยออกมาเพื่อให้ฉันเกี้ยวก้อยสัญญาด้วย


    "ปัญญาอ่อน"  ถึงเเม้ฉันจะพูดออกไปอย่างนั้น


    เเต่ฉันก็ยื่นนิ้วก้อยไปเกี้ยวก้อยด้วย


    ดังนั้นเมื่อถึงตอนเย็นฉันเลยต้องกลับบ้านด้วยรถเมย์  


    กว่าจะกลับถึงบ้านก็เล่นเอาซะฉันสบักสบอม ป่านนี้คริสจะทำอะไรอยู่นะ

    คงกำลัง....บ้าจริง ฉันจะคิดถึงคริสทำไมล่ะเนี่ย เจ็บจังเลย


    ทำไมรู้สึกเศร้าอย่างนี้ เราต้องดีใจสิที่เห็นเพื่อนรักมีความสุข


    ทำไมน้ำตาต้องไหลด้วยนะทั้งๆที่เราดีใจที่เพื่อนเรามีความรักสักที ทำไมกันนะ ทำไม


    ตอนนี้ฉันกำลังรอคริสให้มารับ แต่น่าเเปลกที่ป่านนี้เเล้วคริสยังไม่มา


    ซึ่งเลยเวลาไปชั่วโมงกว่าเเเล้ว หรือว่าจะคริสจะไม่สบายกันนะ


    "คริสนายอยู่ไหนเนี่ย ไม่สบายหรอ เป็นอะไรมากหรือเปล่า"


    ฉันเอ่ยถามทันทีที่คริสกดรับโทรศัพท์


    "คือฮันนี่สบายดีค่ะ เเต่ติดธุระนะค่ะ ก็เลยไม่ไปรับคุณยุนอา


    "เสียงนี้มัน "คุณเจสสิก้าหรือค่ะ"ฉันเอ่ยเสียงเเผ่วเบาพร้อมกับมือที่ไร้เรียวเเรง


    "ค่ะคุณยุนอา พอดีว่าฮันนี่ไปเข้าห้องน้ำอยู่นะค่ะ สิก้าก็เลยรับเเทน คุณยุนอามีอะไรหรือเปล่าค่ะ"


    เจสิก้าเอ่ยถามฉัน


    "ใครโทรมานะสิก้า"เสียงนี้มันคริสนี้หน่า  ฉันรีบชิงวางหูก่อนที่เจสสิก้าจะบอกว่าฉันโทรมา


    ฉันไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว


    ===================================================================================


     

    เมื่อฉันวางสายเสร็จ เสียงโทรศัพท์ก็ดังทันทีเเต่เมื่อเห็นเบอร์ที่โทรเข้า
    ฉันก็เลือกที่จะไม่รับสายเเล้วปล่อยให้โทรศัพท์ดังเรื่อยจนมันหยุดร้องไป



    แต่ก็ยังคงมีเสียงเรียกเข้าดังเรื่อยๆจนฉันทนไม่ไหวจึงต้องปิดเครื่องไป


    สงสัยวันนี้ฉันต้องไปมหาลัยเองซะเเล้วซิ


    เฮ้ยยยย เมื่อคิดได้ดังนั้นฉันจึงรีบออกจากบ้านเพื่อให้ทันเที่นวรถเมย์ที่ใกล้จะถึงเวลา


    " ปี้นๆๆๆๆ"  เสียงเเตรรถยนต์ดังขึ้นจนฉันต้องหันกลับไปมอง


    เห็นรถยนต์คันคุ้นตาที่ฉันนั่งไปกลับมหาลัยกับบ้านเป็นประจำขับหยุดอยู่


    พร้อมกับประตูฝั่งคนขับที่เปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงที่ตนรู้จักเป็นอย่างดี


    แต่ฉันก็หันกลับมาราวกับไม่เห็นเค้าคนนั้นที่ยืนอยู่


    ทำให้ร่างสูงทนไม่ไหวต้องรีบวิ่งมาดักหน้าพร้อมกับเอ่ยเรียก


    "ยุนอา" คริสเรียกฉันเเต่ฉันยังคงเงียบอยู่


    "ยุนอา ฉันขอโทษ ที่ไม่ได้บอกเธอว่าวันนี้ไม่ได้ไปรับ พอดีติดธุระด่วนจริงๆ


    ฉันขอโทษจริงๆ ยกโทษให้ฉันเถอะนะ"


    คริสเอ่ยขอโทษฉันเเต่ฉันยังคงเงียบอยู่ พลางเดินหนีคริสออกมา


    "ยุนอา ฉันขอโทษจริงๆ ขอโทษ ขอโทษ"


    คริสยังคงเอ่ยขอโทษฉันเรื่อยๆพลางวิ่งมาดักหน้าฉันที่กำลังจะเดินหนี


    "ทีหลังก็โทรมาบอกก่อน ไม่ใช่ปล่อยให้ฉันเป็นห่วงนาย กลัวว่านายจะเป็นอะไรไป"


    ฉันพูดพลางปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเพื่อระบายความอัดอั้นในใจ


    ฉันพยายามที่จะเดินอีกครั้ง  เเต่ก็ไม่ทันร่างสูงที่ใช่เเขนโอบกอดฉันไว้


    เพื่อไม่ให้ฉันเดินหนี "ยุนอา ฉันขอโทษจริงๆ ฉันขอโทษ


    เธออย่าโกรธฉันเลยนะ ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง ขอโทษที่ทำให้ร้องไห้


    ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษจริงๆนะ ขอโทษ"


    ร่างสูงยังคงเอ่ยขอโทษมาเรื่อยจนน้ำตาฉันเริ่มเหือดแห้ง


    เเต่ร่างสูงก็ยังคงเอ่ยเเต่คำนั้นออกมา "ขอโทษ" จนฉันทนไม่ไหว


    ต้องเป็นฝ่ายบอกให้ร่างสูงหยุดเพราะฉันเห็นว่าเค้าคงสำนึกผิดจริงๆแล้ว


    "พอเเล้วไอ้เงิง แกจะพูดทำไมตั้งเยอะเเยะ ทีหลังก็หัดโทรมาบอกซะก่อน  


    ไม่ใช่ทำให้เป็นห่วงเข้าใจไหม เเล้วธุระแกเสร็จแล้วเหรอถึงออกมาเนี่ย


    เเล้วก็ปล่อยเเขนแกได้เเล้ว"ฉันพูดพลางดิ้นเพื่อให้หลุดจากวงเเขนนั้น


    "แกหายโกรธฉันเเล้วใช่ไหม ฉันขอโทษจริงๆ ขอโทษ ขอ...หยุดไอ้เงิง


    ไม่โกรธเเล้วเว้ย เเต่ถ้าเเกยังพูดขอโทษฉันจะโกรธแก"


    ฉันเอ่ยขัดคริสอีกครังที่เอาเเต่พูดคำว่าขอโทษ


    "ขอ..เอ้ย ต่อไปนี้ฉันจะไม่ผิดนัดแกอีก เชื่อฉันนะ" คริสเอ่ย


    "อืม"ฉันตอบรับสั้นๆ

    "พรุ่งนี้แกอย่าลืมที่นัดกับฉันนะไอ้เกรียนเหม่ง ไปๆ


    เดี๊ยวฉันไปส่งที่มหาลัย"คริสพูดพลางดันหลังให้ฉันเดินไปที่รถ

    "เออ แกก็อย่าไปสายแล้วกัน"ฉันพูดขึ้น หวังว่านายคงไม่ผิดนัดตามที่บอกฉันนะคริส




    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



     

    วันต่อมา ฉันก็มารอคริสที่ร้านไอติมร้านประจำของเรา



    ก่อนเวลานัดครึ่งชั่วโมง โดยในวันนี้ฉันเลือกที่จะหยิบชุดเดสสีฟ้าสดใสมาใส่



    ทั้งที่ปกติฉันจะใส่เเค่เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์เพื่อความทมัดแมง



    แต่ไม่รู้ทำไมวันนี้ฉันถึงอยากใส่ชุดนี้ แต่ก็ช่างมันเถอะ


    อีกห้านาทีก็จะถึงเวลานัดเเล้ว หวังว่านายคงจะไม่ลืมหรอกนะ



    10 นาทีผ่านไป



    30 นาทีผ่านไป


     

    1ชั่วโมงผ่านไป

    สงสัยนายคงตื่นสาย หวังว่านายคงจะไม่ลืมนัดของเราหรอกนะ


    2ชั่วโมงผ่านไป

    สงสัยนายคงนอนตื่นสาย เเล้วรถก็คงติดด้วย

    ฉันยังคงหวังว่านายคงจะไม่ลืมนะ



    3 ชั่วโมงผ่านไป 


    ฉันยังคงนั่งรอคริสอยู่ ทำไมยังไม่มากันนะ

    หรือว่าจะไม่สบายจนมาไม่ไหว เเต่ก็น่าจะโทรบอกกันหน่อยสิ


    4ชั่วโมงผ่านไป

    ฉันยังคงนั่งรอ พร้อมกับโทรศัพท์หานายเเต่ทำไมนายไม่รับสายนะ

    นายเป็นอะไรหรือเปล่านะ


    5ชั่วโมงผ่านไป 

    นายเป็นอะไรหรือเปล่า ฉันอยากไปหานายเเต่ก็กลัวจะคลาดกับนาย


    6ชั่วโมงผ่านไป  


    นายจะรู้ไหมนะว่ามีคนรอนายอยู่ เมื่อไรนายจะมากันนะ

    นายเป็นอะไรหรือเปล่า


    7ชั่วโมงผ่านไป



    และแล้วความอดทนของฉันก็สิ้นสุดลง


    สงสัยฉันคงต้องไปหานายซะเเล้ว ถ้าไม่สบายจะเป็นยังไงกัน


    ยิ่งอยู่คนเดียวด้วย ทำไมฉันถึงเป็นห่วงนายมากมายอย่างนี้นะ


    ฉันเลยเรียกรถเเท็กซี่ มาที่คอนโดของคริส


    ยามเปิดประตูให้ฉันทันทีเพราะฉันมาทำรายงานกับคริสบ่อยๆจนยามจำหน้าได้



    ฉันรีบกดลิฟท์เพื่อไปยังฉันที่คริสอยู่ เมื่อถึงฉันก็รีบวิ่งมากดออด



    ด้วยความกระวนกระวายใจ ระหว่างนั้นฉันได้ยินเสียงหัวเราะคิกคัก



    ของคนสองคนดังออกมาพร้อมกับประตูที่เปิดขึ้น



    เผยให้เห็น ภาพของคนสองคนโดยร่างสูงโอบร่างเล็กอยู่



    ในขณะที่อีกมือก็จับลูกบิดประตู



    "ยุนอา เธอมาทำอะไรที่นี้นะ"คริสเอ่ยปากถามฉันในขณะที่มือ



    ที่โอบกอดร่างบางอยู่ก็ปล่อยออกทันทีพร้อมกับบังอะไรบางอย่าง



    ที่อยู่ในห้องเเต่ก็ช่างมันเถอะสิ่งที่ฉันสนใจไม่ได้อยู่ในนั้นเเต่



    อยู่ตรงหน้าฉันต่างหาก



    "นายลืมใช่ไหมคริส"ฉันเอ่ยปากถามคริสพร้อมๆกับน้ำตาที่คลอ



    อยู่ที่เบ้าตาที่พร้อมจะไหลได้ทุกเมื่อ



    "ลืมอะไ...ฉัน ขอโทษยุนอา"คริสเหมือนจะเอ่ยปากถามฉันเเต่คงนึกขึ้น


    ได้จึงเอ่ยขอโทษฉันเเทนพร้อมกับส่งสายตาสำนึกผิดมาให้



    "นายปล่อยให้ฉันนั่งรอตั้ง7ชั่วโมง โดยที่เป็นกังวลอยู่ตลอดเวลาว่า


    นายเป็นอะไรหรือเปล่า นายจะลืมนัดของเราหรือเปล่า


    ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ฉันเชื่อใจตลอดว่านายคงจะไม่ลืมนัด


    นายคงจะไม่สบาย เเต่ตอนนี่นายได้ทำลายความเชื่อใจที่ฉันมีต่อนายจนหมดเเล้วล่ะ"


    ฉันพูดพลางเอามือปาดน้ำตาเเล้วสบตากับดวงตาคมคู่นั้นของคริส


    โดยที่ฉันก็ไม่รู้ว่าเจสสิก้านั้นออกไปตั้งเเต่ตอนไหน


    "......."คริสยังคงเงียบ



    "เราเลิกเป็นเพื่อนกันเถอะ เราอย่าเจอกันอีกเลย"ฉันพูดคำนี้ออกไป


    พลางสบตาที่เบิกกว้างนั้นของคริส



    "ยุนอา เธอพูดอะไรออกมา ฉันขอโทษ ขอโทษนะ"



    คริสพูดพลางพยายามที่จะเข้ามารั้งฉันไว้เมื่อเห็นว่าฉันกำลังจะเดินหนี


    "พอที คริส ฉันเจ็บ นายปล่อยฉันไปเถอะนะ ลาก่อนคริส "


    ฉันพูดพร้อมกับวิ่งหนีคริสที่พยายามจะวิ่งตามฉันเเต่ก็ไม่ทัน


    ฉันเรียกแท็กซี่ให้มาส่งที่หน้าบ้านตอนนี้ฉันเจ็บเหลือเกินทำไมนะ


    เเค่เพื่อนไม่ไปตามนัดทำไมฉันถึงต้องตัดเพื่อน ฉันไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ

    +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
     

    ระหว่างที่ฉันเดินเข้าบ้านด้วยจิตใจที่เศร้าหมอง

    ก็มีเสียงเรียกรั้งฉันไว้จนฉันต้องหันกลับไปมอง

    "ยัยเหม่งเเกไปเดินตกท่อมาเหรอหน้าตาโทรมเชียว"

    เสียงกวนประสาทเเบบนี้คุ้นๆแหะ ใครนะหน้าตาคุ้นๆหน้าตาเจ้าเล่ห์เเบบนี้ นี้มัน

    "เฮียเกรียนคยู" ฉันร้องอย่างดีใจ  พลางรีบวิ่งไปกอดชายหนุ่มร่างสูง

    ด้วยความคิดถึงก็ไม่ได้เจอกันตั้ง3ปีแหนะ พี่ชายของฉัน


    "น้อยๆหน่อยยัยเหม่งเฮียชื่อคยูฮยอนนะ ไม่ใช่เฮียเกรียนคยู"

    เฮียพูดพลางใช้มือขยี้หัวฉันเบาๆ

    "แล้ววันนี้นึกคึกอะไรของแก เเต่งตัวซะเป็นผู้หญิงเชียว"

    เฮียถามฉันเมื่อสังเกตเห็นชุดของฉัน เมื่อคิดถึงเรื่องนั้น

    ฉันจึงเงียบลงทันทีพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มมาคลอที่เบ้าอีกครั้ง

    ทั้งๆที่ฉันตั้งใจแล้วว่าจะไม่อ่อนเเอให้ใครเห็น

    "เฮ้ย แกเป็นอะไรไป ยุนอาใครทำอะไรแกบอกเฮียมานะ"

    เฮียพูดพลางส่งสายตาคาดคั้น

    "เฮีย...ฉันอึกๆ"ในที่สุดน้ำตาที่ฉันอุตสาห์กลั้นไว้ก็ไหลออกมา

    พร้อมกับเสียงสะอื้นเบา เฮียคยูคงตกใจน่าดูที่เห็นฉันเป็นเเบบนี้

    เพราะปกติถึงให้ฉันเศร้าหรือเสียใจเเค่ไหนก็ไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็น

    เฮียจึงดึงฉันเข้าไปกอดไว้พร้อมกับพาฉันเดินเข้าบ้านไป

    ระหว่างที่ฉันร้องไห้นั้นเฮียก็กอดฉันไว้อย่างนั้นพร้อมกับลูบหลังเบาๆ

    เพราะเฮียรู้ว่าถึงถามไปฉันคงไม่ตอบ เฮียจึงเลือกที่จะเงียบเพื่อรอให้ฉันเอ่ยออกมาเอง


    "เฮีย เฮียเคยเป็นไหมที่เพื่อนผิดคำพูดเเล้วถึงกับต้องตัดเพื่อน"


    ในที่สุดฉันเอ่ยถามเฮียถึงสิ่งที่ยังคงค้างคาใจฉันอยู่


    "เฮียไม่เคยเป็นนะไอ้เหม่ง เเต่ถ้าถึงขนาดต้องตัดเพื่อน


    เเสดงว่าต้องเป็นคนที่แกให้สำคัญมากๆ แกถึงจะรู้สึกเเย่มากๆ


    จนขนาดตัดเพื่อนได้"เฮียตอบฉันออกมา

    "แล้วเฮียเคยรู้สึกเศร้ามากๆ เวลาที่เพื่อนลืมเราเเล้วไปกับผู้หญิงอีกคน


    เห็นความสำคัญของเราน้อยลง ตั้งเเต่ที่ผู้หญิงอีกคนก้าวเข้ามาไหม".


    ฉันยังคงเอ่ยถามเฮียในสิ่งที่อัดอั้นในใจ

    "อืมมม เฮียคิดว่าเฮียรู้เเล้วว่า ตอนนี้เเกเป็นอะไร


    แต่แกบอกเฮียได้ไหมว่าเพื่อนคนนั้นของแกนะคือใคร"


    เฮียเอ่ยถามฉันออกมา แต่ก็คำถามที่เรียกน้ำตาฉันออกมาคลอที่เบ้าได้


    เมื่อเฮียเห็นดังนั้นเฮียก็เลือกที่จะไม่ถามคำถามฉันต่อ


    เเต่เฮียกลับเอ่ยคำตอบที่ฉันอยากรู้ออกมาเเทน


    "ไอ้เหม่งแกรู้ไหม ว่าอาการที่เเกเป็นตอนนี้นะ เค้าเรียกว่า


    อกหัก แกคงจะตกหลุมรักเพื่อนของแกคนนั้นโดยที่แกไม่รู้ตัว"


    เฮียพูดพลางสบตากับฉัน


    "อกหักหรอเฮีย ไม่จริง ฉันไม่เคยตกหลุมรักใครแล้วฉันจะอกหักได้ไง"

    ฉันพูดพลางส่ายหน้าไปมาอย่างไม่เชื่อ


    "ไอ้เกรียน ก็เฮียบอกเเล้วไงว่าแกนะ ตกหลุมรักโดยไม่รู้ตัว


    เอาอย่างนี้ แกเคยรู้สึกใจเต้นเเรงจนแทบจะหลุดออกมา


    เวลาที่ต้องอยู่ใกล้เขามากๆหรือเปล่า


    แล้วแกเคยรู้สึกเเย่ไหมเวลาที่เค้าเห็นความสำคัญของเราน้อยลง

    แล้วแกรู้สึกเคยเป็นห่วงเค้ามากๆเวลาที่เขาหายไปไหม

    แล้วแกเคยไม่เป็นตัวของตัวเองไหมเวลาที่แกอยู่กับเขา

    ถ้าเเกมีอาการพวกนี้เฮียขอฟันธงเลยว่าแกนะ "ตกหลุมรัก" ชัวร์"

    เฮียเอ่ยออกมาด้วยสีหน้ามั่นใจ


    "ใจเต้นเเรงจนเเทบจะหลุดออกมาเมื่ออยู่ใกล้เขา"


    ( "กลัวอะไรไอ้เหม่ง ฉันนั่งอยู่ข้างๆแก ถ้าเเกกลัวมากก็หลับตาซะเเล้วจับมือฉันไว้"


    เเล้วไหนจะตอนที่คริสช่วยฉันไว้ไม่ให้ล้มนั้นอีก ฉันนึกว่าฉันเป็นโรคหัวใจซะอีก)


    "รู้สึกเเย่ไหมเวลาที่เค้าเห็นความสำคัญของเราน้อยลง"   

    (ไอ้เกรียนเหม่ง เดี๊ยวตอนเย็นแกกลับเองได้ไหม พอดีว่าฉันต้องไปทำธุระกับเจสสิก้านะ)

    "รู้สึกเคยเป็นห่วงเค้ามากๆเวลาที่เขาหายไปไหม"

    ("ทีหลังก็โทรมาบอกก่อน ไม่ใช่ปล่อยให้ฉันเป็นห่วงนาย กลัวว่านายจะเป็นอะไรไป")

    "ไม่เป็นตัวของตัวเองไหมเวลาที่แกอยู่กับเขา "

    (ก็วันนี้ไงที่ฉันเเต่ชุดเดรสทั้งที่ปกติเเทบจะไม่เคยเเตะมันเลย)

    "ฉันรักนายเหรอคริส "ฉันบ่นพึมพำเบาๆ


    "ไอ้เหม่งแกพูดว่าอะไรนะ เฮียไม่ได้ยิน"


    "เปล่าเฮีย ฉันไปนอนก่อนนะ"ฉันเอ่ยบอกเฮีย  พลางรีบขึ้นมาบนห้อง


    พอถึงห้องฉันก็ทรุดตัวลงพร้อมกับปล่อยเสียงสะอื้นที่กลั้นไว้ออกมา

    "ฉันรักนายไม่ได้คริส นายมีคนรักอยู่เเล้ว เราไม่ต้องเจอหน้ากันอย่างนี้ก็ดีอยู่แล้ว


    ฉันจะได้ตัดใจจากนายได้ แล้ววันหนึ่งถ้าฉันพร้อมฉันจะกลับไปเป็นเพื่อนนาย


    ไปยิ้มและหัวเราะข้างๆนายได้อีกครั้งฉันสัญญา"


    ฉันเอ่ยพึมพำสลับกับเสียงสะอื้นที่ออกมาราวกับหัวใจของฉัน


    ได้เเตกเป็นเสี่ยงๆเเล้ว

    วันต่อมาฉันก็รีบออกมาจากบ้านก่อนจะถึงเวลาที่คริสจะมารับ


    พอถึงคาบเรียนก็เข้าพร้อมๆกับอาจารย์ พอถึงคาบพักก็รีบออกไปพร้อมๆกับอาจารย์


    เพื่อกันไม่ให้ใครคนหนึ่งเข้าใกล้ฉัน เเล้วตอนกลับบ้านฉันก็รีบกลับก่อน


    โดยไม่รอใครบางคนเหมือนเช่นทุกวัน ฉันไม่ยอมออกไปพบใครบางคน


    ที่มารอฉันที้หน้าบ้านทุกเย็น จนกระทั่งเที่ยงคืนถึงจะยอมกลับ


    ขอโทษนะคริส ตอนนี้ฉันยังทำใจไม่ได้ ฉันทำอย่างนั้นอยู่จนเกือบจะครบ1เดือน


    โดยที่ไม่พูดด้วย ไม่มองหน้า พยายามหลบหน้าตลอด


    เเต่ตอนนี้ฉันก็ยังคงรักเขาอยู่


    "โอ๊ย ขอโทษคะเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ "


    ขณะที่ฉันกำลังคิดอะไรเพลินๆโดยไม่มองทาง


    ทำให้ฉันเดินไปชนกับร่างหนาของใครบางคนเข้า


    "คริส"ฉันเอ่ยพึมพำเบาๆเมื่อเงยหน้าขึ้นไปสบตากับดวงตาคมเข้มแสนเย็นชาคู่นั้น


    ซึ่งบัดนี้กลับดูซีดเซียวลงมาก และดูเหมือนเขาจะซูบผอมลงมาก


    "ขอโทษคะ ถ้าไม่มีอะไรเเล้วฉันขอตัวก่อนนะคะ"


    ฉันเอ่ยพลางรีบเดินออกมาเเต่กลับถูกมือหนารั้งไว้เเน่น


    "คริ....คุณคะปล่อยฉันเถอะค่ะ"ฉันเอ่ยพลางพยายาม


    แกะมือหนาที่กำข้อมือฉันออก แต่กลับรู้สึกว่ากำแน่นกว่าเดิมเมื่อฉันเอ่ยประโยคจบ


    พร้อมกับลากฉันไปที่รถ เมื่อจับฉันยัดเข้ามาในรถคริสก็จัดการล็อกประตู


    เพื่อกันฉํนหนีเเละรีบวิ่งมาฝั่งคนขับพร้อมกับเหยียบคันเร่งออกรถอย่างรวดเร็ว


    "คุณจะพาแันไปไหนคะ" ฉันเอ่ยถามคริสออกไป


    "พาไปในที่ที่เธอหนีฉันไม่ได้ไงล่ะ"คริสตอบฉันออกมา


    พลางส่งสายตาไม่พอใจที่ฉันเอ่ยประโยคที่เเสนห่างเหินนั้นออกมา


    ฉันจึงเลือกที่จะเงียบเพราะฉันนรู้ว่าหนีไปก็คงจะหนีไม่พ้น


    สู้เคลียร์ให้จบๆซะเลยดีกว่า ฉันนึกไม่ถึงว่าสถานที่


    ที่เค้าพาฉันมาเคลียร์ปัญหาระหว่างเราจะเป็นที่นี่ เป็นคุณก็คงจะนึกไม่ถึงเช่นว่าคริสจะเลือก


    "บ้านผีสิง"มาเป็นที่เคลียร์ปัญหาระหว่างฉันกับคริส


    ฉันพยายามขืนตัวที่จะไม่เข้ามาข้างในเเต่กลับถูกคริสลากเข้ามา


    ทำให้ตอนนี้ฉันไม่สามารถที่จะหนีไปไหนได้จึงต้องประจัญหน้ากับคริส


    อย่างหลบเลี่ยงไม่ได้พร้อมกับมือที่ยังคงถูกร่างสูงจับไว้ไม่ยอมปล่อย


    "คุณมีอะไรก็รีบพูดมาเลยคะ"

    ฉันเอ่ยบอกคริสที่ยังคงนิ่งเงียบอยู่


    "ฉันจะเลิกเป็นเพื่อนกับแกตามที่เเกต้องการยุนอา" ในที่สุดแกเอ่ยออกมา


    คริสพูดพลางสบตาฉันนิ่ง  ทำไมนะทั้งๆที่ในนี้ก็มืด


    เเต่ฉันกลับเห็นใบหน้าของคริสชัดเจน


    "อืม ถ้าไม่มีอะไรเเล้วฉันขอตัวก่อนนะคะ" ก็ดีเเล้วนิ นี้เป็นสิ่งที่ฉันต้องการไม่ใช่เหรอ


    เรื่องจะได้จบๆไปตอนนี้ฉันเลือกที่จะเดินหนีออกมา โดยทั้งๆที่กลัวๆอย่างนั้น


    เเต่ทำไงได้ตอนนี้ฉันอยากออกไปจากที้นี่ให้เร็วที่สุด


    เเต่กลับถูกข้อมือหนารั้งเอาไว้ทำให้ฉันต้องหันกลับไปมอง


    " ฉันยังพูดไม่จบ ฉันจะเลิกเป็นเพื่อนกับเธอ แล้วขอเธอเป็นแฟนแทน ฉันรักแกยุนอา"

    คริสบอกรักฉันเหรอ ทั้งๆที่นายก็มีเจสสิก้าอยู่เเล้ว

    ทำให้ฉันเผลออุทานเสียงหลง

    "อะไรนะ เป็นไปไม่ได้"
     

    Kris part


    "อะไรนะ เป็นไปไม่ได้"ยุนอาเอ่ยบอกผม

    พลางส่งสายตาผิดหวังมาที่ผมทำให้ผมต้องรีบยืนยันในสิ่งที่อยู่ในใจผมตลอดมา


    "ฉันรักแกจริงๆนะยุนอา แกรู้ไหมว่าทำไมเรตติ้งแกถึงตกลง


    ทั้งๆที่เมื่อก่อนแกมีแฟนคลับมากมาย เป็นเพราะฉันเองเนี่ยแหละ


    ถ้าแฟนคลับผู้หญิง ตุ๊ด กระเทย เกย์ของแกมองแกอยู่ฉันก็จะรีบส่งยิ้มหวาน


    เพื่อให้เขามาเป็นเเฟนคลับฉันเเทน เเต่ถ้าเป็นเเเฟนคลับผู้ชาย


    ฉันก็จะส่งสายตาอำมหิตไปให้เเทนเพื่อให้พวกนั้นหยุดมองแก


    เพราะฉันไม่อยากให้ใครมองเห็นความน่ารักในตัวแกนอกจากฉันคนเดียว


    แล้วแกรู้ไหมวันนั้นก่อนที่ฉันจะพาไปเลี้ยงไปติม


    แล้วฉันบ่นงึมงำอะไรคนเดียว แกรู้ไหมว่า ฉันบอกว่าเเกน่ารัก


    แล้วหลังจากที่ดูหนังเเล้วแกยังกอดฉันอยู่ ที่ํฉันบอกให้แกเอามือออก

    ไม่ใช่เพราะฉันหายใจไม่ออกหรอกเเต่เป็น  เพราะว่าฉันกลัวว่าแก


    จะได้ยินเสียงหัวใจของฉันที่เต้นเเรงมากๆราวกับจะระเบิดออกมา

    แล้วแกรู้ไหมวันที่ฉันเห็นแกร้องไห้ ฉันเเทบจะไม่มีเเรงเเม้เเต่จะหายใจ

    ฉันเอาเเต่โทษตัวเองว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้แกร้องไห้ ฉันรักแกจริงๆนะยุนอา "


    "นายจะรักฉันได้ยังไง ในเมื่อนายมีคุณเจสสิก้าอยู่เเล้วทั้งคน"


    ยุนอาเอ่ยถามผมเสียงเบา


    "ฉันกับเจสสิก้าเรารักกันไม่ได้หรอกยุนอา เพราะเราเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน


    ถึงเเม้เราจะไม่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน เเต่ฉันก็รักเจสสิก้าไม่ได้หรอก


    เพราะคนที่ฉันรักมีเเค่เเกคนเดียวเท่านั้น"


    ผมเอ่ยตอบยุนอาพลางโอบยุนอาจากข้างหลัง


    พร้อมกับใชัคางของผมเกยไว้ที่ไหล่ของยุนอา อ้อมกอดนี้ที่ผมไม่ได้สัมผัสมานาน


    กลิ่นกายเเบบนี้ที่ผมเฝ้าฝันถึงทุกคืนที่หลับตา


    "เเต่นายก็ผิดนัดฉันประจำไม่ใช่หรอคริส"


    ยุนอายังคงเอ่ยถามผมเรื่อยๆพลางขัดขืนเเต่มีหรือที่จะสู้เเรงผู้ชาย


    อย่างผมได้ผมไม่มีทางปล่อยยุนอาให้หนีไปไหนได้อีกเด็ดขาด


    "ยุนอา เธอรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงผิดนัดกับเธออยู่บ่อยๆ


    เพราะฉันตั้งใจจะทำสิ่งนี้ให้กับเธอ Happy birth dayนะ "


    ผมนำผ้าพันคอสีเขียวแดงผืนนุ่มยาว ที่ส่วนปลายปักตัวอักษรย่อว่า


    k&y For ever ไว้ มาพันรอบคอของยุนอา


    พร้อมกับรีบชักมือกลับเพื่อปกปิดบางพลาสเตอร์ที่ติดอยู่ที่มือทั้งสองข้าง


    เเต่ก็ไม่ทันยุนอาที่เอามือมาคว้าไว้ได้ทัน


    "มือนายเป็นแผลเยอะขนาดนี้เลยหรอ"


    ยุนอาไม่พูดเปล่าพลางดึงมือผมไปเปล่าเเล้วพึมพำเบาๆ

    "เพี้ยงไม่เจ็บเเล้วนะ"

    ผมจึงใช้มือเชยคางของเธอขึ้นมาแล้วกดจูบลงไปอย่างเเผ่วเบา

    เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกที่ผมมีต่อเธอออกไปให้เธอรับรู้

    จนร่างบางตีอกผมเพื่อประท้วงขอลมหายใจเมื่อผมจูบเธอเป็นเวลานาน

    "ฉันรักเธอ จริงๆนะยุนอา

    เพราะเธอทำให้ฉันรู้ว่าฉันควรจะยิ้มเพื่อใคร เป็นเเฟนฉันนะ"

    "อืม ฉันก็รักนาย" ยุนอาเอ่ยเสียงเบาๆเเต่ก็ดังชัดก้องในหัวใจของผม

    Kris end
     

    Yoona part


    ฉันเอ่ยบอกรักคริสกลับไปแล้วทำให้ฉันได้เห็นหน้าเเดงๆ


    ที่ลามไปถึงหูของคริส หน้าของฉันก็คงไม่ต่างกัน


    "ฉันว่า เราออกไปจากที่นี้กันเถอะ "


    ฉันเอ่ยบอกคริส


    "อืม"คริสจึงเดินกุมมือฉันออกมา

    โดยที่หน้าของเราก็ยังคงเเดงอยู่เมื่อออกมาข้างนอกแล้ว

    "คุณยุนอาคะ เจสต้องขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้คริสกับคุณต้องเข้าใจผิด


    เพราะ ปกติเจสกับคริสก็เรียกกันว่า ฮันนี่เป็นประจำอยู่เเล้วคะ


    ไม่นึกว่าจะทำให้คุณยุนอาเข้าใจคริสผิดแล้วก็อีกอย่างหนึ่ง


    คริสเขารักคุณมานานเเล้วนะคะ


    ทุกครั้งที่เจอหน้าเจสคริสจะชมคุณอาให้เจสฟังเสมอเลยคะ


    ยังไงก็ฝากพี่ชายเจสด้วยนะคะ "


    เจสสิก้ารีบวิ่งออกมาอธิบายทันทีเมื่อเห็นคริสเเละฉัน


    พากันออกมาจากบ้านผีสิงแล้ว


    "ไปได้เเล้วน๊าเจส"คริสเอ่ยปากไล่คุณเจสสิก้าออกไป


    "ไม่อยากให้เป็น กขคล่ะซิ ไปก็ได้คริส ไปก่อนนะคะคุณยุนอา"


    เจสสิก้าเอ่ยเเซวทั้งฉันเเละคริสพร้อมกับวิ่งออกไปทันที


    "ยุนอาฉันมีอะไรจะบอกแกแหละ "


    คริสเอ่ยเสียงเบาทำให้ฉันต้องยื่นหน้าออกไปเพื่อให้ได้ยินเสียงที่คริสพูด

    "อะไรคริส" ฉันเอ่ยปากถามคริส

    "ฉันเลิกเป็นเพื่อนกับแกตั้งเเต่วันเเรกที่เราเจอกันแล้วล่ะ ไอ้เหม่ง"

    คริสพูดพร้อมกับขโมยหอมแก้มฉัน

    "Love u my (boy) friend ฉันก็รักนายคริส"



    +++++++++++++++++++++++++++++END++++++++++++++++++++++++++
     

     


    ใครอยากอ่านคริสยุน ลู่สิก ไรเตอร์ก็ขอฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยนะค่ะ




     จิ้มที่รูปได้เลยค่ะ

    +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    อยากอ่านเรื่องไหนต่อ

    อย่าลืมเข้าไปโหวตโพลนะค่ะ

    ไรเตอร์ลงอินโทรเเต่ละเรื่องให้เเล้ว

    สุดท้ายนี้เม้นให้กำลังใจไรเตอร์นิดนึ
    งนะค่ะ

    รักรีดเดอร์ทุกคนจ้า



    talk with writer

    ในที่สุดเรื่องนี้ก็จบแล้วนะค่ะ

    เด๊ยวอีกสักวันสองวันไรเตอร์

    จะเอาเนื้อเรื่องของตอนที่ได้รับผลโหวตมากที่สุด

    มาให้อ่านกันนะค่ะ

    ไรเตอรฺ์อยากจะถามว่าเรื่องนี้

    ดร่าม่าน้อยไปไหมค่ะ
    ไรเตอร์ไม่ค่อยได้เเต่ตร่าม่าไรเตอร์เลยไม่เเน่ใจ555

    ปกติเเต่งเเต่เเนวมุ้งมิ้ง

    ขอบคุณที่ให้กำลังใจไรเตอรฺ์เสมอนะค่ะ

    อาจจะมีตอนพิเศษ เป็นของเเถมสำหรับผู้ที่อ่าน

    เเล้วก็คอมเม้นเป้นประจำ

    เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์เรื่องต่อไปด้วยนะค่ะ

    รักรีดเดอร์ทุกคนจ้า




     

    โหวตกันเยอะๆนะค่ะ

     

    ส่




     

    หมียว หง่าว
    ติดตามนิยาย
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×