Little Sheep or Werewolf แกะตัวนั้นที่มันเป็นหมาป่า

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 24,306 Views

  • 485 Comments

  • 1,072 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    44

    Overall
    24,306

ตอนที่ 9 : Special Part #I New Brother.[100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1337
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    1 มิ.ย. 56

Special Part #I

New Brother.

                หงุดหงิด.....

 

เซคัส แอมเบอร์กำลังรู้สึกได้ถึงอาการหงุดหงิดของตนเอง....

 

นัยน์ตาสีอเมทิตส์จ้องมองร่างที่นอนกลางแขนกลางขาแผ่เต็มที่อยู่บนเตียงของเขาเองพร้อมกับหมาน้อยสีขาวที่หลับสบายไปพร้อมๆกับเจ้าของในอุณหภูมิเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศ คิ้วเรียวสวยของคนเป็นเจ้าของห้องกระตุกถี่ๆด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถพอจะบรรยายได้

 

“คาราเมล คาราเมล...เมล!!!

 

ร่างสูงเรียกเสียงดังขึ้นเรื่อยๆเพื่อปลุกให้เด็กหนุ่มตื่นจากการนอนยึดพื้นที่ของเขา แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะเป็นพวกหลับลึกเกินต้านทาน ขนาดปืนสีดำสนิทเย็นเฉียบจ่อที่หน้าผากพ่อคุณยังไม่กระดิกสักนิด....

 

“แล้วฉันจะนอนยังไง?”

 

                แอมเบอร์พึมพัมอย่างหัวเสีย กับแค่การที่เขาไล่อีกฝ่ายไปอาบน้ำก่อนเพราะนี่มันดึกมากแล้วหลังจากที่อีกฝ่านั่งรอเขาเคลียร์งานหลังจากมอบตัวกับผบ.เสร็จ พออีกฝ่ายอาบเสร็จเขาก็อาบต่อแต่พอออกมากลับว่าตัวเองไร้ที่นอนเสียอย่างนั้นแหละ  ชายหนุ่มขยี้หัวที่เปียกหมาดๆของตนเองอย่างหัวเสียก่อนจะลากคาราเมลให้แอบไปอีกฝั่งของเตียง

                “ขนาดลากแบบนี้แล้วยังไม่ตื่นเลย มีคนมาปล้ำคงไม่รอด”

 

                ...แล้วทำไมต้องเป็นปล้ำเล่า...ทำไมไม่ฆ่า? ชายหนุ่มชะงักความคิดตัวเองก่อนจะสะบัดหัวด้วยความรู้สึกไร้สาระแล้วจึงเดินไปปิดไฟก่อนจะกลับมาทิ้งตัวลงนอน น่าแปลกที่การทิ้งตัวลงไปเบาๆของแอมเบอร์กลับทำให้เด็กหนุ่มขมวดคิ้วขึ้นมาแต่ก็ยังไม่ตื่นอยู่ดี ชายหนุ่มเหลือบตามองอีกฝ่ายในความมืดก่อนจะปิดเปลือกตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อนพอกัน

 

                .

            .

            .

                หมับ!

 

                แอมเบอร์สะดุ้งขึ้นจากอาการกึ่งหลับกึ่งตื่น รู้สึกได้ถึงการกอดรัด ชายหนุ่มเงียบเพื่อฟังเสียงว่าสิ่งที่รัดเขาอยู่เป็นอะไร เมื่อความเงียบและการแตกตื่นลดลงไปแอมเบอร์ก็ค่อยๆได้ยินเสียงที่อยู่ข้างหู

 

                “ฟี้~ ฟี้~

 

                ผึ่ง!

 

                “ฉันไม่ใช่หมอนข้างของนายนะเว้ย!!!!!

 

 

 

                “แอมเบอร์คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมดูเหมือนคนอดนอน”

 

                เอพริลเอ่ยทักเพื่อนสมัยเด็กในร้านคอฟฟี่ชอปส์ นัยน์ตาสีม่วงที่ดูขอบตาคล้ำๆค่อยๆเสรมามองคนถามอย่างเชื่องช้า

 

“ก็เจ้าตัวดีน่ะ...”

 

“อ๊ากกกกกกกก! ป๊ะป๋าครับผมเจ็บ บอกว่าอย่าโดนสะโพกไง!

 

“ห๊ะ?”

 

                เอพริลหลุดเสียงร้องออกไปเมื่อได้ยินเสียงของคาราเมลที่แทรกเข้ามา เด็กหนุ่มเดินหน้ายับมาพร้อมกับโอเชี่ยน มือเรียวยังลูบสะโพกปอยๆ ทางโอเชี่ยนก็ยิ้มแหยๆแล้วยกมือสองข้างขึ้นขนาดตัวประมาณว่าจะบอกว่าไม่ได้ทำอะไร

 

                “แอมเบอร์! คุณต้องรับผิดชอบ!คุณทำผมเจ็บ”

 

                “ไม่จำเป็น นายเองที่ผิด ใครใช้ให้นายนอนแบบนั้นกัน”

 

                “ก็แล้วจะให้ผมนอนแบบไหนล่ะครับ ไม่ชอบก็บอกกันดีๆก็ได้นี่ ไม่เห้นต้องรุนแรงเลย!

 

                “เอ่อ...เดี๋ยวนะ”

 

                เอพริลค่อยๆยกมือขึ้นขัดบทสนทนา เขารู้สึกแปลกๆกับบทสนทนาของทั้งคู่เหลือเกิน อีกอย่าง...คนทั้งร้านกำลังมองอยู่นะเนี่ย

 

                “ผมเข้าใจนะครับว่าเรื่องพวกนี้มันยอมกันไม่ได้ แต่พูดเสียงดังไปจนคนในร้านได้ยินหมดแล้วนะครับ”

 

                น้ำเสียงเรียบสนิทของเอพริลทำให้คนทั้งร้านที่สนใจฟังหันควับกลับเข้าที่อย่างเร่งด่วน

 

                “ได้ยินก็ได้ยินสิ(ครับ)! ใครจะไปสนใจกัน!

 

                สองเสียงว่าขึ้นพร้อมกันกาอนจะหันหน้าหนีกันไปคนละทาง เอพริลจู่ๆก็หูแดงขึ้นก่อจะทำหน้าเลิกลั่ก

 

                “ทั้งคู่เป็นผู้ชายนะครับ เรื่องแบบนี้มัน...เอิ่ม”

 

                “เอพริล...คาราเมลแค่โดนแอมเบอร์ถีบตกเตียงเองนะ มันเกี่ยวอะไรกะเรื่องเพศ”

 

                โอเชี่ยนกอดอกถาม นัยน์ตาสีส้มมองอีกฝ่ายอย่างงงๆ หมาป่าน้ำเงินหน้าขึ้นสีเข้าไปอีก”อะไรนะครับ..อ้าว..เอิ่ม..ก็มัน”

 

                “นี่คิดไปถึงไหนกันเนี่ย?”แอมเบอร์ว่าเบาๆ

 

                “หม่าม๊าทะลึ่งจังครับ”คาราเมลว่าเสียงล้อเลียน

 

                “ก็มัน...อ่ะแฮ่ม! ผมยังไม่ได้พูดสักคำว่าหมายถึงอะไร พวกคุณก็คิดกันไปเองแล้ว ใครกันแน่ที่ทะลึ่งน่ะ!

 

                แต่ละคนเงียบกริบขึ้นมาเมื่อที่เอพริลพูดมันก็ถูกอยู่มิใช่น้อย แต่โอเชี่ยนที่ไม่เคยยอมแพ้ในเรื่องการแกล้งเอพริลก็ดีดนิ้วป๊อก!ก่อนจะเดินวนๆรอบอีกฝ่าย

 

                “ก็เอพริลหน้าแดงขนาดนี้คิดว่าจะเป็นเรื่องอะไรล่า~

 

                โอเชี่ยนว่าเสียงเย้าข้างหูก่อนจะดึงมืออีกฝ่ายไปเต้นรำกลางร้านเฉย”ที่คิดแบบนั้นแปลว่าคุณเดือนเมษาเป็นพวกคิดลึกนะเนี่ย”

 

                เอพริลถูกหมุนตัวก่อนจะไปหยุดอยู่ในอ้อมแขนของโอเชี่ยน มันอาจเป็นภาพที่น่ามองมากกว่าถ้าเป็นเจ้าหญิงแสนสวยกับเจ้าชายรูปงาม แต่นี่มันเป็นผู้ชายสองคนที่หน้าตาเหมือนผู้ชายแน่ๆและหุ่นกับส่วนสูงก็แทบไม่ได้ทิ้งกันไปไกล มันดูแปลกๆพิกลจนแอมเบอร์กับคาราเมลแอบรู้สึกหน้ามืดเบาๆ รวมถึงเอพริลก็ด้วย

 

                “เล่นบ้าอะไรของนายเนี่ย!

 

                เอพริลว่าก่อนจะเข่าอัดเข้ากับเป้าของโอเชี่ยนเต็มๆ ร่างโปร่งสะบัดหน้าเดินหนีออกไปนอกร้านอย่างไม่ยอมหันกลับมามองโอเชี่ยนที่โดนทำประทุษร้ายกล่องดวงใจสักนิด

 

                “เมื่อครู่นี้...หม่าม๊าเรียกป๊ะป๋าว่า”นาย”ใช่ป่ะครับ?”

 

                คาราเมลที่ลืมเรื่องตัวเองกับแอมเบอร์ไปชั่วคราวหันไปถามด้วยดวงตาใสแจ๋ว

 

                “ก็ใช่...สองคนนั้นสนิทกันมากกว่าที่นายคิดเยอะ”

 

                “งั้น...ป๊ะป๋า! หม่าม๊างอนหนีไปแล้วไปง้อเลย!

 

                “ไม่ไปได้ป่ะ?”

 

                “ไม่ไปไม่ทำข้าวเย็นนะครับ!

 

                “ไปแล้วจ้า~

 

                ว่าจบหมาป่าสีแดงก็วิ่งโล่ออกไปแม้ว่าจะวิ่งท่าแปลกๆก็ตามแต่ คาราเมลยิ้มร่าก่อนหันมายกนิ้วโป้งให้แกอมเบอร์”คนเลือดกรุ๊ปโอของกินสำคัญที่สุดจริงด้วยครับ!

 

 

                “ทำไมต้องฉัน?”

 

                แอมเบอร์ถามเสียงเรียบ เจ้าของห้องเหลือบตามองผู้มาเยือนที่ยื่นนิ่งกอดอกอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขาพร้อมทั้งมองดูเขาที่วุ่นอยู่กับโทรศัพย์กว่าสี่เครื่องที่สลับไปมาอย่างไม่คิดจะช่วยเหลือ อีกทั้งมือกยังมีทั้งปากกาและกระดาษเต็มไปหมด

 

“ก็นายคนเดียวที่ว่าง เอพริลเขาก็ไม่ว่าง ฉันก็ไม่ว่าง แค่พาคาราเมลไปวัดไซส์เครื่องแบบมันยากนักหรือไง?”

 

                ด้วยสภาวะความยุ่งวุ่นวายทำให้โอเชี่ยนอดหงุดหงิดไม่ได้ อีกฝ่ายจะมาเรื่องมากอะไรตอนนี้~ ว่างก็ว่างอยู่คนเดียวแท้ๆ

 

                “ก็ได้”แอมเบอร์ตอบแบบไม่เต็มใจ

 

                “ลองไม่ดิ พ่อจะปาด้วยโทรศัพย์เลย!

 

                “ถ้านายกล้าฉันขอท้า ถ้าบ้าพอจะปามาก็เตรียมตัวฟังค่าเสียหายวันนี้จากการที่โอเชี่ยนปาโทรศัพย์ของ...บลา บลา บลา...”

 

                แอมเบอร์ว่าด้วยน้ำเสียงกวนประสาทก่อนจะยิ้มยั่ว(เท้า)ส่งท้ายแล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้แต่ความหัวเสียของหมาป่าสีแดงที่สายโทรศัพย์แทบจะพันคอตายอยู่ในไม่ช้านี้

 

               

                “ตื่นได้แล้ว คุณตัวปัญหา”

 

                แอมเบอร์ใช้เท้าเตะโซฟาตัวยาวที่เด็กหนุ่มใช้นอน คาราเมลลืมตาเบาๆก่อนจะหยิบนิตยสารที่ใช้กลางปิดหน้าเพื่อบังแสงออก เซนเซย์ที่นอนอยู่บนตัวขยับตัวบิดขี้เกียจเบาๆก่อนกระโดดลงมาที่พื้น เด็กหนุ่มลุกขึ้นนั่งแล้วขยี้หัวตัวเองเบาๆเหมือนยังไม่ตื่นดีนัก นัยน์ตาสีอำพันปรือๆกรอกตามการเคลื่นไหวของแอมเบอร์ที่เดินไปเดินมาเพื่อหยิบโน่นนี่

 

                “ถึงเวลากลับบ้านแล้ววหรอครับ?”

 

                ด้วยเพราะห้องทำงานของแอมเบอร์ถูกปิดไปด้วยม่านสีดำทุกบานของหน้าต่างทำให้คาราเมลไม่สามารถถามเวลากับท้องฟ้าได้เลย

 

                “ยัง แต่นายต้องไปวัดตัวตัดเครื่องแบบนักเรียน รวมทั้งเครื่องแบบโวคด้วย”

 

                แอมเบอร์ว่าเสียงเรียบก่อนจะเดินไปสางผมฟูๆให้เข้าทรงดีๆ เห้นแล้วมันเหมือนขัดหูขัดตา ยังกับรังนก..

 

                “งั้นหรอครับ? ป่ะเซนเซย์...”

 

                “ไม่ต้องเอาเซนเซย์ไป พวกนั้นเห็นเซนเซย์อาจจะอยากถลกหนังไปทำเสื้อผ้าก็ได้”

 

                คาราเมลชะงักค้าง นัยน์ตาสีอำพันจ้องที่เซนเซย์ที่ค้างที่ท่ายืดตัว ดูเจ้าตัวเล็กเองก้คงไม่อยากไปเพราะคำขู่ของแอมเบอร์เหมือนกัน

 

                “เร็วๆเข้า พวกลุงแก่ๆนั่นเรื่องมาก”

 

                แอมเบอร์ว่าก่อนเดินนำออกไป ทำให้คาราเมลต้องรีบใส่รองเท้าที่ถอดไว้ก่อนขึ้นโซฟาแล้ววิ่งตามไป ชายหนุ่มเดินนำไปตามทางเดินที่ทอดยาว ตลอดทางเดินเหล่าโวคในชุดเครื่องแบบต่างสีกันต่างทำความเคารพแอมเบอร์ บางรายพอคาราเมลเดินเลยไปก็หันไปซุบซิบกันใหญ่

 

                หมับ!

 

                คาราเมลจับเข้ากับชายเสื้อของแอมเบอร์ ร่างสูงเหลือบตากลับไปมองอย่างสงสัย

 

                “เป็นอะไร?”

 

                “ผมไม่ชอบ...พวกเขาจ้องผม”

 

                คาราเมลอธิบายก่อนจะเหลือบมองมองคนที่ผ่านไปเป็นระยะๆ แอมเบอร์ถอนหายใจเบาๆก่อนจะพูดขึ้นมาเสียงดัง

 

                “ใครมีปัญหากับเด็กนี่ เชิญเคลียร์กับผมได้ทุกเมื่อนะครับ”

 

                ร่างสูงเน้นสรรพนามแทนตัวเองก่อนจะปรายตามองเหล่าโวคในเครื่องแบบด้วยหางตา แต่ละคนต่างหลบตากันจาละวั่น

 

                “ขอบคุณครับ”

 

                “ก็พานายมาลำบาก ก้ต้องดูแล...”

 

                แอมเบอร์ว่าเบาๆก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าประตูบานหนึ่ง นัยน์ตาสีม่วงเข้มบ่งบอกถึงความเบื่อหน่ายเต็มแก่ก่อนอีกฝ่ายจะค่อยๆเปิดประตูเข้าไป

 

                “ผมพาคนมาตัดชุด”น้ำเสียงเย็นชากระชับสั้นง่ายสร้างความแปลกใจแก่คาราเมลไม่น้อย ปกติชายหนุ่มไม่ใช่แบบนี้นี่?

 

                “ขอวัดตัวผู้ใส่ด้วยครับ”

 

                แอมเบอร์ปรายตามองคนพูดก่อนจะเลิกคิ้ว”นี่คุณออกมารับเองเลยเหรอครับ?”

 

                “ก็คนพิเศษของผบ.ทั้งที จะปล่อยให้คนธรรมดารับรองได้ไง? จริงไหมล่ะคาราเมลคุง”
 

++++++++++++++++52%++++++++++++++

                มือเรียวของชายร่างโปร่างจับที่ปอยผมที่เลยไหล่ลงมาของคาราเมล ดวงตาสีฟ้าอ่อนหยอกเย้าเด็กหนุ่มที่ตกใจตัวแข็งไปแล้ว คาราเมลผงะเล็กน้อยแต่กลับไม่ขยับตัวไปมากกว่านั้นราวกับถูกสะกดด้วยดวงตาสีฟ้าอ่อนคู่นั้น

 

                หมับ!

 

                “อย่าทำเกินหน้าที่คุณเบสเซล”เสียงทุ้มเรียบกึ่งข่มขู่ทำให้มือเรียวยอมปล่อยผมของคาราเมล ชายหนุ่มหันไปหยิบสายวัดตัวออกมาจากที่เก็บก่อนจะปรายตามองคาราเมลอย่างสนใจ เด็กหนุ่มรู้สึกขนลุกจนต้องขยับเข้าใกล้แอมเบอร์ เวลานี้แอมเบอร์ดูปลอดภัยที่สุด

 

                “ขอผมวัดตัวด้วยครับคาราเมล ผมไม่ทำอะไรคุณหรอ”

 

                คาราเมลมองคนพูดด้วยความรู้สึกไม่ไว้วางใจ ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาที่นี้เขารับรู้ได้ถึงสิ่งที่แปลกๆและแน่นอนเขาเองก็ไม่วางใจมากพอจะออกห่างกับโวคหนุ่ม อย่างน้อยๆแอมเบอร์ในตอนนี้ก็น่าจะปกป้องเขาได้และไม่น่ากลัวเท่าชายตรงหน้าเขาหรอก ชายหนุ่มยิ้มรับความหวาดกลัวของเด็กหนุ่ม คาราเมลส่ายหัวดิกไม่อยากจะออกจากข้างหลังแอมเบอร์เลยสักนิด

 

                “ไม่ต้องกลัวหรอก ถ้ามันทำอะไรก็ฆ่าทิ้งไปเลย”

 

                แอมเบอร์เน้นคำสั่งตัวเองแก่คาราเมล เด็กหนุ่มเงยหน้ามองแอมเบอร์ด้วยสีหน้าจะขาดใจตายก่อนจะยอมเดินออกมาจากหลังของหมาป่าสีดำ เบสเซลเดินเข้าไปใกล้ๆก่อนจะค่อยๆเลิกเสื้ออีกฝ่ายขึ้น ทีแรกคาราเมลแสดงสีหน้าแตกตื่นไปพอตัวแต่พอนึกได้ว่าอีกฝ่ายจะวัดเครื่องแบบที่พอดีตัวสุดๆเลยปล่อยเลยตามเลย

 

                “เอว26...คาราเมลสูงเท่าไหร่ครับ?”

 

                “อ่า...เอ่อ...175ครับ”เด็กหนุ่มตอบแบบเลิกลัก

 

                “แล้วน้ำหนักล่ะครับ?”เบสเซลยัคงถามต่อไปแม้มือจะกำลังวัดความยาวของแขนของเด็กหนุ่มอยู่ก็ตาม

 

                “ก็49ครับ”

 

                เบสเซลชะงักมือก่อนจะหันไปมองหน้าแอมเบอร์เรียบๆอย่างไม่แสดงออกอะไร...ผ่านสีหน้า

 

                “แอมเบอร์นี่ไม่เหมาะจะดูแลใครเลยนะครับ เขาถึงได้ผอมแบบนี้”

 

                “มันผอมแบบนี้มาแต่แรกก็พอ”

 

                แอมเบอร์เถียงกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉยทางคนที่โดนว่าผอมเบ้หน้าอย่างไม่อยากจะยอมรับ เขาไม่ได้ผอมนะนี่มันเรียกว่าสมส่วนต่างหากเล่า!

 

                “คาราเมลครับ ช่วยปลดกระดุมเสื้อที่ครับ ผมจะวัดรอบอก”ชายหนุ่มเอ่ยอย่างมีมารยาท และนั่นทำให้

คาราเมลเริ่มมองว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรเสียหน่อยหนึ่ง เด็กหนุ่มปลดกระดุมเสื้อเชิตสีดำของตนเองออกช้าๆก่อนจะกางแขนตามคำสั่งเบสเซล จังหวะที่ชายหนุ่มโน้มตัวเพื่อไปรับสายวัดตัวจากอีกมือหนึ่ง มันพอดีที่เบสเซลอยู่ในท่าทางคล้ายกอดคาราเมลไว้หลวมๆ ริมฝีปากเรียวกระตุกยิ้มพราวระยับแก่แอมเบอร์ที่ยืนมองอยู่ด้านหลังคาราเมล มันเป็นรอยยิ้มกวนประสาทที่น่า...

 

                กริ๊ก!

 

                “จะวัดดีๆอย่างไร้รอยแผล หรืออยากได้สักแผลก่อนทำงานเสร็จดีล่ะ?”

 

                เบสเซลมองปืนสีดำสนิทที่จ่อมาก่อนจะยิ้มเย็นกลับไป”ตัวประกันอยู่ในมือผมนะครับ”

 

                ปัง!

                .

                .

                .

                “รู้แล้วครับว่าไม่ได้ขู่เล่น”

 

 

                “แอมเบอร์ ผมอยากได้ลูกโป่ง”

 

                “ห๊ะ?”

 

                แอมเบอร์หลุดเสียงออกมาด้วยความตกใจปนงงๆ นัยน์ตาสีม่วงเข้มทอดตามองตามมือที่ชี้ไปของเด็กหนุ่มวัย17(ตามที่เขาประเมิน) ลูกโป่งสวรรค์นับสิบลูกล่องตุ๊บป่องๆอยู่ในอากาศปลายเชือดถูกจับไว้ด้วยตัวตลกที่แต่งหน้าเสียจนเด็กเสียขวัญ คาราเมลหันมาทำตาปริบๆใส่แอมเบอร์

 

                “นะครับ”

 

                “ไม่ได้ เรามาซื้ออาหารสด”

 

                แอมเบอร์บอกปัดไปอย่างไร้เยื่อใย หลังจากที่ผ่านสมรภูมิรบกับช่างตัดเสื้อมาได้ แอมเบอร์ก็พาคาราเมลออกมาซื้อของสดเพื่อเตรียมไว้ให้อีกฝ่ายทำอาหารให้เขาในตอนเช้า แต่นี่อีกฝ่ายกลับมาร้องเอาลูกโป่ง...มันน่า...

                “แอมเบอร์...”

 

                “อะไร?”

 

                ชายหนุ่มสะบัดหน้าไปตามเสียงเรียก นัยน์ตาสีม่วงเข้มสบเข้ากับดวงตาสีอำพันที่กำลังมีน้ำตาคลออยู่เล็กๆ เห็นแบบนั้นแอมเบอร์ถึงกับเอ่ยออกมาว่า...

 

                “กลับบ้าน!

 

                “แอมเบอร์!!!!

 

                คาราเมลแหกปากโวยเสียงดังลั่นจนคนหันมามองแต่นั่นก็ไม่เท่า

 

                “อะไร!

 

                ...แอมเบอร์ที่ตะโกนกลับไป แม้เบากว่าแต่มันช่างเด็ดขาดกว่าคาราเมลเป็นไหนๆ

 

                “จะเอาลูกโป่ง!

 

                “ก็ไม่ซื้อให้”ชายหนุ่มว่าเสียงเรียบอย่างไม่สะทกสะท้านสายตาคนทั้งห้างฯ ก็คนที่ต้องอายควรเป็นเด็กอายุ17ที่แหกปากจะเอาลูกโป่งอย่างคาราเมลมากกว่า

 

                “ฮึก!..อึกๆ หืออออออออออออออ”

 

                แอมเบอร์ออกอาการเหวอกินเมื่ออีกฝ่ายแหกปากร้องไห้ออกมาซะเฉยชิบ

 

                “เธอดูสิ พี่ชายทำน้องชายร้องไห้แหละ”

 

                “อะไรวะแค่ลูกโป่งแค่นี้ก็ซื้อๆไปดิ”

 

                “ใจร้ายจังนะ”

 

                และอื่นๆอีกบลาๆๆๆ

 

                “เออๆๆๆ ซื้อก็ได้วะ!”ชายหนุ่มว่าอย่างหัวเสียเนื่องจากรำคาญเสียงนินทราของคนแถวนั้น แอมเบอร์ก้าวเท้าดุ่มๆไปซื้อลูกโป่งด้วยสีหน้าปานฆ่าคนได้ที่เรียกว่าตัวตลกผวาแบบสุดๆ ก่อนจะเดินมาส่งลูกโป่งสีม่วงอ่อนให้แก่เด็กหนุ่มที่ยืนรออยู่ คาราเมลเลิกก้มหน้าร้องไห้แล้วรับลุกโป่งนั้นมา

 

                “ก็แค่นี้อ่ะ”เด็กหนุ่มว่าก่อนจะแลบลิ้นใส่แล้วเดินนำไปทิ้งให้แอมเบอร์ยืนนิ่งคิดจะระเบิดห้างฯนี้ระงับความโกธรอยู่คนเดียว

 

 

                “ซ้าย”

 

                “ไม่ครับ ขวา”

 

                “ฉันบอกว่าซ้ายไง”

 

                “ผมบอกว่าขวาไง!

 

                “เอิ่ม....”

 

                เอพริลมองสองหนุ่มสองสไตล์ที่เถียงกันอยู่หน้าโซฟาที่ห้องของโอเชี่ยน ทางเจ้าของห้องก็ได้แต่กุมขมับอย่างจนปัญญา กับอีกแค่ที่นั่งเนี่ย...มันจะอะไรกันนักกันหนานะ?

 

                “เอางี้ ฉันนั่งซ้าย เอพริลนั่งขวา พวกนายนั่งตรงกลาง แล้วไม่ต้องเถียงอีกล่ะว่าใครจะนั่งชิดฉัน ใครจะนั่งชิดเอพริล”โอเชี่ยนตัดสินให้เสร็จสับก่อนจะย่นก้นลงที่นั่งตามที่จัดไว้ หยิบรีโมตขึ้นมาเปิดทีวีจอแบนขนาด42นิ้วตรงหน้า หนังแนวแฟนตาซีที่ถูกเลือกมาเริ่มเล่นหนังตัวอย่าง โอเชี่ยนหยิบรีโมตอีกอันขึ้นมาปิดไฟในห้องเพื่อให้ได้บรรยากาศ คาราเมลที่ไม่ค่อยได้ดูภาพยนตร์เท่าไหร่ตั้งหน้าตั้งตาดูอย่างไม่ยอมละสายตาจนแอมเบอร์อดหมั่นไส้ไม่ได้ แต่เขาเองก็ไม่อยากจะพลาดช่วงสำคัญของหนังเหมือนกัน

 

                “แอมเบอร์ไปนั่งแทนที่หม่าม๊าได้ป่ะครับ มันหนาวผมจะกอดหม่าม๊า”

 

                ในที่สุดคาราเมลก็มีปัญหาขึ้นมาเสียอย่างนั้น แอมเบอร์มองอีกฝ่ายผ่านแสงจากจอทีวีอย่างหัวเสีย

 

                “กอดฉันไม่ได้หรือไง?”

 

                คำถมนั้นทำให้ที่เหลืออีกสองคนชะงักฉับพลัน โอเชี่ยนถึงขั้นหยิบรีโมตทีวีขึ้นมากดพักชั่วคราวหนังตรงหน้าไว้เลยทีเดียว

 

                “มองกันทำไม?”

 

                แอมเบอร์ถามเสียงเรียบไม่เข้าใจปฏิกิริยาของแต่ละคนที่จ้องเขา

 

                “นี่มัน...รางร้ายชัดๆ”

 

                “อาจจะเป็นวันสิ้นโลก”

 

                “หรือพระเจ้าไม่รักโลกใบนี้แล้วหว่า?”

 

                “นี่พวกนาย....”

 

                โป๊ก! โป๊ก!

 

                หมาป่าน้ำเงินและหมาป่าแดงพร้อมใจกันยกมือขึ้นลูบหัวตัวเองปอยด้วยความเจ็บ”อะไรกันน่ะ พวกผมยังไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย งั้นคุณก็ถอยไปเลย ผมจะนั่งกับลูกผม”

 

                เอพริลว่ากึ่งงอนก่อนจะลุกขึ้นไปนั่งเบียดๆกับแอมเบอร์จนอีกฝ่ายต้องยอมลุกไปนั่งอีกโซฟาหนึ่ง ทางด้านคาราเมลก็รีบโผลเข้าใส่เอพริลแต่โดยดี ทั้งแขนตวัดเกี่ยวแขนอีกฝ่ายไว้แน่นพลางเหลือบตามองแอมเบอร์เชิงเยาะเยยแล้วหันไปดูหนังต่อ

                .

                .

                .

                “อะไรกัน? นี่หลับก่อนหนังจบกันอีกนะเนี่ย”โอเชี่ยนบนเชิงไม่จริจัง มองภาพ”สองแม่ลูก”ที่หลับคาโซฟาก่อนหลังจบตั้ง20นาที ทางแอมเบอร์ก็แค่ส่ายหัวก่อนจะชอนตัวคาราเมลขึ้น”งั้นฉันกลับก่อนนะ”

 

                “คร้าบๆ ระวังเขาจะตื่นนะ”

 

                แอมเบอร์เดินออกจากห้องโดยมีเจ้าของห้องเปิดและปิดประตูให้ ร่างสูงใช้ลิฟต์ในการลงไปยังห้องของตนเอง เดินมากๆเดี๋ยวคนบ่นไหล่มันจะตื่นเอา

 

                “แบ๊กๆ!

 

                “เบาๆซิเซนเซย์ เดี๋ยวเจ้านายแกก็ตื่นหรอก”แอมเบอร์ดุลูกจิ้งจอกหิมะที่ส่งเสียงเห่าพลางกระดิกหางให้ มันแหงนหน้าคอตั้งบ่ามองแอมเบอร์ที่ปิดประตูอย่างทุลักทุเลก่อนจะวิ่งตามแอมเบอร์ไปทุกที่ที่เขาผ่านคล้ายจะจับตาดูว่าแอมเบอร์ทำอะไรเจ้านายมันหรือเปล่า

 

“ฮ่ะ! 49นี่มันหนักแค่นี้เองเหรอ?”

 

                แอมเบอร์ว่าพลางเท้าเอวมองคาราเมลที่เขาเพิ่งโยนลงเตียงอย่างนุ่มนวล(?)ไปเมื่อครู่ นัยน์สีม่วงเข้มเสรมองจิ้งจอกน้อยที่ขึ้นมานั่งกระดิกหางมองหน้าเขาอยู่บนเตียงสีขาวที่แทบจะทำให้มันหายไปกับผ้าปูเตียง

 

                “ไม่ต้องมองหรอกน่า ฉันไม่ปล้ำเจ้านายแกหรอกรู้ป่ะ?”

 

                “แบ็ก!

 

                “เข้าใจก็ดีแล้ว เลิกจ้องดิ”

 

                “แบ๊ก!

 

                เจ้าจิ้งจอกเห่ารับแล้วเดินหมุนๆอยู่สองสามทีก่อนจะทิ้งตัวลงข้างๆคาราเมล แอมเบอร์ถอนหายใจเริ่มรู้ได้ว่าตัวเองแปลกไป อย่างน้อยๆตอนนี้ก็คุยกับจิ้งจิงหิมะรู้เรื่องแล้วล่ะ ชายหนุ่มถอนหายใจอีกรอบก่อนทำทีจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ

 

                “แอมเบอร์”

 

                เสียงเรียกที่คุ้นหูทำให้แอมเบอร์ชะงักแล้วหันไปมองตนเสียงก่อนจะขมวดคิ้วขึ้นอย่างงงๆ

 

                “นายตื่น...”

 

                “ผมมีคำถาม”

 

                น้ำเสียงที่ดูแปลกไปทำให้แอมเบอร์ต้องหันมามองอย่างตั้งใจ

 

                “?”

 

                “ถ้าสมมติว่าคนที่คุณไว้ใจโกหกคุณ คุณจะทำยังไง?”คำถามแปลกๆกับน้ำเสียงที่แปลกพอกันทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วขึ้นอีกครั้งหนึ่ง”ก็คงไม่โกธร...แต่เกลียดไปเลย”

 

                “แล้วถ้าเขาไม่เคยโกหกคุณแต่คุณเข้าใจว่าเป็นแบบนั้นเองล่ะ?”

 

                “ก็เกลียดตัวเองที่ไม่ได้ถามอะไรให้ดี เกลียดตัวเองที่โง่มั้ง แล้วนายจะถามฉันทำไม?”

 

                คาราเมลเหยียดยิ้มที่แอมเบอร์เพิ่งเคยเห็นห่อนจะยักไหล่เบาๆ”เปล่าหรอก ผมแค่ถามเผื่อให้คาราเมลรับมือ”

 

                “????”

 

                ร่างนั้นยิ้มส่งท้ายก่อนจะเอนตัวลงไปกับเตียงอีกหน เสียงหายใจสม่ำเสมอทำให้แอมเบอร์รู้ว่าอีกฝ่ายหลับสนิทและทำให้เขาเข้าใจว่าเมื่อครู่นั้น...ไม่ใช่คาราเมล  ชายหนุ่มมองร่างนั้นด้วยสายตาไม่วางใจมือเรียวยื่นไปแตะใบหน้านั้นเบาๆอย่างไม่รู้ตัว

               

                หมับ!

 

                “แอมเบอร์”

                คาราเมลยกปลายเสียงสูงอย่างงงๆ เขารับรู้ได้จากความเย็นของผ่ามืออีกฝ่ยถึงได้สะดุ้งตื่นขึ้นมา นัยน์ตาสีอำพันจ้อใบหน้าอีกฝ่ายก่อนจะค่อยๆปล่อยมือออกจากข้อมือของแอมเบอร์

 

                “นาย...เมื่อกี๊ละเมอหรอ?”

 

                “ครับ?”

 

                “เอ่อ...ช่างมันเถอะ”

               

                แอมเบอร์ตัดบทก่อนจะผลักหัวอีกฝ่ายลงนอน”นอนได้แล้ว มันดึกเด็กอย่างนายไม่ควรนอนเกินสี่ทุ่มเข้าใจไหม? นอนไม่พอมันไม่โต”

 

                “เฮ้ย! ผมไม่เด็กนะครับ”

 

                “หึ”

 

                “ไอ้เสียงหัวเราะบ้าๆนั่นมันอะไรน่ะครับ!

 

                เสียงโวยวายของสองพี่น้อง(?)จำเป็นยังดังต่อไปเรื่อยๆท่ามกลางเวลาที่ชาวบ้านชาวช่องเขาหลับกันหมดแล้ว......
 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

แหมๆ นี่มันบทพิเศษที่แต่งสดเลยนะครับแหม่.... บทพิเศษนี่เพื่อเซอร์วิส(?)
และเป็นบทตัดเข้าสู่เนื้อเรื่องหลัดจริงๆของนิยายเรื่องนี้กันแล้วครับ(นี่มันยังไม่หลักอีกเร๊อะ!!!)
แหม....เอาเป็นว่าขอให้สนุกกับการอ่าน เม้นผมบ้างนะครับ
บนโลกนีคงไม่มีใครทำอะไรไปโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน....ให้รักไปยังอยากได้รักตอบเลย:)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #462 hontouyoru (@teanut) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 15:49
    น่ารักอ่า ชอบน้อง5555
    #462
    0
  2. #384 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 23:30
    น่ารักจริงๆ~
    #384
    0
  3. #347 Dark Diamond (@hokange) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 18:37
    คำผิดค่ะ -กลางแขนกลางขา -> กางแขนกางขา - โทรศัพย์ -> โทรศัพท์ -รางร้าย -> ลางร้าย เช็คคำที่ผิดนิด ๆ หน่อย ๆ ด้วยนะคะ
    #347
    0
  4. #311 Say. (@a-dark-devil) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 09:00
    อั้ยยะ ชอบบบบ ><

    ปล. เวลาเปลี่ยนฉาก เราว่าหาไรมาขั้นหน่อยก็ดีนะ อย่าง *********** ไรงี้อะ หรือไมทก็เว้นเยอะๆ
    ปล2. แล้วก็ยังมีคำผิดอยู่บ้างนิกหน่อย นอกนั้นก็โอหมดแล้วค่ะ ชอบทั้งเนื้อเรื่องแล้วก็การแต่งแนวนี้ด้วย ><
    #311
    0
  5. #259 poisongody (@poisongody) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 เมษายน 2557 / 13:14
    ThankS
    #259
    0
  6. #245 KillerKill (@valasmps) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 เมษายน 2557 / 17:35
    อ่า น่ารัก~
    #245
    0
  7. #98 moonwing (@moonbird) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กันยายน 2556 / 16:36
    สนุกมากเลยค่ะ จะตามอ่านต่อไปนะคะ สู้ๆค่ะ ^ ^
    #98
    0
  8. วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 11:25
    สนุกมาก
    #61
    0
  9. #28 Night (@fah2541) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2556 / 22:01
    อ่า...ฟิน -///-
    #28
    0
  10. #27 alone in the death (@kwan8825) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2556 / 22:03
    อัพค่ะ
    #27
    0