Little Sheep or Werewolf แกะตัวนั้นที่มันเป็นหมาป่า

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 24,132 Views

  • 485 Comments

  • 1,075 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    23

    Overall
    24,132

ตอนที่ 8 : Chapter 6 : ลูกแกะเป็นสัตว์ที่โชคดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1589
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    1 ก.ค. 60

 

Chapter 6

ลูกแกะเป็นสัตว์ที่โชคดี

 

มีหลายคราที่น้องแกะหนีพี่หมา

อยากถามว่าพี่ตามเค้าไม่ทันเหรือ?


 

                แอมเบอร์เหลือบมองเจ้าของเสียงที่กำลังดึงถุงมือหนังที่เขาไม่เคยเห็นให้กระชับ ถึงมือหนังสีดำตัวกับผิวสีขาวเป็นอย่างดี ชายหนุ่มจ้องมองมันอย่างพิจารณาในหน้าที่ และเพราะจ้องนานเกินไปทำให้คนถูกจ้องรู้ตัวและเบนสายตากลับมามอง รอยยิ้มน่ารักถูกส่งมาเหมือนเดิม

“นี่เป็นถุงมือที่ใช้ป้องกันตัวน่ะครับ มันรับแรงกระแทกและน้ำหนักได้สูงมาก มันจะช่วยปกป้องมือผมอย่างดีแถมยังสร้างบราเรียได้อีกแน่ะครับ”คาราเมลอวดสรรพคุณของเจ้าถุงมืออย่างกระดี๊กระด๊า

“ทำไมต้องปกป้องมือขนาดนั้น?”

“ก็เด็กข้างบ้านบอกไว้นี่ครับว่ามือสำคัญที่สุดสำหรับผม แม้ความจริงมันจะไม่ใช่ก็ตาม....”

                รอยยิ้มประหลาดฉายขึ้นบนใบหน้าน่ารักนั่น คาราเมลก้มหน้าลงเล็กน้อยคล้ายขบคิดบางอย่าง น้ำเสียงที่ทอดหายไปเสียเฉย ๆบอกได้เป็นอย่างดีว่าเจ้าตัวแสบหลุดปากพูดออกมาในเรื่องที่ตนไม่ได้อยากจะพูดนัก แอมเบอร์ไม่ถนัดปลอบโยนใคร ดังนั้นเขาดึงได้แต่ยืนดูเงียบ ๆ จนกระทั่งเห็นฝ่ายนั้นสูดลมหายใจเข้าแล้วถอยเท้าไปด้านหลังข้างหนึ่งเขาก็ยังเงียบอยู่

“ป๊ะป๋าครับ”คาราเมลเรียกโอเชี่ยนที่ตั้งท่าเตรียมสู้อยู้ไม่ไกล ทางนั้นหันมาทำหน้าเอ๋อใส่แบบเป็นตัวเองสุด ๆ“เรื่องพลังเอสเปอร์ของผมน่ะ...จะแสดงให้ดูเดี๋ยวนี้และครับ”

                แอมเบอร์เลิกคิ้วขึ้นเมื่ออีกฝ่ายประกาศก้องก่อนจะประทับมือลงบนพื้นด้วยท่าเดียวกับเขาตอนสร้างบราเรียโลหิตปลอมนี่ ผลึกน้ำแข็งแวววาวค่อย ๆแผ่ออกมาจากฝ่ามือเรียวนั้นอย่างเชื่องช้าแต่ครอบคลุมพื้นที่พวกเขาและเอสเปอร์อาชญากรรมยืนอยู่อย่างต่อเนื่องและงดงาม ผลึกน้ำแข็งไม่หยุดอยู่แค่ที่พื้นเท่านั้นแต่ยังคงค่อย ๆกัดกินพื้นที่ส่วนบราเรียโลหิตปลอมของแอมเบอร์ไปด้วย จากบราเรียสีแดงธรรมดาบัดนี้เมื่อผสมไปด้วยผลึกน้ำแข็งแวววาวทำให้มันดูค้ายอัญมณีสีแดงที่งดงามจนไม่อาจละสายตาไปได้

พวกผู้ร้ายมองหน้ากันเลิกลั่กก่อนจะเหลียวซ้ายแลขวา คนกดระเบิดไม่กล้ากดเพราะหากทำอะไรไปตอนนี้อย่างไรพวกเขาก็ไม่มีทางรอดจากการจับกุมแน่ พวกเขาอยากสนุกกับดอกไม้ไฟ แต่ไม่ต้องการไปนอนในคุกดังนั้นจะทำก็ต่อเมื่อพบว่ามีทางหนีเท่านั้น

“แก...!!!!!

                เอสเปอร์อาญชากรถึงชะงักพลันเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาของเด็กหนุ่ม เมื่อมันทอประกายแปลกสีไป จากสีอำพันสุกสกาวกลายเป็นสีโกเมนเข้มดั่งโลหิต แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้นที่มองเห็นก่อนมันจะกลับกลายเป็นดังเดิม

“ผมว่าผมลำบากนิดหน่อยที่เซนเซย์อยู่ด้านนอกนะครับ แต่ว่าแบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน คิดถึงบรรยากาศเก่าๆดี”

                แอมเบอร์ยังคงนิ่งเงียบไม่กล่าวอะไรออกมาอีกเช่นเคย เพียงตาดวงตาสีอเมทิสต์กลับมองทุ่งน้ำแข็งภายใต้โดมสีแดงอย่างหลงใหลปนตะลึงงัน มันงดงามและดูคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก สมองย้อนกลับไปสู่ห้วงอดีตแบบที่เจ้าของไม่ต้อฃการ กระนั้นแล้วกลับไม่มีเรื่องราวคล้ายคลึงกันเกิดขึ้นในความทรงจำ ชายหนุ่มขมวดคิ้ว อะไรที่มันตีวนในอกเขากัน?

“แอมเบอร์ครับ”เสียงเรียกของคาราเมลเข้ามาราวกับรู้จักหวะ แอมเบอร์เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย ดวงตาสีอำพันยังจับจ้องไปที่ผู้ร้าย มันเบนมาก็ตอนพูดประโยคสุดท้าย“ผมฝากพวกคนธรรมดาที่เหลือให้คุณกับพวกป๊ะป๋า พวกเอสเปอร์ผมจัดการเอง”

                ชายหนุ่มเลิกคิ้ว ความจริงแอมเบอร์อยากจะจัดการพวกเอสเปอร์มากกว่า ก็เขาเป็นพวกไม่เน้นปริมาณแต่เน้นคุณภาพนี่นา.. แต่พอเห็นอีกฝ่ายยิ้มให้แบบนั้นก็ได้แต่พยักหน้าตกลงไปแบบงุนงง

                ตึก!

                เสียงพื้นรองเท้ากระทบกับพื้นน้ำแข็งทำให้ชายหนุ่มหันมองย่างใคร่รู้ คาราเมลหลับตาแล้ววาดมือคล้ายร่ายรำ วัตถุไม่ทราบที่มาค่อย ๆปรากฏกายขึ้นอย่างเชื่องช้า จากเลือนรางสู่ความชัดเจน

“จงสำแดง”

                น้ำเสียงเดิมๆที่ดูมีอำนาจนั้นสะกดทุกการเคลื่อนไหวรอบกายอย่างน่าประหลาด ทุกสายตาจ้องมองผลึกน้ำแข็งที่ค่อยๆเข้าครอบคลุมเท้าทั้งสองข้างของเด็กหนุ่มและรามไปครึ่งหน้าแข้ง ในทันทีที่เปลือกตาบางเปิดขึ้นเสียงเปรี๊ยะ!ก็ดังลั่นพร้อมกัน ผลึกน้ำแข็งที่เกาะกินขาของเด็กหนุ่มสลายไปเหลือเพียงรองเท้าสเก็ตน้ำแข็งสีขาวบริสุทธิ์เท่านั้น

“ก๊ากกกกกกกกกกก นี่แกจะเอาของพันนั้นมาสู้กับฉันเหรอ ฮ่าๆๆๆๆ”

“นั่นสิ”แอมเบอร์แอมสมทบอยู่ห่างๆ ถึงจะไม่อยากเข้าข้างบุคคลที่อยู่ตางฝ่ายกับตนแต่มันอดสงสัยไม่ได้จริง ๆ รองเท้าสเก็ตกับพื้นน้ำแข็งมันก็แค่เพิ่มความเร็วขึ้นไม่ใช่หรือไง?

“แม้แต่คุณก็ไม่เชื่อผมหรอครับ แอมเบอร์”

“แม้แต่คุณก็ไม่เชื่อผมหรอ? ผมจะช่วยคุณจริงๆนะ”

                ชายหนุ่มหันมองใบหน้านั้นเพียงชั่วครู่ก่อนหันหนี ความรู้สึกเหมือนเหตุการณ์เดจาวูมันเข้ามาในสมองแบบนี้มันทำให้เขาปวดหัว

“งั้นผมแสดงให้ดูเลยแล้วกัน”

                ทันทีที่สิ้นเสียงร่างนั้นก็พุ่งออกไปอย่างไม่รีรอใด ๆ ความเร็วที่ถูกเพิ่มขึ้นจากร้องเท้านั้นทำให้แทบจะมองตามไม่ทัน เด็กหนุ่มเคลื่อนตัวผ่านบุคคลที่ตนต้องกำจัดอย่างรวดเร็ว มือเรียวแตะเข้ากับอาวุธที่อยู่ในมือของเอสเปอร์ทั้งสาม ปืนทั้งสามกระบอกถูกแช่แข็งในพริบตา และเมื่อยิงไม่ได้ปืนเหล่านั้นก็มีค่าไม่ต่างจากท่อนไม้ มันถูกโยนทิ้งอย่างไร้ค่าไร้ความหมาย

“เจอกับฉันหน่อยเถอะเจ้าเปี๊ยก!!

                ชายผู้อ้างตนว่ามีตาทิพย์พุ่งเข้ามาหาคาราเมล เด็กหนุ่มเอี้ยวตัวหลบสองมือตะปบเข้ากับลำคอระหงแต่ ไม่มีการหลบหลีก ไม่มีการปัดป้องมีเพียงรอยยิ้มแสยะและดวงตาที่วาวแสง

                พลั่ก!

                หมัดเล็ก ๆซัดเข้ากลางท้องของเอสเปอร์หูทิพย์จนตัวงอเป็นกุ้งก่อนคาราเมลจะตีเข่าเสยปลายคางตามไปอีกหนึ่งครั้งและตบท้ายด้วยการยกเท้าขึ้นถีบอัดเขากลางลำตัวจนร่างนั้นลอยหวือไปชนบบราเรียสีแดงและไหลลงไปกองกับพื้น นิวเรียวกระดิกเรียกคนต่อไปอย่างไม่มีความเกรงกลัวใด ๆ คราวนี้เอสเปอร์ที่เหลืออยู่ทั้งสองคนต่างบุกเข้ามาพร้อมกันอย่างไม่คิดปราณีและซึ่งมันก็เรียกรอยยิ้มแก่เด็กหนุ่มได้อย่างดี

“อย่าให้มันมากนักนะ!!

“คนที่มากน่ะพวกคุณมากกว่า”

                เด็กหนุ่มต่อปากต่อคำกลับไปอย่างไร้ความเกรงกลัว หมัดใหญ่ๆสองหมัดตรงเข้ามาพร้อมกันอย่างไม่กลัวเสียฟอร์มเรื่องผู้ใหญ่รังแกเด็ก คาราเมลเอี้ยวตัวหลบไปด้านหลังก่อนจะส่งสองเท้าขึ้นเตะปลายคางทั้งสอง มือเรียวค้ำอยู่กับพื้นอย่างชำนาญ ชายทั้งสองผงะไปด้านหนังชั่วครู่ก่อนจะตั้งสติได้หลังจากเด็กหนุ่มยืนด้วยเท้าได้ไม่นาน ชายคนแรกมองด้วยแววตาอาฆาตก่อนจะจะกระโดดลอยตัวขึ้นพร้อมทั้งเท้าทั้งสองที่เตรียมจะถีบเด็กหนุ่มเข้าที่ใบหน้า

                หมับ!

                คาราเมลจับเข้ากับข้อเท้านั้นด้วยมือเปล่าข้างเดียวก่อนจะเหวี่ยงร่างนั้นลอยหวือไปชนกับบราเรียน้ำแข็ง มันร้าวเล็กน้อยจากผลของแรงปะทะแต่สุดท้ายกลับสามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ในเวลาอันรวดเร็ว   นัยน์ตาสีอำพันปรายกลับมามองยังร่างอีกร่างที่ยืนอึ้งอยู่ตรงหน้าเขา ชายคนนั้นเรียกสติคืนมาก่อนเส้นเลือดจะปูนโปนเต็มขมับไปด้วยความโกธรจากการที่เสียฟอร์มให้แก่เด็กอย่างคาราเมล เด็กหนุ่มยิ้มละมุนพร้อมทั้งเคลื่อนไหวช้าไปด้านหน้าอย่างไม่สนใจว่าอีกฝ่ายโกธรแค่ไหน

“เอางี้ไหมครับคุณผู้ร้าย”เด็กหนุ่มว่าออกมาเป็นจังหวะราวกับร้องเพลง เสียงที่ไพเราะนั้นคล้ายต้องการจะให้ผ่อนคลายแต่กลับกลายเป็นการกวนประสาทชั้นยอดที่ไม่มีใครเทียบติด“ผมจะไม่ใช้มือล่ะ”

คาราเมลยังคงเคลื่อนตัวโฉบไปโฉบมายั่ว(เท้า)ชายหนุ่มเป็นอย่างดี ดวงตาสีสวยแววระยับมองเผินๆอาจจะเป็นการแสดงเสก็ตน้ำแข็งเสียด้วยซ้ำหากไม่ติดที่ชายผมสีแพตตินั่มบอนด์ที่กำลังซัดกับกลุ่มคนอย่างเมามันอยู่อีกมุมหนึ่ง

 “สนใจไหมล่า”

                “อย่ามากวนประสาทได้ไหม???”

                เสียงตวาดคำรามทำให้คนด้านนอกกลัวบราเรียจะถล่มแทนคนด้านใน คนที่กวนประสาทกลับทำเพียงยิ้มรับหน้าสวย(?)อย่างไม่มีท่าทีตื่นกลัว ยังทำไถลเสก็ตเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา

“ขอเห็นด้วยกับคนร้ายได้ไหมอ่ะ คาร่าควรลดเรื่องการกวนประสาทลงบ้าง”โอเชี่ยนที่อยู่อีกมุมหนึ่งยกมือขึ้นแบบกล้า ๆกลัว ๆ(ว่าแอมเบอร์จะบินมาตบหัว) ทเก็ยกขึ้นถีบคนธรรมดาให้กลิ้งไปกับพื้นโครมใหญ่ อยู่กับพวกนี้เขาไม่จำเป็นต้องใช้พลังเลยสักนิด

                ปัง!

“บอกว่าหยุดกวนประสาทไอ้เด็กเหลือขอ!!

“อู้ว...ในเมื่อคุณมีอาวุธล่ะก็...”

                เด็กหนุ่มหยุดยื่นเอามือลูบคางด้วยใบหน้าราวกับกำลังแก้สมการกำลังสิบที่ยากแสนยากอยู่ ก่อนจะเผยรอยยิ้มชั่วร้ายผุดผายขึ้นมา อากาศด้านในเย็นเฉียบจากผลของน้ำแข็งแต่ชายหนุ่มผู้ปะมือกับเด็กหนุ่มผมคาราเมลกลับเหงื่อแตกพลั่กอย่างไม่ทราบสาเหตุ ก็ใครจะไปอยากยอมรับว่ากำลัง”กลัว”เด็กที่สูงไม่ถึง180คนนี้ล่ะ!

“หยุดอยู่ตรงนั้น”

                ปากกระบอกปืนสีดำเมียมจ่ออยู่ตรงหน้าเด็กหนุ่ม ใบหน้าขาวราวหิมะทำสีหน้าตกใจเล็กน้อยก่อนจะมือขึ้นเสมอหัว ดูท่าเหมือนจะยอมแพ้อย่างจริงจัง

“ยอมครับยอม...เสียเมื่อไหร่!

                สิ้นเสียงร่างนั้นก็พุ่งตรงเข้าหาคนถือปืนอย่างไม่เกรงกลัว เสียงลั่นไกสามนัดดังต่อกันแต่กลับไม่มีนัดไหนเฉียดเด็กหนุ่มได้แม้แต่น้อย จังหวะการหลบแบบซิกแซกทำให้คนมองปวดหัวและเล็งเป้าไม่ถูก คราวนี้จะบอกว่าคาราเมลได้เปรียบอยู่ก็ไม่ผิดหนักหรอก ร่างนั้นเคลื่อนตัวเข้ามาจากด้านหน้า

                ปัง!

                เสียงกระสุนดังขึ้นอีกหนึ่งนัดแต่เด็กหนุ่มเพียงก้มตัวหลบก็พ้นอย่างง่ายดายก่อนจะเงยตัวขึ้นมาเมื่ออยู่ใกล้กับร่างนั้น ศีรษะสีคาราเมลกระแทกเข้ากับปลายคางของชายหนุ่มจนอีกฝ่ายร้องเสียงหลง คาราเมลอาศัยจังหวะนั้นถีบตัวออกห่างก่อนจะยกหลังเท้าขึ้นเตะเข้ากับข้อมืออีกฝ่ายจนปืนกระเด็นตกไปไกลแล้วจึงกระโดดเปลี่ยนขาเป็นอีกข้างพร้อมทั้งตวัดเตะเข้าที่หน้าท้องแบบเฉี่ยวๆ แต่สิ่งที่เฉี่ยวมันคือใบมีดจากรองเท้าที่ใส่อยู่ส่งผลให้เกิดรอยขาดที่เสื้อตัวนอกของเอสเปอร์อาชญากร ชายหนุ่มยกมือขึ้นกุมท้องก่อนถอยหล่นหนีไปด้านหลัง

“คิดว่าหนีได้หรอครับ”

                เสียงกระซิบแผ่วเบาด้านหลังทำเอาชายหนุ่มผวาฮือหันหน้ากลับไปมองอย่างตกใจ

                พลั่ก!

                ขาเรียวๆปะทะเข้ากับใบหน้านั้นเต็มแรงอย่างไม่มียั้ง”รีโมตระเบิดอยู่ไหนครับ?”

“หึ!

“ผมถามว่าอยู่ไหนครับ!

                ร่างนั้นถูกถีบด้วยแรงมหาศาลที่ไม่น่าจะมาจากคนตัวบาง ๆอย่างคาราเมล ร่างที่ดูถึกกว่าถูกยันอัดเขากับบราเรียเป็นรายที่สามตามเพื่อนทั้งสองไปผิดแต่รอบนี้ไม่ได้มีโอกาสให้สลบหนีเหมือนเพื่อน คาราเมลพุ่งตามมาเอาเท้ายันเข้าที่กลางตัวอย่างจงใจ ดวงตาสีอำพันพราวระยับอย่างน่าหวั่นเกรง ใบมีดจากรองเท้ากดลึกเข้าไปเรื่อยกับลำตัวจนบาดเข้าสู่เนื้อของชายคนนั้น

“จะตอบหรือไม่ตอบ?”

“ไม่รู้!อ๊ากกกกกกกกกกก ฉันไม่ได้เก็บ!

“เหอะ!

                คาราเมลยกเท้าลงแต่ยังไม่วายเตะเฉี่ยวคอชายหนุ่มส่งท้ายให้หัวใจวายเล่น เขาหันไปยิ้มให้เอพริลที่มองด้วยสายตาวที่จะเรียกว่าเกรงก็ไม่เชิง เด็กหนุ่มโบกมือให้อีกฝ่ายก่อนจะไสเท้าไปหาแอมเบอร์

“แอมเบอร์ครับทางคุณโอเคย์ไหม”เด็กหนุ่มว่ายิ้ม ๆพลางมองสำรวจซากศพที่กองอยู่กับพื้นด้วยความขบขัน สภาพนั้นเละยังกับกองของเสียงสุนัขถ้าเขาจะเปรียบล่ะนะ

“มีรีโมตระเบิดบ้างไหมครับ?”

“ไม่นี่ หรือมีก็คงแหลกไปแล้ว”

“แอมเบอร์....”คาราเมลว่าเสียงเหนื่อยใจก่อนจะยกมือกุมขมับตัวเองอย่างแกล้งทำ

“ก็แล้วมันจะทำไมนายเองน่าจะ....คาราเมล!

                ร่างของเด็กหนุ่มถูกดึงเข้ามาชิดตัวหมาป่าสีดำเพื่อหลบมีดดาบเล่มใหญ่ที่ฟันเฉียดร่างนั้นไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น ถ้าหากไม่หลบก็อาจจะขาดเป็นสองท่อนไปแล้ว เอพริลพุ่งเข้ามาเอาดาบกันไว้อีกแรงก่อนจะต้านกลับไป ร่างของชายผู้ลอบทำร้ายกระเด็นหวือไปในระยะสั้นๆก่อนจะตั้งตัวได้พร้อมระเบิดหัวเราะเสียงดังลั่น แต่ก็ถูกโอเชี่ยนที่พุ่งมาจากด้านหลังกระโดดเตะอัดเข้าที่ใบหน้าซีกขวาจนร่างกระเด็นไป ดวงตาสีส้มมองตามก่อนจะเบนกลับมามองทุกคนแล้วทำท่าทางกระดี๊กระด๊าปัญญาอ่อน

“ระเบิด ฮ่ะฮ่าๆๆๆๆมันอยู่ในมือฉันว่ะฮ่าๆๆๆ”คนร้ายที่ถูกถีบกระเด็นไปไกลลุกขึ้นมาหัวเราะพร้อมรีโมตในมือ

“โดนไปขนาดนั้นไม่สลบได้ยังไงอ่ะ สุดยอดไปเลย ป๊ะป๋าก็ไม่ได้เตะเบา ๆซะหน่อย”คาราเมลบ่นงึมงำก่อนยิ้มรับสายตาอัมหิตจากแอมเบอร์ที่ส่งมาให้ฐานไม่จัดการให้เด็ดขาด

“เมื่อกี๊ถามเขาเขาบอกไม่รู้นี่ครับ”

“แล้วนายก็เชื่อน่ะเหรอเมล?”

“ก็....”

“ก็?”

“เอ่อ..ครับ”

“เมล!

                แอมเบอร์ตวาดลั่นก่อนขยี้หัวอย่างหมดปัญญามองรีโมตระเบิดในมือผู้ร้ายอย่างไม่กล้าขยับตัว ถ้าทำอะไรปุ่มป่าม...ไม่เหลือซากให้ดูเล่นแน่ เขาส่งสายตาปรึกษาเพื่อนทั้งสองคน ซึ่งดวงตาคู่นั้นดันมองไปทางคาราเมลผู้เป็นเจ้าของแผนการ ถ้าใครจะสั่งการด้วยแผนสำรองล่ะก็ทางนั้นเลย เอพริลใช้สายตาชี้

“อย่าขยับ ไม่งั้นฉันจะกด!

“...”

“ก็ทำเลย เอาเลย ถ้าคุณสบายใจก็ทำไปเลยครับ ผมรอดูอยู่ เข้าใจไหมว่ารอดูอยู่ ตั้งกล้องแล้วด้วย อย่างเท่!

                เอพริลเลิกคิ้ว คาราเมลคิดจะใช้หลักการเดยวกับการกล่อมคนฆ่าตัวตายหรอ ให้ยุเข้าไว้จะได้ไม่ทำ แต่ไอ้เรื่องแบบนั้นมันมีเปอร์เซนที่คนร้ายจะลงมือเหมือนกันไม่ใช่หรือออย่างไร ชายหนุ่มคิดก่อนจะเลิกคิ้วสูงเมื่อคนร้ายฟังคำยุของคาราเมลแล้วกดระเบิดจริง ๆ

“พวกแกเละแล้ว เละแล้ว!!! ฮ่า ๆๆๆๆๆ”

“ไหนอ่า...”โอเชี่ยนร้องแล้วเหลียวซ้ายแลขวาป้องตามองไปนอกเขตบราเรีย

“นั่นสิ ไหนอ่า~~”คาราเมลถามตัดฟิวส์ด้วยใบหน้าสังกะตายพร้อมทั้งนั่งยอง ๆท้าวคางอยู่กับพื้น

คนร้ายทำหน้างงเป็นไก่ตาแตกเมือ่ไร้ซึ่งเสียงใด ๆราวกับจะไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น เขาชี้หน้าคาราเมลด้วยมีดในมือ แต่ก็ถูกเอพริลพุ่งเข้าไปตวัดสันดาปกระแทกมือจนมีดหลุดมือไป แอมเบอร์เข้ามารับมีดเล่มนั้นไว้แล้วจ่อไปที่ลำคอของคนร้าย โอเชี่ยนยืนล้วงกระเป๋ามอง ส่วนคาราเมลยกปืนขึ้นจ่อ

“มีดดาบทื่อๆกับปืนกำจัดดเอสเปอร์นี่อะไรจะดีกว่ากันครับ?”

                กริ๊ก!

                เสียงปลดเซฟตี้ปืนดังใกล้ๆร่างของเอสเปอร์อาชญากรแบบติดขอบสนามเมื่อมันจ่ออยู่ใต้คางอีกเขาด้วยฝีมือเด็กหนุ่มตรงหน้า ปลายมีดที่แอมเบอร์ถือก็กดเข้าไปในเนื้อจนเรียกเลือดสีสด ฝ่ายคนร้ายจำยอมต้องปล่อยรีโมตในมือทิ้ง

Game Over

                ป๊อก!/เพล้ง!

                เสียงดีดนิ้วดังขึ้นพร้อม ๆกับบราเรียเลือดปลอมที่แตกเป็นเสี่ยงๆ ร่างหลายสิบร่างพุ่งเข้ามาจับกุมเหล่าคนร้ายผู้ร่วมขบวนการที่นอนวัดพื้นอยู่รวมทั้งคนที่เด็กหนุ่มจ่อปืนอยู่ใต้คางด้วย แอมเบอร์ส่งมีดสั้นให้กับเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง ส่วนคาราเมลก็ผละออกมา

“อ่ะครับแอมเบอร์ คืน”

“เอาไปตอนไหนเนี่ย”

                แอมเบอร์ถามเป็นแนวกึ่งประชด สายตายังคาดโทษไม่เลิกฐานที่ทำอะไรไม่บอก ตอนคนร้ายจุดระเบิดเขาใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม แต่พอเห็นสีหน้าสบายใจของคาราเมลและโอเชี่ยนทีทำท่าทางกวนประสาทแบบนั้นก็แปลความหมายได้ว่ามีคนรู้เห็นกันอยู่สองคน ขนาดเอพริลยังทำตาโจเลย แปลว่าไม่รู้

“โอ๋ๆๆ ก็ผมไม่มีเวลาพอจะบอกแผนหมดนี่ครับ ป๊ะป่าก็ถ่ายทอดแต่คำสั่งสำคัญจะได้ไม่เสียเวลา โล่น้ำแข็งที่ผมสร้างซ้อนทับขึ้นเนี่ยนะมันมีความสามารถกันคลื่นวิทยุได้ทุกชนิด โทรศัพท์ยังใช้ไม่ได้เลย เพราะงั้นสัญญาณเลยส่งไปไม่ถึงไงล่ะครับ”

                เด็กหนุ่มอธิบายเสร็จสัพเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายคงแค่สงสัยเรื่องการทำงานบางอย่างของน้ำแข็งของเขา

 “นายรู้จักโล่โลหิตปลอมได้ยังไง คาราเมล?”

โล่โลหิตปลอมเป็นวิชาที่เขาเรียนมาจากอาจารย์ของตนเอง ใช้ของเหลวสีแดงวางล้อมรอบพื้นทีที่จะสร้างบราเรียแทนเลือด ในกรณีนี้เป็นการใช้น้ำแดงสิบสองกระป๋องจากถุงกับข้าวที่เอพริบถือมาไปวางไว้โดยเจ้าของเอง ตอนที่โอเชี่ยนบอกแผนนี้ผ่านจิต แอมเบอร์ยังคิดเลยว่าไอ้เจ้าตัวปัญหาไปรู้มาจากไหน

“อืม...เซนเซย์บอกครับ!”คาราเมลร้องตอบแล้วยกเจ้าลูกจิ้งจอกขึ้นมาชูใส่หน้าแอมเบอร์ เจ้าหมาจ้องจอกเห่าหนึ่งทีเมื่อถึงคราวซวยที่มันดันกลายมาเป็นคนรับผิดชอบ”ไม่เชื่อถามได้นะครับ ในกรณีที่คุยรู้เรื่องอ่ะ”

“โอเชี่ยนมาแปล”

คาราเมลหน้าซีด เขาลืมไปเสียวนิทว่ามีคนคุยกับสัตว์ได้แบบโอเชี่ยนอยู่ ทั้งที่เมื่อครู่เขาเพิ่งใช้งานคนผมแดงไปแท้ ๆ อุตส่าห์ให้เซนเซย์ไปบอกแผนกับโอเชี่ยนเพื่อจะได้ไม่น่าสงสัย ใช้งานเสร็จก็ดันลืมความสามารถของอีกฝ่ายไปสนิท

“อืม ๆ เซนเซย์บอกว่าอ่านเจอในตำราเก่าอ่ะ ว้าว จิ้งจอกอ่านหนังสือได้ด้วย เก่งจัง ปรบมือ!”โอเชี่ยนร้องร่าแล้วปรบมือเปาะแปะอยู่คนเดียว คาราเมลทำหน้างง เพราะเซนเซย์ไม่เคยอ่านหนังสือตำราอะไรนั่น อีกอย่างคนที่รู้เรื่องโล่โลหิตมันก็ตัวเขาเองด้วย”ช่วยปรบมือสิคาร่า ปรบมือ!

เด็กหนุ่มพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะวางเจ้าจิ้งจอกลวงพร้อมกับปรบมือช่วยโอเชี่ยนอีกแรงด้วยสีหน้าประหลาด ฝ่ายแอมเบอร์มองด้วยสายตาเคลือบแคลง แต่เพราะเป็นคำพูดที่หลุดจากปากโอเชี่ยน แอมเบอร์ดเลยละความสงสัยไปแทบจะทั้งหมด เรียกได้ว่าถึงโอเชี่ยนจะปัญญาอ่อน แต่ทุกคำพูดเป็นความจริงเสมอ

“เอ่อ...หัวหน้าหมาป่าดำกับหมาป่าน้ำเงินครับ ขอเวลาสักครู่ได้ไหมครับ?”เจ้าหน้าที่ระดับล่างเอ่ยพลางผายมืออย่างเกร็ง ๆ เขาต้องการคุยเรื่องรายงานกับค่าเสียหายดังนั้นเลยต้องดึงตัวสองคนนั้น

แอมเบอร์ทิ้งสายตาเคลือบแคลงไว้ก่อนจะเดินไปพร้อมเอพริล คาราเมลมองตามก่อนจะสะดุ้งเมื่อโอเชี่ยนเอามือวางบนไหล่เขา

“สรุปไปรู้จักโล่โลหิตปลอมมาได้ยังไงน่ะคาร่า~

“ไม่บอกหรอกครับ”คาราเมลตอบเรียบ ๆ สายตามองตรงไปยังแอมเบอร์ที่ทำหน้าเหมือนจะงับหัวโวคคนหนึ่งให้ได้

“แต่ติดหนี้ป๊ะป๋าอยู่นะ”

“อยากได้อะไรล่ะครับ”

“อื้ม ๆ อยากกินชีทเค้กกับเครปเค้กน่ะ”

“...คุณเห็นผมเป็นพ่อครัวส่วนตัวหรือยังไง...”

 

“ห๊ะ?ผบ.เรียกผม?”

                เช้าวันใหม่หลังจากเมื่อวานไปจัดการถล่มคนร้ายป่วนงานเทศกาลมาเริ่มต้นไม่สวยนัก เอพริลเดินเข้ามาในห้องทำงานของแอมเบอร์แล้วบอกข่าวนี้แก่คาราเมลที่นั่งหมุนเก้าอี้เล่นแบบคนว่างงานเต็มที่อยู่ นัยน์ตาสีอำพันเบอกกว้างเมือ่ได้ยินคำสั่งเรียกพบอย่างกะทันหัน

“เขาเรียกผมไปทำไมครับ?”

“ก็ไม่รู้สิครับ เขาแค่บอกให้ผมมาเรียก”เอพริลตอบตามตรง คาราเมลได้แต่ถอนหายใจก่อนจะยกเซนเซย์ออกจากตักอย่างแผ่วเบา

“งั้นฝากดูแลเซนเซย์แป๊ปนะครับ ถ้าเขาตื่นมาก็บอกว่าผมไปหาคุณผบ.นั่น”

                คำว่าผบ.คาราเมลพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่าประชด เขาเดินออกจากห้องแล้วตรงไปหาเบลเฟกอลด้วยสีหน้าเหมือนคนกินนมบูดมา ประตูห้องทำงานของท่านผู้บัญชาการสูงสุดแห่งหน่วยโซคเขตสี่ไม่เคยล็อก แต่กระนั้นด้วยมาตรฐานมารยาทที่คาราเมลมีต่อเบลเฟกอลยังคงต่ำเตี้ยเรี่ยดินแบบเสมอต้นเสมอปลาย เขาไม่คิดกระทั่งจะเคาะประตู มือเรียวผลักเข้าไปแลบ้วเดินไปดิ่งนั่งลงบนโซฟาแบบไม่สบอารมณ์

 “มีอะไรครับ เรียกผมมาทำไม?”

“.....”

“นี่จะช่วยตอบ....”

                เด็กหนุ่มชะงักพลันเมื่อหันมาแลบ้วพบเข้ากับดวงตาสีอเมทิตส์ที่จ้องแบบไม่ละสายตา เรียกว่าจ้องกันแบบแทบจะนับขนตาอยู่แล้ว คาราเมลพ่นลมหายใจแล้วยกมือผลักหน้าอีกฝ่ายออก

 “จ้องทำไมครับ?”

“คิดจะอยู่ในร่างนี้ไปนานแค่ไหนกัน?”เสียงทุ้มเอ่ยถามแบบร่าเริงแต่เฉือดเฉือน

คาราเมลทำเสียงจิ๊จ๊ะไม่พอใจแล้วเบนใบหน้าออก“ก็ไม่ได้อยากจะอยู่สักหน่อย เมื่อผมยังตามหาเขาไม่เจอแล้วจะให้อยู่แบบไหนล่ะครับ?”

เด็กหนุ่มว่าแล้วถลึงตาใส่อย่างหงุดหงิด เขาไม่ชอบให้ใครมาไล่ต้อน โดยเฉพาะคนที่ไร้ต้อนเขาเพราะความสนุก ไม่ได้มีเจตนาจะล้วงความลับอะไร ถ้าอยากเอพริลล่ะก็เขาเต็มใจจะถูกต้อน เพราะแบบนั้นฝ่ายที่สนุกมันก็เป็นเขาเอง

“สาบานว่าไม่เจอ?”ผู้บัญชาการสูงสุดหนุ่มทิ้งตัวลงข้างๆพลางถามด้วยสีหน้ามีเล่ห์นัย คาราเมลหันไปมองแล้วจิ๊ปากอีกรอบอย่างไม่ชอบใจ

                “พยายามแทบตายที่จะเก็บไป แล้วคุณจะมาเร้าให้ผมเอาออกมาทำไม ที่ทำอยู่ทุกวันนี้มันว่างมากนักใช่ไหมครับ?”เด็กหนุ่มว่าเสียงขุ่น มองเบลเฟกอลไม่ต่างจากคนเป็นไบโพล่า ความคิดย้อนแย้งจนน่าเวียนหัว

                 “ที่จริงไอ้สิ่งที่เธอทำเมื่อกลางวันค่อนข้างน่าพอใจทีเดียวนะ”

คาราเมลบอกแล้วว่าอีกฝ่ายเป็นไบโพล่า ไอ้จังหวัเผลอ ๆก็เปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย เด็กหนุ่มกลอกตาขึ้นฟ้าก่อนจะพยักหน้ารับอันเป็นสัญญาณรับรู้ว่าเข้าใจในสิ่งที่เบลเฟกอลเอ่ย ชายผมขาวยิ้มกว้างน่าหลงใหล เขาท้าวคางมองเด็กหนุ่มตรงหน้า

“แอมเบอร์รายงานว่าทั้งหมดเป็นแผนของเธอ ตอนนี้พวกผู้บริหารเขตสี่เลยต๊กใจใหญ่เลยล่ะ”เบลเฟกอลอธิบายด้วยน้ำเสียงและสีหน้าสดใส แตกต่างจากคาราเมลที่ทำสีหน้าสังกระตายและตัดสินใจปิดเปลือกตาลงเพื่อหนีคนข้าง ๆ แต่จะว่าไปอากาศในห้องนี้ก็ค่อนข้างเย็นสบายแ จะเคลิ้มหลับไปก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

“พวกเขาจะให้เธอเข้าเป็นหัวหน้าหน่วยZealของโวค เธอจะได้เป็นหมาป่าสีขาวของที่นี่นะ”

“งั้นหรอ...ผมไมได้อยากเป็นสักหน่อย....”

                เสียงลมหายใจสม่ำเสมอที่ดังขึ้นหลังจากเสียงนุ้มๆเงียบลงทำให้ผบ.แน่ใจว่าเด็กหนุ่มหลับสนิทไปแล้ว...อย่างง่ายดายเสียด้วย ผู้บัญชาการหนุ่มยิ้มขำก่อนจะเอาหมอนมารองแล้วเอนร่างเด็กหนุ่มลงมานอนให้เข้าที่เข้าทาง มือเอื้อมไปหยิบผ้าห่มพื้นหนาอุ่นสบายมาคลุมให้ คาราเมลที่ได้อากาศอบอุ่นเขาไปเลยยิ่งหลับลึกไปกันใหญ่

                ก๊อกๆ

“ขออนุญาต...คาราเมล?!!

“ชู่!!!!!! เงียบๆสิทริปเปลิล กว่าจะกล่อมเขาหลับได้ไม่ใช่เรื่องง่ายนะ”

                เบลเฟกอลยกนิ้วชี้ขึ้นแนบปาก ส่วนคำพูดก็ว่ไปนั่น เขาไมได้กล่อมอีกฝ่ายอะไรหรอก ก็แค่ปรับอุรหภูมิห้องให้พอเหมาะพอเจาะกับเจ้าเด็กเขตหนาวนี่ จากนั้นก็ชวนคุยเรื่องน่าเบื่อ บวกกับเมื่อวานทีไปบู้แหลกมาคงยังพลังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ไม่แปลกที่จะยังเพลีย ๆตกค้าง ปัจจัยหลายอย่างรวมกันจนทำให้คาราเมลหลับไปอย่างง่ายดายแบบนี้ ถ้าไม่ใช้เรื่องพวกนั้นทุกอย่างรวมกัน เด็กหนุ่มไม่มีวันมาหลับให้เบลเฟกอลเห็แน่ ยิ่งถ้ารู้ว่าอีกฝ่ายจะเอากล้องถ่ายรูปมากดถ่ายรัว ๆแบบนี้ด้วย

“น่าแปลกที่ยอมอยู่นิ่งๆนะครับ เขาน่ะ”

“อาจจะเหนื่อยตกค้างจากงานน่ะก็เลยไม่มีอารมณ์จะต่อต้าน”

                นัยน์ตาที่ฉายแววอบอุ่นแบบที่ไม่เคยแสดงออกมาทอดมองร่างที่หลับใหล กล้องในมือถูกวางลงเมื่อเขาถ่ายรูปจนพอใจ ที่ทริปเปิ้ลไม่ห้ามการกระทำไร้สาระของเขาก็เพราะรองผู้บัญชาการทราบดี ถึงเหตุผลในการกระทำทุกอย่างที่เบลเฟกอลทำลงไป นัยน์ตาสีม่วงเข้มทอดมองเรียบนิ่ง ทว่าก็เจือแววเจ็บปวดเอาไว้ภายใน

“เจ็บปวดหรือครับ?”

“คงงั้นมั้ง”

“ก็ทั้ง ๆที่อยู่ใกล้แค่นี้แต่กลับโอบกอดไว้ไม่ได้นี่”

                !!!!

                นัยน์ตาสองคู่กรอกตาพลันไปยังต้นเสียงที่มุมห้อง ดวงตาสีแดงเรืองวาวในเงามืด เมื่อสบเข้าความตระหนกก็พลันลดลง ทริปเปิ้ลอกมือลูบอกเพื่อสงบหัวใจที่เต้นโครมครามเพราะความตกใจเมื่อครู่

คุณไคเซอร์ทำไมจู่ๆถึงโพล่มาล่ะครับ?”

                ทริปเปิ้ลถามเสียงผ่อนคลายพลางมองดวงตาที่เด่นชัดในความมืด

“ข้าแค่มาดู...ว่าเจ้าศิษย์โรคจิตได้ทำอะไรที่รักของข้าหรือเปล่า”เสียงนุ่มน่าหลงใหลเอ่ยเชิงยอกล้อแต่กลับเรียกรอยยิ้มเครียดให้แก่คนฟังได้อย่างดี

“รู้สึกว่าผมจะปกติดีนะครับอาจารย์”คนผมขาวตอบด้วยรอยยิ้มสบาย ๆ แต่กลัยแผ่จิตสังหารเขม็งไปยังเจ้าของนัยน์ตา รายนั้นปรายตาไปมาแบบไม่เชื่อสุด ๆ

“ตลอดเวลาที่เจ้าเป็นศิษย์ข้ามา ข้าไม่เคยแม้แต่จะเห็นว่าเจ้าปกติสักนิดเจ้าปีศาจแห่งความเกียจคราน”

“อย่ามาเรียกผมแบบนั้นนะครับ คุณจักรพรรดิแก่ง่ายตายยาก”

“เจ้า!

ทริปเปิ้ลพยามยามยกมือห้าม แต่เหมือนจะไม่เป็นผลนัก เขาเอามือนวดขมับเบา ๆ คิดว่าคงต้องไปห้องพยาบาลเพื่อขอยาขยายหลอดเลือดอีกสักสิบแผงมาเตรียมไว้ ตราบใดที่เจ้าของนามไคเซอร์ยังผลุบ ๆโผล่ ๆในตึกโวคได้แบบนี้ เขาอาจจะต้องกลายเป็นโรคประสาทในสักวันหนึ่ง

 “ถ้าไม่เงียบคาราเมลจะตื่นเอานะครับ”

                จากที่กำลังจะอ้าปากเถียงกันถึงกับหุบฉับพลางมองไปที่ร่างที่ยังคงหลับไม่รู้เรื่องต่อไป อำนาจของไข่ในหินคนนี้ทำเอาทริปเปิ้ลอยากคาราวะสักสามจอก

“แล้ว...คงไม่ได้มาแค่ทะเลาะกันใช่ไหมครับ คุณไคเซอร์”

                ดวงตาสีแดงเหลือบกลับมามองที่คนพูดก่อนจะตามมาด้วยเสียงถอนหายใจ

“ข้าไม่ได้จงใจพาเขามาเจอแอมเบอร์เลยสักนิด แค่สิ่งเล่นเฉย ๆก็ดันโพล่ไปเจอกันซะได้ สงสัยเหลือเกินว่ากงล้อโชคชะตาจะกลับมาหมุนอีกครั้งแล้ว ต่อให้พยายามโกงแค่ไหน แต่สุดท้ายก็ไม่อาจจะฝืนได้อยู่ดี ทางที่ดีพวกเจ้าเตรียมรับมือเอาไว้ก็ไม่เสียหาย”เสียงทุ้มเอ่ยเรียบแต่เต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม”แต่ข้าก็พอมีวิธีอยู่บ้างในเมื่อหมากสำคัญเข้ามือเรามาแบบไม่ตั้งใจอย่างนี้”

“ดูคุณเครียดๆ มันคงไม่ใช่วิธีที่น่าใช้”เบลเฟกอลว่าเสียงเรียบพอกัน

“แน่นอนล่ะ คนดีมีศีลธรรมอย่างข้าย่อมไม่อยากทำอะไรที่มันผิดศีลแบบนั้น”ไคเซอร์กล่าวแล้วถอนหายใจยาวยืด”แต่เมื่อถึงเวลาแล้วทุกอย่างเป็นไปตามคำทำนายจริง ไม่ช้าไม่นานหมอนั่นต้องมาปรากฏตัวต่อหน้าที่รักแน่ ๆ...เจ้าเด็กข้างบ้านนั่นน่ะ”


พี่หมาป่าตอบแบบว่าคือ

เหมือนมีมือช่วยน้องตลอดเลย...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #414 Mizza (@wawy111) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 06:53
    ใกล้ได้เจอเด็กข้างบ้านละ 😄
    #414
    0
  2. #361 My.sister (@is-ploy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 16:20
    งงๆอ่ะ แต่หนุกดี ความลับเยอะจุง ร้ายกันทุกตัว
    #361
    0
  3. #346 Dark Diamond (@hokange) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 17:57
    คำผิดนะคะ
    บราเรีย -> บาเรีย ( barrier)
    -กระทันหัน -> กะทันหัน
    -รอย -> ลอย=ล่องลอย/ปลิว ถ้าเป็น รอย =ร่องรอย -อัมพัน -> อำพัน
    แล้วก็มีที่ตกหล่นเล็กน้อยนะคะ ลองตรวจดูอีกที

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 ตุลาคม 2558 / 18:01
    #346
    0
  4. #284 จีจี้ซัง (@jiji-love) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2557 / 15:01
    เปิดอ่านทุกรอบ พออ่านจนจบก็เจอป์นทุกรอบเลยอ่ะ
    #284
    0
  5. #244 KillerKill (@valasmps) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 เมษายน 2557 / 17:26
    คุณคนที่โผล่มานั่นคือใครกัน
    #244
    0
  6. วันที่ 26 ธันวาคม 2556 / 16:22
    ชักงงๆ ตกลงคาราเมลเป็นลูกของผบ. หรือไร
    #183
    0
  7. วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 11:35
    สนุกมาก
    #62
    0
  8. #26 Night-Fatima (@drakness13) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2556 / 21:29
    ต่อออออออออออออออออออ
    #26
    0
  9. #20 kalio (@renessime) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2556 / 14:53
    ตกลงคาร่าจังเป็นใครกันแน่นะ! อยากรู้อ่า
    มาต่อไวๆนะคะไร
    ปล.ชอบธีมนี้มาก
    #20
    0
  10. #19 Night (@fah2541) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2556 / 12:47
    เอาค่ะ!!!
    #19
    0
  11. #18 Night (@fah2541) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 / 01:17
    รอร๊อรอ ไม่อยากบอกหรอกนะ แต่กระแสพ่ออำพันกับคาราเมลก็แรงใจเรามิใช่น้อย 555+
    #18
    0