Little Sheep or Werewolf แกะตัวนั้นที่มันเป็นหมาป่า

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 24,137 Views

  • 485 Comments

  • 1,075 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    28

    Overall
    24,137

ตอนที่ 7 : Chapter 5 : ลูกแกะเป็นสัตว์ที่เจ้าเล่ห์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1748
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    1 ก.ค. 60

Chapter 5

ลูกแกะเป็นสัตว์ที่เจ้าเล่ห์

 

น้องแกะมองหน้าพี่หมา(ป่า)แล้วยิ้มร่า

                                                                     พี่หมาเจ้าเล่ห์กว่าน้องแกะแน่ใช่ไหม?


“ห๊ะ? เรียนจบแล้วอ่อ?”

                โอเชี่ยนร้องลั่นพลางหยุดมือที่กำลังยกคาปูชิโน่ร้อน นัยน์ตาสีส้มกระพริบปริบ ๆแบบคนไม่เชื่อหู เขาหันไปมองเอพริลผู้วึ่งทำหน้าที่รับคาราเมลกลับจากมหาวิทยาลัยโวคเพื่อต้องการคำยืนยันอีกครั้ง รายนั้นพยักหน้าสามทีแบบยืนยันเต็มที่ นั่งยัน นนอยันเลยด้วย

“ไม่ใช่ว่าผอมไปจนเขาไม่กล้าให้เรียนนานเหรอ เอว26..หึ”แอมเบอร์ปรายตามองก่อนจะปรายตากลับไปที่แก้วโกโก้ของตนเอง

                “แอมเบอร์นี่ใจคอจะต้องมีปัญหากับผมทุกอย่างเลยหรอครับ อะไรก็ตามที่เป็นผม ดูคุณมีปัญหาไปซะหมด”คาราเมลว่าด้วยสีหน้ายุ่งยาก ตามองแอมเบอร์แต่มือยื่นไปเปลี่ยนแก้วคาปูชิโน่ของโอเชี่ยนเป็นแก้วโดกโก้ ส่วนตนก็เอาคาปูชิโน่ร้อนแก้วนั้นมาดื่มเอง โอเชี่ยนทำปากพะงาบ ๆแต่ไม่ยอมขัดใจคาราเมลเลยนั่งจิบโกโก้ร้อนไปเงียบ ๆ

“สุดยอดแห่งการทำลายสถิติจนผมปวดสมองเลย”

                เอพริลคลึงขมับตัวเองเบาๆ ยิ่งรู้จักเขายิ่งไม่เข้าใจเด็กคนนี้มากขึ้น คนบ้าอะไรเรียนจบมหาวทิยาลัยได้ภายในสองอาทิตย์ ถ้าไม่ใช่เทพจากไหนมาเกิดก็คงไปโกงเขามา เอพริลคิดว่าอย่างหลังมีโอกาสเป็นไปได้มากกว่าเสียอีก คนอย่างคาราเมลน่าจะโกงชาวบ้านได้หน้าตาเฉย ถึงภาพลักษณ์จะดูเป็นเด็กหนุ่มใสซื่อก็ตามเถอะ

“หมายความว่าไงอ่ะครับ?”

“พวกป๊ะป๋าสามคนสามารถจบการเรียนที่มหาวิทยาลัยของโวคได้ภายในสามเดือน คำว่าจบยากของพวกเรานิยามไม่เหมือนคนอื่นไปเลย ชาวบ้านเขาสอบไม่ผ่าน เลยไม่จบ แต่พวกเราน่ะอาจารย์ไม่ยอมให้จบน่ะสิ เขาว่าหมันไส้อ่ะ พวกเราออกจะน่ารัก หมันไส้พวกเราทำไม?”โอเชี่ยนทำเสียงงุงงิงเหมือนแมลงแล้ยวกระดกโกโก้ขึ้นดื่ม

“คะแนนสอบสูงมากซะด้วย”แอมเบอร์ว่าพลางเหลือบมองใบคะแนนในมือ ในฐานะผู้ปกครองแบบมัดมือชกเขาได้รับใบคะแนนทางไปรษณีย์อยู่แล้ว

“ไหนดูบ้าง ๆ”โอเชี่ยนร้องแล้วชะโงกหน้าเบียดเข้าไปดู หัวไปกระแทกปลายจมูกแอมเบอร์จนอีกฝ่ายตบหัวกลับมา”โอ๊ย! แอมเบอร์รุนแรงอ่ะ...แต่คะแนนคาร่าสูงมากเลยนะ โดยเฉพาะคะแนนวัดระดับพลังเอสเปอร์น่ะ ว่าแต่คาร่ามีพลังเอสเปอร์อะไร บอกกันมั่งสิ”โอเชี่ยนกระพริบตาปริบ ๆแบบคนอยากรู้อย่างใสซื่อ แต่ก็ถ้าเห็นแววสะท้อนในดวงตาสีส้มนั่นจะรู้เองนั่นแหละ ว่าไอ้ท่าทีปัญญาอ่อนแบบนี้มันก็ของหลอกเด็กไม่ต่างกับท่าทางน่ารักน่าชังของคาราเมล

“ความลับครับ”คาราเมลยกนิ้วชี้ขึ้นมาทาบปากพลางขยิบตาให้ นั่นทำให้คนผมแดงยู่หน้า

“แต่เรียนไปได้ยังไงเนี่ย สองอาทิตย์จบ รู้สึกเสียเวลาสองเดือนครึ่งไปเปล่าประโยชน์ยังไงก็ไม่รู้สิครับ”

                เอพริลบ่นงึมงำ ๆ พวกเขาพยามแทบบตายยังจบได้ในระยะเวลาสามเดือนเลย ก็พวกอาจารย์ที่เป็นคณะผู้บริหารโหดเกินจนไม่ยอมให้พวกแอมเบอร์ที่คะแนนดีทั้งปฏิบัติติและทฤษฎีผ่านไปได้ง่าย ๆ รั้งไว้เท่าที่ทำได้แบบสุด ๆ

“ฮ่าๆๆ หม่าม๊าอย่าพูดงั้นดิครับ ก็ผมน่ะมีพื้นฐานอยู่แล้วระดับหนึ่งนี่ กฎของโวคผมก็เคยอ่านมาแล้ว พวกภาคปฏิบัติเซนเซย์ก็เคยสอนมาแล้วนี่นา ง่ายออกจะตายไป”คาราเมลว่าเสียงสนุกพลางยกมือขึ้นตีหลังเอพริลแปะๆ

“แล้วไปทำอีท่าไหนถึงได้จบมาได้ไวขนาดนี้เนี่ย?”โอเชี่ยนมองอย่างเคลือบแคลงเล็ก ๆ ก็พวกเขากว่ามหาวิทยาลัยจะยอมรับว่าเก่งเกินมาตรฐานก็เรียนไปตั้งสองเดือนกว่า

“ก็ไปกวนตีนอาจารย์สอนกฎโวคน่ะครับ เขาเลยเอาข้อสอบจบของพวกปีสี่มาให้ทำ บอกถ้าผมสอบไม่ได้เกินครึ่งต้องไปคัดไอ้ข้อสอบสี่ร้อยข้อนั่นห้าสิบจบ ผมนี่ทำตาใส่เลยอ่ะ”

“แล้วนายก็สอบผ่าน?”

                แอมเบอร์เข้ามามีส่วนร่วมในบทสนทนาอย่างสนใจเพราะวิธีที่อีกฝ่ายจบมันเป็นวิธีเดียวกับที่พวกเขาทำ ฝ่ายคาราเมลก็พยักหน้าหงึกหงักแล้วเล่าต่อ

“แถมอาจารย์ยังใช้พวกปีสี่มารังแกเด็กน้อยน่ารักแบบผมอีก ผมเลยซัดปลิวลงบ่อน้ำกลางมหาวิทยาลัยไปน่ะครับ สนุกสุด ๆไปเล้ย!

“เหมือนแอมเบอร์เป๊ะ ๆเลยอ่ะ เหมือนจนน่ากลัว ฮือ กลัวแล้ว”

                โอเชี่ยนว่าเสียงแห้งๆ เขายังจำวิธีแหกกฎสุดๆของอีกฝ่ายได้อย่างไม่มีวันลืม ตอนที่แอมเบอร์บอกจะใช้แผนนั้นเขายังพยายามช่วยเอพริลห้ามแทบตายแม้คิดว่ามันน่าสนุกมากก็ตามแต่ แล้วผลก็อออกมาเหนือความคาดหมายไม่ใช่แค่พวกเบื้องบนจะรู้ถึงความเก่งกาจของพวกเขาแต่ยังอนุมัติจบก่อนเงื่อนไขอีกด้วย

“อนุมัติจบก่อนเงื่อนไข....นอกจากพวกเราแล้วยังมีใครอีกนะ?”

                โอเชี่ยนที่คิดไปคิดมาเกิดไปสะดุดกับความคิดตัวเองเข้า แอมเบอร์ที่กลับไปสนใจหนังสือพิมพ์เหมือนเดิมปรายตากลับมามองก่อนจะพับหนังสือพิมพ์นั้นลวกๆโยนมันลงบนโต๊ะแล้วถอนหายใจอย่างไม่พอใจเท่าไหร่ โอเชี่ยนและคาราเมลต่างมองอีกฝ่ายอย่างสงสัยที่มีอาการไม่พอใจออกมาจึงเบนสายตาไปหาเอพริลที่มักจะรู้เรื่องแอมเบอร์ดีเสมอ

“ก็มีผบ.กับรองผบ.ที่จบมาก่อนเงื่อนไขไงครับ”

“พวกนั้นจะจบได้ยังไงในเมื่อ....”คาราเมลลากเสียงก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าไอ้เรื่องที่รู้เขาพูดไม่ได้ เด็กหนุ่มฉีกยิ้มกว้าง”...ในเมื่อทริปเปิ้ลน่าจะเรียนจบคนเดียว ใช้พวกนั้นไม่ได้หรอก ฮ่า ๆๆๆๆ”คาราเมลหัวเราะกลบเกลื่อนก่อนจะคว้าแก้วโกโก้ในมือโอเชี่ยนมีดื่มแบบไม่เนียน

 

                ก๊อก ก๊อก

“คร้าบๆๆ เจ้าของห้องไปเฝ้าพระอินทร์นะครับ อ้าว!หม่าม๊า”

                เด็กหนุ่มยิ้มแป้นเมื่อเห็นคนที่มาเคาะประตูยามบ่ายเป็นคนที่คุ้นเคยที่แฝงความน่ากลัวเอาไว้เล็ก ๆสำหรับเขา ฝ่ายเอพริลยิ้มรับหน้าใส เขาไม่ได้มาหาเรื่อง แต่มาหาเจ้าเพื่อนตัวดีต่างหาก วันหยุดทั้งทีไม่คิดจะออกไปไหนบ้างหรืออย่างไร เห็นเพื่อนตัวดีไม่มีวี่แววจะตื่นมา เรื่องที่จะชวนไปเที่ยวคงต้องเปลี่ยนคนแล้วล่ะ

 “ไปตลาดกันไหมครับ? ที่กลางเมืองเขามีงานเทศกาลน่ะ”

“อ๋อ...ถึงว่าวันนี้พวกหม่าม๊าถึงหยุดกัน แล้วนี่มาชวนนี่ไม่ได้มีอะไรแอบแฝงใช่ไหมครับ?”

                คาราเมลแกล้งถามหยั่งเชิง นัยน์ตาสีอำพันเรืองวูบแพรวพราวขึ้นมาชั่วขณะ ฝ่ายคนถูกถามไม่ตอบ เขายิ้มพราว เป็นรอยยิ้มอาบยาพิษถูกส่งให้อีกฝ่ายอย่างจงใจให้รู้ตัว คาราเมลยู่หน้าก่อนจะก้มลงอุ้มเซนเซย์ที่เข้ามาคลอเคลียขาเขา

“ถ้าไม่ล่ะก็อย่าปล่อยจิตสังหารออกมาสิครับ เดี๋ยวให้เซนเซย์งับจมูกเลย”

“ฮ่ะๆๆ ล้อเล่นน่ะครับ”

                เอพริลจับหน้าเซนเซย์ออกจากปลายจมูกตัวเองเมื่อเจ้าหมาจิ้งจอกหิมะกำลชังเลียจมูกเขาอย่างสนุกสนาน เกรงว่าถ้าเลียนานกว่านี้ใบหน้าขาวใส่ของคุณแม่แห่งหน่วยโวคจะเต็มไปด้วยสิว คาราเมลหัวเราะกลับ เขาเดินไปหยิบเสื้อคลุมก่อนจะออกไปพร้อมเอพริลและเซนเซย์โดยไม่ลืแปะโน้ตไว้ที่กลางหน้าผากของแอมเบอร์

“ที่นี่ตลาดใหญ่จังนะครับ”

                คาราเมลร้องเมื่อมาถึงที่หมายแล้วพบว่าบริเวณที่ตั้งร้านรวงต่าง ๆกว้างจนดูไกลสุดลูกหูลูกตา ฝ่ายเอพริลหันมายิ้มรับอย่างอารมณ์ดี

“ปกติแล้วก็ไม่ใหญ่ขนาดนี้หรอกครับ แต่นี่มันงานเทศกาล เลยขยับขยายเป็นหลายเท่า ส่วนใหญ่ก็เป็นร้านค้าจากต่างเมืองนั่นแหละครับ”

เด็กหนุ่มพยักหน้าหงึก ๆ ส่วนสายตาก็มองตามตัวตลกไปอย่างสนใจ รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ออกมาเที่ยวงานแบบนี้ก็นานแล้ว เสียงดนตรีจากขบวนพาเรทเคล้าคลอไปกับเสียงของพ่อค้าและแม่ค้าในตลาด มันให้ความรู้สึกวุ่นวายแต่กลับผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก รอยยิ้มบาง ๆปรากฎขึ้นบนใบหน้าของคนทั้งสอง ไม่ใช่แค่คาราเมลแต่เอพริลเองก็รู้สึกว่าพักนี้ตัวเองทำงานหนักเช่นกัน

“แต่เซนเซย์นี่ดีจังนะครับ เกาะหัวก็ได้”เอพริลว่าพลางมองลูกจิ้งจอกที่กยูบนหัวคาราเมลแล้วยิ้มอ่อนๆ  การที่มีจิ้งจอกเกาะอยู่บนหัวแบบนี้มันทำให้พวกเขาดูเป็นจุดสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

“ก็ต้องฝึกไว้น่ะครับ บางทีมือผมก็ไม่ว่างพอจะอุ้ม และก็ไม่ปลอดภัยพอจะให้เซนเซย์เดินเอง”

                คาราเมลตอบเสียงร่าแต่สายตายังจ้องอยู่ที่จุดจุดหนึ่งอย่างสนใจ เอพริลที่สังเกตเห็นจึงมองตามไปอย่างสงสัยใคร่รู้

“ชอบช็อกโกแลตหรอครับ?”

“ครับ...ผมชอบทำขนมทุกชนิดน่ะครับ แต่ว่าที่ทำได้ดีคือพวกช็อกโกแลต...เด็กข้างบ้านกล่าวไว้ว่าอย่างนั้น”

“จะว่าไปแล้วผมก็สงสัยนะครับคาราเมล เด็กข้างบ้านนี่ใครกันครับ?”

                นัยน์ตาสีอำพันเบนจากช็อกโกแลตหลากหลายรูปแบบตรงหน้ากลับไปยังคนถาม ดวงตาสีนิลมองผ่านเลนส์แว่นด้วยสายตาใคร่รู้ เขาไม่อยากจะละลาบละล้วงแต่เพราะการพูดถึงบ่อย ๆของคาราเมลมันทำให้เขาสงสัย เอาพริลไมได้มีเจตนาใดแอบแฝงนอกจากความอยากรู้จากใจเท่านั้น คาราเมลที่สัมผัสได้จึงยกยิม้รับ

“คนคนหนึ่งที่อยากให้ตายไปจากความทรงจำมั้งครับ”

                “เอ๊ะ...”เอพริลร้องพลางมองคาราเมลที่สาวเท้านำไป“หมายความว่าไงครับ?”หมาป่าน้ำเงินรร้องแล้วสาวเท้าตามไป

“เด็กข้างบ้านกล่าวไว้ว่าคนที่ตายจากไปด้วยชีวิต บางครั้งยังส่งผลในความคิดและความทรงจำ แต่คนที่ตายไปจากความทรงจำ ต่อให้มีตัวตนยังไงก็ทำอะไรเราไม่ได้ครับ”

                เอพริลนิ่งไป นัยน์ตาสีดำจ้องมองร่างที่เดินนำหน้าเขาไปอย่างไม่ได้เอ่ยอะไร คนตายเหรอ? ตายจากใจกับตายจากความทรงจำ...ไม่ว่าจะตายในกรณีไหนก็ล้วนแล้วแต่เป็นการสูญเสียทั้งหมดทั้งสิ้น เอพริหลุบดวงตาลง การสูญเสียเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขา พอคิดแบบนั้นกลางอกก็เหมือนว่างเปล่า เอพริลรู้สึกคล้ายว่าตัวเองสูญเสียใครสักคนไป เพียงแต่เขากลับนึกไม่ออก

 “พวกนั้นมัน...พวกหน่วยของแอมเบอร์นี่ครับ”

เสียงของคาเราเมลดึงหมาป่าน้ำเงินกลับมาจากอดีต ดวงตาปรายมองตามนิ้วมือไปเห็นพวกในชุดเครื่องแบบสีดำสนิทที่บอกยี่ห้อเป็นอย่างดีว่าหน่วยของใคร เอพริลมองแล้วเลิกคิ้ว การรักษาความปลอดภัยเป็นหน้าที่ของตำรวจทั่วไป ถึงต่อให้เป็นหน้าที่ของโวคก็จะเป็นหน่วยกลางไม่ใช่หน่วยอาชญากรรม เห็นแบบนั้นแล้วหัวคิ้วพลันกระตุก รางสังหรณ์บอกว่ามีเรื่องอย่างไม่ต้องสงสัย

“อาจจะมีเรื่องไปดูกันหน่อยก็ดีมั้งครับ”ชายหนุ่มยิ้มแห้ง

“หว้า~สงสัยเราจะไม่ได้พักแล้วล่ะครับเซนเซย์”

 

“หมอนั่นไม่ได้อยู่กับนายหรอ?”

“คาร่าเป็นใคร ทำไมต้องตัวติดกับฉันอ่ะ?”

                โอเชี่ยนหรี่ตามองเพื่อนร่วมงานอย่างอารมณ์เสียเล็ก ๆ ก็เพราะในขณะที่กำลังจะไปชวนเอพริลไปเที่ยวงานเทศกาลด้วยกันจึงเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย แต่พอเดินออกมาเขาก็ได้ยินเสียงกุกกัก ๆหน้าห้องพอส่องตาแมวก็พบกับเพื่อนร่วมงานนามเอพริลกำลังปิดประตูห้องตัวเองลง ครั้นจะเปิดประตูไปเรียกก็ทำไม่ได้เพราะดันออกมาจากห้องน้ำตัวเปล่าไม่ได้ใส่เสื้อผ้าสักชิ้น เขาจึงชวดการไปเที่ยวกับอีกฝ่าย อุตส่าห์เห็นว่าเครียดจนไมเกรนขึ้นจะพาไปเที่ยวสักหน่อยเถอะ!

“แล้วหายไปไหน?”

“ฉันจะรู้ป่ะล่ะ โธ่! คาร่านอนอยู่ที่ห้องนายนะไม่ได้อยู่ที่ห้องฉัน คนที่อยู่ด้วยตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแบบนายยังไม่รู้ แล้วคนที่เจอกันเฉพาะตอนที่ทำงานจะไปรู้ไหมอ่ะ??”

“ไปพาลอะไรมา...เอพริลนอกใจไง?”

“แอมเบอร์!!

                โอเชี่ยนเรียกอีกฝ่ายเสียงดังก่อนจะกระแทกแก้วน้ำเปล่าลงบนโต๊ะไม้กลางห้อง แอมเบอร์เหลือบตามองคนที่ทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างกับเก้าอี้ชิงช้าหวายมุมห้องอย่างไม่แสดงอารมณ์ ปกติเขาคงจะเล่นอีกฝ่ายไปแล้วที่มาเสียงดังใส่แต่สถานการณ์แบบนี้เขาพอเข้าใจ ที่โอเชี่ยนหงุดหงิดก็เพราะเอพริลอยู่ห่างตัว แต่ก็เคารพสิทธิส่วนบุคคลพอจะไม่โทร.ตามหรือไปวอแวให้น่ารำคาญ ทว่าดูเหมือนจะอดไมได้ที่จะไม่สบายใจ

“เอพริลไม่ใช่เด็ก ๆแล้วนะ...เขาไม่ใช่เมื่อก่อน นายควรจะปล่อย ๆเขาไปบ้าง”แอมเบอร์ว่าอย่างใจเย็น

“มีอะไรในตัวเอพริลที่วางใจได้มั่งอ่ะ? ทั้งพลัง ทั้งเจ๊ที่อยู่กับเขา ไหนจะผู้โกงความตายอีก แต่ละอย่างเนี่ยนะ ตัวรวมหายนะชั้นดีชัด ๆ”โอเชี่ยนกระแทกเสียงแบบคนไม่พอใจที่สุด เขาจ้องแก้วน้ำที่ปริร้าวเพราะแรงกระแทกเมื่อครู่เขม็ง เหมือนจะสะกดให้มันแตกละเอียดไป ทั้งที่รู้ดีว่าตัวเองไมได้มีพลังแบบนั้น

“ร่างกายเอพริลไม่ได้อ่อนแอเหมือนเมื่อก่อน”แอมเบอร์อ้างเพื่อให้อีกฝ่ายใจเย็น

“แต่ที่อยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะพลังของผู้โกงความตายนะ”โอเชี่ยนเถียงทันควัน แววตาที่ฉายความกังวลออกมาชัดเจนนั่นมันพาลทำให้แอมเบอร์หัวเสียขึ้นมา โอเชี่ยนเป็นพวกพิเศษถ้าเขารู้สึกอะไรคนรอบข้างจะรู้สึกไปด้วย และตอนนี้อาการพาลก็เริ่มรามไปที่แอมเบอร์อีกคน ชายหนุ่มวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ เสียงกระทบกันของพื้นไม้และแก้วคล้ายเป็นสัญญาณเริ่มต้นความเงียบของทั้งคู่

“การให้หมอนั่นได้ทำอะไรคนเดียวมันก็มีผลดีไม่ใช่หรือไง?”หมาป่าดำเอ่ยขึ้นมาในที่สุดหลังจากสงบอารมณ์ได้บ้าง”ที่หายไปตอนนั้นเขาก็ได้พบกับผู้โกงความตายไม่ใช่หรือไง?”

“ความบังเอิญมันไม่ได้มาตลอดนะแอมเบอร์ ความบังเอิญมันไม่มีครั้งที่สองน่ะเข้าใจไหม?”โอเชี่ยนคุมเสียงไม่ให้เหวี่ยงไปมากกว่านี้ เขารู้ตัวดีว่าเป็นคนที่สามารถส่งผ่านอารมณ์ให้คนรอบตัวได้โดยง่าย ตอนนี้เขาก็แค่หงุดหงิดที่อีกฝ่ายไปไหนไม่บอกเท่านั้น

“ก็ถ้ามันไม่ใช่ความบังเอิญแต่เป็น...โชคชะตา”

                นัยน์ตาสีส้มที่เสออกนอกหน้าตาเบนกลับมาด้วยใบหน้าอึ้งๆ แอมเบอร์ที่เห็นสีหน้าแบบนั้นของเพื่อนก็ถึงกับเลิกคิ้วสูงอย่างงุนงง โอเชี่ยนมองใบหน้านั้นก่อนจะยิ้มเผล่ออกมา ความหงุดหงิดในใจปลิวหายไปเหมือนใบไม้ถูกลมพัด ทางแอมเบอร์พอเห็นรอยยิ้มปัญญาอ่อนกลับมาครองใบหน้าของเพื่อนผมแดงอีกครั้งก็รู้สึกถึงสัญญาณที่ไม่ดีเอาเสียเลย

“คาร่านี่เจ๋งแหะ อยู่กับนายแค่อาทิตย์กว่าเอง”

“หมายความว่าไง?”แอมเบอร์ถามด้วยน้ำเสียงหาเรื่องเต็มแก่ รอยยิ้มแบบนี้ของโอเชี่ยนทำไมเขาจะเดาอารมณ์ไม่ถูก กำลังสนุกอะไรแน่ๆ

“นายไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่าตัวเองพูดในสิ่งที่ขัดกับตัวเองออกมา สิ่งที่มีตรรกะไม่เพียงพออย่างโชคชะตา นายไม่มีวันเอ่ยออกจากปากแน่ แต่ดูดิ นี่มันสองครั้งแล้วนะที่นายพูดมันออกมา ถ้าไม่ใช่เจ้าขอวลีเด็ด เด็กข้างบ้านกล่าวไว้ว่าคนนั้นแล้วมันจะเป็นใครไปได้อีกล่ะ”

                โอเชี่ยนว่าแล้วหัวเราะคิกคักชวนปวดประสาท แอมเบอร์บ้าตรรกะถ้าไม่ใช่สิ่งที่เห็นได้ด้วยตาใช่ว่าจะเชื่อเสียเมื่อไหร่ ก็เหมือนกับเอพริลนั่นแหละ ชายหนุ่มรู้ เพราะฉะนั้นงคู่ถึงเข้ากันได้ดีพอควร ก็อย่างว่าอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก

“ไร้สาระ พูดจาอะไรหัดผ่านสมองนายซะบ้างโอเชี่ยน แล้วก็เลิกทำหน้าปัญญาอ่อนสักที นับวันยิ่งจะเหมือนผบ.จนฉันจะนึกว่าเขาเป็นพ่อนายแล้วนะ”แอมเบอร์ว่าพลางดึงปากที่ยื่นออกมาของโอเชี่ยนอย่างแรงจนฝ่ายนั้นร้องเสียงดัง“แล้วเรื่องเอพริลนี่ยังไง? นายจะออกไปดูหรือให้หมอนั่นไปเผชิญโลกกว้างเอาเอง?”

“เผชิญโลกกว้าง? นายพูดเหมือนเอพริลเป็นคุณหนูอายุสิบสองอย่างนั้นแอหละ ถ้าเขามาได้ยินเข้านายโดยสายตาพิฆาตแน่”โอเชี่ยนว่าพลางจับปากตัวเองด้วยน้ำตาคลอ แรงแอมเบอร์มันยเบา ๆที่ไหน ถ้าปากเขาฉีกขึ้นมาสาว ๆทั้งโลกต้องรุมยำแอมเบอร์แน่ โทษฐานทำสามีแห่งชาติเสียโฉม

“ทำไงได้ เดินตามเขาเป็นลูกเป็ดตามแม่เป็ด ทั้งที่รู้ดีว่าต่อให้ไม่มีนายหมอนั่นก็ไม่เป็นอะไรง่าย ๆ”

“ทำไงได้อ่ะ ถ้าฉันไม่ตามเอพริลต้อย ๆแล้วเกิดเขาเป็นอะไรขึ้นมา เมย์คลายส์มาเยือนถึงถิ่นแน่ ไม่เอา ฉันไม่อยากเจอคุณพี่ คนอะไรน่ากลัวกว่าเมดูซ่ารวมร่างกับไททั่นตอนตกมัน”โอเชี่ยนร้องแล้วยกมือลูบแขนตัวเอง แอมเบอร์เห็นขนอีกฝ่ายลุกเป็นแนวเลย

Rrrrrrrrrrrr

                เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้นทำให้หมาป่าแดงต้องลุกขึ้นจากชิงช้าหวายละทิ้งการเถียงอย่างเอื่ยเฉื่อย ก็ไม่รู้ว่าใครโทร.มาหรอก แต่คงไม่สลักสำคัญอะไรเท่าไหร่

“คร้าบบบบ โอเชี่ยนพูดครับ”

“คุณโอเชี่ยนต้องของโทษที่โทรมานะครับ แต่สงสัยคุณคงต้องทำงานแล้วล่ะครับ”

                ฟังเสียงก็รู้ว่าปลายสายคือรองผบ.สุดเนี๊ยบของพวกเขา จากยืนหลังงอไหล่ห่อโอเชี่ยนก็ยืดตัวตรงพร้อมตั้งใจฟัง

“มีอะไรหรือเปล่าครับ ท่านรอง?”

“มีกลุ่มคนร้ายก่อความวุ่นวายที่งานเทศกาล พวกมันมีกันแปดคนเป็นเอสเปอร์สามคน”

“แล้วไงครับ?”โอเชี่ยนที่ตอนแรกดูตั้งใจฟังเริ่มออกแนวไม่อยากทำเท่าไหร่ นึกว่าจะให้ไปสืบอะไรดี ๆเสียอีก...อย่างเรื่องของคาราเมล

“อ่อ...ที่สำคัญมีคนเห็นคุณเอพริลกับคุณคาราเมลเดินอยู่ที่งานเทศกาลด้วย ฝากจัดการด้วยนะครับ”

“ครับ!!

                ทันทีที่ชื่อของคนที่ทำเขาหงุดหงิดก่อนหน้ารอดออกมาจากปากทริปเปิ้ลโอเชี่ยนก็รับคำอย่างแข็งขัน ครั้นพอจะหันไปหาเพื่อร่วมงานที่นั่งอยู่ก็ต้องยิ้มแห้งเมื่อเสียงบรรจุกระสุนปืนกดังขึ้นเป็นการบอกว่าพร้อมอย่างที่สุด

“ไปกันเลยไหม? เจ้าตัวปัญหาอยู่นั้นนี่”

                แม่งรู้ได้ไงฟระ????

 

“สถานการณ์ล่ะ?”

                โอเชี่ยนเอ่ยถามโวคชั้นผู้น้อยที่ยืนโอบล้อมพื้นที่บริเวณที่อาชญากรทั้งแปดยืนอยู่ พวกเขาเหล่านั้นยืนอยู่หน้าธนาคารแห่งหนึ่งที่ดูท่าจะไล่พวกพนักงานออกมาเสียหมดแล้ว

“พวกมันบอกว่าได้วางระเบิดไว้ยังจุดต่าง ๆตามงานเทศกาลแล้วครับ ต่อให้อพยพคนยังไงก็เกิดความเสียหายกับพื้นที่แน่ อีกทั้งเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าระเบิดเหล่านั้นอยู่ตรงส่วนไหนบ้าง เอาไงดีครับ?”โวคชั้นผู้น้อยรายงานพร้อมถามหาคำสั่งกลับ แต่คนถูกถามดันทำหน้ามุ่ยแล้วชะเง้อชะแง้ไม่มองทางคนถาม

“.....”

“โอเชี่ยน นายถามเขาเขาถามกลับก็ช่วยตอบ สายตาก็ให้มองหน้าคนพูดเหอะ”แอมเบอร์ดันใบหน้าที่ชะเง้อชะแง้มองหาเป้าหมายให้เบนกลับไปสู่โวคที่กำลังต้องการความเห็น

“ว่าแต่ฉันอ่ะ แอมเบอร์ก็มองหาคาร่าเหมือนกันแหละ”

 “เข้าไปเจรจาก่อนไหม?”

                แอมเบอร์หันไปถามหลังจากโดนจับได้ว่าตัวเองก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่เหมือนกัน โอเชี่ยนมองก่อนพยักหน้ารับแน่นอนว่าคนเจรจาย่อมเป็นเหยี่ยวข่าวอย่างโอเชี่ยนแน่ ๆ ขืนให้แอมเบอร์ทำรับรองว่าระเบิดมันต้องระเบิดไวกว่าเดิมแน่! พวกโวคแทบกู่ร้องด้วยซ้ำตอนเห็นโอเชี่ยนมากับแอมเบอร์ด้วย ขืนพ่อเหลืองอ่อนเขาฉายเดี่ยวล่ะก็ได้พินาศแน่ สายตาดีใจเหลือบมองโอเชี่ยนที่กำลังหยิบโทรโข่งขึ้นมาเปิด

“ฮัลโหลๆ ได้ยินไหมครับพวกคุณผู้ร้าย”

 “ไม่ได้ยินมั้งไอ้ขี้เหร่เอ๊ย!

“ได้ยินสินะ”

                แอมเบอร์บ่นงึมงำ ๆนี่ถ้าไม่ติดว่าโอเชี่ยนขอร้องไม่ให้ทำอะไรโดยพละการงานนี้เขาเข้าไปลุยแล้ว ฝ่ายโอเชี่ยนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ใส่ กระจองงอแงถามว่าเขาขี้เหร่จริงน่ะเหรอ ลำบากแอมเบอร์ต้องตบหัวไปหนึ่งทีเพื่อเรียกสติ นี่จะมาปราบผู้ร้ายหรือมาเล่นตลกให้พวกนั้นดูกันเนี่ย

“พวกคุณต้องการอะไรครับ?”โอเชี่ยนที่คืนสติแล้วถามเสียงสุภาพด้วยรอยยิ้มสดใส

“ความสนุก ฮ่ะฮ่าๆๆๆ”สนุกบ้านป้าแก่เด่! โอเชี่ยนบ่นในใจพร้อมกับการลอบชูนิ้วกลางด้วยการเอาตัวเองบังไว้ การเห็นความเดือดร้อนของคนอื่นเป็นเรื่องสนุกมันไม่ถูกใจเขาสุดๆ“ต้องการอะไรมากกว่านั้นไหมครับ?”โอเชีย่นเปลี่ยนสีแล้วถามซ้ำด้วยรอยยิ้มเหมือนเดิม

“ต้องการเห็นพลุระเบิดเพี้ยง!กลางงานเทศกาล...อย่าคิดตุกติกจะย้ายตัวประกันออกจากบริเวณนี้พวกเรามีเอสเปอร์หูทิพย์ เอสเปอร์ตาทิพย์ และเอสเปอร์ที่สามารถเคลื่อนย้ายสิ่งของที่อยู่ไกลตัวได้ ต่อให้พวกแกอพยพคนขึ้นเครื่องบินพวกฉันก็จะเคลื่อนย้ายระเบิดตามไปเว้ย พวกเราเฝ้ามองระเบิดไว้เสมอ อย่าคิดกู้!

“เอาไงดีง่ะแอมเบอร์ พวกมันวางแผนได้ดีพอตัว”โอเชี่ยนหันไปถามความเห็นแบบไม่ลดโทรโข่งลง รู้ดีว่าอย่างไรทางคนร้ายก็ไดยิน จะพูดเสียงเบาหรือดังก็ไม่ต่างกัน

“หยุดเวลา พ่นยาพิษ ฆ่ามันให้หมด”

“พวกฉันได้ยินนะเว้ย!

                คนที่ดูท่าจะเป็นหัวหน้าตะโกนไปหาโอเชี่ยนและแอมเบอร์ หมาป่าดำจิ๊ปากอย่างไม่ชอบใจ โดยทั่วไปแล้วเขาจะลุยไปเลยตรง ๆซัดเป็นซัด พลังเวทย์มนต์(เจ้าตัวยืนยันว่าเป็นพลังเอสเปอร์)มีไม่จำกัด ชายหนุ่มจะใช้แค่ไหนก็ได้ที่ร่างกายทนรับไหว ดังนั้นแอมเบอร์ไม่ถนัดใช่สมอง เข้าใจไหม!!

“มีอะไรกันหรอครับป๊ะป๋า?”เสียงคำถามดังขึ้นพร้อมหัวสีคาราเมลที่มุด ๆฝ่าฝูงชนมายืนข้าง ๆ

“คาร่า...เอพริล!!

                โอเชี่ยนมองคนที่แหวกฝูงชนเข้ามาหน้าตาเฉยทั้งที่ในมือยังหอบของพรุงพะรังเต็มไปหมด นัยน์ตาสีส้มมองไปที่เพื่อนร่วมงานทั้งสองก่อนเลยไปยังพวกกลุ่มคนทั้งแปดที่ยืนยิ้มกระย่องกระซิบกระซาบพลางมองคาราเมลด้วยสายตาไม่ประสงค์ดีจนแอมเบอร์ต้องดันอีกฝ่ายไปไว้ข้างหลัง ฝ่ายนั้นก็ไม่รู้เรื่องรู้ราวทำหน้างงใส่ซะอีก

“พวกป่วนงานเทศกาลสินะครับ ปกติก็เห็นจัดการได้”เอพริลปลายตามองด้วยสายตาทิ่มแทงเล็กน้อยก่อนจะเบนกลับมา

“ครั้งนี้พวกมันวางแผนมาดี คนหนึ่งหูฟังพวกเรา คนหนึ่งจับตาดูระเบิด ส่วนอีกคนสามารถเคลื่อนย้ายระเบิดได้ตลอดเวลา”

                โอเชี่ยนอธิบายฉะฉานอย่างกับขเด็กรายงานหน้าชั้นเรียน ทางเอพริลยังคงคุมความเยือกเย็นเอาไว้ได้อย่างน่าประหลาดทั้ง ๆที่ไม่ใช่พวกเจนสนามอย่างแอมเบอร์หรือโอเชี่ยน หมาป่าน้ำเงินเป็นหน่วยการเงินที่นั่งใช้คอมพิวเตอร์อยู่ที่หน่วยมากกว่า อีกทั้งยังรับหน้าที่เป็นหน่วยคุมกฎไปในตัว เรียกว่ากว่าจะได้ลงสนามแต่ละทีมีโอกาสน้อยมาก ถ้าไม่ขาดคน ก็ไม่มีใครเรียกพวกเอพริลไป

“วิ้ว~ไม่คิดว่าจะมีสมองกันขนาดนี้แหะ”

“นี่ๆเอพริลช่วยอย่าพูดอะไรที่มันมีผลต่อการระเบิดของระเบิดได้ไหมอ่า?”

                โอเชี่ยนร้องแล้วยกมือกุมหน้า กับพวกที่เป็นอาชญากรหาได้ยากที่เอพริลจะพูดดีด้วยในเมื่ออีกฝ่ายเกลียดคนพวกนี้เข้าไส้ สำหรับชายหนุ่มคนพวกนี้คือพวกไก่ได้พลอย มีไปพลังก็ไม่เห็นค่า แถมยังเอามาใช้ในทางที่ผิดด้วยซ้ำ

“แล้วจะเอายังไงล่ะครับ?”คาราเมลถามขึ้นมาในที่สุดหลังจากเงียบจนไร้ตัวตนไปชั่วคราว แต่ละคนเบนหน้ากลับมามองด้วยสีหน้าจนปัญญาในเมื่ออีกฝ่ายไม่เรียกร้องอะไรนอกจากความสนุกแล้วก็ไม่มีอะไรจะแลกเปลี่ยน คาราเมลมองหน้าคนเหล่านั้นก่อนถอนหายใจ

“ผมว่านะครับเราน่าจะ—ว๊าก!!!

                เด็กหนุ่มร้องสุดเสียงเมื่อขาเรียวไปสะดุดเข้ากับเท้าของใครสักคนในนั้นจนจิ้งจอกหิมะล่วงลงจากหัวไป ส่วนตัวเองก็พุ่งไปด้านหน้าตามแรงโน้มถ่วงของโลก เสี้ยววินาทีที่แอมเบอร์จะคว้าอีกฝ่ายไว้แต่เหมือนคาราเมลจะเบี่ยงตัวหลบจนพลาด เด็กหนุ่มหน้าทิ่มก่อนจะกลิ้งม้วนหลังสามตลบไปนอนแผ่อยู่หน้าพวกอาชญากรรมทั้งแปดพอดิบพอดี

“แหะๆ”

                คาราเมลยิ้มแห้งๆก่อนจะพยายามดีดตัวขึ้นให้ไวที่สุดเพื่อออกมาแต่กลับช้าไปกว่ามือของหนึ่งในแปดคนนั้น

“จะไปไหนล่ะจ๊ะ? คนสวย”

                แอมเบอร์ตบมือแปะที่หน้าผาก สามแล้ว...รอบที่สามแล้วที่อีกฝ่ายตกเป็นตัวประกัน ชอบถูกจับนักหรือไงนะ ทางฝั่งเอพริลก็ต้องตบหัวโอเชี่ยนที่หันรีหันขวาเป็นกระต่ายตื่นตูม เขายกมือกุมแก้ม อับจนคำพูดเมื่อเห็นคาราเมลกลายเป็นตัวประกันต่อหน้าต่อตา พอมีตัวประกันเป็นเด็กหนุ่มที่คุ้นเคยโอเชี่ยนก็ลงไปนั่งกุมขมับกับพื้น เขาไม่ได้เป็นห่วงคาราเมล แต่กลัวงานจะเละมากกว่า คาราเมลเหมือนส่วนผสมระหว่างแอมเบอร์กับเอพริล คาดเดาไม่ได้ โหดร้าย และรุนแรง

 “แบ๊ก!

                เซนเซย์ที่หล่นลงมาจากหัวของคาราเมลเดินต๊อกแต๊กๆไปหยุดเห่าอยู่หน้าโอเชี่ยนที่ ฝ่ายหมาป่าสีแดงก็ยิ้มแหย ๆให้หมาน้อย สายตาเหลือบไปมองทางคาราเมลที่ยกมือเสมอตัวยอมโดนมีดจี้แล้วก็ประหลาดใจหน่อย ๆ อย่างคาราเมลที่ทำแบบนั้นมีแผนแน่ ๆ โอเชี่ยนมองออกแต่แค่ไม่พูด ชายหนุ่มบุ้ยปากไปมาก่อนจะก้มลงไปอุ้มเซนซย์ขึ้นมาจากพื้น

“เป็นห่วงเจ้านายล่ะสิเจ้าหมาน้อย”เขาว่าพลางลูบหัวมัน ก่อนสมองจะนึกขึ้นได้ว่าคราวก่อนเขาถูกเจ้าตัวน้อยนี่งับเขาเต็มแรง กระทั่งรอยก็ยังอยู่ นัยน์ตาสีส้มเหลือบลงมอง”ก็เชื่องดีอยู่นี่นาเซนเซย์...เอ๊ะ???”

                ชายหนุ่มชะงักตัวไปชั่วครู่ก่อนจะก้มลงมองลูกจิ้งจอกในมือที่แลบลิ้นมองเขาตาแป๋ว เสี้ยววินาทีที่คนและสัตว์สบตากันก็พลันสร้างบรรยากาศประหลาด รอยยิ้มไม่สื่อความหมายผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อคมของชายหนุ่ม

“มีอะไรน่ายินดีหรือไงกับการที่คาราเมลถูกจับเป็นตัวประกัน?”

                เอพริลถามพลางก้มลงเก็บถุงใส่กับข้าวที่คาราเมลทำตกไว้ เขามองเพื่อนร่วมงานที่ส่งยิ้มให้กับหมาจิ้งจอกในมืออย่างระแวง คิดอยู่ว่านอกจากปัญญาอ่อนแล้วโอเชี่ยนอาจจะเพิ่มความประสาทหลอนไปอีกหนึ่ง แต่ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็นรอยยิ้มแบบนี้ของโอเชี่ยน แค่ไม่เคยเห็นเจ้าตัวยิ้มให้กับสัตว์มาก่อนก็เท่านั้น ต่อให้สัตว์ตัวนั้นจะมีข่าวดีขนาดไหนมาให้ก็ตาม โอเชี่ยนหัวเราะเบาๆกับท่าทีเพื่อนร่วมงานก่อนจะฉวยเอามืออีกฝ่ายมาจับไว้เปล่าๆ เอพริลที่กำลังจะโวยถึงกับเงียบปากพลันเมื่อรับรู้ได้ถึงสิ่งที่ถูกสื่อผ่านจิตใจ มุมปากเรียวกระตุกยิ้มขึ้นก่อนจะส่ายหัวเบาๆ

“อะไรกันเนี่ย...”

                โอเชี่ยนฉีกยิ้มกว้างให้แก่เอพริลพอเป็นพิธีก่อนจะเดินลั้ลลาไปหาแอมเบอร์ทั้ง ๆที่ในมือยังคงอุ้มเซนเซย์ไว้ไม่วาง สีหน้าชื่นบานของโอเชี่ยนที่ปิดไว้ไม่มิดทำให้แอมเบอร์ถึงกับเลิกคิ้วสูง

“มีอะไรน่ายิ้ม...แล้วเอพริลล่ะ??”หมาป่าดำเอ่ยถามพลางมองหน้าโอเชี่ยนที่พิลึกขึ้นทุกวัน

“ฮ่ะๆๆกลับบ้านไปเข้าห้องน้ำน่ะ”

                หมาป่าดำที่ได้ยินแบบนันก็เลิกคิ้วขึ้นไปอีก ห้องน้ำ? คนแบบเอพริลเนี่ยนะจะทิ้งสถานการณ์วิกฤติไปเข้าห้องน้ำหน้าตาเฉยได้ ฟังอย่างไรก็มีเงื่อนงำจนคิ้วขมวด

“อย่าบอกว่าหมอนั่นไปกู้ระเบิด?”

“บ้าเร๊อะ!

                โอเชี่ยนแห้วเสียงก่อนจะเนียนแตะไหล่แอมเบอร์เบา ๆ ฝ่ายนั้นจะหันมาปัดแต่พอรับรู้ได้ถึงสิ่งที่ถูกส่งผ่านมาก็เลิกคิ้วมองหน้าเท่านั้น เพียงไม่นานรอยยิ้มพราวระยับก็ปรากฏแก่สายตา เพียงพริบตาร่างของหมาป่าทั้งสองก็แยกกันไปคนละทาง โอเชี่ยนพุ่งเข้าไปด้านหน้า แอมเบอร์ประทับมือลงบนพื้นอิฐก่อเกิดเป็นแสงสว่างแสบตาก่อนเจ้าตัวจะพุ่งตามโอเชี่ยนไป

                บาร์เรียสีแดงใสก่อตัวขึ้นครอบคลุมบริเวณนั้น ปลายสุดของบาร์เรียคือร่างของหมาป่าทั้งสามที่ราวกับทำหน้าที่กำหนดขอบเขตของโดมสีใสนี้

“เป็นแผนที่ดูไร้สาระสิ้นดี”

                แอมเบอร์บ่นในขณะที่ยืนจ้องอาชญากรทั้งแปดที่ยังไม่คืนสติจากแสงสว่าง เหลือบตามองเห็นเอพริลก้มหน้าอยู่ไม่ไกล ส่วนโอเชี่ยนยืนเท้าเอวใส่แว่นกันแดดประหนึ่งเป็นนายแบบในแบรนด์สินค้า ระหว่างนั้นเองคาราเมลก็ยกมือขึ้นปัดมีดออกจากเอวตนเอง อีกมือก็จับลำแขนที่ผาดผ่านคอตนเองเอาไว้ รอยยิ้มร่าเริงสดในผุดขึ้นมาก่อนเปลี่ยนเป็นใบหน้าเรียบเฉย ร่างใหญ่ถูกเหวี่ยงข้ามหัวเด็กหนุ่มตัวเล็กลงไปกระแทกกับพื้นเป็นหลุมกว้าง คาราเมลถีบตัวกลับไปหาพวกแอมเบอร์พร้อมทั้งหันมาพวกอาชญากรแล้ววาดมือกันกระสุนที่สาดเข้ามา

                แรงถีบจากปืนทำให้ร่างถลาไปไกลกว่าที่คิด แต่แอมเบอร์เคลื่อนตัวเข้ามารับคาราเมลได้มันก่อนจะโยนเจ้าตัวดีลงพื้นแบบไม่ใยดีสุด ๆ คาราเมลลูบก้นตนเอง คิดไม่ออกว่าระหว่างไปชนเข้ากับบาร์เรียกับโดนแอมเบอร์โยนลงพื้นอะไรมันสาหัสกว่ากัน

“ทำอะไรไม่เคยปนึกษาสักนิด”แอมเบอร์ดุตามฐานะ เขาเป็นเจ้านายย่อมต้องตำหนิหากมีเรื่องเสี่ยงที่อยู่เหนือขอบเขตการรับรู้ของเขา

“ก็มันไม่มีเวลานี่ครับ”คาราเมลยู่หน้าก่อนวาดมืออีกครั้งป้องกันฝูงมีดบินที่ถูกซัดมา นัยน์ตาสีเหลืองอำพันพราวระยับราวกับเด็กเห็นของเล่น เขาเบนมันไปหาแอมเบอร์ที่ยืนอยู่ข้างตนพร้อมรอยยิ้มหวานพิมพ์นิยม“ถึงเวลาเอาจริงกันแล้วล่ะครับแอมเบอร์”


พี่หมาป่าตอบกลับมาในทันใด

เรื่องนี้ให้แกะเจ้าเล่ห์กว่าหมาเอย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #345 Dark Diamond (@hokange) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 17:41
    คำผิดค่าา (มาบ่อยเหลือเกิน ไรท์อย่าพึ่งรำคาญเรานะ แหะ ๆ)
    -ธีม ต้องใช้ ทีม นี้นะคะ ถ้า ธีม = theme
    -เริ่มราม -> เริ่มลาม (ลาม =กระจาย แพร่ไปที่อื่น)
    - วานรได้ทอง อันนี้ต้องเป็น วานรได้แก้ว รึเปล่าคะ ไม่งั้นก็ กิ้งก่าได้ทอง ( อันนี้เราไม่รู้ว่าไรท์ผิดจริงหรือจงใจเขียนอย่างนั้นนะ ถ้าไรท์ตั้งใจอย่างนั้นจริง ๆ เราก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ )
    แล้วก็ยังมีแบบที่พลาดนิด ๆ หน่อย ๆ อยู่เหมือนเดิมนะคะ ไรท์ลองเช็คดู

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 ตุลาคม 2558 / 18:02
    #345
    1
    • #345-1 Pepper (@lovery1859) (จากตอนที่ 7)
      15 ตุลาคม 2558 / 10:20
      ไม่รำคาญหรอกเจ้าค่ะ ชอบซะอีกมีคนช่วยตรวจ มองคนเดียวตาลายคล้ายจะเป็นลม ตัวหนังสือพวกนี้มันอะไรกัน@_@
      #345-1
  2. #331 ThE PriNecSs Of DeViL (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 16:58
    ต่อเรื่อยๆนะ
    #331
    0
  3. #243 KillerKill (@valasmps) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 เมษายน 2557 / 17:14
    จะทำไรกันต่อ
    #243
    0
  4. วันที่ 26 ธันวาคม 2556 / 16:12
    ชอบประโยคที่พี่หมาป่าพูดกับน้องแกะมากเลยค่ะ
    #182
    0
  5. #105 yomeki (@yomiki) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2556 / 11:30
    สนุกมากเลย แต่พิมพ์คำผิดเยอะนะ ช่วยดูล่ะกันนะขอรับ
    #105
    0
  6. วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 11:20
    สนุกมาก
    #60
    0
  7. วันที่ 18 มิถุนายน 2556 / 21:16
    ชอบๆสนุกดี
    #40
    0
  8. #17 กระดาษแผ่นต่อไป (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2556 / 18:03
    เม้นแล้วค่ะ อย่ายิงนะค่ะ ถ้าจะยิงขอหนูอ่านนิยายเรื่องนี้ให้จบก่อนนะค่ะ......
    #17
    0
  9. #16 kalio (@renessime) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2556 / 14:20
    โอ๊ย ค้างอ่ะไร อยากอ่านต่อง่ะ
    #16
    0
  10. #15 So"CrY (@bambola-love) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 11:52
    สนุกมากค่ะ
    #15
    0
  11. #13 Night (@fah2541) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 / 21:59
    ธีม = ทีม
    กำลชัง = กำลัง
    เสื้อแขนโค้ด = เสื้อโค้ท


    #13
    0