Little Sheep or Werewolf แกะตัวนั้นที่มันเป็นหมาป่า

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 24,309 Views

  • 485 Comments

  • 1,072 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    47

    Overall
    24,309

ตอนที่ 6 : Chapter4 : หมาป่าเป็นสัตว์ที่ทะนงในตนเอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1961
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    1 ก.ค. 60

Chapter 4

หมาป่าที่ทะนงในตนเอง


พี่หมาป่าบอกลูกแกะ ข้านั้นแสนจะยิ่งใหญ่

ไม่มีใครกล้าเทียบแม้เพียงเงา

                                                                                                   

“....”

                แอมเบอร์มองร่างที่นอนอยู่ข้างเขาอย่างอดกลั้น พยายามผ่อนลมหายใจไม่ให้ตนเองลงมือทำอะไรลงไป ดวงหน้าสง่าหลับพริ้มอยู่ข้างกายเขา ใบหน้าห่างกันเพียงไม่กี่เซนฯ แพขนตายาวเรียงตัวสวยทิ้งลงพวงแก้ม ปากสีลูกเชอร์รี่เผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างเคยชินก่อนเปลือกตาบางจะมีการเคลื่อนไหวเบาๆและเปิดขึ้นพร้อมกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับแสง

“อรุณสวัสดิ์ครับแอมเบอร์”

“อรุณ...สวัสดิ์ คาราเมล นายรู้ไหมว่าฉันต้องใช้ความอดทนมากแค่ไหนกับการ....”

                ใบหน้าเอ๋อๆมองคนพูดอย่างเริ่มรู้สึกใจไม่ดี เด็กหนุ่มขยับตัวถอยห่างคนที่จ้องเขาด้วยสายตาเหมือนเสือ

“กับการ....”คาราเมลทวนครับพลางลอบกลืนน้ำลายลงคอ

“กับการไม่ถีบนายตกลงจากเตียงฉันเนี่ย!? ใครอนุญาติให้นายขึ้นมากัน!!!?”

“หว๋า~ ขอโทษครับ!

                ทันทีที่แอมเบอร์ตวาดเสร็จคาราเมลก็เด้งตัวขึ้นจากเตียงพร้อมทั้งกล่าวขอโทษอย่างเกรงกลัวคนตรงหน้ามากมาย เจ้าตัวดีวิ่งปู๊ดไปที่ห้องรับแขกหนีเจ้าของห้องที่สาวเท้าตามมาพร้อมปืนในมือ เรียกว่าคาราเมลดีดร่างไปนั่งทับส้นคำนับแบบตะวันออกกันเลยทีเดียว ถ้าไม่ติดอะไรคาราเมลคงไปเอาพวงมาลัยดาวเรืองมาขอขมาแอมเบอร์ไปแล้ว

“ฉันจำได้ว่าก่อนนอนนายนอนอยู่ข้างเตียงไม่ใช่หรอ ไอ้ตัวปัญหา?”

“อ่าครับ ใช่ผมนอนอยู่ข้างเตียงแอมเบอร์”

“แล้ว-นาย-ขึ้น-มา-นอน-บน-เตียง-ฉัน-ได้-ยัง-ไง?? คาราเมล!”แอมเบอร์พูดรอดไรฟันพร้อมเอาปืนสีดำขับจ่อกลางหน้าผากคาราเมลแบบไม่ปราณีใด ๆ เขาเกลียดที่สุดคือการคนอื่นขึ้นมาวุ่นวายบนเตียงของเขา เตียงคือดินแดนศักดิ์สิทิ์ของเซคัส แอมเบอร์ ห้ามนุษย์หน้าไหนที่ไมได้รับอนุญาตขึ้นมาเด็ดขาด!

“หว๋า~ ผมไม่รู้ครับ รู้สึกตัวก็ขึ้นไปอยู่บนเตียงเองแล้ว มันเป็นสัญชาตญาณของคาราเมลครับผม! ที่มันจะรนหาที่นอนที่ดีที่สุดที่อยู่ใกล้ตัวครับ! เด็กข้างบ้านกล่าวไว้ว่าเราควรนอนบนที่นอนดีๆจะได้ไม่ปวดหลัง เดี๋ยวไขข้อเสื่อม”

“เด็กข้างบ้านเป็นตาแก่อายุร่วมร้อยหรือไง?”แอมเบอร์บ่นด้วยอารามหงุดหงิด

“ชื่อก็บอกว่าเด็กข้างบ้าน มันจะเป็นตาแก่ร้อยปีได้ไง แอมเบอร์บ้าป่ะครับ??”คาราเมลว่าพลางยู่หน้าใส่ แอเบอร์ทำไมไม่คิดล่ะ เด็กข้างบ้านก็คือเด็กข้างบ้าน ถ้าเป็นตาแก่ข้างบ้านก็ว่าไปอย่างหนึ่ง!

“อยากตายนักใช่ไหมไอ้เด็กนี่?”

“อย่างแอมเบอร์น่ะไม่มีปัญญาหรอกครับ กระจอกมาก ๆ”

“เมล!

“แอม!

“โอ้โห~~ แอมเบอร์สดใสร่าเริงแต่เช้าเลยอ่ะ ดีใจจัง ว่าไหมแม่จ๋า~ อุก!

                หลังมือกระแทกเข้ากลับหน้าอกของโอเชี่ยนจังๆจนอีกฝ่ายตัวงอ เอพริลที่มืออีกข้างหอบถุงกระดาษเอาไว้หันกลับมามองที่แอมเบอร์ที่ยืนเถียงอยู่กับคาราเมล เขากดหัวคิ้วหน่อย ๆเพราะรู้สึกเหมือนเห็นเด็กสามขวบวิ่งเอาปืนฉีดน้ำไล่กันในบ้าน ไม่รู้วส่าคนสองคนนี้ไปสนิทกันตอนไหนสิน่า

“แอมเบอร์ความดันต่ำอีกแล้ว”คนผมดำว่าพลางมองหน้าแอมเบอร์ที่หงุดหงิดสุด ๆ

“หม่าม๊า~ แอมเบอร์แกล้งผม แง~”คาราเมลที่คืนสติได้ก่อนวิ่งโล่เข้าไปกอดเอพริลเต็มแรง

รายนั้นเซไปด้านหลังสองสามก้าวแล้วตบหลังคาราเมลปุ ๆ เอพริลที่พอทำใจได้กับตำแหน่งหม่าม๊าของคาราเมลตอบเสียงติดขำๆ ก่อนจะเหลือบมองเพื่อนร่วมงานที่กำลังแผร่รังสีอัมหิตออกมาลดราวาศอก สีหน้าเหมือนอยากจับเพื่อนสมัยเด็กกับไอ้เด็กตัวปัญหาปั่นรวมกันแล้วเทลงท่อระบายน้ำ

“รักกันจังนะ ระวังไอ้โอเชี่ยนมันจะหึง”

“เกียวไรอ่า?”

                โอเชี่ยตีหน้าบูดก่อนจะโยนเสื้อแจ็กเก็ตสีน้ำเงินเข้มให้อีกฝ่าย”เจ๊ฝ่ายธุรการฝากมาให้ แกบอกว่า ถ้าแอมจังที่น่ารักของเดี๊ยนได้ใส่คงจะน่ารักแน่ๆเลย โฮะๆๆๆ เออก็เขาบอกมางี้”สามหน่อทีเหลือมองโอเชี่ยนที่เล่าประกอบเหตุการณ์ด้วยการทำเสียงอ่อนเสียงหวาน

“เล่าอย่างเดียวฉันก็พอเห็นภาพ เสียงไม่ต้อง ขนลุก”แอมเบอร์ว่าแล้วหัวเราะเหอะใน พอได้ด่าโอเชี่ยนแล้วเหมือนเขาจะอารมณ์ดีขึ้นมาเล็กน้อย ยาแก้ความดันต่ำของแอมเบอร์คือการด่าเพื่อนผมแดง ทุกคนควรจำเอาไว้

“ไอ้สายตาแบบนั้นมันอะไรอ่ะแอมเบอร์? ชิ๊ช๊ะเจ้าคนเฒ่าหัวงู”

“ยิ่งว่ายิ่งเข้าตัวเองนะป๊ะป๋า หึหึหึ”แอมเบอร์ทำเสียงล้อเลียนเพื่อนร่วมงานอย่างสนุก ส่งผลให้โอเชี่ยนหน้าคว่ำแล้วดินเป็นเด็กไมได้ดั่งใจอยู่กลางห้อง

                ทางด้านเอพริลก็ปลีกตัวลากคาราเมลมาทางห้องครัวแล้วเป็นที่แสนสงบ เพราะเบื่อการทะเลาะกันแสนประสาทเสียของแอมเบอร์และโอเชี่ยน

“ได้ข่าวว่าทำอาหารเป็นนี่ มื้อนี้คุณทำนะคาราเมล เดี๋ยวผมเป็นลูกมือให้”เอพริลยว่าพลางยิ้มอ่อน ๆอย่างแกล้งทำเป็นลืมเรื่องที่เด็กหนุ่มทำอะไรไว้บนรถ คาราเมลที่เดินนำมาหันมามองก่อนคลียิ้มให้

“ไม่เป็นไรครับหม่าม๊า เดี๋ยวผมทำให้กินเอง ปกติผมก็ไม่มีลูกมืออยู่แล้วถ้าเกิดมีขึ้นมามันจะทำให้ผมไปต่อไม่ถูกน่ะครับ”คาราเมลว่ายิ้มๆก่อนจะหยิบผักในถุงไปล้างเหมือนคิดได้แล้วว่าวันนี้จะทำอะไรกินโดยมีเอพริลที่เชื่อฟังคำแนะนำนั่งอยู่บนโต๊ะใกล้ๆซิงค์

“ที่ปลีกตัวมานี่ไม่ใช่ว่ามีเรื่องคุยหรอครับ?”

น้ำเสียงราบเรียบยดังขึ้นคลอไปกับเสียงน้ำไหล เอพริลปรายตาที่มองเรื่อยเปื่อยกลับมามองยังเด็กหนุ่มผมคาราเมลที่ยังง้วนอยู่กับการทำอาหาร

“ก็ไม่มีสักหน่อย ทำไมคิดว่างั้นล่ะครับ? ทำอย่างกับว่าตัวเองทำอะไรเอาไว้อย่างนั้นแหละ?”

“ผมไม่ได้ทำอะไรเอาไว้สักหน่อย อย่าพูดเหมือนไอ้ที่ผมทำมันไม่ดีสิครับหม่าม้า คนที่ก้าวเท้าเข้าใกล้ผมน่ะมันก็พวกคุณน่ะครับ”ดวงตาสีอัมพันปรายมองด้านหลังเล็กน้อยเพื่อดูท่าทีของอีกฝ่าย

                เอพริลยังใจเย็น ไม่มีท่าทีผิดปกติออกมาแม้แต่น้อย เขาท้าวคางกับโต๊ะ ดวงตาข้องมองคาราเมลผ่านเลนส์แว่นใสสะอาด เรื่องใครก้าวเท้าไปหาใครเอพริลไม่เข้าใจนักหรอก แต่ละฝ่ายถึงดึงเข้ามาหาใกล้และมีโชคชะตาทำให้ต้องพานพาบกันนั่นคือสิ่งที่ปมาป่าน้ำเงินทราบ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่คนจะมีโชคชะตาต่อกัน จะมีอะไรผิดแปลกไปก็แค่ความรู้มากไม่เข้าท่าของคาราเมลนั่นแหละ

“ใครจะก้าวเท้าเข้ามาก่อนหรือหลังอันนี้ผมไม่ทราบนะครับ รู้แค่ว่าถ้าก้าวท้าเข้ามายังจุดเดียวกันแล้ว มันเป็นเรื่องยากที่จะก้าวเท้าออกไป”

                เสียงหัวเราะในลำคอดังแว่วมาไม่ได้ทำให้หมาป่าสีน้ำเงินแปลกใจแม้แต่น้อย ตอนนี้พวกเขาเหมือนเล่นสงครามปราสาทย่อมๆกันอยู่การที่จะมีเสียงหัวเราะแบบนี้มันดูเป็นปกติดี คาราเมลยังหันหลังให้และจัดการผักบนเขียง ทว่าไม่เคยละสมาธิไปจากเอพริลแม้แต่น้อย

“ร้ายจังนะครับหม่าม๊า”

“ก็พอกันนี่ครับคาราเมล”

                ลูกจิ้งจอกหิมะเดินมาคลอเคลียอยู่กับขาเอพริลดึงให้ขาก้มลงไปสนใจ ในดวงตาที่จ้องมองขึ้นมาหาใช่ความไร้เดียงสาเฉกเช่นสัตว์ป่าทั่วไป แววตาของมันมีความรู้สึกนึกคิดไม่ต่างจากมนุษย์สักคน และตอนนี้ราวกับว่ามันกำลังประกาศก้องบอกเอพริลเรื่องที่ตนใช่จะไร้เงื่อนงำ

“ดูท่าจะไม่ใช่จิ้งจอกธรรมดาจริงๆอย่างที่บอกสินะครับ คงประมาทไม่ได้...”

                คาราเมลหันมามองร่างที่กำลังก้มลงอุ้มเจ้าจิ้งจอกขึ้นมานอนบนตัก เซนเซย์หลับตาพริ้มอยู่บนนั้น ท่าทางก็ไม่ต่างจากจิ้งจอกทั่วไป แต่ความรู้สึกในใจบอกเอพริลได้ว่าอย่าประสาทอะไรก็ตามที่เป็นของคาราเมล ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงหรือตัวของคาราเมลเอง ทั้งความสามารถและความคิดไม่ใช่สิ่งที่เขาจะคาดเดาได้

“ก็นะครับ เด็กข้างบ้านบอกไว้ว่าอย่าได้ประมาทกระทั่งเหรียญเล้ก ๆหนึ่งเหรียญ ถ้าใจมนุษยืผู้ถือครองเหรียญนั้นอยากจะสังหารใครสักคน เขาก็สรรค์หาวิธีจะเอามันไปใช้เป็นอาวุธได้อยุ่ดี”

“เหรียญเดียวที่เอาไปรวมกับเหรียญนับร้อยแล้วกลายเป็นสิ่งที่หนักเป็นกิโล ๆที่ใช้ฟาดหัวคนได้สินะ”เอพริลว่าลอยๆพลางลูบหัวเจ้าจิ้งจอกไปด้วย ดวงตาคู่น้ะนไมได้จับจ้องที่คาราเมล แต่กระนั้นก็รับรู้ไดว่าอีกฝ่ายชะงักไปเสี้ยววินาทีหนึ่ง

“ฮ่ะๆ เอพริลเก่งนี่ครับที่จะเอาเหรียญมาเป็นอาวุธ อยากฆ่าใครอยู่หรือเปล่าเนี่ย?”

“ฆ่านายไง”

                มือที่ซอยกระหล่ำในมือหยุดลงขั่วครู่ก่อนจะซอยต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”งั้นหรอครับ อย่างนี้ผมควรระวังตัวใช่ไหม?”

                กึก!

“ก็ถ้าผมจะทำน่ะ ระวังให้ตายก็ไม่รอดหรอกรู้ไหม?”

                นัยน์ตาสีอำพันกระตุกวูบเมื่อจู่ ๆร่างที่ควรจะนั่งลูบหัวเซนเซย์อยู่บนเก้าอี้กลับมาอยู่ด้านหลังเขาพร้อมทั้งมือขวาที่แตะลงเบาๆที่ต้นคอเขา เสียงที่กระซิบข้างหูราวกับเสียงของยมทูตที่กำลังจะคร่าวิญญาณที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ความเงียบกลายเป็นทุกสิ่งมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังหึ่งๆสร้างความอึดอัดให้คาราเมลเป็นอย่างมาก

“คาร่า~ป๊ะป๋าหิวข้าวอ่า อ้าว! เอพริลไหนนายบอกจะไปช่วยคาราเมลทำกับข้าวไง? ทำไมมานั่งเล่นกับลูกจิ้งจอกอยู่นี่ล่ะ?”

                เสียงโอเชี่ยนที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้คาราเมลหันกลับไปมองทันควัน เขาพบโอเชี่ยนที่เดินเข้ามาตามหลังมาด้วยแอมเบอร์ที่ผมด้านหน้าเปียกเหมือนเพิ่งล้างหน้ามาและที่สำคัญที่เก้าอี้ตรงนั้นก็มีเอพริลนั่งลูบหัวเซนเซย์อยู่ โดยที่เจ้าตัวน้อยหลับปุ๋ยอย่างไม่รู้สึกรู้สา เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอ รู้สึกเหมือนตนเองไปยืนอยาปากเหวนรกก็ไม่ปราน

“ก็คาราเมลบอกว่าไม่ต้องช่วย ผมก็ไม่อยากเกะกะนี่ เนาะคาราเมล”

“ค..ครับ”

                ร้ายกาจถึงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

คาราเมลยกมือลูบคอตนเองเบา ๆแล้วหันกลับไปสนใจอาหารต่อทว่าต่ก่อนหันกลับไปเขาได้รับรอยยิ้มเยือกเย็นจากร่างโปร่งที่นั่งอยู่ด้านหลังการยืนของโอเชี่ยนและแอมเบอร์ มันเป็นรอยยิ้มที่ตีค่าไม่ออกจริงๆ

 

“เสร็จแล้วคร๊าบ~”

“ไหนๆมื้อนี้มีอะไรกินบ้าง โอ้โห~~ อันนี้ฉันชอบ~

“หอมเชียวนะครับเนี่ย”

“หนวกหูน่าพวกนาย จะตื่นเต้นกันไปทำไม??”

                เสียงพูดคุยดังขึ้นทันทีที่อาหารมาวางลงบนโต๊ะ สมาชิกโวคทั้งสามนั่งรออยู่บนตะอาหาร เพราะว่าที่โวคคนใหม่ผู้ทำหน้าที่พ่าครัวไล่พวกเขาออกมา ปากบอกว่าเพราะพวกแอมเบอร์เกะกะ แต่ในความเป็นจริงแล้วคาราเมลมัวแต่ระแวงเอพริลจนไม่มีสมาธิต่างหาก เขาไม่น่าไปกวนประสาททางนั้นเล่นเลยจริง ๆ ใครจะคิดว่าจะกัดไม่บล่อยขนาดนี้

“เสต็กหมูคุโรบุตะ สลัดผักนานาชาติ ซุปไข่ใส่สาหร่าย แล้วก็ตบท้ายด้วยขนมปังกระเทียมครับผม เครื่องดื่มเป็นน้ำมะพร้าวสดจากลูกฝีมือการเฉาะโดยฟันหน้าของเซนเซย์ ผมล้อเล่นน่ะครับอย่าทำหน้าเครียด แล้วก็ของหวานในตู้เย็นเป็นไอศกรีมผลไม้ครับ”

“ไอ้เสต็กกับซุปไข่นี่มันเข้ากันตรงไหน? แล้วมะเขือเทศนี่มันอะไร ไม่เอา”แอมเบอร์ใช้ส้อมจิ้มมะเขือเทศลูกน้อยออกจากชามสลัดแล้วสะบัดมันทิ้งลงทั้งขยะแบบไม่ถามความสมัครใจของคนอื่นเลยว่าต้องการมะเขือเทศพวกนั้นหรือปล่า

“ไม่ได้นะครับแอมเบอร์ เด็กข้างบ้านบอกว่าเราควรกินอาหารให้ครบห้าหมู่นะครับ”คาราเมลวิ่งเข้าไปเอาชามรับมะเขือเทศน้อยกว่าสิบลูกที่แอมเบอร์โยนลงถังขยะอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ไอ้คนทิ้งก็ปาทิ้งรว ๆ ไอ้คนรับก็รับแม่นเสียนึกว่าซ้อมแข่งกีฬากันอยู่ คนมองสองคนยกมือเกาหัว คนพวกนี้ตอนเด็ก ๆไม่มีใครสอนหรืออย่างไรว่าห้ามเล่นของกินน่ะ!

“แล้วไอ้เด็กข้างบ้านนี่ใคร ทำไมฉันต้องฟังมันด้วย?”แอมเบอร์เริ่มหงุดหงิดเพราะโดนขัดใจเนื่องจากคาราเมลเอามะเขือเทศกลับมาใส่ในชามสลัดตามเดิม ดังนั้นเขาจึงพาลไปกถึงเด็กข้างบ้านผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ของคาราเมล

“ก็เด็กข้างบ้านไงครับ แอมเบอร์ไม่โง่สิ”

“.....”

“เออ!!

                แอมเบอร์กระแทกเสียงด้วยอารมณ์บูดๆโดยเพื่อนอีกสองคนไม่คิดจะช่วยแม้แต่น้อย เพราะการเห็นแอมเบอร์หงุดหงิดมันเป็นอะไรที่ทำให้รู้สึกดีเหมือนกัน(?) ปกติแอมเบอร์มีแต่จะทำให้คนอื่นหงุดหงิด คราวนี้เป็นฝ่ายถูกทำให้หงุดหงิดบ้างก็เป็นเรื่องนร่ายินดี

“ก็ลองกินก่อนดิครับ อร่อยออก มันจะเปรี้ยว ๆ”คาราเมลที่ถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วจิ้มมะเขือเทศในชามสลัดตัวเองส่งให้อีกฝ่าย

“ก็เพราะมันเปรี้ยวไงฉันถึงไม่กิน”แอมเบอร์บอกเหตุผลก่อนจะเอียงหัวหลบมะเขือเทศที่พุ่งมาโดยยังติดกับส้อมอยู่

“น่า...นะครับชิมดู เห็นป่ะ หม่าม๊ากะป๊ะป๋ายังกินเลย”

“เอ๊า!เกี่ยวไรกะพวกเราล่ะ?”โอเชี่ยนว่าหน้างงๆ

“ก็เด็กข้างบ้านบอกไว้ว่าถ้าอยากให้เด็ก ๆกินผักให้ยกตัวอย่างคนที่อยู่ในวงข้าวนี่ครับ อ่อต้องเป็นคนที่เด็กคนที่เราอยากให้กินผักรู้สึกเหนือกว่าด้วยนะ”

                เอพริลที่กำลังหั่นเสต็กในจานตัวเองเงยหน้าขึ้นมาเบ้หน้า”แรกๆเหมือนจะว่าว่าแอมเบอร์เป็นเด็ก แต่ไหงพอหลัง ๆมาบอกว่าแอมเบอร์เหนือพวกผมได้ล่ะครับคาราเมล มันควรจะดีใจใช่ไหมที่เหนือกว่าเด็กเนี่ย”เอพริลว่าพลางเบ้หน้าอีกคน รู้สึกเหมือนถูกด่าอ้อมโลกอย่างไรก็ไม่รู้ หรือเป็นการแก้แค้นของคาราเมลกัน?

“โอ๋ๆ ผมไม่ได้ว่าหม่าม๊าซะหน่อย เพราะงั้นแอมเบอร์กินเข้าไปครับ!

คาราเมลพูดประโยคที่ไร้ความเชื่อมโยงออกมาหน้าตาเฉย ไม่สนใจบริบทหรือหลักไวทยากรณ์ใด ๆทั้งนั้น เขาพยายามเอามะเขือเทศยัดใส่ปากแอมเบอร์แบบพยายามสุด ๆของพยายาม

“ไม่เกี่ยวเลย ไม่เอา!”แอมเบอร์ปฏิเสธแบบเด็ดขาด ให้หัวเด็กตีนขาดอย่างไรก็จะไม่แตะต้องเจ้าอสูรกายสีแดงลูกเปล่งนี่เด็ดขาด นี่มันผลไม้อาถรรพ์

“เด็ก”

“เอามานี่เลย”แอมเบอร์ที่เส้นกระตุกเพราะคำนี้ดึงมือคาราเมลที่ถือส้อมจิ้มมะเขือเทศอยู่เข้าหาตนเองก่อนจะอ้าปากรับ ชายหนุ่มเคี้ยวกรุ่บ ๆท่ามกลางสายตาจะหัวเราะมากก็กลบัวถูกพาลเอาของเอพริลและโอเชี่ยน

“เป็นไงอร่อยใช่ป่ะล่ะ?”คาราเมลดึงมือกลับมาท้าวคางมองหน้าคนผมสีเหลืองอ่อนที่ค่อยๆเคี้ยวมะเขือเทศด้วยสีหน้ายากจะบรรยาย

                สีหน้าเหยเกของแอมเยบอร์เกหิดขึ้นอยู่ชั่วครู่ก่อนเจ้าตัวจะลุกออกจากที่นั่งแล้วพุ่งไปห้องน้ำทันที เสียงอาเจียดังมาไม่ขาดสายจนคนบนโต๊ะอาหารหน้าเจื่อน คาราเมลยกยิ้มข้างเดียวก่อนจะวิ่งตามไปดูอย่างสำนึกผิด ไม่คิดว่าคุณแอมเบอรืของพวกเขาจะอ่อนไหวต่อมะเขือเทศขนาดนี้ คาราเมลรีบวิ่งไปลูบหลังแอมเบอร์ที่โกงคออาเจียนอยู่กับโถส้วมโดยมีเอพริลและโอชี่ยนตามมาติดๆ

“อ่า...แอมเบอร์ครับผมขอโทษ ไม่คิดว่าจะเป็นขนาดนี้”คาราเมลว่าเสียงอ่อยโดยมีเจ้าจิ้งจอกน้อยมาจ้องด้วยสีหน้ารอคอยแอมเบอร์อยู่ข้าง ๆ มันคงคิดว่าที่ทุกคนรีบวิ่งมาน่าจะมีเรื่องสนุก...

“ผักบ้าอะไรก็ไม่รู้!

                ว่าแล้วก็มุดหัวลงชักโครกอีกรอบ คาราเมลหันไปยิ้มแห้งๆให้อีกสองคนที่ดูท่าจะกินอะไรไม่ลงแล้วก่อนจะทำปากขมุบขมิบ

“ทำไมไม่บอกครับว่าแอมเบอร์ไม่ถูกกับมะเขือเทศ?”

“ก็...ไม่รู้เหมือนกันอ่ะ”โอเชี่ยนขยับปากบอกไปก่อนคาราเมลจะยกมือตบหน้าผากแปะแล้วหันมองที่เอพริลที่ยกมือขึ้นจ๋อยๆ

“ผมรู้...แต่อยากแก้ลงแต่ไม่คิดว่าจะขนาดนี้”

                โอเชี่ยนที่อยู่ใกล้ได้ยินเสียงกระซิบแผ่วๆของเอพริลก็ถึงกับเข้าไปขย้ำคออีกฝ่ายโยกไปมาจนหมาป่าน้ำเงินใกล้ขาดใจตายนั่นแหละถึงได้ยอมปล่อย

 

“ไหวหรือเปล่าแอมเบอร์?”

                เอพริลยื่นแก้วน้ำให้เพื่อนสมัยเด็กที่ปากซีดอยู่บนโซฟาโดยมีคาราเมลนั่งพัดให้ด้วยความสำนึกผิดอยู่ข้างๆด้วยหน้าที่ซีดยิ่งกว่า ก็ปกติคาราเมลก็ขาวอยู่แล้ว พอหน้าซีกก็ยิ่งไปกันใหญ่ ฝ่ายแอมเบอร์ทำสัญลักษณ์มือใส่เอพริลแล้ววาดลงมารวบมือคาราเมลให้หยุดโบก เจ้าตัวต้นเหตุนั่งสงบเสงี่ยมอย่างรู้ตัว คิดสภาพไม่ออกว่าถ้าแอมเบอร์ยืนไหวจะเอาปืนไล่ยิงเขาเล่นหรือเปล่า

“หูลู่หางตกเป็นหมาหง๋อยเลยคาร่า ฮ่ะฮ่า ถ้านายไม่ไหวยังไงเดี๋ยวป๊ะป๋าพาคาร่าไปที่หน่วยเองก็ได้นะแอมเบอร์ ส่วนนายก็อยู่ให้เอพริลดูแลอยู่นี่แหละ”โอเชี่ยนเสนออย่างหวังดีไม่แฝงเอาไว้ซึ่งเบื้องลึกเบื้องหลังใด ๆทั้งสิ้น แต่ด้วยความหวาดระแวงทำให้อีกสองคนรีบออกปากทันควัน

“ไม่!”สองเสียงประสานกันก่อนเอพริลจะเป็นฝ่ายเปิดปาก”คุณเอ๋อขนาดนี้ไม่พาคาราเมลไปผิดที่ก็ให้มันรู้ไป อีกอย่างต้องเจอกับท่านผบ.สูงสุดนะครับ เกิดคุณไปคุยพลาดแล้วเราได้เรื่องยุ่งยากมาจะทำยังไง?”

“มันจะมีอะไรยุ่งยากกว่าการทำความเข้าใจผบ.คนนั้นอีกหรอ?”โอเชี่ยนพึมพำหน้าซื่อ ส่วนเพื่อนร่วมงานก็กลอกตาขึ้นฟ้าไปคนละทาง

“ฉันไม่ได้แย่ขนาดนั้น แค่ยังรู้สึกพะอืดพะอมกับไอ้พืชปีศาจนั่นอยู่หน่อย ๆ แต่แค่พาเจ้าเด็กนี่ไปหาผบ.ล่ะไม่ใช่เรื่องยากอะไร”แอมเบอร์ว่าก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินหายเข้าไปในห้อง เสียงฝักบัวที่แว่วมาทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังอาบน้ำอยู่

“ว่าแต่คาร่าเถอะ ทำไมรับปากตกลงง่ายจัง แอมเบอร์ไมได้เอาปืนจี้หัวให้ยอมตกลงใช่ไหม?”โอเชี่ยนถามด้วยสีหน้าจริงจัง ได้ยินเสียงแอมเบอร์ตะโกนด่ามาจากในห้องน้ำ แต่ก็อู้อี้เกินกว่าจะฟังรู้เรื่องว่าด่าอะไร คนผมแดงทำเมินเพื่อนตัวเองแล้วหันไปให้ความสนใจกับคาราเมลแบบเรียกว่าไม่คิดจะแบ่งสมาธิออกไปไหนเลย

“บ้าเปล่าครับ แอมเบอร์จะไปทำอะไรผมได้ ก็แค่เห็นว่าเข้าไปก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่นา”คาราเมลตอบพลางยักไหล่แบบคนไม่มีอะไรจะเสีย ฝ่ายเอพริลฟังแล้วเลิกคิ้วขึ้น ไม่เสวียอะไรงั้นเหรอ? ชีวิตกับสติไงที่จะเสียตอนทำงานที่โวคน่ะ ฝ่ายคาราเมลพอเห็นหนุ่มแว่นทำหน้าเครียดก็ตบไหล่แบะ ๆ“เอาน่าครับเอพริลก็อย่าซีเรียสไปเลย”

                คาราเมลว่ายิ้มๆก่อนจะกันไปมองแอมเบอร์ที่เดินออกมาจากห้องของตนเอง อีกฝ่ายหรี่ตามองเหมือนอยากจะรู้ว่าทั้งสามคนคุยอะไรกันแต่สุด้ทายก็เลือกที่จะเงียบไว้ รู้หรือไม่รู้ชีวิตเขาก็ไม่เปลี่ยนไปหรอก เมื่อแอมเบอร์ออกมาก็เท่ากับว่าทุกคนพร้อมแล้วที่จะไปยังที่ทำการโวคเขตที่4 คาราเมลอุ้มเจ้าจิ้งจอกขึ้นเพื่อพาไปด้วยกัน รู้อยู่แก่ใจว่าต้องไปเจอใคร และรู้ดีว่าถึงไม่ต้องไปเจอแต่อย่างไรการเป็นโวคของเขาต้องได้ดำเนินต่อไปแน่ เพียงแต่ก็ต้องทำตามกติกาเพื่อให้เป็นธรรมชาติล่ะนะ

 

“ที่นี่คือศูนย์บัญชาการใหญ่ของหน่วยโวคที่4 คาร่าน่าจะเคยมานะ เห็นแอมเบอร์บอกว่ากระโดดมาตัดหน้ารถเขาจากหลังคาตึกเก็บศพนี่ จิตแข็งใช่ย่อยเลยนะ ขึ้นไปนั่งชมจันทร์บนนั้น่ะ คาร่าเนี่ยนะ”

                โอเชี่ยนว่ากับคาราเมลเมื่อรถของแอมเบอร์เคลื่อนเข้ามาจอดที่หน้าตึกใหญ่ ทั้งสี่คนมารถของแอมเบอร์ด้วยเหตุผลบที่ง่ายดายคือขี้เกียจขับรถตนเอง คาราเมลนั่งหลังกับโอเชี่ยน และพอได้ยินคนผมแดงว่าแบบนั้นก็ทำตาโต ได้ยินอะไรศพ ๆเมื่อครู่นะ?

“ตึกนั่นมันคือตึกเก็บศพหรอครับ?”

                นิ้วเรียวชี้ไปยังตึกที่สูงไม่เกินสองชั้นที่มีหลังคาหน้าจั่วเหมือนบ้านดีๆสักหลัก โอเชี่ยนพยักหน้าหงึกหงักแล้วทำหน้างงใส่ ไม่รู้ว่าคาราเมลตกใจ ก็ถ้าในสำนึกของสามัญชนการไปนั่งอยู่บนหลังคาโรงเก็บศพตอนดึก ๆไม่น่าใช่เรื่องน่าอภิรมย์นัก เด็กหนุ่มขยับปากขมุบขมิบแล้วยกมือขึ้นมาตีหัวเจ้าจิ้งจอกบนจักแปะ ๆโทษฐานที่พาเขามาอยู่ในที่ ๆไม่สมควรอยู่ ทั้งที่รู้ว่าเขากลัวผีแต่เจ้าจิ้งจอกนี่ยังลากเขามาไว้ใกล้ศพอีก สมองจิ้งจอกนี่มันน่าผ่าเอาไปต้มทำอาหารพิสดารจริง ๆ

รถหรูแล่นไปจอดยังที่จอดรถประจำตำแหน่ง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำความเคารพ สายตาเหลือบมองคาราเมลด้วยสายตาสงสัยติดใจเล็กน้อย ต่เด็กหนุ่มก็เอาชนะมาด้วยรอยยิ้มสดใสแสนไร้เดียงสา ยิ่งพอเห็นเดินตาโอเชี่ยนแล้วร้องป๊ะป๋า ๆก็พาลเอาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจดเอาหัวข้อนี้ไปเมาท์กับแม่บ้านไม่ทัน แล้วก็ฉุกคิดได้ว่าว่าคนอายุยี่สิบสามไม่สามารถมีลูกอายุสิบเจ็ดไปได้ ถึงคาราเมลจะดูเด็กกว่าอายุสิบเจ็ดนิดหน่อยแต่ก็ไม่น่าเป็นลูกโอเชี่ยนได้ ไม่มีทาง...

หรือนี่คือ...

เด็กเสี่ย?

...ไร้สาระ

 “ตามปกติแล้วโวคเขาไม่รับสมาชิกเข้าหน่วยช่วงนี้ไม่ใช่หรอครับ แล้วทำไมผมถึงโดนเรียกตัวมาล่ะ”คาราเมลถามพลางสาวเท้าตามเอพริลด้วยความสงสัย โอเชี่ยนและแอมเบอร์ล้วนอยากถ่วงเวลาไปเจอท่านผู้บัญชาการสูงสุดของเขตสี่กันทั้งนั้น ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามเดินให้ช้าที่สุดจนกลายเป็นรั้งท้ายไป

“คุณอยู่ในกรณีพิเศษน่ะครับ ก็จริงอยู่ที่ปีหนึ่งเราจะบรรจุโวคเข้าหน่วยสี่สิบคนช่วงเดือนเมษา และไม่มีรอบพิเศษ แต่คุณเป็นกรณียกเว้น อีกอย่างผู้บัญชาการสูงสุดของเราเป็นคนที่เข้าใจยากมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว อาจจูกชะตากับคุณก็ได้ครับ”เอพริลบตอบด้วยรอยยิ้ม เขาคิดว่าแอมเบอร์ตอยบเรื่องพวกนี้ไปแล้วเลยไม่ทันได้เตรียมตัว แล้วเจ้าเด็กนี่ทำไมเพิ่งมาสังสัยเรื่องนี้เอาตอนที่ตกปากรับคำไปแล้วเนี่ย เชื่อเขาเลย

“จะว่าไประวังตัวไว้บล้างก็ดีนะคาร่า นายเข้ามาแบบนี้มันเด่นสุด ๆ ใคร ๆก็รู้กันว่าโวคไม่รับรอบพิเศษ”

“พวกรุ่นพี่ระดับล่างชอบรับน้องกัน นายมาคนเดียวรับรองว่าพวกนั้นมันต้องจัดหนักแน่ ยิ่งรู้ว่าไม่ได้สอบเข้าล่ะก็พวกนั้นต้องเอานายไปเป็นเบ๊สาระพัดประโยชน์แน่”แอมเบอร์พูด เขาอยากจะเตือน แต่ด้วยรุปประโยคดันกลายเป็นข่มขู่ไปเสียได้

คาราเมลทำหน้ายู่ ไม่อยากตอบกลับไปจริง ๆว่าใครหล้ามาหาเรื่องเขาก็เท่ากับหาเรื่องตายแล้ว แต่ดูมันจะกร่างเกินไปเลยเก็บปากเก็บคำไว้ เด็กหนุ่มเดินตามเอพริลไม่ทิ้งห่าง คนผมดำเดินผ่านเจ้าหน้าที่หน้าลิฟต์ไปได้ แต่คาราเมลไม่ เขาถูกกระบองอันเขื่องฟาดลงมากันแบบเฉี่ยวปลายจมูกไปนิดเดียว เด็กหนุ่มยกมือลูบจมุกตนเอง เสี้ยววินาทีหนึ่งที่กดตาใส่ก่อนจะเปลี่ยนมาทำหน้าตาน่ารักแบบเด็กน้อยน่าทะนุถนอมแทน

“นี่!! ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้ามานะ!”เจ้าหน้าที่คนนั้นว่าเสียงดังจนคาราเมลต้องยกมืออุดหู

“เซนเซย์ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง เซนเซย์เป็นอาจารย์นะ”เด็กหนุ่มเถียงเต็มเสียง ไม่รู้โกรธอะไรทั้งที่เจ้าหน้าที่คนนั้นก็พูดความจริง อาจารย์ไม่ใช้ประเภทของสิ่งมีชีวิตแต่เป็นตำแหน่งและหน้าที่ต่างหาก แอมเบอร์นวดขมับ

                ฝ่ายคาราเมลมองหน้ายาม...หมายถึงผู้ดูแลความปลอดภัยหน้าประตูลิฟต์อย่างไม่ชอบใจที่มาว่าเซนเซย์ของเขาเป็นแค่สัตว์เลี้ยง ตอนนี้เด็กหนุ่มยืนหน้ามุ่ยโดยปราศาจากความช่วยเหลือ เอพริลยืนมองแบบคนอยากรู้ว่าคาราเมลจะทำอย่างไร ส่วนโอเชี่ยนถูกแอมเบอร์เอามืออุดปากแล้วดึงไปทางร้านกาแห อย่างกับบททดสอบย่อยแหน่ะ คาราเมลมวดคิ้วแล้วสาวเท้าไปข้างหน้า

“ก็บอกว่าห้ามเข้าไง!

“ก็จะเข้าเนี่ย!

                คาราเมลออกเสียงเถียงบ้างอย่างไม่ลดละ พอเห็นอีกฝ่ายไม่ยอมให้เข้าก็หลบหน้าหลบหลังจนสุดท้ายก็กระโดดข้ามไปหาเอพริลได้ เด็กหนุ่มทำหน้ามุ่ยเข้าไปกอดแขนเอพริลแล้วหันมาหาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

“ผมมากับเอพริล คุณไม่เห็นหรือยัง ส่วนเซนเซยืเองเป็นเอสเปอร์ที่ร้ายกาจมากกว่าเอสเปอร์ทั่วไป คุณมันตาไม่ถึง ไร้ความสามารถ!”คาราเมลประกาศก้องแลบ้วหันไปกระซิบใส่เอพริลแบบเคือง ๆ”หม่าม๊าไม่ช่วยผมเลย คนใจร้าย”

เพราะคาราเมลทำหน้าได้น่าเอ๋นดูไม่น้อยเอพริลจึงยกมือขยี้หัวอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มแล้วยอมหันไปรับรองกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ ไม่คิดเหมือนกันว่าจะมามุกเด็กเส้น เขาคิดว่าคาราเมลจะซัดยามจนสลบเสียแล้ว ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็โดนรุมจับยัดเข้าคุกแน่ ๆ ฝ่ายคาราเมลก้าว้ข่าลิฟต์ไปแล้วหันมาเชิดใส่ผู้ดูแลนอกลิฟต์ที่ยืนอึ้งเมื่อเห็นเอพริลยิ้ม ทางด้านเซนเซย์ที่ลงเดินเองก็เดินมาฉี่ใส่ขาผู้ดูแลแล้วเดินเชิดหนีตามคาราเมลไปเหมือนกัน จากนั้นโอชั่ยนกับแอมเบอร์ก็โพล่ตามากระโดดเข้าลิฟต์ไปอีกคน

“เซนเซย์ไม่ชอบที่นี่”

“ห๊ะ?”

                โอเชี่ยนที่กำลังบ่นงึมงำอย่างไม่พอใจกับแอมเบอร์หันไปให้ความสนใจกับคาราเมลที่พูดออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ก็เขาห้ามเอาสัตว์เขา นายก็ยังไปโกหกเขาอีกว่าเจ้าจิ้งจอกนี่เป็นเอสเปรอ์ แล้วยังเว่อร์ไปนั่น ห่างกันสักวินาทีมันไม่ตายหรอกน่า”แอมเบอร์เหน็บแนมเมื่อเห็นคาราเมลกอดเซนเซย์ไว้กับตัว ฝ่ายเด็กหนุ่มยู่หน้าใส่แล้วตอบกลับ

“ผมไม่ได้โกหกสักหน่อย เซนเซย์เป็นเอสเปอร์นะ จริง ๆจะเรียกเอสเปอร์ก็ไม่ถูกหรอก แต่เขาเก่งมาก ๆเลยด้วย!”คาราเมลว่าอย่างหนักแน่นก่อนจเอ่ยนอีก”อีกอย่างที่เซนเซย์ไม่ชอบที่นี่ไม่ใช่เพราะเจ้าหน้าที่คนเมื่อครู่สักหน่อย แต่เขาไม่ชอบใจกลิ่นต่างหาก”

“กลิ่น? หมายถึงกลิ่นลูกพีชพวกนี้หรอครับ?”เอพิรลทำจมุกฟุดฟิดๆดมกลิ่นน้ำยาปรับอากาศที่ผู้บัญชาการเขาเป็นคนเลือกมา สำหรับเขาที่ชินแล้วมันก็ไม่ได้อะไรมากมาย ก็หอมดีอยู่หรอก”ทั่วหน่วยก็กลิ่นนี้หมดนั่นแหละ เขาจะอยู่หรือไม่อยู่ก็ยังวิ่งฉีดเสปรย์กลิ่นนี้ไปทั่วตึกอยู่ดี ค่าเสปรย์พวกนั้นแพงชะมัด”

“วิญญาณเจ้าหน้าที่การเงินเข้าสิงแล้วจ้า”แอมเบอร์ร้องหน้าตายก่อนจะโดนเอพริลถลึงตาใส่

“กลิ่นลูกพีช...เป็นกลิ่นที่ไม่น่ารักเลยเน๊อะเซนเซย์”

“แบ๊ก!

“นี่คาร่า...เราน่ะมีอะไรกับกลิ่นนี้หรือเปล่า?”

                โอเชี่ยนอดถามอย่างสงสัยไม่ได้เมื่ออีกฝ่ายแสดงออกมาทางสีหน้าขนาดนั้น คาราเมลยักไหล่แทนคำตอบเหมือนกับจะบอกให้ข้ามๆมันไป มันไม่ได้สลักสำคัญอะไรเท่าไหร่

ทั้งสี่คนเดินออกจากลิฟต์มาสู่ชชั้นยี่สิบที่เป็นชั้นรับรองของพวกระดับสูง ถ้าไม่ใช่หัวหน้าหน่วยขึ้นไปก็ไม่มีสิทธิ์มารับรองใครที่ห้องนี้ หรือถ้าแขกไม่ใช่คนยศใหญ่โตหรือเป็นนักธุรกิจพันล้านก็ไม่สิทธิ์เข้าใช้เหมือนกัน เพราะแบบนั้นการที่คาราเมลถูกลากมายังชั้นนี้จึงถูกพวกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมองแบบสงสัยสุด ๆ

“ดูท่าเขาจะตั้งตารอคุณน่าดูเลยนะ”

                เอพริลว่าพลางมองรอดเข้าไปในห้องกระจก กลุ่มเส้นผมสีขาวบริสุทธิ์เลยพ้นพนักพิงขึ้นมา ส่วนอีกจุดสังเกตหนึ่งก็คือรองผู้บัญชาการหัวแดงเหลือบส้มขของทริปเปิ้ล อีกฝ่ายพอสังเกตเห็นพวกโอเชี่ยนที่อยู่ด้านนอกเลยสะกิดให้เบลเฟกอลเลิกสนใจรูบิคในมือแล้วให้สนใจคนที่จะเข้ามาแทน ทางคนผมขาวทิ้งของในมือแล้วหมุนตัวกลับไปโบกมือให้แบบร่าเริงเกินงามจนทริปเปิ้ลมือสั่นอยากตบหัวเจ้านาย

“ขออนุญาติครับ”

                เอพริลเอ่ยพลางเปิดประตูอย่างพอเป็นมารยาทก่อนจะเดินมาพร้อมอีกสามคน ทริปเปิ้ลผายมือเชิญพวกเขานั่งตามมารยาทที่พึงกระทำ เรียกว่าทำหน้าที่แทนเบลเฟกอลที่อาแต่ยิ้มร่าเริงใส่คาราเมลไม่เลิก มองเผิน ๆก็เหมือนาเฒ่ากำลังจะหลอกเด็กเหมือนกัน

“ดีใจจังน๊าที่ได้เจอเธอนะคาราเมล~”

                ผู้บัญชาการหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงปลื้มปิติ รอยยิ้มกว้างที่ปกติก็ประดับวงหน้าอยู่แล้วยิ่งกว้างกว่าเก่า เขาเขย่ามือคาราเมลถี่ ๆหลายที ส่วนฝั่งเด็กหนุ่มทำสีหน้าเหมือนอยากจะกัดลิ้นฆ่าตัวตายเต็มกลืนถ้าหากว่าทำได้ จะชักมือกลับก็ไม่อยากจะทำให้เสียมารยาทเกินไปนัก

“แต่ผมไม่ดีใจสักนิด ปวดหัวด้วย”คาราเมลตอบหน้าตายก่อนทิ้งตัวลงเบียดกับแอมเบอร์ทั้งที่มีที่ว่างอยู่ตัวถัดไปจากเบลเฟกอล การจงใจนั่งให้ห่างอีกฝ่ายก็น่าจะบ่งบอกความรู้สึกได้เป็นอย่างดี

“ไม่ต้องกลัวฉันขนาดนั้นก็ได้นะคา รา เมล~~~”คนผมขาวร้องอย่างอารมณ์ดีเกินพอดี

คาราเมลกรอกตาใส่อย่างเบื่อหน่ายอย่างไม่ปิดบัง ท่าทีแบบนั้นทำให้เอพริลเลิกคิ้วมองแอมเบอร์ ขนาดโอเชี่ยนยังทำปากยื่นใส่ พวกเขามั่นใจพอสมควรว่าเจ้าเด็กนี่มันแสนจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต่อให้กับเอพริลจะดูทำตัวน่าสงสัยไปบ้าง แต่ก็ไม่เคยแสดงท่าทีไม่ชอบขี้หน้าขนาดนี้ หรือจริง ๆแล้วเบลเหกอลมีพรสวรรค์จะทำให้คนยอื่นไม่ชอบขี้หน้าได้กัน...ต้องใช่แน่

“เข้าเรื่องล่ะนะ เธอคงรู้ใช่ไหมว่าฉันเรียกเธอมาทำไม?”

                เบลเฟกอลเข้าเรื่องอย่างไม่สะทกสะท้านสายตาไม่พอใจของคู่สนทนาสักนิด คาราเมลตอบรับในลำคออย่างผิดมารยาทที่เขาเป็นก่อนจะตวัดขาขึ้นไขว่ห้างอย่างไม่สนใจเท่าไหร่

“เธอจะเข้าหน่วยโวคใช่ไหมล่ะ? แอมเบอร์บอกฉันแล้วนะ”

“ครับเข้าแน่ ถ้านั่นเป็นสิ่งที่แอมเบอร์ต้องการ”คาราเมลว่าเสียงราบเรียบก่อนเสตามองเจ้าของชื่อที่เอ่ยถึงเล็กน้อย

“งั้นก็ดี!

                ผู้บัญชาการหนุ่มดี๊ด๊าเกินเหตุจนน่าหมั่นไส้ ทริปเปิ้ลได้แต่ถอนหายใจเบาก่อนจะเป็นคนพูดกับคาราเมลแทน

“คุณคาราเมลครับ เราอยากให้คุณรับตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยอาชญากรรม หรือก็คือเป็นลูกน้องที่อยู่ในการดูแลของคุณแอมเบอร์ ตกลงนะครับ?”

ทริปเปิ้ลเอ่ยด้วยรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ เป็นรอยยิ้มสุภาพที่น่ามองกว่าไอ้รอยยิ้มปัญญาอ่อนของเบลเฟกอลมากโข คาราเมลเบนดวงตาขวาง ๆไปมองเจ้าของเสียงก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นร่างเริงจนเหมือนกิ้งก่าเปลี่ยนสี เบลเฟกอลอ้าปากร้องอายาว ๆแล้วตบท้ายด้วยการมุ่ยหน้าที่คาราเมลไม่ให้ความสนใจแม้สักนิด

“ครับผม! ทริปเปิ้ลว่าไงผมก็ว่าตาม”

 “ใจคอเขาจะรู้ชื่อทุกคนเลยหรือไง?”โอเชี่ยนพึมพำ โชคดีที่มันเบามากจนคาราเมลไม่ได้ยิน

“ทำไมถึงให้เขามีตำแหน่งซะสูงเลยล่ะครับ? ท่านรองฯ”

                แอมเบอร์ตัดสินใจถามคนที่ในสายตาเขาน่าจะรู้เรื่องกว่า รองผู้บัญชาการผมแดงเหลือบส้มขยับแว่นคล้ายเป็นพิธีทั้งที่ความจริงแล้วเขาใช้เวลานั้นหาเหตุผลที่พอเหมาะมาให้แก่คนถามต่างหากเล่า

“คุณคาราเมลมีความสารถสูงเมื่อเปรียบเทียบจากสมาชิกโวคทั้งหน่วยแล้ว ทักษะทุกอย่างของเขาพอเทียบระดับแล้วด็ผ่านได้แบบไม่น่าสงสัยอะไรเลย อีกทั้งตำแหน่งผู่ช่วยของคุณก็ยังว่างอยู่นี่ครับ ทำงานคนเดียวมันลำบากนะครับ”ทริปเปิ้ลเน้นบางคำก่อนจะเสนัยน์ตาสีเขียวมองคนที่นั่งลั้นลาไม่ทุกข์ร้อนอยู่บนโซฟา อีกฝ่ายเหลือบตาขึ้นมองก่อนขยิบตาให้อย่างน่าถีบ ไม่มีการสะทกสะท้านสักนิด

“แล้วทำไมต้องเป็นผม...เอพริลก็...”

“เอพริลว่าเลขาสุดสวนยเอ๊กซ์สเป็กชายหนุ่มอยู่แล้วเธอก็น่าจะรู้นะแอมเบอร์ ทางโอเชี่ยนก็ชอบทำงานคนเดียว”

“แต่ผมก็ชอบทำงานคนเดียวนะครับ...ผบ.”แอมเบอร์กดเสียงพลางมองคนตรงหน้าอย่างกดดัน แต่อีกฝ่ายก็ยังเป็นทองไม่รู้ร้อนต่อไป

”อาชญาการเดี๋ยวนี้มันเพิ่มขึ้นมากทุกวัน จะให้แอมเบอร์ทำงานคนเดียวมันไม่ดีนะครับ ให้ผมช่วยน่ะดีแล้ว ทำงานมากๆหน้าแก่นะครับ”คาราเมลเอ่ยขัดขึ้นก่อนจะดึงหน้าอีกฝ่ายเบาๆ แต่แอมเบอร์ก็ปัดมือออกอย่างไม่อยากจะสนใจ

“เอาล่ะๆ ถึงคาราเมลจะเข้ามาอย่างพิเศษยังไงแต่ก็ต้องมีวุฒิรองรับนะ”

                เบลเฟกอลเอ่ยเรียกความสนใจจากทั้งแอมเบอร์และคาราเมล เด็กหนุ่มหันมองอย่างไม่พอใจเมื่อพบว่ามันมีเงื่อนไขไม่น่าพิศมัยแน่ๆจากชายคนนี้ เบลเฟกอลยิ้มร่าก่อนจะเอาใบลสมัครที่มีรูปคาราเมลแปะอยู่พร้อมข้อมูลส่วนตัวแบบครบถ้วนขึ้นมาโบกไปโบกมา แอมเบอร์มองทันแค่ชื่อกับสัดส่วน

“รู้ดีจังเรื่องของผมเนี่ย”คาราเมลพึมพำ เขามองทันอยู่แล้วว่าใบสมัครนั่นมีข้อมูลอะไรกรอกไว้บ้าง แล้วมันก็เป็นข้อมูลปลอมเสียสามส่วน

“คุณคาราเมลต้องเข้าเรียนที่มหาลัยของโวคนะครับ อย่างน้อยๆก็ทำงานไปเรียนไป งานพวกเราจะพยายามไม่ป้อนให้มากนัก ถ้าเกิดปัญหาอะไรก็ให้เห็นแก่การเรียนไว้ก่อนเพื่อให้จบเร็วที่สุด เต็มที่พวกรเคงช่วยได้แค่นี้นะครับ ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมครับ?”

“ทริปเปิ้ลว่าไงผมก็ว่าตามแหละครับ”

                ทริปเปิ้ลคลี่ยิ้มที่น้อยครั้งจะได้เห็นแบบเอพริลก่อนจะขยี้หัวคาราเมลเบาๆ เบลเฟกอลเห็นแบบนั้นเลยยื่นมือไปบ้างแต่เจ้าตัวดีเอี้ยวตัวหลบแบบทันท่วงที ทิ้งให้ผู้บัญชาการสูงสุดทำหน้ามุ่ยไม่ชอบใจอยู่แบบนั้น   

“ทริปเปิ้ลพาผมทัวร์ในหน่วยทีสิ ผมยังไม่รู้แผนที่เลยอ่ะครับ”เจ้าเด็กแอ๊บแบ้วทำหน้าทำตาออดอ้อนแบบไม่อายฟ้าอายดิน แน่นอนอยู่แล้วว่าคนใจดีแบบทริปเปิ้ลต้องตอบตกลง

“ใครให้ไปไหนกัน? แอมเบอร์ ทริปเปิ้ล อยู่ก่อน อีกสองคนไปทำงานได้แล้ว”เบลเฟกอลบอกเสียงขุ่นก่อนจะดึงให้ทริปเปิ้ลมาเข้าที่

คาราเมลทำหน้ายุ่ง แต่กระนั้นก็ยินยอมจะเดินออกไปแบบไม่เต็มใจนัก เพราะมีเอรพิลและโอเชี่ยนไปด้วยเขาถึงไม่ค่อยงอแงนัก ได้แต่ลึงตาใส่เบลเฟกอลแล้วเดินบ่นกระปอดประแปดออไป ดวงตาสามคู่มองตามไปจนประตูปิดลง นัยน์ตาสีม่วงเข้มของผู้บัญชาการสูงสุดเขตสี่จึงเบนมาพร้อมรอยยิ้ม

 “เรื่องที่พักของคาราเมล”เบลเฟกอลลากเสียงให้คนตรงหน้าลุ้นเล่น“ฉันจะให้คาราเมลพักกับนาย ตกลงนะ”

“ไม่ครับ”

                แอมเบอร์ตอบทันควัน แค่ชีวิตเช้าเดียวที่มีอีกฝ่ายด้วยเขาก็รู้สึกวุ่นวายพอแล้ว นี่ถ้าจะให้มาพักอีกคงไม่ไหว

“คอนโดฯของโวคก็มีนี่ครับ ถึงจะบอกว่าจะให้ผมจับตามองอีกฝ่ายยังไงก็เถอะ แค่อยู่คอนโดฯเดียวกันก็พอ”แอมเบอร์หาข้ออ้างมาต่อกรกับคนที่ดูไร้เหตุผลตรงหน้า

“คอนโดฯเต็มแล้ว ไม่มีห้องว่างเลย อีกอย่างที่นั่นก็ใกล้มหาลัยกว่า ยังไงก็ให้อยู่ๆไปเถอะฉันอนุญาตแล้วนะ”

“คุณจะมาอนุญาตได้ไงในเมื่อนั่นมันห้องของผม”แอมเบอร์กดเสียงอีกหน แต่อีกฝ่ายกลับหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเป็นเด็กปัญญาอ่อนใส่ ทริปเปิ้ลถอนหายใจก่อนหาข้ออ้างมาใช้กับแอมเบอร์อีกหน

“ช่วงกลางคืนคือเวลาที่น่าจับตามองที่สุดไม่ใช่หรือไงครับ?”

“แต่ห้องผมมีเตียงแค่หลังเดียวนะครับแล้วผมก็ไม่ยอมให้ใครมานอนร่วมเตียงทุกวัน ๆ”แอมเบอร์เถียงหัวชนฝา พยายามใช้สายตาตนเองต่อสู่กับความกดดันจากอีกฝ่าย

“เดี๋ยวเราจะออกค่าใช้จ่ายค่าเตียงใหม่ให้เองครับ จำได้ว่าห้องคุณว่างอยู่ห้องหนึ่ง ตอนนี้มันน่าจะยังว่างแบบนั้น เพราะปกติห้องพักหนึ่งห้องต้องอยู่กันสองคน มีพวกคุณสามคนที่อภิสิทธิ์พิเศษได้พักคนเดียยว การมีเด็กอีกคนเข้าไปไม่น่าเหนือบ่ากว่าแรงหรอกครับอีกอย่างเขาก็ทำกับข้าวเป็น คุณถือว่าได้ประโยชน์ด้วยซ้ำไป ถิว่าผมอนุญาตอีกคนก็แล้วกันครับ”ทริปเปิ้ลว่าด้วยรอยยิ้ม แต่ทำไมคราวนี้ถึงได้ดูน่าหมันไส้ก็ไม่ทราบได้

“ก็บอกแล้วไงว่าที่ควรจะบอกว่าอนุญาตนั่นต้องเป็นผมน่ะ”

“เราต้องการจับตาดูเด็กคนนั้นอย่างใกล้ชิดนะครับคุณแอมเบอร์ การที่นอกจากให้เขาเข้ามาทำงานในฐานะลูกน้องของคุณแล้วแน่นอนว่าเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันย่อมสำคัญพอกัน เป็นไปได้ผมอยากให้คุณจับตาดูเขาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงไม่เว้นแม้แต่ตอนเข้าห้องน้ำเลยด้วยซ้ำ”

                ทริปเปิ้ลอธิบายหน้าตาย แต่ด้วยสีหน้าแบบนั้นมันทำให้อีกฝ่ายดูน่าเชื่อถือมากกว่าผู้บังคับกาตัวจริงเป็นไหนๆ เพราะอย่างน้อยๆบรรยากาศพวกนั้นมันก็ทำให้แอมเบอร์ไม่กล้าเถียงต่อได้แต่ก้มหน้ารับกรรมอย่างไม่อาจยื่นอุทรใดๆได้เลย เอวังประการฉะนี้....

ลูกแกะถามแล้วทำไมเขาบังคับพี่ได้เล่า?

อ้าวท่านพี่...ท่านจะเงียบไมอ่ะจ๊ะ?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #383 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 20:06
    แหม~ครอบครัวสุขสันต์
    #383
    0
  2. #358 bluethunder (@wings-thunder) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 13:41
    แอมเบอร์~ เจอผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกันล่ะ!! ผู้ที่ไม่ถูกกับมะเขือเทศทุกชนิดอย่างแรง
    จำได้จนวันนี้เลย วันที่กินมะเขือเทศครั้งแรก อาการเดียวกันเลย วิ่งไปอ้วกแทบไม่ทัน มันหยึ้ยๆ แหยะๆ ยังไงไม่รู้เนอะๆ และก้อเข็ดไม่แตะมะเขือเทศมาจนทุกวันนี้
    #358
    1
  3. #344 Dark Diamond (@hokange) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 17:22
    คำผิดนะคะ
    -เลื่อยเปื่อย/เลื่อย ๆ -> เรื่อย (ถ้าเป็น เลื่อย จะเป็นอุปกรณ์ที่เอาไว้ตัดไม่หรือกริยาที่แปลว่าตักหรือหั่น ex.เลื่อยไม้)
    แล้วก็มีที่ตก ๆ หล่น ๆ อยู่พอสมควรนะคะ แต่เหมื่อนจะพิมพ์ผิดโดยไม่ได้ตั้งใจมากกว่า

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 ตุลาคม 2558 / 18:02
    #344
    1
  4. #330 ThE PriNecSs Of DeViL (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 16:34
    นุกดีคร้าาาาาาาาาาาาาาาาาา
    #330
    0
  5. #322 13th blood (@shadowstar13) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 16:25
    นี้พี่อ่านบริษัทพิทักคุณหนูด้วยเหรอครับ?(ดูจากโวค) เยดดดด แอมเบอร์จะคาราเมลกดโลด!!!
    #322
    0
  6. วันที่ 26 ธันวาคม 2556 / 15:59
    อยากได้เซนเซย์มาไว้ที่บ้านบ้างจัง
    #181
    0
  7. วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 11:10
    สนุกมาก
    #59
    0
  8. วันที่ 18 มิถุนายน 2556 / 20:48
    ชอบๆสนุกๆ
    #39
    0
  9. #25 Night-Fatima (@drakness13) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2556 / 21:09
    คาราเมลก้มลงมองถุงมือหนังคู่หนึ่ง ประโยคหลังจากนี้ไรเตอร์ผิดบึมเลยค่ะ
    #25
    0
  10. #11 rish_am (@qeen-of-night) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 14:17
    “กับการไม่ถีบนายตกลงจากเตียงฉันเนี่ย!? ใครอนุญาติให้นายขึ้มากัน!!!?”

    ตก คำว่า ขึ้น อ่าค้าบ
    #11
    0
  11. #10 rish_am (@qeen-of-night) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 13:55
    กระดึ๊บๆ
    #10
    0
  12. #9 Night (@fah2541) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2556 / 22:00
    เปิดมานึกว่าวาย 555+
    #9
    0