Little Sheep or Werewolf แกะตัวนั้นที่มันเป็นหมาป่า

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 24,304 Views

  • 485 Comments

  • 1,072 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    42

    Overall
    24,304

ตอนที่ 58 : Little Sheep XII : ‘ขอพร’{100%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 268
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 ก.ค. 60

Little Sheep XII

ขอพร

 

“หนึ่งจะพิทักษ์ สองจะทำลาย”

“หากมีแค่หนึ่งได้ ก็คงไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น”

โอเชี่ยนหลับตาฟังคำพูดที่วนเวียนอยู่ในหัวเขาช้า ๆ ยิ่งรับฟังมากเท่าไหร่ ยิ่งจมดิ่งลงไปกับมันมากเท่านั้น พลังแห่งชิเดลิตส์ ใช่ว่าจะน่ากลัวสำหรับศัตรูหรือผู้คนทั่วไปเพียงอย่างเดียว ทว่ามันยังน่ากลัวมากสำหรับผู้ครอบครองพลังที่จิตใจไม่สงบ หากเพียงคิดถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่งขึ้นมา คำตอบที่ต้องการจะดังก้องอยู่ในหัว ซ้ำไปซ้ำมาไม่อาจหยุดได้ เหมือนอย่างที่ตอนนี้ที่ในหัวของโอเชี่ยนมีแต่คำพูดของคนเป็นพ่อที่เอ่ยกับเขาไว้เมื่อนานมาแล้ว

ยามใดที่คิดถึงพรจากดวงจันทรา

ยามนั้นคำทำนายจะถูกเอื้อนเอ่ยเสมอ

หลังจากเขาเอ่ยเรื่องพรที่เขาขอกับดวงจันทร์ไปแล้วเอพริลก็เงียบไป รู้ดีว่าสถานการณ์ในใจของโอเชี่ยนไม่สู้ดีนัก แต่ทางนั้นเองคงไม่รู้เหมือนกันว่าจะปลอบอะไรออกมา ดังนั้นถึงได้เลือกที่จะบีบมือเขาเบา ๆแล้วบอกให้พักผ่อนซะก่อนจะเดินออกไป แต่ยิ่งอยู่คนเดียวก็ยิ่งฟุ้งซ่านมากขึ้นเท่านั้น โอเชี่ยนอยากจะให้เวลาตัวเองได้พักหายใจบ้างเหมือนกัน เพราะตั้งแต่กลับมาจากการนำร่างไคเซอร์ เขายังไม่ได้อยู่นิ่งเลยสักวินาทีเดียว เขารู้ตัวดี ต่อให้ได้พักก็เป็นเวลาที่ไม่นานนักด้วยเรื่องราวกับกำลังใกล้ถึงบทอวสานทุกที ๆ

โอเชี่ยนหลุบสายตามองตักตนเอง ตั้งสติแล้วทบทวนความสำคัญก่อนหลังให้ดี ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องสนใจไม่ใช่เรื่องคำทำนายของตัวเขาหรือว่าน้องชายฝาแฝด แต่เขาต้องสนใจเรื่องรับมือเหตุการณ์ในอีกเจ็ดวันข้างหน้าต่างหาก ต้องแน่ใจว่าเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว ถึงเวลานั้นจะมาวิตกกังวลเรื่องน้องชายหรือจะมาจมดิ่งเรื่องคำทำนายก็ไม่มีใครว่าอะไรแน่ ชายหนุ่มสูดหายใจแล้วยืดขึ้น แต่ยังไม่ถึงสิบวินาทีก็หงายหลังโครมลงไปกับเตียง มือปัดไปโดนแก้วน้ำพลาสติกที่หัวเตียงตกลงมา แถมแขนยังฟาดไปโดนขอบเตียงจนชาไปทั้งแถบ โอเชี่ยนนึกด่าตัวเองในใจ เหมือนร่างกายมันรู้ว่าเขาจะลุกขึ้นไปทำอะไรก็เลยสั่งให้ขีดจำกัดทำงานงั้นสิ

“ฉันไม่ใช้พลังสุ่มสี่สุ่มห้าหรอกเจ้าร่างกายบ้าเอ้ย...”

“โอเชี่ยน! นายเป็นอะไรหรือเปล่า?”

เอพริลวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาดูโดยมีเมย์คลายส์วิ่งตามมาติด ๆ สองพี่น้องวิ่งเข้าไปดูอาการคนที่นอนขว้างเตียงแบบดูก็รู้ว่าล้มลงไปกะทันหัน โอเชี่ยนส่งสัญลักษณ์ทำมือโอเคก่อนจะบีบสันจมูกตัวเองเบา ๆ

“ขีดจำกัดของชิเดลิตส์มันดันทำงานขึ้นมาน่ะสิ สมองมันก็เลยดับไปแว๊บหนึ่ง แค่ตาบอดกับหูหนวกชั่วคราวตอนสู้นี่มันยังไม่พอหรือยังไง เดี๋ยวนี้พลังในตัวชักจะเป็นนายฉันไปกันใหญ่แล้วอ่า...”

“ตาบอด?”

“หูหนวก?”

โอเชี่ยนน่าซีดฉับพลันเมื่อรู้สึกตัวว่าตนเองบ่นอะไรออกมาท่ามกลางความมึนงงของสมอง อุตส่าห์วางแผนไว้ดิบดีแล้วว่าจะไม่บอกใครเรื่องที่ขีดจำกัดทำงานในขณะสู้ จะบอกแค่ว่าตนเองมีขีดจำกัดไว้เพื่อสร้างแผนรับมือเท่านั้น แต่ดันหลุดปากบอกสองคนที่ไม่สมควรจะบอกอันดับสองและอันดับสามไปเสียได้ รู้สึกถึงรังสีทะมึนลอยคว้างมาแต่ไกลตั้งสองกลุ่มใหญ่ ๆแหนะ

“อ๋อ...นี่ฝืนตัวเองขนาดนั้นทั้งที่ข้าบอกให้เจ้าประมาณกำลังตัวเองงั้นหรือไคโตะ?”

สามก็ได้...คนที่สมควรบอกเป็นอันอับที่หนึ่งโผล่มาแล้ว...

โอเชี่ยนโอดครวยญในลำคอเมื่อได้ยินเสียงบ่นชุดใหญ่มากจาคนสามคน สลับกันพูดคนละคำสองคำแต่รวมแล้วก็ยาวเอาเรื่อง ตอนนี้รู้สึกอยากให้ขีดจำกัดทำงานเสียเหลือเกินจะได้ไม่ต้องมาฟังคำบ่นพวกนี้ เขาผิดเหรอเนี่ยที่ทุ่มเทให้กับงาน?

“ผิด!

แน่นอนว่าโอเชี่ยนไม่แค่คิด เขาพูดคำถามนั้นออกไปด้วย ไม่อย่างนั้นแล้วจะได้เสียงประสานสามเสียงในคีย์เดียวกันตรอกอัดหน้าหรือ?

ชายหนุ่มพยุงตัวลุกขึ้นด้วยสีหน้าจนใจ สองพี่น้องไซโคนเดินเข้ามาช่วยทั้งที่เขาบอกแล้วว่าไม่ต้อง พอนั่งได้ก็เจอสายตาพิฆาตของอาจารย์สุดสวยไปหนึ่งคำรบ โอเชี่ยนยิ้มเผล่ เขารู้แล้ววว่าผิดที่ทำอะไรฝืนมากเกินไป แต่มันช่วยไม่ได้จริง ๆในเมื่อเรื่องพวกนี้มันจำเป็น คราวหน้าจะไม่เป็นแนวหน้าออกรบอีก ขอเป็นกำลังเสริมอยู่หาง ๆแบบห่วง ๆก็น่าจะพอแล้ว

“ชิเดลิตส์มีขีดจำกัดในการใช้พลังก็เพื่อสมดุลของธรรมชาติและเวลา เรื่องบางเรื่องที่ชิเดลิตส์รู้และเปลี่ยนแปลงแก้ไขทำให้อนาคตผิดเพี้ยนไปจนโชคชะตาสั่นคลอนได้ ท่านหญิงชาเคียเคยบอกข้าไว้ เพราะนางรู้ดีว่าท้ายที่สุดข้าจะต้องมาสอนเจ้าต่อ และนางยังบอกอีกว่าถ้ารู้ตัวว่าถูกบอกให้หยุด เจ้าก็ควรหยุด ไม่ใช่ดึงดันต่อไป”เคียวยะตำหนิลูกศิษย์ที่นั่งทับส้นหูลู่หางตกอยู่บนเตียง มันคงเป็นความเคยชินไปแล้วที่ทุกครั้งที่โดนดุ โอเชี่ยนจะต้องนั่งทับส้น

“อีกไม่กี่นาทีก็ตั้งใจจะมาชวนไปทานข้าวอยู่แล้ว แต่ดันหลุดปากพูดอะไรให้พวกฉันดุเป็นคนแก่ไปซะนี่”

คนแก่ตัวจริงตวัดสายตามองเมย์คลายส์ขวับ แต่ทางชายผมเงินไม่ได้รู้ตัวใด ๆเขากำลังอ่อนอกอ่อนใจกับโอเชี่ยนอยู่ ทางคนผมแดงยิ้มแห้ง ๆ ส่งสัญญาณไปขอความช่วยเหลือใครสักคนก็ไม่ได้

“นี่ให้มาตามโอเชี่ยนไปกินข้าวนะ ไม่ใช่รุมดุเขา พวกคุณแม่นี่น่ากลัวจริง ๆ”

เบลเฟกอลปรากฎกายขึ้นอย่างได้จังหวะ และคำพูดนั่นก็ได้รับสายตาฆ่าหมาตายทั้งฝูงส่งไปให้ด้วย โอเชี่ยนเห็นช่องทางรอดตายจากการถูกบ่นก็รีบลุกขึ้นวิ่งไปหา แต่เพราะนอนนานเกินไปเท้าสองข้างเลยไม่มั่นคงนัก อัจฉริยะที่ถูกเรียกขานล้มกลิ้งไม่เป็นท่าไปกับพื้น เอพริลตรงดิ่งไปดึงให้ลุกขึ้น แต่พอจับแขนขวาโอเชี่ยนก็ร้องจ๊ากเสียงดัง พอถลกแขนเสื้อดูถึงได้เห็นว่าเป็นรอยช้ำเขียวเด่นหรา

“นี่นายไปทำอะไรมาเนี่ย ตอนเช็ดตัวเมื่อเช้าไม่มีนี่!”เอพริลถึงตาใส่อย่างโหดเหี้ยม คิดว่าเพื่อนตัวดีอาศัยจังหวะที่เขาไม่อยู่วิ่งแจ้นไปทำอะไรลับหลังมาอีกแล้ว

“ว๊าย มีเช็ดตัวให้ด้วยล่ะ โอ๊ย!

เบลเฟกอลโดนเคียวยะเอาแก้วพลาสติกที่โอเชี่ยนปัดตกไปปาหน้าหงาย ฝ่ายคนผมแดงพอโดนสอบสวนก็ส่ายหัวพรืดอย่างกับกลัวโดนข้อหาร้ายแรง

“ตอนที่ล้มเมื่อกี้มือไปฟาดหัวเตียงต่างหาก ไม่ได้ไปไหนเลยนะเอพริล!

โอเชี่ยนทำหน้าเหมือนคนถูกสอบสวนว่านอกใจ น้ำตาจะไหลอยู่แล้วนั่นเพราะเอพริลดันบีบแขนที่เจ็บเสียแรง คนรู้ตัวว่าทำร้ายเพื่อนซ้ำสองปล่อยมือก่อนจะส่ายหัวแล้วประครองขึ้นมาเดิน ถึงจะน่าสมเพชแต่โอเชี่ยนยังเส้นยึดอยู่เพราะนอนนานเกินไปบวกกับร่างกายสมบุสมบันขนาดหนัก ถ้าเดินได้เป็นปกติโดยไม่มีอาการใด เลยนั่นแหละที่เขาเรียกว่าไม่ใช่มนุษย์

“อาการแย่มากขนาดนี้เลยหรอ ข้าดูดพลังไปนิดเดียวเองนะ”ไคเซอร์เลิกคิ้วมองคนที่ต้องใช้ผู้ชายตัวโต ๆถึงสองคนพยุงเข้ามาด้านใน

ในห้องอาหารเหลือแค่เขากับเจ้าลูกจิ้งจอกร่างเก่าที่เขาไปเนียนอาศัยอยู่เท่านั้น ส่วนที่เหลือพอกินเสร็จก็ไปยืดเส้นเตรียมฝึกกันต่อ เวลาเจ็ดวันคนพวกนั้นไม่คิดจะปล่อยให้เสียเปล่า เมื่อมีเวลาซ้อมก็ซ้อมกันจนจะเป็นบ้าไป สงสัยต้องให้ขบวนการคุณแม่ออกปากดุบ้างสักสองสามคำแล้ว แต่ทางนั้นมีคุณแม่ยังสาว(?)แบบทริปเปิ้ลอยู่ น่าจะพอปราบได้บ้าง

“อ่อ นิดเดียวนั่นเป็นพลังฟื้นตัวผมน่ะครับ”โอเชี่ยนว่าพลางหัวคิ้วกระตุกหยิก ๆ”นึกถึงแล้วยังรู้สึกโกรธอยู่เลยครับคุณไคเซอร์ อ่า...ส่วนเรื่องจูบน่ะผมไม่ถือสาหรอกครับ มันก็เหมือนหมาเลียปากนั่นแหละ”

“อ๋า...ศิษย์เคียวยะและหลานชาเคียแบบไม่มีผิดตัวแน่แท้ ก่อนหน้านี้ยังเป็นเจ้าเด็กปัญญาอ่อนแง้ว ๆอยู่เลย ไหง๋กลายเป็นอีแบบนี้ไปได้”

“เขาก็เป็นแบบนี้กับเจ้าคนเดียวเท่านั้นแหละ”เคียวยะกดตาใส่เจ้าคนผมยาวที่นั่งประท้วงเป็นเด็กสามขวบไม่ได้ลูกอมเท่าเพื่อน ขาดไปเม็ดเดียวยังจะมาทวงอีก

“ข้าเป็นคนพิเศ—อุก!

“ทานข้าวไปครับอาจารย์ โอเชี่ยนมากินข้าวได้แล้ว ฉันเตรียมข้าวต้มเพิ่มพลังไว้ด้วยล่ะ”

เบลเฟกอลเดินผ่านหลังไคเซอร์ไปเอามือกดหัวคนผมดำลงไปในชามข้าวก่อนจะเดินไปเลื่อนเก้าอี้ให้แบบบริการคนยังฟื้นตัวไม่เต็มที่สุด ๆ เขาแค่ห่วงว่าอีกเจ็ดว่าโอเชี่ยนจะฟื้นพลังคืนมาไม่ครบ ที่นี่จะไม่โทษใครเลยนอกจากไคเซอร์ที่เสล่อเอาพลังส่วนที่เก็บไว้ฟื้นฟูร่างกายของโอเชี่ยนไป

“ผมไม่ได้เป็นง่อยนะครับ”

โอเชี่ยนประท้วงเสียเหนื่อยก่อนจะยอมนั่งลงทานข้าวแต่โดยดี พวกเอพริลก็นั่งประจำที่ลงมือทานข้าวเหมือนกัน ส่วนไคเซอร์เหมือนฝึกดำน้ำในจานข้าว ตั้งแต่โดนกดหัวลงไปก็ยังไม่เงยขึ้นมาอีกเลย และถ้าหากว่าจะตายไปโอเชี่ยนก็ไม่รู้สึกเสียดายเวลาที่ไปเอาร่างมากับพลังที่ใช้คืนร่างให้ รู้สึกได้ด้วยจิตใจสำนึกว่าคน ๆนี้สมควรตายอนาจแบบนี้แหละ

“ได้ยินพูดถึงเรื่องขีดจำกัดพลังแว่ว ๆ มีรายละเอียดมากกว่านี้ไหมโอเชี่ยน ฉันอยากจะเตรียมการรับมือเท่าที่ต้องทำน่ะ กันไว้ดีกว่าแก้”

“พอเห็นคุณจริงจังแล้วรู้สึกเหมือนเจอผิดคนเลยครับ”โอเชี่ยนว่าด้วยรอยยิ้ม ส่วนเบลเฟกอลก็ยิ้มตอบ เรื่องโดนจิกกัดถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา บรรดาคนที่คบ ๆกันอยู่ก็ไม่ได้ปากหวานน่ารักกันอยู่แล้ว เขาเรียกว่าศีลเสมอถึงได้คบกันได้จนถึงทุกวันนี้

“ขีดจำกัดของชิเดลิตส์จะออกมาในรูปแบบของการตัดประสาทสัมผัส แต่จะออกมาในกรณีของตอนที่ผมใช้พลังการรับรู้อนาคตมากเกินไป ยิ่งมองออกไปไกลและนานเท่าไหร่ สิทธิ์ที่ขีดจำกัดจะทำงานก็มากเท่านั้น เริ่มจากมองไม่เห็นชั่วคราวตามด้วยหูหนวกชั่วคราว แต่ในกรณีที่หมดสตินั่นคือผมใช้พลังทุกอย่างมากเกินขอบเขตจริง ๆ กระทั่งอำนาจเฉพาะที่ได้มาก็ถูกรวมอยู่ในขอบเขตด้วยครับ”

โอเชี่ยนอธิบายหมดเปลือกเพราะไม่มีอะไรให้เสียแล้ว ระหว่างที่พูดก็ยังโดนส่งสายตาจิกกัดและด่าทอไม่เลิกจากคนอีกสามคนบนโต๊ะ ดีนะที่เขาไม่หลุดปากพูดออกไปว่าที่ไม่ยอมบอกใครเรื่องขีดจำกัดพลังก็เพราะกลัวถูกห้ามไม่ให้ใช้ ต้องโดนบ่นหูชาอีกแน่

“แล้วรู้ตั้งแต่ตอนไหนว่าตัวเองมีขีดจำกัดอยู่”ไคเซอร์เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยถาม บนใบหน้าไม่มีเม็ดข้าวติดอยู่สักเม็ดอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ทางโอเชี่ยนทำสีหน้าเหมือนกลืนยาขม เขาอุตส่าห์ไม่พูดให้มีคนฉุกคิดเรื่องนี้ ฮีโร่เฮงซวยนี่จะเอ่ยถามขึ้นมาทำเพื่อ?

“สี่ห้าวันก่อนน่ะครับ ถ้านับวันเวลาไม่ผิดก็คงเป็นช่วงหนึ่งวันก่อนเดินทางมาถึงที่นี่”

“อ๋อ รู้มานานขนาดนั้นเลย”

เอพริลทำหน้ายักษ์ ส่วนโอเชี่ยนก็แสดงสีหน้าแบบคนไม่มีอะไรจะเสีย ถ้าเพื่อนเอาไฟของเทพีสงครามออกมาเผาเขาตอนนี้ก็ยินดีจะ(เอาไคเซอร์มา)รับอย่างหน้าชื่นตาบานไม่หลบไปไหนทั้งนั้น เขาเองที่ไม่บอกก็ใช่ว่าอยากจะปิดบัง แค่ไม่คิดว่าจะได้ลงมือปะทะเร็วขนาดที่พอเท้าแตะเขตที่ทำการโวคปุ๊ป ก็แทบจะเหาะไปสู้ปั๊ป

“ที่อยากให้รู้คือขอบเขตพลังที่ผมเพิ่งจะรู้เมื่อตอนที่หลับไปว่ามีแค่ไหนของตัวเองมากกว่า ตลอดระยะเวลาที่หลับไปสามวัน เรื่องในอดีตที่ผุดขึ้นมาแบบไม่ต้องร้องขอเลยล่ะครับ”โอเชี่ยนว่าด้วยรอยยิ้มแปลก ๆซึ่งเอพริลรู้ดีว่าเป็นเพราะอะไร”พลังของผมคือการเป็นที่รักของทุกสรรพชีวิต นั่นคือแค่คำจำกัดความที่ทุกคนรู้ พลังที่แท้จริงคือหากคุณเกิดรักผมขึ้นมา ไม่ว่าในสถานะไหนก็ตามแต่ พลังของคุณจะกลายเป็นของผมในทันที พวกผู้ใหญ่ในตระกูลไม่รู้ขอบเขตพลังนี้ ดังนั้นเลยเข้าใจว่าที่ผมทำทุกอย่างได้เพราะเป็นอัจฉริยะ ผมไม่ได้เป็น และไม่เคยเป็น”

การถูกต่อท้ายหรือนำหน้าด้วยคำว่าอัจฉริยะ สำหรับโอเชี่ยนแล้วมันไม่ใช่คำเยินยอแต่มันคือคำที่ใช้กดดันเขาให้ต้องทำทุกอย่างออกมาได้ดีกว่าคนอื่นหรือเร็วกว่าคนอื่น ทำให้ไม่สามารถพ่ายแพ้ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว ไม่ว่าทำอะไร ชิเดลิตส์ ซันชายส์ก็ต้องเป็นที่หนึ่ง ไม่ว่าแข่งขันอะไรชิเดลิตส์ ซันชายส์ก็ต้องเป็นผู้ชนะ

ซันชายส์ไม่เหมือนโอเชี่ยนเลย แม้ว่าจะเป็นคน ๆเดียวกัน เพราะชิเดลิตส์ ซันชายส์ถูกเลี้ยงดูมาให้อยู่ในกรอบที่เคร่งขัด อยู่ในขนบทำเนียมและกฎระเบียบมากมายที่ร่ายไม่หมด อยู่ในความกดดันที่ไม่อาจจะหนีออกไปได้ ดังนั้นซันชายส์จึงกลายเป็นเด็กที่ไร้ความรู้สึก จริงจัง และมีความคิดความอ่านที่ไกลจากเด็กรุ่นเดียวกัน ในขณะที่พอได้เริ่มใหม่ในฐานะโอเชี่ยน สภาพแวดล้อมทุกอย่างตรงกันข้ามไปหมด ไม่มีกฎระเบียบให้ต้องรักษา สามารถแหกปากร้องไห้เมื่อไหร่ก็ได้ที่รู้สึกเจ็บ ไปเล่นจนเนื้อตัวมอมแมมได้โดยไม่ต้องสนว่าสายตาคนอื่นจะมองอย่างไร และที่สำคัญ

...คือเขามีเพื่อน...

ไม่ว่าจะในฐานะโอเชี่ยนหรือซันชายส์ แอมเบอร์ เอพริล และพี่บลูคือเพื่อนกลุ่มเดียวที่เขามี กลุ่มแรกและกลุ่มเดียวที่จะขอใช้ทั้งชีวิตแลกมาเพื่อรักษาเอาไว้

“ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีความสุขกับตำแหน่งอัจฉริยะของตระกูลเท่าที่ควรนะโอเชี่ยน”

เบลเฟกอลเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงสบาย ๆ แต่ทันทีที่สบตากัน โอเชี่ยนรับรู้ได้ว่าคน ๆนี้เคยตกอยู่ในโชคชะตาเดียวกัน เคยถูกคาดหวัง กดดัน และบีบบังคับให้ต้องกลายเป็นคนที่แพ้ไม่เป็น โอเชี่ยนได้รับโอกาสหนี แต่เบลเฟกอลเล่า?

“แต่เจ้าก็ใช้พลังของข้าไม่ได้นี่”

ถ้าจะให้ใช้นิ้วนับว่าคนทั้งหมดที่เขารู้จักมามีใครที่อ่านบรรยากาศชาวบ้านเขาไม่เป็น โอเชี่ยนขอใช้แค่นิ้วเดียวพอ เพราะคนทั้งหมดที่เขารู้จักก็มีแค่ไคเซอร์นี่แหละที่พูดจาอะไรไม่รู้บรรยากาศหรืออ่านสถานการณ์เลย อย่างที่ถามเขาเรื่องเวลาที่รู้ว่าตัวเองมีขีดจำกัดพลังเหมือนกัน

โอเชี่ยนแทบจะไม่จิกจสายตาใส่ใคร แต่เริ่มจากไคเซอร์เลยที่เขาสาบานว่าจะใช้ให้บ่อยขึ้น คนผมแดงมองหน้าฮีโร่เฮงซวยผู้ล่อเสียของที่เคี้ยวข้าวตุ้ย ๆแล้วเอ่ยปากตอบ

“นั่นเพราะคุณยังรักผมไม่มากพอ ถึงจะเป็นที่รักของคนทั้งโลกได้ แต่การจะดึงพลังของใครสักคนมาใช้นั้น ความรักที่เขามีให้ผมต้องมากในระดับหนึ่ง ยิ่งเขารักผมมากเท่าไหร่ พลังที่ผมใช้ได้ก็จะมากเท่านั้น นั่นคือเงื่อนไขหนึ่ง ส่วนอีกเงื่อนไขคือถ้าหากเจ้าของพลังตายไป ผมจะไม่สามารถใช้พลังนั้นได้อีก แต่ก็แลกมาด้วยการที่ว่าไม่ว่าคุณจะยินยอมหรือไม่ ขอแค่รักผม พลังก็จะกลายเป็นของผม”

“ไม่รู้ว่าจะเรียกมันว่าขี้โกงได้หรือเปล่า...แต่แบบนี้โอเชี่ยนก็ต้องใช้พลังของฉันได้รุนแรงมากแน่ ๆ เพราะว่าฉันรักโอเชี่ยนมากยังไงล่ะ คุณภรรยา”เมย์คลายส์ยิ้มหน้าชื่นใส่คนยผมแดงที่นั่งตรงข้ามกัน โอเชี่ยนขนลุกเกลียว ส่วนเมย์คลายส์ตอนนี้ก็เริ่มขนหัวลุก

“เมื่อครู่เจ้าใช้สรรพนามใดเรียกขานศิษย์ข้านะ เมย์คลายส์?”

“น้องชายครับ”

“ข้าได้ยินคล้ายเจ้าจะออกเสียงว่าภรรยา?”

“คุณเคียวยะฟังผิดแล้วครับ ฟังผิดแล้ว เอาดาบออกไปจาหคอผมเถอะครับ แม่สอนไว้ว่าอย่าเล่นของมีคมตอนมืด ๆ เดี๋ยวผีผลัก”

หลังจากที่ไคเซอร์ลวนลามโอเชี่ยนจนเข้าข่ายล่วงละเมิดทางเพศไปต่อหน้าต่อตา ดูเหมือนว่าเคียวยะจะระวังทุกฝีก้าวให้กับศิษย์รักอย่างจริงจัง เอพริลส่ายศีรษะเบา ๆ ไม่คิดจะช่วยพี่ชายแต่อย่างใด กำลังจะเงยหน้าไปแซวโอเชี่ยนสักหน่อยว่าช่วงนี้เนื้อหอมนะ แต่ดันไปเจอสีหน้าเหมือนคิดอะไรไม่ตกของเจ้าคนผมแดงเสียได้

“เฮ้ย? คิดอะไรอีกล่ะ?”เอพรอลร้องทักพลางตีมือคนที่เอาแต่คนข้าวต้มในชามวนไปมาเหมือนกวนหม้อนยา มองดูก็เหมือนพ่อมดกำลังปรุงยาพิศารอยู่หรอก

“เอพริล ฉันจะใช้พลังของคน ๆนั้นได้ก็ต่อเมื่อเขารักฉันถูกไหม?”

คนถูกถามกลอกตาขึ้นฟ้าใส่คนผมแดงที่อยู่ ๆก็ตั้งคำถามงี่เง่าอย่างเรื่องที่เกี่ยวกับพลังตัวเองขึ้นมา”นายจะถามฉันซ้ำทำเพื่อ? คำพูดนี้นายเพิ่งเล่าออกจากปากเองแท้ ๆ เป็นปลาทองหรือไง?”

โอเชี่ยนไม่ตอบแต่เขาขมวดคิ้วเขาหากันอยู่แบบนั้น เอพริลเบนสายตาไปปรึกษากับคนที่พึ่งพาได้มากที่สุดอย่างเคียวยะ ทางนั้นลดดาบลงจากคอของเมย์คลายส์แล้วเอ่ยถามเสียงนุ่ม

“ศิษย์รัก เจ้ากำลังพิจารณาสิ่งใดอยู่”

“เรียนท่านอาจารย์ที่เคารพ ตอนที่ปะทะกับพี่บลูบนด่านฟ้า ผมใช้พลังน้ำแข็งของเขา”

คำพูดที่ตอบมาทำให้คนฟังต่างพากันเลิกคิ้วไปตาม ๆกัน แต่ละร่างสามารถสรุปใจความที่โอเชี่ยนต้องการจะสื่อได้ ยกเว้นอยู่คนหนึ่ง นั่นก็คือฮีโร่เฮงซวยไคเซอร์ ดูเหมือนว่าการที่ร่างถูกผนึกอยู่ในน้ำแข็งมานานจะทำให้สมองฝ่อไปจนไม่สามารถขบคิดอะไรให้เชื่อมโยงกันได้อีกโดยไม่ต้องตั้งคำถาม

“เจ้ากำลังหมายถึงอะไร?”

“ถ้าผมใช้พลังของพี่บลูได้ ก็หมายความว่าพี่เขายังรักผมอยู่น่ะสิ แล้วพลังที่ใช้ก็เทีบเคียงของจริงมากด้วย ผมเคยคิดน้อยใจ ว่าการที่พี่บลูย้ายฝ่ายไปเพราะแค่แอมเบอร์งี่เง่ามันเป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย เคยคิดว่าแล้วพี่บลูไม่เคยสนใจความรู้สึกของผมหรือว่าเอพริลบ้างหรือยังไง พอมาตอนนี้ก็เริ่มสับสนหน่อย ๆแล้วแหะ”

โอเชี่ยนเอียงคอพึมพำ ท่าทางก็ดูน่ารักดีหรอก แต่เรื่องที่จำเป็นต้องขบคิดมันมีมากกว่าการมานั่งชมกันเองว่าใครน่ารักหรือไม่น่ารัก ถ้าเรื่องที่โอเชี่ยนพูดคือคยวามจริงทั้งหมดที่เจ้าตัวไม่ได้เข้าใอจะไรผิดเพี้ยนไป นั่นหมายความว่าในใจของบลูยังมีความรู้สึกรักและเอ็นดูพวกแอมเบอร์อยู่มากเลยทีเดียว มากจนไม่สมควรเป็นความรู้สึกของคนที่ทรยศไปอยู่ฝ่ายอื่น ยิ่งคิดก็ยิ่งซับซ้อนไปเรื่อย ๆ แถมยังเหมือนมีความหวังบางอย่างเกิดขึ้นมาอีก

“ก็นั่นแหละบลู อยู่ที่ไหนก็ยังเป็นพี่บลูของพวกเธอไม่เปลี่ยน”เบลเฟกอลว่าขึ้นมาเรียบ ๆ สายตาจับจ้องอยู่กับข้าวต้มที่เจ้าตัวใช้ช้อนตักขึ้นมาแล้วเทกับถ้วยเดิมซ้ำ ๆ”ฉันเองก็ไม่คิดเหมือกนั ว่าคนที่เขายอมลบตัวเองออกจากพวกนายไปขนาดนั้นจะเปลี่ยนแปลงความรู้สึกไปได้เพียงแค่เรื่องของคน ๆเดียวน่ะหรือ เส้นทางที่บลูเลือกเดิน ฉันเชื่อเสมอว่าเขามีเหตุผล เพราะแบบนั้นถึงไม่ได้กระตือรือร้นจะเอาเขากลับมามากนัก เพราะรู้ดีว่ายังไงเขาก็ต้องกลับมา”

ที่ดูซึมไปช่วงแรก ไม่ใช่เพราะบลูเปลี่ยนฝั่งไป แต่เป็นเพราะไม่สามารถช่วยคน ๆนั้นออกจากชะตากรรมที่อยากหลีกเลี่ยงได้ทั้งที่พยามเต็มที่แล้วต่างหาก สิ่งเหล่านี้รวมถึงคำพูดทั้งหมดก่อนหน้าคือสิ่งที่เบลเฟกอลไม่เคยบอกใคร เหนือว่าใครทั้งหมดทั้งมวลในกลุ่ม เขาเชื่อใจบลูมากที่สุด ด้วยเหตุผลที่เขาเองก็ชัดเจนมาตลอด

“ทั้งที่รับรู้แต่ก็หลีกหนีชะตากรรมไม่พ้น ทำได้แค่เปลี่ยนแปลงลายละเอียดที่ไม่สำคัญ ก่อนหน้านี้พี่บลูอาจจะต้องไปอยู่ฝ่ายนั้นนั้นด้วยความเต็มใจ แต่ด้วยเส้นทางที่เดินมาในตอนนี้ เขาไปเพราะฟางเส้นสุดท้ายอย่างแอมเบอร์ขาดลง แต่หลายสิ่งที่เขาทำ ผมก็ว่ามันออกจะเกินไป”

โอเชี่ยนพูดถึงเรื่องแอมเบอร์ด้วย หากว่าสิ่งที่เบลเฟกอลเอ่ยเป็นความจริง แล้วจะอธิบายเรื่องที่บลูฆ่าแอมเบอร์อย่างไร เขาอยากจะถามคำถามนี้ แต่เพราะไม่อยากให้เอพริลรับรู้เลยเลี่ยงที่จะเก็บไป

“เรื่องนั้นน่ะไว้เจอบลูก็จะรู้เองแหละ แต่ตอนนี้เราน่าจะสนใจแขกก่อนมากกว่า”

สิ้นคำที่ผู้บัญชาการผมขาวว่า ไคเซอร์ก็ลุกขึ้นเหวี่ยงแก้วน้ำไปด้านหลังพร้อมกับตัวที่หมุนไปมอง แก้วและของเหลวใสแปลสภาพเป็นเข็มนับพันเล่มพุ่งเข้าจู่โจมคนที่ปรากฏตัวอย่างเงียบงัน ห่าเข็มถูกทำลายลงด้วยการโบกมือเพียงครั้งเดียว ของทุกอย่างกลับสู่สภาพเดิม น้ำหยดลงพื้นจนเปียกแฉะ ส่วนแก้วหล่นกระทบพื้นจนแตกละเอียด

“คิดว่าลบตัวตนได้สมบูรณ์แล้วซะอีกนะครับ”ชินเรกล่าวเรียบ ๆพร้อมมิดไนท์ที่ขยับยิ้ม สายตาสองคู่จ้องไปที่โอเชี่ยนอย่างบอกวัตถุประสงค์ชัดเจน


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++55%++++++++++++++++++++++++++++++++++++


เอพริลกับเมย์คลายส์ขยับตัวเขาบังร่างของช่ายผมแดงเอาไว้ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่โอเชี่ยนแทบจะอ่อนแอที่สุดทั้งพลังแล้วก็ร่างกาย เรียกว่าอีกฝ่ายออกมาจู่โจมได้ถูกจังหวะ แต่การที่ปรากฏกายขึ้นในตึกโดยไร้สัญญาณเตือนนี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว เอพริลรับรู้ได้ถึงกระแสพลังประหลาดรอบตัวเขา มันทำให้หายใจได้ยากลำบากและอึดอัดไม่น้อยเลย

“อย่างน้อยข้าก็ควรชมเรื่องที่พวกเจ้ากล้าหาญบุกมาถึงในถิ่นศัตรูด้วยคนเพยงสองคนหรือเปล่า”ไคเซอร์กล่าวด้วยรอยยิ้มเย็น เขาพร้อมจะปะทะหากอีกฝ่ายต้องการ

“สองคนก็เกินพอแล้วครับ”

พริบตาร่างของมิดไนท์หายไปจากจุดเดิม โอเชี่ยนหมุนตัวคว้างไปด้านหลังเพราะรับรู้ได้ถึงอันตราย คมดาบตรงดิ่งเข้ามาหา แต่ก็ถูกเบลเฟกอลเอามือรับไว้ โลหิตสีแดงไหลรินไปตามตัวดาบพร้อมตัวดาบที่สั่นกึกเพราะผู้ถือครองดึงมันคืนมาจากร่างที่ปะทะด้วยไม่ได้ พริบตาเลือดพวกนั้นก็ไหลย้อนกลับมาทางมือของเบลเฟกอลก่อนจะพุ่งทะยานกลายเป็นน้ำแข็งสีแดงสดที่งดงามราวกับทับทิม มิดไนท์ตกใจรีบดีดตัวก่อนน้ำแข็งเลือดพวกนั้นจะมาถึงตัว ดาบตกอยู่ในมือของผู้บัญชาการผมขาว เขาควงดาบกลับมาถือที่ด้าม แผลที่ฝ่ามือหายไปราวกับเล่นกล ดาบในมือก็ถูกป่นไม่เหลือชิ้นดี

“ส่วนตัวแล้วคิดว่าไม่พอนะ”เบลเฟกอลกล่าวด้วยรอยยิ้ม

สถานที่นี้ถูกตัดออกจากโลกภายนอก ไม่ว่าจะด้วยฝีมือใครก็ช่างแต่ทำให้ทางเบลเฟกอลไม่สามารถส่งสัญญาณบอกใครถึงการบุกรุกได้ เกรงว่าตอนนี้พวกทริปเปิ้ลจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีศัตรูบุกมาถึงถิ่น

มิดไนท์เค้นยิ้ม เริ่มคิดแล้วเหมือนกันว่าพวกเขาคำนวณผิดที่เลือกมาปรากฏตัวในตอนนี้ ถ้าจะผิดพลาดก็น่าจะเรื่องที่ผู้คุ้มกันของโอเชี่ยนมีไคเซอร์อยู่ด้วย ไม่ว่าจะด้วยความบังเอิญหรือจงใจ แต่ฮีโร่เฮงซวยผู้นี้ไม่คิดออกห่างจากชิเดลิตส์ ซันชายน์แน่ ชิเดลิตส์อีกหนึ่งหรี่ตามองแล้วยกยิ้มเย้ยหยัน

“เรียนรู้จากบทเรียนในอดีตงั้นเหรอ ถึงได้อารักษ์ขาเสียจนแทบจะเป็นโล่มนุษย์ให้”

คนที่ไม่รู้ก็ย่อมไม่รู้อยู่วันยันค่ำว่ามิดไนท์หมายจความถึงสิ่งไหน กระนั้นแล้วสายตาก็ยังเบนไปยังร่างที่ชายหนุ่มจับจ้องอยู่เพราะความใคร่รู้ ไคเซอร์คือเป้าสายตาคนนั้น เขายืนนิ่งมองมา บนใบหน้าไม่มีวี่แววอารมณ์ และในอากาศก็ไม่มีความรู้สึกร้อนรุ่มวนเวียนเหมือนอย่างที่มิดไนท์ต้องการ คนราดน้ำมันบนกองไฟเสียจังหวะไปเล็กน้อยเมื่อแผนที่ตั้งใจจะใช้ไม่ได้ผล ยิ่งเห็นอีกฝ่ายเลิกคิ้วใส่ด้วยท่าทีกวนประสาทแล้วกลับเป็นเขาเสียอีกที่รู้สึกโกรธขึ้นมาแทน

“ถ้าจะเรียนรู้อดีตแล้วเอามาใช้กับปัจจุบันมันผิดตรงไหน ไอ้คนที่ผ่านอดีตมาตั้งมากมายแต่ไม่เคยเก็บใส่ใจมาเป็นบทเรียนต่างหากที่สมควรจะอาย”

สิ้นคำพูดร่างของไคเซอร์ก็หายไปจากการรับรู้ รวดเร็วจนโอเชี่ยนต้องเก็บปากที่จะแซวไปเลย เขากะจะพูดเสียหน่อยว่าไปเอาคำพูดดี ๆแบบนี้มาจากหนังสือพระใช่ไหมครับ? ทว่าคนที่ต้องการจะจิกกัดดันหายไปแล้วเสียนี่ ไคเซอร์ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของมิดไนท์ มือกางออกพร้อมกรงเล็บคมกริบ ชิเดลิตส์คนน้องเบี่ยงตัวหลบทันก่อนจะกระโดดไปรวมกับชินเร พวกเขาส่งสายตาปรึกษากันก่อนมิดไนท์จะกระโจนเข้าใส่โอเชี่ยน ไคเซอร์จะเข้าไปขวางแต่กลับถูกชินเรโจมตีด้วยมีดสั้น คนที่ต้องรับมือมิดไนท์จึงกลายเป็นเอพริลกับเมย์คลายส์แทน

“ห้ามใช้พลังเด็ดขาด ตราบใดที่พลังยังกลับมาไม่เต็มร้อย เคียวยะคุณอยู่กับโอเชี่ยน ประกบเขาไว้”เบลเฟกอลสั่งโอเชี่ยนก่อนจะพุ่งเข้าไปช่วยทางไคเซอร์

มองด้วยสายตาคนถูกปกป้องแล้วมันก็น่าชื่นชมอยู่หรอกที่แต่ละคู่ทำงานเข้าขากันดีมาก แต่ในสายตาคนมองเฉย ๆรู้สึกเหมือนเป็นพวกหมาหมู่อย่างไรชอบกล แน่นอนว่าโอเชี่ยนไม่ได้พูดออกไป ขืนพูดแบบนั้นได้โดนพวกเดียวกันหันมาเอาดาบตวัดใส่แน่

เมย์คลายส์กางพลังแรงโน้มถ่วงแต่ก็ถูกมิดไนท์แก้เกมได้อย่างรวดเร็ว จังหวะนั้นเอพริลก็โจมตีด้วยดาบคาตานะในมือ สมาชิกแบล็กโฮลหันมาเอาหลังมือกันแบบไม่สะทกสะท้านก่อนจะหมุนตัวเตะกลับไป ทั้งที่มีสองคน แต่ความเร็วกลับตกเป็นรองให้มิดไนท์ได้อย่างน่าประหลาด โอเชี่ยนรู้สึกภูมิใจในตัวน้องชาย แต่ในเวลาเดียกวันก็เริ่มเป็นห่วงพี่น้องไซโคนขึ้นมาชอบกล ยิ่งเอพริลยังไม่ชินกับพลังของเทพีสงครามยิ่งทำให้เรื่องแย่ลง เมย์คลายส์หวิดโดนน้องชายเผาไปหลายที ยังดีที่หมาป่าน้ำเงินคิดได้ว่าควรเก็บพลังที่ยังใช้ไม่ถนัดไปเสียก่อน

พอย้ายสายตาไปทางเบลเฟกอล ไคเซอร์และชินเร ทางนั้นไม่ต้องมองก็พอจะเดาได้ว่าใครจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ ในเมื่อที่อยู่ตรงนั้นเป็นถึงฮีโร่เฮงซวยกับผู้บัญชาการสูงสุดของหน่วยโวค สองอาจารย์ศิษย์สอดประสานกระบวนท่ากันอย่างลงตัว คเซอร์วาดกรงเล็บใส่ชินเร พอชายหนุ่มเอนตัวหลบเบลเฟกอลก็เข้ามากระโดดตัวลอยเตรียมเตะอัดทันที ปลายเท้าเฉี่ยวโดนเพียงปลายเส้นผมเมื่ออีกฝ่ายเทเลพอร์ทไปอยู่ด้านหลัง มีดสั้นในมือตวัดใส่แต่ไคเซอร์ก็พุ่งเข้ามาใช้กรงเล็บกันให้ ในจังหวะที่เบลเฟกอลไถลไปกับพื้นไคเซอร์ก็ต้านมีดสั้นเล่มนั้นกลับไป พริบตาผลึกน้ำแข็งก็พุ่งมาจากด้านหลัง ฮีโร่เฮงซวยเอียงคอหลบให้การโจมตีของเบลเฟกอลได้พุ่งเข้าใส่ชินเร ถึงแม้ทางนั้นจะสามารถมใช้มีดปัดป้องได้เกือบหมด แต่โอเชี่ยนยังเลือกที่จะชมฝ่ายของตนเองอยู่ดี

ไม่ใช่ว่าเขาเป็นพวกชอบอวยพวกเดียวกันเอง แต่จากที่เห็น การร่วมมือกันของเบลเฟกอลและไคเซอร์เรียกได้ว่าอยู่บนความเชื่อใจในระดับที่สูงไม่น้อย การโจมตีมาจากด้านหลังโดยไม่ส่งสัญญาณของเบลเฟกอลนั้น เขาต้องมั่นใจในตัวไคเซอร์มาก ๆว่าจะหลบการโมตีของเขาได้และปล่อยให้มันไปถึงชินร เป็นคนที่เชื่อใจกันและกันมากกว่าที่มองด้วยตาเปล่าสินะ

“ว้า...ทำไมน้ำแข็งเมื่อกี้ไม่ทิ่มหลังอาจารย์อ่ะ?”

...หรือไม่ก็แค่หาจังหวะยำพวกเดียวกันเองเท่านั้น...

โอเชี่ยนยกมือกุมหน้าผาก กำลังคิดจะกัดลิ้นตายอยู่พอดี แต่ก็ไม่มีจังหวะได้ทำแบบนั้น อยู่ ๆมวลอากาศก็สั่นสะเทือน ร่างกายเหมือนยถูกกดลงไปกับพื้นด้วยแรงมหาศาล นัยน์ตาสีส้มสอดส่ายมองคนอื่น ๆ อาจารย์เขาพยายามอย่างหนักที่จะไม่ทรุดลงไปแต่กลับทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร เอพริลกับเมย์คลายส์แทบจะแนบไปกับพื้น ในขณะที่เบลเฟกอลและไคเซอร์แค่เข่าทรุดเท่านั้น ใช้เวลาประมวลผลไม่นานเขาก็รู้ได้ว่าพลังที่เกิดขึ้นนี้มันคืออะไร นัยน์ตาตวัดน้องชายฝาแฝดซึ่งเป็นคนเดียวที่ไม่ได้รับผลกระทบนี้ แน่นอน ในเมื่อพลังจะไม่ล่นงานคนใช้ แล้วทำไมคนใช้พลังแรงโน้มถ่วงก๊อปเกรดเอแบบมิดไนท์ถึงต้องทรุดลงไปแบบคนอื่น ๆในห้องด้วย

พลังของชิเดลิตส์น่ากลัวแบบไหนก็แบบนั้น โอเชี่ยนไม่รู้ว่าน้องชายมีขีดจำกัดแค่ไหน แต่รู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายสามารถเลียนแบบพลังของเมย์คลายส์ได้แทบจะสมบูรณ์แบบแล้ว นัยน์ตาสีเขียวจ้องมาอย่างมาดร้าย ริมฝีปากที่เหมือนกับเขาเอ่ยง่าย ๆ

“ระวังหลัง”

ความตระหนกเกิดขึ้นอย่างทันท่วงที โอเชี่ยนพยายามหันไปมอง แต่มันกลับยากลำบากเสียเหลือเกิน หางตามองเห็นเพียงกระแสพลังที่พุ่งเข้ามา รู้ตัวว่าต้องหลบแต่ร่างกายกลับไม่เชื่อฟัง จังหวะนั้นเองที่เคียวยะวาดดาบออกเพื่อเบี่ยงทิศทางของพลัง โอเชี่ยนถือว่าตัวเองรอดตายแบบฉิวเฉียด แต่เรื่องไม่เคยจบโดยง่าย สมองคำนวณทิศทางของกระแสพลังแล้วได้เส้นทางที่มันจะไป แม้สมองจะสั่งการตัวเองว่าห้ามใช้งานพลัง แต่ใจของโอเชี่ยนกลับนึกถึงเรื่องในอนาคต ภาพในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าฉายชัด นัยน์ตาสีส้มเบิกโพลง อีกไม่กี่อึดใจพลังนั่นจะดึงตัวมิดไนท์ โดยที่ทางนั้นไม่ขยับตัวหลบเลยสักนิด!

“ดวงจันทร์ครับ ขอให้ผมหายไปจากโลกนี้ได้ไหม?”

“ดวงจันทร์ ผมขอให้พรุ่งนี้ผมไม่ลืมตาตื่นมาได้หรือเปล่า?”

“มิดไนท์!!!

โอเชี่ยนตะโกนเรียกชื่อน้องชายลั่น ร่างทั้งร่างหลุดออกจากอำนาจของแรงโน้มถ่วงก่อนจะพุ่งเข้าไปหาแฝดคนน้อง ด้วยแรงปะทะที่มากเกินไปทำให้ร่างสองร่างกระเด็นไปไกลกว่าที่คนพุ่งชนคิด ข้างหน้าคือหน้าต่างกว้างที่ทำจากกระจกใส เป็นแผ่นกระจกแผ่นใหญ่ที่ไม่สามารถทนแรงปะทะจากคนสองคนได้ ไม่ว่าอย่างไรกระจกก็ต้องแตก และพวกเขาก็ต้องตกลงไป

เมื่อรู้ว่าเป็นแบบนั้น สัญชาติญาณของคนเป็นพี่ก็ทำงาน โอเชี่ยนกอดร่างน้องชายแน่น ก่อนจะพลิกตัวเอาแผ่นหลังของตนเองชนกระจกใสแล้วทะลุออกไปนอกตึก

“โอเชี่ยน!!!!

เสียงร้องประสานด้วยความตกใจเกิดขึ้นพร้อมวินาทีที่พลังแรงโน้มถ่วงหายไป พวกเอพริลรีบพุ่งตามไปดู เห็นพี่น้องชิเดลิตส์ขยับตัวเหมือนสู้กันกลางอากาศก่อนแสงสว่างจะวาบขึ้นมาจนทุกคนต้องหลับตาหนี เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นเพียงร่างสองร่างนอนนิ่งอยู่บนพื้น เคียวยะเป็นคนแรกที่กระโจนลงไป ตามด้วยไคเซอร์และเมย์คลายส์ที่ใช้พลังแรงโน้มถ่วงดึงตัวเองลงไปด้านล่างอย่างปลอดภัย

ชายผมแดงและน้ำเงินนอนอยู่ห่างกันมากพอสมควร ทั้งคู่หลับสนิท มีบาดแผลตามลำตัว อนเมียวจิหนุ่มตรงเข้าไปตรวจชีพจรลูกศิษย์ของตนเอง พอรู้ว่าปลอดภัยในระดับหนึ่งก็ชอนร่างนั้นขึ้นเพื่อพาไปตรวจดูอาการอย่างละเอียด ทางไคเซอร์จะตรงไปทางชิเดลิตส์ผมน้ำเงิน ทว่าชินเรกลับไวกว่า เขาเข้าไปประครองร่างเพื่อนร่วมองค์กรก่อนจะหายไปจากตรงนั้นด้วยความรวดเร็ว ขนาดเมย์คลายส์อยู่ใกล้กว่ายังคว้าได้แค่ปลายเส้นผม

“เขาเป็นอะไรไหม?!

เอรพิลที่บินหรือกระโดดกลางอากาศไม่ได้แบบชาวบ้านถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนเมื่อเคียวยะพาร่างของเพื่อนเขามาถึง เบลเฟกอลทำหน้าทีได้ดีตามหมอจากหน่วยแพทย์มาตรวจดูอาการอย่างรวดเร็ว และความวุ่นวายขนาดนั้นย่อมเรียกพวกทริปเปิ้ลให้กลับมาที่ห้อง แต่ละคนสอบถามเรื่องราวทั้งหมดเป็นการใหญ่ ผู้บัญชาการสูงสุดอธิบายอย่างใจเย็นในระหว่างที่รอให้หมอตรวจโอเชี่ยน

“ข้าประมาทเอง”เคียวยะกล่าวเรียบ ๆ ความเครียดสื่อผ่านทางสายตาทั้งหมด

“เรื่องนี้อย่าโทษตัวเอง พวกเราประมาทกันทั้งหมด พอเห็นว่าพวกนั้นมีแค่สองคนก็ออมมือให้ ข้าน่าจะเอาจริงกว่านี้”

วินาทีนี้ไคเซอร์ค่อยดูเหมือนคนที่เคยกู้โลกเอาไว้ขึ้นมาบ้าง สีหน้าจริงจังราบเรียบนั่นดึงเอาความน่าเชื่อถือออกมาได้ค่อนข้างมาก

“อาการบาดเจ็บไม่มีอะไรมาก ผมทำแผลให้แล้ว”นายแพทย์เอ่ยขึ้นขัดจังหวะกระแสความตึงเครียดรอบตัว เขาบอกอาการกับเหล่าญาติคนไข้ที่เฝ้ามองกดดันจนคนเป็นหมอแทบทำงานไม่ได้”ร่างกายมีพลังบางอย่างหลงเหลืออยู่ คิดว่าน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้สลบไป แต่โดยรวมแล้วไม่ได้อันตรายถึงชีวิต”

พอได้รับคำตอบแบบนั้นแต่ละคนก็โล่งอก เอพริลเป็นคนเอ่ยขอบคุณและพาหมอไปส่งที่หน่วยพยามบาลตามมารยาท เคียวยะทรุดกายนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง

“ข้านึกว่าจะเสียเขาไปอีก”

“อย่าใช้คำว่าอีก โอเชี่ยนไม่เคยจากเจ้าไป คนที่จากไปคือชาเคีย และสองคนนี้เป็นคนละคนกัน อย่าเอามารวมกัน”ไคเซอร์เอ่ยเรียบ ๆแต่ก็แฝงแววบางอย่างเอาไว้”ข้าว่าเจ้าน่าจะเหนื่อยเคียวยะ ไปพักผ่อนบ้างก็ดี พวกเจ้าเองก็ด้วย ไปพักผ่อนซะ พรุ่งนี้เราต้องวางแผนคุ้มกันเจ้าเด็กนี่อย่างจริงจัง คืนนี้ข้าจะเฝ้าเขาเอง”

แต่ละร่างพยักหน้าหงึกหงัก แม้จะยังเป็นห่วงโอเชี่ยนอยู่แต่ก็ยอมจากไปตามคำสั่ง รู้ดีอยู่แล้วว่าเมื่อไคเซอร์กลับร่างได้ คนออกคำสั่งจะไม่ใช่เบลเฟกอลอีกแล้ว แม้ตลอดระยะเวลาสองสามวันที่ผ่านมาจะผ่อนคลายกันแค่ไหน แต่เมื่อมีศัตรูบุกเข้ามาถึงที่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องตลก แล้วกุญแจสำคัญยังโดนโจมตีจนบาดเจ็บอีก ไม่ใช่เรื่องน่าใจเย็นทั้งนั้น

“เจ้าก็สมควรพักผ่อน เบล”ไคเซอร์กล่าวกับศิษย์ตนเอง ในห้องเหลือเพียงเขาสองคนกับร่างที่หลับอยู่

“คุณก็เช่นกัน”เบลเฟกอลกล่าวด้วยรอยยิ้ม นัยน์ตาสีม่วงงดงามทอดมองโอเชี่ยนแล้วเอ่ยเรียบ ๆ”ทั้งที่มีวิธีตั้งมากมาย ทำไมเขาถึงเลือกวิธีนี้เพื่อช่วยน้องชายตนเองกัน”

“ไม่ทันคิดมั้ง เวลาคนสำคัญตกอยู่ในอันตรายเจ้าเองก็ทำเรื่องโง่ ๆเหมือนกัน”

“นั่นสินะ”

เบลเฟกอลร้องเบา ๆก่อนจะขอตัวออกไป ไคเซอร์มองตามลูกศิษย์คนแรกของตนก่อนจะเบนสายตากลับไปที่ร่างบนเตียงอีกครั้ง คำพูดของชายผมขาวสร้างความสงสัยเอาไว้ในจิตใจเล็กน้อย แต่ไม่มากจนเป็นปัญหา ยิ่งในเวลาที่สถานการณ์เริ่มตึงเครียดแบบนี้แล้วด้วย ชายหนุ่มตัดสินใจสลัดความคิดไม่จำเป็นทิ้งก่อนจะทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ หน้าที่เฝ้ายามเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้


++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เมื่อวานจะเรียกว่าไม่อัพก็ไม่ได้สินะ ก็อัพไปตอนตีหนึ่ง5555555

รู้สึกว่าเรื่องเริ่มคืบหน้าก็บทนี้แหละวุ้ย อีกไม่กี่อึดใจจะเข้าสู่บทอวสารแล้วววววววววว

3 ความคิดเห็น

  1. #428 LoKi VampirE (@ri-j_yoh) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 23:09
    ซีมบอกว่า คอมเม้นให้แล้วจะไม่ดราม่า
    กลับกันค่ะ
    ดราม่ามา เราถึงจะเม้นให้ \*0*/
    //ทีมรักความดราม่า
    #428
    0
  2. #427 nichimurayukina (@nichimurayukina) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 06:19
    มาต่ออีก 45% ที่เหลือเร็วๆนะค้าาาา สนุกมากค่าาาา
    #427
    1
    • #427-1 Zer'Kaem (@lovery1859) (จากตอนที่ 58)
      12 กรกฎาคม 2560 / 21:17
      มาต่อแล้วค่าาาาาาาาาาาาา
      #427-1
  3. #426 Roszo (@tubtim52) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 05:51
    รอจ้า สนุกมาก><
    #426
    1
    • #426-1 Zer'Kaem (@lovery1859) (จากตอนที่ 58)
      12 กรกฎาคม 2560 / 21:17
      มาแล้วววววววววววววว
      #426-1