Little Sheep or Werewolf แกะตัวนั้นที่มันเป็นหมาป่า

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 24,309 Views

  • 485 Comments

  • 1,072 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    47

    Overall
    24,309

ตอนที่ 54 : Little Sheep VIII :: 'ทีโรเบล โอเชี่ยน'[100per]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 261
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    22 ส.ค. 60

Little Sheep VIII

ทีโรเบล โอเชี่ยน

 

                ร่างของผู้ถูกขนาดนามว่าพ่อมดหลงยุคตาไม่กระพริบ โอ๊คเงียบไปนานเหมือนคนใบ้ ดวงตาที่จับจ้องเขาอย่างกดลึกคงไม่พ้นนัยน์ตาของนักปราชญ์แห่งชิเดลิตส์ นัยน์ตาสีส้มเข้มที่สะท้อนแววสับสนมากมายดั่งพายุที่ก่อตัวขึ้นอย่างไม่รู้จบ โอเชี่ยนยังคงนั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิม ใบหน้าซีดไร้สีเลือดด้วยหลากหลายปัจจัย เขาปล่อยให้ความเงียบทิ้งตัวลงกลางห้องอย่างไม่คิดดจะใส่ใจ เพราะตอนนี้เขากำลังรอ รอคอยบางคำพูดที่จะฉุดรั้งเขาขึ้นจากบ่อโคลนเหม็นสาบ

                "ข้าไม่พบกลิ่นไอของแอมเบอร์แม้แต่น้อย"

                ผู้โกงความตายกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบหลังจากปล่อยทิ้งให้คนในห้องทำใจ และมันก็ยิ่งเหมือนกดโอเชี่ยนให้ดิ่งลงไปในบ่อโคลน ตั้งแต่มีความทรงจำใหม่ อะไรที่ไม่ควรสงสัยโอเชี่ยนก็จะไม่สงสัย อย่างเช่นความแม่นยำของเหล่าอาจารย์ทั้งสาม มันไม่ใช่วสิ่งที่สมควรสงสัยมาแต่ไหนแต่ไร

                "พวกเราตามกลิ่นของแอมเบอร์จากในบ้านพักไปจนถึงริมหาด กลิ่นของคนเป็นสิ้นสุดลงตรงนั้นและเริ่มต้นขึ้นด้วยกลิ่นของครตาย"เคียวยะกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่กรีดลึกลงไปในใจคนฟังในห้องไม่รู้กี่บาดแผล โอเชี่ยนนั่งก้มหน้านิ่งจนผู้เป็นอาจารย์ต้องเดินไปย่อนกายนั่งลงข้างศิษย์เพียงหนึ่งเดียว

                อนเมียวจิผู้เก่งกราดรับรู้ได้ด้วยความสามารถของตนว่ากลิ่นไอวิญญาณของลูกศิษย์กำลังแปรปรวนหนักเสียจนส่งผลไปถึงอารมณ์ในตอนนี้ด้วย โอเชี่ยนที่นิ่งงันย่อมแตกต่างจากโอเชี่ยนที่ปัญญาอ่อนไม่รู้เท่าไหร่ต่อไหร่ ยิ่งเห็นอีกฝ่ายนิ่งไปแบบนั้นยิ่งรู้สึกไม่วางใจ แต่เพราะทำอะไรไม่ได้ถึงได้ต้องมานั่งลูบหัวลูบหางกันแบบนี้

                "ข้าเข้าใจความคิดใจศิษย์รัก"เคียวยะเอ่ยพลางมองคนที่เป็นศิษย์ด้วยสายตาห่วงใย ในยามอื่นเขาจะปากร้ายด่าทอคนตรงหน้าเท่าไหร่ด็ได้ แต่ไม่ใช่ในยามที่เสียกำลังรบแสนสำคัญไปเช่นนี้ แล้วยิ่งหากพูดออกไปอีกว่ากลิ่นไอสุดท้ายที่อยู่กับแอมเบอร์เป็นคาราเมล ไม่รู้ว่าโอเชี่ยนจะมีปฎิกิริยาอะไรออกมาอีกบ้าง

                "คุณเข้าใจไม่ถูกจุด ท่านอาจารย์"โอเชี่ยนกล่าวหลังเงียบมานานพอดู เสียงที่แหบพล่าเรียกให้สายตาของหลายคนเหลือบมอง"ถ้าวันนั้นผมดื้อกว่านี้อีกสักนิด เห็นแก่ตัวกว่านี้อีกสักนิดแล้วย้อนกลับไปหาเขา เรื่องคงดีกว่านี้แน่"

                "มันไม่ใช่ความผิดนาย...ต่อให้ย้อนกลับไปตอนนั้น...ก็ไม่ได้แปลว่าจะช่วยแอมเบอร์ได้ทัน"เอพริลกล่าวราบเรียบ เขาเองยังคงทำใจไม่ได้กับเรื่องนี้ แต่ให้มานั่งฟูมฟายคงไม่มีประโยชน์นัก ต่อให้เสียใจ แต่คนตายก็คือคนตาย เช่นไรแล้วก็ไม่อาจคืนชีพให้ แต่เอพริลแปลกใจในตัวเองเล็ก ๆ ที่รู้สึกกับข่าวนี้น้อยกว่าที่ตนราดเดาไว้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไร เอพริลจะเลิกใส่ใจ โยนมัาทิ้งอย่างมั่ว ๆแล้วเลือกที่จะสนใจโอเชี่ยนก่อน

                "ไม่..."โอเชี่ยนครางในลำคอก่อนจะนิ่งไปเล็กน้อย"ฉันอยากใช้เวลาอยู่คนเดียว ตอนนี้"

                "ข้าว่าตอนนี้เจ้าสภาพจิตใจแปรปรวน ไม่ควร-- เฮ้ย!"

                เดทเธลที่กำลังเอ่ยปากหลุดอุทานเมื่อเห็นเพื่อนของลูกศิษย์ลุกขึ้นแล้วหายไปต่อหน้าต่อตา พอมีคนเอ่ยปากห้ามโอเชี่ยนก็ตัดสินใจเทเลพอทหนีไปทันที หลายคนยังไม่รู้ว่าเขาทำได้ หรือต่อให้รู้ก็ลืมนึกถึง เพราะแบบนั้นเลยไม่มีใครเตรียมรับมือทัน กว่าจะรู้ตัวเขาก็ไปอยู่ในที่ ๆอยากไปแล้ว

                "ปล่อยเขาไปเถอะ โอเชี่ยนแค่อยากได้เวลา เขาเป็นคนที่ไวต่อความรู้สึกและจมดิ่งได้ง่าย แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ นั่นคือสิ่งที่ฉันมั่นใจ"เบลเฟกอลกล่าวเรียบ ๆเกี่ยวการหายตัวไปต่อหน้าต่อตาของโอเชี่ยน แม้จะหายไปแต่กลิ่นไอยังวนเวียนไม่ทิ้งห่างไปไหน คาดว่างยังอยู่ในตึกนี้ ไม่หนีไปตะลอนเล่นสร้างความเดือดร้อน ช่วงเวลาแค่อาทิตย์กว่าอะไรหลาย ๆอย่างในตัวโอเชี่ยนแปลเปลี่ยนไป อาจจะด้วยเพราะสถานะเดิมที่เคยเป็นกลับมาพร้อมกับตัวตนเก่า ๆมันเลยกำลังผสานรวมกับโอเชี่ยนแบบที่ทุกคนรู้จักช้า ๆ กำลังหลอมรวมและสร้างขึ้นมาเป็นโอเชี่ยนคนใหม่

                แต่ก็วางใจไม่ได้ร้อยเปอร์เวนเอพริลว่าเรียบ ๆหลังจากนิ่งไปเมื่อเห็นเพื่อนผมแดงเทเลพอทหนีผมจะขึ้นไปดูเขาสักหน่อย

                รู้เหรอว่าอยู่ไหนน่ะ?”เมย์คลายส์เอ่ยถามเมื่อเห็นน้องชายทำท่าจะออกจากห้องไป เขายังจับสัมผัสจุดที่โอเชี่ยนอยู่อย่างแน่นอนไม่ได้เลย รับรู้เพียงวนเวียนอยู่ภายในตึกนี้ มันถึงเป็นเรื่องน่าแปลกใจที่เอพริลทำท่าทีเหมือนจะออกไปอย่างรู้จุดหมาย

“แน่นอนสิครับ”หมาป่าน้ำเงินหันมายิ้มรับก่อนจะวิ่งดิ่งขึ้นบันไดไปสามชั้นสู่ด่านฟ้าที่ไม่เคยลงกลอนเลยแม้แต่ครั้งเดียว

                ทันทีที่เปิดประตูเหล็กออกสายลมก็พัดเข้าปะทะหน้าจนเส้นผมสีดำตีกันยุ่งเหยิง ดวงตาสีเดียวกันนั้นจ้องมองตรงไปยังริมขอบด่านฟ้าอย่างคุ้นเคย ร่างสูงโปร่งนั่งอยู่ตรงนั้น หันหลังให้แก่เอพริล แม้เห็นเพียงแผ่นหลังของโอเชี่ยน แต่คนสนิทกันอย่างเอพริลสัมผัสได้ถึงความหดหู่ในทันที ความรู้สึกติดลบทำเอาแผ่นหลังกว้างนั่นหดลงเท่าแผ่นหลังของเด็กหนุ่ม ไม่ใช่แผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำราบเอสเปอร์อาชญากรมานักต่อนัก

“อย่าเข้ามาเอพริล”

โอเชี่ยนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาหลังจากเอพริลสาวเท้าเข้าไปใกล้ได้แค่สามก้าว ปลายเท้าของชายหนุ่มหยุดลง เขายอมทำตามเพื่อนผมแดงแต่โดยดี ทุกคำพูดของโอเชี่ยนตอนนี้ในความคิดของเอพริลมันดูเข้าเหตุเข้าผลไปหมด ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน นัยน์ตาสีดำกวาดมองอีกครั้งอย่างสำรวจ เมื่อขยับตัวเข้ามาใกล้เพิ่มขึ้น ความคมชัดก็มากตามไปด้วย เอพริลมั่นใจว่าตนเองไมได้ตาฟาด เขาเห็นไหล่สองข้างของโอเชี่ยนสั่นเทา

                เปราะบาง

                อ่อนแอ

                ไร้ซึ่งการปกป้อง

                ราวกับว่าร่างตรงหน้าเป็นเพียงเด็กสามขวบก็เท่านั้น

                “นาย...”

                “กฎเหล็กของชิเดลิตส์คือห้ามหลั่งรินหยดน้ำตาเป็นอันขาด เพราะน้ำตาเสมือนว่าประกาศก้องถึงความอ่อนแอของผู้ถือครอง...”

                สำนวนยาก ๆกับน้ำเสียงสั่นเครือนั่น ไม่รู้ว่าสิ่งไหนที่ทำให้โอเชี่ยนดูไม่เหมือนคนเดิม เอพริลอยากจะสาวเท้าเข้าใกล้แต่ขาทั้งสองกลับแข็งราวถูกสาป หมาป่าแดงยังคงหันหลังให้เขา ปิดบังน้ำตาที่คงนองหน้าจนดูไม่ได้

                “แต่ในเวลาแบบนี้ฉันต้องทำยังไงถึงจะไม่ร้องไห้ได้ มันมีวิธีด้วยหรอ”

                สิ้นเสียงสั่นเครือนั่นโอเชี่ยนก็ซบหน้าลงกับฝ่ามือตนเอง เขาพยายามกลั้นเสียงสะอื้น ทว่ามันก็ไร้ประโยชน์ ครานี้เอพริลไม่ทนยืนนิ่ง ต่อให้ก้าวไปแล้วขาจะขาดทั้งสองข้างเขาก็ไม่สน ชายหนุ่มสาวเท้าเข้าใกล้เพื่อวางมือลงบนไหล่ที่สั่นเท่า โอเชี่ยนชะงัก เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง อาจจะเพราะคำพูดก่อนหน้าเรื่องกฎเหล็กของชิเดลิตส์ ห้ามร้องไห้หรอ?...กฎปัญญาอ่อนอะไรกัน

                “ตอนนี้นายคือโอเชี่ยน ทีโรเบล เจ้าหหน้าที่ระดับสูงของหน่วยโวค เป็นหมาป่าสีแดงผู้มากไปด้วยความร่าเริง...กระนั้นแล้วก็ไม่ได้หมายถึงว่าจะจมดิ่งสู่วังวนแห่งความเศร้าไม่ได้ ตอนนี้นายจะร้องไห้ก็ไม่มีใครว่า เพราะนายคือโอเฃี่ยน ทีโรเบล ไม่ใช่ชิเดลิตส์ ซันชายส์ ของตระกูลที่สูงส่งนั่น”

                ท้ายที่สุดคำพูดนั้นก็ดึงให้โอเชี่ยนหันหน้ากลับมามอง ดวงตาแดงกร่ำพราวไปด้วยน้ำตา ชายหนุ่มเบะปาก ยันตัวขึ้นจากขอบด่านฟ้าแล้วพุ่งเข้าไปกอดเอพริลเต็มรัก ใบหน้าหล่อเหลาเหยเกนั้นฝั่งลงกับไหล่อขงเอพริลแล้วร้องไห้ออกมาเสียงดัง เขาทำทุกอย่างเหมือนเมื่อตอนยังเป็นเด็กแล้วถูกเด็กคนอื่น ๆแกล้ง ทำทุกอย่างให้เหมือนสิ่งที่ทีโรเบล เอชี่ยนทำมาโดยตลอด เสียงร้องไห้คร่ำครวญดังออกมาไม่หยุดปากเหมือนแทบจะขาดใจตาย

หมาป่าน้ำเงินลูบหลังโอเชี่ยนเบา ๆ เสียงร้องไห้คร่ำครวญที่รำคาญหูทว่าก็บาดลึกลงไปในจิตใจ ถ้าจะถามว่าใครในสี่คนที่เจอเรื่องมามากที่สุดในระยะนี้คงตอบได้เต็มปากเต็มคำว่าเป็นโอเชี่ยน ทั้งเรื่องครอบครัวที่ตายจากไปหมด เรื่องที่ถูกน้องชายแท้ ๆยัดใส่ถังแล้วถีบลงทะเลมาเพราะอยากจะฆ่าให้ตาย เรื่องที่คาราเมลย้ายฝั่งและความทรงจำเรื่องพี่บลูที่กลับคืนมา ทั้งหมดทั้งมวลถูกกดทับด้วยข่าวร้ายเรื่องแอมเบอร์ แม้ที่ผ่าน ๆมาทั้งคู่จะดูเหมือนความเข้ากันไม่ได้มากที่สุดในกลุ่ม ทว่าโอเชี่ยนรักแอมเบอร์ไม่ต่างจากที่รักเอพริล เพราะในความคิดของชายหนุ่ม ครอบครัวที่เขาเหลืออยู่ก็คือคนตรงหน้า มีแค่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเหล่านี้เท่านั้นที่เป็นครอบครัว

ทว่าไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลไหน เอพริลรู้สึกได้ว่าเสียงร้องไห้นี่ไม่ได้มอบให้แด่การจากไปขิงเพื่อนคนสำคัญเพียงอย่าเดียว เหมือนมันได้สังเวยต่ออย่างอื่นที่เอพริลไม่รู้ด้วย ตอนนี้เขาทำได้เพียงเก็บงำความคิด หากโอเชี่ยนพร้อมเขาจะยอมเปิดปากเองโดยไม่ตองคาดครั้นให้มากความ ชายหนุ่มคิดพลางลูบแผ่นหลังนั้นเบา ๆอีกหลายครั้ง

“ก่อนหน้านี้ฉันใช้พลังของชิเดลิตส์ทดลองหลายอย่าง”โอเชี่ยนเอ่ยขึ้นหลังจากสงบลงทว่ายังไม่ยอมผละจากไป”แน่นอนว่าเรื่องความปลอดภัยของแอมเบอร์ฉันเองก็ต้องเข้าไปพิสูจน์เพื่อความแน่ใจ ฉันจับความรู้สึกถึงตัวตนของแอมเบอร์ได้เมื่ออาทิตย์ก่อน...กระทั่งตอนนี้ก็ยังรู้สึกอยู่ แต่คำพูดของพวกอาจารย์ไม่ใช่สิ่งที่ฉันควรสงสัย ยิ่งเป็นคำพูดของผู้โกงความตายแล้วฉันก็ยิ่งไม่รู้จะหาข้อแก้ตัวอะไรออกมาบอกตัวเอง นอกจากความสามารถของฉันมันยังกระจอกเกินไป”

“มันก็ไม่ได้ขนาดนั้น”เอพริลว่าแล้วตบหลังเพื่อนผมแดง”นายแค่เพิ่งได้พลังกลับมาไม่นานนัก เพราะแบบนั้นเลยยังไม่คุ้นชิน ถึงจะได้ชื่อว่าอัจฉริยะก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องพยายามอะไรนี่”

น้ำเสียงทุ้มทอดความราบเรียบไปกับคำพูดเป็นเหตุเป็นผล นั่นทำให้โอเชี่ยนเงียบไป แล้วผละตัวออก จัดการใบหน้าที่มองดูน่าสมเพชนั่นแล้วสูดน้ำมูกหนัก ๆหนึ่งครั้ง เอพริลได้ยินแล้วหลุดหัวเราะ นี่สิคือโอเชี่ยนที่เขารู้จัก ไอ้คนที่ทำอะไรไม่สนใจภาพลักษณ์นั่นแหละคือเพื่อนเขาตัวจริง ฝ่ายโอเชี่ยนก็ปรายดวงตาสีส้มไปมองเพื่อนแล้วเลิกคิ้ว

“นายดู...ไม่ค่อยเสียใจกับข่าวนี้เลย”

“ฉันอยู่กับความตายมาตั้งแต่เด็ก การจะรับรู้ว่าใครตายจากไปสักคนมันก็...ไม่รู้สิ ฉันคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลกหรือน่าตกใจ”

“แต่นี่แอมเบอร์เขาจากไป...แบบจะไม่กลับมาเลยนะ...อึก”โอเชี่ยนว่าก่อนจะสะอื้น เขายกแขนขึ้นขยี้ตาตัวเองเบา ๆ ตั้งใจจะเช็ดน้ำตาแต่ดันกลายเป็นทำให้ดวงตาแดงช้ำกว่าเดิม

“แล้วจะบิวส์ตัวเองทำบ้าอะไรเล่าเจ้าคนงี่เง่า”เอพริลร้องแล้วยกมือตบหัวคนผมแดงไปหนึ่งที ฝ่ายนั้นหัวเราะแห้ง ๆเหมือนคนจนปัญญา

ได้ยินโอเชี่ยนหัวเราะออกมาได้เอพริลก็เบาใจไปไม่น้อย นัยน์ตาแดงกร่ำบวมน้อย ๆขนาดเพิ่งร้องไห้ไปไม่เท่าไหร่ ก่อนหน้านี้ดูเหมือนโอเชี่ยนจะมีอาการบวมแบบนี้ตอนไปเอาร่างของเซนเซย์ พอจะสรุปเอาเองได้อยู่หรอกว่าหมอนี่แอบไปร้องไห้มา ชายผมดำส่ายหัว คิดจะถามอะไรสักสองสามคำ ทว่าร่างตรงหน้ากลับสะบัดหัวพรึ่บไปยังทิศทางที่ไม่อาจคราดเดา สายตามองตรงไปยังจุดหมายที่ไกลออกไป ชายผมดำเลิกคิ้ว เรียวปากเอ่ยขานชื่ออีฝ่าย ทว่ายังไม่ทันเรียกครบก็ถูกแทรกขึ้น

“พวกแบล็กโฮลออกมาแล้ว”

สิ้นคำโอเชี่ยนก็เทเลพอทหายไป พอทำได้ก็ใช้รัว ๆอย่างไม่ปราณีคนธรรมดาที่เทเลพอทไปนั่นมานี่ไม่ได้แบบเอพริล กว่าจะวิ่งลงหาพวกเบลเฟกอลที่ห้องโถงได้พวกในห้องก็บอกว่าโอเชี่ยนมาที่นี่เพื่อแจ้งเรื่องขอออกไปจัดการเพียงคนเดียวแล้วก็จากไปแล้ว เอพริลสบถหัวเสีย ได้แต่วิ่งตามออกไปอย่างไม่วางใจ พวกอาจารย์ไม่ใช่ยอมปล่อยให้โอเชี่ยนไปทำงานเพียงคนเดียวทั้งที่จิตใจแปรปรวนหรอก แต่พวกเขารู้ว่าไอ้คนที่พอจะดึงสติหลุด ๆของโอเชี่ยนกลับมาได้ก็มีแค่เอพริลก็เท่านั้น

ทางฝั่งโอเชี่ยนปรากฏตัวขึ้นที่สี่แยกกลางเมืองท่ามกลางเสียงกรีดร้องเสียขวัญของเหล่าผู้คน สี่แยกกลางเมืองถูกเกาะพราวไปด้วยน้ำแข็งใสเย็นเชียบ นัยน์ตาสีส้มหรี่ลง จากตึกของโวคมาถึงที่นี่ต่อให้เหยียบมิดคันเร่งก็ยังยี่สิบนาที ดูเหมือนว่าเขามีเวลาไม่น้อยที่จะจัดการอะไร ๆ โอเชี่ยนสะบัดมือออก พร้อมกันนั้นร่างของยูกิอนนะกับอากิระก็ปรากฏขึ้นข้างกายพร้อมกัน นอกจากนั้นยังมีพญานกเพลิงอีกหนึ่งตัว ปีศาจหิมะเหลือบดวงตาสีเงินมองนายตน มือยกขึ้นอยากจะฟาดฐานเรียกออกมามากมายไม่ดูกำลัง ทว่ามือเรียวกับวาดไม่ออก ยิ่งเห็นแววตาเย็นเฉียบที่จ้องไปยังปลายสุดของตึกแล้วยิ่งได้แต่นิ่งงัน

ในที่สุดหล่อนก็เหลือบมองรอบตัวอย่างสังเกต น้ำแข็งที่เกาะพราวพวกนี้เกิดจากพลังอื่นที่หาใช่ธรรมชาติ เท่านั้นแล้วความคิดในหัวก็ตีความออกมาได้อย่างรวดเร็วว่าใครกันที่เป็นเจ้าของพลังนี้ ยูกิอนนะปรายดวงตามองสบกับอากิระและวิหคเพลิงก่อนจะหันไปทางโอเชี่ยน

“ไคโตะ...”

“พวกคุณไปอพยพคนเท่าที่ทำได้ ฟินิกซ์พยายามละลายน้ำแข็งเท่าที่พอจะทำได้ก่อน พยายามอย่าให้มนุษย์ธรรมดาคนไหนได้รับบาดเจ็บ ถ้าพบเห็นให้รีบรักษา อีกยี่สิบนาทีกำลังหนุนจะมา”

“แล้วเจ้าจะไปไหน?”

ปีศาจหิมะสาวในคำถามที่ไม่สมควรต้องถาม หล่อนเห็นนายตนที่ทำตัวสมเป็นนายครั้งแรกกำลังจับจ้องไปยังจุดอื่น โอเชี่ยนปรายตามองหนึ่งครั้งด้วยแววตาคมกริบไม่เหมือนโอเชี่ยนที่หล่อนรู้จัก ชายหนุ่มปรายดวงตากลับ”ไปหาพี่บลู”

สิ้นคำร่างทั้งร่างก็หายวับไปจากตรงหน้าและไปปรากฏตัวที่ยอดตึกสูงอย่างที่ไม่มีใครทันตั้งตัว ทว่าทันทีที่ปรากฎตัวขึ้นที่นั่นโอเชี่ยนก็ถูกรับขวัญด้วยคมเคียวเล่มใหญ่ที่พาดลงมาอย่างหมายเอาชีวิต เขาถีบตัวหลบไปด้านหลัง หมิ่นเหม่จะตกลงไปทว่ากลับไม่มีท่าทีหวั่นเกรง โอเชี่ยนที่ปราศจากเหล่าผู้รับใช้ไม่ต่างจากอัศวินไร้ดาบในสายตาคนคุ้นเคย หากแต่ถ้านั่นเป็นโอเชี่ยนคนเดิมที่ไม่เคยรับรู้ความสามารถของชิเดลิตส์ก็คงใช่ และนี่คือในกรณีที่ต่างออกไป อาวุธหนึ่งที่ไม่ค่อยถูกใช้งานทว่ากลับเป็นอาวุธประจำตัวของเหล่าโวคถูกนำกลับมาใช้อย่างรวดเร็ว ปืนสั้นสองกระบอกปรากฏในมือดั่งเล่นกล โอเชี่ยนไร้ซึ่งวี่แววความลังเล เขาเหนี่ยวไกทันทีด้วยใจที่รู้ได้ว่าไม่ว่าอย่างไรอีกฝ่ายก็หลบพ้นหรือไม่ก็มีหนทางจะป้องกัน

และมันก็ได้เป็นไปตามคาดเดา ร่างตรงหน้าเหวี่ยงใบเคียวขึ้นมากันเอาไว้ก่อนจะวาดมือซัดพลังน้ำแข็งใส่อย่างไม่ปราณีเช่นกัน โอเชี่ยนเหนี่ยวไกปืนทำลายน้ำแข็งนั่น สิ่งที่ออกมาจากรังเพลิงไม่ใช่ลูกกระสุนตะกั่วธรรมดาหรือลูกกระสุนที่ใช้สำหรับจัดการเอสเปอร์ ทว่ามันคือเปลวเพลิงสีฟ้าเข้มที่หลอมละลายน้ำแข็งได้ในพริบตา

เมื่อน้ำแข็งที่พุ่งไปถูกทำลายเผยวิสัยทัศน์ ผู้เป็นนายของน้ำแข็งเหล่านั้นกลับไม่เห็นร่างของหมาป่าแดงอยู่หลังม่านไอน้ำ เพียงพริบตาแผ่นหลังเหมือนถูกจู่โจม ร่างทั้งร่างหมุนคว้างกลับไปตวัดคมเคียวกันอย่างเฉียดฉิว เสียงโลหะกระทบกันดังลั่นโสตประสาท สิ่งที่ปะทะเข้ามาคือคมดาบสีดำสนิท รูปร่างคุ้นตาไม่ต่างจากดาบของเอพริล ทว่ากลิ่นไอทำให้รับรู้ไดว่าเป็นของเลียนแบบ โอเชี่ยนที่พุ่งมาจากด้านบนดีดกลับขึ้นก่อนจะกระหน่ำตวัดดาบลงมา แม้จะดูคล้ายติดขัด ทว่าทุกกระบวนท่ากลับเป็นระบบระเบียบราวกับผู้ที่ได้เรียนรู้มาเป็นเวลานาน ทว่าโอเชี่ยนไม่เคยเรียนดาบ สิ่งที่เขาทำได้คือรับรู้เรื่องพวกนี้ผ่านความจำของคนอื่น อาทิเช่นเอพริลที่เพิ่งออกห่างเขาเมื่อไม่ถึงสิบนาทีก่อน

คมดาบกระหน่ำฟันแทงไม่ซ้ำกระบวนท่า ทั้งรุกและรับอย่างต่อเนื่องไม่เว้นจังหวะ ทว่าในพริบตาที่คมเคียวตวัดเข้าบดบังวิสัยทัศน์ของผู้ถือครอง เมื่อภาพของคนตรงหน้ากลับมาก็พบว่าอาวุธในมือของโอเชี่ยนกลายเป็นคมเคียมแบบเดียวกันไปแล้ว เจ้าของเคียวดั้งเดิมยกยิ้ม เขาควงเคียวเล่มยักษ์ในมือก่อนจะจู่โจมอย่างรวดเร็วแบบคนที่ได้เปรียบเรื่องประสบการณ์ โอเชี่ยนตวัดเคียวของตนรับก่อนจะดันส่ง แต่ดูเหมือนเคียวนี่ไม่ใช่สิ่งที่จะใช้ได้โดยง่ายดาย เพียงพริบตาอาวุธในมือโอเชี่ยนก็ถูกปัดกระเด็นไปไกล คมเคียวจากศัตรูโจมตีมาอีกครั้ง ครานี้โอเชี่ยนใช้วิธีเทเลพอทหนีอีกฝ่ายมาอีกฝั่งหนึ่ง พลังน้ำแข็งถูกซัดก่อตัวขึ้นมาแนบพื้นจนถึงตัวแบบไม่เว้นจังหวะพักหายใจ โอเชี่ยนดีดตัวขึ้นกลางอากาศ ตีลังกากลับหลังพร้อมประสานมือด้วยสัญลักษณ์ประหลาด ทันทีที่ร่างแต่พื้นเขาย่อตัวลงเพื่อลดอาการบาดเจ็บ มือเรียวถูกไปกับพื้นพร้อมร่างที่เคลื่อนไถลไปด้านหลังหลังกับพื้นด้วยแรงส่งจากกลางอากาศเมื่อครู่ และในทันทีที่ร่างหยุดนิ่งกับที่ วงเวทย์สีม่วงเข้มที่เต็มไปด้วยอักขระไม่ทราบภาษาก็หมุนรอบมือที่แตะพื้นแล้วอันเชิญเอาสัตว์ประหลาดที่หน้าตาเหมือนผีแคสเปอร์สีม่วงออกมาหลายสิบตัว

พวกมันพุ่งเข้าจู่โจมศัตรูของผู้เป็นนาย ทว่าในพริบตาก็ถูกฟันจนร่างสลายไปไม่เหลือแม้ฝุ่นผง คมเคียวตวัดกลับด้านจนกระทบกับพื้นเบา ๆ โอเชี่ยนยังคงย่อตัวเอามือแตะพื้นอยู่กับที่ ส่วนอีกฝ่ายยืนมองพร้อมเคียวและการล้วงมือเข้าไปในเสื้อโค้ดสีขาวปอด เส้นผมสีขาวสั้นขึ้นจากเดิมไม่น้อย ดวงตาสีแดงสดเบนมาสบด้วยแววตายียวนในระดับหนึ่ง เรียกได้ว่าต่างจากความทรงจำไปไม่น้อย

“เก่งขึ้นจมหูเลยนะซันชายส์...เพราะเริ่มใช้พลังของชิเดลิตส์เป็นแล้วใช่ไหมล่ะ?”

“พี่...”โอเชี่ยนเอ่ยขึ้นแล้วเงียบไป เขายืดตัวลุกขึ้นทั้งที่สายตายังจับจ้องร่างตรงหน้าไม่วางตา”พี่ฆ่าแอมเบอร์ทำไม?”

เสียงคำถามแผ่วเบาคล้ายกับสายลม ทว่าคนฟังได้ยินมันชัดเจนไม่ต่างจากเสียงตะโกนข้างหู บลูยกยิ้มมุมปากข้างเดียว นึกชื่นชมอยู่ในใจว่าทั้งที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์หรือหลงเหลือหลักฐานอะไรเอาไว้สักอย่าง คนตรงหน้าก็ยังรู้ได้ว่าเป็นเขา

“รู้แล้วสินะ เก่งจังซันชายส์”

“ผมจะร้องไห้ต่อเมื่อผมแน่ใจแล้วว่าจะไม่เสียน้ำตาไปฟรี ๆ และในทันทีที่ผมพิสูจน์เรื่องนี้ ผมก็เห็นว่าพี่เป็นคนฆ่าแอมเบอร์ พี่ฆ่าเขาลงได้ยังไงกัน”โอเชี่ยนเค้นเสียงอย่างยากลำบาก

ที่รีบมาไม่ใช่เพราะอยากมาจัดการเรื่องที่แบล็กโฮล แต่เขาต้องทำอย่างไรก็ได้ให้บลูล่าถอยไปก่อนที่กำลังเสริมจะมา เขาจะไม่มีทางให้พวกอาจารย์รู้ว่าคนที่ฆ่าแอมเบอร์คือบลู แม้ความรู้สึกในใจตอนนี้จะตีวนราวกับเครื่องปั่นน้ำผลไม้ ทั้งผสมกันเละเทะและเหลวแหลกไม่มีชิ้นดี ทว่าภายในจิตใจลึก ๆโอเชี่ยนยังมั่นใจว่าตนอยากปกป้องคนตรงหน้า ดังนั้นเขาจะไม่ปล่อยให้ใครรู้เรื่องนี้กระทั่งเอพริล แต่ในกรณีที่ทางบลูอยากจะป่าวประกาศเขาก็ไม่รู้จะรับมืออย่างไรเช่นกัน

“แค่ทำให้ที่ ๆยืนอยู่มันมั่นคงน่ะซันชายส์”บลูตอบเรียบ ๆและเริ่มตั้งท่าเมื่อเห็นว่าโอเชี่ยนเองก็เริ่มตั้งท่าจะลุยเข้ามาเหมือนกัน

“ผมมีเรื่องจะบอกพี่อยู่สองเรื่อง หนึ่งคือที่ยืนของพี่ในฝั่งเรามั่นคงเสมอโดยที่พี่ไม่ต้องฆ่าใคร และสอง...”โอเชี่ยนสูดลมหายใจจนเต็มปอดก่อนจะตะโกนเสียงดังพร้อมพุ่งใส่”ผมคือทีโรเบล โอเชี่ยน ไม่ใช่ชิเดลิตส์ ซันชายส์!!!!

โอเชี่ยนพุ่งเข้าใส่ร่างของบลูพร้อมดาบคาตานะสีดำสนิท ริมฝีปากสีเชอร์รี่เหยียดยิ้มน่ามอง ทว่ากลับไม่ตึงใจใครให้หยุดชะงัก บลูวาดเคียวขึ้นกัน ในพริบตาร่างของโอเชี่ยนก็ทะยานมาปะทะ เสียงโลหะกระทบกันดังเสียดหู คมดาบถูกความโค้งของเคียวผลักให้มันไหลไปตามรูปทรง สะเก็ดไฟเป็นประกายแลบ นั่นทำให้โอเชี่ยนดีดตัวออกอย่างรวดเร็ว ฝ่ายชายผมขาววาดมือไปด้านหน้าเพื่อสั่งการน้ำแข็งให้ลุกลามไล่ตามชายผมแดงไป ทีโรเบล โอเชี่ยนวาดดาบอย่างรุนแรง พลังที่มองไม่เห็นปะทะจนน้ำแข็งแหลกละเอียดเป็นเกล็ดเล็กเกล็ดน้อย

นัยน์ตาสีส้มหรี่ลงอย่างประเมินเมื่อฝ่ายตรงข้ามยืนนิ่งไม่มีวี่แววจู่โจมซ้ำ บลูเคาะปลายเคียวลงกับพื้นเบา ๆ เรียวปากยกยิ้มที่คุ้นเคย รอยยิ้มแบบคาราเมลที่โอเชี่ยนเห็นบ่อยครั้ง

“การเคลื่อนไหวของนายดีขึ้น หรือว่าจริง ๆแล้วซ่อนฝีมือพวกนี้ไว้แต่แรกแล้วกันแน่นะ ประมาทชิเดลิตส์ไม่ได้จริง ๆ”ชายผมขาวส่ายศีรษะช้า ๆก่อนจะเอ่ยต่อ”แล้วรู้อะไรบ้างแล้วล่ะครับ นอกจากเรื่องที่เทเลพอทไปเทเลพอทมาอย่างกับผีน่ะโอเชี่ยน”

“ถ้าอยากรู้ข้อมูลของฝั่งนี้ก็ต้องเป็นคนของฝั่งนี้นะครับ พี่บลูสนใจจะย้ายกลับมาไหมล่ะ ยังทันนะครับ”โอเชี่ยนว่าด้วยน้ำเสียงพยายามไม่ให้มันฟังดูตึงเครียดเกินไป หูแว่วได้ยินเสียงฝ่ายตรงข้ามหัวเราะเบา ๆ

บลูตวัดเคียวขึ้นพาดบ่าก่อนจะเอ่ยเรียบ ๆ”ไม่เห็นรู้เลยว่านายช่างต่อรองขนาดนี้”

พริบตาร่างนั้นก็พุ่งเข้ามาปะทะแบบไม่ทันตั้งตัว โอเชี่ยนประสาทดีพอจะยกดาบขึ้นกัน เขาสบดวงตากับอีกฝ่ายในระยะประชิดก่อนจะถีบตัวถอยหลัง อีกครึ่งก้าวก็จะล่วงลงไปด้านล่างแล้ว โอเชี่ยนคิดก่อนจะรีบเทเลพอทหนี เขาแสร้งเข้าไปโจมตีบลูจากด้านหลังเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาพยายามเลี่ยงจุดเสี่ยง กฎข้อเดียวของการเทเลพอทคือก่อนเคลื่อนย้ายเท้าต้องติดพื้น มันคือข้อจำกัดที่ทำไม่ให้พลังที่ดูขี้โกงนี่มันขี้โกงมาจนเกินไป มันออกจะน่าหัวเสียไม่น้อย

“พี่ไม่ใช่หนูทดลองวิชาของนายนะโอเชี่ยน!

บลูหันกลับไปโต้พร้อมประกาศว่า เขาตวัดเคียวฟันใส่อย่างไร้ความลังเล ปลายเคียวเฉียวร่างโอเชี่ยนเป็นทางยาว เสื้อผ้าที่สวมอยู่ขาดวิ่นกินเข้าไปยังเนื้อของเจ้าของร่าง เพราะการเทเลพอทกะทันหันนั้นเขาไม่คิดว่าบลูจะหันกลับมาทัน เขาเปลี่ยนอาวุธในมือเป็นปืนคู่ไปแล้วทำให้ไม่อาจจะยกขึ้นกันคมเคียวได้ ร่างทั้งร่างไถลไปกับพื้นก่อนโอเชี่ยนจะพลิกตัวกลับขึ้นมาได้ทันท่วงที ปืนในมือถูกเหนี่ยวไก ทว่าก็ถูกพลังน้ำแข็งสกัดเอาไว้อยู่ดี

โอเชี่ยนเล็งปืนอีกครั้ง กำลังจะเหนี่ยวไกออกมา ทว่าความรู้สึกเจ็บแปลบที่กลางอกทำให้เขาทรุดร่างลงไปอย่างไม่อาจจะห้ามได้ ความเจ็บนี้ไม่ใช่สิ่งอื่นใดนอกจากการที่อสูรที่ถูกอันเชิญมาถูกโจมตีจนต้องกลับไปยังอีกมิติหนึ่ง ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นต่อกันขนาดแปลว่าทั้งยูกิอนนะ อากิระ และฟินิกซ์ล้วนแล้วแต่ถูกกำจัดจนหมดสิ้น โอเชี่ยนกัดฟัน เพราะพลังเขายังไม่แข็งแกร่งพอเลยทำให้การคงอยู่ที่โลกนี้ของพวกยูกิอนนะพลอยไม่แข็งแกร่งไปด้วย ชายหนุ่มคิดก่อนจะไอโขลกเอาเลือดสีแดงสดออกมา เพราะเขาฝืนตัวเองทำอะไรไม่เจียมตัว

“ดูท่าเหมือนว่าคนที่เคยประกาศก้องว่าจะปกป้องเอพริล จะกลายเป็นฝ่ายถูกปกป้องเอานะ”ชายผมขาวส่ายหัว ไม่รู้ว่าด้วยความใจดีอะไรถึงยังไม่ยอมโจมตีเสียที”ดูแลตัวเองหน่อยสิ นายน่ะเป็นคนที่ใคร ๆก็อยากได้ตัวนะโอเชี่ยน”

ชายผมแดงถุยเลือดรสเค็มปล่าออกจากปากก่อนจะใช้หลังมือปาดเช็ดมันอย่างลวก ๆ พร้อมกันนั้นก็ยันตัวลุกขึ้นเตรียมเผชิญหน้าอีกครั้ง ปืนในมือถูกเหนี่ยวไกอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ทว่าฝ่ายตรงข้ามกลับสามารถเรียกน้ำแข็งออกมากันได้อย่างไร้ที่ติ โอเชี่ยนสบถลำคอ นัยน์ตาพล่าเบลอเป็นระยะเกิดจากการที่ร่างกายล้าเกินจะทน ทว่าเขาไม่อาจจะทนนิ่งอยู่ได้ ต้องไล่ต้อนให้บลูถอนตัวก่อนเอพริลจะมา

พริบตาที่สมาธิหลุดไปจากตรงหน้า ร่างของบลูก็หายไปจากการรับรู้ ปลายนิ้วของโอเชี่ยนเย็นวาบ รับรู้ได้ว่าอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าร่างที่หายไปจะปรากฏตัวตรงหน้าเขา ทว่าร่างกายกับแข็งค้างไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว หากยังขยับตัวไม่ได้ภายในระยะเวลาสองวินาทนี้ ร่างที่ต้องล่าถอยและแหลกสลายคงจะเป็นเขา

และมันเป็นจริงดังคาด ร่างของบลูปรากฎตัวขึ้นตรงหน้าพร้อมคมเคียวที่ง้างขึ้นสูงพร้อมปลิดวิญญาณ นัยน์ตาสีส้มเบิกโพลง ภาพตรงหน้าดับลงเป็นระยะ เขาทำได้เพียงเอี้ยวตัวไปด้านหลัง แต่ก็ไม่แน่ว่าจะหลบปลายคมเคียวได้ทั้งหมด

เคร้ง!!

ในช่วงเวลาที่รู้ถึงว่าวิกฤติ โอเชี่ยนเชื่อถือเสมอว่าจะมีพระเอกขี่มาขาวมาช่วย กระทั่งครั้งนี้ดูเหมือนว่าความเชื่อนั้นยังไม่กลายเป็นแค่นิทานหลอกเด็กไป ร่างสูงตะง่านในชุดคลุมสีน้ำตาลอ่อนปรากฏตรงหน้าพร้อมไม้เท้าอันยาวที่ดูไม่ต่างจากกิ่งไม้ที่หักมาจากต้นไม้ที่เกาะกลางถนน ทว่ามันสามารถกันเคียวของบลูและต้านกลับไปได้โดยที่ตัวมันไร้ซึ่งรอยขีดข่วน นัยน์ตาสีส้มกระพริบถี่ ๆก่อนจะสบเข้ากับดวงตาอีกคู่ที่ซ่อนงำไว้ภายใต้หน้ากากไม้หน้าตาประหลาด

“คุณ...”

“จะเล่นแรงไปหน่อยหรือเปล่า?”

อีกฝ่ายไมได้สนใจโอเชี่ยน แต่หันไปพูดกับบลูพร้อมกับสะบัดไม้เท้าออกด้านข้าง ฝ่ายอดีตหมาป่าขาวกระโดดถอยหลังไปสองสามก้าวพร้อมรอยยิ้มแสยะแบบคนพึงพอใจอะไรสักอย่าง เขายืนจังก้าอยู่กับที่ ดวงตาหรี่มองพร้อมคำพูดทักทาย

“คิดว่าถ้าปรากฏตัวมาในจังหวะนี้แล้วจะเป็นพระเอกล่ะสินะ”

สิ้นคำทักยียวนร่างในชุดคลุมก็พุ่งเข้าใส่อย่างคนเปิดก่อนได้เปรียบ ไม้เท้าอันยาวในมือวาดใส่อย่างรวดเร็วและรุนแรง ทว่ามันกลับถูกกันไว้ด้วยน้ำแข็งเย็นเชียบแบบครั้งก่อน เสียงปริร้าวดังก้องหู โล่น้ำแข็งแตกร้าวก่อนจะร่วงกราวลงสู่พื้นแล้วละลายหายไป และก่อนที่บลูจะได้โจมตีอีกระรอกร่างในคลุมคนก็เหวี่ยงไม้เท้าไปด้านหน้าก่อเกิดเป็นพลังน้ำแข็งที่ทัดเทียมกันซัดเข้าใส่ ชายผมขาวเอียงตัวหลบซ้ายทีขวาทีก่อนจะซัดน้ำแข็งสวนกลับ แต่ก็ถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย

สงครามน้ำแข็งอุบัติขึ้นบนด่านฟ้า ส่งผลให้อากาศโดยรอบที่เย็นตัวอยู่แล้วเย็นมากขึ้นไปอีกด้วยจิตสังหารของคนสองคน โอเชี่ยนไม่รู้ว่าชายสวมหน้าที่กากที่เขาพบในป่ามาปรากฏตัวที่นี่ได้อย่างไร แล้วยังช่วยเหลือเขาด้วยเหตุผลอะไรกันแน่ นัยน์ตาสีส้มจับจ้องไปที่อีกฝ่ายอย่างเคลือบแคลง ร่างในชุดคลุมเหมือนรู้ตัว เขาหมุนตัวกลับมาในจังหวะที่หลบเคียวของบลูแล้วสบตากับโอเชี่ยน ไม่รู้ว่าทำไมทั้งที่มองไม่เห็นแต่เหมือนร่างนั้นส่งยิ้มเย้ยหยันน่าหงุดหงิดให้

ไม้เท้าในมือฟาดลงมาอย่างรุนแรงพร้อมกับถูกดาบเคียวตวัดกัน ร่างสูงในชุดคลุมกระโดดหมุนตัวอ้อมไปด้านหลัง เขาย่อตัวลงเมื่อถึงพื้นเพื่อซับน้ำหนักก่อนจะวาดเท้าเตะตัดขาอีกฝ่ายอย่างแรง บลูเหมือนไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะมาไม้นี้จึงเตรียมรับมือไม่ทัน ร่างของเขาเสียหลักหงายหลัง แต่ก็สามารถใช้มือเดียวยันพื้นตีลังกากลับลงมา ร่างไถลไปด้านหลังเล็กน้อยพร้อมกับซัดลิ่มน้ำแข็งใส่ร่างในชุดคลุมเพื่อไม่ให้เว้นจังหวะ ฝ่ายนั้นควงไม้เท้าในมือป้องกันแล้วซัดลิ่มน้ำแข็งแบบเดียวกันใส่

ลิ่มน้ำแข็งส่วนหนึ่งที่หลบไม่พ้นปักเข้าที่มือของบลูจนเคียวเล่มโตหลุดออก เขาไม่มีท่าทีจะกลับไปสนใจอาวุธคู่กายแล้วจัดการพุ่งใส่ทั้งที่ไร้อาวุธ ทว่าความสามารถของเขาหากมีแค่เมื่อได้จับอาวุธคู่กายก็คงไม่สามารถขึ้นไปยืนอยู่จุดสูงสุดของวงการนักฆ่าได้ ที่ผ่านมาการต่อสู้พวกนั้นแทบจะเรียกว่าเป็นของเล่นหลอกเด็กเมื่อคนผมขาวคิดลงมืออย่างจริงจัง นัยน์ตาสีแดงที่ฉาบฉายไปด้วยกลิ่นไอสังหารจ้องเขม็ง พริบตาร่างนั้นก็พุ่งเข้าไปศอกใส่ปลายคางของร่างในชุดคลุม แต่แล้วก็ถูกอีกฝ่ายเอามือกันเอาไว้ บลูดีดตัวกลับออกมาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะถูกจับตัวได้ทัน จากนั้นจึงพุ่งเข้าไปให้พร้อมกับกระโดดตัวลอยตัวเท้าเตะใบหน้าอีกฝ่ายและถูกกันไว้ด้วยไม้เท้าในมือของชายผู้นั้น ทันทีที่หน้าแข้งสัมผัสกับไม้เท้าเขาก็รับรู้ได้ทันทีว่าไอ้กิ่งไม้กระจอกนั่นไม่เหมือนที่ตาเห็น ราวกับมันเคลือบเอาไว้ด้วยใยเหล็กชั้นดี

ขาของบลูเจ็บร้าวและรับรู้ได้ถึงความเสียหายของตนเอง เขาทิ้งตัวลงกับพื้น ในการต่อสู้ถือว่าหากใครบาดเจ็บก่อนก็ย่อมเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบ ในตอนนี้ฝ่ายตรงข้ามไม่มีท่าทีจะจู่โจม เขาสะบัดไม้เท้าไปด้านข้าง ท่าทางชอบเป็นฝ่ายตั้งรับมากกว่าจะรุกเข้ามา

ฝ่ายโอเชี่ยนที่ทำได้เพียงนั่งดูด้วยสภาพที่ไม่ค่อยจะน่าอภิรมย์นัก ภาพที่เขาเห็นยังคงเป็นการสลับไปมาระหว่างภาพที่คมชัดและสีดำ กระนั้นแล้วโอเชี่ยนก็ยังตั้งใจมองการต่อสู้ของคู่ตรงหน้าอย่างพิจารณา เห็นการเคลื่อนไหวที่พลิ้วไหวของคนสองคนแล้วโอเชี่ยนสับสน ทั้งชวนคุ้นเคยแต่กลับคุ้นตาอย่างประหลาด และเพราะเรื่องตรงหน้ามันน่าสนใจมาก ทั้งการปรากฏตัวของชุกคลุมและทักษะการต่อสู้ที่คุ้นตา ทุกอย่างล้วนแล้วประกอบให้โอเชี่ยนลืมนึกถึงไปเลยว่าใครกันที่โจมตีจนพวกยูกิอนนะต้องล่าถอยกลับมิติไป จังหวะที่ละทิ้งเรื่องสำคัญไปนั้นเอง โอเชี่ยนกลับถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว ร่างถูกพลังปริศนากระชากลงมาจากด่านฟ้าอย่างแรง เขามีเวลาตกใจแค่หนึ่งวินาทีเท่านั้นก่อนสมองจะคิดคำนวณหาทางรอด

ข้อจำกัดของการเทเลพอทคือการการเทเลพอทเท้าต้องอยู่บนพื้น ซึ่งตอนนี้โอเชี่ยนอยู่ในข้อจำกัดนั้น สมองของอัจฉริยะทำงานอย่างรวดเร็ว ไม่ถึงวินทีหลังจากการตกใจโอเชี่ยนก็ประสานมือทำสัญลักษณ์ประหลาดก่อนปีกสีขาวสว่างจะสะบัดออกจากหลังเขาก่อนร่างกระแทกพื้นเพียงเสี้ยววินาที ร่างทั้งร่างบินโฉมขึ้นฟ้า นัยน์ตามองหาร่างที่จู่โจมเข้า ชายผู้เป็นเจ้าของเส้นผมสีน้ำเงินเข้มลอยอยู่กลางอากาศไม่ไกลนัก ใบหน้าที่เหมือนเขาราวส่องกระจกแสยะยิ้มพราวร้ายกาจ หากเมื่อครู่สักหารเขาได้ เสียงหัวเราะคงกู่ก้องคับท้องฟ้า

“ดวงแข็งจริง ๆเลยนะเจ้าเศษขยะ”มิดไนท์กล่าวด้วยสีหน้ากึ่งไม่สบอารมณ์

โอเชี่ยนมองร่างน้องชายก่อนจะเหลือบมองไปทางชายในชุดคลุมอย่างเป็นห่วง คิดอยู่ว่ามิดไนท์คงเอาจังหวะนั้นพุ่งเข้ามาโจมตี กำปั้นที่พุ่งมาถูกรับเอาไว้อย่างแม่นยำ ระยะห่างแทบจะกลายเป็นศูนย์ทำให้ดวงตาในสีขั้วตรงข้ามสบกันอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก มิดไนท์คาดหวังสายตาเจ็บปวดจากพี่ชายยามเมื่อเจอหน้าเขา สายตาของหมาขี้แพ้เหมือนที่ผ่าน ๆมา ทว่าคราวนี้มันเย็นชาและเรียบเฉย เสมือนไม่ใช่คน ๆเดียวกัน

“กำลังคาดหวังสายตาแบบไหนอยู่กันล่ะ?”

น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถามก่อนโอเชี่ยนจะเหวี่ยงร่างน้องชายออกไปไกลด้วยมือข้างเดียว ภาพตรงหน้าเขายังติด ๆดับ ๆไม่ต่างกับโทรทัศน์ที่กำลังเสีย เขารู้ดีว่าขีดจำกัดมาถึง แต่จะปล่อยร่างมิดไนท์ไปเฉย ๆไม่ได้ แค่ลำพังรับมือกับบลู ร่างในชุดคลุมก็ลำบากมากพอแล้ว หากมีมิดไนท์เพิ่มเข้าไปเกรงว่าจะหนักเกินกว่าจะรับมือได้ อย่างน้อยสุดถ้าเป็นมิดไนท์ ต่อให้สภาพไม่พร้อม แต่โอเชี่ยนมั่นใจว่าตนเองสามารถทำให้ฝ่ายนั้นล่าถอยไปได้

“แก!!!!!!

มิดไนท์ตะโกนลั่นก่อนจะพุ่งเข้าใส่ ทั้งหมัดทั้งเท้ากระหน่ำโจมตีไม่เว้น รวมไปถึงสารพัดพลังที่รู้มาก็ถูกขุดออกมาทุ่มใส่โอเชี่ยนจนหมด ฝ่ายชายผมแดงทำเพียงกางโล่น้ำแข็งออกมาป้องกัน เพียงเห็นบลูทำแค่ครั้งเดียวเขาก็เลียนแบบได้แทบจะในทันที ถ้ามันอยู่ในขอบเขตที่เขาทำได้ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรเลยสักนิด แม้จะไม่แข็งแกร่งเท่า แต่กับคนที่สู้ด้วยอารมณ์และไร้ซึ่งสติแบบมิดไนท์ โล่น้ำแข็งก๊อปเกรดบีก็น่าจะเอาอยู่

“เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่ฉันจะมาโอ๋นายเลยมิดไนท์”

สิ้นคำช่องโหว่ก็ปรากฏให้โอเชี่ยนเหวี่ยงหมัดใส่หน้าน้องชายฝาแฝดเต็ม ๆจนร่างนั้นกระเด็นออกไปไกล เพราะอยู่กลางอากาศทำให้พื้นที่ในการต่อสู้กว้างจนแทบจะไม่มีจุดสิ้นสุด  นัยน์ตาสีส้มมองตามร่างที่ลอยไป ก่อนจะเหลือบลงมองรถสปอร์ตสีขาวที่ขับมาจอดด้านล่าง เอพริลตามมาทันแล้ว พร้อมกับพวกโวคระดับร่างกลุ่มหนึ่งเพื่อช่วยเหลือและอพยพคน นัยน์ตาสีดำของหมาป่าน้ำเงินเหลือบมองขึ้นมา เขาดูตกใจเมื่อเห็นโอเชี่ยนมีปีกที่หลัง แต่กระนั้นแล้วก็ไม่ได้เอ่ยอะไร โอเชี่ยนทำสัญญาณมือบอกให้เอพริลดูแลด้านล่างไป ซึ่งทางนั้นก็ตอบตกลงแม้จะทำท่าคล้ายลังเลก็ตาม การรั้งอีกฝ่ายไว้ด้านล่างดีกว่าให้ขึ้นมาเจอบลูตรง ๆ ใครจะไปรู้ว่าบลูจะบอกอะไรออกมาบ้าง

“วันนี้ฉันมาที่นี่ไม่ใช่ในฐานะพี่ชายของนาย”โอเชี่ยนปรายตากลับมามองมิดไนท์ที่สามารถหยุดร่างตนเองไม่ให้กระเด็นไปไกลกว่านี้ไว้ได้ ชายหนุ่มผมน้ำเงินเรียกดาบออกมาด้วยสายตาเครียดแค้น โอเชี่ยนมองภาพตรงหน้าถูกแทนที่ด้วยสีดำบ่อยกว่าเดิมหลายเท่า แต่เขายังคงเก็บอาการ หวังแค่ว่าจะถ่วงเวลาได้ไม่มากก็น้อย ขอแค่เอพริลอพยพคนเสร็จก็พอ ที่นี่เป็นย่านการค้า ผู้คนพลุพล่านหนาตา ต่อให้พวกยูกิอนนะอพยพคนไปแล้วบางส่วน แต่ที่เหลืออยู่ก็ยังมากอยู่ดี

“จะวันไหนแกก็ไม่ใช่พี่ฉันทั้งนั้นน่ะแหละ!

มิดไนท์เหวี่ยงดาบมาปะทะ โอเชี่ยนตวัดดาบขึ้นรับ แรงที่มากกว่าของชายผมน้ำเงินทำให้ร่างของหมาป่าแดงลอยถอยหลัง สีดำแทรกเข้ามาไม่เว้นระยะหายใจ ชายหนุ่มกัดฟันต้านกลับพร้อมกับยกเท้าถีบอีกฝ่ายเต็มแรง

“พี่เป็นพี่ของนายเสมอ ตั้งแต่เกิดมา คนเป็นพี่ที่เกิดก่อนก็เพื่อปกป้องน้อง แต่วันนี้ ตอนนี้ฉันไม่ใช่พี่ของนาย ไม่ใช่ชิเดลิตส์ ซันชายส์ แต่เป็นทีโรเบล โอเชี่ยน หมาป่าแดงแห่งโวคเขตสี่ และฉันจะกำราบนายซะ ชิเดลิตส์ มิดไนท์!

โอเชี่ยนประกาศก้องพร้อมวาดดาบเตรียมโรมรัน ทั้ง ๆที่ตาทั้งสองข้างมองเห็นแต่ความมืดมิดแล้วเท่านั้น


++++++++++++++++++

รีไรท์อยู่ แจ้งเตือนอาจจะเด้งขึ้นบ่อยหน่อนยนะค้า


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #409 LoKi VampirE (@ri-j_yoh) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 21:35
    คาร่ามีบทแล้ว กรีดร้อง
    บทอย่าหายไปอีกน้าาา
    Fcพี่บลู
    #409
    1
    • #409-1 Zer'Kaem (@lovery1859) (จากตอนที่ 54)
      1 กรกฎาคม 2560 / 23:18
      มาตามบทฮะ ภาคสามโอเชี่ยนเด่น บอกล้าว
      #409-1
  2. #408 Roszo (@tubtim52) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 15:12
    ว้าว!สุดยอดสนุกมาก พึ่งเจอเรื่องนี้ แต่ชอบสุดๆอ่ะ>\\\<
    #408
    1
    • #408-1 Zer'Kaem (@lovery1859) (จากตอนที่ 54)
      1 กรกฎาคม 2560 / 16:20
      ชอบคุณค่าาาาาาาาา ถ้าเธอชอบเราก็ดีใจ กรี๊ดดดดดดดดดดด
      #408-1
  3. #406 nichimurayukina (@nichimurayukina) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 05:57
    สนกมากกก มันส์พะยะค่ะ ขอบคุณมากค่ะที่มาอัพให้ รีบๆมาอัพอีก 40% เร็วๆนะค้าาาา เป็นกำลังใจให้ค่าาาาา สู้สู้ ไฟท์โตะ!
    #406
    1
    • #406-1 Zer'Kaem (@lovery1859) (จากตอนที่ 54)
      29 มิถุนายน 2560 / 13:03
      ขอบคุณค่า แต่งนานหน่อย ต้องเกลี่ยบทให้แต่ละตัวเท่า ๆกัน555555555
      #406-1