Little Sheep or Werewolf แกะตัวนั้นที่มันเป็นหมาป่า

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 24,296 Views

  • 485 Comments

  • 1,072 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    34

    Overall
    24,296

ตอนที่ 51 : Little Sheep V ::‘ล่วงหล่น’{100per}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 208
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    22 ส.ค. 60

Little Sheep V

ล่วงหล่น

สิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันดูราวกับเป็นภาพมายาในห้วงฝัน ความงดงามเกินจริงราวกับเทพนิยายนี่พาลให้เอพริลยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองเบาๆไปหลายทีเพราะต้องการรู้ว่าตอนนี้สรุปแล้วฝันไปหรือเปล่า เขาเคยเห็นพวกผู้ชายที่หน้าตาดีเกินมนุษย์มาหลายครั้ง พวกนายแบบบนนิตยสารก็มีถมเถไป แบบหล่อใส หน้าขาวปากแดง หน้าดูหวานสวยราวกับผู้หญิงอะไรนั่น แต่นี่มันออกจะมากกว่านั้นไปหน่อย ถ้าบอกว่าร่างในน้ำแข็งเป็นผู้หญิง เอพริลก็เชื่อ แต่ถ้าบอกว่าจริงๆแล้วเป็นผู้ชาย...เอพริลก็เชื่ออีกเหมือนกัน

“นี่คือ...เซนเซย์เหรอ?”

ฮีโร่เฮงซวยที่คาราเมลเคยพูดถึงน่ะนะ? เอพริลต่อท้ายในใจด้วยความรู้สึกหลากหลาย ตอนที่ได้ยินเรื่องเล่า เขาเดาว่าฮีโร่อะไรนั่นมันต้องดูกากแบบสุดๆ ประมาณว่าเห็นแค่หน้าก็รู้แล้วว่าไม่ได้เรื่องได้ความ แต่ร่างตรงหน้าไม่ว่าจะมองมุมไหน มันก็สมบูรณ์ไปหมดไม่ใช่เหรอ หรือจะเป็นพวกที่หน้าใสไร้สมองกัน?

“นี่แหละ”

โอเชี่ยนตอบสั้นๆก่อนจะก้าวเท้าข้ามรั้วไม้เข้าไปด้านใน ไอเย็นเฉียบไหลบ่าเข้าบาดผิวกาย เพียงแค่อยู่ใกล้แค่หนึ่งฟุต ความเย็นพวกนั้นก็พาลทำให้ปวดกระดูกราวกับว่าแช่อยู่ในถังน้ำที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง ปลายนิ้วยกขึ้นหวังสัมผัส แต่กระแสไฟฟ้าที่แล่นไล่มาตามนิ้วทำให้โอเชี่ยนสบถ เขารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างเกี่ยวกับคาถาที่ถูกวางเอาไว้บนพนัง ดูท่าว่าตระกูลของเขาคงลงคาถาเอาไว้หลายต่อหลายชั้นจริงๆ

“ฉันต้องคลายคาถาทั้งหมด แต่ดูเหมือนจะมีอุปสรรค์เพราะฉันแตะต้องพนังนี่ไม่ได้ ถ้าแตะไม่ได้ก็ส่งพลังให้คลายออกไม่ได้ พลังจะส่งได้เฉพาะสิ่งของชนิดเดียวกัน”

“อย่าง...คนกับคน?”พอโอเชี่นพยักหน้าเอพริลก็ถามต่อ”แล้วมันมีคาถากี่ชั้นกันล่ะนั่น”

“ประมาณยี่สิบถึงสามสิบ”

“อะไรนะ?”เอพริลทำตาโตก่อนจะบ่นอย่างประชดประชัน”นี่บ้านนายกลัวใครเขาเข้ามาเอาร่างเซนเซย์หรือไงถึงลงไว้หนาขนาดนั้น”

“ก็ใช่ไง”

โอเชี่ยนตอบเรียบๆ นั่นทำให้เอพริลเงียบกริบ เขาลืมไปเลยว่าเป้าหมายที่เหล่าชิเดลิตส์นำร่างของเซนเซย์มาไว้ที่นี่มันเพื่ออะไร ฝั่งชายผมแดงพอเห็นเพื่อนทำหน้าเหรอหราไม่เข้ากับบุคลิกก็อดขำออกมาไม่ได้ เมื่อได้รับสายตาเขียวปัดส่งมาให้ เขาก็หันไปสนใจน้ำแข็งตรงหน้าต่อ

“ในนี้มีคาถามากมายร่ายทับกันเอาไว้ บางคาถาเป็นพวกที่ใช้เล่นงานทันทีที่มีใครเข้าใกล้เกินระยะที่ถูกกำหนด ส่วนบางคาถาจะทำงานเมื่อคาถานั้นๆถูกคลายออก ดีไม่ดีฉันว่านายอาจจะได้สู้กับพวกสัตว์ประหลาดตัวเล็กๆที่ไม่เคยเห็นกันมาก่อน ฟังดูแฟนตาซีเลยทีเดียว”

“อย่าเป็นยูนิคอร์นก็พอ ทำใจไม่ได้จริงๆ”

เอพริลว่าติดตลก นั่นเรียกรอยยิ้มจางๆขึ้นบนใบหน้าของโอเชี่ยนได้ ชายผมดำโคลงหัวเล็กน้อยก่อนจะหยิบเอาปืนสีดำสนิทออกมาจากด้านหลังท่ามกลางความงุนงงของโอเชี่ยนว่าเอพริลสามารถเอามันเข้ามาได้อย่างไร ที่บ้านของมาร์ทคงไม่มีให้แน่ เพาะชายคนนั้นเป็นคนสวน ไม่ได้เป้นอดีตทหารเสียหน่อย ฝ่ายเอพริลไม่สนใจท่าทางงุนงงของเพื่อน เขาปลดแม็กกาซีนออกมาเช็กจำนวนลูกกระสุนแล้วใส่กลับเข้าไป ปลดเซฟตี้ของปืนเพื่อรอเวลาได้เหนี่ยวไก

 เรื่องเจอสัตว์ประหลาดเอพริลไม่หวั่น แค่ที่เจอทุกวันนี้มันยังมีอะไรประหลาดบ้างล่ะ ไม่ต้องยกตัวอย่างไกล อาจารย์เขานั่นก็ไม่ใช่คน หรือถ้าได้ลองมาเจอสัตว์พูดได้ กับพ่อมดหน้าเด็กทุกวันๆเข้า ยูนิคอร์นนี่รู้สึกดาดเดือ่นเหมือนสุนัขข้างถนนไปเลย

“จัดการเลย ฉันพร้อมแล้ว”เอพริลว่าพลางชูปืนในมือให้โอเชี่ยนดู

“ก็คิดอยู่ว่าพร้อม”

โอเชี่ยนพึมพำก่อนจะหันไปสนใจพนังน้ำแข็งตรงหน้า สมาธิเริ่มกลับจดจ่ออยู่กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลก เรื่องที่ไม่สามารถเจาะจงเอาเฉพาะสิ่งที่ต้องการได้นี่มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ได้ยินแว่วๆว่ามีคนเรียกเขาว่าอัจฉริยะ ดังนั้นไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของโอเชี่ยนเลยสักนิดเดียว

ในสายตาโอเชี่ยนเริ่มมีบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป ภาพรอบกายหยุดนิ่งลงแล้วกลายเป็นภาพขาวดำ ร่างของชายหนุ่มรอยขึ้นจากพื้นที่ยืน เขามองเห็นสิ่งของมากมายลอยล่องอยู่ในอากาศ ทว่านั่นไม่น่านใจเท่ากับอักขระประหลาดที่จารึกอยู่บนพนังน้ำแข็ง มันส่องแสงสีส้มอ่อน ยามเมื่อตกกระทบลงบนร่างของเซนเซย์แล้วมันยิ่งงดงามจนเกือบลืมหายใจ

พนังน้ำแข็งแตกร้าวออกช้าๆ แต่ถ้าหากมองให้ดีมันเหมือนว่าพนังนั่นกำลังค่อยย้อนสู่ตอนที่ถูกสร้างขึ้น วงเวทย์ค่อยๆจางหายไปทีละชั้นทีละชั้นท่ามกลางสายตาที่จ้องมองและจดจำรายละเอียดของโอเชี่ยน ชายหนุ่มมองอักขระที่ไหลย้อนกลับอย่างตั้งใจ จดจำทุกตัวอักษรในจารึกลงบนความทรงจำทั้งหมด ในพริบตาที่ทุกอย่างกลับคืนสู่จุดเริ่มต้น ร่างของเซนเซย์ลอบอ้อยอิ่งมาตรงหน้า ร่างทั้งร่างลอยคว้างเหมือนอยู่ในอวกาศ โอเชี่ยนยื่นมือไปคว้าร่างนั้นไว้ ทว่ากลับเกี่ยวได้เพียงสร้อยโลหะที่สวมใส่ เพียงปลายนิ้วสัมผัส ภาพมากมายก็ไหลวนเข้ามาดังน้ำที่ไหลทะลักลงจากเขา

โอเชี่ยนเผลอหลับตาแน่นเมื่อรับความทรงจำนั้นเข้ามา และเมื่อลืมตาขึ้น เขาก็พบกับดวงตาสีแดงคู่หนึ่งที่มองเขาอย่างเรียบเฉย ดวงตาสีโกเมนที่เหมือนอัญมณีน้ำงามจากแห่งอัญมณีชั้นเยี่ยม โอเชี่ยนสบตานิ่ง มองดูรอยยิ้มที่คลี่ออกพร้อมมือที่ยกขึ้นมาสัมผัสใบหน้าเขา

เฮือก!!

“โอเชี่ยน?”

เอพริลเรียกชื่อคนผมแดงเมื่อเห็นว่าหลังจากหลับตาไปไม่กี่วินาทีโอเชี่ยนก็สะดุ้งอย่างรุนแรง ชายหนุ่มถอยหลังมาหลายต่อหลายก้าว ท่าทางซนเซจนเอพริลต้องเข้าไปช่วยประครอง เพราะเอพริลใส่ถึงมือหนา เขาเลยไม่รับรู้ถึงอุณหภูมิผ่านผิวสัมผัส แต่ก็ยังได้รับไอร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวโอเชี่ยนไม่น้อย หมาป่าสีดำขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่ชอบใจ ทว่านี่เป็นอีกครั้งที่ยังไม่ได้พูดอะไรก็โดนขัดก่อน

“ฉันรู้วิธีแล้ว”โอเชี่ยนว่าก่อนจะรั้งตัวเองออกจากการช่วยเหลือ เขาเดินเซๆไปหยุดตรงหน้าพนังน้ำแข็ง นัยน์ตาสีส้มมองจ้องลึกไปยังร่างด้านใน”เราไม่สามารถ จะลบล้างคาถาจากด้านนอกได้”

“ห๊ะ?”

โอเชี่ยนหันมองเมื่อเพื่อนร้องเสียงหลงแบบนั้น เขายกยิ้มก่อนจะทดลองยื่นมือไปแตะลงบนกำแพง กระแสไฟฟ้ามากกว่าเดิมแล่นเปรี๊ยะเข้าสู่อุ้งมือของโอเชี่ยน มือที่มีบาดแผลอยู่แล้วยิ่งเกิดบาดแผลหนักเข้าไปอีก เอพริลรีบเกี่ยวคอเสื้อเพื่อนเพื่อดึงตัวออก สายตาด่าเป็นนัยๆว่าทำอะไรไม่รู้จักคิด ตนไม่ได้อยากรู้สักหน่อยว่าผลของการคลายคาถาจากด้านนอกจะเป็นเช่นไร

“แล้วที่นี้จะทำยังไง”

“พอจะมีอะไรเกี่ยวกับเซนเซย์ติดตัวมาไหม?”

คำถามประหลาดๆทำให้เอพริลเลิกคิ้วแต่ก็ตบทั่วตัว แต่พวกเขาจะไปมีของที่เกี่ยวข้องกับเซนเซย์ติดตัวมาได้อย่างไรกัน โอเชี่ยนบ่นงึมงำไม่ได้ศัพท์ แต่ถึงแบบนั้นก็น่าจะไมได้ด่าเอพริล สายตาของชายหนุ่มสอดส่ายไปทั่วเหมือนคนกำลังหาของ สองมือตบไปทั่วตัวทั้งที่ก็รู้ว่าไม่มีอะไรเกี่ยวกับเวนเซย์ที่อยู่กับตัวเขา พอรู้วิธีการก็ไม่มีกุญแจสำคัญเนี่ยนะ ย่ำแย่ชะมัด โอเชี่ยนถอนหายใจก่อนจะยกมือขึ้นลูบใบหน้า มือข้างนั้นลูบลงมาจนถึงคางแล้วชะงัก ความรู้สึกแปลกประหลาดเป็นปลายนิ้วทำให้โอเชี่ยยกมือที่ไมได้สวมถุงมือของตนขึ้นแนบแก้ม

เอพริลมองโอเชี่ยนเหมือนบุรุษพยาบาลในโรงพยาบาลโรคประสาทมองคนไข้ สายตาสื่อถามว่าจะทำอะไรในขณะที่ร่างกายเตรียมพุ่งเข้ารับมือถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝัน โอเชี่ยนลูบๆคลำๆแก้มตนเองอยู่อย่างนั้น เพราะเขารู้สึกได้ว่าอุณหภูมิบนใบหน้าของตนมันไม่เท่ากัน แต่ร่างกายมนุษย์เมื่ออยู่ในสาถนที่เดียวกันทั้งหมด อย่างมากสุดก็ต้องเป็นส่วนที่ห่างกันสิอุณหภูมิถึงจะต่างกัน แต่นี่มันแก้มช่วงบนกับช่วงล่าง มันติดกันแล้วทำไมมันถึงได้เย็นไม่เท่ากันเล่า

“เหย...”

“อะไร?”

“พระเจ้าช่วย”

“อะไรของนาย?”

หลังจากโอเชี่ยนทำท่าทางเหมือนคนบ้า เอรพิลก็คนพบว่าเพื่อนอาจจะบ้าไปแล้วจริงๆเพราะเอาแต่พึมพำอะไรคนเดียว ไม่นานนักก็เริ่มหันมาแล้วส่งยิ้มหวานใส่เอพริล ชายหนุ่มถอยหลังไปสามก้าวจากนั้นก็ยกปืนขึ้นขู่

“ถ้านายจะบ้าก็บอกฉันก่อน ไม่อยากเห็นเพื่อนทรมาน จะสงเคราะห์ให้อย่างเร่งด่วน”

“ใกล้บ้าแต่ยังไม่นะเอพริล ฉันแค่เจอหนทางเท่านั้น อย่าทำท่าน่ากลัวอย่างนั้นสิ”โอเชี่ยนพึมพำปากยื่นก่อนจะโคลงหัวน้อยๆ”ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าผนึกชั้นแรกคืออะไร แต่นายควรเตรียมตัว”

ไม่มีโอกาสให้เอพริลร้องด้วยความฉงน โอเชี่ยนหันหลังกลับไปหากำแพงน้ำแข็งอีกครั้ง สายจ้องมองไปด้วยความสงบ สองมือค่อยๆยกขึ้นมาแล้ววาดไปมาคล้ายการร่ายรำ เอพริลมองตาไม่กระพริบ ทุกท่วงท่าของโอเชี่ยนในตอนนี้ดุมีมนต์ขลังอย่างน่าประหลาด เขาไม่อาจจะละสายตาได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร แต่เอพริลขอลงความเห็นว่านี่คือมนต์สะกด กลุ่มละอองแสงก่อตัวขึ้นบนฝ่ามือของโอเชี่ยน มันเคลื่อนไหวแผ่วเบาไปตามการขยับของชายหนุ่ม เมื่อชายผมแดงดันมือของตนเองไปช้าๆ ละอองแสงพวกนั้นก็เคลื่อนไหวตามไปก่อนจะค่อยๆซึมหายเข้าไปในกำแพงน้ำแข็ง กระแสไฟฟ้าลั่นเปรี๊ยะดักจับเอาไว้เพียงละอองแสงไม่กี่กลุ่ม

ละอองแสงสีส้มงดงามราวเวทย์มนต์ไหลเข้าไปวิ่งวนรอบร่างของเซนเซย์ เอพริลเห็นเพื่อนตนเองอยู่ในท่าทีคล้ายฝืนอย่างหนัก เหงื่อไหลโทรมตัวทั้งที่อากาศเย็นเฉียบ เอพริลรู้ว่าพวกเขามาไกลเกินกว่าจะถอย ดังนั้นการพูดให้เลิกไปเหมือนอย่างเมื่อคราวก่อนๆจึงไม่มีในหัว

 ชายผมดำจ้องมองกระแสละอองที่หมุนวนรอบร่างใต้กำแพงน้ำแข็ง มันลอยวนอ้อยอิ่ง เพียงโอเชี่ยนดันมือออกไปทางกำแพงช้าๆมันก็ซึมเข้าร่างของเซนเซย์ไป โอเชี่ยนหลับตาแน่น เขารับรู้ถึงแรงดันทั่วร่างราวกับจมลงใต้มหาสมุทร แต่ถ้าผลลัพธ์ที่ได้หลังจากทนความเจ็บปวดนี่คือความสวยงามของอนาคตข้างหน้า นั่นน่าจะเป็นเหตุผลพอให้ชายหนุ่มเลือกที่จะทนกับมัน

ร่างของเซนเซย์เองเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไม่น้อย ปลายนิ้วเริ่มขยับไปมา น้ำแข็งด้านในดูท่าคล้ายละลายออกกลายเป็นน้ำ เส้นผมสีดำยาวของเซนเซย์ถึงเริ่มพลิ้วไหวอย่างเป็นธรรมชาติ ทว่าสิ่งที่ทำให้เอพริลต้องยืนนิ่งงันไม่ใช่การเคลื่อนไหวของร่างกาย แต่เป็นเปลือกตาบางที่เปิดออกอย่างแช่มช้า ดวงตาสีแดงสดสะกดลมหายใจเอพริลได้อยู่หมัด รอยยิ้มมุมปากกระตุกขึ้นมอบให้ ก่อนร่างของเซนเซย์จะลอยถอยหลังไป

“จะทำอะไร?”

เอพริลถามเสียงเบา แต่เพื่อนผมแดงไม่มีคำตอบให้เขาเพราะสมาธิทั้งหมดตกอยู่ภายใต้การใช้พลังปลุกร่างเซนเซย์ให้ออกท่าทางตามต้องการ เอพริลเม้มปากเมื่อไร้คำตอบ เขากระชับปืนในมือเตรียมพร้อมเมื่อเห็นว่าเซนเซย์กำลังยื่นมือออกมาตรงหน้า ต่อให้ไม่มีดวงตาของผู้โกงความตายอยู่กับตัว แต่เอพริลก็เห็นอักขระตัวอักษรที่ค่อยๆลอยออกจากกำแพงไปสู่ฝ่ามือของเซนเซย์ พริบตาเดียวอสรพิษมากมายก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับเลื้อยไปตามเส้นทางด้านใน มันขยับกายอยู่ภายใต้กำแพงผลึก จำนวนมากกว่าร้อยทำเอพริลแขยงอย่างอดไม่ได้ ปากที่อ้าขู่ฟ่อพร้อมเขี้ยวแหลมคมชวนให้ขนลุก ชายหนุ่มเดาได้เลยว่าปืนของตนคงไม่พอกำจัดพวกมันทั้งหมด เขาต้องหาวิธีอื่น

แต่ยังไม่ทันได้เริ่มต้นคิดด้วยซ้ำ ของเหลวสีม่วงท่าทางไม่น่าไว้ใจก็ไหลบ่าอยู่ทางเส้นทางหลังผนึก พวกมันท่วมทับร่างอสรพิษ เอพริลเห็นพวกมันดิ้นผ่านด้วยท่าทางเจ็บปวด ควันสีดำลอยออกมาจากร่างที่คล้ายโดนกรดกัดกร่อน ถ้าหากว่านั่นคือร่างของเขา เอพริลคิดว่าคงไม่มีใครจำสภาพศพได้ ต่อให้เป็นพี่ชายกับพ่อก็ตามแต่

“ระวังด้วย”

เสียงโอเชี่ยนดังขึ้นเตือนความคิด เอพริลกระชับปืนในมือทันทีเมื่อได้รับคำเตือน แสงสว่างทอขึ้นบนกำแพงน้ำแข็ง พร้อมกันนั้นร่างของสัตว์ประหลาดมากมายก็พุ่งออกมา เอพริลไม่สามารถหาคำจำกัดความตัวพวกนี้ได้จริงๆว่ามันคืออะไร ร่างกายคล้ายลิง ทว่าไม่มีขน ผิวหนังเหี่ยวแห้งลีบไปตามกระดูก ทุกครั้งที่อ้าปากขู่นอกจากน้ำลายเหนียวหนืดก็จะเห็นฟันแหลมคมสามแถวเรียงซ้อนกัน

“ยูนิคอร์นยังดีซะกว่าเลย!

เอพริลสบถก่อนจะเหนี่ยวไกใส่ร่างพวกนั้นไม่เว้น พวกมันเร็วมากแต่ก็ไม่ได้เร็วไปกว่ากระสุนปืนของชายหนุ่ม เอพริลเหนี่ยวไกไม่เว้นจังหวะ แม็กกาซีนถูกปลดทิ้งแล้วสวมเข้าไปใหม่เป็นรอบที่สอง  ในระหว่างนั้นเขาก็ตวัดขาเตะอัดร่างตรงหน้าเข้าไปเต็มแรง ถึงจะว่องไวแต่ทว่ากลับอ่อนแอ แค่เตะทีเดียวก็กระเด็นลงไปนอนนิ่งกับพื้น เอพริลหมุนตัวหลบตัวที่เข้ามาก่อนจะยกขาขึ้นสูงแล้วกระทืบใส่ร่างที่พุ่งมาเต็มแรง ร่างทั้งร่างของพวกตัวประหลาดถูกบดอัดกับพื้นหินแข็งๆ ร่างมันเหลวแหลกพร้อมเลือดสีแดงสาดกระเซน เอพริลหน้าซีดไม่น้อย อยู่หน่วยโวคมาแรมปีไม่เคยต้องมาเจออะไรระดับนี้มาก่อน

“เสร็จงานนี้ต้องคิดค่าเสียหายยังไงดี ลาพักร้อนสักสามปีดีไหม หรือว่าจะขอเป็นเงินชดเชยถึงจะคุ้ม”

ชายหนุ่มบ่นแก้เบื่อพร้อมปืนที่เหนี่ยวไกเป็นระยะ แถมการยิงปืนในแต่ละครั้งนั้นยังไม่ได้แค่ยิงส่งเดชไป เขาต้องระวังไม่ให้ในระยะหวังผลมีร่างเชี่ยนที่ติดอยู่กับการคลายคาถาอีก แถมไอ้กำแพงเวรนั่นก็ขยับปล่อยสัตว์ประหลาดออกมาวิ่งเล่นไม่เลิก นอกจากพวกลิงไร้ขนนี่แล้วก็ยังมีสุนัขที่มีเขากลางหัว งูที่มีร่างเป็นโรงกระดูก แล้วก็นกแร้งที่ตัวใหญ่กว่าปกติสองเท่า ถ้าวิ่งกลับไปเอาดาบเทพีแห่งสงครามมาใช้ตอนนี้จะทันไหมนะ!

“ยังไม่เสร็จอีกเหรอโอเชี่ยน!

“ใกล้...”โอเชี่ยนพูดแค่นั้น แต่ถ้ายังมีปัญญาแยกสติมาตอบเอรพิลได้นั่นแปลว่ามันใกล้แล้วจริงๆ

“โว้ยยยยยยยยยย ไอ้นี่ก็เกาะอยู่ได้ โมโหแล้วนะ!

เอพริลสะบัดเทาไล่ลิงไร้ขนที่พุ่งมาเกาะขาเขาออกไปกระแทกร่างของหมามีเขาและงูกระดูก พวกมันดิ้นพล่านเมื่อเอพริลเริ่มยิงกราดไม่เลือก เขายื่นมือไปคว้าหางงูกระดูกเอามาใช้ต่างแส้ฟาดร่างสัตว์ประหลาดทีเหลือให้กระเด็นไปตามเวรตามกรรม มืออีกข้างที่ถือปืนไว้ก็เหนี่ยวไกยิ่งแร้งด้านบนที่ส่งเสียงแสบแก้วหู

“เอพริล”

“อะไร?”

“หลบ”

“ห๊ะ— เฮ้ย!!!!!

ชายผมดำร้องลั่นก่อนจะกระโดจนไปปีนเกาะกำแพงผลึกอย่างรวดเร็ว ด้วยความรีบจึงไม่ทันมองว่าที่ที่เข้าเกาะนั้นมีซากงูพิษนอนตายออยู่อีกฝั่ง แถมตอนนี้หน้าของเอพริลก็แนบชิดอยู่กับเจ้าผลึกพวกนี้ด้วย เอพริลกรีดร้องในใจพลางเหลียวมองกระแสน้ำที่ไหลบ่าออกมาจากหลังกำแพงน้ำแข็ง ตอนแรกคิดว่ามันคงต้องยากลำบากและใช้เวลานานกว่านี้ แต่นี่โอเชี่ยนใช้เวลาแค่ยี่สิบนาทีเท่านั้น แปลว่าจริงๆแล้วบ้านชิเดลิตส์เองก็ไม่เท่าไหร่

“โอเชี่ยน!

เอพริลร้องเรียกพลางกระโดดลงไปยืนเมื่อกระแสน้ำจากไปจนหมด โอเชี่ยนนั่งอยู่บนพื้นพร้อมมีร่างของเซนเซย์อยู่กับตัว มือข้างหนึ่งกอดร่างเซนเซย์เอาไว้แน่น อีกมือก็ยกขึ้นเหนือหัว ดูเหมือนกำลังจะกันอะไรสักอย่าง

“เอพริล มาเอาร่างเวนเซย์ไปแล้ววิ่งสุดกำลัง”

“อะไรนะ?”

“เอาไป!

โอเชี่ยนลุกขึ้นโยนร่างเวนเซย์ไปทางเอพริลก่อนจะหันไปวาดมือออกไปด้านหน้า ละอองแสงสีส้มเข้าปะทะกับร่างยักษ์ของกิ้งก่าตัวเท่าช้าง เอพริลยืนนิ่งจนเหมือนคนเป็นใบ้ ร้อนถึงโอเชี่ยนต้องหันไปห่อนจะตวาดลั่น

“ออกไป! นายไม่มีพลังอะไรแล้ว สู้ไปก็เท่านั้นแหละ พาร่างเซนเซย์ไป”

“แต่...”

“เร็ว!!!

“ฉันไปไม่ได้!

สิ้นคำปฏิเสธร่างของเอพริลก็ลอยออกไปนอกถ้ำพร้อมกันนั้นปากถ้ำก็ถูกปิด ชายหนุ่มพยุงตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบากเพราะมีร่างเซนเซย์ทับเอาไว้ กว่าจะเอาร่างหนักๆออกจากตัวได้ก็นานไม่น้อย ชายหนุ่มหัวเสียระดับที่ถ้ามีใครเผลอทำให้ไม่พอใจก็พร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อ ซึ่งมันก็มีแล้ว ไอ้คนที่ทำเขาไม่พอใจ ฉายเดี่ยวอยู่ในถ้ำนั่นไง!

“แหวกถ้ำได้ฉันจะต่อยมันสักหมัดแล้วค่อยสู้กับไอ้กิ้งก่านั่น!

เอพริลหมายมั่นปั้นมือเอาไว้ว่าจะทำอย่างนั้น แต่ยังไม่ทันได้เริ่มขั้นตอนการแหวกถ้ำ ถ้ำที่ว่าก็ดันระเบิดออกเองเสียย่างนั้น เอพริลดึงร่างเซนเซย์หลบไปด้วยความทุลักทุเล สายตามองเห็นร่างหนึ่งลอยอยู่กลางอากาศพร้อมกับกลุ่มละอองสีส้มที่มือ โอเชี่ยนวนสภาพคนแก่บาดเจ็บสาหัสซีดพลังสีส้มใส่กิ้งก่านั่นไม่ยั้ง ท่าทางเป็นต่ออยู่มากจนเอพริลยังทึ่ง นั่นพ่อคุณบู๊มาตั้งนานแล้วยังมีพลังเหลืออีกงั้นเหรอ แถมยังซัดใส่แบบไม่เผื่ออนาคตว่าต้องเจอกับเจ้าหน้าที่ของภูเขาลูกนี้ด้วย

“ฉันเหนื่อยแล้วนะ!

โอเชี่ยนตะโกนก่อนจะหลับตาลงเมื่อความปวดหัวแล่นเข้าสู่แกนสมอง ทว่าแม้จะหลับตาอยู่แต่เขาก็สามารถซัดกลุ่มละอองแสงสีส้มเข้าไปที่ดวงตาของเจ้ากิ้งก่าได้ มันกรีดร้องเสียงลั่นพร้อมจะจู่โม แต่โอเชี่ยนกลับซัดพลังสวนเข้าไปในปากของเจ้ากิ้งก่าอย่างมาก กระแสพลังสีส้มไหลเข้าไปในตัวเจ้ากิ้งก่าแล้วส่งผลให้ท้องของมันเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เอพริลมองแล้วหน้าเสีย เขาต้องหาที่หลบ

“อย่ามากวนประสาทตอนฉันหงุดหงิดนะ”

โอเชี่ยนร้องเตือน มันไม่ใช่คำขู่เพราะเขากำลังจะแสดงให้เห็น เมื่อหางตาเหลือบดูพบว่าเอพริลสามารถพาร่างเซนเซย์ไปหาที่กำบังได้แล้วเขาก็เร่งพลังในมือขึ้นอีกหลายเท่า เจ้ากิ้งก่าอยากจะขยับตัวหนีแต่ไม่สามารถทำได้ ชะตากรรมของมันคงขาดตั้งแต่ถูกใส่ลงในคาถาปิดผนึกร่างเซนเซย์เอาไว้ที่ภูเขาน้ำแข็ง

“อโหสิว่ะเพื่อน”

โอเชี่ยนหลับตาก่อนแรงระเบิดครั้งใหญ่จะส่งผลให้แผ่นดินสะเทือน ไม่มีอะไรได้รับความเสียหายนอกจากร่างเจ้ากิ้งก่าที่หายไป ละอองแสงสีส้มกระจายตัวปกคลุมทั่วภูเขาราวกับเป็นละอองนางฟ้าจากเรื่องปีเตอร์แพน เจ้าของละอองนางฟ้าร่อนลงมายืนบนพื้นก่อนจะถูกหมัดหนักๆต่อยเข้าหน้าไปทีหนึ่งจะเซ

“ทำบ้าอะไร! ขังตัวเองไว้ในถ้ำคิดว่าเท่นักเหรอ ใครสั่งใครสอนให้ทำแบบนี้ บอกฉันมาว่าใครมันสอนให้นายทำแบบนี้ ฉันจะไปกระทืบมันให้จมดิน”

“นี่นายได้รับอิทธิพลจากเทพีแห่งสงครามมากไปหรือเปล่า?”

โอเชี่ยนว่าเสียงค่อย มองดูเพื่อนที่ปล่อยร่างเซนเซย์หัวทิ่มหัวตำไว้ด้านหลัง ส่วนตัวเองก็มากระชากคอเสื้อชายผมแดงหน้าตาเฉย

“ฉันไม่ได้รับอิทธิพลอะไรมากทั้งนั้นแหละ แต่ที่นายทำมันน่าโมโหไหมล่ะ?”

“โอเค ขอโทษครับ โอเชี่ยนผิดเองครับ แต่ทางที่ดีประสานงานกับเจ้าหน้าที่โวคในพื้นที่แล้วก็ทางต้นสังกัดก่อนไหม เดี๋ยวพวกเจ้าหน้าที่ของภูเขามาเจอเข้าเราจะต้องอธิบายไม่น้อย”โอเชี่ยนร้องว่าพลางยกมือทำท่าทางคล้ายมือถือ เอพริลมองด้วยสายตาคาดโทษก่อนจะหันไปต่อสายตรงไปยังโวคของเขตนี้และโทร.หาทริปเปิ้ลว่าพวกเขาเจอร่างเซนเซย์แล้ว

“ทริปเปิลบอกว่าจะส่งคนมารับ แต่ทางเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นไม่ยอมให้ความร่วมมือ”

เอพริลรายงานความคืบหน้าของเหตุการณ์ให้ฟัง โอเชี่ยนพยักหน้ารับก่อนจะยืนทิ้งน้ำหนักพิงราวกั้นทางเดินที่ดูหน้าวาดเสียว ถ้าเกิดพลาดท่าล่ะก็คงกลิ้งตกเขาเป็นลูกขนุนแน่ แถมด้านล่างก็เป็นผ่า ดูท่าทางไม่น่าจะรอดถ้าล่วงลงไป

“ถอยมาไหม?”เอพริลร้องถามหลังจากวิเคราะห์ความคิดในหัว โอเชี่ยนก็ท่าทางไม่ค่อยดี ถ้าตกลงไปก็ต้องแย่แน่ แต่ทางชายหนุ่มกับยักไหล่ใส่

“มาคิดหาวิธีให้พวกท้องถิ่นยอมช่วยงานเราดีกว่า”

โอเชี่ยนเสนอแนวทางใหม่ พวกโวคของเขตนี้คงไม่ให้ความร่วมมือเพราะก่อนหน้าไม่ได้มีการติดต่อประสานงานมาก่อนว่าจะมีการทำภารกิจข้ามเขตพื้นที่ เอพริลก็หลงว่าเมย์ครายส์จัดการให้แล้ว ส่วนทางเมย์ครายส์ก็คงเข้าใจว่าทางทริปเปิ้ลจะจัดการให้ สรุปคือไม่มีใครจัดการสักคน งานมันเลยมางอกที่พวกเอพริลแทน ชายหนุ่มโคลงหัวอย่างจนปัญญา เขาลากร่างเซนเซย์ไปแอบหลังโขดหินก่อนจะถอดเสื้อมาคุมไว้เมื่อหางตาเห็นพวกเจ้าหน้าที่เดินมา

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น พวกคุณเป็นใคร เรื่องอะไรมาสร้างความเดือดร้อนบนนี้”

เจ้าหน้าที่โวคหุ่นตุ้ยนุ้ยที่ผมบนหัวลากจากไปไกลเอ่ยเสียงแข็ง เขาจ้องมองเอพริลที่พยายามยิ้มอย่างเป็นมิตรก่อนจะย้ายสายตาไปทา.โอเชี่ยนที่ยืนพิงขอบที่กั้นอยู่ ฝ่ายชายผมแดงก็ยกมือขึ้นแทนการทักทายพร้อมรอยยิ้มที่พยายามจะสดใส แต่ความปวดหัวระดับสิบนี่ทำเอาสดใสไม่ออกจริงๆ

“คือ...ต้องขอโทษจริงๆครับที่เราเข้ามาทำงานโดยไม่ได้ติดต่อประสานงานก่อน”เอพริลว่าอย่างเป็นมิตร นั่นสามารถดึงความสนใจจากโวคร่างตุ้ยนุ้ยมาทางตนได้”ผมชื่อเอพิรลครับ มาจากโวคเขต4”เอพริลว่าอย่างนอบน้อมพร้อมทั้งแสดงบัตรเจ้าหน้าที่ตรงหน้าชายร่างอ้วน เขาปรายตามองทีหนึ่งก่อนจะหัวเราะขึ้นจมูก

“หึ คิดว่าเป็นหัวหน้าหน่วยแล้วจะมาทำกร่างต่างถิ่นได้เหรอ ฉันก็หัวหน้าหน่วย แคนที หัวหน้าหน่วยอาชญากรรม จำเอาไว้ และฉันไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนมาทำเขตที่ฉันดูแลปั่นป่วน”

คำว่าหน่วยอาชญากรรมทำให้โอเชี่ยนหวนนึกถึงเพื่อนจอมเย็นชาที่ชอบทะเลาะกับเขาเป็นประจำ พอคิดถึงเสียงด่าเรียบๆนั่นแล้วเขาก็ยิ่งจิตตกหนัก ใจอยากจะกลับให้เร็ว อยากจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อเจ้าอ้วนหัวล้านนั่นให้ยอมแต่โดยดี แต่เหมือนว่าทำแบบนั้นก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา โอเชี่ยนเลยยินนิ่งๆปล่อยให้เอพริลคุยต่อไป

“ต้องขอโทษจริงๆครับ แต่ทางเราเกิดเหตุฉุกเฉินจริงๆ”

“ท่านแคนทีครับ เราพบของน่าสงสัยครับ!

เสียงเจ้าหน้าที่ดังขึ้น แล้วมันยังเป็นบริเวณที่เอพริลเอาร่างเซนเซย์ไปซ่อนเสียด้วย แคนทีรีบปรี่ตรงไปทางนั้น เอพริลก็ปรี่ตามไปดั่งเงาตามตัว ปากอ้าจะอธิบายแต่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งก็เข้ามารายงานสภาพภายในถ้ำที่พินาสแบบกุ่ไม่กลับ นั่นทำให้เอพริลต้องหุบปากแล้วยิ้มหวานให้แคนบีแทน

“หวังว่าคุณจะมีเหตุผลมากพอที่จะอธิบายว่าเรื่องอะไรถึงต้องมาพังสถานที่สำคัญของที่นี่ เห็นว่ามันได้เงินเยอะมากก็เลยมาทำลายงั้นสิ ที่เขตสี่ไม่มีที่เที่ยวดีๆเลยไม่มีเงินมาใช้ในหน่วยหรือไง!

“เรื่องงบประมาณของโวคเขต4เหลือบยิ่งกกว่าเหลื่อครับ สามารถเอาไปสร้างบ้านได้อีกสามหลังในแบบที่อยู่ได้สิบคน อีกอย่างผมไม่เห็นความจำเป็นเลยที่จะต้องมาทำลายเมืองอื่นบ้านอื่นเขา มันมีแต่คนไร้สามัญสำนึกเท่านั้นที่จะทำแบบนี้ ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่ใช่ครับ”

เอพริลร่ายยาวเมื่อเห็นว่ามันเริ่มไปกระทบต่อการเงินที่เขารับผิดชอบอยู่ และเพราะทำหน้าตาน่ากลัวเกินไป พวกเจ้าหน้าที่ที่ตามแคนบีมาจึงเริ่มตั้งท่าเตรียมหากว่ามีเรื่อง เอพริลแสดงสีหน้าหงุดหงิด เห็นทีว่าเขาคงได้รับอิทธิพลมาจากเทพีสงครามอย่างที่โอเชี่ยนว่า ชายหนุ่มเชิดหน้าขึ้นก่อนจะเอ่ยเรียบๆ

“ผมไม่อยากมีเรื่อง แต่ขอเถอะให้หลีกไป”เอพริลว่าสั้นๆแต่ท่าทางออกคำสั่งอย่างชัดเจน

“งั้นก็ตอบมาก่อนสิ ว่าทำไปทั้งหมดมันเพื่ออะไร ถ้าคำตอบมันไม่น่าพอใจ ฉันจะถือว่าหาเรื่อง!”แคนบีชี้หน้าเอพริล ถึงจะตำแหน่งเท่าๆกันแต่เอพริลอายุน้อยกว่า ในสายตาของร่างตุ้ยนุ้ยก็คงน่าดูถูกไม่น้อย เอพริลส่งเสียงจิ๊จะก่อนจะเปิดปากพูด

“แล้วคำตอบแบบไหนล่ะครับที่จะถูกใจคุณ ในเมื่อคุณตั้งแง่กับผมแต่แรกแล้ว ต่อให้คำตอบนั้นมันมีคำชมและเงินสินบนรวมอยู่ด้วย คุณก็คงไม่ชอบใจอยู่ดี”

“แก!!!

“ก็บอกเขาไปสิเอพริล ว่านี่เป็นคำสั่งจากผู้บังคับการสูงสุด”

เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนแคนบีจะได้ทำอะไร ตอนแรกเอพริลคิดว่าโอเชี่ยนคือเจ้าของเสียง แต่พอฟังดูดีๆจะรู้ว่ามันไม่ใช่ ถึงมันจะคุ้นหูแต่นั่นไม่ใช่เสียงโอเชี่ยน สายตาเขาย้ายไปทางต้นเสียงก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้พบกับคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกครั้งเร็วขนาดนี้ ชายหนุ่มผมเงินยกยิ้มก่อนจะย้ายดวงตาสีเขียวไปมองแคนบี

“ก็อย่างที่ว่าแหละครับ”

“เมย์ครายส์...”

แคนบีกัดฟันกรอดๆ ดูท่าคงจะมีความแค้นไม่น้อยกับชายผมเงิน แน่ล่ะ หน้าตาดีแบบล่มบ้านล่มเมืองขนาดนี้ เรื่องอะไรจะไม่ส่งผลให้เกิดความบาดหมาง ทั้งแคนบียังปากเสียไม่น่าคบ เมย์ครายส์เกลียดคนประเภทนี้ คงหาเรื่องแกล้งอะไรอย่าง...แย่งสาวที่แคนบีใช้เวลาจีบแรมปีด้วยคำพูดแค่ไม่กี่คำ แน่น่ะ เมย์ครายส์เก่งที่สุดก็น่าจะเรื่องนี้

“อ่า...นี่เป็นหมายสารจากท่านผบ.สูงสุดครับ เพิ่งฝากผมมาให้”เมย์คายส์ว่าพลางยื่นซองเอกสารไปให้แล้วหันไปทางพวกตนที่ตามมา”พาร่างนั้นขึ้นรถ เดี่ยวเราจะต้องพาเขากลับเขต4 คำสั่งท่านรองผบ.น่ะอันนี้”

เมย์ครายส์หันไปขยิบตาใส่แคนบีเล็กน้อยก่อนจะเดินไปกอดไหล่น้องชายของตน เอรพิลกั้นขำเมื่อเห็นหน้าของแคนบีที่เขียวจัดเพราะความโกรธ จากนั้นสายตาจึงย้ายมายังพี่ชายคนดี

“ทำไมถึงตามมาล่ะครับ”

“อืม...เอาตรงๆก็ใจคอไม่ค่อยดี อาจจะเรื่องที่จะมีหมามาขวางทางมั้ง”เมย์ครายส์เหลือบมองแคนบีเล็กน้อยตอนพูดว่าหมา”แต่ก็ช่างเถอะ เรื่องจบแล้ว พวกนายพักสักหน่อย ท่าทางโอเชี่ยนจะแย่จริงๆ”

“วันๆพี่ก็พูดถึงแต่โอเชี่ยนนั่นล่ะ”เอพริลบ่น

“นั่นพี่สะใภ้นะ อย่าอิจฉาสิ ไปชวนหมอนั่นกลับได้แล้ว ฉันว่าจะพาไปโรงพยาบาลสักหน่อย กลัวกระทบกระเทือนลูกในท้อง”

เอพริลทำหน้าตาเหมือนคนกินยาขม อยากจะรู้เหมือนกันว่าพี่ชายไปแอบทำลูกกับเพื่อนไว้ตอนไหนกัน หรือแค่สบตาก็ท้องได้แล้ว แต่โอเชี่ยนเป็นผู้ชายนะ จะท้องได้ไงเล่า! เอพริลส่ายหัวก่อนจะหันกลับไปเรียกเพื่อนสนิท

“โอเชี่ยน กลับกัน”

ฝ่ายคนผมแดงที่ก้มหน้ามานานก็เงยหน้าขึ้น เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเมย์ครายส์อยู่ตรงนั้น

“นี่...ฉันตาลายจนเห็นเมย์ครายส์เลยเหรอ?”

“ของจริงนะ”เมย์ครายส์ว่าด้วยรอยยิ้มงดงาม แต่นั่นทำให้โอเชี่ยนเบ้หน้า

“รีบมาเหอะน่า ถ้าพี่แตะนายฉันจะกัดหูเขา”เอพริลรับประกันด้วยคำพูดน่ารัก นั่นทำให้ทั้งพี่ชายและเพื่อนสนิทหัวเราะออกมา

โอเชี่ยนโคลงหัวเล็กน้อยก่อนจะยืนตรงแล้วสาวท้าวไปด้านหน้า ทว่าอยู่ๆความรู้สึกไม่ค่อยดีก็พุ่งเข้าจู่โจมเขา ภาพตรงหน้ามืดสนิทราวกับว่าโลกทั้งใบถูกปิดไฟหรือไม่ก็เขาหลับตา เท้าที่กำลังก้าวไปด้านหน้าเซนถอยไปด้านหลังหลายก้าว หูแว่วได้ยินเสียงตะโกนอย่างตกใจจากเอพริล ภาพทุกอย่างกลับมาชัด เขามองเห็นแค่ท้องฟ้าและพบว่าตนกำลังล่วงลงมาจากที่ที่เคยยืนอยู่

“โอเชี่ยน!!!!!!!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #395 punpun3012 (@punpun-3012) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 21:29
    เราคิดไปเองรึเปล่าว่าโอเชี่ยนเคะขึ้นเรื่อยๆ...
    #395
    0
  2. #394 punpun3012 (@punpun-3012) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 21:29
    เราคิดไปเองรึเปล่าว่าโอเชี่ยนเคะขึ้นเรื่อยๆ...
    #394
    1