Little Sheep or Werewolf แกะตัวนั้นที่มันเป็นหมาป่า

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 24,306 Views

  • 485 Comments

  • 1,072 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    44

    Overall
    24,306

ตอนที่ 5 : Chapter 3 : ลูกแกะกับการถูกเชื้อเชิญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    1 ก.ค. 60

 

Chapter 3

ลูกแกะกับการถูกเชื้อเชิญ

 

น้องแกะนั้นยังสงสัย

แกะที่ดีต้องห่างหมาป่าไว้ด้วยระแวงหรือ?

 

“อยากให้คาราเมลมาเป็นโวค?”

ชายหนุ่มอายุยี่สิบสองปีนามเซคัส แอมเบอร์ทวนคำอย่างไม่เชื่อหู เช้าวันใหม่ที่หน่วยโวคไม่ได้สงบสุขอย่างที่เป็น มา คำพูดที่ถูกสาดอัดหน้าเมื่อครู่ฟังดูมันคล้ายการล้อเล่นชัด ๆ แต่ต่อให้สีหน้าคนตรงหน้ามันจะดูเหมือนพวกล้อเล่นไร้สาระไปวัน ๆอย่างไรทว่าแววตามันไม่เล่นตามนี่สิคือสิ่งที่ทำให้แอมเบอร์หนักใจตลอดมา...

“อ่าฮะ แอมเบอร์เองก็น่าจะเห็น คาราเมล~ ออกจะเก่งปานนั้น ยังไงเขาก็ช่วยแอมเบอร์ไปตั้งเยอะนี่นา”

                ชายหนุ่ม(รึเปล่า?)ตรงหน้าว่าเสียงสนุก นัยน์ตาสีม่วงเข้มจ้องที่แอมเบอร์อย่างไม่วางตา เส้นผมสีขาวบริสุทธิ์พริ้วไปตามแรงลมที่พัดเข้ามาทางหน้าต่าง ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเหลืองอ่อนจ้องเขม็งไปที่ผู้บังคับการสูงสุดของหน่วยโวคเขต4อย่างสงสัยว่ามันจะต้องมีอะไรมากกว่าความเก่งกาจแน่ ๆที่คนคนนี้อยากได้คาราเมลเข้ามาเป็นโวคอีกคน ก็ในเมื่ออีกฝ่ายนั้นมาตรฐานสูงเชียดฟ้าในการรับโวคแต่ละครั้งเข้ามาทำงาน ทั้งการประเมินด้วยข้อสอบข้อเขียน ข้อสอบภาคปฏิบัติ คะแนนไม่ถึง80เปอร์เซนพ่อคุณไม่รับเข้าหน้วยให้เปลืองพื้นที่หรอก!

                ...แล้วนี่มันอะไรกัน เด็กที่เจอโดยบังเอิญคนนั้นซึ่งไม่มีพื้นหลังอะไรชัดเจนเลยสักนิด นี่ผู้บังคับการของเขากำลังคิดอะไรอยู่ในหัวกันแน่

“ฮ่ะฮ่า แอมเบอร์อย่ามามองหน้าเหมือนเคลือบแคลงฉันขนาดนี้สิ ดูสิ ๆทริปเปิ้ล แอมเบอร์ไม่ไว้ใจฉันล่ะ”พอเห็นอีกฝ่ายดูท่าไม่ไว้วางใจตัวเขาที่เป็นนายเท่าไหร่ คุณผู้บังคับการจึงหันไปฟ้อง(?)คนที่เป็นทั้งรองผู้บังคับการและเลขาส่วนตัวของตนเองที่ยืนอยู่ด้านข้าง

“ก็คุณทำตัวน่าเชื่อถือไหมล่ะครับ? คุณเบลเฟกอล”

                น้ำเสียงทุ้มนุ้มถูกเอ่ยออกมาอย่างไม่ได้มีความคารพบุคคลที่ถูกเอ่ยถึงแม้แต่น้อย ติดจะเหนื่อยใจเสียมากกว่า ชายหนุ่มผมสีแดงเหลือบส้มถอนหายใจทิ้งก่อนจะเสนัยน์ตาสีมรกตภายใต้กรอบแว่นมามองที่แอมเบอร์

“คุณแอมเบอร์ครับ พวกเราอยากให้คุณหาเด็กที่ชื่อคาราเมลให้พบ เพราะว่าเด็กคนนั้นดูแล้วอาจจะเป็นเอสเปอร์แต่กลับไม่มีข้อมูลอยู่ในฐานข้อมูลของเอสเปอร์เลยสักนิด แม้แต่ฐานข้อมูลประชากรธรรมดาก็ด้วย ไรที่มันน่าสงสัย ผมว่าการเก็บเอาไว้ใกล้ตัวน่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด”

                ทริปเปิ้ลอธิบายยาวยืดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่อย่างน้อย ๆมันก็แลดูน่าเชื่อถือกว่าที่เบลเฟกอลบอกเองเป็นไหน ๆ ทางฝั่งคุณผบ.ก็มีเพียงเสียงฮัมเพลงบวกกับรอยยิ้มละมัยบนใบหน้าที่ไม่ยอมจางหายไปสักที แอมเบอร์มองทั้งสองสลับไปมาก่อนขานรับออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เด็กคนนั้น...จะไปเจอง่ายๆได้ยังไงเล่า ทุกครั้งที่เจอมันก็เป็นความบังเอิญทั้งนั้นเลยไม่ใช่หรือไงเล่า? มันเหมือนกับว่าถ้าเด็กคนนั้นไม่ได้เป็นฝ่ายอยากเจอ ก็จะไม่มีทางได้เจอเอง

“แอมเบอร์! ผบ.เรียกนายไปทำไมง่ะ?”

                โอเชี่ยนที่มารอเพื่อนอยู่หน้าห้องเอ่ยถามอย่างสงสัย ยิ่งเห็นสีหน้าหนักใจของแอมเบอร์ที่ร้อยวันพันปีจะได้เห็นสักครั้งแล้วมันยิ่งไม่น่าวางใจ โอเชี่ยนจด ๆจ้อง ๆเมื่อเห็นเพื่อนผมสีอ่อนไม่ตอบคำถาม ครั้นจะตั้งคำถามอีกรอบก็กลัวโดนกินหัวเอา

“ผบ.กับรองผบ.อยากให้ฉันตามหาคาราเมลและดึงเขาเข้ามาเป็นพวกเพื่อจับตาดูน่ะ”

                แอมเบอร์ตอบเสียงราบเรียบก่อนจะเดินนำไปตามทางเดินภายในที่ทำการของโวค ชายหนุ่มมีสีหน้าคิดไม่ตก ชักเริ่มมองไม่ออกว่าเด็กหนุ่มที่เขารู้จักเป็นคนแบบไหน ยิ่งได้รู้จักยิ่งเป็นปริศนาอย่างนั้นเหรอ? ยิ่งได้เหมือเข้าใกล้ตัวตนของอีกฝ่ายมากเท่าไหร่นั่นก็ยิ่งเพิ่มความสงสัยและเคลือบแคลงเข้าไปอีก ตลอดทางเดินก้องไปด้วยเสียงรองเท้ากระทบกับพื้นเป็นจังหวะการก้าวเดินตคลอไปกับการใช้ความคิดของหมาป่าสีดำ

“แล้วนายจะไปตามหาคาร่าที่ไหนล่ะ? บ้านก็ไม่รู้จัก ฉันรู้นะว่าที่นายยืมคอมพิวเตอร์ฉันไปใช้เพราะจะสืบหาข้อมูลของคาร่าน่ะ แต่ก็ไม่เจอใช่ไหมล่ะ?”โอเชี่ยนถามขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายอยู่กับตัวเองนานไป

“เออ ไม่เจอ”แอมเบอร์ตอบเสียงขุ่นพูดถึงเรื่องนี้เขาก็แอบเจ็บใจไม่น้อยที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเด็กคนนั้นสัดนิด ขนาดได้เจอกันตัวต่อตัวตั้งสามครั้งก็ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติมนอกจากชื่อเท่านั้นเอง

“แล้วนายจะทำไงอ่ะ?”

                โอเชี่ยนที่ยังสงสัยไม่เลิกเพราะอยากจะรู้ว่าอีกฝ่ายจะใช้วิธีไหนจัดการ แอมเบอร์มักเป็นพวกมีแผนรับมือที่ดีๆเสมอ แต่ดูเหมือนคราวนี้อีกฝ่ายจะจนปัญญาซะเสียเต็มประดา

“ก็ว่าจะโทร.ไปหาสายข่าวให้ช่วยหาข่าว แต่รอบก่อนที่โทร.ไปก็...”

                แอมเบอร์ชะงักเสียงที่เล่าถึงเรื่องเช้าวันถัดมาที่เขาเจอคาราเมลครั้งที่สองเอาไว้มือที่ลูบ ๆคลำ ๆหาโทรศัพท์มือถือก็ชะงักไปด้วย เขารู้สึกถึงสิ่งแปลกปลอมบางอย่างที่กระเป๋าเสื้อที่อกข้างซ้าย

“นี่มัน.....”

“ไพ่เอชโพธิ์ดำ?”

                โอเชี่ยนมองไพ่ในมือของแอมเบอร์อย่างงงๆ เขามั่นใจว่าไม่มีทางที่เพื่อนคนนี้จะไปเข้าบ่อน เข้าคาสิโนแน่ๆ จะให้ไปจับวงไพ่ก็ใช่เรื่อง? แล้วอีกฝ่ายไปมีไพ่อยู่ในกระเป๋าเสื้อได้ยังไงกัน? นัยน์ตาสีส้ทมฉายแววฉงนสนเท่ห์เหมือนตอนเด็กอนุบาลที่สงสัยว่าทำไมพระจันทรืถึงลอยตามเราตอนนั่งอยู่ในรถ ยิ่งเห็นแววตาวาววับที่ราวกับนักขุดสมบัติเจอขุมทรัพย์ล้านเหรียญแล้วยิ่งงงไปกันใหญ่

“หึ นี่แหละสิ่งที่จะทำให้เราพบเด็กนั่น”แอมเบอร์ว่าก่อนจะหันไปตบบ่าโอเชี่ยนที่ทำหน้างงไม่เลิก“ไว้เจอกันเมื่อโชคชะตาทำงาน”

“แอมเบอร์พูดไรอ่ะ ฟังไม่รู้เรื่องเลย”คนผมแดงบ่น

เจ้าขจองเรือนผมสีแพตตินั่มบอนด์ทำเพีงหัวเราะแผ่ว ๆในลำคอให้แก่คนตรงหน้า ราวกับว่าเสียงหัวเราะนั้นคือคำตอบของคำถามทั้งหมดแล้ว

 

“เซนเซย์ คุณอยู่ที่ไหนเนี่ย?”

                เสียงเด็กหนุ่มตะโกนเรียกหาเจ้าจิ้งจอกน้อยของตนเอง นัยน์ตาอัมพันมองซ้ายทีขวาทีอย่างสงสัยว่าเจ้าตัวเล็กมันหายไปไหน ตอนนี้ก็มืดมากเสียด้วยสิ กับความมืดปัญหามันไม่ได้อยู่ที่การมองเห็นแต่มันอยู่ที่กลิ่นสาปแปลก ๆในตอนกลางคืนนี่มากกว่า มันเป็นสัญญาณที่ไม่ดีสำหรับคาราเมลเอาซะเลย

                ล่วงเลยมาไม่นานหลังจากแยกจากแอมเบอร์มา คาราเมลคิดว่าชีวิตที่เหมือนจะวุ่นวายนั่นคงเป็นภาพมายาที่สลายไป เพราะแม้วนเวียนอยู่ในเมืองเดียวกันแต่เขากลับไม่พบกับพวกแอมเบอร์เลยแม้แต่น้อย บางทีนี่คงถึงคราวต้องเดินทางต่อไปเรื่อย ๆ ทว่าแม้จะตัดสินใจเรื่องจะออกเดินทางต่อไป แต่ปัญหาดันไปติดทีเจ้าลูกจิ้งจอกที่หายไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทว่ามีเงื่อนงำ คราใดที่มันหายลับ ครานั้นคือมันจะกลับมาพร้อมปัญหาน่าปวดสมองเสมอ

“เซนเซย์?”

                เสียงกรอบแกรบด้านหลังทำให้คารคาเมลหันไปมองย่างสงสัย คิดว่าเจ้าจิ้งจอกที่แสนจะเป็นตัวนำความซวยคงอยู่ตรงนั้น เขาหมุนตัวไปมองและไดพบเจ้าตัวปัญหาในที่สุด เสียดายน้อย ๆที่มันดันไม่ได้มาเพียงตัวเดียว บอกแล้วว่าคราใดทีเจ้าจิ้งจอกหายไป ครานั้นคือมันจะพาเอาปัญหาน่าปวดสมองมาด้วย

“พวกคุณเป็นใครครับ?”

เจ้าของเรือนผมสีคาราเมลเอียงคอมองอย่างสงสัย นัยน์ตาสีอำพันจ้องไปที่ลูกจิ้งจอกน้อยที่ดิ้นไปมาในมือของชายฉกรรจ์ ลูกจิ้งจอกคางหงิ๋งในลำคอดูน่าสงสาร สีหน้าสลดเศร้าสร้อยเหงาหงอยน่าเข้าไปโอ๋...แต่กับคาราเมลคงพูดได้คำเดียวว่า

“ไอ้แหล”

“แกสินะที่จับลูกพี่เราเขาคุกน่ะ!

                เสียงตวาดดังขึ้นเต็มสองหูจนคาราเมลที่แอบด่าเจ้าลูกจิ้งจอกอยู่ในใจสะดุ้งโหยง สองมือยกขึ้นปิดหูตามกลไกร่างกาย แต่ยังไม่วายเอียงคอมองด้วยความสงสัยอย่างน่ารักน่าชัง

“ใครคือลูกพี่คุณผมจะไปตรัสรู้ไหมเนี่ย? นี่คนทั้งคนไม่ใช่เทพเจ้านะ คิดว่าใคร ๆเขาจะเข้าใจทุกอย่างที่พวกคุณจะสื่อหรือไง คิดสิครับ คิด สมองได้ใช้บ้างหรือเปล่า หรือว่าในหัวของคุณไม่มีอะไรอยู่เลย”

                เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเข้ามาหาเรื่องดังนั้นจึงไม่ต้องมาเคารพนบน้อมอะไรมากมาย ร่างชายฉกรรจ์กว่าสิบร่างกัดฟันกรอดอย่างพร้อมเพรียงกัน คาราเมลฉีกยิ้มสดสัยรับวันใหม่ทั้งที่นี่ก็มืดค่ำแล้ว ปกติเด็กหนุ่มไม่ใช่พวกชอบตบตีกับชาวบ้านเป็นงานอดิเรก แต่ถ้ามีคนเสนอเขาก็ไม่พลาดที่จะสนองสักครั้งหนึ่ง

“โอ๊ย!!

                ยังไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะได้ลงมืออะไรเจ้าจิ้งจอกน้อยก็งับมือคนจับตัวมันไว้ก่อนจะทิ้งตัวลงกับพื้นแล้ววิ่งกลับไปหาเด็กหนุ่ม คาราเมลลูบหัวลูบหางสำรวจว่าจิ้งจอกน้อยบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า พอเห็นว่าไร้ซึ่งบาดแผลก็คลายกังวล เขาอุ้มร่างน้อย ๆขึ้นแนบอก เท้าก็เบนหมุนเตรียมเดินจากไป

“เฮ้ย!! แกจะไปไหนไอ้เด็กประหลาด!

“โห...ตัวเองปกติตายแหละเนาะ”

                คาราเมลว่าแล้วมุ่ยหน้าใส่ มาหาว่าเขาประกหลาดได้ยังไงกัน เขาไมได้ประหลาด แค่แตกต่างอย่างมีสไตล์!

“แก!!

                เสียงตวาดลั่นราวกับฟ้าผ่าพร้อมการวิ่งเข้ามาของชายคนแรก คาราเมลเอี้ยวตัวกลับไปมองเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวเตะอัดเข้ากับก้านคออีกฝ่ายจนสลบไปทันที เหมือนเริ่มโจมตีก็หมายถึงกลองศึกที่รัวดัง บทเพลงที่เริ่มบรรเลงแล้วย่อมไม่หยุดลงแต่โดยดี เด็กหนุ่มผู้เป็นเจ้าของใบหน้าน่ารักน่าชังขยับรอยยิ้มดุจเพชรฆาต คาราเมลขยับมือกรอบแกรบเตรียมลงมือ ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวเท้าออกไปด้วยซ้ำ เจ้าจิ้งจอกในมือดันทรยศแล้วหันมางับเขาหน้าด้าน ๆ

“โอ๊ย! เซนเซย์กัดผมทำไม?! คุณเป็นจิ้งจอกปลอมหรือไง จิ้งจอกก๊อปเกรดเอ!

                คาราเมลตวาดมองเจ้าจิ้งจอกขาวที่ทำหน้าไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาวได้น่าถลกหนังเอาไปทำผ้าพันคอสวย ๆสักผืน คาราเมลผู้โปรดปรานสีขาวขยับมือแบบอยากจะเอาเพื่อนร่วมเดินทางไปทำของประดับจริง ๆ ทว่าก่อนจะได้ลงมือทำร้ายพวกเดียวกันเอง เสียงปืนก็ดังขึ้น

                ปัง!

                กระสุนปืนพุ่งเฉี่ยวแขนคาราเมลที่มัวแต่วุ่นวายอยู่กับเจ้าจิ้งจอกอยู่ ไม่รู้ว่าโชคดีหรือสัญชาติญาณดีทำให้คาราเมลหลบพ้นแบบฉิวเฉียด ดวงตาถลึงคาดโทษเจ้าจิ้งจอกขาวในมือเอาไว้ก่อน ถ้าไม่สงบศึกในบ้านคงรบกับศึกนอกบ้านไม่ไหว เขาโยนเจ้าจิ้งจอกทรยศลงพื้นแบบไม่ใยดีแล้วเตรียมตัวออกลุย

“เตรียมตัวตายซะ!!!

“ห๊ะ? ผมยังตายไม่ได้หรอก มันเหลืออีกตั้งยาวนี่เส้นชีวิตผม”คาราเมลว่าแล้วฉีกยิ้มออกมาเตรียมตัวจะปะทะเต็มที่

“คิดว่าคนแก่ตั้งเก้าคนรังแกเด็กคนเดียวมันไม่ป๊อดไปหน่อยหรือไงครับ?”

                เสียงคุ้นๆดังขึ้นทำให้คาราเมลชะงักเท้าฉับพลัน ดวงตาสีอำพันเสมองเงาร่างที่ปรากฏขึ้นด้านหลังขบวนการผู้ใหญ่รังแกเด็ก ครู่เดียวที่คาราเมลเห็นว่าดวงตาข้างซ้ายของเจ้าของเสียงแดงวูบขึ้นมา ร่างนั้นเขามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมือ่ไหร่น่ะ ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย คาราเมลคิดก่อนจะก้มลงมองเซนเซย์ด้วยสายตาขอโทษขอโพย เกือบไปแล้วไหมล่ะ...

“เอพริล”

                คาราเมลร้องเรียกอีกฝ่ายอย่างงุนงง ยังไม่ทันตั้งตัวดีคนที่อยู่ห่างไปหลายเมตรก็ปรากฏกายขึ้นตรงหน้า มือเรียวคว้าเข้ากับแขนเขาอย่างแรงจนคาราเมลสะดุ้ง เมื่อครู่เพราะเห็นว่าเป็นเอพริลเขาเลยลดการระวังตัวลง ถ้าเกิดว่าผิดพลาดขึ้นแล้วไอ้คนยตรงหน้าไม่ใช่เอพริลตัวจริงเขาคงถูกฆ่าแน่ เด็กหนุ่มแอบด่าความเลิเล่อของตนเองเบา ๆพร้อมกันนั้นก็เหลือบตามองชายผมดำ

“คุณบาดเจ็บนี่ครับ โดนพวกไร้น้ำยาแบบนั้นทำร้ายมาได้ยังไงน่ะ”

                เอพริลว่าก่อนเสนัยน์ตามองไปยังร่างชายตัวใหญ่ทั้งเก้าที่เริ่มถอยร่นไปด้านหลัง แววตาไม่พอใจฉาบฉายลงบนดวงตาสีดำสนิท

“ขอคืน”

                เปลวเพลิงสีฟ้าอ่อนลุดพรึ่บที่บาดแผลของคาราเมลจนเจ้าตัวสะดุ้ง ก่อนรอยกระสุนถากนั่นจะหายไปราวกับเล่นกลด้วยคำพูดไร้ที่ไปที่มาของเอพริล ฝ่ายหมาป่าน้ำเงินเมื่อรู้ตัวว่าถูกมองด้วยสายตาแปลก ๆก็เบนนัยน์ตากลับจากบาดแผลของคาราเมลมามองที่เจ้าตัวแล้วยกยิ้มอ่อนโยนให้

“โอ๊ย!

                เสียงร้องดึงความสนใจของคาราเมลจากเอพริลตัวเองไปยังเจ้าของเสียง ชายที่เป็นคนยิงคาราเมลเกิดบาดแผลขนาดเดียวกัน บนจุดเดียวกันกับที่เด็กหนุ่มเคยมี นัยน์ตาสีอำพันแววตะลึงพึงเพิด เขาย้ายดวงตากลับจากศัตรูมายังมิตรที่ยืนยิ้มอ่อน ๆไม่ละ

“ฝีมือคุณเหรอ...หม่าม๊า?”

“เรียกแบบนี้มันน่าช่วยไหมเนี่ย?”เอพริลว่าเสียงเซ็งหน้ายู่ก่อนหันกลับไปมองยังขบวนการผู้ใหญ่รังแกเด็ก

ฝ่ายขบวนการผู้ใหญ่รังแกเด็กพอเห็นเพื่อนโดนทำร้ายโดยไม่รู้ตัวก็เริ่มตระหนักได้ว่าคนตรงหน้าอาจจะเป็นเอสเปอร์ ไมได้ตระหนักไปถึงเรื่องที่เอพริลเป็นโวคด้วยเลย ดังนั้นพวกมันจึงไม่กลัวเกรง เห็นผู้ชายหน้าอ่อนเหมือนคุณชายจากไหนกับเด็กผู้ชายตัวเล็กผอมบางตรงหน้าแล้วคันไม้คันมืออยากรังแก เห็นคนอ่อนแอกว่านี่ไม่ได้เลยนะถ้าพลาดที่จะลงมือไปก็เสียชื่อตัวร้ายพอดี!

“นี่มันเรื่องของฉันกับเจ้าเด็กนั่น แกมายุ่งอะไรด้วยวะไอ้สี่ตา!!

“อยากเสือกครับ”

                พูดจบร่างของเอพริลก็พุ่งเข้าไปหากลุ่มชายทั้งเก้าคนในทันที มือเรียวยกขึ้นถอดแว่นที่ใส่อยู่ออกก่อนจะโยนไปฝากไว้ที่คารคาเมลที่ รายนั้นทำหน้าเอ๋อกระโดดรับแว่นมาแบบไม่ทันได้คิด เขากระพริบตาปริบ ๆมองดูเอพริลออกโรงสู้โดยไม่คิดจะยื่นมือไปก้าวก่าย ดาบสีเงินวาวถูกเรียกออกมาจากที่ไหนไม่สามารถทราบได้ เจ้าตัวยกมันขึ้นก่อนฟันฉับกับอากาศ ดูเหมือนไร้ความหมายแต่ในความเป็นจริงแล้วมันกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย ร่างหนึ่งล้มลงกับพื้นราวกับถูกสูบวิญญาณออกจากร่าง เอพริลแสยะยิ้มมุมปากแบบที่คาราเมลไม่ทันได้เห็น

“ที่ทำร่างกายของลูกผม(?)บาดเจ็บ ขอคิดค่าเสียหายเป็นชีวิตพวกคุณก็แล้วกัน”

“พริบตาเดียวเอง....”

                คาราเมลพึมพำอย่างอดทึ่งไม่ได้ มองร่างที่เคลื่อนไหวอิสระราวกับปลาในสายน้ำ ไม่ว่าจะขึ้นลงซ้ายขวา แม้แต่กลางอากาศเอพริลก็เคลื่อนไหวได้อย่างน่าทึ่งที่สุด มุมปากของคาราเมลเผยยิ้มเล็กน้อยที่คาดเดาความหมายไม่ได้ออกมาเมื่อร่างสุดท้ายล้มลงไปกองกับพื้นโดยไม่มีหยาดเลือดสักหยด ไม่ว่าจะบนพื้นหรือบนตัวของเอพริล

“ตลอดระยะเวลาที่เราเอาแต่นั่ง ๆนอน ๆแบบคนใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์นี่เอพริลเขาเก่งไปขนาดนี้แล้วหรอเนี่ยอาจารย์...”

“แบ๊ก!

“นี่ไม่เป็นไรใช่ไหมครับคาราเมล?”

                เอพริลเดินเข้ามาหยิบแว่นไปใส่ในทันทีที่การต่อสู้จบลง เขาหยิบว่านมาใส่ก่อนที่จะเก็บดาบในมือด้วยซ้ำ คาราเมลยิ้มกว้างเหมือนเมื่อครู่ไมได้จับจ้องด้วยสายตาประเมิน

“ผมไม่เป็นไร แล้วหม่าม๊าล่ะครับ?”

“จะตอบดีไหมเนี่ย เฮ้อ...ก็ไม่เป็นอะไรอย่างที่เห็นนั่นแหละ”เอพริลว่าเสียงเนือย ๆอย่างระลึกได้ว่าตนเองคงจะต้องเป็นหม่าม๊าของอีกฝ่ายต่อไปจนคาราเมลจะพอใจ“ว่าแต่นี่มันดึกแล้วนะครับ คุณมาทำอะไรที่นี่กัน?”

พอถูกถามคาราเมลก็เลิกคิ้วสูง เขาเอื้อมมือไปอุ้มเจ้าตัวปัญหามาแล้วยื่นใส่หน้าเอพริบ“อ่า....ผมมาตามตัวเซนเซย์น่ะครับ อยู่ ๆมันก็วิ่งหนีมาทำไมชอบสร้างแต่ปัญหาก็ไม่รู้”

                เอพริลพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขายิ้มเล็ก ๆพลางออกปากดุเจ้าจิ้งจอกจอมเถลไถลไปหนึ่งครั้งก่อนจะเหลือบลงมองนาฬิกาข้อมือ“เฮ้ย! สี่ทุ่มแล้วหรอเนี่ย! คาราเมลผมก็อยากไปส่งคุณที่บ้านนะครับ แต่คงไม่ทัน เพราะงั้นผมจะเอาคุณไปทิ้งไว้ที่ห้องแอมเบอร์ก็แล้วกัน แล้วค่อยให้เขาไปส่งคุณต่อ”

                เอพริลว่าพลางลากตัวคาราเมลให้ตามมาด้วยโดยที่เด็กหนุ่มยังไม่ทันได้บอกเลยว่าตัวเองสามารถกลับเองได้ อีกฝ่ายไม่ต้องกังวลไป แต่ก็อย่างที่บอกว่าไม่มีโอกาสได้พูดสักนิด เขาโดนลากตัวปลิวขึ้นรถก่อนรถสปอร์ตสีดะพุ่งออกจากบริเวณรกร้างท่ามกลางความมืด เส้นทางที่ใช้สัญจรตอนนี้แทบจะไม่มีรถสวนกลับมาเลยสักคัน ถ้าโดนฆ่าหมกป่ากี่วันถึงจะเจอศพเนี่ย?

“นี่หม่าม๊า หม่าม๊าติดแว่นขนาดนั้นเลยหรอครับ”

                หลังจากที่รถออกตัวมาได้สักพักคาราเมลก็เริ่มชวนอีกฝ่ายคุย ทางเอรพิลเกลือบดวงตามองเด็กหนุ่มข้างตัวเล็ดน้อยก่อนจะกลับไปสนใจเส้นทางต่อพร้อมเอ่ยปากตอบ

“ครับ...ผมไม่ชอบใส่คอนแทกเลนส์มันทำให้รู้สึกแปลกๆ”

               

“อ๋อ งั้นหรอครับ แต่ดูเหมือนหม่าหม๊าจะไม่อยากถอดแว่นนานเลยนะครับ”

“ก็พอไม่ใส่แว่นแล้วมันปวดหัวนี่ครับ”

“นั่นสินะครับ พอไม่ใส่แว่นแล้วมันก็เลยเห็นเส้นอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมดเลย”

                เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดดด

                เสียงยางรถบดขยี้กับถนนเกิดขึ้นก่อนรถจะหยุดลงอย่างฉับพลัน คาราเมลที่นั่งอยู่ข้างๆหน้าทิ่มไปกับแผงคอนโซน เขาลูบหัวปอย ๆ ไม่ได้ต่อว่าอะไรเอพริลแต่ร้องเจ็บ ๆๆๆอยู่หลายครั้งก่อนจะหันมองเจ้าของรถที่เบกกะทันหัน ทางเอพริลรู้ตัวว่าเริ่มแสดงท่าทีประหลาดออกไปจึงรีบแก้ตัว

“เมื่อครู่แมวมันข้ามถนนน่ะครับ”

                พอตอบคำถามเสร็จเอพริลก็ออกรถต่อ คราวนี้ลดความเร็วลงเกือยบครึ่ง แม้เขาจะไปเข้าเวรสายก็ช่างเถอะ เอพริลไม่วางใจเด็กข้างตัวเท่าไหร่เลย ถ้าเกิดพูดอะไรแปลก ๆออกมาอีกก็ควงได้เบรกกันหัวทิ่มคอนโซนอีกรอบ

“หม่าม๊าเบรกซะผมใจหายใจคว่ำ เมื่อครู่ตอนหัวกระแทกผมเห็นคุณยมทูตกวักมือหย๋อย ๆใส่ด้วย แบบ มิสมา มามะ มาจอยกัน”คาราเมลร้องว่า ส่วนเอพริลก็หัวเราะขืน ๆ พอเห็นทางเจ้าของรถทำท่าทางแปลก ๆเด็กหนุ่มจึงเลิกคิ้วขึ้น”หม่าม๊าเชื่อเรื่องยมทูตไหมครับ?”

                “อืม...เชื่อมั้งครับ”

“โอ้ คนดูมีหลักการอย่างหม่าม๊าเชื่อเรื่องแบบนี้ด้วยล่ะเซนเซย์”คาราเมลว่าเสียงใสก่อนจะยกตัวลูกจิ้งจอกหิมะขึ้นมามองหน้า

“แบ๊ก!

“คนอย่างหม่าม๊า ผมมองว่าน่าจะเป็นพวก...ถ้าไม่เห็นไม่เป็นกับตัวก็ไม่น่าจะเชื่อนี่ครับ”

                เด็กหนุ่มทำท่าครุ่นคิดได้ดุน่ารักน่าชังและไร้เดียงสาดี ทว่าในสายตาเอพริลกลับรู้สึกว่ามันเสแสร้งอย่างประหลาด เขาเหลือบมองคาราเมลด้วยหางตายแล้วทอดยิ้มอ่อน ๆ พยามยามอย่างหนักให้ไม่ดูเหมือนคนกำลังระแวง

“ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะครับ ผมสนิทกับโอเชี่ยนมาก พวกเรื่องไร้สาระนี่ก็โดนหมอนั่นกรอกหูมาบ่อยๆนี่แหละครับ”

“อ๋า....”คาราเมลร้องออกมาเสียงยาวก่อนพยักหน้าอย่างเข้าใจพอดีกับที่รถถึงที่หมายพอดิบพอดี“ส่งแค่นี้ก็ได้ครับ ผมจำห้องแอมเบอร์ได้”

เด็กหนุ่มกระโดดลงจากรถแล้วโบกมือลาอย่างร่าเริง ทว่าแทนที่จะปิดประตูรถลงเขากลับยื่นตัวกลับเข้ามาในรถอีกครั้ง ใบหน้าน่ารักโน้มใกล้เอพรอลแล้วกระซิบด้วยใบหน้าใสซื่อ

“เด็กข้างบ้านกล่าวไว้ว่าความลับไม่มีในโลกหรอกนะครับ เอพริล”

                พูดจบคาราเมลก็วิ่งแจ้นออกไปพร้อมลูกจิ้งจอกสีขาวในมือ ดวงตาสีนิลมองตามไปแบบไม่เข้าใจนักก่อนจะเบนลงมายังเบาะข้างคนขับที่คาราเมลนั่งมาตลอดทาง แทนที่จะว่างเปล่า บนเบาะข้าคนขับกลับเหลือกล่องกระดาษคล้ายบรรจุภัณฑ์ของอะไรบางอย่างวางไว้ เอพริลเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาดู

“นี่มัน...กล่องคอนแทคเลนส์....!!!

                เอพริลดึงลิ้นชักหน้ารถตัวเองออกก่อนจะกัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจ ในนั้นมันว่างเปล่า...ที่ที่ควรมีกล่องคอนแทคเลนส์ของเขา ชายหนุ่มโยนกล่องใบนั้นกลับไปยังที่เดิมที่มันเคยอยู่ก่อนจะออกตัวทั้งที่ความสงสัยยังค้างในใจ

“เด็กนั่น...”

 

                ก๊อกๆๆ

                การมีเสียงเคาะประตูกลางดึกแบบนี้มันเป็นเรื่องที่ชวนสยองขวัญหน่อย งนั้นแอมเบอร์ที่กำลังนั่งดูรูปภาพของคาราเมลอยู่ถึงกับสะดุ้งเฮือก รูปทีได้มาจากความพยายามของโอเชี่ยนหลุดลงพื้นจนเกลื่อน ชายหนุ่มจำต้องก้มลงเก็บก่อนจะเดินไปที่ประตูพร้อมรูปหน้าตรงที่มีรอยยิ้มหวานของคาราเมล เขาคิดคนที่กล้ามาเคาะประตูห้องเขากลางดึกคงไม่มีใครนอกจากโอเชี่ยนไม่ก็เอพริลเป็นแน่ จะมีใครกล้ามาขัดจังหวะช่วงเวลาที่เขากำลังใช้สมาธิอยู่กันนอกจากสองคนนั้น

“สวัสดีตอนห้าทุ่มครับแอมเบอร์”

                เจ้าของห้องเบิกตาขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะมองสลับไปมาระหว่างรูปถ่ายในมือกับคนตรงหน้า ทีแรกแอบคิดว่าไอ้รูปพวกนี้มันใส่น้ำร้อนแล้วออกมาเป็นตัวจริงหรืออย่างไร จากนั้นจึงคิดได้ว่าไม่มีใครทำคนกึ่งสำเร็จรูปขายหรอกน่า ดังนั้นแอมเบอร์จึงค่อย ๆเก็ยรุปใส่กระเป๋าหลังให้เนียนที่สุดแล้วแสร้งตั้งคำถาม

 “นายมาที่นี่ได้ยังไงคาราเมล?”

“เอพริลเอามาทิ้งไว้น่ะครับ หวังว่าที่นี่คงไม่มีกฎว่าห้ามเอาสัตว์ขึ้นมานะครับ”

                คาราเมลว่าพลางยิ้มแย้มแจ่มใส ในมือชูลูกจิ้งจอกที่ไม่รู้ว่ารอดสายตาเจ้าหน้าที่ด้านล่างขึ้นมาได้อย่างไรทั้งคนทั้งหมา แอมเบอร์แอบคาดโทษเอพริลในใจที่เอาเป้าหมายมาส่งแบบไม่บอกไม่กล่าวอะไรเลยสักนิด

“เข้ามา”

                แอมเบอร์โคลงหัวไปในห้องแล้วเดินนำเข้าไป คาราเมลแทบจะวิ่งเข้าไปด้านในอย่างลิงโลดถ้าไม่ติดว่าแอมเบอร์มองด้วยสายตาดุ ๆอยู่ เด็กหนุ่มยู่หน้าให้ก่อนจะตั้งคำถาม

“แล้วรูปถ่ายใครในมือน่ะครับ?”

แอมเบอร์คิดอยู่ว่าอีกฝ่ายคงเห็น แต่ไม่คิดว่าจะถามถึง เขาแสร้งโบกมือบอกปัดก่อนจะชี้ไปที่โซฟาให้เจ้าตัวดีมันนั่งรอ

“สงสัยจะเป็นแฟนของแอมเบอร์แน่ๆเลย ฮ่ะฮ่าก็แอมเบอร์ทั้งหล่อทั้งเก่งนี่เนาะ เซนเซย์ยังคิดแบบนั้นเลย รูปแฟนใช่ม๊าแอมเบอร์~”

“เออ...ก็...ประมาณนั้นมั้ง แล้วนายจะมายุ่งอะไรกับฉันเล่า?”

“ก็เด็กข้างบ้านบอกไว้ว่าเราควรทำความรู้จักเจ้าของห้องที่เรามาอาศัยอยู่ เผื่อเขาเป็น คนร้ายโรคจิต!

                แอมเบอร์ถอนหายใจกับความเพ้อเจ้อของคนตรงหน้า เขาเดินเข้าครัวไปรินน้ำส้มมาหนึ่งแล้วและนมหนึ่งชามสำหรับแขกยมวิกาลของเขา หนึ่งคนและหนึ่งตัว

“แล้วเอพริลบอกอะไรนายบ้างหรือยัง?”

“หา? ครับ? หม่าม๊าหรอ? ไม่เห็นบอกอะไรนี่ครับ ว่าแต่ไอ้อะไรที่ว่ามันอะไรอ่ะครับ?”นัยน์ตาสีอัมพันจ้องหน้าเจ้าของห้องที่เอนหลังพิงพนักพิงอย่างสบายใจ แอมเบอร์เหลือบมองเจ้าเด็กอายุสิบเจ็ดตรงหน้าที่ยังไม่เลิกเล่นพ่อแม่ลุกอีก แต่ก็ช่างเถอะ

“หม่าม๊าหรอ?...ช่างมันเถอะเรื่องนั้น ถ้าเอพริลยังไม่บอกเดี๋ยวฉันจะบอกเอง”

                แอมเบอร์เริ่มเข้าสู่โหมดเอาจริง เพราะตอนนี้เขารู้เลยว่าการจะดึงเอาอีกฝ่ายที่เพิ่งรู้จักตนเองได้ไม่นานเข้ามายังหน่วยโวคคงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ อาจจะต้องใช้เวลาเกลี่ยกล่อมกันนานสักหน่อย คาราเมลละสายตาจากแก้วน้ำตรงหน้ากลับมามอที่เจ้าห้อง จิ้งจอกตัวน้อยเองก็เข้ามาอยู่ในวงสนทนาด้วย มัยจ้องแอมเบอร์ตารปบิ ๆก่อนจะกระโดดขึ้นไปนั่งบนโซฟาเดี่ยวอีกตัว ดูตั้งใจฟังเสียยิ่งกว่าคนที่จะพูดด้วยจนแอมเบอร์แปลกใจ

“ฉันอยากให้นายเข้าหน่วยโวค”

“....”

                ไร้ซึ่งเสียงตอบจากคนตรงหน้า คาราเมลกระพริบตาปริบและเหมือนจะตัวแข็งเป็นหินไปแล้ว แอมเบอร์เริ่มชักอยากจะฆ่าตัวตายเสียเดี๋ยวนั้น เขาไม่ใช่คนที่ถนัดมาพูดอ้อมไปอ้อมมา ไม่มีวาทศิลป์เหมือนโอเชี่ยนและไม่มีหลักการมากพอแบบเอพริล เพราะฉะนั้นการพูดของเขามันถึงขวานผ่าซากเสียแบบนี้ รู้แบบนี้รอใครในสองคนนั้นมาเป็นฝ่ายพูดเสียก็ดี

ฝ่ายคาราเมลหันกลับไปมองที่จิ้งจอกน้อยที่นั่งตรงข้ามคล้ายขอความเห็นก่อนจะเบนสายตากลับมา

“แอมเบอร์อยากให้ผมเข้าหรอครับ?”

“อืม”

                ร่างสูงเสนัยน์ตามองแขกของตนเองที่ควักมือเรียกจิ้งจอกสีขาวให้เขามาหาก่อนจะก้มหน้าซุบซิบอะไรบางอย่างอยู่กับลูกจิ้งจอกหิมะ เขาไม่หวังจะได้คำตอบวันนี้หรอกเพราะเข้ารู้ดีว่าการเป็นโวคมันอันตรายอีกฝ่ายก็เผชิญมาด้วยตนเองแล้วถึงสองครั้งสองคราวกับการเป็นตัวประกันของเอสเปอร์อาชญากร แถมยังเป็นฝ่ายเคลียร์ปัญหาด้วยตนเองไปทั้งสองครั้ง มันคงไม่มีใครยอม...

“ตกลงครับ”

“ห๊ะ?”หมาป่าดำถึงขั้นหลุดอุทานออกไปอย่างเผลอตัว

“ฮ่ะๆๆ ตกใจขนาดนั้นเลยหรอครับ? ก็เซนเซย์บอกว่าไม่มีปัญหา ถ้าเซนเซย์ผ่านผมก็ผ่าน อีกอย่างแอมเบอร์ถึงขั้นมาขอร้องผมด้วยตนเองแบบนี้ก็ไม่อยากปฏิเสธ ผมทำร้ายน้ำใจแอมเบอร์ที่ช่วยผมและให้ที่นอนถึงสองครั้งสองคราไมได้หรอกครับ”

                ขอร้อง....เซคัส แอมเบอร์ไปขอร้องไอ้เด็กน่าปวดประสาทนี่ตอนไหนฟระ???

“เฮ้อ...ไม่คิดว่าจะง่ายแบบนี้แหะ”แอมเบอร์พึมพำก่อนจะหยิบกุญแจรถบนโต๊ะกระจก

“จะไปไหนครับ?”

“ก็ไปส่งนายกลับบ้านไง ดูเหมือนเอพริลจะให้ฉันไปส่งนายต่อเพราะหมอนั่นมีต้องไปเข้าเวรไม่ใช่หรือไง?”

                เด็กหนุ่มผู้เป็นแขกเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะพยักหน้ารับ”แต่แอมเบอร์ไปส่งผมแล้วจะกลับมาทำงานทันหรอครับ?”

“พูดเหมือนบ้านนายจะไกลมาคนละซีกโลก”

“ครับ คนละซีกโลก”

“นี่มันไม่ใช่เวลามากวนประสาทนะ”แอมเบอร์ว่าเสียงขุ่นแต่คนที่ถูกกล่าวหาว่ากวนประสาทกลับส่ายหัวเบาๆ

“เปล่าครับผมไม่ได้กวนปราสาท บ้านผมอยู่ยุโรปแถบตะวันออก และนี่มันอเมริกาเหนือแถบตะวันตก”

“ไอ้...แล้วนายมาที่นี่ได้ไง?”

                แอมเบอร์พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่สถบคำด่าออกไปนัยน์ตาสีม่วงเข้มสบมองกับคนที่ยังนั่งนิ่งยิ้มแป้นอยู่บนโซฟาอย่างไม่ลุกไปไหน

“ผมเพิ่งมาถึงที่นี่เมื่อสามวันก่อนตอนที่เจอแอมเบอร์ที่ไล่จับคนร้ายอ่ะครับ และตอนนี้ก็ไม่มีบ้าน”

“แล้วนายนอนที่ไหน?”

“บนหลังคาบ้านชาวบ้านครับ”

                ชายหนุ่มชะงักค้างไปช่วยคราวก่อนจะค่อยๆหันกลับมามองอีกฝ่ายเต็มตัว ลมหายใจถูดสูดลึกก่อนจะตะโกนออกมาอย่างหมดความอดทน

“คา-รา-เมล!!!!                

 

พี่หมาป่ายิ้มแห้งแถลงไข ปกติคือเช่นไรตามน้องคิด

แต่ลูกแกะตัวนี้เข้าใจยากสักนิด  คิดแหกคอกไว้ใจหมาป่า...เฉย...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

16 ความคิดเห็น

  1. #382 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 19:30
    หมาป่าสติแตกแล้ว555+
    #382
    0
  2. #369 PunaLatte (@punamocca) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 22:25
    เอื้อก!!!ไส้แตก!
    #369
    0
  3. #360 My.sister (@is-ploy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 15:51
    เม้นแล้วจร้าๆ อย่าขู่จิเค้ากลัวววว
    คาราเมลลลลล~ นั้ลร้ากกกก
    #360
    0
  4. #342 Dark Diamond (@hokange) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 14:35
    ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่าปริศนาเยอะเหลือเกิน แต่ชอบมากค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ คำผิดนะคะ -บันนาการ ->บรรณาการ
    #342
    0
  5. #323 hellalin (@hellalin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 15:11
    โหย... ผมงี้เม้นทันทีเลยขรั่บ 555555 หมาป่านั่ลล๊าค... ลูกแกะน้อยมีอาจารย์เป็นหมาจิ้งจอก...? -.........-
    #323
    0
  6. วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 11:33
    ระวังตกนะคาราเมล
    #293
    0
  7. #274 Nunal (@nunal) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2557 / 18:31
    เม้นแล้วค่ะ ....หนูกลัวปืน
    #274
    0
  8. #258 poisongody (@poisongody) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 เมษายน 2557 / 12:45
    ThankS
    #258
    0
  9. #255 Seailious (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2557 / 17:13
    คาราเมลที่นอนนายมันแปลกแหวกแนวมาก......
    #255
    0
  10. วันที่ 13 เมษายน 2557 / 00:38
    เจอปืนส่อง เห้นแล้วแอบสยองT-T 555555 //โดนทุบ
    #254
    0
  11. #242 KillerKill (@valasmps) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2557 / 16:40
    ที่นอนนายนี่มันปกติมากเลยคาราเมล -o-
    #242
    0
  12. วันที่ 26 ธันวาคม 2556 / 15:49
    คาราเมล เหมือนจะรู้อะไรต่อมิอะไรเยอะจังเลย
    #180
    0
  13. #104 yomeki (@yomiki) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2556 / 11:00
    ตองแต่งช่วยดูคำว่าถูกต้องด้วยนะ เพราะตอนอ่านเจอค่อนข้างเยอะเลยล่ะ^^เช่น
    ลำคอ=ลบำคอ และอื่นๆที่คนอ่านเองก็จับไม่ได้==อ่านเยอะไปหน่อยเลยลืม
    ช่วยแก้ไขด้วยนะขอรับ^^
    #104
    0
  14. วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 11:00
    สนุกมาก
    #58
    0
  15. วันที่ 18 มิถุนายน 2556 / 20:39
    ชอบๆนุกดีแต่ว่าเปลี่ยนสีตัวอักษรเถอะนะ......แหะๆ
    #38
    0
  16. #24 Night-Fatima (@drakness13) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2556 / 20:59
    เขียนผิดน้อยมากๆเลยค่ะแต่ก็ยังมีอยู่ ขอความกรุณาเปลี่ยนตัวอักษรเป็นสีดำได้มั้ยค่ะT_T(คนสายตาไม่ดีเจ็บช้ำ)
    #24
    0