Little Sheep or Werewolf แกะตัวนั้นที่มันเป็นหมาป่า

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 24,296 Views

  • 485 Comments

  • 1,072 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    34

    Overall
    24,296

ตอนที่ 47 : Little Sheep I :: ‘เริ่มต้น’

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 450
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    5 ก.ค. 60

Little Sheep I

เริ่มต้น

 

[ท่านผู้โดยสารที่จะเดินทางไปยัง....]

เสียงประกาศดังขึ้นในสนามบินที่พลุพล่านไปด้วยผู้คนที่กำลังเดินทางมาพักผ่อนในหน้าร้อนแบบนี้ พวกเขาคงอยากมีช่วงเวลาฤดูร้อนที่สดใส ชายหนุ่มอีกสองคนก็เช่นกัน แต่กว่าจะได้ฤดูร้อนที่สดใสคืนมาก็ต้องผ่านฤดูร้อนที่โหดร้ายไปเสียก่อนละมั้ง โอเชี่ยนคิดอย่างเหนื่อยอ่อน ร่างกายปวกเปียกจนแทบจะกองลงไปบนรถเข็นสัมภาระ ทางฝั่งเอพริลที่เห็นสภาพเพื่อนผมแดงแล้วก็ได้แต่เบื่อหน่าย เขาเดินเข้ามาจับรถเข็นคันนั้นแล้วจัดการเข็นเสียเอง

ไม่ได้นนะเอพริล นั่นน่ะ...

ยุ่งน่า

เอพริลหันไปว่าเรียบ ๆ โอเชี่ยนคงจะบอกว่าเขาไม่สบายอยู่อย่าออกแรงมาก แต่ว่าตอนนี้เอพริลไม่ได้อาการย่ำแย่เหมือนตอนเด็กแล้ว อาจจะมีอาการเล็ก ๆน้อย ๆอยู่บ้างแต่ก็ไม่น่าเป็นกังวลเท่าที่คาดคิดเอาไว้ตอนต้น นั่นนับเป็นเรื่องดีเอามาก ๆ เพราะโอเชี่ยนที่เดินทางมาด้วยไม่สมบูรณ์พร้อมเสียยิ่งกว่า พอลับตาที่ไร โอเชี่ยนมักจะทำหน้าซึมอยู่ตลอดเหมือนคนอมทุกข์ ครั้นจะดื้อดึงไม่ให้มาก็คงไม่ได้ กุญแจสำคัญในการทำงานนี้คือโอเชี่ยน ไม่ใช่เขา เอพริลเข้าใจดี

แล้วนี่ติดต่อแอมเบอร์หรือยังว่าพวกเรามาถึงแล้ว เครื่องบินดีเลย์ไปตั้งสามชั่วโมง ติดต่อไม่ได้หมอนั่นไม่เม้งแตกแล้วเหรอ?โอเชี่ยนถามกับเพื่อนผมดำที่เดินอยู่ข้าง ๆ เท้าสาวไปด้านหน้าเพื่อออกจากสนามบิน

แปลกที่ไม่มีสายที่ไม่ได้รับสักสายเอพริลตอบกลับพลางล้วงเอามือถือมาเปิดให้โอเชี่ยนดู ชายผมแดงรับมันไปแล้วขมวดคิ้ว ไม่มีใครโทร.มาจริง ๆด้วย

หมอนั่นคงคิดว่าเราอยู่บนเครื่องบินยังไงก็รับมือถือไม่ได้มั้ง เดี๋ยวฉันโทร.กลับเองโอเชี่ยนว่าแล้วกดมือถือของเอพริล จะเครื่องไหนมันก็เหมือนกันอยู่ดีแหละน่า ชายหนุ่มยกมือถือขึ้นแนบหู เสียงสัญญาณดังอยู่นานก่อนจะตัดเข้าเป็นเสียงคลอเซนเตอร์

ทำอะไรน่ะ?

เอพริลถามเมื่อเห็นว่าโอเชี่ยนกดมือถือหลายรอบเสียเหลือเกิน แถมสีหน้าที่ดูไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ โอเชี่ยนยังไม่ตอบ เขากดมือถือแล้วยกขึ้นแนบหู รอพักใหญ่ก็วางมันลงแล้วกดโทร.ใหม่เป็นแบบนี้อยู่หลายครั้งจนคนผมดำมองด้วยความฉงน สุดท้ายโอเชี่ยนก็ล้มความตั้งใจลง เขาพับฝามือถือ จากนั้นจึงเบนดวงตามองเอพริล

เปลี่ยนเบอร์เป็นของที่นี่แล้วใช่ไหม?

คุณทริปเปิ้ลจัดการให้แล้ว”เอพริลตอบทันทีก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อเห็นเพื่อนผมแดงหน้าเครียดกว่าเก่า”มีอะไรงั้นเหรอ?

ก็แอมเบอร์ไม่รับมือถือน่ะสิ ทั้งเบอร์บ้านหรือว่าเบอร์มือถือ

เอพริลกลอกตาใส่โอเชี่ยน เปลี่ยนเบอร์หรือไม่เปลี่ยนไม่ได้เป็นตัวแปรที่ทำให้แอมเบอร์ไม่รับโทรศัพท์สักหน่อย เขาน่าจะสอนเพื่อนผู้ไร้เดียงสาว่าถ้าไม่เปลี่ยนเบอร์ก็โทรไม่ได้เพราะไม่มีสัญญาณ แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ 

ออกไปข้างนอกล่ะมั้ง ฝากข้อความเสียงไว้สิ เดี่ยวกลับมาก็โทร.กลับเองแหละ

พอเอพริลว่าแบบนั้นโอเชี่ยนก็พยักหน้ารับหงึก ๆ ชายผมแดงกดเจ้าเครื่องมือสื่อสารในมือเพื่อโทร.เข้าเบอร์บ้านพักริมทะเล ในระหว่างที่โอเชี่ยนเอาแต่สนใจปลายสายนั้นพวกสาว ๆที่เดินผ่านไปมาก็ต่างมองชายผมแดงด้วยความสนใจในรูปร่างหน้าตา แต่ละรายโปรยเสน่ห์กันจ้าระหวั่นไม่เว้นจังหวะหายใจ ทว่าโอเชี่ยนไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใด ๆทั้งสิ้น เหมือนจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าโดนมองอยู่ ปกติแล้วต่อให้กำลังสู้กับเอสเปอร์อาชญากรอยู่โอเชี่ยนก็ยังรับรู้ได้ว่ากำลังถูกสาว ๆมอง สามารถเอาเวลาช่วงไม่กี่วินาทีไปขอเบอร์มือถือหรือนัดเจอได้เสร็จสรรพ แต่ดูตอนนี้สิ กระทั่งหันไปสบตายังไม่มี

โหลๆแอมเบอร์เหรอ นี่ฉันโอเชี่ยนนะ พวกเรามาถึงที่หมายแล้ว โทร.ไปนายก็ไม่รับโทรศัพท์ก็เลยฝากข้อความไว้ ถ้าได้รับข้อความแล้วส่งอีม่ะ...เอ่อ...ส่งจดหมายอีเลคทรอนิคมานะ จะได้ไม่เปลืองค่าโทร. ยังไงก็ติดต่อมานะ อย่าเงียบไป...ฉันใจไม่ดี...

ท้ายเสียงเอพริลรับรู้ได้ว่าโอเชี่ยนเสียงสั่นเล็กน้อย เมื่อครู่คำว่าอีเมลล์โอเชี่ยนก็ไม่พูดออกไปแล้วเลี่ยงไปใช้คำอื่นที่มันยุ่งยากแทน นั่นเพราะว่ามันออกเสียงเหมือนชื่อของเด็กคนหนึ่งที่พวกเขารู้จักและเสียไป มันการดูน่าตลก ไม่มีใครหวั่นไหวกับแค่คำพูดที่ออกเสียงคล้ายกัน ต่อให้คาราเมลสำคัญมากแต่ไม่มีใครรู้สึกกระทบกระเทือนใจในเรื่องแบบนี้หรอก...เว้นก็เสียแต่โอเชี่ยน เจ้านี่ละเอียดอ่อนกว่าภายนอกที่มองด้วยตาเปล่าหลายเท่า

เอพริล...ฉันใจไม่ดีว่ะ ขอกลับไปหาแอมเบอร์ก่อนแล้วกลับมาใหม่ได้ไหม   

อยู่ ๆโอเชี่ยนก็หันมาทำหน้าจริงจังใส่พร้อมทั้งพับโทรศัพท์ในมือ สีหน้าของชายผมแดงบอกว่าจริงจังยิ่งกว่าตอนขออนุญาตเอพริลไปเที่ยวผับเปิดใหม่หรือขอออกไปค้างคืนกับสาวสวยสี่คนเสียอีก ฝ่ายผู้อนุญาตสั่นหน้า ทำหน้าทำตาเหมือนคำพูดของโอเชี่ยนเป็นเรื่องปัญญาอ่อน

จะบ้าหรือไง นายคิดว่าเราเดินทางมาตั้งสิบชั่วโมงเพื่ออะไร?เอพริลที่ใช้คำพูดสบาย ๆส่งสายตาเหมือนอยากจะงับหัวโอเชี่ยนให้หลุด

ฉันหวั่นใจจริง ๆนะเอพริล นี่มัน...น่ากลัว...

โอเชี่ยนยังคงกำมือถือแล้วพึมพำเหมือนยังตัดใจไม่ลง เอพริลกลอกตาก่อนจะเดินไปเรียกแท็กซี่ของสนามบิน ในระหว่างที่คุณแม่แห่งหน่วยโวคกำลังเอาของขึ้นไปบนหลังรถโดยมีคนขับรถช่วย โอเชี่ยนก็เอาแต่ทำหน้าเครียดเหมือนคิดอะไรอยู่ เขาไม่สนใจแม้แต่จะช่วยเอพริลด้วยซ้ำ ชายผมแดงก็ยังทำหน้าเหมือนนึกอะไรอยู่แบบนั้น จนกระทั่งของชิ้นสุดท้ายวางลงที่ท้ายรถมันก็เป็นจังหวะเดียวกับที่โอเชี่ยนหมุนตัวจะกลับเข้าสนามบิน

นายจะไปไหน?

เอพริลร้องว่าพลางรั้งแขนโอเชี่ยนเอาไว้ก่อนจะเดินไปไกลกว่านี้ ชายหนุ่มผมแดงหันกลับมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่จนเอพริลต้องปล่อยมือออกด้วยความงุนงง

โอเชี่ยน?

ฉัน...ฉันไม่สบายใจยังไงก็ไม่รู้อ่ะเอพริล ขอฉันกลับไปดูหน่อยได้ไหม

โอเชี่ยนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เต็มแก่ นั่นทำให้เอพริลยิ่งทำอะไรไม่ถูก เขาหันมองคนขับที่ส่งสีหน้าว่าพวกเขาจะไปไหม ถ้าไม่ไปก็เอาของลงไปจากรถซะคนขับคนนี้จะได้ไปรับลูกค้าคนอื่นทีรออยู่สักที ชายหนุ่มผมดำตัดสินใจลากแขนโอเชี่ยนขึ้นรถ แม้อีกฝ่ายจะดูไม่อยากไปก็ตาม เมื่อประตูรถปิดลงโอเชี่ยนก็เริ่มอยู่ในความคิดของตนเอง

โอเชี่ยน แอมเบอร์ต้องไม่เป็นอะไร นายใจเย็นสิ ที่นายรู้สึกไม่สบายใจก็เพราะ...เราเพิ่งเสียคนสำคัญไป นายแค่วิตกเท่านั้นเอพริลพยายามใจเย็นกับโอเชี่ยนที่ดูเหมือนจะสติแตกได้ทุกเมื่อถ้ามีใครเผลอละสายตา

แต่มัน...โหวง ๆโอเชี่ยนพูดแค่นั้นแล้วเงียบไป เขาไม่รู้จะพูดอะไรต่อไปอีกแล้วเพื่ออธิบายให้เอพริลเข้าใจความรู้สึกเขา เป็นมันเป็นความรู้สึกที่ไม่ดีตั้งแต่เครื่องบินบินมาได้ไม่เท่าไหร่ หลับไปแค่สิบนาทีเขาก็รู้สึกหัวใจกระตุกจนต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเหมือนถูกกดน้ำ เขาใจคอไม่ดีตั้งแต่ตอนนั้น แต่เพราะการเดินทางมันยาวนานทำให้เขาค่อย ๆลืมมันไป จนกระทั่งมาติดต่อแอมเบอร์ไม่ได้ นั่นมันทำให้เขาเริ่มรู้สึกไม่ดีอีกครั้ง เขารู้ว่าแอมเบอร์เก่งมาก เจ้าตัวอาจจะชอบไม่แสดงฝีมืออกมา แต่ถ้าหมาป่าดำคนนั้นเอาจริงก็ไม่ยากที่จะจัดการ ติดเพียงแต่...ถ้าคนที่มาเป็นคาราเมลของพวกเขาล่ะ

เอพริล นายว่าพวกเราจะได้ความทรงจำเรื่องพี่บลูคืนเมื่อไหร่?

โอเชี่ยนหันไปถามเพื่อนที่สายตามองไปนอกรถ ฝั่งเอพริลก็เบนดวงตากลับมามองพลางขมวดคิ้วมุ่น เรื่องของพี่บลูพวกเขาเริ่มจำได้ราง ๆแล้ว เพียงแต่ยังไม่มากเท่าไหร่นักแต่ว่าทำไมอยู่ ๆโอเชี่ยนถึงถามถึงเรื่องพี่บลูขึ้นมากันล่ะ?เอพริลไม่ปล่อยให้ความสงสัยอยู่กับตัวนาน เขาเปิดปากเอ่ยถามขึ้นมาในทันทีทันใด

ถามทำไม?

โอเชี่ยนเมื่อได้รับคำถามก็อึกอักเหมือนไม่คิดว่าเอพริลจะสงสัยแล้วถามกลับ ดวงตาสีแดงเบนออกข้างตัวก่อนจะเบนกลับมาหาคนข้าง ๆ

ฉัน...แค่อยากรู้ว่าพี่บลูคนนั้น หรือก็คือคาราเมลของเรา รักพวกเรามากแค่ไหน เขาจะไม่ทำร้ายพวกเราใช่ไหม? ต่อให้อยู่อีกฝ่ายก็ตามแต่

เอพริลว่าเพื่อนผมแดงต้องวิตกอย่างรุนแรงแน่ ๆ อาจจะเพราะเหตุการณ์ที่โถมเข้ามาซ้ำ ๆอย่างรวดเร็วจะเจ้าตัวตามไม่ทัน ครอบครัวที่ไม่เคยพบหน้าได้ปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมคำด่าทอ พ่อแม่ที่เคยอยากพบก็ตายไปแล้ว ตัวเอพริลเองก็ถูกดึงพลังของผู้โกงความตายคืนเพราะเหตุจำเป็นทำให้อาการย่ำแย่ลงไปในทีแรก โอเชี่ยนคงกังวลว่าอาการและอะไรบางอย่าจะกำเริบขึ้นมา ยังไม่ทันวางใจอะไรคาราเมลก็มาเดินไปอยู่อีกฝั่งเสียแบบนั้น ไปโดยที่พวกเขาไม่ทันได้เอ่ยคำลา คนที่ทันพอจะส่งลาก็มีแต่แอมเบอร์คนเดียว

พี่บลูไม่ใจร้ายกับเราหรอกน่า เชื่อสิ

เอพริลก็พูดไปอย่างนั้น ทั้ง ๆที่ตัวเขาเองก็ไม่ได้ไว้ใจเท่าไหร่เช่นกัน คงต้องติดต่อให้ใครสักคนไปดูแอมเบอร์หน่อยแล้วว่ายังโอเคอยู่หรือเปล่า

รถแท็กซี่วิ่งมาจอดยังโรงแรมที่ทริปเปิ้ลจัดการจองไว้ให้ เป็นแบบที่พักนานเท่าไหร่ก็ได้เพราะค่าใช้จ่ายเบิกกับทางท่านผู้บัญชาการสูงสุดโดยตรง อีกทั้งที่นี่ก็มีบริการมื้ออาหารในตัว มันก็สะดวกสบายดีถ้าพวกเขาแค่มาเที่ยวเล่นเท่านั้น แต่ว่านี่พวกเขามาทำงาน 

ว่าแต่ว่า...เมย์คลายส์อยู่ที่ไหนล่ะ?

โอเชี่ยนที่เริ่มตั้งสติได้เอ่ยถามกับเพื่อนของตนหลังจากลงจากรถและเช็กอินเรียบร้อยแล้ว ฝั่งคนผมดำมองหน้าโอเชี่ยนแล้วก็แอบขำ หน้าตาซีดมากเพราะความกลัวเจ้าของชื่อเมยล์คลายส์สินะ ตั้งแต่เด็กโอเชี่ยนออกแนวแขยงเมย์คลายส์ออกนอกหน้านอกตาที่สุดเพราะเมย์คลาสย์เป็นบุคคลประเภทที่โอเชี่ยนไม่มีวิธีรับมือ เขาเป็นพวกที่ถ้าสนใจอะไรแล้วจะตามแจไม่ปล่อย โอเชี่ยนก็คือสิ่งที่เมย์คลายส์สนใจมาตลอด

อยู่ที่สำนักงานโวคเขตพรุ่งนี้เราค่อยไปหาเขาเอพริลตอบกลับเรียบ ๆพลางก้มลงมองเลขห้องพักให้แน่ใจ

นายไปคนเดียวได้ป่ะ

โอเชี่ยนถามด้วยหน้าซีด ๆแล้วอกมือทาบอก หัวใจเขาเต้นแรงจนมันจะระเบิดอยู่แล้วล่ะมั้งเนี่ย หมาป่าแดงไม่โอเคกับการมาหาคนน่ากลัวแบบนั้นจริง ๆ ไม่โอเคอย่างแรง!

นายไม่ไปก็แย่น่ะสิ นายเป็นตัวแปรสำคัญในการทำให้พี่เขายอมบอกที่อยู่ร่างของเซนเซย์เลยนะ ไม่มีนายภารกิจก็ล่มทั้งที่ยังไม่เลิก คิดว่าพวกอาจารย์แค่ให้นายกับฉันมาทำงานคู่กันเพราะแค่แอมเบอร์ไม่พร้อมอย่างนั้นหรือไง มันเป็นเพราะว่านายคือกุญแจที่สำคัญที่สุดนะ!”เอพริลว่าด้วยใบหน้าฝากความหวังเต็มที นั่นทำให้โอเชี่ยนปฏิเสธไม่ลง

แต่ก่อนหน้านั้น ก็พักผ่อน เดี๋ยวไปเที่ยวกันก่อน นายจะได้เลิกฟุ้งซ่าน

เอพริลว่าก่อนจะใช้มือเลิกเส้นผมของโอเชี่ยนขึ้นไปแล้วส่งยิ้ม เพราะว่าไม่จำเป็นต้องใส่แว่นอีกต่อไปแล้วทำให้ชายผมดำเปิดเผยใบหน้าที่หล่อไม่แพ้คนอื่น ๆในกลุ่มได้อย่างเต็มที่ รอยยิ้มนั่นก็น่าหลงจนเชี่ยนหน้าแดง มองแบบนี้พวกแขกที่เข้าพักก็เริ่มมองแล้วซุบซิบ บ้างก็เอามือถือขึ้นมาถ่ายรูปด้วยซ้ำ เอพริลไม่ได้สนใจเอาแต่ขยี้หัวโอเชี่ยนซ้ำ ๆไปมาเหมือนเล่นกับหมาลาบาดอตัวใหญ่ยักษ์

ขึ้นไปห้องกันเถอะ สนใจจะไปไหนหรือเปล่า?

พอเพริลถามแบบนั้นโอเชี่ยนก็ทำหน้าคิด เขาเองไม่ได้ตั้งใจมาเที่ยวแต่แรก แค่อยากจะรีบๆทำงานแล้วกลับไปจบเรื่องเท่านั้น จบเรื่องนี้แล้วยังมีเรื่องใหญ่อย่างการเอาตัวคาราเมลกลับมาอีก ไม่ว่าทางไหนโอเชี่ยนก็ต้องเอาตัวคาราเมลหรือว่าพี่บลูสุดที่รักกลับมาให้ได้ เขายอมไม่ได้หรอกหากต้องหันปืนใส่กันในฐานะศัตรู เริ่มต้นที่มิตร ให้จบที่ศัตรูมันไม่ใช่สิ่งโอเชี่ยนวาดฝันเอาไว้ เริ่มแบบไหนจบแบบนั้นสิมันถึงจะถูก

 

ตลาด?

โอเชี่ยนทวนคำเสียงฉงนพลางมองหน้าเอพริลที่แง้มมู่ลี่ของห้องพักเพื่อมองบรรยากาศด้านล่าง ชายหนุ่มผมดำหันกลับมาแล้วพยักหน้ารับยืนยันสิ่งที่เขาได้พูดไปเมื่อครู่ก่อนจะเปิดปากเล่าเพิ่มเติม

ยังไงๆวันนี้เราก็ว่างทั้งวันอยู่แล้ว ที่ผ่านมามีแต่เรื่อง ควรผ่อนคลายซะบ้าง

ฉันไม่มีอารมณ์

โอเชี่ยนตอบง่าย ๆก่อนทิ้งตัวนอนบนเตียงสีขาวสะอาด นัยน์ตาสีส้มมองขึ้นยังเพดานขาว สมองล่องลอยไปตามความคิด เขายังกังวลเกี่ยวกับแอมเบอร์แม้ว่าเอพริลจะบอกให้วางใจ ไหนจะเรื่องของคาราเมล แล้วเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีก เขาสังหรณ์ใจชอบกลว่าหน้าที่ของเขามันมีให้รับผิดชอบยิ่งกว่านี้แน่ แล้วยิ่งไปกว่านั้น ความสามารถของนักปราชญ์แห่งชิเดลิตส์คืออะไรเขาก็ยังไม่แน่ใจนัก ถ้าสมมติว่าเขาคืออัจฉริยะแห่งชิเดลิตส์จริงแล้วความสามารถที่เขาควรจะทำได้นั่นมันพอช่วยเหลือเรื่องราวที่จะเกิดต่อไปนี้ได้บ้างหรือเปล่า

นายเอาแต่นอนแล้วก็นอน เอาแต่คิดเรื่องที่ทำให้นายไม่สบายใจ วิธีสงบจิตสงบใจเดียวที่ดีที่สุดคือเลิกคิดถึงมันซะเอพริลว่าเรียบ ๆก่อนจะเดินมาดึงแขนโอเชี่ยน ชายหนุ่มปลิวตามแรงของเพื่อนผมดำอย่างไม่น่าเชื่อ โอเชี่ยนถลาไปชนกำแพง เขาเอามือยันไว้ก่อนจะหันกลับมามองเอพริล

นี่...

พลังของหล่อน

เจ๊แกยอมญาติดีกับนายแล้วเหรอ?

เมื่อได้รับคำถามเอพริลก็กลอกตาไปมาคล้ายกำลังเรียบเรียงคำพูดที่สื่อถึงสถานการณ์ปัจจุบันให้ดีที่สุด ชายหนุ่มเอามือลูบท้ายทอยตัวเองก่อนจะเอ่ยออกมา

จะว่าญาติดีก็ไม่ถูก แค่ยังอยู่ในสภาวะสงบ แต่ก็อย่างที่รู้ว่าเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ จะอาละวาดเมื่อไหร่ก็ไม่มีสัญญาณบอก แต่ก็ไม่ได้แย่จนต้องเข้าขั้นวิตกกังวล เลิกขมวดคิ้วแบบนั้นสักที

พอเอพริลสั่งเสียงเรียบโอเชี่ยนก็เหมือนได้สติก่อนจะมือขึ้นกดหว่างคิ้วตัวเองเบา ๆคล้ายให้คิ้วที่แทบจะชนกันนั่นออกห่างกันเสียที

ยังไงฉันก็วางใจไปเที่ยวตลาดที่นายบอกไม่ได้ สถานการณ์แบบนี้ใครจะมาทำสบายใจได้ ขนาดผู้บัญชาการสูงสุดยังเครียดเลย

โอเชี่ยนอ้างไปถึงเบลเฟกอลที่ปัจจุบันรับหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของเมืองและติดตามพวกแบล็กโฮลว่ามีความเคลื่อนไหวอะไรบ้าง ผู้บัญชาการผมขาวคนนั้นดูอารมณ์ไม่ดีจนแม้แต่พวกอาจารย์ทั้งสามยังไม่กล้ากวนประสาท ทริปเปิ้ลเองยังมองอยู่ห่าง ๆเพราะรู้ดีว่าไม่ควรเข้าไปยุ่งย่ามวุ่นวาย มีแต่พวกเอสเปอร์อาชญากรเท่านั้นที่ไม่รู้สึกตัว ยังมีหน้าไปกวนประสาททุกครั้งที่เบลเฟกอลออกไปกำราบ ที่ได้คืออาการสาหัสปรางตาย ถ้าทริปเปิ้ลไม่ห้าม คิดว่าเบลเฟกอลคงฆ่าพวกเอสเปอร์อาชญากรเพื่อระบายอารมณ์และความเครียดไปแล้ว

พูดถึงก็โทร.มา ต้องมีเซนส์แน่ ๆเอพริลพึมพำมองมือถือที่ก่อนหน้านี้มันกรีดร้องเสียงดัง ชายหนุ่มกดรับสายก่อนจะยกขึ้นแนบหู

[เอพริล ถึงที่หมายปลอดภัยดีใช่ไหม?]

ลูนอส?

ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามแต่กลับเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงสูง ชื่อที่แสดงบนหน้าจอเป็นชื่อของเบลเฟกอลแน่ ๆ แต่ทำไมปลายสายกลายเป็นนักค้าข่าวหนุ่มคนนั้นไปได้กัน

[อ่า ฉันเอง ว่าจะโทร.มาตรวจสอบว่าถึงที่หมายดีแล้วน่ะ พอดีว่าหาเครื่องตัวเองไม่เจอก็เลยคว้า ๆเครื่องที่วางทิ้งไว้แถวนี้มานะ]”ลูนอสอธิบายด้วยน้ำเสียงปกติ

อ๋อ...พวกผมถึงที่หมายแล้วครับ เข้าพักแล้วเรียบร้อย

[อืม...งั้นเหรอ ก็ดีแล้วล่ะ ว่าแต่จะไปหาเมย์คลายส์เมื่อไหร่?]

เอพริลฟังอีกฝ่ายเรียกพี่ชายตนเองอย่างสนิทปากแล้วก็แอบคิ้วกระตุกนิดหน่อย ลูนอสเป็นประเภทสนิทไปทั่วจริง ๆ แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วจะเรียกชื่อห้วน ๆก็ไม่น่าผิดนัก นักค้าข่าวหนุ่มรุ่นเดียวกับคาราเมล นั่นก็อายุมากกว่าพี่ชายของเอพริลสองสามปีได้

ก็คงพรุ่งนี้แหละครับ อยากจะพักผ่อนก่อน

[อืม...งั้นเหรอ...]

ปลายสายว่าแล้วเงียบไป ทั้งฝั่งเอพริลและลูนอสต่างก็เงียบใส่กันทว่าก็ไม่มีใครวางสาย ชายหนุ่มผมดำรับรู้ความรู้สึกผิดปกติได้บาง ๆแต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าอะไร

มีอะไรหรือเปล่าครับ?

[ขอฉันพูดกับโอเชี่ยนหน่อย]

เหมือนลูนอสรอจังหวะนี้มานานแล้ว ทันทีที่เอพริลเอ่ยถามเขาก็ตอบในทันควัน เอพริลเหลือบมองโอเชี่ยนที่กลับไปนอนเอามือก่ายตาตัวเองแล้วเดินไปเตะเตียงอีกฝ่ายเบาๆ เมื่อโอเชี่ยนรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเขาก็ยกแขนออก เอพริลยื่นเครื่องมือสื่อสารไปให้ชายหนุ่ม

ลูนอสจะคุยด้วย

โอเชี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ได้สนิทกับนักค้าข่าวหนุ่มคนนี้มากนัก แม้จะทำงานในวงการเดียวกัน ถ้าคิดถึงจุดตรงนั้นเรียกว่าเขาทั้งสองคนต้องเป็นคู่แข่งกันด้วยซ้ำ ชายหนุ่มเลิกคิดเรื่องยิบย่อยก่อนจะเอื้อมมือไปรับเครื่องมือนั่นมาแล้วส่งเสียงเพื่อให้ปลายสายรับรู้ว่าเขาถือสายอยู่

[ถ้าพูดอะไรไปอย่าเอะอะได้ไหมล่ะ?]

ประโยคแรกที่ขึ้นมาทำให้แววตาของโอเชี่ยนไหวไปเล็กน้อย เรื่องที่ลูนอสต้องพูดกับเขาโดยตรงและเหมือนจะไม่อยากให้เอพริลรู้นั่นมันอะไรกัน

[จากการตรวจสอบของโยกัง พวกเราเห็นอนาคตราง ๆ เลยอยากเตือนนายเอาไว้ก่อน มันเกี่ยวกับพวกนายทั้งคู่]

เรื่องอะไร รีบพูดมาได้ไหมล่ะ ไม่ต้องลีลา

โอเชี่ยนได้ยินปลายสายหัวเราะในลำคอก่อนอีกฝ่ายจะพูดขึ้น”[ฉันไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่เห็นเอพริลพุ่งตัวจะกระโดดข้ามรั้วกั้นบนภูเขาหิมะ สีหน้าค่อนข้างร้อนรน...อืม...ปน ๆตกใจ ภาพมีแค่นั้น ไม่รู้ว่าได้กระโดดลงไปไหม หรือกระโดดลงไปทำไม แต่ดุแล้วมันน่าอันตรายพอสมควร ทางที่ดีนายเลี่ยงรั้วกั้นเอาไว้จะดีกว่า]

ชายหนุ่มผมแดงสะบัดหน้ามองเอพริลในทันที เพราะลูนอสออกปากก่อนว่าอย่าเอะอะเขาถึงได้แต่เงียบไว นัยน์ตาสีแดงมองพิจารณาเพื่อนผมดำที่สายตามองลงไปด้านล่างยังตลาดที่เจ้าตัวชวนเขาไปก่อนหน้า

ใครทำให้เขาเป็นแบบนั้น?

[ไม่แน่ใจ ก็บอกแล้วว่าภาพมีแค่นั้น ถ้ามากกว่านี้ฝ่ายที่แย่จะเป็นโยกัง เรื่องการรับรู้อนาคตถูกตั้งขีดจำกัดเอาไว้ ถ้ามาเกินไปจะถูกลิบลอนพลังชั่วคราว ซึ่งไม่รู้ว่านานแค่ไหน แต่ผผฉันยังอยากให้โยกังใช้พลังนี้เป็นกำลังเสริมไปเรื่อย ๆ เลยจำเป็นต้องจำกัดเรื่องเวลาและจำนวนครั้ง]

คำพูดที่ลูนอสอธิบายออกมาพุ่งเข้าสะกิดใจโอเชี่ยนในบางจุด เขารู้สึกเหมือนตนเองพอจะทราบเรื่องข้อกำหนดและขอบเขตการใช้พลังมาก่อน เพียงแต่ไม่แน่ใจว่ามันเมื่อไหร่กัน โอเชี่ยนยกมือขึ้นนวดขมับ เพราะเขาเงียบไปปลายสายเลยเว้นตาม

[ที่ฉันจะบอกไม่ใช่ว่าจะให้นายระวังเรื่องเอพริล สำคัญที่สุดคือให้นายดูแลตัวเองให้ดี]

หมายความว่าไง?

[นายเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับเรื่องนี้จริง ๆ สำคัญไม่แพ้ทิสเต้เลย]

ทิสเต้คืออีกชื่อของคาราเมล โอเชี่ยนรับรู้ความหม่นหมองจากปลายสายได้แม้ว่าไม่ได้นั่งอยู่ตรงหน้ากัน พวกเขาเสียใจมันก็ใช่ แต่ที่มากกว่าอาจจะเป็นลูนอส ชายหนุ่มเหมือนถวายทั้งชีวิตให้คาราเมลเลยเสียด้วยซ้ำ ต้องมาเห็นเพื่อนคนสำคัญเดินจากไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่อาจทำอะไรได้ก็คงจะทรมานไม่ใช่น้อย

[เรื่องที่จะพูดมีแค่นี้แหละ ระวังตัวด้วยล่ะ]

เดี๋ยวก่อนโอเชี่ยนรีบเอ่ยรั้งก่ออีกฝ่ายจะวางสายฉันมี...เรื่องให้นายช่วยหน่อยลูนอส

[อะไร?]

ไปดูที่บ้านพักริมทะเลให้หน่อยว่าแอมเบอร์ยังอยู่ดีไหม ฉันไม่สบายใจ

สิ้นคำขอทุกย่างก็เงียบกริบ เอพริลเบนหน้ามามองโอเชี่ยนเพราะคำขอนั่น ทางฝั่งลูนอสเงียบไปราวกับใช้ความคิดและเหมือนมีอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากล

ลูนอส?

[ถ้ามันเป็นรางสังหรณ์ของนายผู้เป็นชิเดลิตส์หนึ่งในสองคนสุดท้ายมันประมาทไม่ได้เลย กลัวจริง ๆจะเสียกำลังไปอีก]”ลูนอสว่าเรียบ ๆแต่ทำให้คนฟังหวั่นใจ”[เอาเป็นว่าฉันจะทำให้ พรุ่งนี้จะโทร.ไปรายงานผลก็แล้วกัน วันนี้มีเรื่องที่ต้องไปจัดการแล้ว]

แต่...

[ถ้าคนมันจะตายจริง ๆ ไปช้าหรือไปเร็วมันก็ตายอยู่ดี ถ้านายมั่นใจในรางสังหรณ์ตัวเองว่าออกหัวหรือก้อยล่ะก็ ทำใจยอมรับผลที่คาดเอาไว้ล่วงหน้าก็คงดี ขอให้เต็มที่กับภารกิจ บาย]

เสียงสัญญาณดังขึ้นเป็นการบอกว่าสายถูกตัดไปแล้ว โอเชี่ยนถือมือถือค้างไว้แบบนั้นก่อนจะค่อย ๆลดลงมา เขาไม่สบายใจอยู่แล้วยิ่งมาฟังของลูนอสก็ยิ่งไม่สบายใจไปกันใหญ่ไม่ใช่หรือไงกัน อยากจะทุบหัวตัวให้แหลกนักจะได้ไม่ต้องมาคิดอะไรอีก ชายหนุ่มทิ้งตัวลงไปนอนกับเตียงตามเดิมพลางวางมือถือของเอพริลเอาไว้บนหัวเตียง

คุยอะไรกัน?

ไม่มีอะไรหรอก ฉันบอกให้ฝ่ายนั้นไปดูแอมเบอร์ให้ ที่โทร.มาก็เพราะสังหรณ์ใจพอใจ

โอเชี่ยนอ้างไปนั่น ลูนอสไม่ได้โทร.มาด้วยเหตุผลนั้น ฝั่งนั้นโทร.มาเรื่องเอพริลแต่ที่ไม่บอกเจ้าตัวตรง ๆต้องมีเหตุผลสำคัญ อาจจะเป็นกฎใดกฎหนึ่งของสองคนนั้นที่จะไม่ให้เจ้าตัวรับรู้อนาคตที่ถึงแก่ชีวิตของตนเองโดยตรง เช่นนั้นโอเชี่ยนก็จะไม่พูด แต่จะพยายามปกป้องอีกฝ่ายแทนก็แล้วกัน

 

พื้นที่รอบตัวเละเทะไปหมด ฝนที่เทกระหน่ำลงมาทำให้พื้นดินอ่อนยวบและกลายเป็นโคลนที่เลอะเทอะ ทว่าหลายร่างกลับนอนแผ่หลาอยู่บนพื้น เขามองไปรอบตัว เหมือนทุกอย่างจะจบลงไปแล้วในตอนนี้ จบลงอย่างไม่บริบูรณ์เท่าไหร่นัก เขาคิดว่าในอนาคตคงมีเรื่องให้สานต่อแน่ นัยน์ตาเย็นชามองต้นไม้ที่ถูกโค่นล้มโดยไม่ไดตั้งใจ มองไปทิศทางไหนก็พบเพียงความเสียหาย ทั้งทางกายภาพและทางจิตใจของตัวเขาเองด้วย ไม่รู้ว่าทำไมอกข้างซ้ายถึงได้ปวดหนึบขนาดนี้

เบลเฟกอล...

เสียงเรียกดังจากด้านหลัง เจ้าของร่างหันกลับไปตามเรียกนั้น ร่างของอิสตรีผมสีน้ำตาลเข้มยืนอยู่ เธอเปียกชุ่ม ใบหน้าประดับยิ้มแลดูมีความสุขทว่าดวงตาซ่อนความเจ็บปวดและขมขื่นเอาไว้

เจน่า...ผมขอโทษเขาเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาก่อนย่างก้าวไปหาร่างตรงหน้า หญิงสาวตอนนี้โอบร่างเล็กเอาไว้แนบอก ร่างนั้นสงบนิ่งเพราะอยู่ในห้วงนิทราที่แสนจะหอมหวาน ชายหนุ่มหวังจะสัมผัสร่างนั้น ทว่ามือที่ยกขึ้นมากลับเต็มไปด้วยโลหิตเหม็นคลุ้ง เขาชักมือกลับ

เบลเฟกอล

หญิงสาวเอ่ยเรียกก่อนจะผละมือข้างหนึ่งมาจับมือของชายผมขาวแล้วดึงมาสัมผัสร่างเล็ก ชายหนุ่มเบิกโตโพลง อยากจะดึงมืออกแต่กลับไม่อาจสู้สายตาที่เว้าวอนของหญิงสาวได้

ขอโทษที่ทำ...ให้ลูกของคุณต้องแปดเปื้อนเจน่า ผมขอโทษ ขอโทษจริง ๆ ขอโทษ

ชายหนุ่มพร่ำบอกคำขอโทษอย่างไม่หยุดหย่อน เขาก้มหน้าลงมองพื้นดินที่เละเทะ มองเท้าที่เปอะเปื้อนของตนเอง ทว่าสัมผัสที่อบอุ่นก็ดึงให้เขาเงยหน้าขึ้นมา

ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะคะ ทำไมคุณถึงไม่ยิ้มเหมือนที่ผ่านมา

มือเรียวของหญิงสาวลูบใบหน้าของชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน ร่างสูงเม้มปากก่อนจะสายหน้าเบา ๆ เขาจับมือของอีกฝ่ายออกจากใบหน้าของเขาอย่างแผ่วเบา กุมมันเอาไว้ด้วยสัมผัสอ่อนโยนและทะนุถนอมสุดหัวใจ ดวงหน้างดงามคลี่ยิ้มอบอุ่นที่ไม่ว่าคราใดที่ได้มองก็ยังทำให้จิตใจสงบ นัยน์ตาสีม่วงมองสบร่างนั้นราวกับจะก็บทุกอย่างตรงหน้าเป็นความทรงจำที่ล้ำค่าที่สุด ใบหน้าของเบลเฟกอลยกยิ้มก่อนเขาจะเอื้อนเอ่ย

จากนี้ไป...ช่วยไปจากชีวิตผมเถอะนะ เจน่า

ใบหน้าที่แสนตะลึงงันของหญิงสาวคงเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาเห็น ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนถูกดึงลงสู่ห้วงน้ำมหาสมุทรในราตรีของฤดูหนาว มันทั้งมืดมิดและเหน็บหนาว ร่างทั้งร่างเย็นเฉียบไร้การเคลื่อนไหว ปล่อยให้ตนเองตายจากไปถ้าจะดีไม่น้อยเหมือนกัน

คุณเบลเฟกอลครับ

เสียงคุ้นหูที่เอ่ยมานั่นทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกดึงขึ้นจากน้ำอย่างรวดเร็ว เปลือกตาถูกเปิดออกในทันที ภาพที่เห็นตรงหน้าคือใบหน้าของชายหนุ่มผมสีแสดที่ย่อตัวลงมามองเขาด้วยสีหน้าเป็นกังวล มือของอีกฝ่ายยกขึ้นมาทาบหน้าผากเขาทั้งที่เบลเฟกอลยังมีสติไม่ครบดี ครึ่งหนึ่งของสมองอาจจะยังจมอยู่ในความฝัน

ตัวรุม ๆนะครับ เข้าไปนอนพักเถอะก่อนจะเป็นอะไรไปมากกว่านี้

ทริปเปิ้ลเอ่ยก่อนแย้มยิ้ม เบลเฟกอลกระพริบตา สติที่กลับมาครบทั้งหมดทำให้เขารู้สึกตัวได้สักทีว่าตนเองนั่งอยู่บนเก้าอี้หมุนในห้องทำงาน หลับในที่แบบนี้ก็แอบเหลือเชื่อตัวเองเหมือนกัน ชายหนุ่มโน้มตัวมาด้านหน้าพลางท้าวศอกกับโต๊ะทำงานสีน้ำตาลอ่อน เขาใช้มือขวายกขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ ความรู้สึกปวดหัวเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาด เขาอาจจะไม่สบายจริง ๆแล้วก็ได้ เพราะตลอดทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาเบลเฟกอลเอาแต่ทำงาน เขาไม่อยากจะมีเวลาว่างไปคิดถึงเรื่องอะไรอีก ไม่อยากจะคิดถึงความผิดของตนเองซ้ำ ๆ

ทริปเปิ้ล เมื่อครู่ฉันฝัน

งั้นเหรอครับ ฝันเห็นอะไรล่ะ?

ชายหนุ่มผมแสดที่กำลังกวาดถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกว่าสิบถ้วยลงถุงขยะเอ่ยถามราวกับไม่สนใจมากนัก เขามองดูข้างฉลากของถ้วยบะหมี่แล้วขมวดคิ้ว สารอาหารแค่นี้ไปพอหล่อเลี้ยงคนที่ปกติกินอย่างกับว่ากระเพราะมีหลุมดำได้ยังไงกันนะ

ฝันเห็นเจน่า

คำตอบเรียบ ๆนั่นทำให้ทริปเปิ้ลชะงักมือ เขายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูงพลางหันมองเบลเฟกอลที่ซบหน้าลงกับฝ่ามือตัวเอง ชายหนุ่มส่ายหัวไปมาเบาๆจนเส้นผมสีขาวสะอาดนั่นสั่นไหว

ฝันถึงเรื่องตอนนั้นงั้นหรือครับ?

ไม่มีคำตอบกลับมาจากชายหนุ่ม เบลเฟกอลนั่งนิ่งอยู่แบบนั้นจนทริปเปิ้ลต้องปล่อยมือจากถุงขยะในมือแล้วเดินไปหาร่างของเบลเฟกอล เขาตัดสินใจวางมือลงบนหัวของชายหนุ่มนั่นทำให้ผู้บังคับการสูงสุดของโวคสะดุ้งอย่างแรง เบลเฟกอลเงยหน้ามองคนสนิทก่อนจะเสสายตาหลบไปก่อน

ทำไมตอนนั้นถึงไม่เลือกเก็บผนึกเอาไว้ในตัวฉัน ทำไมถึงเป็นบลู ถ้าเป็นฉันอะไร ๆมันคงง่ายกว่านี้

เพราะตอนนั้นคุณสำคัญสำหรับทุกคนมากไงล่ะครับ และไม่มีใครคิดว่าในอนาคตบลูจะกลายเป็นคนสำคัญของเราอีกคนหนึ่ง จริง ๆแล้วคนที่ทำให้เขากลายเป็นคนสำคัญก็คือตัวพวกเราเองเสียมากกว่า ทั้ง ๆที่รู้ว่าถ้าเกิดว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ทางที่จะจบปัญหาได้เร็วที่สุดคือการฆ่าเด็กคนนั้นทิ้งซะ แต่พวกเราดันเอาตัวไปผูกพันกับเขาจนฆ่าไม่ลง แบบนั้นเลยทำให้ต้องตามแก้กันต่อไป

ก็ไม่ใช่ว่าทำแบบนั้นเพราะไม่อยากจะฆ่าแต่แรกหรือไง

เบลเฟกอลว่าเรียบ ๆ เขาจับมือของทริปเปิ้ลออกจากหัวตัวเองอย่างแผ่วเบา ทุกอย่างเหมือนอย่างที่ทำกับเจน่าไม่มีผิดเพี้ยน ดวงตาของชายหนุ่มสะท้อนความโศกเศร้าเมื่อคิดถึงหญิงสาวคนนั้น

ถึงตอนนี้ไม่ว่าอนาคตจะเป็นแบบไหน ที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องดูแลตัวเองนะครับ ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาก่อนศึกจะเริ่ม มันจะกลายเป็นผลเสีย คุณเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่จะดึงบลูกลับมานะครับ เบลเฟกอล

คิดว่าเขาจะฟังฉันงั้นเหรอ?เบลเฟกอลสวนอย่างรวดเร็วไม่มีทางแน่ ๆ

ทริปเปิ้ลได้แต่ยิ้ม เขาไม่ตอบอะไรกับความคิดของคนตรงหน้า ชายหนุ่มผมแสดหันหลังกลับไปเก็บกวาดต่อให้เสร็จ สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการเตรียมอาหารและยา จากนั้นก็บังคับให้เบลเฟกอลพักผ่อนให้ได้ ในตอนนี้ปล่อยให้ชายหนุ่มได้ใช้ความคิดไปก่อนก็แล้วกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #399 Mr. assassinate. (@oat42159) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2559 / 21:37
    ผมไม่ยอมเรื่องแอมเบอร์จริงๆด้วยรู้ไหมครับ?
    #399
    0
  2. #391 Hiroyosha (@kanokthon59) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 01:49
    ไรท์ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆค้างงงงงงงงงงงงปริศนาความเศร้าเริ่มเยอะละจะคลายเมทเละ เต้าค้างงงงงงอัพต่อเต้อะเค้าอยากอ่านนนมากๆๆๆๆๆๆๆที่สุดเบยน้าไรท์จ้าาาา
    #391
    0
  3. #380 deal blackrose (@deallovedragon) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 16:32
    รออยู่น่ะ อยากรู้อ่ะว่าแอมจังจะฟื้นคืนชีพมั้ยอ่ะ
    แล้วก็แอมจังต้องพาบลหรือคาราเมลกลับมาให้ได้น่าาาาาาาา
    #380
    0
  4. #378 ชิน เรย์ (@chin-rei) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:52
    แอมมมมมมท ทำกะคาร่างี้ได้ไง
    เดะยิงไส้แตก>0<******
    #378
    0
  5. #376 My.sister (@is-ploy) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 14:55
    อัพไวๆน๊าาาาา~
    #376
    0
  6. #374 Qitch (@pawitchaya-rin) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2558 / 10:22
    รออออออออออ ต่อไวไวน้า ไม่อยากกินมาม่า(?) 555
    #374
    1
    • #374-1 Pepper (@lovery1859) (จากตอนที่ 47)
      24 ตุลาคม 2558 / 10:51
      เอามาม่าไปก่อน ไวไวของขาดตลาด5555
      #374-1
  7. #373 p_ice (@p-ice) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 20:13
    สถานะการณ์ตรึงเครียดขอรับ รอที่เหลือนะ
    #373
    1