Little Sheep or Werewolf แกะตัวนั้นที่มันเป็นหมาป่า

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 24,309 Views

  • 485 Comments

  • 1,072 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    47

    Overall
    24,309

ตอนที่ 44 : Little Sheep Thirteen<Play park>{100%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 414
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    15 ต.ค. 58

Little Sheep Thirteen

Play park

 

“หอมอ่ะ....ใครทำกับข้าว?”ชายหนุ่มผมน้ำเงินร้องถามด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้มหลังจากที่ตื่นนอนมาเป็นคนที่สองถัดมาจากชินเรย์ ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลทองเบนดวงตาจากทีมีที่ปิดตรงหน้ามาที่เจ้าของเสียง มิดไนท์เดินมานั่งข้างชินเรย์แล้วกระพริบตาปริบ

“ชินเรย์อยู่นี่...อย่าบอกว่าเป็นคิล!

“ตื่นเถอะมิดไนท์ นาฬิกาปลุกไหม?”ชินเรย์ถามแล้วยิ้มมุมปาก เป็นการกวนประสาทที่ให้ความรู้สึกว่าหล่อจริงๆ

“งั้นแล้ว...”

“คิลมันยังไม่ตื่นอีกหรอ?”เสียงทุ้มที่ดังขึ้นทำให้ทั้งสองคนหันมอง ชายหนุ่มผมสีขาวเดินออกมาจากห้องครัวในชุดผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาล เส้นผมสีขาวยาวถูกรวบขึ้นไปเพื่อความคล่องตัว ดวงตาสีแดงมองหน้าทั้งสองด้วยความสงสัย คราเมลหรือว่าบลูเอียงคอก่อนจะวางจานข้างลงบนโต๊ะตัวเล็กกลางห้องรับแขก

“มาอยู่นี่แป๊ปเดียวเป็นใบ้ไปแล้วเหรอชินเรย์ นายก็ด้วยมิดไนท์ เห็นวันนั้นพูดเอาๆ”บลูว่เสียงแล้วขมวดคิ้ว

 “ทำไมปากคอเลาะร้ายขึ้นล่ะครับลีด...”ชินเรย์ว่าเสียงอ่อน

“ฉันไม่ช่ลีดของนาย แล้วก็ถ้าอยากกินข้าวไปปลุกคิลเลอร์มาซะเดี๋ยวนี้”

“รับแซ่บ!”สองคนร้องรับก่อนจะวิ่งไปที่บุกห้องของคิลเลอร์ด้วยเสียงตึงตังที่คาดว่ามันไม่ใช่การปลุกแต่คงเป็นการถล่มเละไม่เหลือซากมากกว่า ในเมื่อคิลเลอร์เป็นพวกตื่นยากแบบนั้น ต่อให้มิดไนท์กระโดดทับหรือว่าชินเรย์แล้วมีดเสียบก็ยังไม่แน่ใจว่าจะตื่นหรือเปล่า บลูโคลงหัวพร้อมถอนหายใจก่อนจะเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อนำกับข้าวอีกหลายอย่างมาวางบนโต๊ะระหว่างรอเจ้าหัวแดงตื่นขึ้นมา

“กับข้าว กับข้าว”

หัวหน้าผู้กวนประสาทร้องประสานเสียงกอดคอเดินมาพร้อมกับมิดไนท์โดยมีชินเรย์ที่ทำหน้าปลงตกเดินตาม คิลเลอร์ที่อยู่ในชุดนอนและมีกิ๊บติดผมหน้าม้าเสยขึ้นไปด้านบนเดินร่าเริงมาก่อนจะมาหยุดดูกับข้าวระรานตาบนโต๊ะ นี่เขาไม่ได้ฝันไปใช่ไหม อาหารของบลู~

“สภาพนี้มันอะไรน่ะคิล นายแปรงฟันหรือยัง?”บลูที่เดินมาพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆขมวดคิ้วถามด้วยสายตารังเกียจอย่างปิดไม่มิด

“โห่บลู ทำไมบลูพูดงี้อ่ะ ฉันอยากได้บลูจ๋าที่น่ารักคืน”คิลเลอร์ร้องแล้วทำหน้ามุ่ย

“เหอะ เลือกเอาระหว่างบลูจ๋าหรือว่า...ข้าวเช้า”

ทำไมยังต้องเลือกเมื่อมันเห็นอยู่ตรงหน้าอยู่แล้ว ใครมันจะบ้าปล่อยอาหารที่น่ากินหลุดไป ชายผมแดงไม่ตอบคำถามแต่พุ่งไปนั่งประจำตำแหน่งของตนเองในทันที โดยปกติแล้วโซฟาตัวยาวตรงกลางจะเป็นของคิลเลอร์แต่เพียงผู้เดียว ส่วนตัวเล็กด้านซ้ายและขวาจะเป็นของมิดไนท์และชินเรย์ แต่ว่าในเมื่อมีบลูเข้ามาเพิ่มทำให้ชายหนุ่มผมขาวต้องนั่งร่วมกับคิลเลอร์อย่างเลี่ยงไม่ได้

“อาอ้าม~”ชายผมแดงหันไปทำท่าจะปอนข้าวใส่ปากบลู ดวงตาสีแดงปรายมองเรียบๆก่อนมือของคิลเลอร์จะถูกแช่ด้วยน้ำแข็งเย็นเฉียบ ชายผมแดงหน้าซีดรีบขอไฟจากมิดไนท์จ้าละหวั่น ทางบลูก็ได้แต่ถอนหายใจนั่งกินข้าวอย่างสงบไปพร้อมชินเรย์ที่นั่งอยู่ข้างๆกัน เหมือนมาดูแลโรงเรียนอนุบาลชอบกลสิน่า

“เอ้อ! จริงสิคิลเลอร์! ฉันเห็นโฆษณาสวนสนุกเปิดใหม่ในเมืองข้างๆอ่ะ ไปกันเหอะ ฉันอยากเล่นชิงข้าสวรรค์อ่ะ”มิดไนท์กระแซะชายผมแดงหยิก นัยน์ตาสีเขียวกระพริบปริบๆพยายามอ้อนเต็มที่เท่าที่ใบหน้าจะเอื้ออำนวย

“อ่ะไอเอ๋อ?(จะไปเหรอ?)”คิลเลอร์ที่คาบตะเกียบอยู่ส่งเสียงถาม

“ก็ดีเหมือนกันนะครับ เราจะได้ผ่อนคลายบ้าง เครียดกันมาตั้งนาน”ชินเรย์สนับสนุนความคิดอย่างเต็มที่

“นี่เครียดแล้วหรอ มาตรฐานความเครียดอยู่ไหน”บลูพึมพำด้วยความปวดหัว ถ้านี่เรียกว่าเครียดปกติมันจะร่าเริงกันขนาดไหนล่ะงานนี้

“บลูไปไหมอ่ะ?”คิลเลอร์หันมาถามคนข้างตัว เท่ากับว่าตอนนี้สิทธิ์การตัดสินใจทั้งหมดของชายผมแดงอยู่ที่บลูแต่เพียงผู้เดียว นัยน์ตาสีแดงมองอีกสองคนที่จ้องเขาอยู่ เล่นเขียนบนหน้าว่าอยากไปขนาดนั้นจะให้เขาส่ายหัวปฏิเสธได้อย่างไร บลูถอนหายใจยาวแล้วพยักหน้ารับ นั่นเรียกเสียงเฮยิ่งกว่าตอนบอลยิงเข้าประตูเสียอีก

 

การเดินทางเริ่มขึ้นตอนสิบนาฬิกาตรง รถเต่าสีเหลืองขับออกจากลานจอดรถของคอนโดมิเนี่ยมสุดหรู ถึงตอนนี้บลูก้ยังไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ก่อการร้ายหรือว่าผู้ร้ายตัวสำคัญถึงได้อาศัยอยู่บนคอนโดมิเนี่ยมที่ห่างกับสำนักงานโวคไม่เท่าไหร่ได้อย่างหน้าตาเฉย แถมดูท่าคนแถวนั้นก็เหมือนจะไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ นี่ไม่คิดจะดูข่าวกันบ้างเลยหรือว่ายังไงนะ บลูทำได้เพียงถอนหายใจ นอกจากการอาศัยในคอนโดมิเนี่ยมอย่างโงแจ้งแล้วไอ้เสียงร้องเพลงโหวกเหวกในรถอย่างกับว่ามีคนอยู่สักสิบคนนี่มันอะไรกัน ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจอย่างแรง

“ว้าว โคตรสวยอ่ะ”

มิดไนท์ร้องหลังจากลงจากรถแล้วเดินมาจนถึงทางเข้า สวนสนุกที่เนตรมิตรออกมาได้เหมือนกับว่าหลุดมาจากเทพนิยายสมัยเด็ก สถาปัตยกรรมแต่ละอย่างดูประณีตจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นแค่สวนสนุก บลูที่เดินอยู่เป็นคนที่สองมองแล้วหายใจ เขาอายุยี่สอบเจ็ดแล้วนะ ไอ้คนผมแดงข้างๆก็ไม่ต่างกัน ทำไมถึงทำตัวเหมือนกับว่ายังอายุแค่เจ็ดขวบไปได้ นัยน์ตาสีแดงมองเห็นชายผมน้ำเงินที่วิ่งไปต่อแถวซื้อตั๋วVIPอย่างไม่เสียดายเงิน บลูถูกชินเรย์ดันหลังให้เดนิตามไปอย่างช่วยไม่ได้ ขอแค่บัตรผ่านก็พอแล้ว เขาไม่ได้คิดจะเล่นอะไรสักหน่อย

“อย่างแรกที่ต้องเล่นคือ....รถเจ้าคุณปู่”

บลูเผลอร้องห๊ะออกมาเสียงดังเมื่อมิดไนท์ว่าแบบนั้นแล้ววิ่งตีเนียนต่อคิวกับเด็กๆอย่างหน้าตาเฉย

“เดี๋ยวก็หลงจนได้หรอกมิดไนท์”คิลเลอร์ร้องเตือนก่อนจะคว้ามือบลูแล้วลากตามไปอย่างรวดเร็ว

“เฮ้ย! เดี๋ยว! จะไปไหนเนี่ยคิลเลอร์!”บลูขืนตัวจะไม่เดินไปทางรถเจ้าคุณปู่ ชายผมแดงหันมาทำหน้าเอ๋อใส่ก่อนจะตอบอย่างใสซื่อ

“ก็ไปเล่นรถเจ้าคุณปู่ไง”

“มันออกจะ...”บลูจะร้องว่าปัญญาอ่อนแต่ก็ต้องหุบปากคิดหาคำอื่นมาแทนที่”...เด็กไปหรือเปล่าคิลเลอร์ นายจะแย่งเด็กเล่นจริงดิ นี่เอาจริงเหรอ!!

บลูร้องลั่นเมื่อถูกลากตามแรงช้างศาลนั่นมาจนถึงหน้าทางเข้า เมื่อเจ้าหน้าที่ขอดูตั๋วคิลเลอร์ก็ส่งให้ก่อนจะลากชายหนุ่มไปนั่งรถเจ้าคุณปู่คันเดียวกัน บลูนั่งทำหน้าเหมือนคนจะเป็นลม นี่มันล้อเล่นใช่ไหม ของเล่นชิ้นแรกที่เล่นหลังจากมาถึงสวนสนุกคือรถเจ้าคุณปู่เหรอ เอาจริงดิ นี่มันล้อลเนแน่ๆ! บลูซบหน้ากับพวงมาลัยที่เอาไว้ประดับ เขาต้องถูกมองว่าเป็นเด็กโข่งร่วมกับไอ้คนที่ส่งเสียงอยู่ด้านหลังแน่ๆ

“เข้าใจหน่อยนะบลู”คิลเลอร์ส่งเสียงแล้วจับหัวของบลู”มิดไนท์ไม่เคยมาสวนสนุกสักครั้ง ตามใจเขาหน่อยนะ”คิลเลอร์ว่ายิ้มๆ

นัยน์ตาสีแดงหันมองด้วยแววตาที่เหมือนจะสะเทือนใจ”คิลเลอร์...ที่ผ่านมา ที่นายหายไปน่ะ นายไปอยู่ไหนมา?”

บลูถามคำถามที่ควรจะถามเป็นคำแรกของการพบหน้า แต่มันก็กลายเป็นคำถามถัดๆไป คิลเลอร์ยกยิ้มเล็กน้อย เขาเอามือออกจากหัวของเด็กหนุ่มก่อนจะมองไปด้านหน้า มันไม่มีคำตอบออกมาจากปากของอีกฝ่าย บลูไม่สามารถเดาได้ว่าคนพวกนี้ไปอยู่ที่ไหนมา และเป็นอย่างไรกันบ้าง

“ลำบากไหม?”

“หืม?”

“กินข้าวครบสามมื้อหรือเปล่า”

“อ่า...”

“มีช่วงเวลาที่ได้หัวเราะไหม?”

“นายพูดเหมือนนายเป็นห่วงฉัน”ชายผมแดงว่าขำๆพร้อมรอยยิ้ม แต่คนข้างๆกลับมองเขาด้วยใบหน้าสงบ

“ใช่ ฉันยังเป็นห่วงนาย”บลูพูดเรียบๆ”ฉันคิดตลอดว่านายจะสบายดีหรือเปล่า แล้วก็คิดถึงสัญญาที่นายให้เอาไว้ คิดว่าเมื่อไหร่ถึงจะได้พบกันอีก ถึงแม้ว่าการพบกันครั้งนั้นมันจะสะเทือนใจฉันไปหน่อยก็ตาม”

บลูพูดถึงเรื่องที่เขากับอีกฝ่ายพบกันอีกครั้งหลังจากที่จากกันไปเมื่อตอนเด็ก หลังจากนั้นสิบปีทั้งคู่ก็มาพบกันอีกครั้ง ในตอนนั้นคิลเลอร์ประกาศอย่างเป็นทางการว่าเขาจะฆ่าบลูให้ได้ มันไม่มีอะไรสะเทือนใจเด็กสิบห้าไปมากกว่านั้น บลูไม่ได้โต้ตอบ ไม่ได้ร้องถามว่าทำไม เขายอมรับการตัดสินใจของคนที่เป็นทั้งเพื่อนที่เขาสนิทที่สุดและเป็นศัตรูที่อันตรายที่สุดแต่โดยดี แต่คิลเลอร์ก็ไม่ไดลงมือทำมัน

“ตอนนี้นายยังคิดจะฆ่าฉันหรือเปล่า?”

“แล้วถ้าฉันคิดนายจะยอมให้ฉันฆ่าหรือเปล่า?”

“ยอม”ชายหนุ่มตอบสั้นๆด้วยสีหน้าราบเรียบ มันไม่ใช่คำพูดที่พูดเพื่อประชดหรือว่าหยอกเล่น บลูคิดตามที่เขาพูดจริงๆ กับผู้ชายตรงหน้าเขาแทบไม่มีอะไรจะต้องโกหก เมื่อเขากลับมาเป็นบลูคนเดิมก็ไม่มีอะไรต้องปิดบังอีกต่อไป คิลเลอร์มองหน้าคู่สนทนาแล้วขมวดคิ้ว

“นายควรที่จะไม่ยอมสิบลู”

“อย่างไหนก็มีค่าเท่ากัน”

เขาไม่รู้ว่าความหมายจองคำพูดที่บลูเอ่ยออกมาคืออะไร รถเจ้าคุณปู่หมดรอบแล้วและทั้งคู่ก็ได้เวลาลงมาจากเครื่องเล่นเด็กน้อยนี่ คิลเลอร์คิดอยากจะให้มันเพิ่มรอบอีกสักยี่สิบนาที ในเมื่อเขาได้โอกาสคุยกับบลูแล้วก็อยากคุยให้มากขึ้น ตั้งแต่บลูเลือกมากับเขาทั้งคู่ก็ยังไม่ไดคุยอะไรกันจริงจังสักที

“บลูๆ ไปเล่นไอ้นั่นกัน!!!

หลังจากออกมาจการถเจ้าคุณปู่แล้วเดินไปได้สักพักมิดไนท์ก็เดินมาเกาะแขนแล้วชี้ไปที่ปราสาทสีดำทะมึน ตอนนั้นเองที่ชายหนุ่มผู้ชายอยู่แล้วซีดลงไปถนัดตา

“ฉันรู้สึก...ปวดท้อง”

ชินเรย์เอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อของบลูได้ทันก่อนคนผมขาวจะชิ่งหนี นัยน์ตาสีแดงที่ตวัดมองเขาอย่างกับจะงับหัวนั่นทำให้ชินเรย์หัวเราะออกมา คิลเลอร์เองก็ร่วมอยู่ในขบวนการลากพี่บลูเข้าปราสาทผีสิงด้วย เขาเดินมากอดคอบลูแล้วลากไปที่ทางเข้า ชายหนุ่มผมขาวแทบจะผสานเซลล์กับประตูทางเข้าถ้าเขาทำได้ แต่บังเอิญว่าบลูทำไมได้เนี่ยสิ ผลสรุปคือถูกลากเข้าบ้านผีสิงแบบไม่ยินยอมนัก และการออกมาย่อมไม่สวย

“โอ้โห้....ปราสาทผีสิงกลายเป็นปราสาทน้ำแข็งไปแล้ว”มิดไนท์ป้องตามองปราสาทหลังยักษ์ที่ถูกแช่แข็งในพริบตา ทางซ้ายมือมีบลูที่ยืนหอบจนไหล่ขยับอยู่ สีหน้าบ่งบอกว่าถ้ายังมีใครลากเขาเข้าที่ที่ไม่อยากไปอีกล่ะก็เขาจะแช่แข็งมันไม่ต่างจากที่ทำกับปราสาทผีสิงนี่จริงๆ

“ใจเย็นก่อนครับคุณบลู ละลายน้ำแข็งเถอะ”

ชินเรย์ว่าพลางส่งน้ำแดงในชายหนุ่ม คนผมขาวรับมันมาดื่มก่อนจะโบกมือเบาๆทำให้น้ำแข็งพวกนั้นที่เกาะปราสาทอยู่หายไป ทางฝั่งตัวการลากคอเข้าปราสาทผีสิงตอนนี้เองยังถูกแช่อยู่ในน้ำแข็งเย็นๆ โชคดีที่รู้ตัวทันเลยยืนหล่อก่อนจะถูกแช่ แต่ว่าประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้นเสียหน่อย

“ละลายของคุณคิลเลอร์ด้วยสิครับ นะๆ”ชินเรย์พยายามเกลี้ยกล่อมแต่โดยดี บลูปรายดวงตาสีแดงไปมองก่อนจะยกเท้าขึ้นถีบ เจ้าก้อนน้ำแข็งคิลเลอร์ใสไหลไปตามทางก่อนจะกระแทะเข้ากับรั้วกั้นจนแตกออก คิลเลอร์หลุดพ้นจากการแช่แข็ง เขานั่งมึนอยู่ข้างทาง

“เชื่อเลยว่าบลูแน่ๆ”

ชายผมแดงบ่นก่อนจะลุกขึ้นเดินมาหาพวกตัวเอง นัยน์ตาสีแดงมองเขาขวางอย่างกับว่าคิลเลอร์ขโมยช็อกโกแลตของโปรดของชายผมขาวไป หัวหน้าแบล็กโฮลยิ้มแป้น พยายามใช้รอยยิ้มที่งดงามดับความไม่พอใจของบลู แต่เหมือนจะไปกระตุกความไม่พอใจให้เพิ่มขึ้นซะมากกวว่า

“เราจะไปไหนกันต่อดีอ่ะ”มิดไนท์ถามก่อนจะก้มลงดูดน้ำในมือ

“ไวกิ้ง”บลูตอบเรียบๆแล้วชี้ไปที่เจ้าเรือยักษ์สีน้ำตาลที่กำลังเหวี่ยงอยู่

คราวนี้ฝั่งคนที่หน้าซีดกลายเป็นคิลเลอร์ไปซะเอง เขาไม่ได้กลัวความสูงแค่ไม่ชอบความไม่มั่นคงเท่านั้น บลูยิ้มพราวก่อนจะคว้าคอเสื้อคิลเลอร์เอาไว้อย่างรวดเร็ว น้ำแข็งใสสะอาดถูกสร้างมาเกาะเท้าทั้งสองข้างจนชายหนุ่มผมแดงไม่อาจขยับได้ จากนั้นเขาก็ถูกลากไปทางเรือยักษ์อย่างรวดเร็ว เพียงสิบนาทีที่ใช้ลมหายใจอยู่บนนั้นมันก็มากเกินพอแล้ว

“ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”

คิลเลอร์ร้องลั่นยามเมื่อเรือไวก้องเหวี่ยงขึ้นแถมเขายังอยู่หน้าสุดด้วยความสามารถอันฉะเพราะตัวของบลูที่ใช้ใบหน้าหล่อน่ารักเอาพื้นที่โซนหัวเรือมาครอบครอง เขาชอบบลูทุกวันยกเว้นวันนี้ก็แล้วกันนะ

“นายแกล้งฉัน”

“เปล่า นายคิดไปเอง”บลูว่าเรียบๆเหมือนว่าเขาไม่รู้สึกใดๆทั้งนั้นหลังจากคิลเลอร์คายของเก่าแทบหมดไส้หมดพุง มันก็ไม่ใช่ความผิดของเขาจริงๆนั่นแหละ ก็ใครใช้ให้คิลเลอร์ลากเขาเข้าปราสาทผีสิง ไม่อย่างนั้นเขาก็คงไม่ลากอีกฝ่ายขึ้นไวกิ้งหรอก เรียกว่าทีใครทีมันก็แล้วกันนะคิลเลอร์!!

“วันนี้เจาะประเด็นเห็นหมาจะมาสัมภาษณ์คุณคิลเลอร์กันครับ ไม่ทราบว่าเคยคิดมาก่อนหรือเปล่าครับว่าชีวิตต้องลำบากขนาดนี้?”มิดไนท์ที่เล่นเป็นนักข่าวยื่นไอศกรีมแท่งไปหาคิลเลอร์ที่นั่งหน้าซีด

“ไม่ ไม่ครับ ผมคิดว่าผมควรจะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ด้วยซ้ำ”คิลเลอร์ก็บ้าจี้เล่นไปตามชายผมน้ำเงิน

“แล้วความรูสึกเมื่อได้ขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดนี่รู้สึกยังไงบ้างครับ?”

“เหมือนว่ายมทูตให้เบอร์โทร.ผมมาแล้วล่ะครับ”

บลูกลอกมองมองเจ้าสองคนที่เล่นประหลาดๆกันอยู่ สายตาคนที่ผ่านไปผ่านมามองด้วยรอยยิ้ม คงจะคิดว่าพวกนี้เป็นคนบ้าหลุดออกมาจาโรงพยาบาลไหนล่ะสิท่า บลูเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกันนั่นแหละ ไม่แน่ใจว่าที่ไม่เจอกันเลยหลายปีนี่คิลเลอร์เป็นบ้าไปแล้วหรือเปล่า หรือว่าคิดแผนการจนสมองเลอะเลือนฟั่นเฟือนไปแล้ว จะว่าน่าสงสารหรือว่าน่าสมน้ำหน้าดีล่ะเนี่ย บลูคิดแล้วก็ได้แต่เซ็ง

“นี่ก็เที่ยงแล้ว เราไปหาข้าวกินกันเถอะครับ”

ชินเรย์ผู้รับหน้าที่ตากล้อง(?)ร้องว่าพร้อมทั้งมองนาฬิกาข้อมือ บลูเองก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองหิวแล้วเหมือนกัน พวกเขาทั้งสี่คนจึงได้ฤกษ์ไปยังร้านหารประจำสวนสนุก เพราะว่าพวกเขามาเวลาทานข้าวพอดีทำให้คนค่อยข้างเยอะเลยทีเดียว อาจจะด้วยสาเหตุว่าสวนสนุกนี่เพิ่งเปิดได้ไม่นานด้วยคนก็เลยดูเยอะกว่าปกติ แต่ถึงแม้จะมีคนเยอะขนาดไหนพวกเขาก็ยังมีที่นั่งอยู่ดี หลังจากจัดแจงที่นั่งกันได้ลงตัวแล้วพวกเขาก็เริ่มสั่งอาหาร

“ที่นี่ไม่มีใครจำหน้าพวกนายได้หน่อยหรือไง?”บลูถามพลางมองไปรอบๆ ไม่มีใครสนใจพวกเขาเลยสักนิด

“คนหน้าตาดีมีอยู่ทั่วไปนะพี่บลู”มิดไนท์ว่าเสียงร่า หลังจากคิดไปคิดมาเขาว่าควรเรียกบลูที่ดูเป็นผู้ใหญ่ที่สุดว่าพี่บลู ซึ่งมันเหมาะสมมากๆ

“โห้ย ทำไมเรียกบลูว่าพี่แต่ฉันไม่เรียกพี่บ้างล่ะมิดไนท์”คิลเลอร์ร้องท้วง

“ก็ไม่น่านับถือไง คิดอะไรมากครับ”ชินเรย์เป็นคนตอบก่อนจะถูกน้ำแข็งปาใส่หน้าไปหนึ่งที

คิลเลอร์ผู้เห็นของกินเป็นของเล่นเริ่มสงครามน้ำแข็งในแก้วก่อน ชินเรย์ไม่ยอมโต้กลับและก็พลาดไปโดนมิดไนท์ ชายผมน้ำเงินเตรียมจะปากลับแต่บลูก็เบนดวงตามามองเสียก่อนจะได้ลงมืออย่างที่ตั้งใจเอาไว้

“ถ้าโดนฉันหรือคนอื่นพวกนายได้อยู่ในน้ำแข็งแน่ๆ”

พอคุณพี่บลูขู่แบบนี้พวกเขาก็ต้องเงียบสิครับ ใครจะกล้าทำเรื่องกันอีกล่ะ ทั้งสามคนมองหน้ากันแล้วแอบคาดโทษไว้ในใจ ถ้าได้โอกาสแก้แค้นเมื่อไหร่ตอนบลูเผลอล่ะก็เสร็จแน่ๆ ระหว่างที่คนสามคนกำลังเขม่นกันอยู่นั้นอาหารก็มาเสริฟที่โต๊ะพอดี ทั้งสามคนลงมือทานมื้อกลางวันอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้บลูทำหน้าที่ภาพลักษณ์ของกลุ่มค่อยๆทานอาหารอย่างเรียบร้อยไปคนเดียว หน้าที่นี้สำคัญนะ

“นี่เราจะอยู่กันถึงกี่โมงเนี่ย?”บลูถามหลังจากที่กว่าจะทานข้าวเสร็จก็ปาไปเกือบบ่ายสอง เจ้าสามคนนี้กินอย่างกับยัดกระสอบ หลังจากทานไปหมดแล้วก็สั่งมาเพิ่มจนของแทบจะไม่มีทำให้ มีบลูคนเดียวที่กินแบบชาวบ้านปกติเขา คิดในใจเอาไว้เลยว่าคราวหน้าจะไม่มาเที่ยวกับพวกมันให้ถูกเหมารวมว่าเป็นตัวประหลาดอีก

“เขาบอกว่าทุ่มหนึ่งจะมีพลุอ่ะ ฉันอยากอยู่ดูพลุจากชิงช้าสวรรค์ นี่ก็ไปจองคิวไว้แล้ว”

มิดไนท์ตอบเรียบๆ แต่ละคนหันมองหน้าชายหนุ่มผมน้ำเงินที่ไม่รู้ว่าแว๊บไปจองคิวชิงช้าสวรรค์เอาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ดูท่าคงจะตอนที่ไปซื้อไอศกรีมหลังจากที่ลงมาจากไวกิ้ง บลูกระพริบตาปริบ นี่เพิ่งจะบ่ายสองเท่านั้น นี่แปลว่าเขาต้องรออีกตั้งห้าชั่วโมงเลยงั้นเหรอเนี่ย กลับบ้านไปก่อนแล้วค่อยกลับมาอีกทีจะเป็นอะไรไหมนะ

“ระหว่างรอเราจะทำอะไรดีล่ะครับ ห้าชั่วโมงเลยนะ”ชินเรย์ผู้แอบคำนวณในใจเหมือนบลูร้องถาม

“นอนรอไหม?”

“นายมาถึงสวนสนุกเพื่อมานอนน่ะนะคิลเลอร์ คิดด้วยอะไร นี่ผ่านสมองไหมไหนดูสิ หัวดูกลวงๆนะ”บลูว่าพลางเคาะหัวชายผมแดงป๊อกๆ

“แล้วจะทำอะไรล่ะบลู”คิลเลอร์ร้องพลางคลำหัวตัวเองปอยๆ มือหนักไม่เปลี่ยนจริงๆ

“เล่นนั่นไหม? จำได้ป่ะที่ตอนที่เราเคยไปเล่นเมื่อตอนเด็กๆอ่ะ ที่นายตีแล้วได้แค่ถั่วเม็ดเดียวกลับมา”ชายผมขาวชี้ไปที่ทีเครื่องไว้พลังที่ใช้ค้อนพลาสติกทุบกับแท่น ถ้าแรงดีก็จะได้ตุ๊กตากลับมาเป็นของรางวัล แต่ถั่วมีไว้สำหรับพวกที่ได้แค่ขีดเดียวและมันก็เต็มยี่สิบขีดซะด้วย

“มาๆ ลองดูว่าจะได้ถั่วหรือว่าได้ตุ๊กตา”คิลเลอร์ลุกขึ้นพลางถลกแขนเสื้อ

“เขาไม่คิดว่าจะได้ขนมซองบ้างเหรอ?”ชินเรย์ถามกับมิดไนท์ ขนมซองเป็นรางวัลในระดับที่สาม ซึ่งมันก็ยังต่ำอยู่ดีนั่นแหละสำหรับผู้ใหญ่

“กับคนที่เอาแต่นอนทั้งวันก็มีทางเป็นไปได้นะ”มิดไนท์ร้องแล้วลุกขึ้นเตรียมจะตามคิลเลอร์ไป

“ฉันได้ยินนะ”

คิลเลอร์หันมาว่าก่อนจะตรงไปที่เครื่องวัดพลัง อีกสองคนตามไปติดๆนั่นทำให้บลูผู้ถูกรั้งท้ายต้องเดินไปคนเดียว  เขาแยกออกจากลุ่มอย่างสมบูรณ์เหมือนไม่ไดมาด้วยกัน เมื่อถึงหน้าเครื่องวัดพลังเจ้าหน้าที่ก็แนะนำว่าให้หยอดเหรียญลงไปเพื่อให้เครื่องทำงาน เหรียญมูลค่าหนึ่งร้อยบาทถูกหยอดลงไปในเครื่อง ซึ่งถ้าได้ถั่วกลับมาดูท่าจะมีคนศพไม่สวย คิลเลอร์เป็นคนแรกที่เริ่มทำการยกค้อนพลาสติกขึ้นมา สายตามองมุ่งไปที่แป้นที่อยู่ด้านล่าง ตุ๊กตาต้องเป็นของเขาเท่านั้น! ค้อนในมือถูกหวดลงไปอย่างแรง และ...

“ซ้อมตีลมเหรอคิล?”บลูถามเรียบๆเมื่อชายผมแดงตีหวืดไปข้างแป้นแทน

“ฮ่าๆๆๆ ใช่ๆ”คิลเลอร์หันมาหัวเราะกลบเกลือแล้วตั้งท่าใหม่ เมื่อครู่สายตามองผิดไปนิดหนึ่ง เขายกค้อนขึ้นใหม่อีกครั้งก่อนจะทุบลงไปบนเครื่องอย่างแรง

“เก้าครับ”พนักงานอ่านค่าให้อย่างรวดเร็ว และของที่ได้มาก็คือขนมซองใหญ่

“เครื่องนี่มันต้องโกงแน่ๆ”คิลเลอร์ซุบซิบกับชินเรย์และมิดไนท์

“งั้นฉันจัดการเอง!”มิดไนท์ร้องแล้วถลกแขนเสื้อขึ้น ชายหนุ่มพร้อมลุยโดยมีเสียงเชียร์ของเพื่อนอีกสองคนดังไล่มา มีบลูคนเดียวที่กลอกตาด้วยความเหนื่อยหน่าย นี่เขากลอกจนตาจะเป็นตะคริวอยู่แล้วนะ

“ย่าห์!!!!!!”มิดไนท์ที่ได้ค้อนส่งเสียงร้องแล้วทุบลงไปอย่างแรง

“ห้าครับ”

“แหะๆ”มิดไนท์หันมายิ้มแล้วลูบหัวตัวเอง อีกสองคนทำท่าเหมือนอยากจะขย้ำคอมิดไนท์นัก ทำท่าราวกับว่าจะได้มากมายอย่างนั้นแหละ ของรางวัลทีได้มาเป็นพุดดิ้งสองถ้วยเท่านั้น และที่สำคัญมันเป็นแค่พุดดิ้งในถ้วยพลาสติกที่มีมูลค่าถ้วยละสิบสองบาท โคตรจะขาดทุนเลย และเพราะแบบนั้นความหวังจึงไปตกอยู่ที่ชินเรย์คนดีที่กระพริบตาปริบๆอยู่ เขาถูกสองคนช่วยถลกแขนเสื้อให้แล้วยัดเหรียญใส่มือก่อนจะดันให้ไปหน้าตู้

“เอาจริงเหรอครับเนี่ย?”

“เอาเลยชินเรย์!

“สู้ๆ!!!

สองคนป้องปากส่งเสียงเชียร์เป็นการใหญ่ ผู้คนเริ่มหันมองจนบลูต้องเดินถอยออกมาราวกับว่าไม่รู้จัก เขาไปทำเนียนยืนเอามือถือแนบหูประหนึ่งว่ามีคนคุยด้วยอยู่ข้างต้นไม้ ปล่อยพวกบ้าๆมันสงเสียงกันไป ทางฝั่งชินเรย์ผู้ถูกตั้งความหวังก็กดดันยิ่งกว่าตอนที่นักบอลลงสนามในรอบชิงชนะเลิศ มือของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อ สองมือกำค้อนแน่นก่อนจะทุบลงไป ระดับไล่ขึ้นสูงเอยๆจนไปแตะถึงสิบเจ็ดนั่นทำให้บลูหันมองในทันที แต่แล้วมันก็ค่อยๆล่วงลงมา

“ไม่ได้นะ!!!

มิดไนท์ร้องลั่นแล้วใช้มือทุบเรื่องรัวๆจนระดับเริ่มพุ่ง เห็นแบบนั้นคิลเลอร์ก็พุ่งไปแย่งค้อนชินเรย์แล้วช่วยทุบอีกแรง ตรงนั้นที่เครื่องวัดพลังโดนทุบจนวุ่นวาย พนักงานพยายามจะห้ามแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะคนพวกนี้บ้าเกินกว่าใครจะรับได้ พนักงานประจำเครื่องแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว เพราะแบบนั้นบลูถึงต้องเดินเข้าไปเขกหัวทั้งคู่ให้เลิกเล่นบ้าๆ

“เดี่ยวเครื่องของเขาก็พังหรอก รวยนักหรือไง?”

“ขอโทษครับ...”สองคนที่หัวปูดเป็นลูกมะนาวลงไปนั่งทับส้นอยู่ข้างเครื่องวัดพลัง

“สิบ...สิบห้าครับ...”พนักงานขานเลขคะแนนก่อนจะส่งของรางวัลที่เป็นกระเป๋าบางๆให้

“ไปเหอะ อยู่นานไปเดี๋ยวเครื่องเขาพังเอา”

บลูว่าเรียบๆ ซึ่งพนักงานหนุ่มแทบจะก้มกราบชายผมขาวที่มาช่วยชีวิตเขาไว้ แต่ถึงแม้บลูจะเอาของใส่กระเป๋าแล้วยกพาดบ่าแต่สองคนที่นั่งอยู่ข้างเครื่องวัดพลังก็ยังทำตาละห้อยไม่เลิก เห็นแบบนั้นบลูก็กลอกตาอีกรอบแล้วส่งของให้ชินเรย์ถือ เขาเดินไปหยิบค้อนแล้วหยอดเหรียญก่อนจะตีลงไปบนเครื่องวัดด้วยท่วงท่าที่เหมือนยังออกแรงไม่เต็มที่เท่าไหร่นัก แต่ทว่าเลขบนแท่นวัดก็ดัน...

“ยี่สิบครับ! ตุ๊กตาตัวไหนดีครับคุณลูกค้า!

พวกเขาไม่แน่ใจว่าเพราะไอ้สองตัวไปมันทุ่มประทุษร้ายเครื่องจนมันรวนหรือว่าบลูเก่งกันแน่ เจ้าตัวเลือกชี้ตุ๊กตากระต่ายสีขาวตัวใหญ่ เมื่อได้ของมาเขาก็หันไปยักคิ้วใส่เจ้าสองคนที่นั่งทำหน้าเอ๋ออยู่ข้างเครื่อง ในเมื่อไปถึงระดับยี่สิบได้แล้วก็ไม่มีอะไรต้องค้างคาใจอีกต่อไป ในฐานะคนที่ได้รางวัลก็เลยต้องถือตุ๊กตาสีขาวไปแบบนั้น มองดูแล้วก็เหมือนฝาแฝดที่จากกันมานาน ทั้งเส้นผมสีขาวและดวงตาสีแดงของอีกฝ่าย

ทั้งสี่คนตะเวนเล่นของเล่นต่างๆนานาและกวาดรางวัลกันไปพอหอมปากหอมคอ ทั้งขนมและตุ๊กตาที่กลายเป็นถือกันไปคนละตัวอย่างงุนงง แถมทุกตัวที่ได้มายังเป็นฝีมือพี่บลูด้วยซ้ำไป งานนี้เรียกว่าถ้ามาเที่ยวคราวหน้าก็คงต้องลากบลูให้ตามไปด้วยล่ะสินะ

“นี่มันหกโมงครึ่งแล้วเหรอเนี่ย เราไปที่ชิงช้ากันเถอะ ชิงช้ารอบนี้มันตั้งยี่สิบนาทีเลยนะ””

มิดไนท์ร้องว่าเมื่อดูนาฬิกาจากข้อมือชินเรย์ ทั้งสี่คนเดินไปยังเครื่องเล่นชิงช้าสวรรค์ที่เปิดให้สำหรับลูกค้าVIPจองรอบที่ใกล้เวลาชมพลุ ชิงช้าหนึ่งกระเช้าขึ้นได้สี่คนพอดี ทั้งหมดเลยขึ้นไปนั่งบนนั้นได้โดยไม่ต้องแยกกัน

“ว้าว~ สวยนะเนี่ย”คิลเลอร์ร้องเป็นคนแรกเมื่อชิงช้าเคลื่อนขึ้นไปจนถึงจุดที่มองเห็นวิวโดยรอบของสวนสนุก เมื่อเวลามันเริ่มมืดก็ทำให้พวกเขาเห็นแสงไฟจากด้านล่างได้อย่างชัดเจนและงดงาม

“ไม่เสียเที่ยวเลยแหะ เก่งมากครับมิดไนท์”ชินเรย์หันไปชมเจ้าคนที่วิ่งมาจองคิวไม่บอกชาวบ้านเขา  ทางฝั่งคนโดนชมก็ยิ้มแก้มปริ

นัยน์ตาสีแดงมองทอดไปยังพื้นที่เบื้องบ่าง สมองพลันนึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ตอนที่ทำงานอยู่ที่โวคพวกเขาก็เคยมาเที่ยวสวนสนุกด้วยกันแบบนี้ และคนที่สอนเขาเล่นทุกอย่างให้ได้ของรางวัลก็คือสามคนนั้น พวกนั้นเป็นเซียนชั้นยอดในการกวาดรางวัล เซียนขนาดที่เอพริลบอกว่าเคยถูกห้ามเข้าร้านปาลูกโป่งเพราะได้รางวัลมากเกินไปด้วย ตอนนั้นมันทั้งสนุกแล้วก็มีความสุข มีความสุขมากจริงๆ...

“บลู”

เสียงเรียกดังมาจากคนข้างหน้า นัยน์ตาสีแดงเบนกลับมาพบกับใบหน้าของเพื่อนสนิท คิลเลอร์ยกยิ้มบางๆบนใบหน้านั้น

“สนุกไหม?”

คำถามนั้นทำให้บลูอึ้งไป สายตาของทุกคนมองมาที่เขาเป็นจุดเดียว จริงสินะ ตอนนี้เขาเองไม่ได้อยู่กับคนพวกนั้นแล้วนี้นา บลูคิดในใจอย่างคนเพิ่งจะนึกได้ ตอนกลายเป็นคนละฝั่งไปแล้ว เพราะฉะนั้นไม่มีเหตุผลอะไรต้องไปนึกถึงเรื่องที่จบไปแล้ว มันเป็นอดีตไปแล้ว เพราะเขาเลือกเดองที่จะเดินมาทางนี้ คนที่เป็นพวกพ้องก็คือ...คนตรงหน้า

“สนุกสิ สนุกมากเลยล่ะ”บลูตอบออกไปก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ

ทั้งสามคนหันมองหน้ากันก่อนจะร้องออกมาแล้วขยับตัวจนชิงช้าแกว่ง ชายผมขาวมองท่าทีลิงโลดด้วยความรู้สึกแปลกใจ คิลเลอร์หันกลับมาหาเขาก่อนจะร้องออกมา

“ในที่สุดนายก็ยิ้มสักที!

“นึกว่าจะไม่สำเร็จ!!”มิดไนท์ร้อง

“นึกว่าคุณไม่มีความสุขซะอีกครับ”ชินเรย์ร้องเสิรม นั่นเพิ่มความงุนงงให้กับบลูเป็นอย่างมาก

“อธิบายได้ไหมคิล ฉันไม่เข้าใจ”นัยน์ตาสีแดงเบนไปมองร่างตรงหน้า ชายหนุ่มผมแดงคลี่ยิ้มออกมาบาง เขายื่นมือมากดหัวบลูเบาๆ มันเป็นการกระทำที่คุ้นเคยที่สุดของพวกเขาทั้งคู่

“ถึงฉันจะอยากให้บลูมาอยู่กับฉันแค่ไหน แต่ว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความรู้สึกของบลู ถ้าบลูไม่มีความสุขและไม่มีรอยยิ้มฉันพร้อมให้นายเดินกลับไปนะ แล้วจะทำทุกอย่างให้บลูยิ้ม เพราะว่าบลูเพื่อนคนสำคัญยังไงล่ะ มันอาจจะเป็นการขอโทษในสิ่งที่ผ่านมา ถึงฉันจะทำหลายอย่างลงไปที่มันอาจจะทำให้บลูเสียใจแต่ว่าไม่ว่ายังไง ฉันก็อยากให้บลูรู้เอาไว้ว่าสำหรับฉันบลูสำคัญที่สุด”

“นาย...”

“อยู่กับพวกเราแล้วพี่บลูไม่ได้อึดอัดใจใช่ไหม?”มิดไนท์ที่นั่งอยู่ข้างๆชอนตามอง

“พวกเราไม่ทำให้คุณรู้สึกไม่ดีใช่ไหมครับ”ชินเรย์ถามเป็นคนสุดท้ายพร้อมรอยยิ้มแบบฉบับตน

บลูมองหน้าคนพวกนี้แล้วก้มลงมองตักตัวเอง”ตอนนี้ฉันมีแค่พวกนายนะ ฉันกลับไป...หาใครไม่ได้อีกแล้ว ดังนั้ความสุขที่ฉันจะหาได้ก็มาจากแค่พวกนายเท่านั้น”

บลูตอบเรียบๆพร้อมรอยยิ้ม เขามองหน้าพวกพ้องตอนนี้ของตนทั้งสามคน เลขมันอาจจะเท่ากัน ความวุ่นวายมันอาจไม่ต่างกัน แต่ใครสักคนแทนที่ใครอีกคนไม่ได้ และแม้ว่าจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ทว่าเขาก็ไม่มีที่ให้กลับไปอีกแล้ว

“บลู นายจะทำบางอย่างให้ฉันหน่อยได้ไหม?”

ชายหนุ่มเงยหน้ามองคนพูด เขาฟังคำขอของอีกฝ่ายจนจบก่อนจะพยักหน้ารับอย่างไม่ลังเล ถ้าเขาอยู่กับใครแล้วต่อให้อีกฝ่ายทรยศเขา เขาก็ยังจะซื่อสัตย์ต่ออีกฝ่ายอยู่ดี

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #357 LoKi VampirE (@ri-j_yoh) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 22:29
    มาแล้ว ในที่สุด ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
    ความมุ้งมิ้งนี่คืออะไร 
    ความดราม่าในตอนที่แล้วไปไหนกัน ><
    #357
    1
  2. #356 p_ice (@p-ice) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 21:49
    ดีใจที่สุดที่อัฟฟฟฟฟฟ

    บลูในตอนนี้สุขหรือเศร้ากันแน่....
    #356
    1
  3. #355 A silhouette recalls (@Ghostwriter) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 18:06
    อ๊ากกกกกกกกกกกก ในที่สุดก็อัพ
    เศร้าพิลึก เเล้วมาค่ออีกน่ะครับเหมี๊ยว=w=
    #355
    1