Little Sheep or Werewolf แกะตัวนั้นที่มันเป็นหมาป่า

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 24,296 Views

  • 485 Comments

  • 1,072 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    34

    Overall
    24,296

ตอนที่ 41 : Little Sheep Ten เรื่องจริง{100per]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 423
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    25 ก.ค. 60

Little Sheep Ten

เรื่องจริง

 

คาราเมลคิดว่าวันนี้จัดเป็นวันที่สดใจอีกหนึ่งวันหลังจากที่พวกแบล็กโฮลปรากฎตัวขึ้น ถ้าไม่ติดว่า...

“แอมเบอร์หลบ!

“ถอยไปครับอาจารย์!

“เบล! นายเอาเจ้านั่นมานะ!

“พวกคุณเงียบๆกันหน่อยได้ไหม!

...ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกันในกองกำลังอารักขาคาราเมล เด็กหนุ่มถอนหายใจยาวจนเกรงว่าจะหมดลมเอาในไม่ช้า ที่ด้านขวาของเขาคือเบสเซลที่ปรากฏตัวขึ้นเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนพร้อมกล่องชูครีมขนาดยักษ์สามกล่อง ชีวิตโดยทั่วไปดูเรียบง่ายจนเผลอลืมนึกไปเลยว่านี่มันอยู่ในสถานการณ์วิกฤติระดับหนึ่ง

“คนพวกนี้มันอายุเท่าไหร่กันวะ”

แอมเบอร์บ่นอย่างหัวเสียพลางเดินมานั่งข้างๆกับคารามเลด้วยสภาพเปียกปอนไปด้วยน้ำเปล่า หลังจากสงครามลูกโป่งน้ำอุบัติขึ้นกลางสำนักงานหลักของโวค คาราเมลยิ้มแห้งแล้วส่ายหัวเบาๆ

“คงเก็บกดมั้งครับ ไม่ได้เจอกันนาน อารมณ์เหมือนงานคืนสู่เหย้าล่ะมั้ง”

เบสเซลว่าขำๆพลางกัดขนมชูครีมในมือคำใหญ่ ถัดจากเบสเซลไปก็เป็นเอพริลที่นั่งหน้าซีดเหมือนกระดาษกับโอเชี่ยนที่พยายามพัดให้เพื่อนผมดำอาการดีขึ้น

“จริงๆแล้วนายควรจะนอนพักไม่ใช่เหรอ?”

“ผมนอนมาแทบจะทั้งชีวิตวัยเด็กแล้วนะครับ ให้นอนอีกก็ไม่เอาแล้ว”

เอพริลที่อยู่ๆก็เป็นโรคแอนตี้เตียงนอนถ้าไม่ใช่กลางคืนขั้นเฉียบพันตอบเสียงแผ่ว มองสภาพเหมือนปลาขาดน้ำชอบกล

“ถ้าเอพริลเป็นอะไรไปฉันจะทำยังงาย”

โอเชี่ยนร้องถามด้วยใบหน้าเหมือนหมีแพนด้าเพราะขอบตาดำ ทั้งคืนโอเชี่ยนไม่ได้นอนเลยสักนิดเพราะกลัวว่าเอพริลจะอาการกำเริบขึ้นมา หมาป่าแดงเลยนั่งเฝ้าเอพริลทั้งคืนจนสภาพไม่ต่างไปจากหมีแพนด้าจากเมืองจีน

“ไอ้คนที่น่าเป็นห่วงว่าจะวูบกลางอากาศที่สุดก็ป๊ะป๋าไม่ใช่หรือไง”

คาราเมลพึมพำพลางมองหน้าคนผมแดงที่กำลังทำหน้าเหมือนคนจะหลับในในอีกสามสิบวินาทีข้างหน้า

“คาร่าระวัง!!!

โป๊ะ!

ลูกโป่งน้ำสีเหลืองสะท้อนแสงพุ่งเข้าปะทะกลางหัวของเด็กหนุ่มผมสีคารามเลเต็มแรง น้ำเปล่ากระจายเต็มใบหน้ารวมไปถึงบนหัวด้วย เด็กหนุ่มลูบใบหน้าตัวเองลงช้าๆพร้อมรอยยิ้มงามที่ทำเอาอาจารย์แต่ละคนเสียวสันหลังวาบไปทั้งตัว

“เลิกเล่นแล้งทำความสะอาดเดี๋ยวนี้เลยครับ!

“ครับผม!

คารามเลนวดขมับตัวเองเบาๆขณะมองดูเหล่าอาจารย์เด็กโข่งเก็บกวาดเศษลูกโป่งทำความสะอาดพื้นสำนักงานที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำเฉอะแฉะ  เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าคนพวกนี้ใช่พวกที่ช่วยโลกเอาไว้หรือเปล่า หรือว่าแท้จริงแล้วเรื่องพวกนั้นมันเป็นเพียงหนังเรื่องใหญ่ก็เท่านั้น คาราเมลถอนหายใจแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยความปวดหัวหน่อยๆ แต่ว่าตอนนี้อย่างน้อยก็ดีกว่าการเผชิญหน้ากับพวกแบล็กโฮลแหละนะ

“ขออนุญาตครับ! มีคนมาขอพบคุณคาราเมลครับ”

หนึ่งในลูกหน่วยขอเบสเซลรายงานเสียงดังฟังชัดอยู่ที่หน้าประตู ทางฝั่งหัวหน้าหน่วยก็เบนใบหน้าไปมองก่อนขมวดคิ้วมุ่น

“ใคร?”

“พวกนี้ครับ!

เจ้าหน้าที่คนนั้นรายงานก่อนจะเอียงตัวหลบเพื่อให้คนที่ขอเข้าพบเดินมา

“หัวหน้า!

“วิลล์ เคอร์ซัส เจมส์!

คาราเมลร้องเรียกลูกหน่วยของตนด้วยความดีใจ ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นเขาก็ไมได้เจอกับคนพวกนี้เลยสักนิดเพราะมัวแต่ต้องวางแผนนั่นนี่จนตาลายไปหมด

“หัวหน้า...หัวหน้าผอมลงหรือเปล่าครับ”

วิลล์ถามด้วยใบหน้าไม่สบายใจ ปกติหัวหน้าของเขาก็ตัวเล็ก ผอมแห้งแต่แรงเยอะอยู่แล้ว แต่นี่ดูซูบลงไปกว่าเดิมตั้งเยอะ ผ่านมาอาทิตย์กว่าๆเองนะ

“บ้าเหรอ! เขาเรียกไว้หุ่น!”คารามเลตอบเสียงร่าเพื่อให้ลูกหน่วยของตนสบายใจ วิลล์หันไปสบตากับเจมส์แล้วกระพริบตาปริบๆ ส่วนทางเคอร์ซัสก็เป็นคนสรุปคำตอบ

“หัวหน้าอย่ามาอำเลยครับ ทานอะไรบ้างหรือเปล่า?”

“กินสิแหม่! ผมเป็นคนทำนะ! ว่าแต่พวกคุณเถอะ...สบายดีหรือเปล่า?”

พอเห็นคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์กึ่งดีกึ่งร้ายมาถามแบบนี้ ลูกหน่วยทั้งสามก็เก็บอารมณ์ไม่อยู่โผเข้าหาหัวหน้าตัวเองแล้วกอดเต็มรัก

“อะไร.. เป็นอะไรกันเนี่ยหา?”

คาราเมลถามแล้วหัวเราะเบาๆ มือก็ตบหลังลูกหน่วยปุๆราวกับปลอบเด็ก

“หัวหน้า หัวหน้าเลิกเข้มแข็งเถอะครับ ไม่ดีเลยนะ”เจมส์ว่า

“อะไร ผมไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”

“หัวหน้า...เรื่องชินเรย์น่ะครับ...”

พอเคอร์ซัสพูดขึ้นมาแบบนั้นคาราเมลก็เงียบกริบ ยิ่งส่งผลให้ลูกหน่วยกอดหัวหน้าตัวเองแน่นเข้าไปใหญ่

“เขาไม่ซื่อสัตย์กับเราแต่แรกจริงเหรอครับ...เขารักหัวหน้าจะตายไป”

วิลล์ว่าด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดี พวกเขาอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่หน่วยZealถูกก่อตั้งขึ้น อยู่กันเหมือนพี่เหมือนน้อง เหมือนครอบครัว เป็นทั้งเพื่อน ทั้งครูให้กันและกันตลอดระยะเวลากว่าครึ่งปีที่ผ่านมา แล้วอยู่ๆจะให้มายอมรับว่าคนคนนั้นทรยศไปมันไม่ใช่เรื่อง่ายเลยสักนิด

“ไม่เป็นไรครับไม่เป็นไร เขาไม่รักผมก็ไม่เป็นไร”

คาราเมลตอบพร้อมรอยยิ้ม ลูกหน่วยทั้งสามผละออกจากหัวหน้าหน่วยของตนแล้วมองใบหน้าอ่อนเยาว์ตรงหน้า คาราเมลยกมือขึ้นเช็ดหน้าเช็ดตาให้ลูกหน่วยอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มอบอุ่นเหมือนที่เคยดูเศร้าสร้อยจนน่าหวั่นใจ

“อย่างน้อยยังมีพวกคุณนี่ครับ”

“พวกเราจะไม่มีวันทิ้งหัวหน้าไปแน่นอนครับ!”วิลล์ว่าเสียงดัง

“ต่อให้ฝ่าพายุ ฆ่าหมา เตะคนแก่ วิ่งรอบสนาม อะไรเราก็จะทำเพื่อหัวหน้า!!”เคอร์ซัสว่าติดตลก

“เพื่อความสุขของหัวหน้าเรายอมวิ่งรอบสนามร้อยรอบครับ!”เจมส์ว่าอย่างแข็งขันก่อนทั้งสามคนจะเบนสายตามองหัวหน้าของตน

“เพราะฉะนั้นหัวหน้าอย่าทิ้งพวกเราไปนะครับ อยู่กับพวกเรานะครับ”

คาราเมลนิ่งไปชั่วครู่ ไม่คิดว่าลูกหน่วยทั้งสามจะพูดแบบนี้ออกมา ขอบตาอยู่ๆก็ร้อนผ่าวขึ้นมากะทันหัน

“ไม่เอาสิครับ อย่าทำซึ้งสิ”

คาราเมลว่าพลางเช็ดหน้าเช็ดตา เขาไม่คิดว่าคนพวกนี้จะซื่อสัตย์กับเขาขนาดนี้ ไม่ทิ้งเขาไปไหนต่อให้เขาเป็นตัวหายนะขนาดไหนก็ตามแต่

“พวกเราทุกคนเป็นห่วงหัวหน้านะครับ หัวหน้าน่ะเข้มแข็งก็จริงแต่ก็ไม่เหมือนภาพที่สร้างเท่าไหร่”

“หัวหน้าเป็นคนเก่งนะครับ ไม่มีใครเหมือนหัวหน้า หน่วยZealเป็นของหัวหน้าคนเดียว ถ้าเป็นคนอื่นเราไม่ยอม”

“รีบๆกลับไปนะครับหัวหน้า พวกเรารออยู่”

“เข้าใจแล้วครับ เข้าใจแล้ว เลิกพูดให้ผมร้องไห้ได้แล้ว แอมเบอร์ดูลูกหน่วยสิครับ เขารังแกผมอ่ะ!

เด็กหนุ่มหันไปฟ้องคนผมแพตตินั่มบอนด์ที่ยืนพิงโซฟามองอยู่ แอมเบอร์ส่ายหัวน้อยๆก่อนจะเดินดขเมาขยี้หัวคาราเมลเบาๆ

“เห็นแล้วใช่ไหมว่ามีคนรอนายอยู่ เพราะฉะนั้นในฐานะหัวหน้า นายต้องกลับไปหาพวกเขา อย่าทำให้เขาผิดหวัง”แอมเบอร์ว่าด้วยรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก

“แอมเบอร์อย่ามาซ้ำเติมผมสิ!

คารเมลว่าแล้วยิ่งเช็ดน้ำหูน้ำตาใหญ่ แอมเบอร์ได้แต่หัวเราะในลำคอแล้วเสสายตาขึ้นมองลูกหน่วยของเด็กหนุ่ม

“ฉันจะดูแลเขาเอง ไม่ต้องห่วง”

“ขอบคุณมากครับ!”ทั้งสามคนตอบพร้อมกัน

“ถ้าเป็นคุณแอมเบอร์เราก็วางใจได้”

“นี่มีฉันด้วยนะ!

เบลเฟกอลตะโกนมาในขณะที่มือยังมีไม้ถูพื้นอยู่ แถมสภาพก็เปียกปอนจนความน่าเชือ่ถือไม่มีอยู่ในตัว

“ข้าด้วย! ห้ามลืมข้าเด็ดขาด!”ผู้โกงความตายไม่ยอมแพ้ ตะโกนขึ้นมาด้วยอีกคน

“พวกฉันด้วย พวกฉันก็ดูแลทิสเต้นะเว้ย!”ลูนอสพูดขึ้นอีกคน

“มีข้าอีกนะ”

“ข้าด้วย”

“ผมก็ด้วยนะครับ”

คาราเมลมองบรรดาคนที่อาสาปกป้องเขาทีละคนด้วยความรู้สึกบรรยายไม่ถูก รอยยิ้มทีได้รับพร้อมกับความรู้สึกแห่งการถูกปกป้องมันเอ่อล้นในใจจนพูดไม่ออก สายตาไล่มองคนพวกนั้นพร้อมความรู้สึกดีใจที่เก็บไม่อยู่ แค่มีคนพวกนี้เขาก็อุ่นใจจนไม่รู้จะอุ่นยังไง ออกจะร้อนไปด้วยซ้ำถ้าเกิดคนพวกนี้เล่นวางเพลิงใส่กัน แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีคนที่คอยดูและและปกป้องอยู่ไม่ไปไหน

“คิดว่ามันจะเป็นแบบนั้นเหรอคาราเมล?”

เด็กหนุ่มเซวูบเมื่ออยู่ๆก็มีเสียงหนึ่งพุ่งเข้ามาในสมอง

“เมล!”แอมเบอร์ร้องอย่างตกใจเมื่อเด็กหนุ่มข้างตัวเซเหมือนจะล้ม “นายเป็นอะไรหรือเปล่า?”

“ไม่ครับ...แค่เหมือนหน้ามืด”

“เพราะไม่ยอมกินข้าวไงครับเนี่ย”เจมส์ดุ

“ฮ่ะๆ...”

“ถ้าพวกเขารู้ความจริงล่ะคาราเมล?”

เสียงๆเดิมย้อนเข้ามาในหัวพร้อมอาการปวดหัวที่แป๊บขึ้นมา คาราเมลแทบทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น

“เฮ้ ฉันว่าคาร่าไม่ไหวแล้วนะ”โอเชี่ยว่าเสียงไม่ดี

“ให้เขาพักไหม ไว้พรุ่งนี้พวกคุณค่อยมาใหม่”เอพริลหันไปถามลูกหน่อยของเด็กหนุ่ม

“เอาแบบนั้นก็ได้ครับ”วิลล์รับคำแล้วมองหัวหน้าตัวเองด้วยความเป็นห่วง

“เดี๋ยว...”คาราเมลเอ่ยห้ามเสียงแผ่พร้อมอาการปวดหัวขั้นรุนแรงชนิดเหมือนหัวจะระเบิด

“อะไรนะ?”แอมเบอร์เอียงหัวเข้าไปฟังใกล้ๆ เป็นเหตุให้พวกลูกหน่วยหยุดการเคลื่อนไหว

“อย่า...ไป...”

“คิดว่าจะปกป้องเขาได้เหรอคาราเมล?”

“อย่าเพิ่ง...”

“เดี๋ยวพรุ่งนี้เรามาใหม่นะครับหัวหน้า หัวหน้าพักเถอะ”เจมส์ว่าด้วยความเป็นห่วง

“อย่า...”

“หัวหน้ามีอะไรหรือเปล่าเนี่ย? อาการไม่ดีเลย”

เสียงที่เต็มไปด้วยความเป้นห่วงดังแผ่วๆราวกับอยู่ไกลแสนไหล คาราเมลหลับตาแน่นพยายามหายใจให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ทว่าเสียงปริศนายังคงแทรกเข้ามาไม่หยุด

“คิดว่าทำได้เหรอคาราเมล?”

“ถอย...มา...”

“ครับ?”

“พยายามจังนะคาราเมล”

“ถอย...มา...”

ยิ่งพูดเท่าไหร่น้ำเสียงคาราเมลยิ่งเบาบางมาเท่านั้นจนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ แอมเบอร์เห็นท่าไม่ดีก็ได้แต่มองหน้าทุกคนในห้องไปมาคล้ายต้องการคำแนะนำที่ดีที่สุด

“เอาไงดี...”แอมเบอร์พึมพำพลางมองคาราเมลที่อาการแย่ลงเรื่อยๆอย่างงุนงง ทั้งที่เมื่อครู่ยังปกติดีอยู่แท้ๆ

“มา...ผม...”

“อะไร?”แอมเบอร์เอียงคอเข้าไปฟังอีกครั้งแต่คาราเมลหอบหายใจหนักจนพูดไม่ได้ศัพท์

คนมองต่างก็ใจไม่ดีเพราะอาการมันอยู่ๆก็เป็นขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย คาราเมลยื่นมือไปด้านหน้า ในหัวได้ยินเสียงน้ำถอยหลังช้าๆ ทางแอมเบอร์ก็มองเด็กหนุ่มด้วยความเป็นห่วงละคนสงสัย

“ถอย...”

“ครับ?”

“มา...”

“อะไรน่ะ?”

“ผม...บอก...”

คาราเมลรวบรวมแรงทั้งหมดในชั่วอึดใจที่เสียงในหัวกำลังนับถึงเลขศูนย์ เสียงของเด็กหนุ่มตะโกนก้องเสียงดังจนพวกลูกหน่วยผงะ

“ถอยมาจากตรงนั้น!

ร่างบางพุ่งเข้าไปกระชากคนทั้งสามเข้ามาในห้องด้วยความรวดเร็ว ส่วนตัวเองโดนเหวี่ยงไปแทนที่คนพวกนั้น

“โอ๊ย!”เสียงร้องดังออกจากปากเด็กหนุ่มก่อนร่างทั้งร่างจะลงไปกองกับพื้น แขนเสื้อสีขาวปรากฎเลือดสีแดงสดขึ้นเป็นวง แอมเบอร์หน้าเสียเมื่อคาราเมลถูกโจมตีอย่างไม่ทันมีใครตั้งตัว หมาป่าดำรีบพุ่งตัวเข้าไปหาเด็กหนุ่มในทันทีที่ตั้งสติได้

“เมล!

“รีบไปดูที่ตึกฝั่งนั้นด่วน!

เบสเซลสั่งกับลูกน้องที่อารักขาอยู่ด้านนอกด้วยความรวดเร็วก่อนจะพุ่งเข้าไปดูอาการคาราเมลที่ลงไปนอนกับพื้นอีกคน ชายหนุ่มบอกให้แอมเบอร์ถอยออกห่างจากคาราเมลเพื่อที่ตนจะสามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ ตรวจดูด้วยตาเปล่าก็สามารถบอกได้ว่ากระสุนแค่เฉี่ยวผิวหนังเด็กหนุ่มไปเท่านั้น นั่นทำให้เบสเซลโล่งใจพอสมควร

“หัวหน้า!

เพราะที่ต้นแขนขวาของเด็กหนุ่มมีแผลยาวปรากฏอยู่พร้อมโลหิตสีแดงที่ไหล่ชุ่มเสื้อสีขาวที่ใส่ พวกลูกหน่วยทั้งสามถึงหน้าซีดทันทีที่เห็นแผลบนตัวของหัวหน้า ถ้าเมื่อครู่คาราเมลไม่พุ่งเข้ามา จุดที่จะโดนคงไม่พ้นหัวใจของเจมส์เป็นแน่ คาราเมลหอบหายใจ ไม่สนใจแผลของตนแม้แต่น้อย เขาลุกขึ้นยืนแล้วตะโกนเสียงกร้าว

“อย่ามายุ่งกับลูกหน่วยของฉัน!

ตึกฝั่งตรงข้ามห้องกลายเป็นน้ำแข็งทั่วทั้งตึกในชั่วพริบตา นัยน์ตาสีอัมพันวาวโรจน์ราวกับสัตว์ป่า ใบหน้าเรียบเฉยน่ากลัวพร้อมจิตสังหารที่พุ่งเพิ่มขึ้นราวสัตว์ป่าที่บาดเจ็บ แต่ละคนไม่กล้าเข้าไปห้ามหรือแม้แต่แตะต้องตัวคาราเมล ด้วยบรรยากาศน่าเกรงขามที่อยู่ๆก็ถูกแผ่ออกมาจากตัวเด็กหนุ่ม

“จะทำบ้าอะไรก็เรื่องของนาย แต่อย่ามายุ่งกับพวกเขา!

“ทำตัวเป็นพระเอกจังนะครับ”

ฉับพลันมวลอากาศรอบกายก็บิดเบี้ยวไปจากเดิม รอบกายเต็มไปด้วยสีดำเหมือนน้ำหมึก คาราเมลเสสายตามองพบว่าบุคคลที่อยู่ในห้องทั้งหมดถูกดึงเข้ามาในมิตินี้ด้วยอย่างน่าประหลาดใจ กับคนอื่นน่ะไม่เท่าไหร่ แต่พวกอาจารย์ด้วยนี่สิ คาราเมลหรี่ตา เริ่มไม่วางใจเข้าไปทุกที

“ที่นี่ไม่เป็นอันตราย เป็นแค่การแทรกแซงเท่านั้น มากสุดก็ได้แค่พูด”

โอ๊คไขข้อสงสัยของเด็กหนุ่มก่อนจะขยับเข้ามาเกาะกลุ่มกับคนอื่นเพื่อความไม่ประมาท คาราเมลเสสายตาไปมาในขณะที่มือยังคงกุมบาดแผลของตนเอาไว้

“บราวโว่ บราวโว่!

เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมภาพของคิลเลอร์ที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ใบหน้ายิ้มแย้มกวนโทสะส่งผลให้คาราเมลแทบจะแช่มวลอากาศให้เป็นน้ำแข็งถ้าไม่ติดว่าเขาใช้พลังไม่ได้เลยสักนิด

“สมเป็นหัวหน้า ทำตัวเป็นหัวหน้าดีมากนะ”

“เลิกเข้ามากวนประสาทฉันสักที”คาราเมลคำรามรอดไรฟันออกมาก่อนขยับถอยหลังเข้าใกล้พวกลูกหน่วยเป็นเชิงบอกคิลเลอร์ว่าห้ามยุ่งกับบุคคลเหล่านี้ ฝั่งคนผมแดงแค่หรี่นัยน์ตาลงพลางขยับยิ้มมุมปากด้วยแววตาสมเพช

“สภาพอย่างกับหมาป่วย จะไปทำอะไรได้ครับ?”

“มากกว่าที่นายคิดแน่”

คารามเลขู่รอดไรฟัน แต่นอกจากคิลเลอร์จะไม่กลัวแล้วเขายังหัวเราะชอบอกชอบใจกว่าปกติด้วยซ้ำไป

“มีอะไรก็ว่ามาเลยดีกว่า พวกเราไม่มีเวลาว่างนะ”เคียวยะว่าขึ้นด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ไม่น่าพิสมัยสักนิด

“อย่าเพิ่งใจร้อนไปสิครับ ธุระน่ะผมมีแน่”คิลเลอร์ว่าเรียบๆก่อนจะเสนัยน์ตามองคาราเมล บ่งบอกเป็นอย่างดีว่าสิ่งที่จะพูดต่อไปเกี่ยวข้องกับใคร แต่ก่อนจะได้ปะทะสายตาไปมากกว่านี้ ร่างของเด็กหนุ่มก็ถูกดึงไปไว้ด้านหลังจากฝีมือองค์รักษ์ชั้นในอย่างแอมเบอร์

“ปกป้องดีจังเลยนะครับ แต่ถ้ารู้อะไรบางอย่าง..จะยังเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า?”

“หมายความว่าไง?”

คิลเลอร์หัวเราะในลำคอ เสนัยน์ตามองหน้าบรรดาอาจารย์แต่ละคน มองโยกังและลูนอส มองลูกหน่วยของคาราเมล มองเพื่อนร่วมงานของคาราเมล และมาสิ้นสุดที่แอมเบอร์ ตัวร้ายยกยิ้มมุมปากก่อนจะเอ่ยช้าๆ

“คุณคิดว่ารู้เรื่องเกี่ยวกับเขามากแค่ไหนล่ะครับ?”

“นายต้องการอะไร?”

พอได้ยินแอมเบอร์ถามแบบนั้นคิลเลอร์ก็ขยับยิ้มกว้างราวกับยินดีเสียมากมาย คาราเมลเริ่มรู้สึกไม่ดี เขาอยากจะเอ่ยห้ามแต่ทว่าเสียงกลับไปหายไปดื้อๆ เขาทำไม่ได้แม้แต่ยื่นมืออกไปสะกิดห้ามแอมเบอร์ไม่ให้สนใจคิลเลอร์ แต่แอมเบอร์ราวกับถูกมนตร์สะกดให้สนใจแต่กับคนผมแดงเท่านั้น คาราเมลรู้ดีว่าแอมเบอร์ยังคงอยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเขาไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามอยู่ และถ้ามีคนมานำเสนอข้อมูลถึงที่ แอมเบอร์ก็อาจจะไม่ปฏิเสธที่จะรับข้อมูล ถึงเวลานั้นคาราเมลก็คงทำอะไรไม่ได้ ถ้าคิลเลอร์พูดความจริงขึ้นมา สิ่งที่คาราเมลทำได้มีแค่ยอมรับ เพราะเขาสาบานเอาไว้ว่าถ้าความจริงเปิดเผยจะไม่โกหกอะไรอีกต่อไป

“ผมก็แค่จะบอกเรื่องบางเรื่องเกี่ยวกับคาราเมล เพราะว่าบางทีเผื่อคุณจะยังไม่รู้...”

แอมเบอร์หรี่นัยน์ตาลงมองคนตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ คิลเลอร์ขยิบยิ้มกว้างแลดูเป็นมิตร และท้ายที่สุดเขาก็เอ่ยออกมา

“อย่าทำเหมือนผมไม่น่าไว้ใจขนาดนั้น ถ้าผมพูดอะไรผิดพาดไปสักนิดที่มันไม่ใช่ความจริง คุณจะถามย้ำกับคนข้างหลังคุณก็ได้นะครับ ผมไม่ห้าม...แต่เขาจะโกหกคุณซ้ำสองอีกหรือเปล่า...อันนี้ผมก็ไม่รู้”

“หุบปากของแกไปนะ! ไปเอาอะไรมาพูดว่าหัวหน้าของเราโกหกน่ะ!

“ฟังผมก่อนจะดีไม่น้อย”

ร่างของคิลเลอร์ลอยมาใกล้เจมส์ ชายหนุ่มขยับยิ้มงามแต่ทว่ามันกลับทำให้ร่างของเจมส์ไม่สามารถขยับได้ราวกับโนช่แข็ง

“พวกคุณคงรู้จักคดี...นางฟ้าสีขาวกับมีดปริศนาไหมล่ะครับ?”

เอพริลหันหน้ามองโอเชี่ยนในทันทีเมื่อได้ยินชื่อคดี นั่นมันคดีที่พวกเขามคำสั่งให้รื้อขึ้นมาทำใหม่แต่ทว่าสุดท้ายก็เงียบหายเข้ากลีบเมฆไป โอเชี่ยนเองก็หันมองเอพริลแล้วพยักหน้ารับบ่งบอกว่าในหัวคิดถึงเรื่องๆเดียวกัน

“กำลังจะพูดอะไรกันแน่”หมาป่าแดงถามเสียงแข็ง

“ก็คดีพวกนั้นน่ะ...ผ่านมาก็นานแล้วใช่ไหมล่ะครับ เกือบสิบปีหรือเปล่าผมก็ไม่แน่ใจ พวกโวคเองตามตัวคนร้ายให้วุ่น”

คิลเลอร์พูดเรื่อยเปื่อยเหมือนว่าด้วยเรื่องลมฟ้าอากาศ แอมเบอร์หรี่ตาลงก่อนจะถามออกไปอย่างหมดความอดทน

“จะพูดอะไรก็พูดมาตรงๆเลยดีกว่า”

“แน่ใจนะครับว่าอยากจะฟัง ถามคนข้างหลังคุณก่อนไหม?”

แอมเบอร์ชะงักเมื่อถูกทักแบบนั้น ชายหนุ่มหันหลังกลับไปมองก็ต้องตกใจเมื่อคาราเมลตัวสั่นเหมือนลูกนก นัยน์ตาสีอัมพันจ้องเข้ามั่นแต่สั่นระริกราวเด็กที่หวาดกลัว

“เมล...เป็นอะไร?”

“ก็คงจะกลัวมั้งครับ”

แอมเบอร์หันกลับไปมองตนเสียงทั้งที่สมองมือยังจับไหล่ของเด็กหนุ่มเอาไว้แน่น

“กลัวอะไร?”

“หึ...”

คิลเลอร์หัวเราะในลำคอก่อนจเอ่ยเรื่องที่ทำให้เลือดในกายคนฟังเย็นเฉียบออกมา

“...ก็กลัวว่าผมจะบอกทุกคน ว่าเขาคือคนร้ายไงล่ะครับ”

สิ้นคำพูดรอบกายเงียบกริบ แอมเบอร์ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นรัวในอก ใบหน้ายิ้มเยาะจากคิลเลอร์เผยขึ้นชั่ววูบก่อนจะกลายเป็นยิ้มงามตามปกติ

“คดีตอนนั้น มีดปริศนามันมีคำให้การจากปากเหงื่อยที่พูดสั้นๆว่า ‘White angle’ แต่ทว่าแท้จริงแล้วใครจะรู้ล่ะครั้บว่าเขายังพูดไม่จบ สิ่งที่หมอนั่นจะพูดก็คือ’White angle of the dead’...ยมทูตสีขาวต่างหาก ไม่ใช่นางฟ้าสีขาวอย่างที่ทุกคนเข้าใจ”

เสียงของคิลเลอร์ยังเจื้อแจ้วอยู่ แต่ทว่าแอมเบอร์กลับมองเพียงเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ก้มหน้านิ่งเท่านั้น คาราเมลไม่เคลื่อนไหวใดตั้งแต่คำพูดที่แช่แข็งเลือดในกายถึงทุกดังออกมาจากปากของคิลเลอร์ นิ่งไปเสียจนกลัวว่าจะหยุดหายใจไป

“ยมทูตสีขาวก็คือ...ชายที่ใช้เคียวเล่มโตกับชุดสีขาว”

เลือดในกายแอมเบอร์เย็นเชียบ...เขาเคยเจอคนคนนั้น คนที่เรียกตัวเองว่าบูลแล้วเด็กนี่...

“ส่วนศพกลางน้ำแข็ง...ก็รู้แล้วนี่ว่าเขาทำอะไรได้”

“เมล...”

แอมเบอร์เรียกชื่อคนตรงหน้าออกมาอย่างไม่เต็มเรียก คาราเมลสะดุ้งแต่ไม่มีท่าทีเงยขึ้นมาสบตา แอมเบอร์กลืนน้ำลายลงคอช้าๆ บอกกับตัวเองว่าเขาต้องเชื่อมั่นต่อเด็กหนุ่ม ต้องคงความเชื่อใจเอาไว้ไม่ว่าจะมีใครพูดอะไรก็ตาม คาราเมลที่เขารู้จักไม่มีวันฆ่าคนโดยไร้เหตผล คาราเมลที่เขารู้จักเหมือนผ้าสะอาด เป็นผ้าขาวที่สะอาด...แบบนั้นหรือเปล่า

“เมล เงยหน้าขึ้นมองฉันได้ไหม?”

เสียงราบเรียบแต่ทว่าแฝงแววความอบอุ่นดังรอดมาจากปากของแอมเบอร์ คาราเมลขบริมฝีปากแน่นจนมันแทบจะเป็นแผลก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้าด้วยแววตาที่สั่นไหว

“มันไม่จริงใช่ไหม?”

คารเมลเงียบกริบ เงียบจนน่ากลัว เงียบจนไม่มีใครกล้าหายใจเสียด้วยซ้ำ

“เมล...”

“ผมขอโทษ”

คำขอโทษเพียงหนึ่งคำทำให้เหมือนโลกทั้งโลกหยุดหมุน ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มิติหายไปแล้ว รู้เพียงหลังจากคำขอโทษคาราเมลก็ไม่เงยหน้าขึ้นมาสบตาแอมเบอร์แม้แต่น้อย และคาราเมลก็รู้เพียงแอมเบอร์เงียบเกินไปในตอนนี้

“แอมเบอร์...”

“ขอฉันอยู่คนเดียวสักพัก”

แอมเบอร์พูดขึ้นก่อนเดินออกไปโดยไม่หันมองคาราเมลที่ชะงักค้างอยู่ในท่าเดิม นันย์ตาสีอัมพันเริ่มปริร้าวใกล้สลาย เบลเฟกอลทำเพียงเดินเข้าไปใกล้เด็กหนุ่ม เขาดึงคาราเมลเข้ามากอดในขณะที่เด็กหนุ่มเอาแต่พึมพำคำขอโทษที่ไม่มีผู้รับเบาๆไม่หยุด ความผิดหวังและความเสียใจสื่อผ่านมาทางน้ำตา ไม่ว่าจะผิดหวังในตัวเองหรือคนอื่น แต่ผิดหวังคือผิดหวัง...คาราเมลไม่มีอะไรจะทำ นอกเสียจากร้องไห้เหมือนคนบ้า ท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่ควรยิ้มกลับมีชายเพียงคนเดียวที่ยิ้มประดับใบหน้า แต่มันเป็นรอยยิ้มที่เย็นเฉียบยิ่งกว่าน้ำแข็ง

...รอยยิ้มของเบลเฟกอล

“เล่นแบบนี้เลยงั้นเหรอ...คงไม่อยากตายดีกันล่ะสินะ พวกแบล็กโฮล”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #299 ma_jung (@mameawxsoo2537) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 12 มีนาคม 2558 / 14:15
    เบลเฟกอลช่างเหมาะกับผ้ากันเปื้อนสีชมพู 555 ใครจะหักหลัง...เมลหรอ หรือแบมจังไม่มั้ง แล้วคนตายล่ะ...ไม่น้าาาา
    #299
    0
  2. #298 ma_jung (@mameawxsoo2537) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 12 มีนาคม 2558 / 14:04
    ดร่าม่ามาแล้วอ่า สงสารคาราเมล คัลเลอร์บ้า โผลมาไมตอนซึ้งๆ งือ จริงๆก้อยากให้บอกความจริงเร้วๆ แต่ดันได้คนอื่นมาบอกสะงั้น แบมเบอร์เลยออกไปทำใจเบยอ่า แล้วคนอื่นจะเป้นไง เบลเฟกอลแก้แค้นทีดิ้ แบล็คโฮลงี้เง่าาาา
    #298
    0
  3. #294 punpun3012 (@punpun-3012) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 08:32
    เป็นครั้งแรก(?)ที่รอมาเนิ่นนานนนนนนนน
    #294
    0