Little Sheep or Werewolf แกะตัวนั้นที่มันเป็นหมาป่า

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 24,130 Views

  • 485 Comments

  • 1,075 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    21

    Overall
    24,130

ตอนที่ 40 : Little sheep Nine::แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 546
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 ต.ค. 58

Little sheep Nine

แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

 

...ที่นี่มันที่ไหน???

...เหมือนตัวเรากำลังล่องลอยในอากาศ

...ทำไมมันหนาวขนาดนี้

...หนาวที่สุด

“แอมเบอร์ครับตื่นได้แล้วนะ นี่มันสายแล้วนะ วันนี้มีหิมะด้วยออกไปเล่นหิมะกันเถอะ!

...เสียงใครน่ะ

ภาพของคนตรงหน้าเริ่มชัดขึ้นเหมือนกล้องกำลังปรับโฟกัส ชุดโอเว่อร์โค้ดสีเทากับถุงมือสีแดงหรอ...แล้วทำไมเห็นหน้าไม่ชัดแบบนั้นล่ะ! ทำไมที่หน้าถึงเหมือนมีเมจิกสีดำขีดเลอะไปหมดเลย

“ไปเล่นปาหิมะกันเถอะครับ!

เดินเข้ามาใกล้แล้ว นี่!อย่ามาจับมือฉันนะนายเป็นใครน่ะ! แล้วจะพาฉันไปไหนเนี่ย ปล่อยเดี๋ยวนี้นะเว้ย!

“ดูสิครับหิมะตกด้วยล่ะ”

“หิมะสีเหมือนผมของพี่เลยเนาะ”

เสียง...เสียงมันออกมาจากปากฉันงั้นหรอ? ทำไมเสียงของฉันมันถึงได้เป็นแบบนี้ ทำไมเสียงเหมือนเด็กเลย...

“งั้นหรอครับ? แล้วแอมเบอร์ชอบผมของพี่ไหมล่ะครับ?”

“ครับ! ผมชอบที่สุดเลย!

บ้าไปแล้ว! ฉันจะไปชอบสีที่จืดชืดแบบนั้นได้ไง...สีขาวงั้นเหรอ

“นี่...พี่บลูครับ”

บลู...งั้นเหรอ?

“มีอะไรครับ?”

“พี่จะทิ้งผมไปไหม...เหมือนที่คุณแม่ทำ”

ทำไมถึงได้เงียบเล่าเจ้าทึ่มหัวขาว...ทำไมนายไม่ตอบคำถามฉัน อ๊ะ!...ยิ้มแล้ว

“ครับ...พี่ไม่ทิ้งแอมเบอร์ไปหรอก”

จะทำได้จริงน่ะเหรอ....

“แอมเบอร์”

.

.

“แอมเบอร์”

.

.

“แอมเบอร์ไฟไหม้!!!

ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราเสียงเรียก นัยน์ตาสีม่วงสอดส่ายหารอบห้องว่ามีอะไรเกิดขึ้นอย่าที่คนปลุกบอกหรือเปล่าแต่สุดท้ายกลับไม่พบอะไร พอเบนสายตกลับมาตรงหน้าก็พบคุณผบ.ผมขาวนั่งยิ้มอยู่...สีขาว...

“บลู...?”

“หืม? ว่าไงนะแอมเบอร์”

หมาป่าสีดำเบนสายตาจากพื้นขึ้นไปหาคนตรงหน้า มุมปากกระตุกถี่ๆด้วยความหงุดหงิดเพราะถูกปลุก ฝ่ายคนปลุกก็ยังคงยิ้มงามร่าเริงสดใสประหนึ่งว่าบนโลกบี้ไม่มีอะไรที่จะสามารถทำให้เขาเครียดไปได้เลยสักนิดเดียว แอมเบอร์เสยเส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าตัวเองลวกๆก่อนจะเค้นเสียงถามไอ้คนตรงหน้าเสียงเย็น

“ไม่ทราบว่าปลุกผมขึ้นมาทำไมหรอครับ? คุณเบลเฟกอล...”ชายหนุ่มกดเสียงต่ำ

“ก็...นี่มันเช้าของอีกวันแล้วนะ จะนอนมาราธอนไปไหนเหรอ?”

แอมเบอร์มองหน้าขึ้นผบ.สูงสุดก่อนจะสะบัดหน้ามองรอบตัวพบว่าไม่เหลือใครอยู่ในห้องนี้แล้ว ทำไมถึงไม่มีคนปลุกเขาเนี่ย! บ้าที่สุดเลย แอมเบอร์กระชากผ้าห่มออกจากตัวก่อนจะลุกขึ้นขยี้หัวด้วยความหงุดหงิด เมื่อวานหลังจากประชุมเสร็จทุกคนก็น็อคหลับไปหมดจากการรอคาราเมลเล่าเรื่องด้วย ไหนจะออกไปปะทะกับพวกแบล็กโฮลอีก เป็นอะไรที่น่าเหนื่อยอ่อนที่สุด

“แอมเบอร์!! จะรีบตื่นมาทำไมครับ ทำไมไม่นอนพัก”

เสียงทุ้มแห้วขึ้นมาเสียงดังทำให้แอมเบอร์ต้องหันไปมองที่ประตูห้อง เด็กหนุ่มผมคาราเมลเดินเข้ามาพร้อมถุงใบใหญ่สองใบในมือ ที่ด้านหลังมีเคียวยะและโอ๊คเดินถือถึงอะไรไม่รู้มาอีกคนละสองถุง

“ก็ผบ.ปลุกฉัน...”

“คุณเบลเฟกอล! คุณรู้ไหมกว่าแอมเบอร์จะได้นอนมันยากแค่ไหน แล้วนี่คุณปลุกเขาขึ้นมางั้นเหรอครับ?”

เด็กหนุ่มแยกเขี้ยวขู่ใส่ผบ.ผมขาวที่ยิ้มลั้นลาไม่ทุกข์ร้อนอาทรใจอะไรกับการถูกเด็กหนุ่มผมขาวดุ

“ตื่นมาเร็วๆน่ะดี นอนมากน่ะสันหลังยาวนะคาร่าจัง

“ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ จะได้สูงๆ”

เคียวยะแทรกขึ้นมาก่อนจะเดินเอาของในมือไปวางไว้บนโต๊ะกลางห้อง โอ๊คจึงตัดสินใจเดินเอาไปวางตามเหมือนกัน

“ซื้ออะไรกันมาเยอะแยะเนี่ยครับ?”แอมเบอร์เอ่ยถามเมื่อเห็นของที่กองอยู่

“คาราเมลจะเอามาทำกับข้าวเลี้ยงทุกคนน่ะ ว่าแล้วคิดถึงฝีมือของคาราเมลจังเลยเนอะ”โอ๊คว่าพลางยิ้มร่า

“สลัดมะเขือเทศนี่ของขึ้นชื่อ”เคียวยะเสริมด้วยใบหน้ามีความสุข

“แต่วันนี้ไม่มีหรอกนะครับ เพราะแอมเบอร์ไม่ชอบ”

สองอาจารย์หยุดความคิดที่จะได้กินสลัดมะเขือเทศเอาไว้ก่อนจะเบนสายตามามองคาราเมลที่มองตอบทั้งคู่อยู่ ในที่สุดความเงียบก็จบลงด้วยการแซวขึ้นมาของโอ๊ค

“เอาใจจังเลยน่ะคาร่าจาง~”

“ก็ไม่ได้เอาใจอะไรสักหน่อยครับ...”

เด็กหนุ่มตอบอ้อมแอ้มพลางเหล่มองแอมเบอร์ที่เหล่มองมาทางเขาเหมือนกัน

“ว่าแต่เอพริล โอเชี่ยน แล้วก็ผู้โกงความตายไปไหนครับ?”

นัยน์ตาสีม่วงเสมองที่เคียวยะเหมือนเป็นการเจาะจงถามเป็นรายบุคคล อาจารย์คนสวยยกนิ้วขึ้นแตะคางตนเองก่อนจะตอบออกไปเสียงแผ่ว

“ไปเอาพลังของเดทเธลออกจากดวงตาของเอพริลน่ะ”

คำตอบจากปากของอนเมียวจิหนุ่มทำให้แอมเบอร์ชะงักนิดหน่อย นัยน์ตาสีม่วงมองออกไปยังประตูห้องคล้ายอยากจะตามออกไปแต่ก็ไม่รู้ว่าไปแล้วจะช่วยอะไรได้บ้าง เอพริลเป็นเพื่อนกับเขามาตั้งแต่เด็กๆแต่ในเวลาที่อีกฝ่ายเดือดร้อนแอมเบอร์ก็ช่วยอะไรไม่ได้สักอย่าง คิดดูแล้วมันน่าหัวเราะด้วยซ้ำที่คนที่ช่วยเอพริลได้เสมอๆกลับเป็นโอเชี่ยนที่เพิ่งโพล่เข้ามา

“แล้วแบบนี้สุขภาพของหม่าม๊าจะเป็นยังไงบ้างล่ะครับ?”คาราเมลถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

“ก็คงไม่ต่างจากเดิมนัก...ผมหวังว่าศิษย์รักของผมจะทำอะไรได้บ้าง”

เคียวยะเอ่ยก่อนถอดถอนหายใจเป็นการใหญ่ ใบหน้าสวยฉายแววกลัดกลุ้มออกมาไม่น้อยไปกว่าที่คาราเมลและแอมเบอร์เป็น เด็กที่เห็นกันมาตั้งแต่เล็กๆทำไมเขาจะไม่รู้สึกห่วงหรือผูกพันเล่า

“ฮ่าห์! พวกตาแก่คิดมากเดี๋ยวหัวก็หงอกหรอก!

อยู่ๆคุณผบ.ผมขาวก็กระโดดเข้าใส่โอ๊คและเคียวยะพร้อมใช้แขนคล้องคอทั้งคู่ด้วยใบหน้าร่าเริงเกินความจำเป็น

“คนที่มันหัวหงอกน่ะมันนายเสียมากกว่า”โอ๊คว่าอย่างติดหงุดหงิด

“ฮ่ะๆๆ พวกคุณมันพวกจริงจังเกินไปแล้ว ไปช่วยคาราเมลทำกับข้าวโน่นไป”

ว่าจบเบลเฟกอลก็ผลักหลังคนทั้งสองไปด้านหน้า ดวงตาสีม่วงเป็นสระอิเพราะรอยยิ้มมากเกินความจำเป็นที่เขามี

“หน้าที่ของพวกคุณคือเชื่อใจคนพวกนั้น แค่นี้ไม่ใช่เหรอ?”

ร่างสูงเอียงคอพร้อมรอยยิ้มแบบฉบับตน เคียวยะและโอ๊คเบิกนัยน์ตาขึ้นเล็กน้อยก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเบาๆพร้อมคลี่ยิ้มอ่อนใจ นัยน์ตาของทั้งคู่มองไปที่คาราเมลก่อนจะตรงเข้าไปร่างเด็กหนุ่มร่างเล็กให้เดินเข้าครัวไปด้วยกัน

“ทำอาหาร ทำอาหาร”

“นั่นสิทำอาหาร”

“เดี๋ยวสิครับ! อะไรของพวกคุณเนี่ย”

เสียงของคาราเมลค่อยๆหายลับทิ้งไว้เพียงแอมเบอร์และเบลเฟกอลที่ยังมองตามไปไม่คราดสายตา แอมเบอร์จ้องมองไปที่ประตูที่ปิดสนิทลง เสียงโวยวายนั่นกลายเป็นความเงียบเข้ามาแทนที่ ในใจภาวนาให้เสียงๆนั้นยังคงอยู่ตลอดไป และไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องรักษาไอ้เสียงน่ารำคาญแบบนั้นเอาไว้ให้ได้

“คิดดีแล้วสินะแอมเบอร์”

ชายหนุ่มเบนนัยน์ตาสีม่วงกลับมามองผบ.ข้างตัวที่ถามทั้งยังอมยิ้ม คิ้วเรียวขมวดมุ่นก่อนจะเอ่ยตอบกลับไป“ครับ? เรื่องอะไร?”

“เรื่องที่จะยื่นคอเข้ามาวางพาดไว้บนมีดแบบนี้น่ะ”

นัยน์ตาสีม่วงเสมองร่างของผบ.หนุ่มที่ทิ้งตัวลงนั่งกับโซฟาตัวยาว ใบหน้าขี้เล่นเงยขึ้นมองเพดานสีขาวด้านบนราวกับว่าบนนั้นจะมีสิ่งที่น่าพึงพอใจสำหรับตน

...ต่อให้มีเวลาสักสิบชาติ แอมเบอร์ก็ไม่ทางทำความเข้าใจอะไรผู้ชายที่ชื่อว่าเบลเฟกอลได้หรอก

“ผมก็พูดไปแล้วนี่ครับ...”

“ฉันแค่อยากให้เธอตัดสินใจอีกครั้งหนึ่งก็เท่านั้น มั่นใจว่าตัวเองมีพลังมากพอจะปกป้องคาราเมลแล้วงั้นเหรอ?”

เบลเฟกอลก้มตัวลงมาท้าวคางมองหน้าหมาป่าสีดำ นัยน์ตาเรียวของแอมเบอร์จ้องกลับอีกฝ่ายอยากหาเรื่องหาราวเล็กๆ คำดูถูกที่เอ่ยออกมานั่นน่าเอาปืนยิงให้ไส้ไหลนัก!

“ถ้าไม่มั่นใจผมก็คงไม่พูดอะไรออกไปทั้งนั้นแหละครับ”แอมเบอร์เอ่ยกล่าวอยางหงุดหงิด

“แล้วไม่คิดว่าความมั่นใจนั่นจะเป็นความมั่นใจแบบผิดๆหรือไงกัน?”

!!!

มือเรียวอ้อมมาจากทางด้านหลังก่อนจะแตะลงอย่างแผ่วเบาที่ลำคอของชายหนุ่ม แอมเบอร์ชะงักค้างตัวแข็งทื่อเหมือนโดนสาป เขาไม่รู้ตัวสักนิดว่าเบลเฟกอลเข้ามาใกล้เขาตั้งแต่เมื่อไหร่ ความเงียบและความว่องไวทำให้รับรู้ถึงความห่างชั้นชนิดทิ้งไปไกลหลายหลา

“การที่เธอรับปากจะดูแลคาราเมลนั่นเท่ากับเอาชีวิตทั้งชีวิตของเขาไปฝากไว้กับเธอ...”

“ถ้าคุณไม่มั่นใจในตัวผมแต่แรกก็ไม่ควรให้ผมทำ”ชายผมผมแพตตินั่มบอนด์ว่าก่อนจะปัดมือนั้นออกพร้อมกับหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย“ถ้าคิดว่าผมไม่มีความสามารถพอก็ไม่ต้องบอกให้ผมทำ แต่ไม่ว่ายังไงผมก็อยากให้คุณจำไว้ว่าผมจะเป็นคนปกป้องคาราเมลเอง ด้วยตัวเอง และจะทำให้ได้ ผมจะไม่มีวันปล่อยให้คนพวกนั้นได้ตัวเด็กนั่นไป!

ชายหนุ่มว่ากระชากเสียงด้วยความโกรธ นัยน์ตาสีม่วงครุกรุ่นสบกับนัยน์ตาสีเดียวกับตนที่มองกลับมาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ผู้บังคับการหนุ่มขยับยิ้มก่อนจะยกมือขึ้นกอดอก สายตาไล่มองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตามเดิม

“นี่ไม่ใช่เกมเด็กเล่นที่ตายแล้วกดรีสตาร์ทเริ่มใหม่เมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีจุดเซฟให้เก็บเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วและกลับไปเริ่มใหม่ที่ตรงนั้นได้เสมอ นี่คือชีวิตจริง คนจริงๆที่ต้องรักษา ชีวิตมนุษย์บอบบางเหมือนแก้วสักใบ ถ้าไม่ระวังหรือเผลอไผลแก้วใบนั้นก็จะแตกสะบั้นเป็นสองส่วน หรืออาจจะแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี เมื่อรับปากแล้วก็ต้องทำให้ได้หรือไม่...”

ปากที่กำลังพร่ำเรื่อยเปื่อยหยุดลงก่อนนัยน์ตาที่ม่วงที่เคยสดใสจะฉายแววจริงจังออกมาจนแอมเบอร์เผลอลืมหายใจ ความรู้สึกคลับคลายคลับคลาผุดขึ้นมาในหัวก่อนดับลงอย่างรวดเร็วเมื่อคนตรงหน้าเอ่ยประโยคถัดมาที่พาลเอาใจกระตุกวูบ

“...ก็เตรียมตัวเตรียมใจยอมรับเมื่อแก้วใบนั้นแหลกคามือได้เลย”

แอมเบอร์ยังไม่โต้ตอบ เขาปล่อยให้ความเงียบครอบครองห้องแห่งนี้ตามใจที่มันปรารถนา ในห้องมีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานมาตลอดทั้งวัน นัยน์ตาสีม่วงปิดลงก่อนจะเปิดขึ้นอีกครั้งพร้อมจะกล่าวออกมาอย่างมั่นคง

“แก้วใบนั้นจะไม่มีทางแตก...เพราะผมจะไม่มีวันปล่อยให้มันแตก แม้ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยชีวิตของตัวเองก็ตาม”

เบลเฟกอลเหล่ตามองคู่สนทนาก่อนจะยันตัวลุกขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่กลับมาประดับวงหน้า ร่างที่สูงไม่ต่างกันมากนักกับแอมเบอร์เดินเข้าไปหาชายหนุ่มพร้อมกับตบบ่าอีกฝ่ายเบาๆ

“ฉันหวังว่าเธอคงไม่ทำแก้วใบนั้นแหลกด้วยน้ำมือตนเอง...คงไม่ทรยศความเชื่อใจของคนที่เห็นนายเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์”

ร่างของเบลเฟกอลเดินจากไปพร้อมกับทิ้งคำถามมากมายไว้ให้แอมเบอร์คิดไม่ตก นัยน์ตาสีม่วงกระตุกวูบไหวก่อนชายหนุ่มจะทิ้งร่างลงนั่งกับโซฟาตัวยาว สองมือยกขึ้นลูบหน้าตนอย่างเหนื่อยอ่อนเสียงสบถแผ่วเบาดังขึ้นมาให้ความว่างเปล่าได้ยินเต็มสองหู

“อะไรอีกวะเนี่ย”

“แอมเบอร์ครับ”

นัยน์ตาสีม่วงเบนกลับไปมองยังประตูห้องครัว ร่างของเด็กหนุ่มผมคาราเมลยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าที่เหมือนจะยิ้มและร้องไห้ในเวลาเดียวกัน

“ไม่ต้องปกป้องผม...มากขนาดนั้นก็ได้นะครับ”

ฟังจากประโยคที่พูดก็พอเดาได้ว่าอีกฝ่ายได้ยินเสียเกือบหมด แอมเบอร์ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ชีวิตทั้งชีวิตไม่คิดว่าจะต้องมาเจออะไรที่มันค่อนข้างยิ่งใหญ่อย่างให้อารมณ์ประมาณการกู้โลก แอมเบอร์ไม่คิดจะทำแบบนั้นหรอก เขาไม่ใช่ซุปเปอร์ฮีโร่ในการ์ตูนของเด็กๆนะ จะได้รักโลกและต้องปกป้องโลก ที่เขาทำไปเพราะว่าคนคนหนึ่งที่ให้วามรู้สึกว่าสำคัญของเขามันเข้าไปเกี่ยวกับเรื่องนี้เข้าเต็มๆเลยอดที่จะมีส่วนร่วมไมได้

“ถ้าไม่ให้ฉันปกป้องแก...แล้วให้ฉันไปปกป้องหมาตัวไหนวะเมล?”แอมเบอร์พูดขำๆพลางหัวเราะหึหึในลำคอ

ไม่มีเสียงตอบรับมาจากเด็กหนุ่มผมคาราเมล เมื่อเสสายตากลับไปก็เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังก้มหน้ากำชายผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลด้วยความอดทน พอเห็นแบบนั้นทำให้หมาป่าดำเริ่มระลึกได้ว่าอีกฝ่ายเป็นแค่เด็กขี้กลัวขี้กังวลไม่เข้าท่าคนหนึ่ง เป็นแก้วสักใบที่กำลังร้าวอยู่ ถ้าหากดูแลไม่ดีมันคงแตกคามืออย่างที่เบลเฟกอลว่า ชายหนุ่มยันตัวลุกขึ้น เดินสาวเท้าเข้าไปหาคนที่อยู่กับตัวเองตลอดเวลามากว่าครึ่งปี มือหนาวางลงบนกลางศีรษะ ทั้งอบอุ่นและอ่อนโยน

“ฉันน่ะรู้ขีดจำกัดของตัวเองดีรู้ไหม? จะไม่ปกป้องนายจนตัวตายก็ได้ แต่จะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะพยายามไม่ให้ใครมาเอานายไปจากฉัน...จากทุกคน เราอยู่ด้วยกันเหมือนเพื่อน...เหมือนครอบครัว...ถ้ามีใครสักคนจะมาเอาคนในครอบครัวฉันไป...ฉันไม่ยอมหรอกนะ”

นัยน์ตาสีอำพันเหลือบขึ้นสบกับดวงตาสีอเมทิตส์ตรงหน้า แววตาที่มั่นคงของคนคนนี้ทำให้ความรู้สึกน่ากลัวๆปลิวออกไปเสียหมด

“แอมเบอร์รู้อะไรไหม...ผมน่ะกลัวนะ...กลัวว่าพอแอมเบอร์บอกจะปกป้องก็จะใช้ทั้งชีวิตปกป้องแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง...แอมเบอร์เป็นคนแบบนั้น ผมกลัวว่าคุณจะเอาชีวิตมาทิ้งไว้กับผม และถ้าคุณตายขึ้นมาจริงๆ...”

ปากที่กำลังขยับว่าโน่นนี่ปิดชะงักเพราะแอมเบอร์ใช้มือปิดปากอีกฝ่ายไว้ นัยน์ตาสีม่วงเข้มมองคนตรงหน้าอย่างสายตาผู้ใหญ่ดุเด็กเล็กๆที่ซนไม่เข้าเรื่องเข้าราว

“นายเห็นหน้าฉันเป็นคนโง่ขนาดนั้นเลยหรือไง? ถ้าฉันตายไปจริงๆแล้วใครจะดูแลนายต่อวะ? คนที่ชอบทำอะไรไม่ดูขีดจำกัดตัวเองมันนายเองไม่ใช่หรือไงคาราเมล หยุดเพ้อเจ้อไร้สาระแล้วตั้งสติ ฉันยังอยู่ทั้งคนนายจะไปกลัวอะไร เห็นฉันกระจอกขนาดนั้นเลยหรือไง? สิ่งที่นายต้องทำไม่มากเลยเมล...อย่าอยู่ห่างจากฉัน”

นัยน์ตาสีเหลืองกระพริบปริบๆสองสามทีก่อนมือนุ่มๆจะดึงมือคนตรงหน้าออกจากปากตัวเอง นัยน์ตาของคาราเมลฉายแววจริงจังออกมา

“แอมเบอร์รู้ไหมที่แอมเบอร์ต้องทำมันไม่ใช่สู้กับแบล็กโฮลเพื่อปกป้องผม...หน้าที่นั้นคนทำเยอะแยะไป”คาราเมลว่าพลางยักไหล่น้อยๆ”แต่สิ่งที่แอมเบอร์ต้องทำคือเชื่อใจผมในเวลาที่ผมไม่น่าเชื่อใจมากที่สุด...รั้งผมเอาไว้อย่าให้เตลิด”

ถึงไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังบอกมากนักแต่แอมเบอร์ก็พยักหน้ารับ หน้าที่ของเขาคือเชื่อใจไอ้เด็กตรงหน้านี่น่ะเหรอ? เออ...เอากับมันสิ อะไรนักหนาก็ไม่รู้ แอมเบอร์ส่ายหัวไปมาหน่อยๆก่อนจะดึงจมูกอีกฝ่าย

“โอ๊ย! เจ็บนะครับ!!!

“กับข้าวน่ะทำเสร็จหรือยัง? ห๊ะ?”

“ยังเลยครับ!

“ไปทำกับข้าวได้แล้ว ฉันหิวแล้ว!

คาราเมลพองลมในปากก่อนจะสะบัดหน้าหนี”ชิ๊ช๊ะบ้าบอที่สุด! ใช้กันอยู่ได้แบบนี้ต้องจ่ายค่าจ้างนะครับ ผมเป็นหมาป่าสีขาวแห่งหน่วยZealไม่ไดเป็นแม่บ้านประจำตัวคุณสักหน่อย”

“ค่าจ้างก็จ่ายเป็นความเชื่อใจไง แฟร์ไหม?”

นัยน์ตาสีอำพันเหลือบมามองอีกฝ่ายก่อนจะยิ้มมุมปาก”โธ่ ก็ได้ครับ นี่เห็นว่าแอมเบอร์ทำกับข้าวไม่เป็นหรอกนะ สงสารเด็กตาม่วงๆ เดี๋ยวป๊ะป๋าจะทำกับข้าให้กินนะครับเด็กหญิงแอมเบอร์

“รีบๆไปเลยไป”แอมเบอร์ว่าพลางแทบจะถีบก้นอีกฝ่ายเข้าห้องครัวไป คาราเมลหัวเราะร่าก่อนวิ่งหายไปในห้องครัว ชายหนุ่มได้แต่มองตามแล้วถอนหายใจอีกระรอก เกิดมาตั้งยี่สิบกว่าปีเคยต้องมาดูแลหรือว่าเอาใจใส่ใคร...จะมีไอ้เด็กผมคาราเมลนี่คนแรกล่ะนะ...

“แอ๋มเบ่อออออ เปิดประตู๊ให้หนอยยยย”

เสียงพูดประหลาดๆทำให้ชายหนุ่มคิ้วกระตุก แต่เขาจำเสียงได้ว่านั่นมันเสียงของโอเชี่ยน หมาป่าสีดำเดินอย่างเหนื่อยหน่ายใจไปผลักประตูห้องให้เปิดออก พบร่างของหมาป่าสีแดงที่หิ้วปีกหมาป่าน้ำเงินที่มีสภาพไม่ต่างจากตุ๊กตายัดนุ่นเท่าไหร่

“เอพริล...”

“อย่าเพิ่งมาตกใจ...ช่วยกันก่อนเซ่...”

ที่ก่อนหน้านี้สำเนียงพูดโอเชี่ยนแปลกๆเพราะอีกฝ่ายเหนื่อยเอามากๆ การแบกเอพริลจากด่านฟ้าด้านบนที่ห่างจากห้องนี้ราวๆห้าหกชั้นมันไม่ใช่เร่องง่าย ถึงคุณแม่แกจะตัวเบาก็ใช่ว่ามันจะง่ายไปเสียหมดหรอกนะ! เอพริลถูกพาเข้ามานอนบนโซฟาตัวที่แอมเบอร์เคยใช้นอนก่อนหน้านี้ ใบหน้าของชายหนุ่มผมดำดูซีดเซียวจนหน้าเป็นหัว ทางฝั่งโอเชี่ยนพอวางร่างของเพื่อนสนิทลงได้ก็วิ่งวุ่นหาผ้าขนหนูกับวิ่งเข้าไปขอน้ำอุ่นจากคาราเมลในห้องครัวแลดูวุ่นวาย หวังว่าเอพริลคงไม่ได้ผ้าชุบน้ำซุปมาโปะหน้าผากหรอกนะ

“อาการแย่มากไหม?”

“ก็พอสมควร ไข้ขึ้นเลยดูสิเนี่ย เพราะได้พวกแบล็กโฮลห้าโหลยี่สิบนั่นแท้ๆเลยเอพริลเลยพลอยซวยไปด้วย ฉันไม่โทษคาร่าหรอก คาร่าไม่ผิดนี่!”โอเชี่ยนกอดอกอย่างหัวเสียหน่อยๆ ถึงจะเป็นห่วงเอพริลไปบ้างแต่ตอนนี้ก็ทำอะไรไมได้นอกจากพาลใส่พวกแบล็กโฮลที่นั่งเล่นไพ่สลาฟอยู่ที่ฐานทัพลับของตัวเอง

“หม่าม๊า...ตายแล้วหม่าม๊า!!!

“เอพริลยังไม่ตายนะคาราเมล”เคียวยะที่เดินตามเข้ามาว่าพลางยิ้มแห้งๆ

เด็กหนุ่มพุ่งเข้าไปหาเอพริลที่ยังไมได้สติด้วยสีหน้าเป็นกังวล นัยน์ตาสีคาราเมลมองสำรวจร่างของหมาป่าสีน้ำเงินก่อนจะถอนหายใจ

“ปกติแล้วตอนไม่มีพลังของผู้โกงคามตายหม่าม๊าอาการเป็นยังไงเหรอครับ?”

“อืม...ก็เหนื่อยง่าย เป็นหอบหืด ตอนเด็กๆเลยต้องไปอยู่ที่บ้านพักริมทะเลน่ะ แล้วก็ช่วงก่อนหน้าที่จะได้ผู้โกงความตายมาช่วยอาการแย่มากเลยล่ะ ไอเป็นเลือด แล้วก็ปวดหัวบ่อยมาก ป๊ะป๋าหวังว่าจะไม่เป็นถึงขั้นนั้นนะ”โอเชี่ยนว่าด้วยสีหน้าเป็นกังวลนิดหน่อย

“ขอโทษนะครับ...”

“คาร่าไม่ต้องขอโทษหรอก ไม่มีใครโทษคาร่าเลยนะ อย่าโทษตัวเองสิไม่เอาๆ”ชายหนุ่มผมแดงส่ายหน้าไปมา

“ก็ถ้าไม่ใช่ผม...”

“ถ้ายังไม่เลิกโทษตัวเองป๊ะป๋าจะโกรธล่ะนะคาร่า...”

คาราเมลเงยหน้าขึ้นมองหมาป่าสีแดงที่กอดอกทำหน้ามุ่ยๆอยู่ๆ จะว่าไปเขาก็ไม่เคยถูกโอเชี่ยนโกรธอย่างจริงจังเลยสักครั้งนี่นา...ลองดูหน่อยไหม...

“ขอบอกว่าโอเชี่ยนโกรธเป็นอะไรที่น่ากลัวกว่าเอพริลโกรธอีกนะเมล”

แอมเบอร์ที่เหมือนจะล่วงรู้ความคิดของเด็กหนุ่มผมคาราเมบเอนตัวมาหาพลางกระซิบให้ฟัง ความคิดที่ว่าจะลองให้โอเชี่ยนโกรธดูสักหน่อยปลิวหายไปในทันทีที่ได้ยินแบบนั้น คาราเมลยิ้มเผล่ก่อนจะนั่งเงียบไม่พูดอะไรออกมา

“อาหารเสร็จแล้วมาช่วยกันยกหน่อยสิ”โอ๊คเดินเข้มาท้าวเอวสั่งด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์”แล้วไอ้เด็กขายข่าวสองคนนั่นไปไหน ไม่เห็นหัวเลย”

“เห็นว่าออกไปเดินเล่นรอบเมืองกับทริปเปิ้ลน่ะ”เคียวยะตอบ

“อะไรกันสถานการณ์แบบนี้ยังมีอารมณ์ไปเดินเล่นอีกงั้นเหรอเนี่ย”เดลเธลที่เพิ่งตามเข้ามาเป็นคนสุดท้ายบ่นงึมงำ แต่ละคนหันมองผู้โกงความตายด้วยสายตาประมารว่าลุงแกเข้ามาตอนไหน

“ข้าก็เข้ามาพร้อมกับที่รักของข้าและไอ้หัวแดงนั่นแหละ แต่พวกแกไม่มีใครสนใจข้าสักคน!!

“คนแก่ใจน้อยแหละ”โอ๊คกระซิบกับเคียวยะ

“ใช่ๆใจน้อยแหละ ไม่มีใครสนใจ”เคียวยะกระซิบตอบ

“ที่แบบนี้ล่ะเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยฉาบฉิ่งแตรกลองยาวเลยนะ!”เดทเธลโวยลั่น

คาราเมลได้แต่แอบกุมขมับตัวเองเล็กน้อย นี่มันใช้สภาพสถานการณ์ที่เรียกว่ากำลังอยู่ในช่วงตรึงเครียดได้เหรอวะเนี่ย...มีแต่ความวุ่นวายไม่มีความสงบเอาซะเลย ถ้าบอกใครวานี่เป็นแก๊งกู้โลกที่ช่วยโลกมาก่อนหน้านี้ก็ไม่มีใครเชื่อหรอก แต่ละคนอย่างกับหลุดออกมาจากอนุบาลเด็กโข่งเลยเชียวล่ะ!

 

13 ความคิดเห็น

  1. #295 เด็กแว่นสีชมพู (@whitebaby) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:54
    กรี๊ดดดด มาแล้วอ่ะ คิดถึงมากเลยค่ะ
    #295
    0
  2. #291 CV002 (@0850342080-) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 / 18:51
    ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ ลงเพิ่มสิ
    #291
    0
  3. #290 punpun3012 (@punpun-3012) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 / 18:45
    กรี๊ดดดดดดดดีใจมากอ่ะ มาต่อแล้ว
    #290
    0
  4. #289 punpun3012 (@punpun-3012) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 / 18:44
    กร
    #289
    0
  5. #287 Shine (@yukiyu) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 / 18:27
    สู้ๆค่ะ เป็นกำลังใจให้น้า^0^
    #287
    0
  6. #286 lady roses (@snowy11) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2557 / 15:50
    รออยู่นะค่ะ
    #286
    0
  7. #282 เด็กแว่นสีชมพู (@whitebaby) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2557 / 16:53
    รออยู่นะคะ
    #282
    0
  8. #281 moonwing (@moonbird) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 / 10:34
    ไรต์จะมาอัพต่อใช่มั้ยคะ อยากอ่านต่อแล้วอ่ะ กำลังลุ้นเบย T^T
    #281
    0
  9. #273 Seailious (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 00:43
    ฮือ เค้านึกว่าไรจะไม่มาต่ออีกแล้วซะอีก T◇T
    #273
    0
  10. #272 I LovE MondaY (@talku) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2557 / 17:31
    เย้ๆๆ กลับมาแล้ววว ><
    #272
    0
  11. #271 Piora (@hugdarling) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2557 / 10:18
    เย่ววววววววววววววววววววว
    ดีใจจังเลยคาร่ากลับมาแล้ว
    กลับมาคราวนี้ไรเตอร์ห้ามหายไปไหนนานๆอีกนะ
    เพราะโครตคิดถึงคาร่าเลย
    จะดีมากถ้าไรเตอร์จะช่วยอัพตอนต่อไปให้ด้วย
    นะพลีสสสสสสสสสสสสสส
    #271
    0
  12. #269 Blue Rose (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 16:28
    โอ้ววววว กลับมาแล้ววววว คาร่าาาาา T^T
    #269
    0
  13. #267 Sesil_S. (@fainatagant) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 00:20
    มาแล้ว คาราเมลกลับมาแล้วT^T
    #267
    0