Little Sheep or Werewolf แกะตัวนั้นที่มันเป็นหมาป่า

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 24,130 Views

  • 485 Comments

  • 1,075 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    21

    Overall
    24,130

ตอนที่ 4 : Chapter 2 : หมาป่ากับลูกแกะประหลาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2489
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    1 ก.ค. 60

Chapter 2

หมาป่ากับลูกแกะประหลาด


น้องแกะเฝ้าสงสัยหันถามพี่หมาป่าทันใด

ปกติหมาป่านั้นต้องจับลูกแกะใช่หรือไม่?

 

“จะจ้องเขาอีกนานไหมโอเชี่ยน?”

                เอพริลเอ่ยถามเสียงเรียบใส่คนที่นั่งท้าวคางจ้องแขกไม่ได้รับเชิญอย่างตั้งอกตั้งใจ โอเชี่ยนจ้องเหมือจะมองให้ทะลุเสื้อผ้าเข้าไปว่าคนตรงหน้ามันเป็นเพศไหนกันแน่ ฝ่ายคนถูกจ้องใช้สองมือยกน้ำส้มคั้นขึ้นดื่มยิ้ม ๆมองดูคล้ายคนประหม่าก็ไม่ปราน บนตักมีเจ้าลูกจิ้งจอกสีขาวหลับปุ๋ยอย่างสบายอกสบายใจอยู่ สภาพโดยรวมดูกลมกลืนจนเหมือนว่าคาราเมลอยู่ที่นี่มานานแล้ว แต่เอพริลรู้ดีว่าไม่ใช่ เด็กหนุ่มเพิ่งมาเหยียบที่นี่ครั้งแรก แล้วไอ้คนที่มาก็ยืนเช็ดผมสบายใจเฉิบไม่พูดอะไรสักคำอยู่ตรงนั้น สรุปแล้วพามาทำไมเนี่ยแอมเบอร์!?

“คุณชื่อคาราเมลสินะครับ?”

เอพริลหันไปคุยกับเด็กหนุ่มที่ลูบหัวสุนัขจิ้งจอกบนตักเพราะคาดดว่าน่าจะได้เรื่องได้ความกว่าการรอเพิ่นผมสีอ่อนมาตอบคำถาม คาราเมลเงยหน้าขึ้นสบตาก่อนจะพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มกว้างน่ารัก

“ครับ ผมชื่อคาราเมล ส่วนเจ้าตัวน้อยนี่...ไม่มีชื่อครับ”

“แต่ฉันเห็นนายเรียกมันว่าเซนเซย์”

                แอมเบอร์ขัดขึ้นก่อนจะสาวเท้ามานั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกันกับคาราเมลแต่เป็นคนละฝั่ง เด็กหนุ่มผู้เป็นแขกกระพริบตาปริบ ๆสองสามทีก่อนจะฉีกยิ้มกว้างให้อย่างเป็นมิตร ดูอย่างไรก็แค่เด็กไร้เดียงสาคนหนึ่งเท่านั้นเอง

“เซนเซย์แปลว่าอาจารย์ครับ เขาไม่มีชื่อหรอก เป็นไปได้เอพริลช่วยตั้งชื่อเขาให้หน่อยสิ ผมตั้งไม่ได้”

                นัยน์ตาสีอำพันย้ายไปที่ร่างโปร่งที่ยืนดื่มนมอยู่ใกล้ๆ อีกฝ่ายปรายตามองก่อนพยักหน้ารับ สมองหลงไปกับการตั้งชื่อลูกสุนัขจิ้งจอกชั่วครู่ก่อนจะถูกดึงกลับไปสู่ความน่าสงสัย มือที่กำลังยกแก้วอยู่หยุดกึก แก้วนมถูกลดลงก่อนนียน์ตาสีดำดุ ๆจะหรี่มองอย่างสงสัย

“คุณรู้ชื่อผมได้ไง?”

เอพริลเอ่ยถาม คราวนี้แววตาไม่เป็นมิตร คาราเมลเพิ่งมาถึงห้องนี้เมื่อสิบนาทีก่อน นอกจากการออกมาต้อนรับอย่างไม่เต็มใจและยกเอาน้ำส้มคั้นมาให้แล้วก็ยังไม่มีใครทำอะไรอย่างการแนะนำตัวออกมาเลยสักคน ทั้งโอเชี่ยนและเอพริลทำเพียงจ้องหน้าอีกฝ่ายเท่านั้น พวกเขาจะไม่ทำอะไรโดยพลการ หากแอมเบอร์ยังไม่ได้ออกคำสั่ง ในฐานะคนพามา นอกจากจะมีเป้าหมายแล้วยังต้องรับผิดชอบการกระทำด้วย

“อ๋า...ตอบไงดีล่ะครับเซนเซย์? นี่ๆตื่นมาช่วยกันก่อน คุณนอนมากจนจะแปลงร่างจากหมาเป็นงูแล้วนะครับเซนเซย์~”

                ตึง!

“เลิกนอกเรื่องแล้วตอบมา กระทั่งชื่อฉันนายก็ยังรู้ และคงรู้ชื่อหมอนั่นด้วยอีกคน”ชายหนุ่มชี้ไปที่โอเชี่ยนซึ่งยืนเหรอหราทำหน้างงอยู่”ตอบมาว่านายเป็นใคร แล้วทำไมถึงไปอยู่ในที่ทำการของโวคได้?”

                แอมเบอร์ท้าวแขนลงบนโซฟาก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปหาคารามเล ร่างนั้นก็เลยผงะเถิบถอยหลังไปติดที่วางแขน คำถามรัวยาวเป็นชุแบบไม่เว้นช่องว่างให้คนถูกซักถามได้ใช้เวลาไตร่ตรองและตรวจสอบข้อมูลในหัวตัวเองสักนิด คาราเมลทำได้แค่ยิ้มนำหน้า เขาไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองต้องตอบคำถามข้อไหนก่อนกันแน่

 “อย่ารังแกคาราเมลของฉันสิแอมเบอร์!

                โอเชี่ยนที่หลุดจากบทสนทนาไปพูดเสียงแข็งผ่ากลางบ้องก่อนจะดึงมือที่ท้าวโซฟาของแอมเบอร์ออกแล้วดึงตัวคาราเลมากอดไว้อย่างถือวิสาสะ นัยน์ตาจ้องแอมเบอร์ประหนึ่งว่าอีกฝ่ายเป็นศัตรูก็ไม่ปานทั้ง ๆที่เป็นพวกเดียวกันอยู่แต่แรกแท้ ๆ แอมเบอร์กลอกตาใส่ความปัญญาอ่อนไม่เลือกเวลาของเพื่อนผมแดง ส่วนคาราเมลหัวเราะแห้งๆเมื่อเจ้าของเรือนผมสีแดงดึงเขาเข้าไปกอดพลางเอาแก้มถู ๆไถ ๆแก้มเขา แม้มันต้องใช้ความพยายามมากก็ตามเพราะคาราเมลสูงเท่าคางอีกฝ่ายเท่านั้นเอง

“ผมว่าโอเชี่ยนปล่อยเถอะครับ...เซนเซย์คงไม่...”

                งั่ม!

“โอ๊ย!!

                โอเชี่ยนปล่อยมือออกจากร่างของคาราเมลโดยไวเมื่อถูกเขี้ยวเล็ก ๆฝั่งเข้าที่แขน คนดดนจิ้งจอกประทุษร้ายกระโดดเหยง ๆไปฟ้องและอ้อนเอพริลหงิ๋ง ๆซะเหมือนตนเป็นสุนัขเสียเอง ฝ่ายเจ้าจิ้งจอกก็ขู่ไม่หยุดปาก เหมือนว่าถ้ามีโอกาสมันจะพุ่งไปงับแขนขาว ๆนั่นอีกสักแผลสองแผล

“แฮ่!!!! กรรรรรรรร”

“ไม่ได้นะครับเซนเซย์ พวกเขาไม่ใช่ศัตรู กัดพวกเขาไม่ได้นะครับ”

                คาราเมลเดินไปนั่งยอง ๆอยู่ตรงหน้าลูกจิ้งจอกก่อนจะทำปากยื่นคล้ายไม่พอใจ มือเองก็ตีแปะ ๆลงบนหัวปุย ๆของเจ้าจิ้งจอก มันครางหงิ๋งออดอ้อน แต่กระนั้นก็ยังโดนดุต่อไป

“อ๋า~พวกเขาไม่ใช่คนที่ไว้ใจไม่ได้ เพราะงั้นไม่ต้องกังวลนะครับเซนเซย์”

“โอเชี่ยนโดนลูกจิ้งจอกกัดเหรอ? มันจะแปลกเกินไปหรือเปล่า?”เอพริลร้องพลางหันไปหาแอมเบอร์เพื่อถามความคิดเห็น มือประครองแขนโอเชี่ยนที่มีรอยเขี้ยวเล็ก ๆเอาไว้ในมือโดยที่เจ้าของแขนทำน้ำตาคลอเรียกคะแนนสมเพช เอ๊ย สงสาร

“แปลกหรอครับ?”

                เพราบรรยากาศรอบตัวชี้ไปในทิศทางนั้นมันเลยทำให้คาราเมลต้องเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ เรื่องการที่ใครสักคนจะถูกสุนัขกัดไม่ใช่เรื่องแปลก เซนเซย์เองก็ไม่ใช่จิ้งจอกเชื่อง ๆเสียหน่อย แถมมันยังขี้หวงมาก พอเห็นโอเชี่ยนเข้ามาออเซาะเขาก็คงไม่พอใจขึ้นมา

“การเป็นที่รักของสัตว์ของคือพลังเอสเปอร์ของโอเชี่ยน นอกจากนี้หมอนี่ก็ยังฟังสัตว์รู้เรื่องในระดับหนึ่งเหมือนกัน”แอมเบอร์เป็นผู้ตอบข้อสงสัยแต่แทนที่คาราเมลจะทำหน้าแปลกใจกลับคลี่ยิ้มออกมาเฉยๆ

“อ๋า...”คาราเมลลากเสียงเมื่อได้ยินคำตอบก่อนสุดท้ายจะมุ่ยหน้าลงอย่างจงใจ”...พวกคุณอย่าเหมาว่าทุกความพิเศษเป็นพลังเอสเปอร์ไปจนหมดสิครับ”

คำพูดชวนไม่เข้าใจความหมายสร้างความงุนงงและสงสัยให้กับเหล่าหัวหน้าหน่วยโวคทั้งสาม พวกเขาลอบสบตากันในจังหวะที่คาราเมลเอาแต่สนใจลูกจิ้งจอก แอมเบอร์หรี่ตาพิจารณา รู้สึกไม่วางใจแต่ก็ไม่รู้สึกถึงอันตรายจากเด็กคนนี้ แต่ก็มีเรื่องติดใจสงสัยอีก ครั้นพอจะเอ่ยถามกลับถูกเอ่ยแทรกขึ้นมากะทันหัน

“ผมว่านี่ก็ดึกแล้ว...ผมกลับได้หรือยังครับแอมเบอร์”

“คืนนี้นายอยู่นี่ไปก่อนเถอะ กลางคืนแถวนี้มันอันตรายนะ”โอเชี่ยนเป็นฝ่ายพูดขึ้นแทนแล้วทำตาปริบ ๆ”พวกเราไม่ได้จะจับตาดูนายนะ แค่เป็นห่วงจริง ๆ”

“ตามที่เขาว่านั่นแหละครับ แล้วคุณจะโทร.ไปบอกที่บ้านก่อนไหม?”

                เอพริลเสนอด้วยควาหวังดี อย่างน้อยๆคนตรงหน้านั้นก็ยังเป็นเด็กอายุสิบเจ็ดที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต่อให้โอเชี่ยนบอกว่าคนคนนี้เป็นคนคนเดียวกับในรายงานเมื่อกลางวันว่าช่วยจัดการอาชญากรเอสเปอร์ก็ตาม...แต่เด็กก็คือเด็ก ไม่ว่าจะทำอะไรก็สมควรอยู่ในการรับรู้ของผู้ปกครองเสมอ

“ที่บ้านไม่มีใครอยู่หรอกครับ”คาราเมลว่าฉีกยิ้ม

“ทำไมล่ะ?”

“หม่าม๊าสิ้นไปตั้งแต่ผมสิบสองขวบ ส่วนป๊ะป๋าก็หายเข้ากลีบเมฆไปตั้งแต่ผมยังไม่เกิด ที่พอยืนยันว่ายังไม่สิ้นตามหม่าม๊าไปก็มีแต่เงินที่โอนเข้าบัตรนี่ทุกอาทิตย์แหละครับ”เด็กหนุ่มว่าเจื้อแจ้วพลางชูบัตรสีทองอร่ามให้ชายหนุ่มทั้งสามคนเห็น

เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินอย่างเอพริลหัวคิ้ววกระตุกกึก ต่อให้ความจำเลอะเลือนแค่ไหนแต่เขาก็ไม่เคยลืมหน้าตาไอ้บัตรสารพัดเหวนี่ไปได้หรอก

“นั่นมันบัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินของโวคนี่ มีบัตรนี่ก็เอาเงินในหน่วยออกมาใช้ได้ไม่จำกัด แค่มันอยูในค่าภารกิจก็พอ”

“ครับ?”เด็กหนุ่มก้มลงมองบัตรในมือก่อนจะทำหน้าตูมๆ”ทำไมผมไม่เห็นรู้ว่ามันใช่ แล้วเขาไปขโมยของใครมาล่ะเนี่ย?”

“ทำไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนของโวคบ้างล่ะ แต่ถ้าบัตรทองขนาดนี้...อย่างน้อยๆก็ต้องตำแหน่งระดับเดียวกับพวกฉัน แต่ไอ้ที่น่าสงสัยกว่าก็คือ...ทำไมบัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินที่ใช้ในการทำภารกิจถึงไปอยู่ในมือนายได้ ทำอย่างกับว่าคาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันจองนายรวมอยู่ในค่าใช้จ่ายในภาระกิจอย่างนั้นแหละ”

                ทั้งห้องเงียบกริบขึ้นฉับพลันกับคำพูดของแอมเบอร์ แต่ละคนต่างดูเครียดขึ้นมาเฉย ๆ โอเชี่ยนมองบรรยากาศตึงเครียดอย่างเซ็งจิต แต่ละคนดูเหมือนจะกำลังใช้สมองประมวลอย่างหนักไม่เว้นแม้แต่คาราเมลของเขาก็ด้วย คิดว่ายังไงๆเขาก็อยู่กับบรรยากาศแบบนี้ได้ไม่นานแน่...

“ฮ่ะ..ฮ่า พวกนายเลิกเครียดกันได้แล้วน่า นี่ๆถ้าหาป๊ะป๋าไม่เจอมาเป็นลูกฉันก่อนก็ได้นะคาร่า”โอเชี่ยนทำลายความเงียบสงบด้วยคำพูดคำจาไร้สาระตามแบบฉบับตน

“คาร่า??”คาราเมลทวนชื่อหวาน ๆนั่นด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกยังไม่ทันตั้งตัวก็โดนดึงเข้าไปกอดอีกหน

“ไหนเรียกป๊ะป๋าสิ”

“อ่า...ป๊ะป๋า”ว่าจบก็ฉีกยิ้มหวาน

“เป็นเด็กที่ว่าง่ายเกินพอดีจริงๆ”

แอมเบอร์บ่นงึมงำ ๆก่อนหันไปมองเอพริลที่คิ้วกระตุกเบาๆ เฮ้ๆ อย่าบอกว่าหึงน่ะ...

“งั้นให้เอพริลเป็นหม่าม๊าได้ป่ะครับ?”

“ห๊ะ???”

                ทั้งห้องประสานเสียงขึ้นพร้อมกันทันทีก่อนจะจ้องใบหน้าที่ฉีกยิ้มสดใสออกมา เหมือนจะเป็นเอพริลเองที่ขนลุกซู่ก็ถ้าเป็นหม่าม๊าเอพริล...โดยมีโอเชี่ยนเป็นป๊ะป๋า...พวกเขาก็ต้องเป็นสามีภรรยากันไม่ใช่หรือไง??

“ทะ...ทำไมล่ะคาร่า ทำไมต้องเป็นเอพริลล่ะ คนอื่นมีถมไป ป๊ะป๋าน่ะหาหม่าม๊าให้ได้เป้นร้อยคนเลยนะ บอกเสปคหม่าม๊าในฝันมาได้เล้ย~~~~~”โอเชี่ยนยิ้มร่าก่อนจะกอดคาราเมลแน่นขึ้นไปอีก

“เพราะผมว่าผมรักหม่าม๊ามากกว่าป่าป๋าน่ะสิ”

                ฉึก!

                งั่ม!

                โอเชี่ยนแข็งเป็นหินไปทันทีที่คาราเลตอบก่อนจะตามด้วยการโดนหมาจิ้งจอกงับเข้าอีกที เด็กหนุ่มมุดๆหัวออกมาจากอ้อมแขนคนที่แข็งเป็นหินไปแล้ว คาร่าเมลเดินเตาะแตะไปกอดเอพริลแล้วซุก ๆท่ามกลางความตะลึงงันของโอเชี่ยน

“ว๊าย หม่าม้าล่ะครับ ว๊ายแพ้ล่ะครับ ว๊าย”

                คนผมดำร้องอย่างกวนประสาท สายตาของผู้ชนะทะลุเลนส์แว่นไปกระแทกหน้าโอเชี่ยนหน้าหงายล้มไปกับพื้น คนผมดำหัวเราะหึหึในขณะที่แอมเบอร์ได้แต่ส่ายหัวกับความพิลึกพิลั่นนี่ เมื่อครู่ยังระแวงกันอยู่เลย อยู่ดี ๆมากอดกันทำไมล่ะนั่น

“ทำไม ทำไม ทำไม!!! ทำไมไม่ไปกัดเจ้าเอพริลบ้าง ทำไมมากัดแต่ฉัน!

                ชายผมแดงโวยวายพลางชี้โบ้ชี้เบ้ไปที่ชายผมดำที่แสยะยิ้มประหลาดอยู่ โอเชี่ยนดิ้นเหมือนเด็กที่ร้องจะเอาของเล่น ทั้งหนวกหูแล้วก็น่ารำคาญในคราเดียวกัน

“ก็หมามันรู้นะสิว่าใครบริสุทธิ์ใจและใครไม่!

“เด็กข้างบ้านกล่าวไว้ว่าสุนัขมักเห็นในสิ่งที่เราไม่เห็นครับ”

“ว๊ากกกกกกกกก”

                แอมเบอร์ทำได้เพียงถอนหายใจแล้วเสียบหูฟังเข้ากับหูกลบเสียงครอบครัวสุขสันต์(?)ที่จู่ ๆก็อุบัติขึ้นกลางห้องของเขา...นี่มันห้องเขานะไม่ใช่สถานที่สร้างสัมพันธิ์อันดีกับคนในครอบครัวน่ะ!

                ว่างเปล่า...คำที่ใช้ได้ในตอนนี้คือว่างเปล่า เมื่อตื่นมาแล้วพบว่าคนที่ควรจะนอนอยู่ข้างๆเขาอย่างคาราเมลหายไป เนื่องจากเมื่อคืนนี้สองสามีภรรยา(?)โอเชี่ยนละเอพริลทะเลาะกันว่าใครจะเอาเด็กหนุ่มไปนอนที่ห้องแม้ว่าเด็กหนุ่มนั้นจะยืนการว่าสามารถเดินทางกลับเองได้ก็ตามแต่ และเพื่อตัดรำคาญบวกกลัวข้างห้องจะมาด่าเสียเหลือเกิน คาราเมลเลยตัดสินใจเสียเองว่าจะค้างที่นี้ ที่ห้องของแอมเบอร์...แต่ไม่ถามสักคำว่าเจ้าของห้องโอเคหรือเปล่า...แล้วนี่มาหายไปไหน?

“อะไรของมัน?”

                แอมเบอร์สบถแบบหัวเสียหน่อยๆที่ร่างนั้นหายไปโดยที่ยังไม่ได้เรื่องอะไรเท่าไหร่ ก็ทำอย่างไรได้เด็กคนนั้นน่าสงสัยไม่หยอก ทั้งลูกจิ้งจอกที่กัดโอเชี่ยนแถมบอกว่าเป็นอาจารย์ของตนเอง เรื่องบัตรทองนั่นอีกแล้วไหนจะเรื่องเมื่อวานที่ไปยกเท้าอัดหน้าเอสเปอร์อาชญากรซะตึกยุบ คนธรรมดาทำแบบนั้นได้หรือไง?

“หื้อ?”

                แอมเบอร์ชะงักความคิดลงเมื่อกลิ่นหอมของอาหารเช้าลอยมาแตะจมูก เขาสาวเท้าตามกลิ่นหอมไปยังห้องครัว บนโต๊ะไม้ตัวเล็กมีจานใส่อาหารเช้าวางเอาไว้ ไข่ดาวที่มีหน้ายิ้มวาดด้วยซอสมะเขือเทศอยู่คู่กับไส้กรอกสองชิ้นและขนมปังปิ้งทาแยมอีกสองแผ่น กระดาษสีขาวที่ถูกฉีกมาลวก ๆถูกวางซ้อนไว้ได้จานอาหาร แอมเบอร์ดึงมาออกมาอย่าระมัดระวังไม่ให้จานอาหารเลื่อนตกลงมา นัยน์ตาสีม่วงหลุบลงอ่านข้อความในจดหมาย

ขอบคุณสำหรับที่พักและอาหารเย็นครับ

แอมเบอร์ถ้าคุณคือเอชโพธิ์ดำของผม

เราต้องได้เจอกันอีกแน่

ลงชื่อ

คาราเมล

“เอชโพธิ์ดำ??”ชายหนุ่มพึมพำพลาย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ มือตักอาหารเข้าหากไปสองสามคำ“เป็นเด็กที่แปลก...แต่เรื่องนั้นน่าจะลบล้างด้วยมื้อเช้าอร่อย ๆนี่”

 

“แอมเบอร์ไปกินข้าวกัน ไปกินข้าวกันเถอะ ฉันอยากกินทูน่าสลัดอ่าแอมเบอร์~~”โอเชี่ยนที่เดินออกมาจากลิฟต์ของที่พักเอ่ยชวนพลางคล้องแขนเข้ากับลำคอของเพื่อน ฟังคำพูดก็ดูออดอ้อนน่ะเอ็นดู แล้วทำไมมองภาพรวมแล้วมันถึงได้ดูอ้อนเท้าแบบนั้น

“ฉันกินแล้ว”แอมเบอร์ว่าในขณะที่มือยังคงกดโทรศัพท์

“แอมเบอร์กินข้าวเช้าแล้ว พูดเป็นเล่นน่ะครับ”

                เอพริลเบิกตาคมๆใต้กรอบแว่นขึ้นอย่างประหลาดใจ เท่าที่รู้จักกันมาแอมเบอร์เกลียดการทำอาหารเช้าและอาหารแช่แข็ง รวมถึงอาหารสำเร็จรูป ดัวนั้นเจ้าตัวถึงต้องไปหาที่ทานข้าวเช้าทุกเช้าโดยไม่มีข้อยกเว้น ถ้าวันไหนไม่ว่างก็ไม่ต้องกิน แล้ววันนี้ดันบอกว่าทานแล้วทั้งที่เพิ่งออกจากคอนโดมิเนี่ยมมาพร้อม ๆกัน

“มีคนทำให้น่ะ”ร่างสูงตอบตัดรำคาญกับความสงสัยทั้งเพื่อนทั้งสอง แต่นั่นดันกลายเป็นว่าเพิ่มความสงสัยเข้ามาอีกข้อหนึ่ง

“ใคร?”สองหนุ่มประสานเสียงกันโดยมีได้นัดหมาย พอสายตามองไปก็เห็นใบหน้าที่ยกยิ้มขึ้นมุมปากอย่างหาได้ยากยิ่ง

“คาราเมล”

                ว่าจบร่างสูงก็เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าเสื้อแล้วเดินออกไปอย่างไม่หันกลับมา เมื่อครู่...คงเป็นยิ้มเย้ยหยันอย่างผู้เหนือกว่าซินะ เซคัล แอมเบอร์....

 

“อะไรนะ? มีเอสเปอร์อาชญากรอีกแล้วหรอ?”เสียงโวคชั้นผู้น้อยกรอกเสียงใส่โทรศัพท์อย่างหัวเสียเ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมพวกอาชญากรมันถึงเพิ่มขึ้นทุกวันไม่คิดจะลดปริมาณลงเลย คนเราสมัยนี้เห็นการทำชั่วเป็นเรื่องสนุกไปแล้วหรืออย่างไร?

                แอมเบอร์ปลายตามองเจ้าของเสียงเรียบ ๆ เสียงนั่นไม่ได้ดังมากแต่ก็ลอดผ่านห้องกระจกเข้ามาให้ไดยินอยู่ดี คราแรกแอมเบอร์คิดจะปล่อยผ่านให้ลูกน้องได้ทำงานบ้าง แต่เพราะอารามสะกิดใจอะไรสักอย่างทำให้เขาถอนหายใจแล้ววางแก้วกาแฟในมือลง หมาป่าดำยันตัวลุกขึ้นอย่างไม่เต็มใจนัก

“ที่ไหน?”

“ค่ะ...ครับ?”

“ผมถามว่าเอสเปอร์อาชญากรอยู่ไหน?”ร่างสูงถามวำด้วยอาการที่บอกบุญไม่รับเล็กน้อย เขาใจดีช่วยออกไปจัดการให้ แล้วทำไมลูกน้องถึงซื่อบื้อในระดับที่ไม่รู้ความหมายของคำถามเขาแบบนี้ ถามแค่นี้จะมางงอะไร แอมเบอร์นึกโมโหอยู่ในใจ และพอได้คำตอบก็เดินออกไปจากตรงนั้นทันทีโดยไม่หันกลับไปมองสีหน้าไม่เข้าใจของเหล่าลูกน้องแม้แต่น้อย

                ตึกสูงกว่าห้าสิบชั้นถูกรุมล้อมไปด้วยรถของตำรวจในพื้นที่กว่าหลายสิบคันรวมทั้งชาวบ้านผู้ชอบเรื่องเสี่ยงตายของคนอื่นอีกนับร้อย ต่างคนต่างแหงนหน้ามองชั้นด่านฟ้าของที่นี่ ร่างสูงเดินเข้าไปกลางวงด้วยสีหน้าที่ไม่บ่งบอกอารมณ์แต่ทำให้สยองขวัญได้พอตัวเลยทีเดียว

“สั่งให้คนที่ไม่ใช่เอสเปอร์ออกห่างจากพื้นที่ไม่ต่ำกว่าร้อยเมตร”

“ครับ!

                ตำรวจหลายนายรับกันอย่างพร้อมเพียงเพราะรู้ว่าคนคนนี้เป็นถึงผู้บัญชาการของโวค เป็นตำแหน่งที่ขนาดผู้กำกับยังกลัว แล้วนับภาษาอะไรกับเหล่าตำรวจขั้นจ่า ชั้นหมวดอย่างพวกเขาเล่า เหล่าบรรดาพวกชอบยุ่งรื่องคนเสี่ยงตายต่างพากันถ่อยห่างอย่างไม่พอใจ แต่พอแอมเบอร์ปรายตาไปมองเล็กน้อยคนพวกนั้นก็ถอยฮือเหมือนตรงหน้ามันเกิดหลุมดำอย่างั้นแหละ

“สถานการณ์เป็นอะไรยังไง?”

“อ่า...คนร้ายเป็นเอสเปอร์ระดับสิบ เขาขู่ว่าถ้าไม่ยอมให้ในสิ่งที่เขาต้องการเขาจะฆ่าตัวประกันพร้อมกับระเบิดตึกทิ้งครับ”นายตำรวจที่ดูจะเป็นตำรวจชั้นสูงสุดเอ่ยตอบอย่างหนักแน่น

“ตัวประกัน...??”

                แอมเบอร์รู้สึกสังหรณ์ใจกับคำว่าตัวประกันขึ้นมาแปลกๆ อาจเพราะก่อนหน้านี้เขาเจอตัวประกันที่ทำตัวไม่สมกับเป็นตัวประกันมาเลยยังติดใจอยู่หน่อย ๆ หวังว่าตัวประกันที่ว่าคงไม่ใช่เจ้าของข้าวเช้าวันนี้ของเขา คงไม่มีใครซวยซ้ำซ้อนเป็นตัวประกันอีกหรอกใช่ไหม? แอมเบอร์คิดอย่างปลอบใจตัวเองก่อนจะมองขึ้นไปยังด่านฟ้าที่สูงกว่าห้าสิบชั้น ดวงตาสีม่วงเข้มเพ่งมองร่างสองร่างที่อยู่บนสุดของตัวตึก ร่างแรกที่กำลังถือปืนเป็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำ ผิวสีดำแดงดูหมาะเป็นผู้ร้ายสุดๆ แต่ที่สะดุดตาเขากลับไม่ใช่ร่างนั้น เพราะสิ่งที่เตะตาเขาสุดๆคือกลุ่มเส้นผมสีแปลกตา...สีคาราเมล ร่างสูงเพ่งสายตาที่เสริมด้วยพลังเอสเปอร์ไปยังร่างนั้นเพื่อดูให่ดีๆว่าไม่ผิดตัวแน่

“คาราเมล?”

“ครับ? ตัวประกันนั่นเป็นคนรู้จักท่านเหรอ?”นายตำรวจจอมอยากรู้สอดปากถามอย่างลืมตัวว่าไม่เหมาะไม่ควร

“ก็ไม่เชิง”แอมเบอร์ที่ขี้เกียจถือสาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งๆพลางมองร่างของคาราเมลที่โดนล็อกคออยู่อย่างไม่รู้จะพูดอะไร ก็ในมือร่างนั้นยังมีลูกจิ้งจอกตัวน้อยอยู่เลย...

                ร่างบนนั้นเองก็เหมือนเพิ่งมองลงมายังด้านล่างแล้วจำสีผมที่ตรึงใจ(?)เขาได้ เด็กหนุ่มฉีกยิ้มก่อนยกมือขึ้นสูงโบกเรียกอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

“เฮ้~แอมเบอร์ อาหารเช้าผมพอทานได้ไหมครับ? เพราะไม่รู้ว่าคุณชอบอะไรก็เลยทำแบบง่าย ๆไปให้น่ะครับ!

                มือที่ยกขึ้นโบกฟาดเข้ากับใบหน้าของคนร้ายเต็ม ๆอย่างที่เด็กหนุ่มไม่ได้ตั้งใจ แอมเบอร์ที่มองดูอยู่ด้านล่างเกิดอาการยกมือขึ้นกุมขมับครั้งแรกในชีวิต จะมาถามหาเรื่องรสชาติอาหารอะไรตอนนี้...เจ้าเด็กทึ่ม! จากที่ว่าอาจจะค่อยๆเจรจาไปก่อน กลับกลายเป็นว่าแอมเบอร์ต้องใช้พลังลอยตัวขึ้นไปบนอากาศท่ามกลางเสียงฮื่อฮาของเราคนมุ่งทั้งหลาย คาราเมลเล่นทำตัวน่าโมโหใส่แบบนั้น ถ้าเขาเป็นเอสเปอร์อาชญากรล่ะก็คงเหวี่ยงคาราเมลทิ้งลงมาจากตึกตั้งนานแล้ว

“แก! ไอ้เด็กบ้าแกทำอะไรหา???”

                เสียงตวาดดังขึ้นเรื่อยๆเมื่อแอมเบอร์บินสูงขึ้น นัยน์ตาสีม่วงฉายแววความเบื่อหน่ายเอาไว้เต็มที่

“หว๋า~ผมขอโทษครับ ผมแค่ทักทายคนรู้จักนี่ ก็แค่กังวลไม่ได้ทำของคาวนาน ฝีมือจะตกไปหรือเปล่า”

                ท้ายประโยคนั่นดูบ่นงึมงัมกับตัวเองเสียมากกว่า อีกทั้งฟังดูแล้วคนพูดน่าจะหลับตาปี๋ด้วยความกลัว แต่เปล่าเลยกลับยืนลูบขนจิ้งจอกน้อยในมือซะงั้นแหละ ท่าทางไม่กลัวอะไรจนแอมเบอร์เองยังนึกหวั่นใจ ถ้าไม่ใช่พวกมีฝีมือมากก็เป็นได้แค่พวกปัญญาอ่อนมากก็เท่านั้น ปัญญษอ่อนมากเหมือน ๆกับที่โอเชี่ยนเป็น

“ปล่อยตัวประกัน”

เมื่อมาถึงที่หมายแอมเบอร์ก็เอ่ยสั่งเป็นอย่างแรก ฟังน้ำเสียงดูก็รู้ว่าเบื่อหน่ายเต็มทน ไม่ใช่การจับผู้ร้าย แต่การต้องมาเจอคนปัญญาอ่อนในชีวิตคนที่สองต่างหากเล่า ชายหนุ่มมองหน้าคาราเมลทีกระดี๊กระด๊าไม่เข้าสถานการณ์แล้วอยากได้ยาขยายหลอดเสื้อสักสามแผง

“เฮ้ย!แก...แกขึ้นมาได้ยังไง??”

                ก็เพราะมัวทะเลาะอยู่กับเจ้าตัวปัญหาสินะถึงไม่ทันรู้สึกตัวว่าเขาขึ้นมาถึงด้านบนแล้ว ร่างสูงเรียกสายฟ้าสีดำเอาไว้ในมือเป็นเชิงข่มขู่ นัยน์ตาสีม่วงเข้มจ้องอย่างไม่ละสายตา มันจะดูเป็นฉากที่ดีมากเลยหากไม่มี...

“ว้าว~ เซนเซย์ดูสิครับ สายฟ้าของแอมเบอร์สวยมากเลยล่ะ สีดำ...สีเดียวที่เด็กข้างบ้านกล่าวไว้ว่าไม่มีวันแปดเปิ้อน เพราะมันแปดเปื้อนเต็มที่แล้ว”

“เฮ้ย!

                เป็นครั้งแรกในชีวิต(อีกหน)ที่แอมเบอร์หลุดจากการควบคุมตัวเอง ก็เด็กหนุ่มที่อยู่ในสถานะตัวประกันกลับพุ่งตรงมาเกาะขอบด่านฟ้ามองดูลูกพลังที่อยู่ห่างจากหน้าของตัวเองไปไม่ถึงคืบ นัยน์ตาสีอำพันฉายแววชื่นชมที่แฝงด้วยอารมณ์บางอย่างที่ไม่อาจหยั่งถึง แต่แอมเบอร์ตกใจมากกว่าที่อีกฝ่ายมาอยู่ตรงนี้ ตกใจเกินกว่าจะใส่ใจลายละเอียดปลีกย่อยในบรรยากาศประหลาดนี่

“ชอบมากนักก็ไปดูใกล้ๆไป!

                สิ้นเสียงร่างของคาราเมลก็ถูกหลังอย่างแรง ร่างที่ไม่ได้ระวังตัวแต่แรกก็เลยเสียหลักพุ่งมาข้างหน้าแต่แทนที่จะหาที่หยึดเหนี่ยวกลับกอดร่างของจิ้งจอกในมือไว้เฉย และนี่ก็เป็นครั้งที่สองที่แอมเบอร์หลุดปากร้องเฮ้ย!ออกมา ร่างสูงดิ่งลงด้านล่างไปหาร่างที่ร่วงไปก่อนหน้า พอคว้าข้อมือนั้นไว้ได้ก็ดึงเจ้าตัวแสบเข้าแนบตัว ก่อนจะรีบสลายพลังในมืออีกข้างรัดเอวอีกฝ่ายเอาไว้

                กึก!

“ไอ้ตัวปัญหา...”

                ทันทีที่เท้าแตะพื้นแอมเบอร์ก็เริ่มด่าอีกฝ่ายก่อนเป็นอันดับแรก นัยน์ตาคมจ้องดุเหมือนพ่อดุลูกก็ใกล้เคียงไม่น้อย คาราเมลทำหน้าหง๋อเหมือนลูกสุนัขหูลู่ห่างตก แต่วินาทีนี้Puppys eyes ก็ช่วยอะไรไม่ได้นอกจากช่วยทำให้โมโหมากขึ้นก็เท่านั้น

“อ๋า....แอมเบอร์อย่าโกธรผมนะ”

“นายคิดจะทำอะไรน่ะ คา-รา-เมล! นายคิดว่ามันสนุกมากหรือไงที่ต้องมาช่วยตัวประกันที่ก่อแต่ปัญหาน่ะ?”

 “ก็ผมน่ะ...ไว้ใจว่าแอมเบอร์จะต้องช่วยผมได้ทันแน่ ก็เราน่ะผูกพันกันด้วยไพ่ใบนี้นี่”ร่างนั้นยิ้มก่อนเดินเข้ามาใกล้พลางหยิบไพ่ที่ไม่รู้ออกมาจากไหนแตะลงบนอกของแอมเบอร์

                เมื่อระยะห่างลดลงจากสิบกลายเป็นศูนย์ ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก็ก่อขึ้นที่กลางอก แอมเบอร์มั่นใจว่ามันไม่ใช่อาการตกหลุมรัก แต่มันเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังพยายามออกมาจากกล่องปริศนาในหัวเขา เรื่องราวบางอย่างที่ลืมเลือนไปเหมือนจะถูกดึงกลับมา ทว่ามันกลับไม่ยอมกลับ ยังคงถูกกักขังอยู่ภาชนะไร้ก้นที่กึ่งกลางของความทรงจำ

“นาย....”

                ปัง!

                เสียงปืนดังขึ้นท่ามกลางบทสนทนา พูดที่คิดเอาไว้หายเข้าไปในลำคอ แอมเบอร์ตกใจเมื่อพบว่ากระสุนปืนไม่ได้ยิงพลาด และเขายิ่งตกใจหนุกเมื่อพบว่าปืนที่ถูกยิงออกไปนั่นมันเป็นปืนของเขาเองและถูกใช้งานห่างออกจากหูของเขาไม่ไปไม่ถึงคืบ! ไม่รู้ว่าคาราเมลคว้าปืนเขาไปตอนไหน รู้อีกทีเด็กหนุ่มก็ใช้งานมันไปแล้ว

“แต่เหมือนมีคนไม่อยากให้เราเจอกันดีๆนะครับ”

                เด็กหนุ่มเดินเข้าไปชิดแอมเบอร์เพิ่มขึ้นจนน้ำเสียงนั้นกระซิบข้างหู มันดูเหมือนการเข้าไปใกล้ชิดอย่างไร้เหตุผลแต่คนที่มีเล่ห์เหลี่ยมพอตัวอย่างแอมเบอร์ย่อมรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลัง...ใช้เขาเป็นโล่! ถ้าจะให้ดี แอมเบอร์ต้องประเมินคารามเลใหม่ตั้งแต่ต้น นี่ไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาไม่มีพิษสง นี่มันงูพิษชัด ๆ!

“วางปืนกระจอก ๆที่สู้ไม่ได้กับปืนสำหรับยิงเอสเปอร์ในมือผมลงแล้วมอบตัวซะ โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา ผมไม่ใช่โวคแต่แค่กำลังตอบแทนบุญคุณ ถ้าคุณไม่ทำ ปืนนี่จะไม่ใช้แค่คำขู่อีกต่อไป”

                เสียงนั้นเย็นเฉียบผิดกันคนละคน ยิ่งเสียงนั้นดังใกล้หูแอมเบอร์ด้วยแล้วเขารู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายน่าเกรงขามเกินเด็กหนุ่มที่เขารู้จักผิวเผินเป็นไหน ๆ คำพูดคำจาฟังดูราวกับเป็นโวคคนหนึ่งอย่างไรอย่างนั้น

“ฆ่าไม่ได้ใช่ไหมครับ?”เสียงกระซิบข้างหูทำให้แอมเบอร์พอเดาได้ว่าอีกฝ่ายถามกับตน เขาครางรับในลำคอ

“เรื่องอะไรฉันจะยอมเด็กอย่างแก โวคฉันยังไม่กลัวเลย!

“อ่า...งั้นคงต้องใช้กำลัง ไม่ว่ากันสินะครับ?”

                สิ้นเสียงมือข้างที่อุ้มจิ้งจอกน้อยไว้ทีแรกก็ปล่อยเจ้าลูกจิ้งจอกนั่นลงก่อนจะแตะลงบนไหล่แอมเบอร์ ร่างสูงมองอย่างงุนงง แต่แล้วก็เข้าใจในเวลาต่อมา...เด็กเจ้าปัญหาตรงหน้าใช้เขาเป็นหลักโดยใช้มือขวาข้างเดียวหยึดกับไหล่เขาแล้วส่งตัวขึ้นสูงกลางอากาศ!! เท้าสองข้างของเด็กหนุ่มชี้ฟ้าก่อนทันทีทีเหวี่ยงลงมาสนเท้าจะตรอกเข้าที่ศีรษะของเอสเปอร์อาชญากรอย่างพอดิบพอดี คาราเมลลงยืนเป็นพื้นจังหวะหนึ่งก่อนจะหมุนตัวเตะอัดก้านคอฝ่ายตรงข้ามอย่างแรงจนคอแทบหัก

                อั่ก!

                ร่างนั้นลอยไปชนกำแพงก่อนร่วงตุบลงมากับพื้น ปืนในมือซ้ายถูกยกขึ้นจ่อหน้าร่างที่กึ่งหลับกึ่งตื่นใบหน้าเรียบๆนั้นยกยิ้มขึ้นมาร่าเริงอีกครั้ง

“ยอม...หรือยังครับ?”

                ยอมตั้งแต่พอคุณถีบตัวขึ้นไปเอาเท้าชี้ฟ้าแล้วจ้า หลายคนที่มุงดูเหตุการณ์ส่งเสียงแบบนั้นในใจ จิ้งจอกน้อยเดินกลับมาคลอเคลียขาของเด็กหนุ่มอย่างรักใคร่ เจ้าของเรือนผมสีประหลาดก้มลงมองลูกจิ้งจอกอย่างนึกเอ็นดู จังหวะนั้นเองร่างที่กึ่งหลับกึ่งตื่นก็ลุกพรึ่บพลางง้างหมัดสุดแขน

                พลั่ก!

                ที่มาของเสียงครั้งนี้มีคาราเมลเป็นประธาน และมีผู้ร้ายร่างบึกเป็นกรรม...กรรมที่โดนคาราเมลยกเท้าขึ้นยันหน้าไปอีกโครมหนึ่งนะสิ!

“เด็กข้างบ้านบอกว่าไม่ให้ผมใช้มือปกป้องตัวเองจากใคร เพราะมือของผมมีส่วนสำคัญในการทำอาหาร และเด็กข้างบ้านยังกล่าวอีกว่าเวลาที่มีคนมาหลับตรงหน้าให้พูดว่าราตรีสวัสด์ครับ”ว่าจบคาราเมลก็ลดเท้างาม ๆลงแล้วค้อมตัวให้ฝ่ายที่สลบไปอย่างมีมารยาท เด็กหนุ่มหมุนตัวกลับไปหาแอมเบอร์ที่หันมามองเขาอยู่ตลอด ปืนสีดำในมือส่งให้ด้วยการจ่อกระบอกปืนที่หน้าอกข้างซ้ายจนแอมเบอร์แอบใจสั่นละทึก

“ปัง”      

                เด็กหนุ่มว่าออกมาเบาๆก่อนหัวเราะคอกคักดูน่ารัก แต่ภาพลักษณ์ของคาราเมลที่มีต่อเขาเปลี่ยนไปตั้งแต่เห็นอีกฝ่ายถทือปืนเขาไว้ในมือแล้ว

“ถ้าผมเป็นศัตตรูแอมเบอร์ตายไปนานแล้วครับ ไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องระแวงผม แต่ก็ๆม่มีเรื่องอะไรที่ต้องไว้ใจผมเหมือนกัน ปืนนี่ผมคืนให้ครับ ไว้เจอกันเมื่อโชคชะตาทำงาน...ผมหวังว่าเราจะไม่ต้องพบกันอีก”

                ว่าจบร่างนั้นก็ถอิยหลังห่างออกไป กว่าจะรู้สึกตัวคาราเมลก็หายลับไปกับฝูงชนอีกครั้ง

 

พี่หมาป่ายิ้มร่ามองน้องแกะแลพลันตอบทันใด

แต่นี่ไม่ปกติเพราะเช่นนั้นแล้วหมาป่าจึงต้องปวดหัวกับลูกแกะแทน....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #482 butterfly-white (@butterfly-white) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 20:43
    คือดีอ่ะ!!!!!!!!! ชอบ!!!!!!!
    #482
    0
  2. #329 ThE PriNecSs Of DeViL (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 15:21
    คาเรเมลเจ๋งอ่ะ
    #329
    0
  3. #320 ปีศาจสีเงิน (@aaron-anael-abel) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2558 / 01:26
    ชอบคาร่าอ่ะ นางเก่งจัง ปลื้มมมมมม~ ป.ล.โกรธ เขียนแบบนี้ค่ะ
    #320
    0
  4. #241 KillerKill (@valasmps) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2557 / 16:30
    คาราเมลหนูเก่งมากกก
    #241
    0
  5. #221 hertzz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 01:33
    ลูกแกะร้ายกว่าหมาป่าเสียอีก

    คาราเมลเป็นใครกันแน่นะ
    #221
    0
  6. วันที่ 26 ธันวาคม 2556 / 15:38
    อยากกินอาหารที่คาราเมลทำจังเลย...คาราเมลสู้ๆ
    #179
    0
  7. #112 กระต่ายแห่งความทรงจำ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2556 / 13:12
    ชอบคาราเมลที่สุดค่ะ นิสัยน่ารัก(?)ดีค่ะ
    #112
    0
  8. #84 Lam[Bor]Ghini'z ...~ (@arrunna) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2556 / 02:20
    ของคราว
    หมายถึง ของคาวป่ะ?
    (ถ้าเข้าใจผิดขออภัย)
    #84
    0
  9. วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 10:50
    น่าสนใจ
    #57
    0
  10. วันที่ 18 มิถุนายน 2556 / 20:22
    สนุกดีชอบๆ

    #37
    0
  11. #23 Night-Fatima (@drakness13) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2556 / 20:49
    ชอบมากแบบว่าชอบสุดๆ ชอบเวอร์อะคาราเมลเทพมากแต่คนเขียนเทพยิ่งกว่า แต่งนิยายสนุกๆแบบนี้อกมาได้ยังไงค่ะ!!!!
    #23
    0