Little Sheep or Werewolf แกะตัวนั้นที่มันเป็นหมาป่า

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 24,296 Views

  • 485 Comments

  • 1,072 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    34

    Overall
    24,296

ตอนที่ 38 : Little sheep Eight::คนแก่และเด็กน้อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 591
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    5 ต.ค. 58

Little sheep Eight

คนแก่และเด็กน้อย

 

คาราเมลเดินตามหลังคนผมแดงต้อยๆด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์ เขานี่รีบจะเป็นจะตายอยากกลับไปหาพวกแอมเบอร์เพราะได้ข่าว(จากไอ้คนผมแดงข้างหน้า)ว่าอีกสามคนปะทะกับมิดไนท์และชินเรย์ ใจร้อนรนจนแทบเป็นบ้าแต่ตาแก่แอ๊บเด็กข้างหน้ามันยังมาเดินแว๊ะกินขนมอยู่ได้!

“โอ๊คครับ!เดินแบบนี้อีกสิบปีจะถึงหน่วยไหมครับ!”คาราเมลถามกระแทกเสียง

“อ่า....ถึงให้ช้าที่สุดน่ะดีแล้ว”คนผมแดงว่าแล้วหัวเราะในลำคอ ดูท่าจะพอใจอารมณ์เสียๆของเด็กหนุ่มผมคาราเมลเป็นการใหญ่

“เมอร์ลิน โอ๊คครับ....”

คาราเมลกดเสียงใส่อีกฝ่าย หน้าตาดูไม่มีวี่แววการล้อเล่นใดๆแล้ว หมาป่าสีขาวกำลังอารมณ์เสียมากถึงมากที่สุด ตั้งแต่เซนเซย์ขอตัวล่วงหน้ากลับไปก่อนเพื่อไปตามหาว่าผู้โกงความตายกระเด็นไปอยู่หลืบไหน โอ๊คก็เอาแต่เดินชมนกชมไม้ราวกับไม่รู้สถานการณ์อะไรทั้งสิ้น ทำไมพ่อลูกถึงนิสัยต่างกันขนาดนี้นะ!

“อยากกลับเร็วๆงั้นหรอครับ?”โอ๊คเอียงคอถาม

“ก็ใช่สิครับ”คาราเมลตอบทันควัน

คนผมแดงยกมือลูบกิ๊ฟติดผมที่เก็บผมฝั่งขวาของตนเอาไว้เลื่อนลงมาถึงต่างหูห่วงสีเงินสองสามอันที่หูก่อนจะยิ้มออกมา

“โอเคครับ!

สิ้นเสียงคนผมแดงก็มีเสียงดีดนิ้วตามมา คาราเมลเหมือนโดนลากขึ้นบนอากาศก่อนถูกปล่อยให้ตกลงมาบนเบาะแข็งๆที่รู้สึกแปลกๆ เด็กหนุ่มผมคาราเมลจิ๊ปากแล้วเอียงคอไปมาช้าๆคล้ายระงับสติอารมณ์

“เล่นบ้าอะไรเนี่ยครับ!”เด็กหนุ่มออกปากโวยทันทีที่เห็นโอ๊คยืนอยู่ใกล้ๆ แต่เอ๋...ตัวเขาเหมือนนอนอยู่แต่ทำไมเขาถึงอยู่ระดับอกอีกฝ่ายได้เล่า??

“ที่บอกให้นายกินข้าวเยอะๆนี่มันไม่เข้าหูเลยใช่ไหม?”เสียงทุ้มคุ้นๆทำให้เด็กหนุ่มค่อยๆเบนหน้าไปทิศทางตรงข้ามกับเด็กหนุ่มผมแดงที่กำลังหัวเราะคิกคักถูกใจ...

“แอมเบอร์!

คาราเมลร้องลั่นพลางดิ้นพล่านจนตกลงมาจากแขนแอมเบอร์ แต่ก่อนจะลงไปคิสซีนกับพื้นก็มีอีกมือหนึ่งมารับเขาไว้เสียก่อน

“สวัสดีตัวปัญหา”

“เคียวย๊า!”คาราเมลร้องลั่นแต่คราวนี้ไม่ได้ดิ้นเหมือนที่เป็นกับแอมเบอร์ เขานอนตัวแข็งทื่อจนอาจารย์หน้าสวยปล่อยให้เขาลงไปยืนกับพื้นนั่นแหละ

“ใครบังอาจเอาสัตว์อันตรายมาไว้ในหน่วยครับเนี่ย!

คาราเมลที่วิ่งไปซุกหลังแอมเบอร์ได้ก็ออกปากโวย แม้จะรู้สึกสังหรณ์ใจตั้งแต่ที่โอ๊คโพล่ออกมาพร้อมกับเซนเซย์ว่าเหมือนพวกอาจารย์อีกสองคนที่เหลือมีสิทธิ์จะออกมาจ๊ะเอ๋เขา แต่ไม่คิดว่าคนที่ต้องเจอถัดมาจากโอ๊คจะเป็นเคียวยะ

“ผมไม่ได้อันตรายขนาดนั้นซะหน่อยครับ ทำไมตัวปัญหาถึงทำท่าเกรงกลัวผมมากขนาดนั้น จริงไหมศิษย์รัก?”

“ครับอาจารย์ที่เคารพ...”

โอเชี่ยนตอบเสียงเหนื่อยอ่อนโดยมีเอพริลยืนลูบหลังอย่างปลอบโยนอยู่ห่างๆ ตั้งแต่เคียวยะปรากฏตัวออกมาโอเชี่ยนก็แทบจะลืมว่าตัวเองชื่ออะไรแล้วทำความเข้าใจใหม่ว่าเขามีชื่อว่า”ศิษย์รัก”ซะแล้ว!

“แล้วทำไมอยู่ๆถึงโพล่ออกมากันล่ะครับ?”คาราเมลปรายตามองรอบห้อง มีทั้งพวกเขาสี่คน เบลเฟกอลที่นั่งแหงนหน้าวางหัวบนพนักพิงโดยมีที่ปิดตาสีแดงอยู่บนหน้า ทริปเปิ้ลที่นั่งเล่นหมากลุกอยู่กับโยกังโดยมีลูนอสเป็นกองเชียร์ทั้งสองฝั่ง

“ดูไม่รู้ร้อนรู้หนาวกันเท่าไหร่นะครับ? ทำเหมือนรู้ว่าจะมีใครมา”เด็กหนุ่มกอดอกพร้อมเสียงประชดเล็กๆที่ทำให้นอกเหนือจากหมาป่าทั้งสามและเคียวยะกับโอ๊คต้องละสิ่งที่ทำแล้วเปลี่ยนไปสนใจเด็กหนุ่มแทน

“คุณเคียวยะมาถึงที่นี่ตั้งแต่เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน นั่นน่าจะมากพอให้พวกเราปรับตัวนะทริสเต้”ลูนอสว่า

“ตลอดระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงที่นายไม่อยู่ฉันกับคนอื่นๆก็ทำความเคยชินกับเสียง”อาจารย์ที่เคารพ”และ”ศิษย์รัก”ได้แล้ว”โยกังเสริม

หนึ่งชั่วโมง.....คาราเมลทวนเวลาที่เขามาช้าในใจแล้วหันไปมองคราดทาโอ๊คที่ลอยหน้าลอยตาทำไม่รู้ไม่ชี้

“เคียวยะสูงขึ้นเยอะเนอะ สูงได้ยังไงอ่ะแก่แล้วแท้ๆ”

“บังเอิญว่าผมเด็กกว่าคนแก่แถวนี้บางคนนะครับ อยู่ในวัยกำลังโต”

“ฉันยังไม่ถึงวัยนั้นสินะ เคียวยะนำฉันลิ่วๆเลย”

“โกหก”

นับเป็นไม่กี่ครั้งที่คาราเมลจะเห็นแอมเบอร์และโอเชี่ยนออกความคิดเห็นตรงกันเป็นครั้งแรก สองหมาป่าหันไปมองหน้ากันแล้วทำสีหน้าที่รู้กันดีอยู่สองคน

“น่าๆแอมเบอร์ครับอย่าซีเรียสเลย”คาราเมลเดินเข้าไปตบไหล่”การมีพ่อชอบแอ๊บเด็กน่ะผมเข้าใจความรู้สึกครับ”

“????”

สามหมาป่าหันกลับไปมองเด็กหนุ่มโดยไม่ได้นัดหมาย คาราเมลส่งสีหน้าไม่เข้าใจใส่ทั้งสามคน เขาทำอะไรผิดงั้นเหรอ?

“นายรู้ได้ไงว่าหมอนี่เป็นพ่อฉัน?”ตรงคำว่าหมอนี่แอมเบอร์ชี้นิ้วไปที่โอ๊คอย่างไร้ซึ่งความเคารพ

“ก็...อย่าลืมสิครับว่าในตัวผมมีอะไรอยู่ ผมย่อมเคยเจอพวกเขาเป็นธรรมดา การที่จะรู้ว่าใครมีลูกไม่มีลูก แล้วลูกชื่ออะไรยังไง ผมต้องรู้เป็นธรรมดา”คาราเมลอธิบาย

“แล้วคาร่าเคยเจอพวกฉันมาก่อนหรือเปล่า?”

คำถามของโอเชี่ยนทำให้ทั้งห้องเงียบกริบโดยมิได้นัดหมาย นอกจากสามหมาป่าทุกคนสงสายตาที่มีนัยยะแอบแฝงไปที่เด็กหนุ่มผมคาราเมลพร้อมกัน คาราเมลเบนสายตามองรอบห้องก่อนจะยิ้มออกมา

“ต้องไม่เคยอยู่แล้วครับ”

“อะไรหว้า...”ลูนอสบ่นอย่างเสียดาย แม้อยากจะฆ่าอีกฝ่ายเต็มกำลังแต่คาราเมลต้องทำเป็นไม่สนใจพร้อมเปลี่ยนเรื่อง

“ว่าแต่พวกแอมเบอร์โอเคกันหรือเปล่าครับ? ปะทะกับพวกนั้นมานี่”

เด็กหนุ่มไม่เรียกชื่อของใครออกไปสักคำ เพราะไม่ว่าจะชื่อบุคคลหรือชื่อกลุ่มล้วนมีผลกระทบต่อใจของคนที่อยู่ในอาคารแห่งนี้ นัยน์ตาสีอัมพันไล่มองสามหมาป่าอย่างเป็นห่วงเป็นใยด้วยความรู้สึกจริงๆที่ออกมาจากข้างใน

“สลบไปประมาณนาทีครึ่งน่ะ ไม่เป็นอะไรมากหรอก ฮ่าๆๆๆ”โอเชี่ยนตอบออกมาก่อนพร้อมหัวเราะร่า ทั้งที่ความจริงแทบจะยืนเองไม่ได้ถ้าไม่พิงโซฟาเอาไว้แท้ๆ

“ผมอยู่หลังโอเชี่ยนตลอดน่ะครับ เลยไม่เป็นอะไรเหมือนกัน”เอพริลว่าบ้าง ทางนี้ก็ปวดตาจนน้ำตาไหลเองเป็นชั่วโมงยังทำปากแข็งปฏิเสธอยู่ได้

“ฉันปกติดี ว่าแต่นายเถอะหายไปไหนมา”

เพราะไม่คิดว่าแอมเบอร์จะเปิดปากถามคาราเมลเลยนิ่งไปชั่วครู่ทั้งๆที่ยังยิ้มให้อีกฝ่ายอยู่ สมองกำลังรวนๆเพราะตกใจที่พบกับพวกอาจารย์เลยคิดหาคำแก้ตัวไม่ทัน

“คาร่าจังน่ะไป....”

“อ่า~โอ๊คครับ ในตู้เย็นมีวุ้นองุ่นน่ะครับ”

เคียวยะขัดขึ้นมาเสียเฉยๆพร้อมล็อคคอลากคนผมแดงที่เตี้ยกว่าเล็กน้อยให้เข้าไปหาตู้เย็นด้วยกันเป็นเพื่อน คาราเมลมองตามไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ เขาเพิ่งอยากกระโดดกอดเคียวยะครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต รู้สึกรักเคียวยะจังเลย!

“ตอบ...”

“อ๊ะ!แอมเบอร์ครับ แล้วคุณสู้กับพวกนั้นยังไงในเมื่อสร้อยอยู่ที่ผมน่ะ?”คาราเมลโพลงขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ เขาควักเอาสร้อยสีดำออกมาโชว์หราตรงหน้าหมาป่าดำ

“น้ำตาของเมอร์ลินอยู่ที่ผมแล้วคุณใช้พลังยังไง?”

ทันทีที่ได้ยินชื่อของสิ่งที่เด็กหนุ่มสวมใส่ทุกสายตาก็พลันเปลี่ยนมาจ้องที่หน้าของแอมเบอร์แทนโดยที่คาราเมลไม่รู้ตัว แอมเบอร์กวาดสายตามองคนรอบๆแล้วเอามือล้วงกระเป๋า

“ฉันสำรองพลังไว้ในแหวนเพื่อฉุกเฉินแต่แรก”แอมเบอร์ว่าเรียบๆ

“แล้วถ้ามันหมดจะทำยังไงครับ? คราวหลังถ้าไม่มีผมก็ไม่ควรสู้นะรู้ไหม? ไม่งั้นคุณก็เอาสร้อยนี่คืนไปเลย อยู่กับผมมันจะทำคุณลำบากนะ!”คาราเมลต่อว่า

“ถ้าไม่อยากให้ฉันลำบากก็อย่าออกไปไหนมาไหนเองโดยไม่มีฉันคอยควบคุมสิเจ้าตัวปัญหา ที่ฉันให้ใส่เพราะอยากให้นายอยู่ในสายตาไม่ใช่หรือไง?”แอมเบอร์ว่าอย่างหงุดหงิด

“เอ๊า! นั่นความผิดผมหรือไง?”คาราเมลร้องอย่าไม่พอใจ

“หึหึ”

เสียงหัวเราะแผ่วๆทำให้สองดื้อที่กำลังโต้เถียงกันหันกลับไปมองที่หน้าต่างทันที ที่หน้าต่างปรากฏชายหนุ่มผมยาวละคอสีดำแกมม่วงนั่งห้อยขามองพวกเขาพลางหัวเราะในลำคอ บนศีรษะมีผ้าพันแผลเก่าๆพันรอบหัว รวมทั้งบนตาขวาก็มีแผ่นปิดตาสีขาวคาดเอาไว้ ตาอีกข้างที่เหลือเป็นสีม่วงเข้มคล้ายแอมเบอร์แต่ให้ความรู้สึกลึกลับและน่ากลัวยิ่งกว่า

“ข้าไม่คิดสักนิดว่าลูกของโอ๊คจะมีมุมน่ารักๆแบบนี้ด้วย”ชายหนุ่มว่า

“พูดแบบนี้ไม่กลัวโดนประหารด้วยสายตาหรือไง?”

คาราเมลเพิ่งสังเกตเห็นลูกจิ้งจอกหิมะที่ชายหนุ่มอุ้มมาด้วย นัยน์ตาสีอัมพันจ้องมองคนตรงหน้าที่เพิ่งปรากฏตัวเขามาด้วยสายตาพิจารณาก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ

“อาจารย์....”

นั่นไม่ใช่เสียงของเด็กหนุ่ม คนที่พูดคล้ายละเมอออกมาคือชายหนุ่มผมดำนามเอพริล ดวงตาใต้เลนส์แว่นกระพริบปริบๆเมื่อมองเห็นคนตรงหน้า

“ทำไมถึงได้.....”

“ข้าก็มาทำตามหน้าที่น่ะสิ ที่รักของข้า”ผู้โกงความตายตอบพร้อมรอยยิ้ม

“ไม่ครับ..”เอพริลปฏิเสธ”ที่ผมจะถามคือทำไมคุณถึงมีสภาพไม่ต่างกับคนแก่บาดเจ็บสาหัสแบบนั้นล่ะครับ ยับยังกับโดนหมาบ้ากัด”

ต่อให้ห้องนี้ไม่เงียบก็คงยังมีคนได้ยินเสียง”โครม!”ที่เกิดจากการล่วงลงมาจากกรอบหน้าต่างของผู้โกงความตาย อุตส่าห์ปรากฏตัวอย่างงดงามและดูเป็นพระเอก ทำไมเอพริลถึงไม่มีอารมณ์ร่วมกับเขาเลยนะ!

“อ่า ว่าแล้วใครมาส่งเสียงดังหนวกหูอยู่ที่นี่ ที่แท้ก็เดทเธลนี่เอง หวัดดีๆ”โอ๊คที่เดินกลับมาพร้อมถ้วยวุ้นองุ่นขนาดใหญ่โบกมือที่ถือช้อนทักทาย

“คิกคิก ศิษย์ของคุณคงมองไม่เห็นความเท่ห์อันน้อยนิดในตัวคุณสินะครับ”เคียวยะปิดปากหัวเราะอย่างงดงามก่อนจะเดินเข้าไปหาโอเชี่ยน

“ถ้าเป็นศิษย์รักของผม ไม่ว่ายังไงคงไม่โง่งมปล่อยให้อาจารย์ตนหน้าแตกหรอก จริงไหมครับไคโตะ”

“ครับอาจารย์ที่เคารพ”โอเชี่ยนว่าแล้วยิ้มหวานให้เคียวยะที่เตี้ยกว่าตนเล็กน้อย

“น่ารักจริงๆด้วยสินะ ไคโตะของผมน่ะ”ชายหนุ่มว่าพลางกอดแน่นจนโอเชี่ยนหน้าแดง

“ไม่ๆๆๆ! ที่รักของข้าต่างหากที่น่ารักที่สุด!”เดทเธลหรือผู้โกงความตายโวยวายจนหมดหมาดก่อนจะพุ่งเข้าไปกอดเอพริลบ้าง

“แอมเบอร์หรอกครับที่น่ารักมุ้งมิ้งที่สุด! พวกคุณมันของปลอม!”โอ๊คโวยลั่นก่อนจะเข้าไปกอดหมับที่แอมเบอร์โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้สึกตัว

“คาราเมลของผม/ข้าหรอกน่ารักที่สุด!”เบลเฟกอลที่ตื่นมาทันเข้าฉาก(?)กับเซนเซย์ที่วิ่งตึกๆกระโดดเกาะคาราเมลร้องออกมาพร้อมกัน

“ปล่อยผม/ฉันนะพวกตาแก่งี่เง่า!!!

หมาป่าขาวและดำตะโกนก้องพร้อมกันอย่างเหลืออดพลางดิ้นพล่านให้หลุดจากปลิง(?)สีขาวและสีแดง โดยมีโอเชี่ยนที่ยืนหน้าแดงกับเอพริลที่ทำหน้าไร้อารมณ์เป็นแบล็กกราวน์ประกอบฉาก

“อ่า...นี่มันงานอวดลูกหรือเปล่าน่ะครับ?”เอพริลมองแล้วกระพริบตาปริบๆ

“ไม่อวดมั่งหรอครับ โดนคนอื่นแย่งไปแล้วล่ะนั่น”ลูนอสว่าพลางมองไปยังกลุ่มความวุ่นวาย

“ไม่ล่ะครับ เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อเขานั่งหัวโด่อยู่นี่”ทริปเปิ้ลว่าพลางหัวเราะโดยมีโยกังส่ายหัวประกอบ

“นี่มันงานเลี้ยงรุ่นคนแก่ชัดๆ เริ่มรู้สึกดีใจที่ไม่มีอาจารย์แล้วสิครับ”โยกังพึมพำพลางมองความวุ่นวายตรงหน้าด้วยสีหน้าราบเรียบ

ถ้าพูดถึงศิษย์ติดอาจารย์...พูดถึงโอเชี่ยน

ถ้าพูดถึงศิษย์ที่ไม่เข้าใจฟิลลิ่งของอาจารย์....พูดถึงเอพริล

แต่ถ้าพูดถึงศิษย์ที่กล้าแม้กระทั่ง”ถีบ”อาจารย์ของตนเอง....พูดถึงคาราเมลและแอมเบอร์

“ค่าเสียหายของห้องนี้ผมจะเก็บกับใครดีล่ะครับเนี่ย...”เอพริลพึมพำ

“ข้า/ผม/ฉันไม่เกี่ยว”

โอเชี่ยน เคียวยะ และเดทเธลตอบทันควันก่อนจะเขยิบตัวหายไปอย่างแนบเนียน.....

 

“นี่พวกคุณมากันทำไมตั้งสามคนครับเนี่ย?”

หลังจากสู้รบตบแปะกันไปมาพอเป็นพิธี ทุกร่างก็ย้ายที่สิงสถิตมาอยู่ที่ห้องประชุมขนาดใหญ่เพื่อความสะดวกและความเป็นส่วนตัวในการพูดคุย

“หรือจะมาคุยเรื่องเบี้ยยังชีพหลังปลดเกษียณครับ คุณตา?”

คาราเมลถามหน้าซื่อ ยกนิ้วชื่อขึ้นจิ้มแก้มตัวเองพลางเอียงคอมองอย่างน่ารักหน้าชัง สามคุณตาที่มองอยู่ถึงกับอดชมออกมาไมได้ว่า...

WTF!!! เหอะเจ้าตัวแสบ!

“ทำไมไม่คิดอะไรที่มันสร้างสรรค์และไม่เสียดสีบ้างนะ”โอ๊คว่าอย่างเซ็งๆพลางมองคนที่ยักคิ้วให้เขาอยู่ น่ากระทืบเหมือนพ่อมันไม่มีผิด!

“ตอนนี้ในห้องประชุมก็มี...ผม แอมเบอร์ โอเชี่ยน คาราเมล คุณเบลเฟกอล คุณทริปเปิ้ล อาจารย์ คุณเคียวยะ คุณลุง คุณโยกัง แล้วก็คุณลูนอส อ่อ..มีเซนเซย์ด้วยสินะครับ นับๆแล้วก็สิบเอ็ดคนกับหนึ่งตัว...มากขนาดนี้จะตั้งทีมฟุตบอลกันหรือไงครับ?”

“บอกว่าอย่าเรียกลุงไงเอพริล ให้เรียกคุณโอ๊ค หรืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่คำเรียกที่มันแก่แบบนั้น เรียกคนที่หน้าเด็กกว่าตัวเองว่าลุงไม่รู้สึกแปลกๆมั่งหรือไงกัน?”โอ๊คแย้งขึ้นมาพลางกอดอกด้วยใบหน้าไม่พอใจเท่าที่ควร

“ก็เรียกลุงมาตลอดชีวิตที่ผ่านมา แล้วจะให้เปลี่ยนตอนนี้ใครมันจะไปทำได้ล่ะครับ”เอพริลแย้งกลับทันควัน

“น่าๆ อย่าเพิ่งทะเลาะกันเลย เวลาเรามีจำกัดนะ”เบลเฟกอลห้ามขึ้นมาทันที เป็นครั้งแรกที่คุณผบ.พูดในสิ่งที่เข้าท่า

“สรุปเราไม่ได้มาตั้งทีมฟุตบอลอย่างที่เอพริลว่าใช่ไหมครับ?”โอเชี่ยนยกมือขึ้นถาม

“อ่า...นั่นเองก็น่าสนนะ BB FCเป็นไง ชื่อทีมน่ะ?”

“ปัญญาอ่อนใหญ่แล้วนะเบล”

เคียวยะเอียงคอว่าพลางยยิ้มหวาน ท่าทางน่ารักแต่คำพูดทำไมมันเนกาทีฟแบบนั้นนะ! เบลเฟกอลยู่หน้าพยายามไม่สนใจคำด่าจากปากอาจารย์คนสวย สองมือประสานกันก่อนตวัดขาขึ้นไคว่ห้างเอียงคอแล้วยิ้มเพิ่มนิดหน่อยตามแบบที่ชอบทำ

“ก็น่าจะรู้อยู่แล้วนี่ว่าฉันจะพูดเรื่องอะไร”

“แบล็กโฮล”

“ปิ๊งป่อง! ถูกต้องตรงประเด็นเลยแอมเบอร์”

ผบ.ผมขาวว่าเสียงร่าก่อนจะผสานมือเท้าคางตัวเอง ริมฝีปากสวยยกยิ้มจนดวงตาเป็นประจันทร์เสียว ลำคอฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์ในขณะที่คนอื่นนั่งอยู่ด้วยความกดดัน

“ถึงเวลาที่เราต้องเอาจริงกันบ้างแล้ว”

!!!

ความกดดันรอบตัวที่สัมผัสได้ทำเอาทุกคนยกเว้นคาราเมลสะดุ้ง แม้จะเป็นอาจารย์ทั้งสามก็ไม่อาจจะทำตัวปกติได้ เด็กหนุ่มผมคาราเมลปลายตามองคนที่นั่งอยู่ข้างตนด้วยการปรามเล็กๆเบลเฟกอลจึงคลายบรรยากาศน่าอึดอันนี่ไป

“ถ้าตั้งแต่นี้ต่อไปฉันจะขอเป็นคนออกคำสั่งทั้งหมดหวังว่าจะไม่มีคนค้านอะไร ในฐานะผู้บัญชาการสูงสุดของหน่วยโวคผู้ดูแลความปลอดภัยของเอสเปอร์ทั่วโลก ฉันคงปล่อยให้เรื่องนี้ลุกลามกว่านี้ไมได้”น้ำเสียงร่าเริงหลุดเนื้อหาที่จริงจังออกมาก่อนจะเริ่มร่ายยาวโดยไม่รอฟังใครทั้งสิ้น

“ฉันอยากบรรจุโยกังและลูนอสเข้าเป็นทีมหน่วยข่าวพิเศษของโวคโดยขึ้นตรงต่อฉัน หมายความว่าทั้งสองคนไม่ได้อยู่ภายใต้หน่วยของโอเชี่ยน และหน่วยของโอเชี่ยนจะไม่รับรู้ข้อมูลเชิงลึกของเรื่องนี้ หรืออีกนัยหนึ่งถ้ารู้ก็ต้องบอกว่า”ไม่รู้” เพราะถ้าฉันได้ยินใครสักคนบอกว่ารู้ข้อมูลเรื่องนี้ในเชิงลึก...วิธีจัดการคงไม่สวยหรูนัก”

“ทำไมต้องปิดบังขนาดนั้นด้วยล่ะ”

ชายหนุ่มผมขาวปรายตามองผู้โกงความตายแล้วยิ้มแบบปกติ”ฉันไม่อยากให้เรื่องที่ว่าร่างของคาราเมลมีเวทย์โบราณซ่อนอยู่หลุดออกไป มันไม่ได้มีแค่แบล็กโฮลแน่ที่ต้องการกำจัดผู้มีพลังพิเศษออกไป หลายคนที่ถูกตัดสิทธิ์ต่างๆเพราะไม่มีความสามารถเท่าเอสเปอร์ต่างก็แค้นใจอยู่แล้ว มีความเป็นไปได้ที่คนพวกนั้นจะร่วมมือกับแบล็กโฮลแล้วชิงตัวคาราเมลไป ถ้าคนพวกนั้นเป็นเพียงผลเรือนธรรมดาตามกฎแล้วเราก็ทำอะไรพวกเขาไม่ได้”

“แล้วทำไมพวกผมตองบรรจุเข้าในฐานะคนของโวคด้วยล่ะครับ?”โยกังเลิกคิ้ว

“อภิสิทธิ์ของโวคมีมากกว่าที่พวกเธอคิด แม้ว่าลำพังความสามารถและพลังของเธอทั้งสองคนจะช่วยหาข้อมูลได้ดีอยู่แล้ว แต่ว่าการเป็นเจ้าหน้าที่พิเศษจะช่วยอีกหลายเรื่องได้ อีกอย่างฉันอยากให้ข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับคาราเมล...อยู่ภายใต้การรับรู้ของฉัน”

“หมายความว่าไง?”

“ฉันบอกไปแล้วว่าไม่อยากให้ข้อมูลรั่วไหล เพราฉะนั้นทุกอย่างที่พวกเธอรู้จะต้องบอกฉันให้หมด”

“พวกนายถอนตัวไม่ได้แล้ว ไม่สามารถหันหลังกลับได้ทันทีที่คิดจะก้าวผ่านมาฝั่งนี้ ฉันเตือนแล้ว”คาราเมลเสริม นัยน์ตาสีอำพันจ้องทั้งสองคนอย่างเรียบนิ่งก่อนจะเสมองไปทางอื่น

“และงานแรกที่ฉันอยากให้พวกเธอทำคือกองกำลังของแบล็กโฮล ฉันไม่คิดว่าแบล็กโฮลจะสามารถทำงานกันได้แค่สามคนโดยไม่มีพวกเบี้ยล่างคอยช่วยเหลือ รวมทั้งแหล่งกลบดานของทั้งสามคนด้วย ฝากด้วยนะโยกัง ลูนอส”

ไม่รอให้ตอบรับหรือพิจารณาใดๆ เบลเฟกอลมัดมือชกมอบหมายงานให้ทั้งสองในทันที สองนักค้าข่าวมองหน้ากันด้วยสายตาลำบากใจแต่สุดท้ายก็ตอบตกลงไปอย่างเลี่ยงไมได้ ผบ.ผมขาวยิ้มรับแล้วเบนหน้ามาทางพวกแอมเบอร์

“คงไม่ต้องให้บอกซ้ำว่าพวกเธอควรทำยังไงกับข้อมูลที่ตนรู้ ฉันขอให้ทั้งสามคนยุติบทบาทหมาป่าทั้งสามไว้ในตอนนี้...”

สีหน้าของทั้งสามเต็มไปด้วยความสงสัยและตกใจ เบลเฟกอลยังคงยิ้มให้ทั้งสามคนเหมือนผู้ใหญ่ที่เอ็นดูเด็กตัวน้อยๆ

“และขอให้แอมเบอร์เริ่มต้นใหม่ในฐานะผู้คุมครองฝ่ายในของคาราเมล ส่วนอีกสองคน...เดทเธลอธิบายเองน่าจะดีที่สุด”คนผมขาวโยนไปให้ชายผมม่วงที่นั่งกอดอกตั้งใจฟังอย่างสงบเสงี่ยม

“เอพริล...”เป็นครั้งแรกตั้งแต่เจอกันอีกครั้งที่ผู้โกงความตายเรียกชื่อลูกศิษย์ของตน ชายหนุ่มผมดำรับรู้ได้ทันทีว่ากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ“ข้าไม่รู้ว่าเจ้ารู้หรือยังศิษย์ของเคียวยะ”เรียกชื่อศิษย์ตนแต่กลับหันไปพูดกับโอเชี่ยน เอพริลเลิกคิ้วชักไม่เข้าใจขึ้นมาเสียเฉยๆ

“อาจารย์ของเจ้าคงไม่เคยบอกในเรื่องที่มันมองเห็น ข้ารู้ว่านั่นไม่ มองจากสีหน้าของเจ้าแล้วข้าเลยมั่นใจไปใหญ่ ความจริงเคียวยะควรจะบอกอะไรศิษย์ของตนบ้างเพื่อแบ่งเบาความเครียดสะสมของตน แม้ว่าทุกวันนี้หน้าของเจ้าจะเด็กอยู่แล้วแต่ถ้ายังเครียดแบบนี้ต่อไปข้าว่าในอนาคตไม่ใกล้ไม่ไกลนี้เจ้าน่าจะ....”

“อาจารย์ครับ อาจารย์....”

เอพริลยกมือขึ้นเบรกอาจารย์ของตนหัวทิ่มก่อนจะยกมือนวดขมับตนเองหน่อยๆ แอมเบอร์มองแล้วยิ้มแปลกๆที่มุมปาก เรื่องที่บอกว่าถ้าจะพูดอะไรที่เนื้อหน้าหลักมักจะอยู่ท้ายๆเพียงห้าเปอร์เซนจากเรื่องที่พูดทั้งหมดคงไม่เกินจริงนัก เดทเธลเอียงคอไม่เข้าใจเหมือนไร้เดียงสาจนเอพริลนวดขมับหนักไปอีก

“ช่วยเข้าเรื่องเลยเถอะครับก่อนเอพริลจะไมเกรนกำเริบ อีกอย่างเราไม่น่าจะมีเวลามากขนาดมาฟังคำวิพากษ์วิจารณ์อาจารย์ของผมนะครับ”โอเชี่ยนว่า พยายามใช้คำที่อ้อมค้อมและดูเบาที่สุดเพียงแต่...

“ศิษย์ข้าบอกว่าช่วยอย่าพูดมากด้วยนะตาแก่ ใช่ไหมศิษย์รัก?”

เรียกว่าตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคลายไม่ออก โอเชี่ยนกระตุกยิ้มถี่ๆไม่กล้าพยักหน้าหรือส่ายหัว ถ้าพยักหน้าก็อาจโดนเคียวยมทูตปาดคอเล่น แต่ถ้าส่ายหัวก็อาจโดนวิญญาณอาฆาตเกาะติด คิดแล้วมันเหนื่อยใจจริงๆ

“ไอ้คำแรกๆน่ะข้ารับได้...แต่ตาแก่น่ะเจ้าเติมเองใช่ไหมเคียวยะ!

“ปัญญาอ่อนไปใหญ่แล้วนะเดทเธล”

“นี่เจ้า!

ปัง!

เสียงปืนหนึ่งนัดทำให้สงครามย่อมๆของสองอาจารย์จบลง คาราเมลกระแทกปืนสีดำที่มีควันลอยออกมาจากปากกระบอกลงบนโต๊ะเสียงดังปัง! นัยน์ตาสีอำพันเสมองสองคนก่อนกระตุกยิ้ม

“ผมไม่มีเวลามากพอจะมาดูคนแก่วัยปลดเกษียณทะเลาะกันนะครับ...”

โอ๊คกระตุกยิ้มมุมปากแล้วนึกถึงหน้าคนอีกคนที่ลอยเด่นเข้ามาในสมอง...พ่อของคาราเมล คนที่สามารถหยุดการทะเลาะกันของพวกเขาทั้งสามคนได้

“แฮ่ม! โอเคข้าจะเข้าเรื่องต่อก็แล้วกัน เห็นแก่เวลานอนกลางวันของเด็กๆ”

ผู้โกงความตายวางมาด นัยน์ตาสีม่วงจับจ้องที่โอเชี่ยนแล้วเริ่มพูดต่อ”อาจารย์เจ้าเป็นคนบอกกับข้าเองว่าเรื่องในครั้งนี้...อาจจะรุนแรงกว่าเมื่อครั้งที่แล้ว”ผู้โกงความตายเว้นจังหวะเพื่อมองอารมณ์ผู้ฟังทั้งสิบคนแล้วจึงเปิดปากเล่าต่อ”แค่ครั้งนั้นในการปะทะกันก็ทำให้เราเจอหลายสิ่ง ได้หลายสิ่ง และสูญเสียหลายสิ่ง คาราเมลกลายเป็นภาชนะกักเก็บเวทย์ที่น่าขยะแขยงและเห็นแก่ตัวนั่น เจ้านั่นเองก็เสียร่างกายของตนไป เบลเฟกอลไม่อาจหวนคืนสู่เส้นทางคนธรรมดารวมทั้งยังเสียครอบครัวไป เคียวยะเสียพลังเกือบทั้งหมดรวมทั้งภูติหลายตนที่สลายไป โอ๊คเองก็เหมือนกัน วันนั้นแม้จะได้ชัยชนะมาแต่เราก็ต้องแลกมาในหลายสิ่ง ช่วยโลกได้แต่แล้วชีวิตดีๆของพวกเราล่ะ? เป็นคำถามที่ข้าเฝ้าถามมาตลอดไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน และตัวข้าเองก็ไม่อยากให้พวกเจ้าทั้งสามคนต้องมาตกอยู่ในคำถามนี้เหมือนที่ข้าเป็น....”

“คุณเริ่มเพ้อเจ้ออีกแล้วนะครับอาจารย์ เมื่อไหร่....”

“ข้าจำเป็นต้องถอนพลังตัวเองคืนทั้งหมดเพื่อการต่อสู้ครั้งนี้”

เอพริลชะงักคำที่จะต่อว่าอาจารย์ของตนไปแล้วมองหน้าอีกฝ่ายชัดๆ มือขวายกขึ้นจับตาซ้ายของตนเบาๆ

“หมายความว่า...”

“ดวงตาข้างนั้นจะยังอยู่กับเจ้า ข้าไม่เอาคืนหรอกเพียงแต่...พลังที่จะสะกดเจ้านั่นจะหายไปเพราะข้าจะดึงมันกลับมาทั้งหมด ต่อไปนี้เจ้าต้องดูแลและควบคุมมันด้วยตัวเอง ส่วนเรื่องสุขภาพของเจ้า ข้าจะฝากเจ้าจัดการ...โอเชี่ยนสินะ”

“ค่ะ..ครับ?”โอเชี่ยนขานรับ

“ดูแลเอพริลเหมือนที่เจ้าเคยทำ นั่นหน้าที่เจ้า”

“หมายความว่าหน้าที่ของผมในงานนี้คือ....”

“อยู่เฉยๆ”เดทเธลว่าเสียงราบเรียบ

เอพริลตวัดสายตามองอาจารย์ของตนควับ หมายความว่าให้เขาอยู่อย่างไร้ประโยชน์แล้วยืนมองคาราเมลและคนอื่นๆสู้น่ะเหรอ????

“ทำไม...”

“เชื่อที่เขาพูดเถอะเอพริล ถ้าคุณยังดื้อแบบนี้ต่อไป จะพูดว่าตัวถ่วงคงไม่แรงเกินไป”เป็นทริปเปิ้ลที่ขัดขึ้น นัยน์ตาสีเขียวให้ความรู้ถึงว่าเจ้าของดวงตากำลังสั่ง เอพริลปิดปากที่กำลังจะโต้แย้งลง

“มันมีสิ่งที่คุณทำได้นอกจากการสู้กับคนพวกนั้นนะครับ”ทริปปิ้ลว่าแล้วยิ้มให้อีกหน เมื่อครู่เขาเพิ่งรู้สึกตัวว่าพูดแรงไปหน่อย

“เดี๋ยวนะ...แป๊ปนะ...อะไรคือการถอนพลัง มันคืออะไร แล้วอะไรยังไง? นี่ผมไม่เข้าใจนะครับ”คาราเมลยกมือขึ้นท้วงด้วยความงุนงง

“ถ้าอยากรู้ก็บอกเรื่องของเจ้าทั้งหมดกับเด็กพวกนี้สิ แล้วข้าจะอธิบายให้ฟัง”ผู้โกงความตายยักคิ้ว คาราเมลอ้าปากค้างก่อนกัดฟันกรอด คิดจะใช้หลักความเท่าเทียมกันหรือไง!

“ผมไปหาสืบเอาเองก็ได้ ชิ!”เด็กหนุ่มสะบัดหน้ากอดอก

“งั้นขอผมถามบ้างได้ไหมครับ?”แอมเบอร์ที่ไมได้เปิดปากพูดเลยยกมือขึ้นเป็นเชิงขออนุญาต เบลเฟกอลเห็นแบบนั้นเลยพยักหน้ารับ

“ทำไมต้องผู้คุมครองฝ่ายใน?”

“อ่า...เรื่องนั้น คงต้องอธิบายแนวคุ้มกันเด็กคนนี้”คุณผบ.ผมขาวว่าแล้ววางมือบนหัวคาราเมล”เราจะแบ่งการคุ้มกันเป็นสามชั้น ชั้นแรกในสุดคือเธอที่จะคอยตามติดคาราเมลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ตำแหน่งนั้นมีแค่เธอคนเดียว ชั้นกลางเป็นพวกเราทั้งห้าคน ฉัน ทริปเปิ้ล เดทเธล เคียวยะ โอ๊ค โดยมีเซนเซย์เป็นตัวแถม เขาคงทำอะไรนอกจากงับจมเขี้ยวหรือเดินพันแข้งพันขาศัตรู”

“อย่ามาดูถูกกันให้มากนะเจ้านี่!”จิ้งจอกขาวโวยวายพลางขู่ในลำคอ

“ฮ่ะๆ ส่วนชั้นนอกสุดเป็นกลุ่มคนที่พวกเธอน่าจะรู้จักกันดี”

“สมาชิกหน่วยโวค?”

“เกือบถูกโอเชี่ยน เพียงแต่มันไม่ใช่สมาชิกทั้งหมดแต่จะเป็นแค่ฝ่ายฝ่ายหนึ่งเท่านั้น นั่นก็คือ...ฝ่ายเสื้อผ้า”

“เบสเซล???”

ทั้งสี่คนรวมคนถูกคุ้มครองประสานเสียงกันอย่างแปลกใจ คาราเมลเอียงคอพลางนึกถึงคนที่หายหน้าหายตาไปตั้งแต่ตัดชุดให้เขาเสร็จ

“อย่างหมอนั่น...”

“อย่าดูถูกชียวล่ะ เพราะว่าหน่วยนี้ถูกวางหน้าที่ให้รับมือกับพวกแบล็กโฮลและคุ้มครองเธอโดยตรงเลยนะ”เบลเฟกอลว่าแล้วยิ้มรับ“คนที่ดูแลเธอสมัยที่ยังอยู่บ้านพักกลางป่าก็คือคนพวกนี้นั่นแหละ”

คาราเมลหันไปมองคนหัวโต๊ะแล้วขมวดคิ้ว”ทำไมผมไม่รู้เรื่องคนพวกนี้สักนิด”

“เรื่องบางเรื่องฉันไม่จำเป็นต้องบอกวิธีรับมือทั้งหมดกับเธอหรอกนะ”

“แต่นี่คือชีวิตของผม”

“ชีวิตของเธอที่ฉันเป็นผู้มอบน่ะเหรอ?”

คาราเมลจ้องอีกฝ่ายเขม็งก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปอย่างไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียง ทริปเปิ้ลยิ้มน้อยๆแล้วส่ายหัวให้สองคนด้านหน้าที่ไม่คิดจะลงรอยกันสักที...มีแต่คาราเมลมากกว่าที่ไม่คิดจะลงรอยกับเบลเฟกอล

“สุดท้าย...ฉันอยากให้ทุกคนอย่าไว้ใจในตัวกันและกันมากนัก ฉันไม่ได้พูดในระแวงแต่เราว่าไม่รู้ใจของแต่ละคนมั่นคงแค่ไหน เชื่อได้เพียงแต่อย่างมงาย เพราะถ้าสุดท้ายเสียไป จะเสียดายทั้งเวลาและความรู้สึก ขอให้โชคดีครับ”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #252 parn ™🍭🎈 (@drakprincess) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 เมษายน 2557 / 19:37
    ไรท์ถ้าไรท์ไม่มาต่อขอให้ ไรท์โดนอาเบะยาราไนก้าร้อยหน แอมเบอร์เชือดเฉือนทางคำพูดแล้วโดนเซนเซย์งับขาตกโถส้วมแล้วคาราเมลกดน้ำตาย
    #252
    0
  2. #228 PunaLatte (@punamocca) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 / 00:12
    อัพเรววววว
    #228
    0
  3. #226 sheen (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 / 16:54
    มาอัพเร็วๆซะไรท์ไม่งั้นเม้นจะหายไปนะ
    #226
    0
  4. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 / 15:51
    มาต่อซะ ไรท์ ไม่งั้นจะวางระเบิดที่บ้านไรท์นะ (ล้อเล่นค่ะ)อยากรู้ๆๆๆ
    #225
    0
  5. #224 Piora (@hugdarling) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 / 15:29
    ง่ะ เริ่มสงสัยละสรุปแล้วใครเป็นพ่อของคาราเมลอ่ะ
    ใช่เบลเฟกอลหรือเปล่า
    อยากรู้จังเลย
    อย่าหายไปนานนะไรเตอร์
    จะรอนะ
    #224
    0
  6. #223 Piora (@hugdarling) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 / 17:10
    เพิ่งเข้ามาอ่านอ่ะสนุกมากเลย
    รอติดตามตอนต่อไปนะ
    ว่าแต่ใครเป็นพ่อของคาราเมลอ่ะอยากรู้จังเลย
    แล้วลูกของทริปเปิลคือใครอ่ะอยากรู้จังเลย
    รอตอนต่อไปนะไรเตอร์อย่าหายไปนานละ
    #223
    0