Little Sheep or Werewolf แกะตัวนั้นที่มันเป็นหมาป่า

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 24,306 Views

  • 485 Comments

  • 1,072 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    44

    Overall
    24,306

ตอนที่ 37 : Little sheep Seven::อาจารย์...มากันทำไมครับ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 613
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    6 ก.ค. 60

Little sheep seven

อาจารย์...มากันทำไมครับ?

 

มิดไนท์ยกมือขึ้นกำบังพายุหิมะที่ถูกปีศาจหิมะสาวพ่นใส่ ร่างบางในชุดสีขาวขยับยิ้มเย็นที่ทั้งน่าหลงใหลและน่ากลัวในคราวเดียวกัน ด้านหลังคือเอพริลที่ยืนมองด้วยสายตาพิจารณาและโอเชี่ยนที่ยืนหอบ การเรียกภูติออกมาใช้แต่ละตนใช่เป็นเรื่องง่าย ยิ่งโอเชี่ยนไม่ได้มีสายเลือดอนเมียวจิโดยตรงนั่นเป็นเรื่องที่ลำบากขึ้นไปอีก การที่ชายหนุ่มทำเช่นนี้ได้ย่อมเป็นผลพวงมาจากสายเลือดของชิเดลิตส์

“เจ้าเองสินะ ที่ทำเจ้าหนูของข้าโลเลเช่นนี้”

เสียงนุ่มไล่ถามด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกดดัน แม้มันจะมีเสน่ห์แต่เป็นเสน่ห์ที่แฝงยาพิษ ไม่มีใครคาดคิดว่านางกำลังคิดจะลงมือหรือจัดการอะไรแม้แต่โอเชี่ยน ตัวของชายหนุ่มเองยังไม่รู้เลยว่าปีศาจหิมะจะทำอะไร

“เจ้าจะมัวลังเลอะไรอยู่อีก ไคโตะ?”

“อ่าห์...ถามแบบนี้มัน...”

โอเชี่ยนอึกอัก อีกฝ่ายเรียกชื่อเขาทีไรมันได้หมายความว่าคุณเธอหมดความอดทนแล้วสิน่า อาจารย์ก็นิสัยเสีย ตัวเองก็เรียกชื่อเขาปกติได้แท้ๆแต่พอพวกภูติบอกว่าออกเสียงยากก็ตั้งชื่อพร้อมนามสกุลให้ใหม่เฉย ทีนี้เลยไม่รู้ว่าใครเป็นบ่าวเป็นนาย มีเรื่องขัดใจก็”ไคโตะ!แบบนี้ตลอดสิน่า โอเชี่ยนคิดแล้วปาดเหงื่อ

“ตอบ...”

อ่าห์...นี่มันคุณแม่เอพริลเวอร์ชั่นปีศาจหิมะชัดๆ น่ากลัวแบบคูณสิบเลยแหะ

“นั่นมันก็ครอบครัวนี่ครับ”

หมาป่าสีแดงตอบพลางมองไปทางมิดไนท์ที่ยังไม่คิดโจมตี คาดหวังอย่างลมๆแล้งๆว่าอีกฝ่ายจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกดีใจของเขาบ้างและเลิกทำเรื่องพรรค์นี้สักที แต่เหมือนว่าจิตใจของมิดไนท์อยู่ลึกเกินกว่าที่โอเชี่ยนจะเดินก้าวเข้าไปด้านใน มิดไนท์ไม่รับรู้ด้วยซ้ำว่าโอเชี่ยนเรียกเขาว่า”ครอบครัว”อย่างเต็มปาก ทั้งๆที่เขาเพิ่งด่าอีกฝ่ายไปไม่นาน

“เจ้าเรียกมันว่าครอบครัวได้หรือไคโตะ? คนที่ทำร้ายจิตใจเจ้าสารพัดแบบนี้หรือครอบครัว?”ปีศจหิมะถามเสียงสูง เจ้าหนูของหล่อนต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆถึงได้เอ่ยออกมาแบบนั้น

“แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็เป็นครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวของผมนี่ครับ”โอเชี่ยนเถียงทันควัน

“หนึ่งเดียว? แล้วที่นั่งเป๋อเหรออยู่ข้างเจ้านั่นไม่ใช่เหรอ?”

คนเป๋อเหรอสะดุ้ง พอถูกกล่าวถึงเอพริลที่จ้องเขม็งมิดไนท์อย่างระวังตัวแจก็เงยหน้ามองโอเชี่ยนที่ยืนกำหมัดเถียงขาดใจดิ้น อีกฝ่ายพอได้ยินยูกิอนนะพูดแบบนั้นก็เหลือบมองเอพริลแล้วกลับไปที่ปีศาจหิมะ

“นี่น่ะไม่ใช่ครอบครัวหรอก ของสำคัญต่างหาก!

โอเชี่ยนเหมือนเด็กมาก เอพริลสรุปได้แค่นั้น ตอนนี้คุณหมาป่าสีแดงไม่ต่างอะไรกับเด็กที่เอาแต่ใจตัวเองที่สุด ไม่ว่าคิดอะไรในหัวนั่นคือสิ่งที่ถูกหมด ไม่สนความเป็นไปของโลกสักนิด

“เจ้ามันโลภมาก ไคโตะ”ว่าจบก็ซัดพลังไปขวางเพลิงของมิดไนท์ที่มาทำลายบทสนทนา

“อย่ามาคุยข้ามหัวฉันนะ!”ชายหนุ่มตวาดก่อนจะซัดเพลิงใส่ร่างของยูกิอนนะไม่ยั้ง

“ข้ามหัวอะไร? ไคโตะยืนอยู่ด้านหลังข้า ส่วนเจ้าก็ยืนอยู่ด้านหน้า ไม่ได้ข้ามหัวอะไรเสียหน่อย”ปีศาจหิมะกวนประสาท นิ้วเรียวกรีดกายในอากาศก่อนสร้างพายุหิมะเข้าโจมตีมิดไนท์

“ฝีมือเจ้ายังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของพี่เจ้าเมื่อตอนเรียกข้ามาใหม่ๆเลย กระจอกเสียจริง”

“อย่าไปยั่วโมโหเขาแบบน้าน...”

โอเชี่ยนว่าอย่าหมดอาลัยตายอยาก เขาอุตส่าห์ป้องกันการโจมตีอย่างเดียวเพื่อรอเวลาให้มิดไนท์สงบแล้วคุยกันสบายๆ แต่แม่คุณคนสวยกลับไปยั่วโมโหมิดไนท์ที่เริ่มเย็นนิดหน่อยให้ปะทุหนักกว่าเดิม โอเชี่ยนรู้สึกเจ็บปวด...ไอ้ที่ทำมาสูญเปล่าหมดเลย

“น่าๆ”

เอพริลตบหลังเพื่อนซี้อย่างเข้าใจ โอเชี่ยนไม่ใช่คนมีความอดทนสูงการที่พยายามมาขนาดนั้นแล้วโดนแม่นางคนสวยทำลายโอกาสพูดคุยให้รู้เรื่อง ชายหนุ่มต้องหดหู่เป็นธรรมดา

“หุบปากซะ!

ทางฝั่งมิดไนท์ก็จุดเดือดต่ำเสียเหลือเกิน ทีตัวเองด่าคนอื่นได้ด่าคนอื่นเอาแต่พอถูกด่า ถูกดูถูกบ้างก็โมโหเลือดขึ้นหน้า โจมตีไม่ปรึกษาพระอินทร์ พระพรม ผลคือมันรามไปยังบ้านเรือนที่ไฟมอดแล้วให้ปะทุขึ้นมาอีก โอเชี่ยนกุมศรีษะส่ายหัวไปมาส่วนทางเอพริลก็ยิ้มแห้งๆ ชักอยากเรียนเวทย์กับแอมเบอร์สักคอร์ส เผื่อว่าจะเรียกน้ำเรียกลมมายามฉุกเฉินได้บ้าง

“อย่าเครียดไป โบกมือสองสามทีก็จบ”ว่าไม่ว่าเปล่ามีการทำให้ดูเป็นตัวอย่าง มือเรียวโบกผ่านอากาศเรียกพายุหิมะโถมเข้ามาดับไฟเสียสนิท แต่ผลก็คือเมืองส่วนนั้นกลายเป็นฤดูหนาวไปอย่างไม่ทันตั้งตัว

“อย่าทำแบบน้าน...”เป็นอีกครั้งที่โอเชี่ยนรู้สึกหมดแรง เขาเลือกผิดจริงๆที่เอาผู้หญิงแก่เกินครึ่งพันมาช่วยสู้ในครั้งนี้ ถ้าไม่ติดว่าเขาคุยกับลิงหิมะภูเขาไม่รู้เรื่องเขาคงเรียกมันออกมาแล้ว

“เจ้าว่าใครแก่เกินครึ่งพันห๊ะ?! ข้ายังไม่ห้าร้อยเลยนะ แค่สี่ร้อยเก้าสิบเก้าเอง!

“จ่ะ...”โอเชี่ยนรับเสียงแห้งๆ ยิ้มรับหน้าเหวี่ยงของยูกิอนนะก่อนเปิดปากพูด”นี่...คุณรู้ไหมว่าการปรากฏตัวของคุณมันค่อนข้างจะกินพลังผม และการที่คุณใช้พลังนั่นก็พาลเอาพลังผมหดจนสร้างไม่ทันแล้ว ผมไม่ใช่อาจารย์นะที่สามารถเรียกคุณออกมาได้อย่างอิสระและให้คุณมีความสารถเต็มร้อยนะ ผมมันของก๊อป! เหมือนแผ่นโปรแกรมก๊อปที่อัพเดทแบบของจริงไม่ได้น่ะ เข้าใจไหม?!

โอเชี่ยนโวยแล้วทำคอตก ต้องให้เขาบอกอีกกี่ครั้งภูติพวกนี้ถึงจะเข้าใจว่าเขาไม่ใช่อนเมียวจิผู้มีสิทธิ์เรียกภูติได้อย่างถูกต้อง เขาแค่คนที่สามารถเรียกภูติได้เพียงแต่ไม่ถูกต้อง ถ้าจะเปรียบระหว่างพวกเขากับแผ่นหนัง อนเมียวจิก็คือแผ่นแท้ ส่วนเขาก็คือแผ่นก๊อปที่ไม่ถูกลิขสิทธิ์ แถมยังมีแววว่าจะถูกตำรวจหิ้วคอไปโยนไว้ให้นอนเล่นในตารางสักสองสามคืน!

“ข้าไม่รู้”

“โอ๊ยยยยยยยยยยย คุณรู้ไหมว่าคุณอยู่ได้ไม่ถึงห้านาทีแล้ว!”ชายหนุ่มโวยแล้วทึ้งหัวอย่างหงุดหงิด ความเยือกเย็นที่มีอยู่น้อยนิดปลิวหายไปทั้งๆที่ยังไม่ได้ดึงมันออกมา

“มิดไนท์! นายต้องหยุดโมโหแล้วมาคุยกับพี่ให้รู้เรื่อง”โอเชี่ยนเรียกแทนตัวอย่างเต็มปากเต็มคำ

“ไม่! แกไม่มีสิทธ์แม้แต่จะเรียกชื่อฉันด้วยซ้ำ แล้วทำไมถึงกล้าเรียกแทนตัวเองว่าพี่ แถมยังมาสั่งฉันหน้าตาเฉยล่ะห๊า?!

“มีเซ่! ก็ฉันเป็นพี่นายนะ!”ทางฝั่งนี้โวยกลับแบบไม่เว้นช่อง

“ไปตายซะ!”ฝั่งนั้นก็ใจร้อนยิ่งกว่าฮีตเตอร์หน้าหนาว พูดจบก็ซัดเปลวเพลิงขนาดพอๆกับรถยนต์สักคันใส่ฝ่ายโอเชี่ยนทันที

ทางยูกิอนนะไม่รอให้มันเข้ามาใกล้จนผิวขาวๆกลายเป็นสีคล้ำ มือเรียววาดตวัดพร้อมริมฝีปากที่เป่าลมหิมะออกมาจากภายใน พายุหิมะปะทะกับเปลวเพลิงแล้วระเบิดเสียงดังสนั่น ส่งกลุ่มควันโพยพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าแลดูขมุกขมัว

“แค่กๆ แค่ก!

“ไหวหรือเปล่าครับ?”เอพริลถามเมื่อเห็นสีหน้าของโอเชี่ยนชักไม่ดี ตัวเขาเองแม้ว่าจะรู้จักอีกฝ่ายมานานแต่ก็ไม่เคยรู้หรอกว่าเงื่อนไขการอันเชิญเป็นยังไงแล้วมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง เพราะปกติแล้วถ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่อันตรายจริงๆโอเชี่ยนจะไม่เรียกใครออกมานอกจากอากิระ การพบกันของเอพริลและยูกิอนนะแทบจะนับได้ด้วยนิ้วมือข้างเดียวตลอดระยะเวลาสิบห้าสิบหกปีที่โอเชี่ยนใช้วิชานี้ได้

“คิดว่าไม่เป็นไร”โอเชี่ยนว่าก่อนขาจะทรุดลงไปข้างหนึ่ง เอพริลพุ่งเข้าไปประครองอย่างตกใจ สภาพโอเชี่ยนที่อ่อนแอขึ้นหลังจากที่ได้พบกับมิดไนท์ ไม่ว่ามันจะเกี่ยวกันหรือไม่แต่มิดไนท์ตอนนี้ขึ้นแบล็กลิตส์อันดับหนึ่งในหัวของเอพริลไปแล้ว

“จะสั่งอะไรก็รีบสั่งไคโตะ ข้าเหลือเวลาไม่มากแล้วใช่ไหม?”ยูกิอนนะหันไปถามร่างสูงที่ทรุดตัวลง

“ครับ...”

โอเชี่ยนตอบรับ แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่ได้สั่งอะไรยูกิอนนะ ร่างสูงปล่อยให้เวลาไหลไปอย่างเปล่าประโยชน์

“ไคโตะ!

ปีศาจสาวตวาดลั่นเมื่อในจิตใจของชายหนุ่มยังคงมั่นคงที่จะไม่ทำร้ายอะไรมิดไนท์ ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกว่าอีกฝ่ายเกลียดเขาถึงขนาดอยากฆ่าให้ตายคามือ!

“งั้นช่วย...กันพลังนั่นให้จนกว่าผมจะคิดหาทางออกได้ก็แล้วกัน”โอเชี่ยนว่าแล้วยิ้ม นัยน์ตาสีแดงสบเข้ากับนัยน์ตาสีเทาของปีศาจสาว

ร่างบางรับรู้ได้ว่ามีพลังไฟเคลื่อนตัวเข้ามา เจ้ามังกรเพลิงตัวเก่าที่อากิระเคยจัดการไปนั่นเอง มือเรียวยกขึ้นกลางออกเพื่อแผ่ม่านพลังป้องกันร่างทั้งสองที่อยู่ด้านหลัง ปีศาจหิมะไม่เข้าใจว่าทำไมโอเชี่ยนไม่ใช้ฟินิกส์เพลิงที่ตนนั่งอยู่ชนกับมิดไนท์ให้รู้เรื่องในฐานะผู้ใช้เพลิงเหมือนกัน แต่อีกใจหนึ่งก็ได้คำตอบที่แน่ชัดอยู่แล้ว

...โอเชี่ยนไม่มีวันทำร้ายมิดไนท์ได้ลง แม้อีกฝ่ายกำลังเอามีดจ่อคอเขาก็ตาม...

เพราะไม่เคยมีครอบครัว ไม่เคยโหยหามันสักครั้ง เมื่อมันมาปรากฏตรงหน้าจึงกลายเป็นจุดอ่อนสำคัญที่แก้ไม่ได้ในระยะเวลาอันสั้น โอเชี่ยนที่เคยแข็งแกร่งเผยจุดอ่อนที่สำคัญให้แก่พวกแบล็กโฮลเห็น แล้วทางเอพริลก็รู้ดีว่าคิลเลอร์คงจับจุดตรงนี้ได้แล้วแน่ๆและในทุกครั้งที่ต้องปะทะกัน เขาคงจะส่งมิดไนท์ออกมาเพราะรู้ว่าทางพวกเขาคงไม่ยอมปล่อยคาราเมลออกมา แอมเบอร์คงต้องอยู่คุ้มครองเด็กหนุ่ม คนที่จะออกมาก็คือเขาและ...โอเชี่ยน

โอเชี่ยนคนโง่ผู้ไม่รู้จักอะไรนอกจากคำว่าครอบครัว...สำคัญจนรู้สึกน้อยใจแปลกๆ เอพริลเลิกคิ้ว

“ข้าจะไม่ไหวแล้วนะ!”ยูกิอนนะตวาดใส่ เรียกสติเอพริลที่กำลังคิดอย่างเคร่งเครียดให้กลับมาจดจ่อสถานการณ์ตรงหน้า

“ไม่ไหวก็พอครับ”โอเชี่ยนเอ่ยอย่างนุ่มนวลพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน เพราะความอ่อนโยนและใจดีไร้ข้อยกเว้นนี่หรือเปล่าเขาถึงได้เป็นที่รักของใครต่อใครบนโลกใบนี้

“แต่มันไม่เคยได้ผลกับเจ้าโง่นั่น...”ยูกิอนนะพึมพำก่อนจะค่อยๆจางหายไปพร้อมม่านพลัง

“โอเชี่ยน!

เอพริลร้องเสียงหลงเมื่ออีกฝ่ายเคลื่อนตัวมาโอบเขาเอาไว้ แผ่นหลังของชายหนุ่มรับการโจมตีจากมังกรเพลิงไปเต็มรักจนกระอักเลือดออกมา วิหคเพลิงกรีดร้องเมื่อเจ้านายของมันโดนทำร้าย ปีกงดงามกระพืออย่างบ้าคลั่งพร้อมเข้าโรมรันกับมิดไนท์ทันทีที่มีคำสั่ง

“ถึงจะทำร้ายมิดไนท์ไม่ได้ แต่ก็จะปกป้องเอพริลเหมือนกัน คุณพ่อสัญญาเลยนะ”โอเชี่ยนพึมพำก่อนจะปิดเปลือกตาลง“ทำไมถึงง่วงจังน๊า...เราน่าจะดื่มกาแฟสักแล้ว”

“โอเชี่ยน!

เอพริลร้องก่อนฟินิกส์เพลิงจะหายไปพร้อมสติที่ดับวูบของโอเชี่ยน เขาสามารถมอบพลังทั้งหมดแก่ยูกิอนนะเพื่อจัดการกับมิดไนท์ นั่นมันง่ายยิ่งกว่าสอนลิงปีนต้นไม้ แต่มีสองเหตุผลที่โอเชี่ยนไม่ทำ หนึ่งคือเขาทำร้ายคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นน้องชายไม่ได้ และสอง หากเขายกพลังทั้งหมดในแก่ยูกิอนนะ ฟินิกส์ก็ไม่มีพลังเวทย์หล่อเลี้ยงพอแล้วก็จะหายกลับไปสู่มิติปิดกั้น นั่นหมายความว่าทั้งโอเชี่ยนและเอพริลจะล่วงลงไปสู่พื้นดิน

ลำพังโอเชี่ยนเขาสามารถรอได้จนยูกิอนนะจัดการทุกอย่างเสร็จ แต่เขาไม่วางใจเรื่องเอพริล แม้รู้ว่าอีกฝ่ายสามารถลอยตัวในอากาศได้ในช่วงเวลาหนึ่งแต่ว่าเขากลับไม่อยากให้เอพริลใช้มันนัก ความเป็นห่วงไม่เข้าท่านั่นแหละที่พามาซึ่งจุดจบแบบน่าสมเพช

“บ้าเอ๊ย!”ลำพังตัวเองเอพริลพยุงตัวในอากาศได้สบาย แต่กับคนที่หนักกว่าเขาเป็นสิบกิโล เขาไม่สามารถแบกไว้ได้

“ลองหน่อยก็คง...”

ตึกตัก!

ความปวดร้าวแล่นเข้ามาในโสตประสาท เอพริลกุมดวงตาข้างขวาไว้แน่น ความเจ็บปวดที่เหมือนว่าไม่มีที่สิ้นสุด เจ็บมากจนอยากจะควักลูกตาออก เอพริลไม่เข้าใจว่าทำไมเวลาแสนสำคัญแบบนี้เขาต้องมาเป็นเสียอย่างนี้ ถ้าเจ็บตาเขาก็ไม่มีสมาธิเพียงพอที่จะควบคุมตัวเองให้ลงพื้นอย่างปลอดภัย  ทั้งๆที่กำลังจะพยายามแท้ๆ ชายหนุ่มผมดำทำได้เพียงหลับตาแล้วปล่อยตัวเองลงสู่พื้นเบื้องล่าง

“ดูไม่ได้เลยนะครับ....”

ฟุ่บ!

เอพริลเปิดเปลือกตาที่อ่อนล้าขึ้นมองรอบตัว รู้สึกถึงลมอ่อนๆที่ปะทะใบหน้า ความนุ่มของพื้นที่นั่งอยู่ พอตวัดสายไปข้างตัวก็พบโอเชี่ยนที่นอนสลบ มองรอบตัวแล้วจึงพบว่าเขานั่งอยู่บนหลังของจิ้งจอกขนาดใหญ่ ไม่ต้องรอให้สมองออกคำสั่ง เอพริลสะบัดหน้าไปมองคนควบคุมจิ้งจอกทันที เมื่อสบเข้ากับรอยยิ้มนั้นมือเรียวจึงยื่นไปเขย่าให้โอเชี่ยนตื่นอย่างฉับพลัน

“ตื่นสิครับ! ตื่น!!!

“อะไรเล่า...”โอเชี่ยนบ่นอย่างงัวเงีย เขาเพิ่งสลบไปไม่ถึงสิบนาทีเองนะ

“นั่น!”นิ้วเรียวชี้ไปยังชายหนุ่ม(?)ที่นั่งอยู่บนหลังคอของจิ้งจอกตัวใหญ่ โอเชี่ยนไล่สายตาตามไปก่อนเบิกตาโพลง

ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินอ่อนกำลังยิ้มอ่อนๆให้พวกเขา เส้นผมที่ถูกรวบไปไว้ด้านหลังและปล่อยด้านหน้าออกมาเล็กน้อยกำลังพัดไปตามกระแสลม ดวงตาสีน้ำเงินราวอัญมณีกำลังมองโอเชี่ยนอย่างเอ็นดู ริมฝีปากหยัดสวยคลี่ยิ้มอ่อนโยนให้โอเชี่ยนแข็งเป็นหินเล่น

“เป็นอะไรไปหรือครับ?อากาเนะ ไคโตะ?”

“อ่ะ...”

“ความจริงผมควรจะรอดูสักหน่อยค่อยออกมา แต่ศิษย์รักช่างไร้น้ำยานัก”

...ใช่เลย...ปากเสียๆแบบนี้แหละ...

“อาจารย์.....”

โอเชี่ยนชี้หน้าชาย(ที่คิดว่า)หนุ่มอย่างตกใจ ขาสั่นพั่บๆเหมือนคนเจอผีแต่อีกฝ่ายกลับหาสนใจไม่ เขาเบนนัยน์ตาสีสวยมาทางเอพริลที่นั่งอึ้งอยู่ ใครจะไปรู้ว่าอาจารย์ของโอเชี่ยนจะสวยขนาดนี้ทั้งๆที่เป็นผู้ชาย! ว่าแล้วว่าทำไมจอมเจ้าชู้ถึงติดแจ

“คนที่ควรมาถึงก่อนคือผู้โกงความตายนี่ครับ? เขาไปไหนเสียล่ะ ถ้าพูดถึงโอ๊ค..เขามีงานต้องทำแล้วครับ”

อาจารย์ของโอเชี่ยนว่าพร้อมทั้งมองไปทางชายหนุ่มด้านหลังที่มาอยู่ตรงนั้นนานแล้วเพียงแต่ไม่มีใครคิดจะสนใจเขา นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าชายผมน้ำเงินนี่น่าสนใจกว่าก็ได้มั้ง

“ผมไม่เคยคิดจะถามถึงตาแก่นั่น”แอมเบอร์ปฏิเสธเรียบๆ หลังจากที่ได้อากิระช่วยชีวิตไว้เขาก็ถูกพามาปล่อยไว้บนหลังของจิ้งจอกตัวใหญ่นี่พร้อมกับการอยู่กันตามลำพังของเขาและอาจารย์ของโอเชี่ยน

“อ่ะเอ่อ...อาจารย์ของผม เขาก็มาด้วยหรอครับ?”เอพริลถามแทรกสถานการณ์น่าอึดอัด อาจารย์ของโอเชี่ยนเบนสายตามาทางเอพริล”ใช่...เขาออกมาตอนที่คุณปวดตา ผมรู้สึกว่าเขาอยากจะทำตัวให้สมเป็นพระเอกอะไรทำนองนั้น เพียงแต่เพราะไม่ได้ออกมานานก็คงจะลงพลาดไปนอนแอ้งแม้งอยู่ไหนสักที่”ชายหนุ่มว่าพร้อมเกาคางอย่างพิจารณา

“ว่าแต่ศิษย์รักครับ”

“ครับอาจารย์ที่เคารพ!”โอเชี่ยนตอบเสียงดังอย่างตกใจ นี่เขาแอบนินทาในใจอาจารย์จะได้ยินหรือเปล่าถึงได้เรียกเขาเสียงหวานขนาดนี้

“เรื่องนินทานั่นผมได้ยินอยู่แล้วศิษย์รักอย่างกังวล เพียงแต่ผมจะถามว่าศิษย์รักไม่คิดจะแนะนำอาจารย์ที่เคารพให้เพื่อนๆรู้จักหน่อยเหรอ?”

เรื่องนินทานั่นลืมๆไปได้ไหม...โอเชี่ยนโอดครวญ แม้ว่าต่างคนต่างฝ่ายจะรู้ว่าอาจารย์ของแต่ละคนเป็นยังไงแต่ก็ไม่มีใครที่เคยเห็นหน้าอาจารย์ของกันและกัน จะมีก็แต่อาจารย์ของแอมเบอร์ที่ทั้งเอพิรลและโอเชี่ยนเคยเจอมาแล้วเท่านั้น

“นี่ยูตะ เคียวยะ อาจารย์ที่ฉันเคารพรักยิ่งชีพ”โอเชี่ยนผายมือไปทางอาจารย์ตนพลางแนะนำด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง

ท่าทางเกรงกลัวแบบปิดไม่มิดทำให้แอมเบอร์ได้ความรู้ใหม่ เอพริลที่ว่าแน่ยังคงแพ้ให้แก่ยูตะ เคียวยะ อาจารย์หน้าสวยสุดที่รักของโอเชี่ยน ไม่มีใครที่ทำให้โอเชี่ยนรักและหวาดกลัวแบบสุดๆได้เท่านี้อีกแล้ว

               

 

                กลิ่นหอมอบอวนของโกโก้ร้อนลอยล่องในอากาศ บรรยากาศสไตล์โมเดิลที่มีกลิ่นหอมของเบเกอรี่ทำให้แลดูผ่อนคลายสำหรับลูกค้าหลายคนในร้าน แต่ไม่ใช่เด็กหนุ่มผมคาราเมลและชายผมแดงแม้แต่น้อย บรรยากาศน่าอึดอัดจนลูกค้าที่นั่งโต๊ะใกล้ๆย้ายหนีกันไปจนหมด ทิ้งให้เหลือเพียงสองบุคคลผู้มีเรื่องจะพูดคุยกัน แก้วกาแฟของชายผมแดงพร่องไปกว่าครึ่งแก้วในขณะที่แก้วโกโก้ร้อนยังไม่แม้แต่ถูกยกขึ้นมาจากพื้นโต๊ะหลังจากถูกเสริฟ

ตึก ตึก ตึก ตึก

ปลายนิ้วเรียวเคาะกับโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆบ่งบอกความอดทนที่เริ่มหมดลง มืออีข้างท้าวคางมองอีกฝ่ายราวกับว่าถ้าขยับแม้แต่มิลเดียวเขาก็พร้อมจะเอ่ยปากถามเข้าประเด็นทันที ตั้งแต่เดินเข้าร้านมานอกจากการกวักมือเรียกให้เดินมานั่งที่โต๊ะตัวนี้แล้วชายตรงหน้ายังไม่ปริปากพูดอะไรกับเขาสักครับ เด็กหนุ่มทั้งเบื่อ อึดอัด และลำบากใจแต่ก็ไม่ยอมพูดอะไรจนกว่าอีกฝ่ายจะพูดออกมา

“สบายดีนะครับ”

“นายจะเรียกฉันมาถามแค่นี้ใช่ไหม?”

นอกจากจะไม่ตอบแล้ว คาราเมลยังถามกลับไปด้วย สีหน้าดูไม่พอใจและหงุดหงิดเต็มที่ นัยน์ตาสีอัมพันมองที่แก้วโกโก้ตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ เห็นแล้วอยากจะปาทิ้งแต่ก็เกรงใจพนักงานของร้าน

“ผมก็อยากรู้ความเป็นไปของคุณบ้าง”อีกฝ่ายตอบพลางยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ

“นายคิดว่าฉันว่างมากพอมานั่งให้นายสอบถามความเป็นไปงั้นเหรอ?”

“คิดว่าน่าจะใช่”

“คิลเลอร์?!”เสียงตวาดที่ยกปลายเสียงสูงคล้ายเป็นคำถามว่าคนตรงหน้ากำลังล้อเล่นอะไรอยู่”ฉันไม่มีเวลา ที่ยอมมาเพราะอยากจะฟังคำอธิบายไม่ก็คำแก้ตัวดีๆว่าที่นายทำไปเมื่อวานคืออะไร?”

คาราเมลพยายามถามอย่างใจเย็น การที่ต้องมานั่งพูดคุยปกติเหมือนเพื่อนธรรมดาคนหนึ่งกับคนที่เพิ่งประกาศตัวว่าต้องการตัวเขาหนักหนาไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากต้องระวังว่าจะถูกใครสักคนในโวคเจอแล้วยังต้องระวังอารมณ์ตนเองไม่ให้เผลอพลั้งมือฆ่าคนตรงหน้าไป

“ไม่มีคำอธิบายอะไรทั้งนั้นแหละครับ ผมก็บอกไปแล้วว่าอยากได้ตัวคุณที่ผนึกเวทย์นั่นอยู่ ทุกอย่างชัดเจนนี่ครับ คาราเมล”เอียงฝ่ายเอียงคอคล้ายจะถามว่าคาราเมลยังไม่เข้าใจอะไรอีกเหรอ?

“หึ้ย!”คาราเมลถอนหายใจเสียงดังก่อนจะคว้าแก้วโกโก้ร้อนที่ไม่ร้อนแล้วตรงหน้าขึ้นมากระดกที่เดียวหมดแก้ว

“ยังชอบโกโก้เหมือนเดิมสินะครับ”

คาราเมลเหลือบตามองคนถามก่อนจะตอบรับ”เออ...”

“ไม่สุภาพเลยนะครับเนี่ย”อีกฝ่ายว่าติดหัวเราะเรียกค้อนวงโตจากคาราเมลได้เป็นอย่างดี

“สรุปคือนายจะเรียกฉันมาทำไม ถ้าจะเรียกมาแค่เลี้ยงโกโก้ฟรีสักแก้วฉันก็คงต้องขอตัวกลับ”

“คิดว่ามันแค่นั้นไหมล่ะครับ?”

“ไม่ คนอย่างนายไม่น่าแค่จะเลี้ยงโกโก้ฉันแน่”

“รู้ใจผมจัง”

“หุบปาก”

แค่บทสนทนาสั้นๆก็พอทำให้ใครหลายคนทราบระดับความสนิทสนมของทั้งคู่เป็นอย่างดี คาราเมลที่พูดเสียงห้วนแถมยังไม่มองหน้าอีกฝ่ายกับคิลเลอร์ที่มองหน้าคาราเมลไม่กระพริบตาแถมยังคุยด้วยน้ำเสียงสุภาพและเป็นมิตร มันค่อนข้างแปลกเลยล่ะถ้าจะมีใครรู้ความจริงว่าที่นั่งอยู่คือผู้ร้ายคนสำคัญกับหัวหน้าหน่วยพิเศษแห่งโวค

“คาราเมลครับ”

“หือ?”

“ให้ผมเรียกชื่อคุณแบบเดิมได้ไหม?”

“ไม่”

เสียงเฉียบขาดสั่งทันใด จากสายตาที่ก้มลงมองโกโก้ที่เหลือติดก้นแก้วเบนขึ้นมามองคิลเลอร์ทันที สายตาที่มองแข็งกร้าวจนชายหนุ่มผมแดงยิ้มแปลกๆ

“แคร์เด็กพวกนั้นมากกว่าผมจริงๆด้วยสินะครับ”

“นายคือชีวิตของฉัน คิลเลอร์”คาราเมลว่าเรียบๆ

”แต่เด็กพวกนั้นเป็นยิ่งกว่าชีวิตของฉัน”

ถ้าจะให้พูดก็คงเป็น”สำคัญ”กับ”สำคัญกว่า”ล่ะมั้ง คิลเลอร์คิด เขามองหน้าคาราเมลที่จ้องมองตัวเขาอย่างราบเรียบ ริมฝีปากเปิดขึ้นเพื่อนโปรยคำหยอกล้อ

“เหมือนคุณจะพูดว่าฉันรักนายแต่ฉันรักคนพวกนั้นมากกว่าอารมณ์ประมาณนี้สินะครับ”

“อือ”คาราเมลครางรับในลำคอก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ สายตามองออกไปนอกกระจก มองดูผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาด้วยความคิดที่เหม่อลอย

ในหัวมีแต่ภาพการใช้ชีวิตปกติที่อยากได้ ไม่ต้องมีคดีให้ทำ ไม่ต้องสู้กับใครต่อใคร ไม่ต้องทำอะไรเพื่อปกป้องคนทั้งโลก แค่สามารถปกป้องคนที่รักได้ แค่เป็นคนที่สามารถยืนอยู่ด้านหน้าคนสำคัญทั้งหลายให้ได้โดยไม่มีวันล้ม ปกป้องและโอบกอดพวกเขาด้วยความรักและอบอุ่น นี้คือสิ่งที่เพียงพอที่คนคนหนึ่งต้องการไม่ใช่เหรอ?

“ทำไมต้องเป็นเราสองคนนะ คิลเลอร์...”

“ไปกับผมเถอะครับ”

!!!

เด็กหนุ่มหันมาทางคนที่พูดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย สายตาที่มองมาจริงจังจนคาราเมลใจหาย

“พูดอะไรน่ะคิลเลอร์”เด็กหนุ่มเริ่มขยับตัวหนี

“คุณปรารถนาที่จะใช้ชีวิตปกติ ถ้าเรากำจัดเอสเปอร์ไปได้คุณก็จะมีชีวิตที่สงบสุข ไม่ต้องต่อสู้ ไม่ต้องปกป้อง ไม่ต้อง.....”

“นั่นเขาไม่เรียกว่าสงบ..”คาราเมลแย้งขึ้นมา”แต่นั่นเขาเรียกว่าไม่เหลือใครให้ปกป้องต่างหาก!!

เด็กหนุ่มลุกขึ้นใช้สองมือทุบโต๊ะแล้วมองไปยังหน้าตาที่ยังละมุนของคิลเลอร์ คาราเมลหายใจแรงเพื่อระงับอารมณ์โกรธ สีหน้าคนตรงหน้าเหมือนยังไม่รับรู้และทำความเข้าใจความคิดของเด็กหนุ่ม

“ถ้านายทำแบบนั้นฉันก็ไม่เหลือใครอีกแล้วคิลเลอร์! ไม่เหลือแม้แต่คุณพ่อ! ไม่มีพวกเซนเซย์หรือใครทั้งนั้น เป็นนายนายยอมได้หรอที่จะไม่เหลือใครน่ะ!

“คุณก็มีผมไงคาราเมล”

“นั่นมันไม่พอคิล! ฉันบอกนายแล้วว่านายคือชีวิตของฉันแต่คนพวกนั้นเป็นมากกว่าชีวิตฉัน”

“ทำไมแค่ผมจะไม่พอล่ะครับ ในเมื่อคนที่คุณร้องเรียกหาคือผม”

“แล้วในวันที่แม่ฉันตายนายได้อยู่ด้วยไหม?!

คำถามของเด็กหนุ่มทำให้ชายผมแดงเงียบลง นัยน์ตาสีเขียวจ้องมองคนที่กำลังตวาดด้วยนัยน์ตาแดงกล่ำ คำพูดที่คิดไว้กระเด็นหายไปจากสมองจนหมด

“ตอนที่ฉันร้องไห้นายไปไหนคิลเลอร์? ตอนที่ฉันโดดเดี่ยวนายอยู่ไหน? นายเคยมาปลอบฉันในวันที่ฉันต้องการไหม? เคยมากอดฉันแล้วบอกว่าไม่เป็นไร ไม่เป็นไรเหมือนอย่างที่คุณพ่อทำไหม? นายไม่เคยทำมันเลย ไม่เคยกลับมาทำมันแล้วนายจะมาเรียกร้องเอาอะไรจากฉัน ในเมื่อพอเราเจอกันอีกครั้งในขณะที่ฉันดีใจนายก็กำลังจะฆ่าฉันน่ะ! ตอบมาสิ! ตอบมา!”เด็กหนุ่มตะคอกยาวราวกับไม่ต้องหยุดหายใจ

คาราเมลหอบตัวโยนหลังจากระบายทุกอย่างหมด นัยน์ตาสีอัมพันแดงขึ้นเล็กน้อยเหมือนพร้อมจะร้องไห้ทุกเมื่อแต่ถึงแบบนั้นแววตาก็ยังแข็งกร้าวและดื้อรั้นเมื่อต้องมองคนตรงหน้า

“ขอโทษ...”เมื่อเรียวเอื้อมมาหา

เพลี๊ยะ!

“ถ้านายมีเวลามากพอจะขอโทษฉันซ้ำแล้วซ้ำอีกนายเอาเวลามาอธิบายให้คนโง่ๆอย่างฉันฟังได้ไหมว่าที่ผ่านมาคืออะไรคิลเลอร์ นายเองก็เหมือนชินเรย์ใช่ไหม? เข้ามาทำดีเพื่อหวังผลประโยชน์บางอย่างจากตัวฉัน ใช่-ไหม?”

นัยน์ตาสีเขียวมองคาราเมลไม่กระพริบก่อนเสมองไปทางอื่น”ใช่ ผมต้องการเพียงผนึกที่อยู่ในตัวคุณ”

“เยี่ยม! ขอบคุณ! นายทำดีแล้วทำต่อไป! คิดว่าดีก็ทำต่อไป!”คาราเมลหายใจเสียงดังเพื่อระงับอารมณ์ ร่างทั้งร่างทิ้งตัวลงนั่งกับเก้าอี้ ถ้าไม่ติดว่าเขายังไม่ได้เกลี้ยกล่อมให้คิลเลอร์เลิกคิดจะกำจัดเอสเปอร์ทั้งโลกเขาคงเดินออกจากร้านไปแล้ว

“แต่ไม่ว่ายังไงคุณก็ต้องไปกับผม ไม่ว่าจะพอใจหรือไม่ก็ตาม”

ใบหน้าของเด็กหนุ่มเบนกลับมามองที่ร่างตรงหน้าด้วยสายตาเกินประเมิน คิลเลอร์ขยับยิ้มเจ้าเล่ห์ที่พาลเอาคาราเมลรู้สึกกลัว เมื่อหันมองรอบตัวก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อพบแต่พื้นที่สีดำ มีเพียงชุดโต๊ะเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่เท่านั้นในสถานที่แห่งนี้ เขาพลาดไปแล้ว ไม่น่าคิดไว้ใจแล้วยอมมาเลยด้วยซ้ำ เด็กหนุ่มคิด

“เลือกว่าเราจะออกไปพร้อมกันหรือคุณจะติดอยู่ที่นี่ตลอดกาลล่ะครับ”

“นายไม่ทางทำแบบนั้นแน่คิลเลอร์ ถ้าไม่มีฉันนายก็กำจัดเอสเปอร์ทั้งโลกไม่ได้”คาราเมลส่ายหัว

“ในระหว่างที่คุณหาทางออกจากมิติปิดกั้นผมสามารถให้มิดไนท์ถอนผนึกในตัวคุณได้ เพราะไม่ว่าคุณจะก้าวเดินไปทางไหนนี่ก็คืออาณาเขตของผม

“ชิท!

คาราเมลสบถ สีหน้าที่มองคิลเลอร์ไม่ได้มีความกลัวอีกต่อไป มันมีแต่ความผิดหวัง ความไม่เข้าใจ ทำผู้ชายคนนี้ถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ คำว่าเพื่อนมันใช้ไม่ได้กับคนคนนี้จริงๆสินะ

“เลือกสิครับ”คิลเลอร์เอียงคอ

เด็กหนุ่มมองหน้าอีกฝ่ายแล้วกัดริมฝีปากอย่างขบคิด ถ้าเขาอยู่ในนี้ต่อไปอีกฝ่ายก็อาจจะสามารถถอนผนึกในตัวเข้าได้จริงตามที่บอก แล้วถึงเวลานั้นเขาจะทำอะไรไม่ได้เลยเพราะยังไม่สามารถไปไหนได้ แต่ถ้าออกไปข้างนอกอย่างน้อยเขาก็ต้องทำอะไรได้บ้างล่ะน่า!

“ก็ได้ ฉันไปกับนายก็ได้”

คิเลอร์รู้ว่าคนอย่างคาราเมลไม่มีทางยอมทำอะไรง่ายๆโดยที่ถูกมองว่าเสียเปรียบโดยที่ไม่มีวิธีรับมือ แต่เพราะรู้ดีนั่นแหละคิลเลอร์ถึงได้มีแผนซ้อนเอาไว้อยู่ด้วย คาราเมลลุกขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม สีหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไหร่

“จะไปก็รีบไป ฉันอึดอัด”

“นั่นสินะครับ คุณไม่ชอบความมืดนี่”ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอก่อนจะลุกขึ้นจับมือเด็กหนุ่ม

“ไปกันเถอะครับ”

เพล้ง!

เพียงพริบตาเดียวมิติปิดกั้นสีดำสนิทก็แตกละเอียดหายไปทันตา ในร้านไม่เหลือใครแล้วนอกจากคาราเมล คิลเลอร์กับเด็กหนุ่มผมแดงที่มาพร้อมลูกจ้องจอกขาว เสียงการแตกสลายของมิติปิดกั้นทำให้คาราเมลหันขวับไปมองต้นเสียงแล้วขยับปากร้อง”เฮ้ย!”แบบไม่มีเสียงในทันที

“ไม่ให้ไป~”

เด็กหนุ่มผมแดงกล่าวอย่างร่าเริงพลางโบกไม้โบกมือปฏิเสธเต็มที่ คาราเมลมองแล้วก็ได้แต่ยู่หน้าใส่อีกฝ่าย คนอะไรแลดูโลกสดใสชะมัด

“คาร่าล่ะก็~จะทิ้งลูกชายเค้าหนีไปกับชายอื่นอ่อ? ใจร้ายจัง”เด็กหนุ่มผมแดงยกมือกุมแก้มสองข้างแล้วส่ายหน้าไปมา

“อย่ามาแบ้วมากน่าตาแก่เอ๊ย”คาราเมลบ่นงึมงำ แม้จะรำคาญแต่ก็ดีใจที่อีกฝ่ายโพล่มาในเวลานี้เพราะถ้าเด็กหนุ่มไปก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

“คิดจะเอาตัวสุดที่รักข้าไปงั้นหรือเจ้าหัวแดง”เสียงนั้นดังมาจากเจ้าจิ้งจอกสีขาวที่ทำหน้าทำตาไม่พอใจอยู่กลางโต๊ะ

“เซนแซย์! นี่หายไปไหนมาครับเนี่ย”คาราเมลร้องเมื่อเห็นเจ้าลูกจิ้งจอกที่นั่งโบกหางอย่างสบายใจอยู่กลางโต๊ะ

“ว่าแบบนี้มันกระทบนะครับคุณไคเซอร์”เด็กหนุ่มผู้มาใหม่ทำหน้ายู่

“เงียบไปน่าเจ้าคนแก่ชอบแอ๊บเด็ก”

“ว่าคนอื่นไม่ดูอายุตัวเองเลยนะครับ”

“สนใจผมบ้างหมาที่บ้านก็ยังไม่ตายนะครับ”คาราเมลยู่หน้าพลางท้าวเอวมองสองคนแก่ที่เถียงกันไม่จบ

“น่าๆ”

“ไม่ต้องมาน่าๆครับโอ๊ค

คนถูกเรียกชื่อหัวเราะกลบกลื่นก่อนจะเดินไปดึงมือคาราเมลให้เข้ามาใกล้ตน สีหน้าที่มองเด็กหนุ่มผมคาราเลกับคิลเลอร์ต่างกันราวฟ้ากับเหว นัยน์ตาสีเดียวกับเส้นผมวาววับราวกับประกายของคมดาบ

 “ไม่ว่าจะในความฝัน อดีต อนาคต ปัจจุบัน คุณก็ไม่มีทางได้เด็กคนนี้ไป นอกจากเขาจะยอมไปด้วยตัวเอง เลิกพยายามได้แล้วนะครับ เพราะถึงเขาจะไปด้วยตัวเองก็คงมีเด็กบ้าคนหนึ่งไปตามเอาตัวเขากลับมาอยู่ดี”

คำพูดถูกโปรยทิ้งไว้พร้อมแผ่นหลังที่เดินหายไปของเด็กหนุ่มผมแดงที่อยู่ๆก็โพล่เข้ามาทำลายแผนของคิลลเอร์ คาราเมลถูกลากติดสอยตามไปด้วยรวมทั้งเจ้าหมาจิ้งจอกขาวที่เชิดหน้ามองคิลเลอร์ ก่อนไปเด็กหนุ่มหันมามองคิลเลอร์เล็กน้อยด้วยแววตาที่สื่อถึงคำถามมากมายในหัว คิลเลอร์มองตามไปจนลับตาก่อนจะทรุดตัวนั่งลงกับเก้าอี้

“เจ้าพวกรุ่นก่อนงั้นเหรอ...ไม่ง่ายแล้วสิครับ...พ่อ”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #280 moonwing (@moonbird) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 / 10:33
    ปริศนา... ปริศนาอีกแล้ว! แอมเบอร์คงคิดแบบนี้แน่เลย 555
    #280
    0
  2. #216 PunaLatte (@punamocca) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:41
    มาอัพต่อไวๆล่ะเดี๋ยวเรื่องไม่ต่อเนื่อง #ไม่งั้นเราไปจิงๆแน่#ร้องไห้ TOT
    #216
    0
  3. วันที่ 27 มกราคม 2557 / 20:50
    สนุกมากกกคะ อา จิ้นไปแล้วรู้สึกดีจัง/ผิดประเด็น/
    มาอัพต่อไวๆนะ><
    #215
    0
  4. วันที่ 26 มกราคม 2557 / 21:31
    อ้ายยยยยย!!!!!! ทำไมอ่านไปแล้วรู้สึกเขินๆเอพริลกับโอเชี่ยนกันนะ
    ไรท์แต่งหนุกมารีบกลับมาแต่งไวๆน้า แล้วอย่าลืมอัพ knight vs queen ล่ะ
    #213
    0