Little Sheep or Werewolf แกะตัวนั้นที่มันเป็นหมาป่า

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 24,304 Views

  • 485 Comments

  • 1,072 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    42

    Overall
    24,304

ตอนที่ 36 : Little sheep Six::นักปราชญ์แห่งชิเดลิตส์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 596
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    5 ต.ค. 58

Little sheep six

นักปราชญ์แห่งชิเดลิตส์


เหตุการณ์ตอนนี้กำลังเหมือนว่าเต็มไปด้วยความตึงเครียด แต่ละฝ่ายมองหน้ากันไปมาคล้ายจะหาเรื่องกันอยู่กลายๆอะไรทำนองนั้น นัยน์ตาสีอัมพันสบเข้ากับดวงตาสีนิลด้วยบรรยากาศที่ชวนให้คนรอบข้างทำอะไรไม่ถูก คิ้วเรียวขมวดมุ่นของดวงตาสีอัมพันกำลังสู้รบตบแปะอยู่กับคิ้วเรียวที่ยักขึ้นลงสลับซ้ายขวาอย่างกวนประสาท

“สรุปจะมาโชว์สกิลยักคิ้วให้ดูใช่ไหม? งั้นก็ไสหัวไปได้แล้วนะครับลูนอส....”ท้ายเสียงที่กดลงและคำพูดสุดแสนประชดประชันทำให้แม้แต่คนโง่ยังฟังรู้ว่าตอนนี้ด้านในของคาราเมลกำลังเดือดปุดๆ

“ไม่ได้จะมาโชว์สกิลยักคิ้วสักหน่อย แค่อยากรู้ว่าครึ่งปีแล้วทิสเต้ของฉันจะสูงขึ้นหรือเปล่าหนอ”ลูนอสตอบหน้าชื่นไม่มีแม้แต่แววความเกรงกลัวเลยสักนิดที่จะมอบให้กับสายตาของคู่สนทนา

“เราไม่ได้จะมาที่นี่เพื่อให้นายมาทะเลาะกับคาราเมลนะ”โยกังแทรกขึ้นมาหลังจากปล่อยให้ทั้งคู่เล่นสงครามจ้องตากันไปพอประมาณ

“แล้วไอ้สายตาที่สื่อออกมาว่าไม่คิดจะโตขึ้นเลยหรือไงเจ้าเปี๊ยก!ของนายมันคืออะไรฟระ?”ชายผมดำละสายตาจากคาราเมลไปหาร่างสูงที่นั่งไคว่ห้างอยู่บนโซฟาอีกตัว ที่ริมฝีปากของชายผมน้ำตาลแดงมีบุหรี่ที่ส่งควันลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ

“นั่นนายตีความหมายเองจากความคิดของตัวเองต่างหากลูนอส”อีกฝ่ายตอบอย่างไม่แยแส

“ครั้งสุดท้ายนะ....สรุปมากันทำไม?”

คาราเมลที่เริ่มหมดความอดทนเต็มกลืนกับสองคู่หูประสาทกินสมองถามเน้นๆด้วยเสียงหนัก นัยน์ตาสวยเสมองทั้งสองคนสลับไปมาก่อนจะเอนหลังพิงพนักพิง

“ถ้าไม่มีธุระอะไรก็กลับบ้านไป เกะกะ”เสียงเนือยๆเอ่ยไล่ก่อนร่างบางจะหลับตาลงและเปิดขึ้นอีกครั้งเมื่อความเงียบคือคำตอบที่ตอบกลับมา เมื่อเปิดเปลือกตาออกก็ต้องมองอย่างประหลาดใจ สองคนที่เขาเอ่ยไล่หายไปแล้วหรือจะกลับไปจริงๆอย่างที่เอ่ยปากไล่?

“งั้นก็สะ...”

โป๊ก!

เสียงที่เกิดจากกำปั้นหนาๆทั้งสองกระแทกเข้ากับศีรษะที่ปรกคลุมด้วยเส้นผมสีคาราเมลดังขึ้นพร้อมกันประสานเป็นสองเสียง เด็กหนุ่มร้องลั่นก่อนจะกุมหัวแล้วเอนตัวไปด้านหน้า

“อะไรเนี่ย?!

คราเมลหันไปตวาดสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาในท่าเดียวกันคือชูกำปั้นขึ้นมาด้วยใบหน้าโหดๆ พวกมันกล้าขึ้นมากนะ ถึงกับกล้าเขกหัวเขานี่มันเกินไปแล้วนะ!

“คิดจะหนีไปไหนอีกมิทราบ?”ลูนอสว่าพร้อมรอยยิ้ม

“หนีบ้าอะไร? ฉันไล่พวกนาย คนที่ต้องหนีน่ะพวกนาย!”คาราเมลชักรู้สึกว่าตัวเองพูดไม่รู้เรื่องแปลกๆ

“กันพวกเราออกห่างเหมือนที่นายทำกับเด็กพวกนี้ สำหรับพวกฉันมันคือนายกำลังหนี...หนีพวกพ้องของตนเอง เข้าใจป่ะ?”โยกังถามกลับด้วยน้ำเสียงอู้อี้เพราะเขากำลังคาบบุหรี่เอาไว้ในปาก

เด็กหนุ่มผมคาราเมลยู่หน้าแล้วสะบัดหน้าหนีทั้งสองก่อนจะต้องเผชิญกับสายตาสุดอาฆาตของสามหมาป่าที่นั่งเงียบไปนาน เด็กหนุ่มฉีกยิ้มเจื่อนแล้วหันไปสั่งสองนักค่าข่าวให้ไปนั่งที่โซฟา แต่เจ้าสองคนมีหรือจะฟังคาราเมล ยังคงยืนคล้ำหัวเด็กหนุ่มไม่เลิกอยู่แบบนั้น

“จะเข้าเรื่องได้หรือยัง?”คาราเมลถาม

“นายไม่คิดจะแนะนำสามคนที่นั่งหัวโอยู่ตรงนี้ให้พวกเรารู้จักหรือไง? แนะนำแต่พวกฉันให้พวกเขา”ลูนอสถามเสียงเซ็งๆ

“เอ๊า! เป็นนักค้าข่าวก็น่าจะมีปัญญารู้เองสิว่าใครเป็นใครน่ะเออ! ทำไมต้องแนะนำด้วยหว้า”เด็กหนุ่มบ่นอุบอิบ

“ไม่ใช่ว่าไม่รู้ แต่มันคือมารยาทที่นายพึงกระทำ”

คาราเมลชะงักอ้าปากค้างกลางอากาศ ฟังเผินๆเหมือนจะไม่มีอะไรแต่การที่อยู่กับโยกังมานานพอกับลูนอสทำให้เขารู้ได้ว่าไอ้คำพูดเมื่อครู่มันหมายความว่า...โยกังด่าเขาว่าไร้มารยาท!

“ได้! จะแนะนำให้ ผู้ชายผมสีแดงคือโอเชี่ยน หัวหน้าหน่วยข่าวกรอง ผมดำตรงนั้นคือเอพริลหัวหน้าหน่วยการเงิน แล้วก็ที่นั่งทำหน้ายักษ์อยู่นี่คือแอมเบอร์ หัวหน้าหน่วยอาชญากรรม”

คำถูกหาว่าหน้ายักษ์ถลึงตาใส่คนกล่าวหาก่อนหันกลับไปมองที่ลูนอสและโยกังเหมือนเดิม โยกังเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีแดงมองผ่านแว่นกรองแสงมาสำรวจร่างของชายหนุ่มผมสีแพตตินั่มบอนด์แล้วเอียงคอเล็กน้อย

“ไม่น่าอยู่กับคาราเมลได้เลยเนอะ”

“หมายความว่าไง?”แอมเบอร์สวนทันควัน

“ก็...ทั้งมีความเป็นผู้ใหญ่ ไม่ชอบวางแผนที่มันซับซ้อนไม่ชอบแบกปัญหาไว้คนเดียว แถมยังแคร์คนอื่นยิ่งกว่าอะไรดีแม้ว่าจะไม่แสดงออกทางสีหน้าและคำพูด”

แอมเบอร์ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายบอกลักษณะนิสัยเขาได้ถูกต้องทุกประการ ดวงตาสีแดงสบกับดวงตาสีม่วงของแอมเบอร์แล้วเบนมาทางคาราเมล”ต่างกับทางนี้ที่นิสัยเด็ก ชอบวางแผนที่มันซับซ้อนยิ่งกว่าเขาวงกต ชอบแบกปัญหาไว้คนเดียว แถมยังไม่ค่อยแคร์คนรอบตัวด้วย”

“นี่! ใครบอกฉันไม่แคร์คนรอบตัวล่ะห๊ะ?”คาราเมลเถียงกลับอีกฝ่ายจึงตีหน้าเรียบแล้วเอ่ยออกมา

“ที่นายทำไม่เรียกว่าแคร์คนรอบข้าง แต่เขาเรียกว่าทำร้ายจิตใจโดยการแสดงเหมือนว่าคนเหล่านั้นไมใช่คนที่นายไว้ใจจะฝากชีวิตไว้ได้”

เงียบ...คาราเมลเงียบกริบ...เรียกอีกอย่างว่าแด๊กจุด...

“เอาเป็นว่าเข้าเรื่องกันเลยดีไหม!”คุณผบ.โพลงขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเรื่องราวมันชักจะไปกันใหญ่แล้ว อาจเกิดการก่อดราม่าในไม่ช้านี่แน่ถ้าขืนยังปล่อยเด็กพวกนี้คุยกันเอง ชาติหน้าก็ไม่มีวันรู้เรื่องไปได้หรอก

“นั่นสิครับ สรุปข้อมูลที่ให้ไปหานี่ถึงไหนแล้วครับลูนอส? โยกัง?”

เมื่อถูกถามด้วยน้ำเสียงจริงจังของผบ.เขต4ตัวจริงทั้งคู่ก็เริ่มปรับท่าทางของตนเองก่อนจะเดินกลับมานั่งที่โซฟาตามเดิม ดวงตาสีดำของลูนอสฉายแววเจ้าเล่ห์แล้วจ้องไปที่ทริปเปิ้ล

“แล้วคุณผบ.แห่งเขต4จะเอาเรื่องไหนก่อนล่ะครับ?”

“ทุกเรื่องที่พวกคุณรู้”

“อย่างนั้นวันนนี้ทั้งวันเราก็เล่าไม่หมดหรอกครับ เรารู้ทุกฝีก้าวของสิ่งมีชีวิตบนโลกเชียวนะ”

หากจะถามว่าเกินความจริงไปไหม?ตอบเลยว่าไม่ สิ่งที่โยกังบอกมามันคือความจริงทั้งปวง แม้แต่ข้อมูลที่เกี่ยวกับบุคคลสำคัญของโลกหรือบุคคลที่เป็นปริศนา เรื่องราวที่ถูกปิดซ่อน

“เรื่องจริงบางเรื่องอยู่ในเรื่องตลก เรื่องตลกบางเรื่องเป็นเรื่องจริง”

“แบล็กโจ๊กเกอร์?”

โอเชี่ยนเอ่ยออกมาเสียงสูงเหมือนเป็นคำถาม ทั้งโยกังและลูนอสจึงหันมาพยักหน้ารับพร้อมๆกันแทบจะทันที เอพริลเองก็หรี่สายตามองคนทั้งสองเพื่อระลึกง่าพวกเขาเป็นใครกัน

 “ที่มีส่วนช่วยในการทำงานคดีอลิซหมวกดะ..??”

เอพริลที่กำลังจะเอ่ยปากถามว่าทั้งสองใช่กลุ่มคนเดียวกับที่ช่วยให้ข้อมูลกับพวกเขาเมื่อครึ่งปีก่อนหรือเปล่าถึงกับหยุดชะงักเมื่อเห็นทั้งสองโบกมือกันพัลวันคล้ายว่าอย่าถามได้มั๊ยเนี่ย! เอพริลเอียงคออย่างไม่เข้าใจแต่พอเบนหน้าไปทางคุณผบ.ทริปเปิ้ลเขาก็เข้าใจในทันที เมื่อรังสีทะมึนมันกำลังแผ่ออกมาจากร่างโปร่ง ผบ.ผมแดงเหลือบส้มฉีกยิ้มหวานละลายใจก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเรียบ

“ที่แท้ก็พวกคุณนี่เองสินะครับที่ช่วยคุณคาราเมล แหม่ ไอ้ผมก็เค้นคอตั้งนานไม่ตอบ เอางี้ครับ เรามาตั้งข้อแลกเปลี่ยนกันดีกว่าไหมครับ?”นัยน์ตาสีเขียวทอแสงประกาย”ถ้าอยากมีชีวิตอยู่ริดปลอดภัยก็..ไม่ต้องเก็บค่าข่าว แลกกันนะครับ”

“....”

“นะครับ...”

“ครับ...”

สุดท้ายแล้วสองแบล็กโจ๊กเกอร์ก็ชวดค่าข่าวที่แพงระดับสูงสุดจากคุณผบ.แว่นไปเป็นที่เรียบร้อย

 

“นักปราชญ์แห่งชิเดลิตส์? เอาเรื่องนี้ก่อนเหรอครับ?”ลูนอสถามเน้นย้ำกับเอพริล ชายหนุ่มพยักหน้ารับแล้วเหยิดหน้าไปทางโอเชี่ยน

“บอกเราก่อนได้ไหมครับว่าชายที่อยู่ตรงนี้ใช่ชิเดลิตส์ด้วยหรือเปล่า?”

นัยน์ตาของโยกังเบนจากร่างตรงหน้าไปทางโอเชี่ยนที่ทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก นัยน์ตาสีแดงส่ายไปมาก่อนจะหลุบลงต่ำ ทางโยกังเองพิจารณาโอเชี่ยนอยู่นานมากจนคนถูกจ้องร้อนๆหนาวๆ เกิดมาทั้งชาติเพิ่งมาถูกจ้องโดยผู้ชายขนาดนี้ครั้งแรก โอเชี่ยนเขิน(?)

“ถ้าตอบว่าใช่ อะไรจะเกิดขึ้น?”ชายหนุ่มผมน้ำตาลแดงถามกลับราบเรียบแต่มันทำให้โอเชี่ยนกำมือแน่น

“ชิเดลิตส์ ชันชายส์”โยกังกล่าวขึ้นมา”ทายาทรุ่นที่25 ลูกชายคนโตของตระกูลในขณะที่ยังไม่ล่มสลาย เด็กผู้ถูกเปรียบว่าเป็นสิ่งที่สวรรค์ส่งมาให้ชิเดลิตส์ เป็นนักปราชญ์ที่สมบูรณ์แบบแต่สาบสูญไปตั้งแต่สองปีก่อนตระกูลล่มสลาย”

“ล่มสลายหรอครับ?”เอพริลทวนพลางหันไปองหน้าซีดๆของโอเชี่ยน อีกฝ่ายพอเห็นว่าเพื่อนมองอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มแห้งๆให้

“ผู้ก่อตั้งหน่วยโวคไม่ใช่คนธรรมดา คิดว่าคนที่ร่ายคำสาปใส่เขาจะมีชีวิตอยู่อย่างผาสุกหรือไง? เรื่องนี้ทิสเต้เองก็น่าจะตอบได้นะ”ลูนอสโบ้ยไปทางคาราเมลที่นั่งกอดอกฟังข่าวสารอย่างตั้งใจ

“ก็คิดว่าใช่ ผมรู้อะไรไม่มากหรอก เรื่องพวกนี้มันแฟนตาซีเกินไป”เด็กหนุ่มว่าอย่างไม่ใส่ใจ

“เรื่องพวกนี้มันแฟนตาซีเกินไป พูดอย่างกับว่านายใช้ชีวิตอย่างเด็กธรรมดามาตั้งแต่ออกจากท้องแม่งั้นแหละ”ชายหนุ่มผมดำแขวะก่อนจะส่งสีหน้าหมันไส้สุดขีดใส่เด็กหนุ่ม

“ถ้ามีได้ก็ดี เล่าต่อเถอะครับเรื่องมันเป็นยังไง ไอ้ตระกูลที่ว่านี่คืออะไร?”คาราเมลตัดบทโดยเร็วพลางเร่งเร้าให้อีกฝ่ายเล่าต่อ

“นักปราชญ์แห่งชิเดลิตส์คือผู้ที่ได้รับอนุญาตจากพื้นดินให้รับรู้ถึงทุกเรื่องราวบนโลกใบนี้ ถ้าจะเปรียบพวกชิเดลิตส์ก็เปรียบได้กับห้องสมุดอะไรทำนองนั้น พวกเขามีทุกสิ่งที่เราต้องการค้นหา”

“มันก็คล้ายๆนายน่ะดิ”

“ไม่...เงื่อนไขมันต่างกัน พวกเราสามารถรู้ได้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร ใครไปที่ไหน ทำอะไรบ้าง เวลาไหน แต่ชิเดลิตส์เขารู้แม้กระทั่งบทสนทนาที่เกิดขึ้นและสามารถจดจำได้ทุกคำพูดในสมองของเขา สมองพวกนั้นเหมือนห้องสมุดที่เก็บข้อมูลได้ไม่รู้จักจบจักสิ้นหรือต้องเรียกว่า...สมองอนันต์”

สายตาทุกสายตาจับจ้องไปยังโยกังที่เอ่ยอธิบายข้อสันนิษฐานของเด็กหนุ่มผมคาราเมล ร่างสูงคีบบุหรี่เข้าปากก่อนจะพ่นควันสีขาวออกมาลอยอ้อยอิ่งในอากาศ กลิ่นบุหรี่ที่ควรทำให้รู้สึกหายใจลำบากลับทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เป็นบุหรี่ที่ดีต่อสุขภาพเกินกว่าจะเรียกบุหรี่จริงๆ...

“งั้นผมก็คงจะถามเหตุการณ์ที่เกิดก่อนผมจะลอยคว้างมาเกยฝั่งไม่ได้ใช่ไหมครับ?”โอเชี่ยนถามเสียงแผ่ว

คำตอบที่ได้มาคือการพยักหน้ารับแผ่วๆของโยกัง อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองเพดาน ลูนอสเสตามองคู่หูก่อนจะเบนสายตาที่สื่อความสงสารออกมามากเกินไปไปทางกระจกหน้าต่าง”แต่ฉันพอเดาได้ว่าใครเป็นคนทำให้นายมาเกยฝั่ง แล้วสาเหตุที่เขาทำ อาจจะไม่ได้มาจากเรื่องจริงแต่คิดว่าเป็นข้อสันนิษฐานที่เป็นไปได้”

โอเชี่ยนหันควับไปทางลูนอสที่ทอดสายตาไปยังท้องฟ้าสีคราม โยกังก้มหน้าลงมาแล้วเอ่ยเสียงคู่หูเบาๆ

“นายจะบอกเขา?”

“คนเรามันต้องเผชิญความจริงบ้าง”คำพูดบอกกับอีกคนแต่ใจสื่อถึงอีกคน

“นายน่าจะรู้ตัวในฐานะที่เคยเป็นนักค้าข่าวเหมือนกันนะโอเชี่ยน ว่าใครเป็นคนทำให้นายลอยเคว้งมาเกยฝั่งอยู่ที่หน้าบ้านพักของเอพริล สัญชาติญาณนักขายข่าวมันจะคงร้องเตือนนายบ้าง”เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับลูนอสจึงเปิดปากเล่าต่อ”จากนี้ไปคือข้อสันนิษฐาน เชื่อหรือไม่แล้วแต่ความคิดนาย เพราะทางนั้นใช่ผนึกกั้นเรื่องราวที่เกิดเอาไว้ทำให้พวกฉันแทรกแซงเหตุการณ์ที่เกิดก่อนหน้านี้ไม่ได้ แต่ถ้าให้เดานายกับน้องของนายคงทะเลาะกันด้วยเรื่องบางอย่าง...แล้วหมอนั่นก็จัดการนายด้วยวิธีใดสักวิธีหนึ่งแล้วก็โยนนายลงทะเลเพราะอยากให้นาย...”

ลูนอสเริ่มอึกอักเมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของโอเชี่ยน หมาลาบาดอหน้าเศร้าชื่อโอเชี่ยนมีเจ้าของชื่อเอพริลลูบหลังอยู่ข้างๆอย่างเป็นกังวล

“อยากให้ผมตายใช่ไหมล่ะครับ”

สองนักค้าข่าวพยักหน้ารับพร้อมกันเป็นสัญญาณให้โอเชี่ยนเข้าใจว่าสิ่งที่เขาคิด...ถูกมาโดยตลอด

“แล้วสาเหตุที่มิดไนท์ทำแบบนั้นล่ะครับ?”

“ก็บอกแล้วว่านายเป็นสิ่งที่สวรรค์ส่งมาให้ชิเดลิตส์ ถ้าเดาไม่ผิดพลังที่ฝ่ายนั้นเอาไปแยกร่างกับวิญญาณของเซนเซย์ออกก็คงเป็นของนาย เพราะเหตุการณ์ที่สู้กันวันนั้นจบลงวันเดียวกับวันที่นายเกิดพอดี นายเป็นอัจฉริยะที่ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ของตระกูล ถ้าฉันเป็นมิดไนท์ก็คงอยากฆ่านายไม่ต่างกัน เพราะในขณะที่นายคือที่หนึ่งเขาก็ต้องกลายเป็นที่สอง ขณะที่นายสำคัญเขาก็จะกลายเป็นคนไม่เหลือใคร”

“ใครบอกว่าเขาไม่เหลือใครล่ะครับ...เขาต้องมีผมสิ ผมไม่มีทาง...ไม่มีทางทิ้งน้องชายตัวเองได้ลงหรอก แต่ทำไมเขา...”

โอเชี่ยนเม้มปากแน่นก่อนจะลุกพรวดขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไปในทันที เอพริลเห็นแบบนั้นก็เดินตามไปอย่างตกใจ ใบหน้าที่ทุกคนเห็นคงไม่ต่างจากกันมากนัก ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง ความเจ็บปวด ความไม่เข้าใจ หลายอย่างที่โถมเข้ามามากพอให้โอเชี่ยนอดทนไม่ไหว

“ทำไมถึงได้มั่นใจขนาดนั้น บางทีเขาเองอาจจะเคยดูถูกน้องตัวเองจนโดนเกลียดเอาก็ได้”โยกังว่าราบเรียบ

“ไม่มีทาง”คาราเมลปฏิเสธเสียงแข็ง”โอเชี่ยนที่ผมรู้จักน่ะไม่มีทางเป็นแบบนั้นไปได้หรอก”

“แต่ในตอนนั้นเขาคือซันชายส์...แสงอาทิตย์ที่นายไม่รู้จักนะคาราเมล”คำพูดของโยกังทำให้คาราเมลเม้มปากแน่น

“ไอ้บ้านั่นน่ะไม่ว่าจะเป็นซันชายส์หรือโอเชี่ยนก็เหมือนเดิมนั่นแหละ”อยู่ๆแอมเบอร์ก็แทรกขึ้นมาด้วยท่าทีเรียบนิ่ง ดวงตามองไปที่โยกังอย่างไม่พอใจที่อีกฝ่ายเหมือนว่ากลายๆว่าเพื่อนของเขานิสัยไม่ดี“ไม่ว่าจะตอนนี้หรือเมื่อไหร่ไอ้เจ้านั่นมันก็เหมือนเด็กทารกที่โกธรและเกลียดใครไม่เป็น บางทีการที่หมอนั่นลอยคว้างมาเกยฝั่งอาจจะเป็นความตั้งใจของตนเองก็ได้ ผมไม่รู้ว่าพวกคุณจะคิดแบบไหน จะรู้เรื่องราวอะไรในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคตบ้าง แต่เพื่อนผมน่ะมีแค่ผมเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด”

คาราเมลหันไปมองแอมเบอร์ก่อนจะเบนหน้าหนีไปแอบลอบยิ้มอยู่คนเดียว เห็นแอมเบอร์ปากหมาใส่โอเชี่ยนบ่อยๆแต่ก็เป็นห่วงแล้วก็หวงมากซะด้วยสิ บางทีแอมเบอร์ก็แอบมีมุมน่ารักๆเหมือนกันนะเนี่ย...

“ยิ้มอะไรเตี้ย”

...แต่มุมนี้ชักไม่น่ารักแล้วแหะ...

 

โอเชี่ยนนั่งอยู่บนต้นไม้ในสวน นัยน์ตาสีสวยมองไปที่ท้องฟ้าแล้วถอนหายใจออกมา สีหน้าดูหม่นหมองจนถ้าหากใครสักคนผ่านมาเห็นต้องบอกว่าเขาเป็นตัวปลอมเป็นแน่ หมาป่าสีแดงน่ะไม่เคยเครียดอะไรเลยแม้แต่ว่าพรุ่งนี้จะไม่มีข้าวกินเขาก็ไม่วิตก

“มานั่งอมทุกข์อยู่คนเดียวนี่จะสบายใจขึ้นไหมครับ?”

ชายหนุ่มก้มหน้าลงมองคนที่เงยหน้ามองเขาด้วยใบหน้ายุ่งๆ เอพริลตามเขาออกมาจริงๆด้วย แต่อีกฝ่ายคงหลบมองเขาอยู่ที่ไหนสักแห่งเพื่อให้ได้มีเวลาอยู่กับตัวเองแน่ๆ

“ก็คิดว่าไม่”โอเชี่ยนตอบส่งๆ

“ไม่น่ารักเอาซะเลยนะครับ”ว่าจบก็กระโดดขึ้นไปนั่งบนกิ่งไม้ที่สูงกว่ากันเล็กน้อย ใบหน้าของเอพริลมียิ้มบางๆประดับอยู่“เป็นกังวลอะไรอยู่กันแน่ครับ”

“....”

โอเชี่ยนไม่ตอบ เขาทำเพียงแกว่งเท้าไปมากับอากาศก็เท่านั้น

“ถามก็ตอบสิครับ”

“นายไม่มีวันเข้าใจฉันหรอกเอพริล ไม่ต้องพยายาม”

“ไอ้ลูกหมาลาบาดอนี่!

เอพริลขึ้นเสียงสวนขึ้นทันควันที่โอเชี่ยนว่าเขาออกมาแบบนั้น นัยน์ตาสีดำมองดูโกรธๆก่อนขาเรียวจะแกว่งเตะเข้ากับลำตัวของโอเชี่ยนไปทีหนึ่ง เล่นเสียอีกฝ่ายเกือบตกต้นไม้ไป

“นายมันพวกมองโลกในแง่ร้ายตั้งแต่เมื่อไหร่? ตอบ!

โอเชี่ยนผงะเมื่อเอพริลเปลี่ยนสรรพนาม มือเรียวกำเป็นหมัดชูขึ้นขู่เต็มที่

“ทำไมฉันจะไม่เข้าใจ ตัวตนที่ไม่ได้ปกติเหมือนคนอื่น ตัวตนที่เกือบจะฆ่าใครหลายๆคน ตัวตนที่ไม่ต้องการ ไม่ว่าอะไรฉันก็รู้หมดนั่นแหละ เคยคิดแม้แต่อยากจะหายไปจากโลกนี้ด้วยซ้ำ! แล้วไอ้หมาหน้าไหนที่มันบอกว่าถ้าฉันยอมแพ้ฉันก็จะแพ้ตลอดไป ไม่มีใครที่เกิดมาอย่างไร้ประโยชน์ แม้แต่ขยะยังมีคุณค่าน่ะ ตอบ!

เหมือนเอพริลไม่มีเวลาหรืออะไร? อีกฝ่ายร่ายยาวด้วยความเร็วที่โอเชี่ยนฟังแทบไม่ทัน สีหน้าที่จริงจังและมุ่งมั่นมันทำให้เขานึกไปถึงเมื่อก่อน เอพริลที่ทั้งใจร้อนและขี้แย

“อ่ะ....”

“ว่าแต่คาราเมลว่าเขาไม่ยอมบอก ไม่ยอมเปิดใจ คุณเองก็ทำตัวไม่ต่างกันนักหรอกน่า ตัวผมเองน่ะไม่ชอบใจเวลาที่คุณไม่มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้านะ เข้าใจไหม?”

“อืม...”

“แล้วก็ไม่ต้องกังวลว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันจะเป็นความผิดคุณ อย่าตีตนไปก่อนไข้ อย่าทำเป็นโลกนี้ทั้งใบคุณแบกไว้คนเดียว ตอนนี้ไม่ว่าอะไรก็ยังไม่แน่ชัด จะมาเครียดให้ได้อะไร ไว้ทุกอย่างมันชี้ออกมาว่าคุณผิดจริงหรือคุณมีความผิด วันนั้น ตอนนั้น เวลานั้น ผมจะเป็นคนช่วยคุณเอง ไว้เราค่อยมาหาวิธีแก้ไขทีหลังด้วยกันนะครับ”

“....”

“...นะครับ...”
                “ครับแม่จ๋า”

“ดีมากพ่อจ๋า”

เอพริลยกนิ้วให้อีกฝ่าย ครั้งนี้เขาไม่ต้องการให้โอเชี่ยนพูดอะไรออกมาให้มากความ ไม่ต้องบอกว่าคิดอะไรเพราะเขารู้ใจอีกฝ่ายเป็นที่สุด สถานการณ์ที่เคยเผชิญมันไม่ได้แตกต่างกันกับที่เขาเคยเจอมา เขารู้ดีว่าควรจะพูดแบบไหน จี้ตรงไหน ปลอบแบบไหนโอเชี่ยนถึงจะสบายใจ

“โอเชี่ยน! เอพริล!

สองหมาป่าหันไปตามเสียงเรียกที่คุ้นเคย แอมเบอร์วิ่งเข้ามาหาพวกเขาด้วยท่าทีที่ดูร้อนรนจนหน้าแปลกใจ อีกทั้งเหมือนว่าจะมาคนเดียวเสียด้วย...

“มีอะไรหรือเปล่าครับแอมเบอร์? แล้วคาราเมลหายไปไหน?”

“หรือว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคาร่า?”

โอเชี่ยนถามเสียงตื่น แอมเบอร์ส่ายหัวรวดเร็ว

“เมลมันรับโทรศัพท์แล้วรีบออกไปไหนแล้วไม่รู้ แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งไปสนใจมันเลย สนใจสิ่งที่เราต้องทำกันก่อนดีกว่า”

หน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามถูกส่งมาให้แอมเบอร์ที่ยืนหอบอยู่ ชายหนุ่มปาดเหงื่อที่ไหลลงมาจากหน้าผากแล้วพูดออกไปเสียงเรียบ

“แบล็กโฮลออกอาละวาดแล้ว”

 

เปลวเพลิงโหมกระหน่ำกัดกินบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ในละแวกนั้น เสียงรถดับเพลิงและรถตำรวจดังแสบแก้วหู ร่างสองร่างยืนมองความสำเร็จด้วยรอยยิ้มน้อยๆที่ดูเหมือนนางฟ้าเทวดา แต่มันตรงกันข้าม! นี่มันซาตานต่างหาก

“เยี่ยมยอดสุดๆเลยชินเรย์!”มิดไนท์หันมายกนิ้วโป้งให้ชายหนุ่มผมน้ำตาลทองที่ลอยอยู่ข้างๆกัน ชินเรย์ยิ้มรับคำชมพลางน้อมตัวเล็กๆ ก่อนจะดีดนิ้วเสียงดัง

บู้ม!

ระเบิดอีกลูกระเบิดขึ้นทันทีที่ได้รับสัญญาณการดีดนิ้ว ใบหน้าหล่อยิ้มงามราวกับว่าเพิ่งสร้างศิลปะชิ้นงามเสร็จ ร่างด้านข้างก็หัวเราะชอบอกชอบใจเป็นการใหญ่

ปัง!

มิดไนท์ถูกดึงตัวหลบลูกตะกั่วที่พุ่งขึ้นมาหา ใบหน้าของชายหนุ่มตกใจเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นเหยียดยิ้มทันทีที่เห็นว่าใครมา

“อ๊ะ! พี่ชายฉันมาล่ะ...”ชายหนุ่มผมน้ำเงินว่าอย่างร่าเริงก่อนจะซัดลูกเพลิงขนาดพอๆกับลูกบาสไปทางโอเชี่ยน ทางนั้นเพียงยกมือขึ้นวาดไปด้านหน้าพลังลมปริศนาก็พุ่งชะล้างลูกเพลิงไปจนหมด

“เดี๋ยวฉันจัดการมิดไนท์เอง นายไปจัดการชินเรย์ก็แล้วกัน”

โอเชี่ยนบอกกับแอมเบอร์ ถ้าเป็นปกติโอเชี่ยนคงถูกอาฆาตด้วยสายตาจากแอมเบอร์ไปแล้วในข้อหาที่กล้าออกคำสั่งคนอย่างหมาป่าสีดำ โชคดีที่วันนี้ชายหนุ่มไม่ถือสาอะไร พื้นรองเท้าหนังกระทบพื้นดังกึก!หนึ่งครั้งก่อนแอมเบอร์จะทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า เห็นแบบนั้นโอเชี่ยนก็อันเชิญวิหคเพลิงขึ้นมาในทันที

“ไปด้วย!”เอพริลร้อง

“ไม่ได้! นายอยู่นี่แหละ”โอเชี่ยนปฏิเสธทันควันเมื่อเอพริลทำท่าจะเข้าร่วมด้วย แม้อะไรๆจะวางใจได้มานานพอควรแต่เขาไม่อยากให้เอพริลออกโรงนัก

“ทีโรเบล โอเชี่ยน!”เอพริลเรียก

“ไม่!

ระหว่างที่โอเชี่ยนหันไปปฏิเสธลูกเพลิงขนาดเท่าเดิมแต่จำนวนมากกว่าเป็นสอบเท่าก็พุ่งเข้าหาโอเชี่ยน ร่างสูงหันไปอย่างตกใจเมื่อรู้สึกถึงลูกเพลิงและยิ่งตกใจยิ่งกว่าเมื่อเห็นเอพริลลอยอยู่กลางอากาศด้านหน้าเขาพร้อมทั้งใช้ดาบสีดำทมิฬปัดลูกไฟด้วยความเร็วจนพวกมันเบนออกข้างทางไปหมด ก่อนจะเหวี่ยงดาบด้วยแรงทั้งหมดส่งไปด้านหน้าส่งผลให้ลมดาบพุ่งเข้าปะทะกับร่างของมิดไนท์จนฝ่ายนั้นถอยหลังไปเล็กน้อย

“ไม่ให้ขึ้นวิหคเพลิงก็ได้ งั้นผมจะไปของผมเองนะ!

มหกรรมดื้อแพ่งของคุณแม่เอพริลได้เริ่มขึ้นแล้ว! โอเชี่ยนโอดครวญในใจ ชายหนุ่มจำใจต้องพยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจ เอพริลเหยียดยิ้มขึ้นมาที่มุมปากจากนั้นจึงกระโดดขึ้นไปยืนบนหลังของวิหคเพลิงทันที เมื่อได้สัญญาณฟินิกซ์ก็กรีดร้องแล้วพุ่งทะยานขึ้นไปหามิดไนท์ทันทีทันใด ฝ่ายนั้นเหยียดยิ้มรับโอเชี่ยนที่มีสีหน้าจริงจัง เปลวเพลิงที่พุ่งเป็นสายวิ่งวนรอบตัวของชายหนุ่มผมน้ำเงินราวกับมีชีวิตก่อนจะพุ่งตรงไปทางโอเชี่ยน

“อากิระ!

จิ้งจอกหนุ่มปรากฏกายขึ้นทันใดที่ถูพกเอ่ยนาม ร่างสูงป้องปากเป่าลมแรงระดับพายุเข้าซัดกับเปลวเพลิงจนมันกระเจิงหายไปหมด

“นายท่าน”

จิ้งจอกหนุ่มหันไปเอ่ยเรียกนายของตนด้วยเสียงแผ่วๆคล้ายถามว่านายคนนี้ของเขาเป็นอะไรไปในวันนี้? เขาคงรับรู้ได้ถึงสภาพจิตใจที่ไม่แน่นอนของโอเชี่ยน จิตใจของชายหนุ่มสั่นไหวและเปราะบางราวกับแก้วร้าว แค่สะกิดนิดเดียวอาจจะแตกจนประกอบกลับไม่ได้

“อากิระระวังข้างหน้า!

เอพริลตะโกนเตือนเมื่อจิ้งจอกหนุ่มอยู่กับนายของตนมากไป อากิระหมุนตัวกลับไปทันทีที่ได้รับเสียงเตือน เสียงคำรามของจ่าฝูงจิ้งจอกดังก้องกังวานจนแม้แต่โอเชี่ยนยังต้องยกมืออุดหู

“แก!!!!”มิดไนท์คำรามลอดไรฟัน เขาจ้องมองที่จิ้งจอกหนุ่มอย่างเอาเรื่อง ทางฝั่งอากิระไม่สนใจสายตาที่ไม่ต่างจากเด็กเอาแต่ใจนั่น แส้สีเงินถูกเรียกออกมาสะบัดกับอากาศส่งเสียงดังสะนั่น

“ข้าไม่สนว่าท่านจะเป็นใคร เป็นผู้มีอำนาจมาจากไหน แต่ข้าจะไม่มีวันที่จะให้ท่านแตะต้องนายข้าแม้แต่ปลายผม!

กรึด!

มิดไนท์กัดปากตนเองด้วยความโมโหจนมันเป็นแผล ยิ่งเขาเห็นโอเชี่ยนมีใครๆปกป้องและอยู่เคียงข้างมากเท่าไหร่เขายิ่งรู้สึกโมโห ในขณะที่โอเชี่ยนมีใครต่อใครแต่เขากลับไม่เหลือใครเลยแม้แต่พอ่แม่!

“อย่ามาทำอวดดีสัตว์ชั้นต่ำ!”มิดไนท์คำรามก่อนจะตวัดมืออกคำสั่งให้เปลวเพลิงรูปมังกรทะยานไปหาจิ้งจอกหนุ่ม

อากิระเหยียดยิ้มที่มุมปากบางๆก่อนจะตวัดแส้ผ่ามังกรเพลิงจนมันกรีดร้องและขาดเป็นสองท่อน ชายหนุ่มผมน้ำเงินกัดฟันกรอด ไม่คาดคิดว่าจิ้งจอกหนุ่มตนนี้จะเก่งกราดขนาดที่สามารถทำลายมังกรของเขาได้ด้วยการตวัดแส้เพียงครั้งเดียว

“ดูสิว่ามันจะได้สักกี่น้ำกันวะ!

เปลวเพลิงสีส้มแผ่ออกมาจากฝ่ามือของมิดไนท์พุ่งเข้าหาร่างของอากิระเต็มแรง แรงอัดของเพลิงที่โหมกระหน่ำและไม่มีท่าทีว่าจะมอดไหม้ทำให้จิ้งจอกหนุ่มต้องเกร็งแขนเพื่อต้านเพลิงนั้นไว้ หากมาเป็นช่วงๆอากิระสามารถปัดป้องและทำลายได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเสียแม้แต่เหงื่อสักหยด แต่หากมาเป็นสายทั้งยังดูท่าจะเป็นแบบไม่มีที่สิ้นสุดเช่นนี้ แม้แต่อากิระเองก็จะไม่ไหวอยู่เหมือนกัน

เพราะมีอากิระป้องกันอยู่ด้านหน้าทำให้โอเชี่ยนมีเวลามากพอจะหันไปห่วงเพื่อนอีกคนที่สู้อยู่กับชินเรย์ เพียงชั่วครู่อยู่ละสายตาไปร่างนั้นก็กำลังจะล่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศ เอพริลมองภาพนั้นด้วยความตกใจ ใจหนึ่งอยากจะเไปดูเพราะไม่รู้ว่าแอมเบอร์ยังมีสติอยู่ไหม แต่ใจหนึ่งก็ไม่กล้าละจากโอเชี่ยนไป โอเชี่ยนไม่พร้อมจะอยู่มิดไนท์ตัวต่อตัว ฝ่ายนั้นจะพูดจาปากหมาอะไรใส่โอเชี่ยนบ้างก็ไม่รู้ เอพริลวางใจไม่ได้!

“อากิระ! ไปช่วยแอมเบอร์!”โอเชี่ยนตะโกนสั่ง ร่างของแอมเบอร์กำลังดิ่งลงพื้นไปเรื่อยๆโดยมีชินเรย์มองตามอย่างไม่คิดจะเข้าไปดูดำดูดี

“แต่....”

“เร็วเซ่!!!!

โอเชี่ยนตะโกนเสียงดังจนเสียงแกว่ง สีหน้าเหมือนจะร้องไห้เต็มที เขาอยากไปช่วยแอมเบอร์เองด้วยซ้ำแต่ถ้าเขาผละไปมิดไนท์อาจจะหนีไป ถ้าทิ้งเอพริลไว้ก็ไม่รู้จะเจออะไรบ้าง ทางเดียวคือต้องให้อากิระไปช่วยแอมเบอร์ซะ

“ครับ...”อากิระรับอย่างไม่เต็มใจก่อนจะผละไป

มิดไนท์มองเห็นจังหวะในการโจมดีจึงเตรียมเร่งพลังถึงขีดสุดเพื่อเผาทั้งเป็นพี่ชายสุดที่รักพร้อมเพื่อนตัวดี!

“แด่ท้องนภาที่กว้างใหญ่ พื้นผสุธาจงสดับรับฟังข้า นัยน์ตาประสานนัยน์ตา ขอเอ่ยนามแห่งตัวเจ้า...”

โอเชี่ยนผนมมือไว้ที่หน้าอก ฟันคาบกระดาษแผ่นบางไว้แน่น ริมฝีปากขยับพูดเสียงฟังอู้อี้ นัยน์ตาสีแดงถูกซ่อนไว้ภายใต้เปลือกตาบาง มิดไนท์มองอย่างเดาทางพี่ชายไม่ถูกก่อนจะเบิกโพลงขึ้นเมื่อนึกได้ว่าตอนนี้พี่ชายของตนมีความสามารถอะไรติดตัว

“...จงออกมา ยูกิอนนะ!

สิ้นเสียงเรียกขานอันทรงอำนาจของโอเชี่ยน กระแสลมหนาวก็โหมกระหน่ำมาในทันใดจนเอพริลและมิดไนท์ต้องยกมือขึ้นป้อง มีเพียงโอเชี่ยนคนเดียวที่เหยียดยิ้มอยู่ นัยน์ตาสีแดงจับร้องพายุหิมะที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรปรวน เมื่อหิมะพลันสลายเผยให้เห็นรูปลักษณ์ของอิสตรีที่งดงามหาที่ใดเปรียบ เรือนร่างงดงาม ผิวกายขาวเนียน ใบหน้าสวยยิ้มหวานมอบแด่โอเชี่ยน เรือนผมสีเงินทิ้งตัวลงถึงเอวพริ้วไปมาตามสายลม หญิงสาวยิ้มให้แก่โอเชี่ยนหนึ่งครั้งก่อนหันไปหามิดไนท์ด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“ไฟงั้นเหรอ....เจอปีศาจหิมะหน่อยไหมล่ะน้องชาย!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #219 เด็กแว่นสีชมพู (@whitebaby) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:58
    เปิดฉากกันแล้ววว รอตอนต่อไปนะคะ
    #219
    0
  2. #212 PunaLatte (@punamocca) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 มกราคม 2557 / 17:46
    มาอัพเดี๋ยวนี้ๆๆๆๆๆๆๆ งานนี้ห้ามดองงง :'(
    #212
    0
  3. #211 Sheen (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 มกราคม 2557 / 20:42
    แอบๆากร้ายอ่ะ มาว่าคาร่าได้ยังไงกัน

    คาร่าเค้าแค่ตัวเล็กน่ารักน่ากอดเองนะ
    #211
    0
  4. #210 SuperNova (@changemoo) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 มกราคม 2557 / 17:34
     คิกๆ คาราเมลลลล เตี้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #210
    0