ตอนที่ 35 : Little Sheep Five<คนเห็นแก่ตัว>{แก้ไขคำผิด}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 642
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    5 ต.ค. 58

Little Sheep Five

คนเห็นแก่ตัว

 

                เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงบนโซฟากลางห้องทำงานของผบ.หน่วยโวค นัยน์ตาสีอำพันจ้องไปในความมืดยามราตรีแล้วขมวดคิ้วมุ่น ภาพทุกอย่างฉายชัดในความทรงจำเหมือนเทปม้วนเก่าที่ถูกเอามาเล่นอีกครั้ง คาราเมลหลับตายกสองมือขึ้นปิดหน้าแล้วเอนหลังพิงพนักพิง เสียงเปิดประตูทำให้เขารู้ว่ามีคนเข้ามาแต่เด็กหนุ่มไม่ได้สนใจอะไรนัก คงไม่พ้นเบลเฟกอลหรือไม่ก็ทริปเปิ้ล

                “โอเคหรือเปล่าคาราเมล?”เบลเฟกอลถามเสียงใสพลางทิ้งตัวลงตรงข้ามกับเด็กหนุ่ม ห้องทั้งห้องยัง8’อยู่ในความมืดมิดมีเพียงแสงไฟจากด้านนอกที่รอดเข้ามาเท่านั้น

“ผมไม่ควรกลับมาที่นี่ ผมกำลังทำให้พวกเขาเดือดร้อน”เด็กหนุ่มว่าเรียบๆก่อนลดมือลงข้างตัว นัยน์ตาสีอำพันเหล่มองเบลเฟกอลที่นั่งไขว้ห้างอยู่ตรงข้าม

“ทำไมคิดแบบนั้นเล่า หดหู่จริงเลยนะ”คุณผบ.ว่าขำๆ

“แล้วจะให้ผมทำหน้าระรื่นหรือไง? นี่หมาป่าสีขาวนะครับไม่ใช่คุณผู้บังคับการสูงสุด”คาราเมลว่าพบลางขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจที่อีกฝ่ายทำเหมือนเรื่องคอขาดบาดตายที่กำลังเผชิญหน้าด้วยเป็นเรื่องไร้สาระ

“น่าๆ อย่าประชดแบบนี้สิ อีกอย่างคิดไปก็เท่านั้นแหละแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วนะ ถ้าจะเอาเวลามาโทษตัวเองสู้เอาเวลาไปอธิบายอะไรกับเด็กๆพวกนั้นไม่ดีกว่าเหรอ?”

นานๆทีที่เบลเฟกอลจะพูดมีสาระและแลดูเป็นคำคม แต่คาราเมลไม่ได้สนใจคำคมในประโยคนั่น เขาชักสีหน้าใส่อีกฝ่ายก่อนจะตอบกลับไป

“ไม่จำเป็นที่จะต้องอธิบายอะไรทั้งนั้นแหละครับ”เด็กหนุ่มว่า

เบลเฟกอลยิ้มละมุนจนตาเป็นพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวแล้วเอียงคอมอง ริมฝีปากสมส่วนเอ่ยถามอย่างสงสัย”ทำไมล่ะ? ถ้าไม่บอกพวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้เลยนะ”

“ก็ไม่ต้องทำอะไรสิครับ พวกนั้นจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในงานนี้ เราต้องกันเขาออกไปให้หมด ผมไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อนแค่นี้เขาก็เดือดร้อนกันมามากพอแล้ว”คาราเมลตอบไม่เต็มเสียง ภาพของโอเชี่ยนที่ทรุดเข่าลงด้วยใบหน้าแย่ๆยังทำให้เขาใจหายไม่เลิก โอเชี่ยนที่สุดแสนจะร่าเริงต้องมามีสีหน้าแบบนั้นเพราะมายุ่งเกี่ยวกับเขา

“ทำไมถึงชอบทำอะไรคนเดียวนะ ตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วนะคาราเมล ทำไมเอาแต่ทิ้งใครๆไว้ข้างหลังแล้วก้าวไปเองลำพังล่ะครับ? นิสัยแย่จริงๆเลย”ทริปเปิ้ลที่ไม่รู้ว่าเข้ามาอยู่ในห้องเมื่อไหร่กล่าวตำหนิ ชายหนุ่มเดินไปนั่งลงบนที่พักแขนของโซฟาที่เบลเฟกอลนั่งอยู่

“ผมแค่ไม่อยากใครให้ๆต้องมาเดือดร้อนเพราะผมเท่านั้นเอง ทริปเปิ้ลเข้าใจผมสิ”คาราเมลร้องว่า

“แล้วคุณน่ะเข้าใจพวกเขาบ้างหรือปล่าล่ะครับ?”คำถามของทริปเปิ้ลทำให้คาราเมลชะงัก

“ทริปเปิ้ลก็รู้ว่าอันตรายแค่ไหน”ในที่สุดคาราเมลก็เอ่ยออกมาหลังจากเงียบไปนาน เด็กหนุ่มประสาทมือเย็นๆทั้งสองไว้ตรงหน้า ใบหน้าหมองๆก้มลงมองพื้น”ถ้าเข้ามาก็ถอนตัวไม่ได้ ถ้าคิดจะมีส่วนร่วมก็คือตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่มีข้อแม้ ถ้าแพ้คือแพ้ทั้งหมด แบล็กโฮลไม่ใช่พวกอาชญากรที่จะได้จัดการง่ายๆ มันไม่ใช่เกม ถ้าตาย...คือตายจริงๆ”เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้น”ผมเอาชีวิตพวกเขามาแขวนบนเส้นดายไม่ได้ ถ้าเกิดอะไรขึ้น...จะทำยังไง ผมดูแลพวกเขาไม่ได้ทั้งหมด ทริปเปิ้ลยอมหรอครับที่ผมจะเอาชีวิตพวกเขาไปเสี่ยง เรื่องนี้ทุกคนไม่เกี่ยวข้อง ไม่มีส่วนแต่แรก ผมอยากให้คนที่เกี่ยวข้องสิ้นสุดที่ผม ผมจะจัดการทุกอย่างเอง”

“คาราเมล..”เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียกของเบลเฟกอล

“ฉันผิดหวังในตัวเธอนะ”

“อ่ะ..”

คาราเมลพูดไม่ออกเมื่อโดนตรอกหน้าตรงๆ แม้ว่าคุณผบ.ในชุดหมีจะยังยิ้มแย้มแจ่มใสไม่เปลี่ยนแต่ความรู้สึกที่ออกมาจากเสียงมันคือของจริง เด็กหนุ่มเบนหน้าออกด้านข้างไม่อยากสบตากับคนตรงหน้าทั้งสองคนเท่าไหร่

“แล้วจะให้ผมทำยังไง?”

“อะไรก็ได้ที่แสดงว่าเธอยังเห็นหัวพวกเขาบ้าง ไม่ใช่ทำเหมือนพวกเขาไม่มีตัวตนแบบนี้”

เบลเฟกอลตอบกลับทันควัน นัยน์ตาสีม่วงสดใสมองที่คาราเมลไม่ละไปไหน เขารู้ดีว่าคนตรงหน้าอาจจะกำลังสับสน การพบเพื่อนเก่าคนนี้มีผลต่อคาราเมลเอาเรื่อง

“เธอกันพวกเขาออกไม่ให้รับรู้อะไรเลย เหมือนเป็นการดูถูกพวกเขา ถ้าแม้แต่เธอที่ใกล้ชิดที่สุดยังไม่เชื่อ แล้วใครจะเชื่อล่ะ? เธอกำลังทำตัวเป็นเด็กเห็นแก่ตัวที่ไม่ยอมแบ่งปันสิ่งที่ตัวเองมีให้คนอื่น แต่เธอยังเรียกร้องที่จะเอาสิ่งต่างๆจากคนอื่นไม่จบไม่สิ้น”

“ผมไม่เคย...”

“เธอเรียกร้องให้แอมเบอร์บอกเธอบ้างว่าเขามีอะไรอยู่ในใจ แค่นั้นไม่พอหรอ?”

คำถามของเบลเฟกอลทำให้เด็กหนุ่มชะงักอีกหน นัยน์ตาสีอำพันวูบไหวไปมา สีหน้าของเด็กหนุ่มไม่สู้ดีนักเวลานี้ แต่ไม่ว่ายังไงคาราเมลก็ยังจะยืนยันคำเดิม

“ผมให้พวกเขามายุ่งด้วยไมได้จริงๆ ผมไม่กล้าพอจะเอาพวกเขามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องไร้สาระพรรค์นี้ มันก็แค่เด็กน้อยสองคนตีกัน ไม่นานมันก็จะจบโดยที่ไม่มีอะไรสูญเสีย หรืออย่างมากสุดก็สูญเสียแค่หนึ่ง...ผมให้พวกเขามาเดินร่วมทางกับสิ่งที่โลเลแบบผมไม่ได้ ถ้าวันไหนผมข่มใจไม่อยู่แล้วเดินตัดสินใจผิดๆขึ้นมา พวกเขาที่ผมรักจะไม่มีใครเหลือให้ผมมองหน้าสักคน อาจจะดูเห็นแก่ตัวแต่มันก็ช่วยไมได้”เด็กหนุ่มยักไหล่ พยายามฉีกยิ้มที่สดใสที่สุด

“คาราเมลครับคุณรู้ไหมว่ารอยยิ้มของคุณตอนนี้...ไม่ต่างอะไรกับแก้วใสที่เปื้อนฝุ่น มันไม่น่ามองเลยนะครับ”ชายหนุ่มผมส้มว่าสั้นๆ นัยน์ตาสีเขียวมองอีกฝ่ายอย่างผู้ใหญ่มองเด็กแล้วเอ่ยต่อ”ลืมตาขึ้นและพยุงตัวเองขึ้นจากความโดดเดี่ยวเสียทีครับ มองให้ดีว่าตอนนี้คุณเป็นใคร คุณมีสิทธ์มากพอที่จะเรียกร้องให้ใครต่อใครมาปกป้อง คุณปกป้องคนอื่นมาทั้งชีวิตแล้วนะ ซึ่งผมก็ขอบคุณมันมากจริงๆ”

เด็กหนุ่มยังคงนิ่งเงียบ แววตาที่สะท้อนออกมายังคงไว้ซึ่งความสับสน ใจหนึ่งโลเลที่อยากจะวิ่งหนีไปให้ไกลแล้วสู้เพียงลำพังเพราะกลัวการสูญเสีย แต่ใจหนึ่งก็อยากที่จะได้ใครสักคนยื่นมือมาปกป้อง อยากจะหันไปมองกลุ่มคนที่ยืนอยู่เบื้องหลัง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นคงว่าพวกเขาเหล่านั้น...จะช่วยปกป้องเขาทีได้ไหม? แต่ถ้าคาราเมลทำแบบนั้น...ก็เท่ากับเอาคอของทุกคนไปวางไว้บนคมเคียวของยมทูต

“ให้ตายเถอะเป็นพวกดื้อด้านถึงที่สุดเกินไปแล้ว ฉันไม่ไหวแล้วเปลี่ยนมือๆ”อยู่ๆเบลเฟกอลก็โวยวายขึ้นมาพลางเหยียดแขนขึ้นฟ้าสุดแขน

ประตูห้องที่เปิดออกไม่ดึงความสนใจเท่าคนที่เดินเข้ามาด้วยใบหน้าโกธรๆทั้งสามคน คาราเมลอ้าหวอก่อนสะบัดหน้าไปทางทริปเปิ้ล สีหน้าอ่านได้ประมาณว่าไหนบอกว่าพวกเขากลับไปแล้วไงครับ!แต่รองผบ.หนุ่มกลับตีสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้เสียเฉย

“คาราเมล...”ทั้งสามเรียกเสียงเย็นพร้อมกันพลางส่งสายตาไม่พอใจสุดๆไปให้เด็กหนุ่มบนโซฟาที่ทำได้เพียงยิ้มแห้งๆรับก่อนจะเป็นโอเชี่ยนที่ถอนหายใจยาวออกมา

“พวกเราน่ะผ่านอะไรด้วยกันมาก็เยอะ คิดจะทิ้งกันไว้ตรงนี้งั้นเหรอ?”

“ป๊ะป๋า...”

“ทั้งๆที่ผ่านมาตัวคุณเองก็ออกก้าวเดินไปพร้อมๆพวกเราแท้ๆ แต่อยู่ดีๆจะมาสะบัดมือทิ้งแล้วเดินออกไปคนเดียวเสียดื้อๆ จะบอกว่ามันเสี่ยงเลยต้องทิ้งพวกผมไว้ข้างหลังนะหรอครับ? ผมแอบเสียใจนะที่คุณมองว่าพวกเราไม่สามารถเป็นกำลังให้คุณได้น่ะ”

“หม่าม๊า...”เด็กหนุ่มลากเสียงก่อนจะค่อยๆเบนสายตาไปยังคนสุดท้ายที่เดินเข้ามาใกล้เข้าด้วยใบหน้าถมึงทึง ถ้าจะมีการงับหัวเกิดขึ้นก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่

“เด็กเห็นแก่ตัว...นายน่ะ ยังเห็นหัวกันอยู่หรือเปล่า? ถ้าขืนพูดอะไรที่แสดงเหมือนพวกฉันเป็นคนนอก ทำเหมือนไม่เห็นหัวกันอีกล่ะก็...เตรียมตัวเก็บของแล้วไสหัวออกไปจากห้องฉันซะ!

“แอม...”

“ทั้งๆที่พูดเองแท้ๆว่าจะไม่ห่างไปไหน คิดจะกลืนน้ำลายตัวเองหรือไงเจ้าเปี๊ยก? เป็นแค่ไอ้เปี๊ยกที่ดีแต่สร้างปัญหาแท้ๆยังมีหน้ามากันพวกฉันออกจากเรื่องนี้อีก ไม่เคยตายใช่ไหมล่ะห๊ะ?”แอมเบอร์ว่ารอดไรฟัน

“แอมเบอร์...”คาราเมลลากเสียงอ่อนแล้วยิ้มให้แอมเบอร์แห้งๆ

“ว๊าก!

เด็กหนุ่มร้องสุดเสียงเมื่อโดนดึงมือให้ลุกขึ้นมาจากโซฟา นัยน์ตาสีอเมทิตส์ที่คุ้นเคยจ้องเขาเรียบๆ

“มองหน้าฉันแล้วตอบสิว่าไอ้หน้าอย่างนี้มันพึ่งไม่ได้ใช่ไหม?”

“อ่า...คือ....แว๊ก!

“แล้วมองไปที่สองคนข้างหลัง พวกนั้นเองก็เป็นพวกไม่ได้เรื่องเหมือนกันใช่ไหม?”

คาราเมลโดนจับหมุนอย่างแรงให้หันกลับไปมองสีหน้าเรียบๆของเอพริลและโอเชี่ยนที่กอดอกมองเขาอยู่

“ตอบฉันมา”

แอมเบอร์ก้มลงไปถามเสียงหนักข้างหูคาราเมลจากด้านหลัง เด็กหนุ่มอึกอักตอบไม่ถูกเมื่อโดนกดดัน เขาไม่ได้คิดว่าคพวกนี้ใช้ไมได้ แต่ทว่าเขาไม่อยากให้ใครมาเสี่ยงเพราะตัวเขาเอง

“ก็ไม่ใช่...”

“แล้วทำไมต้องพยายามกันพวกป๊ะป๋าออกจากเรื่องนี้ด้วยเล่า?”โอเชี่ยนเลิกคิ้วด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ

“ก็ผม...ไม่อยากเห็น...”

“ไม่อยากให้ฉันต้องเจอกับมิดไนท์อีกใช่ไหม?”

คาราเมลเงยหน้าขึ้นทันที สีหน้าอ่านออกว่าโอเชี่ยนพูดถูกแน่ๆ ชายหนุ่มผมแดงถอนหายใจยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแล้วเรียกอีกฝ่ายเสียงดัง

“คาร่า!

“ครับ!”คาราเมลสะดุ้ง

“เราเห็นป๊ะป๋าเป็นใคร? นี่หัวหน้าหน่วยข่าวกรองแล้วก็เป็นอดีตนักค้าข่าวด้วยนะ คิดว่าเรากันป๊ะป๋าออกมาแล้วป๊ะป๋าจะไม่หาทางไปพบมิดไนท์เองหรอ? ตลกแล้วคาร่า”โอเชี่ยนว่าเสียงดุๆ”ถ้ายังคิดจะทิ้งพวกเราไว้ข้างหลังอีกล่ะก็น่าดู

“แต่...”

“ก็อย่างที่เด็กโข่งเขาบอก ถ้าคุณยังยืนยันว่าจะกันพวกผมออกแล้วลุยเดี่ยวอีกล่ะก็...ผมจะจับคุณมัดด้วยโซ่แล้วเอาไปขังไว้ห้องใต้ดิน จะไม่ปล่อยออกมาจนกว่าเรื่องจะจบเลยคอยดู”

คาราเมลเบ้หน้า คนพวกนี้น่ากลัวขึ้นทุกวันๆจนต้องขอยกธงขาวยอมแพ้ในเรื่องความโหด นัยน์ตาสีอำพันเสมองรอบๆตัวแล้วกระพริบตาปริบๆ เขาไม่รู้จะทำยังไงแล้วตอนนี้ แต่ละคนหน้าโหดๆกันทั้งนั้น ถ้าปฏิเสธอาจโดนเสียบไม้ย่างไฟ แต่ถ้าตอบตกลง...เขาก็คงกระโดดลงกองไฟด้วยตัวเองเหมือนกัน

“ผม...ควรจะทำยังไงดี?”เด็กหนุ่มหลุดคำถามที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่คิดว่ามันจะออกมาจากปากเขา

“ไมต้องทำยังไง แค่มองตาฉันแล้วตอบมาว่าเรายังเป็นเพื่อนกันอยู่หรือเปล่า?”แอมเบอร์ว่าพลางใช้มือทั้งสองยึดไหล่ของคาราเมลเอาไว้

“อ่ะ...เอ่อ..”เด็กหนุ่มอึกอัก นัยน์ตาสีอเมทิตส์ที่สะท้อนกับแสงจันทร์ช่างเปล่งประกายราวกับอัญมณีเหลือเกิน“เป็นสิครับ”ความมั่นคงในนัยน์ตาสีสวยเรียกความรู้สึกที่มั่นคงไม่แพ้กันออกมาจากภายใน เด็กหนุ่มตอบออกมาเต็มปากเต็มคำเรียกรอยยิ้มที่มุมปากคนตรงหน้าได้เป็นอย่างดี

“งั้นก็ถึงเวลาเปลี่ยนตำแหน่ง พวกฉันอยู่ด้านหน้านายแล้วปกป้องนายเอง หัดมองแผ่นหลังคนอื่นซะบ้าง ความรู้สึกที่ได้รับการปกป้องน่ะมันไม่แย่หรอก มันไม่ได้แปลว่านายอ่อนแอแต่แปลว่านายสำคัญพอให้ใครเสี่ยงชีวิต”

เด็กหนุ่มกระพริบตาปริบๆ ใช้สายตามองรอบห้องก็เห็นรอยยิ้มของคนอื่นๆที่ยื่นมาให้เขาอย่างไม่มีเงื่อนไข เหมือนมือที่ยื่นไปฉุดเขาที่กำลังจะจมทะเลแห่งความโดดเดี่ยวให้มีโอกาสขึ้นฝั่งและออกเดินไปพร้อมกัน

“ขอบคุณ...ขอบคุณจริงๆนะครับ!

คาราเมลตะโกนพร้อมรอยยิ้มและน้ำตา สิ่งที่เขาเคยคิดจะทิ้งไปกลับมาอยู่ในมือเขาอีกหน มือเรียวๆที่คุ้นเคยวางลงบนหัวเขาแล้วขยี้เบาๆ

“ขี้แย”

แล้วคำพูดที่เชือดเฉือนใจคนฟังก็ยังคงอยู่และไม่หายไปไหนอยู่ดี....

 

ตอนนี้ถ้าจะให้บรรยายสภาพแต่ละคนคงไม่ต่างอะไรจากซอมบี้มากนัก คงจะมีแต่แยกประเภทเป็น ซอมบี้หน้าเด็กหนึ่ง ซอมบี้เด็กโข่งหนึ่ง ซอมบี้หน้าตายหนึ่ง ซอมบี้มีปัญหาด้านสมองหนึ่ง และซอมบี้คุณแม่อีกสอง หรือถ้าไม่ใช่ซอมบี้ก็คงเป็น...หมีแพนด้า

“เมื่อไหร่จะยอมเล่าสักทีห๊ะ?”แอมเบอร์ถามคาราเมลอย่างหงุดหงิด นี่เขานั่งรอฟังความจริงทั้งหมดทั้งมวลจากเด็กหนุ่มมาตั้งแต่ตีสองจนตอนนี้หกโมงเช้าแล้ว เป็นเวลาสี่ชั่วโมงที่เขาทั้งหมดนั่งรออย่างไร้ความหมาย!

“ขอเวลาทำใจครับ....”

“นายได้เวลาทำใจมาสี่ชั่วโมงแล้วนะ นายอ่านปากฉัน สี่-ชั่ว-โมง!”แอมเบอร์ชี้ปากตัวเองแล้วเน้นย้ำอย่างเดือดดาล เขาควรได้นอนบ้าง แต่นี่ไม่! ไม่เลยแม้สักสิบนาทีหรือนาทีเดียว!

“บางทีฉันก็คิดว่าเธอลีลาไป”เบลเฟกอลว่า

“เขาก็เหมือนคุณนั่นแหละครับ”ทริปเปิ้ลแขวะก่อนหันไปเกลี่ยกล่อมคาราเมล”เล่าสักทีเถอะนะครับ พวกเราทำสัญญาไว้ว่าจะเล่าอะไรไม่ได้เด็ดขาด ตอนนี้ทั้งห้องมีคุณคนเดียวที่เล่าได้นะ”

“พูดแบบนี้นี่...หมายความว่าทั้งคุณผบ. รองผบ.แล้วก็คาราเมล ทั้งหมดรู้เรื่องหมดเลย?”โอเชี่ยนชี้นิ้วไล่ทีละคนด้วยสมองที่มึนๆ

“ก็ประมาณนั้น”คาราเมลรับ

“งั้นก็แปลว่าทั้งหมดรู้จักกันมาก่อน?”

“อ่ะ...เอ่อ...คงงั้นมั้งครับ คิดว่าเนาะ น่าจะใช่ คิดว่าเรียกแบบนั้นคงไม่ผิด หรือว่า...ยังไงดีนะ...”คาราเมลตอบแบบงงๆพาลเอาคนฟังงงไปด้วย

“พอแล้วพอครับ! หยุด! คุณเล่ามาเดี๋ยวนี้เลย คุณรู้ไหมว่าตอนนี้ผมง่วงมากเลย! ถ้าผมไม่ได้นอนภายในครึ่งชั่วโมงผมจะกลายร่างเป็นยักษ์แล้วนะ!”เอพริลเริ่มโวยวายจนโอเชี่ยนที่นั่งเอาหน้าพิงไหล่อีกฝ่ายอยู่สะดุ้ง

“ครับๆ จะเล่าแล้วแต่มันควรเริ่มจากตรงไหนล่ะครับ บอกผมหน่อยเถอะ!”ในที่สุดคาราเมลก็เริ่มเข้าเรื่องสักทีแม้ว่าจะยังก้าวไปแค่ขาเดียวก็ตาม

“เล่าตามแต่ที่คุณคิดว่าเล่าได้เถอะครับ”ทริปเปิ้ลตอบเขาเองก็อยากนอนเต็มแก่

“แบล็กโฮล ใช่! แบล็กโฮล ผมควรเริ่มตรงนั้น”คาราเมลตบมือดังฉาดแล้วจำใจเล่าออกไป”พวกคุณคงรู้จักกลุ่มแบล็กโฮลใช่ไหมครับ”

“อืม พวกเราโดนเบื้องบนสั่งให้ทำคดีนี้อยู่”ตรงคำว่าเบื่องบนแอมเบอร์เสตามองเบลเฟกอลที่ลงไปนอนหมอบกับพื้น ฝั่งนั้นก็ส่งสายตาเปล่านะ เค้าเปล่านะมาให้จนแอมเบอร์ไมเกรนจะขึ้น

“รู้จักประมาณไหนครับ?”

“เป็นผู้ร้าย นิสัยไม่ดี จะทำลายเอสเปอร์”

“แค่นั้น?”เด็กหนุ่มผมยาวย้ำ

“เออ”แอมเบอร์ตอบสั้นๆ

“นี่พวกคุณจบมหาวิทยาลัยโวคมาได้ยังไงเนี่ย! หลักสูตรมันผิดเพี้ยนไปหมดแล้วหรือไงผมจะบ้าตาย! พวกคุณสองคนก็พูดอะไรกันบ้างสิครับ ทำไมพวกเขารู้แค่ว่าแบล็กโฮลเป็นผู้ร้ายล่ะครับ ห๊ะ?”

คาราเมลลุกขึ้นไปเขย่าคอเสื้อเบลเฟกอลที่นอนตายอย่างสงบอยู่บนพื้น ความจริงเขาควรไปเขย่าคอทริปเปิ้ลมากกว่าแต่ว่าเด็กหนุ่มเองก็เกรงใจ เบลเฟกอลเลยต้องรับเคราะห์ไป

“ก็อาจารย์ แค่ก! อาจารย์บอกว่าไม่จำเป็นต้องรู้มากนี่ แค่กๆๆ! มันเลยไม่มีในหลักสูตรน่ะ ฉันผิดอะไร แค่ก! คาราเมลมาเขย่าคอฉันทำม้าย~”

“ทั้งๆที่มันเกี่ยวข้องโดยตรงกับการก่อตั้งโวคเนี่ยนะครับ!?”

คาราเมลถามใส่หน้าอีกฝ่ายก่อนจะปล่อยร่างนั้นด้วยความอารมณ์เสีย จะอาจารย์จะศิษย์ก็โง่บรมพอกัน! เด็กหนุ่มคิดแล้วยกมือเสยเส้นผมที่ลงมาปรกหน้าขึ้นไปอย่างหงุดหงิดก่อนจะหันกลับมาทางพวกแอมเบอร์ที่ตั้งตารอฟังอยู่

“เมื่อยี่สิบห้าปีก่อนสิ่งที่เรียกว่าเอสเปอร์ได้ปรากฏขึ้นในวัฏจักรของโลกใบนี้ ได้มีตัวตนและคงอยู่ในสังคมที่เคยมีแต่คนธรรมดา แม้ว่าตอนแรกจะแตกตื่นและตกใจแต่เพียงไม่นานเอสเปอร์ก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากสิบเป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่น เป็นล้าน นั่นทำให้ชีวิตธรรมดาๆของหลายคนเปลี่ยนไป พลังพิเศษถูกใช้ในทางต่างๆมากมาย ทั้งดีและไม่ดี และในเวลานั้นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งก็ถือกำเนิดขึ้น”

“อย่างกับหนังซุปเปอร์ฮีโร่”โอเชี่ยนว่าก่อนจะถูกเอพริลตบหน้าเสียงดังฐานแทรกกลางคัน

“โวคใช่ไหมครับ?”

“โธ่หม่าม๊าครับ เราเพิ่งฉลองครบรอบยี่สิบสองปีของโวคไปเมื่อวาน แล้วเรื่องนี้มันจะเกิดตั้งแต่ยี่สิบห้าปีที่แล้วได้ไงครับ กลุ่มคนนั้นน่ะแบล็กโฮลต่างหากล่ะครับ”

เอพริลอ้าปากค้าง โอเชี่ยนทำหน้าหลุดโลกส่วนแอมเบอร์ก็ทำเพียงแค่ขมวดคิ้วเท่านั้น นั่นเป็นปฏิกิริยาที่คาราเมลคาดไว้เบื้องต้นแล้ว

“ครับ แบล็กโฮลฟังไม่ผิดหรอก มันก็มีถมไปใช่ป่ะล่ะครับที่ว่าเป็นคนดีก่อน พอนานๆไปก็ชักเยอะแล้วก็กลายมาเป็นตัวร้าย”คาราเมลทำหน้าเซ็งโลกแล้วเล่าต่อ”หลังจากนั้นเอสเปอร์ที่ทำไม่ดีก็เยอะขึ้นๆจนหัวหน้ากลุ่มแบล็กโอลตระหนักว่า...ควรกำจัดเอสเปอร์ออกไปจากโลก และนั่นคือจุดเริ่มต้น แบล็กโฮลเริ่มกวาดล้างเอสเปอร์ทุกคนไม่เลือกหน้าว่าดีหรือชั่ว แล้วนั่นก็ฉากปรากฏตัวของพระเอก”แด็กหนุ่มทำหน้าเซ็งโลกอีกรอบแล้วหันไปทางเบลเฟกอล

“อาจารย์ของคุณเบลเฟกอล คือฮีโร่เฮงซวยคนนั้น”

เอพริลเลิกคิ้ว แลดูคาราเมลจะเทิดทูน(?)อาจารย์ของเบลเฟกอลแปลกๆนะเนี่ย ทางฝั่งเบลเฟกอลก็ชูสองนิ้วร้องอาจารย์ฉันเองจ้า อาจารย์ฉันเอง อาจารย์ที่เก่งกาดของฉานนนน

“และไอ้ฮีโร่เฮงซวยคนนั้นก็คือ เซนเซย์”

What!!!!”โอเชี่ยร้องลั่นอย่างตกใจ

“แปลว่าคาราเมลกับคุณผบ.เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกัน?”เอพริลถามอย่างสงสัย ก็ว่าอยู่ว่าทำไมทั้งคู่สนิทกันแปลกๆ

“เหอะ! ก็อาจจะประมาณนั้น เล่าต่อนะครับ”ไม่รอให้ใครอนุญาตคาราเมลก็เปิดปากเล่าต่อทันที”แต่ก็อย่างว่า น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ เซนเซย์คนเดียวจะไปทำปลากระป๋องอะไรได้ เก่งแค่ไหนก็โดนตะเพิดกลับมาอยู่ดี ฮีโร่เฮงซวยผู้บาดเจ็บจึงได้พบกับ...”

“สาวสวย?”โอเชี่ยนแทรกขึ้น

“เจอแล้วช่วยอะไรได้ครับ?”คาราเมลว่าเซ็งๆ

“ผู้เฒ่าในหุบเขาโบราณ?”เอพริลพึมพำ

“นี่ก็จินตนาการเยอะไปครับหม่าม๊า มันจะใช่ได้ไงครับ?”

“หมีขาวที่เดินไปมาแห่งขั้วโลกเหนือ”แอมเบอร์ร่วมขบวนการเดาด้วย

“เจอไปเพื่ออะไรครับ? หมีขาวบ้านไหนมันจะมาเดินอยู่แถวนี้บ้างครับเนี่ยแอมเบอร์”

“ก็เผื่อมันหลุดออกมาจากสวนสัตว์”บางทีการไม่ได้นอนอาจจะทำให้คนดีๆสมองเลอะเลือนบ้าบอไปได้เหมือนกันนะ

“คุณผบ.ปัญญาอ่อนนี่ต่างหากล่ะครับ เขาเจอกับคุณผบ.น่ะ!”คาราเมลว่าแล้วผายมือไปทางเบลเฟกอลที่ยิ้มแฉ่งชูสองนิ้วให้หมาป่าทั้งสามอยู่“ตาแก่หัวขาวตาม่วงนี่ตั้งเงื่อนไขว่าถ้าอยากให้ช่วยก็ต้องสอนทักษะการต่อสู้ให้ และแน่นอนว่าคนที่ถูกหมายหัวอย่างฮีโร่ปัญญาอ่อนไม่มีทางเลือก รับสอนเด็กน้อยบ้าบอคอแตกไปตามระเบียบ”

“ขอแทรกครับ”โอเชี่ยนยกมือขึ้นอย่างมีมารยาท ทั้งๆที่ก่อนหน้านี่ไม่มีเลยสักนิด

“วันนี้จะจบไหมเนี่ย? ว่ามาครับ”คาราเมลบ่นพลางเกาหัว พอไม่เล่าก็จ้องเอาๆอย่างกับจะงับหัวแต่พอเล่าก็แทรกกันจริงพ่อคุณทั้งหลายเอ๊ย!

“เรื่องนี้มันเกิดตั้งแต่ยี่สิบห้าปีก่อนใช่ไหมครับ?”

“ครับ”

“แล้วตอนนี้คุณผบ.เนี่ย...อายุเท่าไหร่เหรอครับ?”

คำตอบของคำถามคือความเงียบที่มาพร้อยรอยยิ้มของผบ.แห่งโวคแขต4 มองจากถายนอกแล้วไม่น่าจะเกินเลขสามไปได้ไม่ใช่หรือไง เผลอๆเหมือนจะรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเขาทั้งสี่คนเลยด้วยซ้ำ คาราเมลทำสีหน้าปั้นยากพูดไม่ออก ทริปเปิ้ลก็ยิ้มแห้งๆใส่ทุกคนอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ตอนนั้นน่ะ...ตอนที่เป็นศิษย์ของเซนเซย์น่ะ อายุยังไม่ขึ้นสองหลักใช่ไหมครับ?”เอพริลคาดเดา

อย่างน้อยๆถ้าตอนนั้นอายุสักสิบสองสิบสาม นี่ผ่านมายี่สิบห้าปีก็ราวสามสิบกว่าๆ ก็พอทำเนาได้อยู่หรอก

“ตอนนั้นฉันขึ้นสองหลักแล้วนะ อายุมากพอจะมีลูกแล้วด้วย”

“....”

เหมือนคาราเมลจะได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องมารำไรๆ มองหน้าทุกคนที่แข็งเป็นหินไม่เว้นแม้แต่แอมเบอร์แล้วประเด็นอายุของคุณผบ.นี่ประสิทธิภาพร้ายแรงจริงๆ

“หยุดเรื่องอายุอานามของคนแก่ไว้แค่นี้เถอะครับก่อนพวกคุณจะช็อกจนฟังผมไม่รู้เรื่อง ถ้าขอให้เล่าต่ออีกครั้งผมไม่เล่าแล้วนะ”พอคาราเมลพูดแบบนั้นทุกคนจึงเลิกสนใจเบลเฟกอลไปทันทีแต่ก็ยังไม่วายแอบเหลือบตามองสำรวจริ้วรอยบนใบหน้าที่น่าจะปรากฏขึ้นบ้างเถอะน่า...

“อืม...ถึงไหนแล้วนะ..อ่อ! หลังจากที่รับคุณผบ.เป็นศิษย์ได้หนึ่งปี คุณผบ.ก็ได้รับวิชาไปทั้งหมดที่เซนเซย์มีและช่วยเหลือฮีโร่เฮงซวยตามสัญญา เขาเสนอพรรคพวกที่ไม่น่าจะมีอยู่บนโลกให้ฮีโร่ไส้แห้ง พ่อมด ยมทูต และอนเมียวจิ สามบุคคลแปลกประหลาดที่อยู่เกินขอบเขตของคำว่าเอสเปอร์ ทั้งห้าคนร่วมมือกันกำจัดแบล็กโฮลที่เริ่มฮึกเหิมคิดการณ์ใหญ่...แบล็กโฮลสร้างเวทย์โบราณที่น่าพรั่นพรึงออกม เวทย์ที่เจาะจงทำลายแต่ผู้มีพลังพิเศษ มันดูไม่มีอะไรถ้าเวทย์นั้นไม่ได้ครอบคลุมไปทั้งโลกล่ะนะครับ”

เด็กหนุ่มอธิบายรวดเดียวยาวยืดก่อนจะยกแก้วน้ำใกล้มือขึ้นดื่มโดยไม่สนว่าของใครเป็นของใคร เขาให้เวลาสามหมาป่าตรงหน้าอึ้งห้าวินาทีก่อนจะตบมือเสียงดังเพื่อเรียกสติ เอพริลกระพริบตาถี่ๆเมื่อได้สติ โอเชี่ยสะดุ้ง แอมเบอร์แค่กระพริบตาหนึ่งครั้งเท่านั้น ทั้งสามคนแอบเหลือบมองกันนิดหน่อย ไอ้ผู้ช่วยของฮีโร่เฮงซวยนั่นแลดูคุ้นๆหรือเปล่านะ...

“เวทย์นั่น มีจริงหรอ?”แอมเบอร์เลิกคิ้วถาม ตัดสินใจเลิกสนใจผู้ช่วยฮีโร่ไป

“แน่นอนครับ มีจริงแน่ๆ คุณอาจจะไม่เคยเห็นหรือถ้าเคยอาจจะจำไมได้เพราะมันค่อนข้างซ้ำซ้อนและยาวมาก มันเป็นอักขระโบราณของชนเผ่ามายาที่คิดค้นเวทย์นี้ไว้ต่อกรกับพวกประหลาดๆจากเผ่าอื่นๆที่เป็นศัตรูน่ะครับ แต่พวกเขาไม่เคยวาดไปทั้งโลกแบบนั้นหรอกนะขอบอก”

“แล้วมันเป็นยังไงต่อ ที่เล่ามานี่ป๊ะป๋ายังไม่รู้เลยนะว่าเกี่ยวกับคาร่าตรงไหน”

“ก็จะเกี่ยวอยู่นี่ไงครับ”เด็กหนุ่มว่า”เรื่องราวมันลุกลามเลยไกลมาจนถึงสองปีเต็มที่ผลัดกันรุกผลัดกันรับ แบล็กโฮลไม่สามารถกำจัดเหล่าฮีโร่ไร้แก่นสารทั้งห้าคนได้แม้ว่าตนมีกำลังคนมากกว่า แต่ฮีโร่ไร้สาระก็จัดการแบล็กโฮลชนิดถอนรากถอนโคนไม่ได้เหมือนกันเพราะอีกฝ่ายพวกเยอะกว่า สองปีเต็มที่เป็นแบบนั้นมาจนสุดท้ายหัวหน้าของแบล็กโฮลจึงตัดสินใจตัดสินกับฮีโร่เฮงซวยอย่างเป็นทางการ เพราะถ้าไม่ทำ เวทย์ที่พ่อมดและอนเมียวจิกางไว้ก็จะต่อต้านเวทย์กำจัดเอสเปอร์อยู่แบบนั้น”

มาถึงตรงนี้คาราเมลก็หยุดคิดเพื่อเรียบเรียงคำพูดออกมา...ให้แนบเนียนที่สุด เขาไม่ได้โกหกแต่ไม่อาจบอกความจริงทั้งหมดแก่บุคคลเหล่านี้ได้

“จะซ่อนไปเมื่อถึงเมื่อไหร่”สายตาสีม่วงสว่างอ่านได้แบบนั้น

“แบบนี้มันไม่ดีนะครับ”สายตาสีเขียวอ่านได้แบบนี้

“จนกว่าจะตาย”เด็กหนุ่มพึมพำแล้วฉีกยิ้มหวานแจกจ่ายแก่ทุกคน

“เลิกลีลาน่า เล่าต่อเร็วๆ”แอมเบอร์ที่ไม่ได้สนใจปฏิกิริยารอบตัวใดๆเลยเร่งเร้าเพราะความอยากรู้

“วันสุดท้ายแห่งการตัดสิน พลังที่ทัดเทียมทำให้ทั้งคู่สูสี ไม่มีใครยื่นมือเข้าไปห้ามหรือยุ่งเกี่ยว ทุกคนได้แต่ยืนมองจนสุดท้ายฝ่ายที่ตัดสินใจลงมือก็คือฝ่ายของโวค อนเมียวจิตัดสินใจสั่งให้เวทย์ถอดถอนทำงาน เขาต้องการถอดถอนเวทย์ของแบล็กโฮลออกจากพื้นโลก แต่ก็ดันมีตัวการขัดขวางอย่างที่ไม่คาดคิด นักปราชญ์แห่งชิเดลิสต์ ตระกูลที่มีความรู้เป็นอนันต์ เรื่องได้ที่เกิดขึ้นใหม่เขาจะได้รับรู้ เรื่องใดที่เกิดขึ้นไปแล้วเขาจะไม่ลืมเลื่อน มันคือคำจำกัดความของชิเดลิสต์”

“ครอบครัวของฉันสินะ”โอเชี่ยนถามขึ้นเรียบๆและได้การพยักหน้ารับของทั้งคาราเมลและผู้ใหญ่ทั้งสอง

“อนเมียวจิสู้หลังชนฝากับนักปราชญ์ และจังหวะที่ทุกคนสนใจอนเมียวจิอยู่ ยมทูตก็เปิดทางไปสู่นรก พ่อมดร่ายมนตร์สังหาร และฮีโร่เฮงซวยก็จัดการตึงร่างของหัวหน้าแบล็กโอลไว้กับพื้นดิน ร่างนั้นโดนทำลายด้วยเวทย์สังหารและเดินทางผ่านเข้าสู่ประตูนรกทันที ฝั่งนักปราชญ์แสนซื่อสัตย์เมื่อเห็นการเล่นไม่ซื่ออย่างที่ฮีโร่ไม่ควรเป็นจึงซัดคำสาปใส่ฮีโร่เฮงซวย ร่างและวิญญาณของฮีโร่เฮงซวยแยกออกจากกัน ร่างถูกนำไปซ่อน ส่วนวิญญาณก็ไปสิงสู่สุนัขจิ้งจอกที่บังเอิญวิ่งผ่านมาพอดี”

“วิ่งผ่านมาพอดี? นี่ไปสู้กันแถวไหนเนี่ย?”

“แถวภูเขาน้ำแข็งที่เป็นแหล่งที่อยู่ของจิ้งจอกหิมะมั้งครับ จะมาจู้จี้อะไรเนี่ย จะฟังต่อไหม?”คาราเมลทำเสียงเมื่อขู่แอมเบอร์จึงยอมละข้อสงสัยไป

“จากนั้นอนเมียวจิและพ่อมดก็ทำการถอดถอนเวทย์แต่อาจจะเพราะผลของการปะทะกันมานานของเวทย์ทำลายและเวทย์ที่กางขึ้นเพื่อต่อต้านมันเลยทำงานผิดพลาด จากที่ต้องหายไปจากโลกมันดันเข้าสู่ตัวของเด็กทารกที่อยู่ใกล้ๆแถวนั้น นั่นก็คือผม”

ความเงียบโรยตัวเข้ามาอีกครั้ง ทุกสายตาจับจ้องไปที่คาราเมลเป็นตาเดียว เด็กหนุ่มระบายยิ้มอ่อนๆออกมาแล้วพูดไปราวกับว่าไม่มีอะไร”นี่มันคือเหตุผลว่าทำไมคิลเลอร์จึงต้องการตัวผม แล้วผมไปรู้จักกับตาแก่นี่ได้ยังไง”พูดแล้วก็ชี้ไปที่เบลเฟกอลประกอบ”ถ้าเขาได้ตัวผมไปก็เท่ากับได้เวทย์ทำลายล้างที่สมบูรณ์ที่สุด ผมก็ไม่ต่างอะไรกับลูกระเบิดที่เมื่อดึงสลักออกเมื่อไหร่ทุกอย่างก็จะพังพินาศไม่เหลือชิ้นดี”

คาราเมลกล่าวยิ้มๆแล้วเล่าต่อเพิ่มเติม”หลังจากนั้นหนึ่งปีโวคก็ก่อตั้งขึ้นภายใต้การดูแลของ...ตาแก่นี่ยังไงล่ะครับ”

นั่นเหมือนระเบิดที่ทิ้งไปให้เบลเฟกอลเสียมากกว่า สามหมาป่าเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อ ถ้าผู้ดูแลคือเบลเฟกอล ถ้างั้นผู้บังคับการสูงสุดแห่งหน่วยโวคก็คือ เบลเฟกอล! ผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยโวคที่ว่าหาตัวจับยากนักหนาก็คือเบลเฟกอล! ทำไมโลกถึงฝากองค์กรที่สำคัญที่สุดของโลกไว้กับพวกไม่ได้เรื่องแบบนี้ล่ะครับท่าน!

“งั้น...ทำไม่ยังมาเป็นผบ.เขต4อีกล่ะครับ? คุณควรอยู่ที่เขต1สิ คนเราไม่น่ามีตำแหน่งซ้ำกันได้ แม้จะเป็นผบ.ก็เถอะ”แอมเบอร์ว่าอย่างไม่เข้าใจ

“นี่ไม่เคยอ่านรายชื่อสมาชิกของโวคเขต4กันเลยหรือไงครับ?”เด็กหนุ่มว่าแล้วขมวดคิ้วจากนั้นก็เอ่ยออกมาเรียบๆ“ที่นี่น่ะ ไม่มีรองผบ.นะครับ”

ทุกคนผงะ สมองเริ่มคิดตามแล้วเบนสายตาไปทางทริปเปิ้ลที่ยิ้มมุมปากอยู่ด้านหลัง ร่างโปร่งเอียงคอมองทุกคนแล้วเอ่ยรับอย่างชัดถอยชักคำ

“ผบ.เขต4 ก็ผมนี่แหละครับ”

ความเงียบโรยตัวลงมาโบกมือทักทายอีกแล้ว สมองของสามหมาป่าเข้าสู่ขึ้นวิกฤตเสียแล้วสิ

“ตอนนี้สมองผมรับข้อมูลมากไปแล้วครับ จะระเบิดแล้ว”เอพริลยกมือกุมหัวแล้วส่งสีหน้าแย่ๆออกมา

“ผบ.ที่เข้าใจว่าเป็นผบ.เป็นผบ.ใหญ่ ส่วนผบ.ที่เข้าใจว่าเป็นรองผบ.ก็เป็นผบ. เอ๊ะ? เดี๋ยวนะ? ยังไงวะ? โอ๊ยย งงครับ!”โอเชี่ยนแหกปากพลางยกมือปิดตาแล้วแหงนกน้าขึ้นฟ้า นี่ก็แฮงค์ไปอีกคน

“เรื่องผบ. รองผบ.อะไรนั่นช่างเถอะ แต่เราจะเริ่มวางแผนป้องกันยังไง? ไอ้นักปราชญ์ที่ว่านั่นคืออะไร? เป็นใคร? ทำอะไรได้บ้าง? แล้วเกี่ยวข้องกับโอเชี่ยนจริงหรือเปล่า? เรื่องนี้มันคือเรื่องที่เราต้องรู้ก่อนไม่ใช่หรือไง”

แอมเบอร์ดึงทุกคนกลับมาในฐานะที่เป็นคนเริ่มดึงทุกคนไปยังข้อสงสัย สีหน้าแต่ละคนตอนนี้ปรับเป็นเคร่งขรึมเพื่อรีดข้อมูลดีๆที่มีอยู่ในสมอง จะเว้นก็แต่เบลเฟกอลที่ยังนั่งหน้าชื่นอยู่อย่างไม่สะทกสะท้านอะไรทั้งนั้น ราวกับว่าตนเองไม่ได้อยู่ในประวัติศาสตร์ครั้งนี้ด้วยทั้งที่ความเป็นจริงพ่อคุณเกี่ยวเต็มๆ

“ในฐานะคนที่อยู่ในเหตุการณ์ จะไม่รู้อะไรหน่อยเหรอครับ?”คาราเมลหันไปถาม

“ไม่ล่ะ วันนั้นฉันนั่งหลับอยู่ข้างต้นไม้ ตื่นมาก็เลิกกันหมดแล้ว”คุณผบ.ใหญ่ตอบเสียงร่า

“ขอบคุณครับ”

“ฟังดูไม่ค่อยประชดเลยแหะ”โอเชี่ยนพึมพำ

“แล้วทีนี้จะเอาไงครับ? เราจะไปหาข้อมูลจากไหน เซนเซย์ก็ไม่อยู่ไม่รู้หายหัวไปไหน ช่วยกันคิดโดยเร็วเลยครับ”คาราเมลเร่งให้ทุกคนใช้ความคิด

ในขณะที่ด้านในกำลังเครียดกับข้อมูลที่ยังขาดหายอยู่นั้น ด้านนอกก็กำลังแอบมองแล้วยิ้มร่าอย่างคนได้ใจ ร่างสองร่างแอบมองผู้คนด้านใน หนึ่งในนั้นแววตาเต็มไปด้วยความสนุกที่เห็นคาราเมลและพ้องเพื่อนทำท่าทางเหมือนคิดไม่ตกแบบนั้น

“ตายๆ ปวดหัวตายแล้ว เอ๊าๆ คิ้วจะรวมกันเป็นเส้นเดียวแล้วนะ”ชายผมดำมองภาพนั้นแล้วหัวเราะท้องคัดท้องแข็งดูสะใจเสียน่าดู

“ไร้สาระ เข้าไปได้แล้ว”

โครม!

ไม่เว้นจังหวะให้เตรียมตัว ชายผมน้ำตาลแดงก็ถีบร่างตรงหน้าเต็มแรงจนร่างนั้นเซไปชนประตูแล้วถลาเข้าห้องไปล้มอยู่บนพื้น

“บองชู๊ว์...คาราเมล ฉันควรเรียกนายว่าคาราเมลสินะ”ชายผมน้ำตาลแดงว่าอย่างไม่ทุกข์ร้อนอาทรใจกับเพื่อนที่เขาเพิ่งถีบลงไปนอนเล่นกับพื้น นัยน์ตาสีแดงมองผ่านแว่นกรองแสงมาสำรวจคาราเมลแล้วหัวเราะเบาๆ สีหน้าอ่านได้ว่าไม่คิดจะโตขึ้นเลยหรือไง

“ไอ้บ้า! ไอ้บอดเอ๊ย แกถีบมาได้ยังไงวะ!”ชายผมดำประท้วงแล้วงัดตัวเองออกจากพื้น ยืนขึ้นจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อยก่อนหันไปเขม่นชายด้านหลังทีหนึ่งแล้วหันกลับมา

“ไม่เจอกันนานนะครับพวกลุงๆแล้วก็สมาชิกโวคที่น่ารัก”ลุงๆนี่เน้นใส่ทริปเปิ้ลกับเบลเฟกอลเต็มเหนี่ยวแล้วจึงหันไปทางพวกแอมเบอร์ที่นั่งเอ๋อกันอยู่

“บองชู๊ว์ ทิสเต้ วันนี้ก็ยังคงเตี้ยเหมือนเดิมเลยนะ”

“เฮ้ๆมาถึงก็พาลอยากจะโดนงับหัวแล้วหรือไงเจ้าบ้า”คาราเมลสวนขึ้นทันควัน เรื่องส่วนสูงนี่ยอมไม่ได้จริงๆ เด็กหนุ่มอยากจะงัดเอาสาระพันคำด่าออกมาฟัดกับคนผมดำที่ยืนยิ้มร่าอยู่เหลือเกิน แต่พอหันไปเห็นสีหน้าไม่เข้าใจของหมาป่าสามตัวก็เลยต้องเก็บปากเก็บคำไว้ฟัดกับชายผมดำทีหลัง

“แอมเบอร์อาจจะเคยเจอคนหน้าด้าน เอ๊ย! ด้านหน้าแล้วนะครับ แต่ที่เหลือคงไม่เคย ผมจะแนะนำให้รู้จักครับ นี่..ลูนอสกับโยกังสองนักค้าข่าวผู้โด่งดังด้านการทำลายข้าวของ ว่าแต่พวกนาย...มาทำอะไรกันทีนี่เนี่ย!

“มาย่างปลา”โยกังตอบสั้นๆไม่ทุกข์ร้อนอะไร

“มาเล่นเป็นหมีขั้วโลกที่เดินไปเดินมามั้ง!”ลูนอสว่าแล้วเหล่แอมเบอร์นิดหน่อย

จากคำตอบของสองคู่หูนักค้าข่าว คาราเมลเริ่มรับรู้แล้วว่าตอนนี้ความวุ่นวายที่มากกว่าการรับมือกับคิลลเลอร์กำลังกระโดดมาตีซี้กับเขาอยู่....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #318 Say. (@a-dark-devil) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 20:29
    เกิดก่อนโวคก่อตั้ง 1 ปี งั้นตอนนี้ก็... อายุ 23 อะดิ O_O!!?
    #318
    0
  2. #208 ลาลารน (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 มกราคม 2557 / 03:02
    ตั้งแต่ยี่สิบปี อายุก็นะ
    #208
    0
  3. #207 sushi-m (@sushim) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 มกราคม 2557 / 23:23
    very fun and happy new year writer :)
    #207
    0
  4. #206 เด็กแว่นสีชมพู (@whitebaby) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2556 / 09:13
    เพื่อนนี่ดีจังเลยนะ
    #206
    0
  5. #199 Sheen (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2556 / 23:34
    ฮือๆ... ร้วงไห้ตาม เพื่อนแท้้มันดีอย่างนี้นี่เองสินะ
    #199
    0