Little Sheep or Werewolf แกะตัวนั้นที่มันเป็นหมาป่า

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 24,135 Views

  • 485 Comments

  • 1,075 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    26

    Overall
    24,135

ตอนที่ 34 : Little Sheep Four<You know what I want and I got what you need.>{แก้ไขคำผิด}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 678
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    5 ต.ค. 58

Little Sheep Four

You know what I want and I got what you need.

 

คาราเมลแหงนหน้ามองภาพบนหน้าจอด้วยแววตาตื่นตระหนก ร่างที่เขาเห็น รอยยิ้ม ความรู้สึก ทุกสิ่งทุกอย่างบ่งชี้ว่าคนตรงหน้ามีอยู่จริง เขาเริ่มเข้าใจความรู้สึกโอเชี่ยนขึ้นมาเสียแล้วสิ เข้าใจทันทีว่าทำโอเชี่ยนถึงยืนไม่อยู่ การที่เขาพบคนที่ไม่คาดคิดมันทำให้เขาเสียศูนย์ได้ง่ายดายเหลือเกิน

ฟึ่บ

“อย่า-ไป-มอง”

คาราเมลผงะถอยหลังเมื่อแอมเบอร์ยกมือขึ้นปิดตาเขาจากด้านหลัง น้ำเสียงราบเรียบกระซิบอยู่เหนือหัวของเด็กหนุ่มพร้อมสายตาที่จ้องมองไปยังคิลเลอร์อย่างเอาเรื่อง หมอนั่นพาชินเรย์มาเพื่อให้คาราเมลเขว้เพราะรู้ว่าเด็กหนุ่มรักและไว้ใจลูกหน่วยคนนี้มากขนาดไหน

“มันก็แค่ของ...”

“ไม่ใช่ของปลอมหรอกครับคุณแอมเบอร์”ชินเรย์ว่าแล้วขยับยิ้ม”ผมที่ยืนสนทนากับคุณอยู่ตรงนี้น่ะยังมีทั้งชีวิตและจิตใจ ยังจะบอกว่าผมเป็นของปลอมอีกหรอครับ? คนอย่างคุณไม่น่าที่จะแยกไม่ออกนอกเสียจากว่าคุณตั้งใจจะหลอกกันเล่นเท่านั้น”

แอมเบอร์จ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาที่แข็งกร้าว ความจริงแล้วเขาค่อนข้างแพ้ทางพวกประเภทแบบนี้มาแต่แรก พวกที่มีรอยยิ้มประดับวงหน้า สายตาที่ดูละมุนละไม คำพูดที่แสนหวานแต่เชือดเฉือนคนฟัง แพ้ทางทั้งๆที่ไม่มีรายชื่อคนแบบนี้อยู่ในลิตส์คนรู้จักเลยสักคน...แล้วใครกัน?

“แอมเบอร์ครับ...”คาราเมลเรียกเสียงแผ่วมือเรียวยกขึ้นดึงมือแอมเบอร์ลงมา

“เมล...”

“ให้ผมได้มองด้วยตาตัวเองเถอะครับ ให้ผมได้แน่ใจว่าตรงหน้าผมคือใคร”น้ำเสียงหนักแน่นพร้อมแววตาที่เอาเรื่องทำให้แอมเบอร์ปล่อยมืออกช้าๆ คาราเมลที่ก้าวเดินออกไปด้านหน้าดูห่างไกลจนแอมเบอร์อดรู้สึกใจไม่ดีไม่ได้

“คาราเมล..”

“ผมไม่อยู่ห่างจากคุณหรอกครับ อย่างน้อยๆก็ตราบใดที่หัวใจของคุณยังอยู่กับผม”คาราเมลหันไปยิ้มให้อีกฝ่ายพลางชูจี้สีใสที่ห้อยอยู่ที่คอให้อีกฝ่ายดู ที่แท้หัวใจที่ว่าก็คือพลังเวทย์ของแอมเบอร์เองหรอกเหรอ เอพริลลอบถอนหายใจ เขาคิดวว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันในหน่วยซะแล้ว

“คุณน่ะ...ชินเรย์จริงๆหรอรับ”

“แน่นอนครับลีดเดอร์”

คาราเมลเงียบลงชั่วอึดใจเมื่อรอยยิ้มจริงใจที่ว่างเปล่าแปลกๆถูกสงมาให้ รอยยิ้มที่คุ้นเคย คำพูดที่คุ้นหู ใบหน้าที่คุ้นเคยตอนนี้

...มันเหมือนคนที่ไม่รู้จักกัน...

“ไหนบอกว่าจะกลับบ้านไงครับ?”

“โกหกไงครับ ลีดเดอร์แกล้งโง่หรือเปล่า?”

“ไม่ได้แกล้งครับแค่โง่จริง...ไม่สิ...เด็กข้างบ้านกล่าวไว้ว่าอย่ามองคนที่เชื่อคำโกหกของคุณว่าเขาโง่ เขาแค่เชื่อใจคุณมากเท่านั้นเอง”คาราเมลเงยหน้าสบตากับจอขนาดใหญ่ คำพูดของเขาทำให้อีกคนที่ไม่ได้คุยด้วยสะอึก

“เด็กข้างบ้าน...”

“คุณหลอกผมสินะครับชินเรย์ หลอกมาแต่แรกเลยซินะครับ”

“ก็ประมาณนั้น”ชินเรย์ยักไหล่เหมือนกับว่าความผิดของเขาเล็กประมาณทำจานใส่อาหารตกแตก แค่เก็บเศษไปทิ้งถังขยะก็จบ

“ทรยศพวกเรา...ทำไมครับ?”

คำพูดสั้นๆแต่มันยากเกินจะพูดในเวลานี้ลอดผ่านลำคอออกมาจากริมฝีปากสีเชอร์รี่ นัยน์ตาสีอำพันมองดูหลากหลายอารมณ์แต่ในนั้นกลับไม่มีความอ่อนแอซ่อนอยู่ดั่งใจหมาย

“ผมไม่ได้ทรยศลีดเดอร์เลยสักนิดนะครับ”ชินเรย์เอียงคอพร้อมยิ้ม”ก็ผมน่ะ...”

“..ไม่ได้ภักดีกับลีดเดอร์แต่แรกนี่ครับ”

ไม่น่าเชื่อว่าความเงียบจะสามารถกินเวลานานเกินห้านาทีในสถานการณ์เช่นนี้ ต่างฝ่ายต่างเงียบไม่เปิดปากพูดอะไรออกมาหลังเรื่องราวถูกบอกกล่าว คาราเมลยืนเงยหน้ามองจออย่างนิ่งงันอยู่แบบนั้นจนแอมเบอร์เกรงว่าอีกฝ่ายจะช็อกตาค้างไปแล้วหรือเปล่า

“ไม่ได้ภักดีแต่แรก...”ในที่สุดเด็กหนุ่มที่หลุดคำพูดแรกออกมา“เป็นเหตุผลที่ฟังดูไม่น่ารักเอาซะเลยนะครับคุณน่ะ”เด็กหนุ่มยิ้มระรื่นแต่ทำให้คนมองรู้สึกเหมือนถูกกระตุกลมหายใจ เป็นรอยยิ้มที่ราวกับมียมทูตมาหายใจรดต้นคออยู่ด้านหลัง แม้แต่คิลเลอร์เองยังขยับออกจากขอบด่านฟ้า

ฟึ่บ!!!ตุบ!

“งั้นสรุปแล้วที่ผ่านๆมาคุณก็ไม่มีความจริงใจอยู่เลยสินะครับ?”

ชินเรย์ถึงกลับผงะถอยหลังเมื่อเจ้านายเก่าพุ่งขึ้นมาอยู่ตรงหน้า จากความสูงเท่าตึกสองชั้นสู่ความสูงระดับดึกห้าสิบชั้น!!

“ที่ดูแลเอาใจใส่ ความอ่อนโยน รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ น้ำตา ความอาลัยอาทร ความเป็นห่วงเป็นใย เรื่องราวทั้งหมดในระยะเวลาสั้นๆแค่ครึ่งปีที่มีค่าสำหรับผม เรื่องพวกนั้นน่ะจะบอกว่าของปลอมทั้งหมดเลยงั้นเหรอครับ?”คาราเมลถามพลางเอียงคอด้วยรอยยิ้มคงเดิม

“พวกนั้นน่ะ...ของจริงนะครับ”

เมื่อความเงียบโรยตัวลงอีกครั้งความอึดอัดก็เริ่มเร้นกายเข้ามา เสียงของคาราเมลลอดผ่านไมค์โครโฟนที่ติดอยู่กับคอเสื้อออกมาให้ได้ยินบ้างแต่มันก็ไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก ทั้งหมาป่าขาวยังหันหลังให้กล้องแบบนี้แอมเบอร์เลยอดเป็นห่วงไม่ได้แต่เขารู้ดีว่าไม่ควรสอดมือเข้าไปยุ่ง

“งั้นเหรอครับ?”คาราเมลเอียงคอกลับไปอีกด้านแล้วทำปากยื่นเหมือนเวลาใช่สมองคิดคำตอบของคำถามชวนหัวที่ชินเรย์ถามบ่อยๆ

“คุณคิดว่าผมยังจะเชื่อคำพูดของคนที่บอกว่าไม่เคยภักดีต่อผมเลยอยู่ไหมล่ะครับ?”

สิ้นเสียงคำถามที่แสนเย็นชาพลันเกิดเสียงดีดนิ้วที่คุ้นเคยพร้อมน้ำแข็งก้อนขนาดใหญ่ตกลงมาจากท้องฟ้ายังตำแหน่งที่ผู้มาใหม่ทั้งสามยืนอยู่ ชินเรย์กระโดดถอยหลังหลบแท่งน้ำแข็ง มิดไนท์สร้างเกราะขึ้นมาป้องกันส่วนคิลเลอร์ก็ผ่ามันออกมาเป็นเสี่ยงๆ

“เหมือนว่าน้ำแข็งของ....”

“ฉันยังไม่ได้เอาจริงต่างหาก”

คาราเมลพูดแทรกคำพูดของคิลเลอร์พร้อมกระทืบเท้าลงไปบนพื้นด่านฟ้าหนึ่งครั้ง พื้นปูนสีเทาก็ถูกน้ำแข็งสีขุ่นขาวเกาะพราวไปทั่ว รามไปยังกล้องที่ใช้ถ่ายถอดภาพด้วยเช่นกัน ความเย็นของน้ำแข็งทำให้กล้องวีดีโอคุณภาพระดับเด็กเล่นเกิดการรวนและช็อตในเวลาต่อมา ตอนนี้สิ่งที่ถูกจัดว่าเป็นคนนอกอย่างโวคคนอื่นๆรับรู้มีเพียงเสียงเท่านั้น

“อีกอย่างผมเองก็เป็นคนที่เชื่อใจใครแล้วถอนความเชื่อในยากแม้ว่าคนตรงหน้าจะเอามีดมาจ่อคอผมและประกาศกันตรงๆว่าจะฆ่าผมก็ตามแต่”

แม้คำพูดที่ช่างประชดประชันจะเหมือนตรงเข้าหาชินเรย์แต่ทว่าสายตานั้นกลับมองคิลเลอร์ที่ยิ้มคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

“บอกเหตุผลผมมาได้ไหมว่าทำไมคุณต้องเข้ามาตีสนิทกับผม ผมหวังอย่างยิ่งว่าจะได้ยินเหตุผลดีๆจากคุณ”

“ลีดเดอร์รู้หรือเปล่าครับว่าผมมีพลังเอสเปอร์อะไร”คำถามถูกใช้แทนคำตอบของชายหนุ่มผมน้ำตาลทอง ดวงตาที่เคยอยู่ภายใต้กรอบแว่นตอนนี้ถูกใช้จ้องมองคาราเมลตรงๆโดยปราศจากเลนส์นั้น นั่นก็ปลอมสินะ คาราเมลคิด

“ไม่รู้สิครับ”คาราเมลตอบตามตรงโดยไม่ต้องพิจารณาผ่านสมองใดๆทั้งสิ้น

“ไม่แปลกที่หัวหน้าจะไม่รู้ เพราะว่าผมน่ะไม่มีพลังเอสเปอร์หรอกนะครับ”

ความนิ่งเป็นคำตอบของคำเฉลยจากชินเรย์ เด็กหนุ่มผมคาราเมลแค่หรี่ตาลงเล็กน้อยทั้งรอยยิ้มหวานและขยายกลับเหมือนเดิม

“สีหน้าคุณดูแปลกใจนะครับ คิดว่าผมควรจะตกใจกับคำตอบใช่ไหม?”คาราเมลถามย้อนพร้อมเอามือกอดอกแล้วส่ายหัวเบาๆ

“รู้อยู่แล้วหรอครับ”ชินเรย์ว่า

เด็กหนุ่มผมคาราเลส่ายหัวพร้อมรอยยิ้มดั้งเดิมที่ไม่คิดจะปลิวไปจากใบหน้า”ก็ไม่เลยนี่ครับ เพิ่งรู้เมื่อคุณบอกเมื่อครู่นี้เอง ผมไม่ใช่นักขายข่าวนะครับจะได้รู้ทุกอย่างบนโลกใบนี้ เหตุผลที่ผมไม่ตกใจเพราไม่มีอะไรทำให้ผมรู้สึกสะเทือนใจได้เท่ากับการที่คุณมายืนตรงหน้าผมพร้อมกับชายคนนั้นหรอกนะครับ ชินเรย์”

ชินเรย์แอบรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่หัวหน้าของเขา...หรือย่างน้อยๆก็เคยเป็น ไม่ได้ตกใจอะไรเลยกับความจริงที่เขาบอกไป”แต่อย่างน้อยผมก็ควรเล่าเหตุจูงใจที่แท้จริง”ชินเรย์ยิ้ม”พ่อกับแม่ผมถูกเอสเปอร์ฆ่าตายครับ”

“หม่าม๊าของผมก็ถูกเอสเปอร์ฆ่าตายครับ แถมเป็นเอสเปอร์ที่ถูกจ้างวานโดยสังกัดปัจจุบันของคุณเสียด้วยสิ กลุ่มต่อต้านเอสเปอร์กลับใช้งานเอสเปอร์ทำงาน เป็นเรื่องตลกร้ายที่คุณควรทราบนะครับชินเรย์”

รอยยิ้มพราวบนหน้าจางหายไปพร้อมแววตาที่เริ่มแข็งกร้าว ชินเรย์หรี่ตาประเมินอีกฝ่ายแล้วถอยหลังไปเล็กน้อยเพื่อเป็นการไม่ประมาท

“บอกมาเลยดีกว่าครับว่าพวกคุณต้องการอะไรจากเรา พวกหลุมดำเก็บขยะ แบล็กโฮล

“แบล็กโฮลงั้นเหรอ...”

เอพริลทวนคำพร้อมกับหันหน้าไปมองแอมเบอร์ที่ขมวดคิ้วเครียด มองไปทางโอเชี่ยนรายนั้นก็ทำหน้าไม่ต่างจากแอมเบอร์สักนิด

”ฉันว่าแล้ว ผู้ใหญ่น่ะไม่สั่งให้เรารื้อคดีมาทำให้เปลืองงบเล่นหรอก”โอเชี่ยนพึมพำ

“ขอบคุณที่จำกันได้นะครับ ซึ้งใจจริงๆเลย”

“เลิกพูดจาประชดประชันแล้วบอกมาได้แล้วว่านายต้องการอะไร คิลเลอร์”คาราเมลจ้องอีกฝ่ายเขม็ง

“ไม่เอาน่าครับไม่เอา อย่าทำสีหน้าตึงเครียดแบบนั้นสิครับ มันไม่เหมาะกับคุณสักนิดเลยน๊า”คิลเลอร์เอียงคอมมองร่างตรงหน้าก่อนจะเอ่ยออกมา“เตี้ยลงสินะครับ”

“หนักหัวหรอครับ?”

“คิดว่าไม่นะครับ”

“งั้นก็หุบปากครับ”

นี่นับเป็นการกระชับมิตรระหว่างโวคและแบล็กโฮลหรือเปล่านะ? แม้แต่มิดไนท์เองก็แอบสงสัยเล็กๆเหมือนกัน แม้ว่าคิลเลอร์จะมีรอยยิ้มแจกจ่ายไปทั่วราวกับซานต้าที่แจกของขวัญ แต่รอยยิ้มที่แสดงออกมาตรงๆว่ายินดีเขาเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก แววตาที่มองคาราเมลราวของขวัญชิ้นสำคัญที่คุณพ่อสุดที่รักมอบให้ในวันเกิด สายตาที่มองด้วยความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของนั่นน่ะ

“โหดร้ายจริงๆเลยนะครับ แบบนี้น่ะผมไม่รักนะครับคาร่าจัง”

“อย่ามาประสาท ไม่มีใครต้องการแบบนั้นอยู่แล้วนะครับรู้สึกได้...เลิกเล่นลิ้นได้แล้วมั้งครับ ผมไม่ค่อยมีเวลาเพื่อนผมรออยู่ วันนี้ว่าจะกลับไปทำเสต็กหมูพริกไทยดำให้พวกเขาทานเสียหน่อย”คาราเมลยิ้มมุมปากแล้วเคาะหน้าปัดนาฬิกาตัวเองเบาๆ และเหมือนว่าคิลเลอร์จะมีกากบาทขึ้นที่หน้าขมับทั้งๆที่ยิ้มอยู่ด้วย

“อารมณ์เหมือนแฟนเก่าที่จบไม่ค่อยสวยมาคุยกันเลยแหะ”มิดไนท์งึมงำ

“ผมคิดว่าผมคิดไปเองซะอีก”ชินเรย์งึมงำตาม

“มิดไนท์ครับ ชินเรย์ครับ บางที่อะไรๆก็ไม่ต้องพูดออกมาหมดตามที่ก็ได้นะครับ”คิลเลอร์ยิ้มหวานก่อนเบนสายตากลับมามองคาราเมล“ก่อนจะให้ผมพูดอะไรช่วยละลายน้ำแข็งเย็นๆนี่ทีได้ไหมครับ หนาวใจจะขาด”

เปรี๊ยะ!

“โอ๊ะ!ขอโทษที ผมจำสลับระหว่างละลายกับเพิ่มขึ้นน่ะ ขอโทษจริงๆนะเนี่ย”

“แก!

มิดไนท์คำรามลอดไรฟันพร้อมจะเข้าไปวิวาทกับคาราเมลที่ลอยหน้าลอยตาพูดอย่างไม่รู้สึกผิดตามคำพูดทั้งๆที่ตอนนี้ตั้งแต่ปลายเท้าของคิลเลอร์ไปจนถึงหัวเข่ามีน้ำแข็งของเด็กหนุ่มเกาะอยู่แท้ๆ

“อย่าเข้ามานะครับ ผมไม่รับประกันความปลอดภัยของหัวหน้าของคุณสองคน”คาราเมลชี้หน้ามิดไนท์กำลังเตรียมพุ่งไปหาเรื่อง ชายหนุ่มผมน้ำเงินจิ๊ปากแล้วถอยหลังออกมาเมื่อเห็นน้ำแข็งแหลมๆที่จ่อคอคิลเลอร์อยู่

“ฟังแบบนี้แล้วคิดไม่ออกเลยนะครับว่าสรุปใครผู้ร้าย ใครพระเอก”เอพริลว่ากับโอเชี่ยน

“อ่า...นั่นสินะ ฉันก็คิดแบบนั้น”โอเชี่ยนสนับสนุนพลางแหงนหน้ามองดาฟ้าที่เห็นแค่ร่างสามสี่ร่างขยับไปมาแล้วก็ไอความเย็นที่ลอยละล่องในอากาศ

“บอกฉันมาว่านายมาที่ ตอนนี้ ทำไม?”คาราเมลคราดครั้นพร้อมแววตาที่นิ่งสงบน่ากลัว ทว่าสีหน้าของคิลเลอร์ไม่ขยับไปเลยสักนิด

“ฉันก็มา...เอาตัวนายกลับไปกับฉันไง”

นัยน์ตาสีอัมพันเบิกโพลงขึ้นด้วยความตกใจพลางขยับเท้าถอยหลังเพื่อที่จะกลับไปยังด้านล่าง เขาเหมือนติดกับดักอันใหญ่เข้าจังเบอร์ ที่คิลเลอร์เรียกให้ชินเรย์ออกมาแนะนำตัวคนสุดท้ายก็เพื่อให้ชายหนุ่มมีเวลามากจะปั่นหัวให้เขาที่หัวเสียสะสมจากมิดไนท์ขึ้นมาอาละวาดถึงถิ่น คาราเมลชักโมโหความใจร้อนของตัวเองขึ้นมาแล้วสิ

“บ้าเอ๊ย! นี่มันบ้าอะไรเนี่ย!

คาราเมลคำรามอย่างหัวเสียเมื่อเท้าถูกยึดติดกับพื้นด่านฟ้าด้วยเถาวัลย์สีเขียวที่พยายามเท่าไหร่น้ำแข็งของเขาก็ตัดไม่ขาด แถมแค่คิลเลอร์ดีดนิ้วเบาๆน้ำแข็งของเขาที่พันธนาการคิลเลอร์อยู่ก็ล่วงกราวลงพื้นราวกับสีไม่ได้คุณภาพที่ทาไว้บนพนังร้านขายของชำในตรอกเล็กๆข้างคอนโดฯ!!!

“คุณทั้งใจร้อนขึ้น หงุดหงิดง่ายขึ้น เงียบสงบน้อยลง แน่วแน่น้อยลง คนพวกนั้นทำอะไรกับคุณกันนะครับ”

ชายหนุ่มผมแดงสาวเท้าเข้าใกล้ร่างที่เริ่มหัวเสีย นัยน์ตาสีมรกตที่เคยสะกดอีกฝ่ายให้มองตามจ้องมองพลางสำรวจร่างตรงหน้า

“แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องพาคุณไปกับผมนะครับ”

“แต่เสียใจนะครับที่ให้ทำแบบนั้นไม่ได้

ฟึ่บ!

มีดสั้นที่ไม่สามารถนับจำนวนได้แห่เข้ามาตัดเถาวัลย์สีเขียวที่ยึดข้อเท้าของคาราเมลออกไปจนหมด แขนเรียวพาดผ่านไหล่ทั้งสองข้างไปก่อนดึงตัวเด็กหนุ่มเข้าใกล้ เส้นผมสีขาวพลิ้วไปตามลมยามดึก ดวงตาสีม่วงเข้มสะท้อนแสงจันทร์สุกสว่างราวกับว่านั่นคือดวงจันทร์เสียเอง รอยยิ้มปัญญาอ่อนกู้โลกยังคงอยู่บนใบหน้าแต่แววตาที่จริงจังและแข้งกร้าวคือสัญญาณเตือนภัยอันตรายที่ย่างเข้ามา ร่างสูงลอยอยู่กลางอากาศประหนึ่งวิหคลม

“คิลเลอร์! ชิท! งูพวกนี้มาจากไหนวะ!”มิดไนท์สบถอย่างหัวเสียเมื่อทันทีที่เขาจะพุ่งตัวเข้าไปหาชายหนุ่มผมแดงกลับมีงูเห่าสีดำเลื้อยผ่านหน้าไปก่อนที่มันจะวกกลับมาแล้วผ่านแม่เบี้ยใส่เขา

“ถ้าขยับน่ะ มันจะกัดนะครับ”

มิดไนท์สะบัดหน้าไปยังต้นเสียง ชายหนุ่มร่างโปร่งในชุดเจ้าชายสีขาวลอยตัวอยู่ในอากาศพร้อมงูตัวเท่าขวดน้ำอัดลมขนาดใหญ่สุดที่เลื้อยวนรอบตัวเขาราวกับว่าหวงแหนเสียเหลือเกิน เส้นผมสีส้มดูขมุกขมัวในยามราตรี ดวงตาสีมรกตเฉกเช่นหัวหน้าของเขาแต่มันไม่มีความอ่อนโยนแฝงอยู่เลย

“นักฆ่าน่ะ เขาไม่ต้องการความอ่อนโยนกันหรอกครับ จริงไหมล่ะ?”

ทริปเปิ้ลเอียงคอขยับยิ้มมุมปากที่ขอตายเสียดีกว่าที่จะเห็นมัน เพราะมันไม่ใช่รอยยิ้มที่ดีนัก

“พวกเธอน่ะทำอะไรข้ามหน้าข้ามตากันไปหน่อยนะ”

สายตาถูกเบนกลับมายังผู้เข้ามาแทรกผมขาว ใบหน้าอ่อนเยาว์ยิ้มพราวระยับแข่งกับดวงดาว ชุดนอนหมีนั่นก็ไม่ได้เข้ากับสถานการณ์เลยสักนิด ให้มองอย่างไรคนคนนี้ก็ไม่ควรมาปรากฏตัวในสถานการณ์แบบนี้เลย

“หึ”คิลเลอร์เค้นเสียงขึ้นจมูกพลางมองคาราเมลที่อยู่ในการป้องกันของเบลเฟกอลไม่วางตา

“คิดจะฆ่าผมเหมือนอย่างที่ฆ่าคุณพ่อของผมหรือไง?”ชายหนุ่มผมแดงว่าด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า

“บอกแล้วไงว่าฉันน่ะไม่ได้ทำนะ อย่ามาส่งสายตาดุดันใส่กันแบบนั้นสิ คนที่ฆ่าน่ะอาจารย์ต่างหาก อาจารย์ที่หายหัวไปแล้วน่ะเข้าใจไหม? อีกอย่างอาจารย์ฉันก็ไม่ผิดนี่ พ่อเธออยากตายเอง”เบลเฟลกอลพูดด้วยน้ำเสียงใสๆไร้เดียงสาแต่น่าซัดชะมัด

“อย่าพูดแบบนั้นสิครับ...”คุณเลขาห้าม”...ต้องบอกว่าสะเออะมาหาที่ตายเองต่างหาก”แถมด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสาตบท้าย สรุปคุณต้องการอะไรจากสังคมกันแน่เนี่ย??

“ไม่แปลกใจสักนิดที่หมอนี่ปากเสียแบบนี้น่ะ”

“รู้ก็ดีนี่ครับ...ว่าเด็กคนนี้อยู่ในการดูแลของผม คราวหลังกรุณาอย่ามาแตะต้องโดยพลการด้วยนะครับ”ผบ.ผมขาวฉีกยิ้มกว้าง

“ช่างเป็นคุณ....”

“หุบปาก!!!”คาราเมลตะโกนแทรกพลางดิ้นไปมา”นี่ก็ปล่อยได้แล้ว ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะตาแก่เอ๊ย!”คาราเมลว่าอย่างหัวเสีย

“แหมๆใจร้ายจัง ถ้าไม่ได้ฉันเธอก็เสร็จไปแล้วนะ คาร่าเนี่ยน๊า...”เบลเฟกอลเบ้ปากก่อนจะวางคาราเมลลงกับพื้นอย่างแผ่วเบาก่อนจะหันไปหาศัตรูคนล่าสุด“แต่เห็นแบบนี้ก็น่าจะรู้ตัวนะครับคิลเลอร์”ชายหนุ่มผมขาวเว้นจังหวะก่อนริยยิ้มบนใบหน้าจะเลือนหายไป

 “ฉันไม่มีวันปล่อยให้เขาไปอยู่ในมือของเธอหรอกครับ ไม่มีวัน และไม่มีทาง ถ้ายังรักตัวกลัวตายล้มความคิดนั้นซะ”น้ำเสียงล้อเล่นสลายไปกับธาตุอากาศราวกับมันไม่เคยมีอยู่ ดวงตาสีม่วงที่เคยทอแสงดั่งดวงจันทร์ตอนนี้เย็นเชียบจนเทียบได้กับศพคนตาย

“งดงามจังเลยนะครับ ความสัมพันธ์ของพวกคุณเนี่ย เห็นแล้วชักอยากคายของเก่า”คิลเลอร์ปรบมือแปะก่อนแสยะยิ้มกว้างชวนขนลุก“ใช่ว่าผมจะมีแค่ทางเดียวเสียเมื่อไหร่ เล่นตรงๆไม่ได้ก็ขอเล่นอ้อมๆแบบหมาลอบกัด”

คาราเมลกัดฟันกรอดเมื่อสบกับดวงตาที่ไม่เคยทิ้งความทะเยอทะยานนั่น แววตาที่ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เห็นเขาเป็นเพียงส่วนหนึ่งในองค์ประกอบของความต้องการก็เท่านั้น

“แบล็กโฮลจะขอประกาศไว้ ณ ที่นี้ ตรงนี้ว่า! พวกเราจะล้มล้างเอสเปอร์ให้สิ้นซาก ขอให้ผู้บังคับการสูงสุดแห่งกองกำลังรักษาความสงบ โวคที่4 จงส่งตัวหมาป่าสีขาวของคุณมาให้พวกเราซะ ไม่เช่นนั้นเราจะทำการฆ่าคนบริสุทธิ์อย่างไร้ซึ่งปรานี!

เสียงประกาศก้องคำรามลั่นฟ้า ชินเรย์ขยับยิ้มเย็นเมื่อได้ฟังคำประกาศนั้น มิดไนท์เหล่มองทริปเปลิ้ราวกับว่าตนเหนือกว่ามากมาย แต่รองผบ.ไม่ได้สนใจเลยสักนิด ชายหนุ่มแค่เลิกคิ้วด้วยสีหน้าแปลกๆเท่านั้น

“ทำแบบนั้นแล้วจะได้อะไรขึ้นมาครับ? เบลน่ะไม่สนใจอะไรนอกจากเด็กผู้ชายตรงหน้าเขาเท่านั้นแหละ สำหรับเบลน่ะ คาราเมลเท่านั้นที่สำคัญที่สุด อย่าเอาบรรทัดฐานของผู้บังคับการทั่วไปมาใช้กับเบลเลย มันช่างไร้สาระ”

คำพูดของทริปเปิ้ลเรียกรอยยิ้มปัญญาอ่อนจากผู้ถูกกล่าวถึงได้เป็นอย่างดี เบลเฟกอลไม่สะทกสะท้านสักนิดแม้ว่าลูกหน่วยโวคด้านล่างจะมองเข้าด้วยแววตาตกใจก็ตาม ก็เสียงทริปเปิ้ลน่ะเหมือนจะรอดเข้าไมค์ไปอีกคน ทริปเปิ้ลไม่ได้ปิดไมค์ที่ใช้เดินพาเลท....

“แต่ถ้าจะให้ฉันเล่นตามเกมก็ได้นะ ฉันจะปกป้องชาวเมืองเขต4ไปพร้อมกับการปกป้องคาราเมล มาดูกันว่าฉันกับนายใครจะแพ้ ฉันจะไม่มีวันปล่อยคาราเมลไปนอกเสียจากเขาจะอยากเดินไปด้วยตัวเขาเอง”

คาราเมลแหงนหน้ากลับไปมองเลบเฟกอลที่ยืนคำหัวเขาอยู่ ชายหนุ่มเมื่อรู้ตัวจึงก้มหน้าลงมามองพร้อมรอยยิ้มกว้างโชว์ฟันขาวสวย

“ก็เราน่ะ มีอิสระของตัวเองนะ รู้ไหม?”

เพียงเวลาหลังจากจบบทสนทนานั้นไม่นาน ร่างของแบล็กโฮลทั้งสามก็หายไปราวกับไม่เคยอยู่ที่ตรงนั้น เบลเฟกอลจ้องมองพื้นที่ที่ว่างเปล่าแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก เหมือนเอาแมวเหมี้ยวมาเล่นกับเจ้าป่าอะไรแบบนั้น สำหรับเขาแล้วต่อให้คิลเลอร์จะเป็นทายาทโดยตรงของหัวหน้ากลุ่มแบล็กโฮลคนก่อนแต่ทว่าประสบการณ์น่ะมันต่างกันมาก เหมือนเรือกระดาษกับเรือสำราญ จักรยานแม่บ้านกับมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบท์ คอมพิวเตอร์PCประจำบ้านที่เอาไว้แค่ทำงานเอกสารกับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ในกองทหารของประเทศมหาอำนาจ ไม่ต้องสู้ก็รู้อยู่แล้วว่าผลคืออะไร

“แต่ว่าอย่าประมาทดีกว่านะครับเพราะมันก็ไม่แน่เสมอไป”

คาราเมลเอ่ยเรียบๆขึ้นมา ดวงตาสีอัมพันดูเหมือนจะมองความคิดของคุณผบ.หมีออกจากแววตา

“หมอนั่นไม่ได้มีอุดมการณ์แรงกล้าอะไรหรอก แม้แต่ใจที่อยากจะแก้แค้นก็ด้วย จากที่ผมมองเขาก็ไม่ได้รักคุณพ่อของเขาเท่าไหร่”คาราเมลยักไหล่”หมอนั่นแค่เห็นว่านี่คือเกมกระดานเกมหนึ่งที่สามารถใช้เบี้ยได้อย่างไม่เสียดาย ขอแค่ชนะจะหน้าด้านขนาดก็ไม่แคร์ นั่นล่ะเจ้าบ้าตาเขียว”

“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะครับ”ทริปเปิ้ลวส่าพลางลดตัวลงมายังพื้นด่านฟ้าที่เกาะกุมไปด้วยน้ำแข็งหนาวเย็น

“นิสัยของหมอนั่นไม่เคยเปลี่ยนไปจากเมื่อสิบสี่ปีก่อนหรอกครับ”เด็กหนุ่มว่าอย่างไม่ใส่ใจ

“จะว่าไป ทั้งที่สถานการณ์เป็นแบบนี้แท้ๆ เซนเซย์ไปไหนซะล่ะ?”ผบ.หนุ่มถามพลางมองหาเจ้าจิ้งจอกสีขาวปอดที่ไม่โผล่ออกมารับขวัญผู้ร้ายคนใหม่ของพวกเขา ทั้งที่น่าจะตั้งตารออยุ่แล้วแท้ๆ

“ไม่รู้ครับ หายไปสองอาทิตย์ได้แล้ว คิดอยู่เหมือนกันว่าจะเกิดเรื่องอะไรหรือเปล่า ปกติเขาก็ชอบไปไหนมาไหนไม่บอกไม่กล่าวอยู่แล้ว แต่นี่มันนานเกินไปหรือเปล่านะ?”คาราเมลกอดอกแล้วเอียงคอ

“อาจจะรู้เรื่องนี้ล่วงหน้าก่อนแล้วแอบไปเตรียมการอยู่ล่ะมั้งครับ ที่นี่กับอะเมซอนแล้วก็ญี่ปุ่นน่ะ...ค่อนข้างไกลกันนะครับ”

สิ้นเสียงของทริปเปิ้ลคุณผบ.แอ๊บเด็กกับหมาป่าขาวหน้าซื่อก็เอียงคอไปทางเดียวกันก่อนจะพึมพำชื่อสถานที่วนไปวนมาหลายรอบ ทริปเปิ้ลมองปฏิกิริยาที่เหมือนกันอย่างกับแกะนั่นแล้วหัวเราะเบาๆ เหมือนกันยังไงก็เหมือนกันยอ่างนั้นไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ สองคนนี้เนี่ย

“อ๊า!”สองเสียงประสานกันแล้วหันหน้าเข้าหากัน“ไปหาสองคนนั้นสินะ!!

เบลเฟกอลยิ้มแห้งรู้สึกร้อนๆหนาวๆขึ้นมากะทันหัน ถ้าเกิดว่ามารวมตัวกันครบสองคน หนึ่งตน และหนึ่งตัวเมื่อไหร่ดูเหมือนเขาจะได้เซย์ฮัลโหลกับความวุ่นวายระดับโลกหมุนกลับด้านแน่ๆ

“พวกนักปฏิวัติจะมากันแล้วสินะครับ”

 

“พวกรุ่นแรกยื่นมือเข้ามายุ่งเฉยเลย”

เสียงบ่นไม่สบอารมณ์ดังขึ้นท่ามกลางมื้ออาหารเย็น ใบหน้าคมสันบ่งบอกความไม่ความหงุดหงิดอย่างแรงที่เขามี พวกคนแก่ขี้เสือกเอ๊ย!

“เอาน่ามิดไนท์ ถ้าแบล็กโฮลรุ่นๆแรกๆยังอยู่เขาก็ต้องลงมาช่วยเราเหมือนกันล่ะน่า ที่เราต้องการน่ะเป็นถึงระดับแพตตินั่มคีย์เชียวนะ ถ้าคนเก่าคนแก่จะยื่นมือมาช่วยก็ไม่แปลก”ชินเรย์กล่าวปลอบให้ใจเย็นพลางตักเนื้อปลาใส่จานข้าวของชายหหนุ่ม

“พ่อมด ยมทูต อนเมียวจิ แล้วก็หมาน้อยตัวโต นี่ไม่ใช่กลุ่มตาแก่นักปฏิวัติแต่มันคือกลุ่มตาแก่แฟนตาซีต่างหาก! ไปอยู่โรงละครกันให้หมดเลยไป นี่มันโลกที่อาศัยอยู่ด้วยหลักวิทยาศาสตร์นะเว้ย!”มิดไนท์ปักซ้อมลงบนน่องไก่ในจานข้าวของตนเองก่อนจะยกมันขึ้นมากัดอย่างโมโห

“คุณเองก็เป็นพ่อมดนะครับ อย่าพูดแบบนั้นสิ”ชินเรย์ว่าพลางส่ายหัว

“ฉันไม่เหมือนนะ ฉันเป็นพ่อมดที่เต็มไปด้วยความรู้โบราณในหัว ไม่ใช่ตาแก่ที่ต้องเปิดตำราก่อนแล้วค่อยท่องมนตร์น่ะ เสียสถาบัน!

“คุณเองก็ยังไม่เคยเจอตัวเขาแท้ๆ นี่คิลเลอร์ครับช่วยห้ามมิดไนท์หน่อยสิ...คิลเลอร์...คิลเลอร์ครับ?”

“หือ?...เมื่อครู่ว่าไงนะ?”ชายหนุ่มผมแดงเบนสายตาไปยังชายหนุ่มผมสีน้ำตาลทอง ใบหน้าอ่อนโยนมองชินเรย์ด้วยความงงงวย

“ช่างเถอะครับ”ชายหนุ่มบอกปัดก่อนจะหันไปสู้รบตบแปะกับมิดไนท์ต่อ

คิลเลอร์เบนสายตากลับมายังอาหารตรงหน้าเหมือนเดิม ทว่าสมองของชายหนุ่มไม่ได้มีความคิดเกี่ยวกับสิ่งตรงหน้าอยู่เลย ในหัวเต็มไปด้วยใบหน้าของเด็กหนุ่มที่ต้องการตัวมากที่สุดในตอนนี้ ทุกสิ่งที่อย่างเขาไม่รู้สึกขัดใจอะไรหรอก จะน้ำเสียงห่างเหิน แววตาที่มองเหมือนเขาไม่ใช่คน สิ่งพวกนั้นเขาเตรียมใจไว้ตั้งแต่วันที่เดินจากมาแล้ว แต่สิ่งที่ขัดใจเขาที่สุดคือคำพูดคำนั้น

“เด็กข้างบ้านกล่าวไว้ว่า....”ชายหนุ่มทวนคำพูดที่ค้างคาใจ นัยน์ตาสีมรกตจ้องมองฟองอากาศในแก้วน้ำอัดลมตรงหน้าแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ“ทั้งๆที่ก็ไม่ได้ลืมอะไรเลยสักอย่าง ทำไมต้องปากร้ายบอกว่าลืมกันนะ เด็กคนนี้นี่”ชายหนุ่มยิ้มละมุนก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่ดูหม่นหมอง

“ทั้งๆที่จำได้แล้วทำไมถึงไม่ห้ามผมกันนะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #317 Say. (@a-dark-devil) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 19:53
    ทำไมรู้สึกว่ายิ่งอ่าน ปมยิ่งเยอะขึ้น @_@
    #317
    0
  2. #205 เด็กแว่นสีชมพู (@whitebaby) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2556 / 09:04
    อะไรกัน...หมายความว่าไง...เด็กข้างบ้านคือคิลเลอร์งั้นเหรอ แล้วต้องการคนห้ามหรืออย่างไร
    #205
    0
  3. วันที่ 24 ธันวาคม 2556 / 13:29
    สนุกจังมาอัพต่อไวๆนะคะ^^
    #177
    0
  4. #176 Rinaly (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2556 / 23:45
    คิลคืเด็กข้างบ้านที่เมลพูดติดปากหรอนั่น
    #176
    0
  5. วันที่ 20 ธันวาคม 2556 / 18:07
    โหดจริงหนูเมล - -;;;
    #175
    0
  6. #174 ~โคเซอร์~>Kosato< (@playhunter) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2556 / 16:51
    เมลโหดแล้ว
    #174
    0