Little Sheep or Werewolf แกะตัวนั้นที่มันเป็นหมาป่า

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 24,137 Views

  • 485 Comments

  • 1,075 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    28

    Overall
    24,137

ตอนที่ 32 : Little sheep Two::Halloween party Vs Vole’s Festival{แก้คำผิด}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 680
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 ต.ค. 58

Little sheep Two

Halloween party Vs Vole’s Fastival

 

“อะโอ่ เจอแล้วๆล่ะทริปเปิ้ล”

ผบ.หัวขาวยิ้มร่าเมื่อชะโงกหน้าเข้ามาเห็นเหล่าหมาป่าทั้งสี่สีนั่งกอดอกอยู่บนโซฟาในห้องรับรองของเขา ใบหน้าที่เดาอายุไม่ออกดูดี๊ด๊าน่าตบ...แฮ่ม! ช่างสดใสอะไรเช่นนี้ เบลเฟกอลเดินเข้ามาหมุนตัวสามรอบร้อง”แท่แด๊น!”แล้วกางมือออก มองพวกแอมเบอร์ด้วยรอยยิ้มกว้างราวกับว่าโลกนี้มีแต่ความสงบสุข ทุกคนรักกัน รักกันนะ

“ที่แท้ก็มาอยู่นี่กันเอง ฉันหาตั้งนานแน่ะ”คุณผบ.ว่าก่อนจะพองลมในปากแล้วหมุนตัวไปนั่งลงบนโซฟา

“ก็คุณนัดพวกเราที่นี่แล้วจะให้ไปอยู่ที่ไหนล่ะครับ?”แอมเบอร์ถามอย่างใจเย็นพลางมองผบ.หนุ่มที่ไร้ความสะทกสะท้านใดๆบนใบหน้า

“ขอโทษด้วยนะครับที่ผมลากตัวผบ.ไร้สาระมาพบพวกคุณช้าทั้งๆที่เป็นคนนัดแท้ๆ”ทริปเปิ้ลก้มหัวให้พวกแอมเบอร์จนทั้งสี่ต้องลุกขึ้นก้มคืนแทบไม่ทัน ยังไงๆทริปเปิ้ลก็แก่กว่าอีกอย่างนั่นมันไม่ใช่ความผิดของคุณรองผบ.เขาสักหน่อย คนที่ผิดน่ะมันไอ้คนที่นั่งอมลูกอมอย่างสดใสร่าเริงนี่ต่างหาก ชีวิตเคยมีความเครียดกับเขาบ้างไหมเนี่ยหา?

“แล้วเรียกพวกผมมาทำไมหรอครับ?”

โอเชี่ยนถามด้วยรอยยิ้มแห้งๆเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศไม่พอใจที่ออกมาจากคาราเมล เบลเฟกอลกอดอกพึมพำเหมือนจำไม่ได้ว่าควรต้องพูดอะไรก่อนจะตบมือตั้งฉาด

“ใช่! เรื่องงานเทศกาลไง งานเทศกาล”

“เทศกาล?”เอพริลทวนแล้วมองที่หน้าทริปเปิ้ลเพื่อขอคำอธิบายจากคนที่พูดรู้เรื่องที่สุด

“งานฉลองยี่สิบสามปีของหน่วยโวคน่ะครับ แล้วมันตรงกับฮาโลวีนพอดีก็เลยกะว่าจะจัดรวมกันเป็นการตอบแทนคำขอบคุณจากหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนน่ะครับ”รองผบ.อธิบายง่ายๆพร้อมรอยยิ้ม

“มาซะเป็นทางการเลยนะครับทริปเปิ้ล”คาราเมลแซวก่อนถามต่อ”แล้วเรียกพวกเรามามีอะไรเหรอครับ? หรือจะให้ช่วยอารักษ์ขาความปลอดภัย?”

ทริปเปิ้ลส่ายหัวเมื่อได้ยินคำคาดเดาจากเด็กหนุ่มผมยาวเคียงไหล่ ก่อนระบายยิ้มอ่อนๆที่แฝงความเจ้าเล่ห์เอาไว้เล็กๆจนทั้งสี่คนผงะคิดอยากแปลงเป็นยุงแล้วบินหนีไปทางช่องลม เห็นรอยยิ้มแบบนี้ของทริปเปิ้ลแล้วเหมือนอัตราการเต้นของหัวใจมันเต้นช้าลงชอบกกล

“ต้องย้อนกลับไปตอนงานจัดอันดับสมาชิกโวคยอดนิยมในหมู่บุคคลทั่วไปนะครับ พวกคุณทั้งสี่น่ะติดอันดับหนึ่งถึงสามนี่ครับ คาราเมลที่หนึ่ง แอมเบอร์ที่สอง เอพริลและโอเชี่ยนที่สาม ผมพูดถูกไหมครับ?”

สี่หนุ่มสามอันดับชะงักก่อนจะพยักหน้าแผ่วๆ พวกเขาจำได้ว่านั่นมันเป็นเรื่องที่ไร้สาระที่สุดในหน่วยโวคเลยก็ว่าได้ ขนาดโอเชี่ยนที่ชอบเป็นที่นิยมเองยังเฉยๆ ไม่ตื่นเต้นกับเรื่องพรรค์นั้น แต่แล้วทำไมอยู่ๆทริปเปิ้ลถึงได้พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมากันล่ะหว่า เหมือความซวยได้กระโดดมาเกาะไหล่พวกเขาอย่างสนิทสนมชอบกล

“พวกเราเลยอยากให้พวกคุณทำเซอร์วิสซะหน่อยน่ะครับ”ทริปเปิ้ลยิ้มหวานให้แก่พวกแอมเบอร์จนทั้งหมดผวา

“จะให้ทำอะไรก็บอกมาตรงๆเถอะครับ เลิกยกแม่น้ำทั้งห้ามาล่อพวกผมได้แล้วเดี๋ยวน้ำท่วมตายพอดี”โอเชี่ยนว่าอย่าง(พยายาม)ยอมรับชะตากรรม

“อย่าทำหน้าเหมือนผมจะสั่งให้พวกคุณจูบกันต่อหน้าสาธารณะชนซิครับ แค่ให้แต่งตัวเดินพาเรทเอง”

ทริปเปิ้ลว่าเหมือนน้อยใจนิดๆที่พวกเด็กๆ(?)กลัวเขาออกนอกหน้านอกตา เมื่อได้ยินสิ่งที่ตนเองต้องทำจากปากทริปเปิ้ลทุกคนก็มีปฏิกิริยาแตกต่างกัน แอมเบอร์เลิกคิ้ว คาราเมลขมวดคิ้ว เอพริลพึมพำว่า”พาเรท”ส่วนโอเชี่ยนก็ถอนหายใจเหมือนโล่งอก

“ลองกลับไปคิดดูเล่นๆนะครับว่าหน่วยของพวกคุณจะแต่งเป็นอะไร”

“หน่วย?”

“ครับ ก็จะให้แต่งแค่สี่คนมันก็ดูเหงาๆก็เลยอยากเหมารวมพวกในหน่วยไปด้วยอย่างมีส่วนร่วมน่ะครับ”

ปีศาจชัดๆ...นี่อาจจะเป็นการแก้แค้นเรื่องที่แอบออกไปทำภารกิจอย่างลับๆตอนคดีอลิซเมื่อครึ่งปีก่อนก็ได้ คุณรองผบ.บอกจะเคลียร์แต่ยังไม่ได้ลงโทษอะไรเลยนี่นา

“คุณผบ.ครับ...ผมจะโดนลูกหน่วยกะซวกไส้ทิ้งไหมเนี่ย ฮื่อ...ผมแต่งเป็นคนได้ไหมเนี่ย”โอเชี่ยนครวญคราง

“น่าจะได้นะเพราะปกตินายก็ไม่เหมือนคนอยู่แล้ว”แอบเบอร์เป็นคนตอบแทนท่านรองผบ.ที่ยิ้มหวาน

“แอมเบอร์!นายยังไม่หยุดอีกเหรอ! ให้ตายเถอะฉันจะแต่งเป็นมะเขือเทศมาหลอกนา แว่!

“ปัญญาอ่อน”แอมเบอร์ว่าแล้วเมินหน้าหนีท่ามกลางสายตาขำๆของคนที่เหลือ

“กลัวสิวะเฮ้ย! กลัวฉันเซ่!!

โอเชี่ยนว่าพร้อมกระทืบเท้าเร่าๆแล้วหันไปดึงชายเสื้อเอพริลเหมือนฟ้องอีกฝ่าย นี่มันอนุบาลเด็กโข่งชัดๆทริปเปิ้ลคิด

“อนุบาลเด็กโข่งล่ะทริปเปิ้ล!

...แต่ผบ.ได้กล่าวเอาไว้ เบลเฟฟกอลดึงชายเสื้อทริปเปิ้ลแบบที่โอเชี่ยนทำกับเอพิรล ทริปเปิ้ลขานรับครับๆๆก่อนจะผลักเบลเฟกอลไปหาโอเชี่ยน

“งั้นคุณก็เข้าไปอยู่ด้วยแล้วกันนะครับ คุณหัวหน้าเด็กโข่ง ผมจะไปทำงาน”ว่าจบก็หมุนตัวออกไปจากห้องแต่ก็ยังยิ้มลาคาราเมลที่ทำสีหน้าครุ่นคิดอย่างจริงจังอยู่

“ไม่นะทริปเปิ้ล~อย่างทิ้งเค้าปาย~ โอเชี่ยนฉันโดนทิ้งล่ะ”

“ผมก็โดนทิ้งครับผบ.T^T

“แง~”

“สองศรีเด็กโข่งนี่มันอะไร เด็กโข่งไซส์พิเศษหรือไง?”แอมเบอร์บ่นงึมงำก่อนจะหันไปมองคาราเมลที่อยู่ๆก็ยืนขึ้นพร้อมทำสีหน้ามุ่งมั่นจนน่าหวาดหวั่น

“ผมรู้แล้วครับว่าหน่วยผมจะแต่งเป็นอะไร!

แล้วนาง(?)ก็วิ่งปู๊ดออกไปอย่างรีบเร่งราวกับว่านางสนุกกับงานนี้มากนักแล...ก็คงมีแค่คาราเมลนี่นแหละที่แฮปปี้กับงานนี้...

 

“ก็ตามที่เล่ามา และผมในฐานะหัวหน้าก็คิดออกแล้วครับว่าพวกคุณจะแต่งทีมอะไร!

คาราเมลว่าด้วยน้ำเสียงจริงจังและสีหนาแสนจะมุ่งมั่นยิ่งกว่าตอนทำคดีอลิซ แต่ทว่าไอ้สีหน้าสุดแสนจะจริงจังของหัวหน้าหน่วยพิเศษนั่นมันไม่ได้ทำให้เหล่าลูกหน่วยเกรงกลัวหรือเชื่อมั่นสักนิด กลับหลุดขำเพราะมันมองดูน่ารักเสียอีกต่างหาก เด็กหนุ่มเมื่อเห็นปฏิกิริยาของลูกหน่วยแล้วก็ทำหน้าตูม

“อย่าขำสิครับ นี่ผมจริงจังนะ หน้าผมมันไม่จริงจังเหรอ?”เด็กหนุ่มหันซ้ายขวาสลับไปมาเพื่อมองดูเหล่าลูกหน่วยทั้งสิบเอ็ดคนจากสิบสามที่นั่งหัวเราะเบาๆออกมา

“มันก็จริงจังนะครับหัวหน้า แต่เรื่องที่หัวหน้าจริงจังนี่สิ...”เคอร์ซัสผู้รั้งตำแหน่งนักแม่นปืนเว้นจังหวะก่อนจะหัวเราะออกมา

“ทั้งๆที่เรื่องคดีหน้าตาหัวหน้ายังไม่จริงจังขนาดนี้แท้ๆ”วิลล์เสริมเพื่อนร่วมงานด้วยท่าทีร่าเริง

“เรื่องที่เครียดเราอย่าไปเครียดครับให้ปล่อยวาง...แต่เรื่องไหนที่มันไม่เครียดเราควรเครียดกับมันนะครับ!”คาราเมลว่าอย่างมุ่งมั่นในหลักการประหลาดของตนเอง

“ตรรกะบ้านไหนคะเนี่ย...”แฮคเกอร์สาวนามจินนี่ สมาชิกสาวคนเดียวของหน่วยเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบเฉยติดจะเหนื่อยใจนิดหน่อย ทำงานกับคาราเมลมาครึ่งปีนี่เธอยังหาความคิดที่เหมือนคนทั่วไปเขาคิดกันของคาราเมลไม่เจอสักที หวังว่าในชาตินี้เธอจะเจอมันก่อนจะสิ้ลมหายใจก็แล้วกัน

คาราเมลหันมายิ้มแฉ่งให้จินนี่แล้วชูนิ้วชี้ขึ้นมาแล้วกระแอมไอ”เรื่องพวกนี้มันไม่ต้องพึ่งตรรกะหรอกครับ แค่หัวใจก็พอ”ว่าจบก็ขยิบตาหนึ่งทีพร้อมหัวใจที่ลอยมา

“ไปเอาแว่นมาจากไหนวะนั่น”เคอร์ซัสว่างงๆมองคาราเมลที่หมุนหัวอยู่กลางห้องพร้อมแว่นตาที่ไม่มีเลนส์ซึ่งก็อย่างที่เซอร์คัสสงสัย คาราเมลไปเอามันมาจากไหนและตอนไหน

“แล้วสรุปเราจะแต่งทีมอะไรล่ะครับ?”วิลล์เห็นว่าถ้าคุยกันยาวกกว่านี้วันนี้เขาคงไม่ได้รู้เรื่องแน่ว่าคุณหัวหน้าของเขาจะให้พวกเขาแต่งเป็นอะไร

“หนูน้อยหมวกแดงครับ”

คาราเมลว่าแล้วยิ้มแฉ่งแต่คนอื่นๆกลับหน้าเหวอไปกันหมด แต่ละคนมองหน้ากันพลางทวนให้กันว่าได้ยินไม่ผิด คารามเลบอกให้แต่งเป็นหนูน้อยหมวกแดงจริงๆ งานนี้มีคนเสียสายตาแน่ ลูกหน่วยแต่ละคนมีแต่ก้าม เว้นแต่จินนี่ทีเป็นผู้หญิงกับคาราเมลที่เป็นกรณียกเว้น นอกนั้นก็แทบจะเตะกำแพงปูนพังทั้งนั้น แม้แต่เบสเซลที่เป็นฝ่ายตัดเย็บเสื้อผ้ามาก่อนยังแอบซ่อนกล้ามแขนและกล้ามหน้าท้องเอาไว้ แถมยังเล่นทำประตูหน่วยพังไปสามสี่รอบเลย พวกเขาไม่แน่ใจว่าเบสเซลแข็งแรงหรือว่าประตูมันไมไดคุณภาพกันแน่

“หนูน้อยหมวกแดงเป็นผู้หญิงนะครับหัวหน้า”นักดาบหนุ่มนามเจมส์ท้วงเผื่อว่าคาราเมลจะสับสนนิดกน่อย

“เราก็ให้เบสเซลออกแบบชุดให้เหมาะสมได้นี่ครับ งานนี้แหละที่ผมจะใช้เขาให้สมกับเงินเดือนเลย! เห็นปกติลอยไปลอยมาเหมือนผีไร้ญาติ! นี่ผมก็เพิ่งสั่งให้เขาไปตัดชุดสำหรับคุณจินนี่มาก่อนแล้วนะครับเนี่ย แถมผมยังมีคนพิเศษมาด้วย”

หลายคนเริ่มมองหน้ากันเมื่อได้เห็นสีหน้าสนุกๆของหัวหน้าของตน ปกติคาราเมลก็ไม่ได้ดูเครียดอยู่แล้วแต่ว่าการเห็นหัวหน้าของตนยิ้มเป็นปกติอีกครั้งหลังจากชินเรย์ลาออกไปก็ถือว่าดีแล้ว พวกเขาคงไม่ขัดอะไรถ้าหัวหน้าชอบใจเพราะคาราเมลปฏิบัติกับพวกเขาอย่างให้เกรียติแม้ว่าตนจะมีตำแหน่งสูงกว่าก็ตาม

“เข้ามาได้แล้วครับ”

พอสิ้นเสียงที่เจือความสนุกเอาไว้ร่างบางก็ยื่นศีรษะเข้ามาในห้องก่อนจะปรากฏตัวออกมา

“คุณเชอร์รี่!

ทุกคนเรียกพร้อมกันด้วยความตกใจ ทุกคนในหน่วยโวคเขต4ต่างรู้จักเชอร์รี่ดีอยู่แล้วในฐานะเลขาของเอพริล และรู้สึกเป็นห่วงเมื่ออยู่ๆเชอร์รี่ก็โดนไล่ออกไปโดยไม่ระบุสาเหตุทั้งยังมารู้ทีหลังว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีแรกของหน่วยอีก ทุกคนในหน่วยจึงคิดเป็นห่วงว่าหลังจากจบงานแล้วเชอร์รี่จะเป็นยังไงบ้างแต่ก็ไม่กล้าถามโดนตรงกับคาราเมล

“สวัสดีค่ะทุกคน”เชอร์รี่ทักทายแล้วหันมายิ้มให้คาราเมลอีกหน”คุณจินนี่สินะคะที่จะให้ฉันแปลงโฉม”หญิงสาวมองสมาชิกสาวคนเดียวในหน่วยZealด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร

“แปลงโฉม?”

ทั้งหน่วยร้องออกมาเป็นเสียงเดียวกันเมื่อได้ยินสิ่งที่เชอร์รี่พูดโดยมีคาราเมลพยักหน้ารับรองอยู่ข้างๆเชอร์รี่

“จินนี่นั่นแหละครับ ทั้งๆที่เป็นดอกไม้งามท่ามกลางภูผาแท้ๆแต่ดูทำตัวสิครับ ผมรวบตึงธรรมดา แว่นหน้าเตอะ หน้าไร้เมคอัพ แถมยังใส่เสื้อแขนยาวปิดมือ กระโปรงยาวถึงตาตุ่ม คุณจินนี่นี่...เชยชะมัด”

ฉึก!

“ชะ...เชยเหรอคะ..”

จินนี่แทบหงายหลังตกจากเก้าอี้เมื่อโดนคาราเมลว่าเข้าตรงๆ คุณหัวหน้านี่ไร้ความอ่อนหวานต่อสุภาพสตรีจริงๆเลย ทางฝั่งคาราเมลก็ทำหน้าตาใสซื่อเหมือนไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรที่แทงใจดำสาวงามหนึ่งเดียวในกลุ่มไป

“ฉันเชื่อแล้วจริงๆว่าคุณมันคนใจ”เชอร์รี่ยู่หน้าแล้วเดินเข้ามาดึงตัวเชอร์รี่ให้ลุกขึ้น“ผิวคุณสวยนะคะ หุ่นก็โอเค หน้าตาก็ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ อืม...มากับฉันเถอะค่ะ”พูดไม่ทันขาดคำเชอร์รี่ก็จูงมือจินนี่ไปทางประตูทันทันที

”ด่ะ..เดี๋ยวค่ะคุณเชอร์รี่ จะพาฉันไปไหนคะ? ฉันมีงานต้องทำนะคะ”

“ไปเถอะครับ ไปปรับลุคป้าๆของคุณออกซะนะครับผมให้ลางานนานเท่าที่คุณอยากจะลาจนกว่าคุณจะสวยปริ๊งๆ วิ๊งๆแสบตานะครับจินนี่”

คาราเมลโบกไม้โบกมือลาจินนี่ที่โดนสาวสวยอย่างเชอร์รี่ลากตัวออกไปก่อนจะหันมายิ้มเหี้ยมให้สมาชิกในหน่วยที่เหลือจนทุกคนสะดุ้ง สายตาที่มองมายังลุกหน่วยชายแท้ที่เหลือในห้องทำเอาขนลุกขนพองตามๆกัน คาราเมลเปลี่ยนอารมณ์เร็วยิ่งกว่ากิ้งก่าเปลี่ยนสีจนทุกคนตามกันไม่ทัน เด็กหนุ่มสาวเท้าพร้อมรอยยิ้ปีศาจตัวน้อยๆ

“เบสเซลไม่ว่างเขาให้ผมมาวัดไซส์พวกคุณแทนน่ะครับ”

สมาชิกหนุ่มต่างสะดุ้งเมื่อเห็นสายตากันแพรวพราวของคาราเมล เด็กหนุ่มก็น่ากลัวแต่คนละแบบกับเบสเซล...เบสเซลเป็นพวกโรคจิตชอบลวนลามผู้ชายด้วยกันแต่คาราเมล...

“ปกติผมจะให้เบสเซลวัดตัวพวกคุณทุกเดือนเพื่อส่งให้ผมดูว่ารูปร่างของพวกคุณเป็นยังไงในแต่ละเดือน น้ำหนักและส่วนสูงต้องสมดุลกัน เป็นไปได้ให้คงที่เสมอ...แต่ทำไมไม่รู้สิครับทั้งๆที่เบสเซลก็รายงานว่าทุกคนเท่าเดิมตลอดแต่ผมรู้สึกว่าวิลล์กับเจมส์อ้วนขึ้นหรือเปล่านะ”เอียงคอและตบท้ายด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสาของเด็กหนุ่มผู้เสมือนมีปีกสีขาวอยู่ด้านหลัง

“น้ำหนักขึ้นหนึ่งขีดต่อการวิ่งรอบสนามฟุตบอลสิบรอบ...โอเคนะครับ”

“.....”

“โอเคไหมครับ...”

“ครับหัวหน้า....”

แต่ดูเหมือนตอนนี้จะมีปีกปีศาจกับเขาแดงๆขึ้นมาบนหัววะแล้วซิ....

 

“เมล...ลูกหน่วยนายวิ่งรอบสนามมาตั้งแต่บ่ายแล้วนะ พวกเขาทำอะไรกัน”

แอมเบอร์มองผ่านกระจกลงไปยังสนามฟุตบอลกลางที่ทำการหน่วย ตรงนั้นมีคนคุ้นหน้าคุ้นตาดีจากหน่วยZealวิ่งรอบสนามด้วยท่าทางเหมือนซอมบี้เพิ่งฟื้นจากความตายด้วยสารเคมีอะไรสักอย่าง คาราเมลเหลือบตาไปมองก่อนจะสนใจหนังสือพิมพ์ในมือต่อ

“ไม่มีอะไรหรอกครับ...แค่น้ำหนักพวกเขาขึ้นมาสองกิโลเท่านั้นเองล่ะครับ”ว่าพร้อมยิ้มหวาน

“น้ำหนัก?”

ปริศนาที่ไม่เคยถูกไขออกของหน่วยพิเศษ...การวิ่งรอบสนามของลูกหน่วย

 

“อรุณสัวสดิ์ แอมเบอร์ตื่นสิครับผม!

คาราเมลเขย่าตัวคุณหมาป่าสีดำที่เอาหัวมุดผ้าห่มดุ๊กๆเหมือนไม่อยากจะตื่นแบบสุดขีด คาราเมลท้าวเอวแล้วเขย่าตัวแอมเบอร์อีกรอบ เขาจะไม่ละความพยายามจนกว่าคนหัวดำจะลุกขึ้นมารับแสงอาทิตย์กันเจิดจ้าได้!

“อีกห้านาทีน่า...”

“คุณอีกห้านาทีมาสิบรอบแล้วนะครับแอม! นี่มันห้าสิบนาทีแล้วนะครับ เจ็ดโมงครึ่งแล้วนะครับ!!!

“ห๊ะ!

แอมเบอร์ที่ได้ยินเวลาที่ขานออกมาจากปากของคาราเมลเด้งตัวขึ้นตื่นเต็มตาก่อจะลุกออกจากที่นอนแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไปด้วยความเร็วยิ่งกว่านักวิ่งโอลิมปิก

“ทำไมนายไม่ปลุกฉันเล่าหา!

“ก็คิดจะตื่นบ้างไหมล่ะครับ!

คาราเมลตะโกนสวนกลับเข้าไปในห้องน้ำ ชี้นิ้วไปที่ประตูที่ปิดสนิทแล้วขมิบปากเหมือนท่องมนตร์สาปแช่งคนที่อยู่ด้านใน ถ้าเกิดเขาไปสายกว่าลูกหน่วยล่ะน่าดูเลย!

 

“สวัสดีครับหัวหน้า....”

ซอมบี้ในชุดสีขาวเกือบสิบร่างเอ่ยยานครางทักทายหัวหน้าสุดวิ๊งที่ยิ้มสง่าปรานจะประกวดนางงามจักรวาลอะไรทำนองนั้น คาราเมลมองลูกหน่วยที่หมดสภาพของตนเองแล้วหัวเราะเบาๆในลำคอ

“ไปทำอะไรกันมาน่ะครับหมดสภาพเชียว”คาราเมลแกล้งหยอกลูกน้องของตนด้วยรอยยิ้มใสซื่อ

“โถ่หัวหน้า...”วิลล์โอดครวญอย่างเหนื่อยอ่อน พยายามลืมตามองหัวหน้าผมคาราเมลที่ดูไม่สะทกสะท้านกับการทำลูกน้องตนเองหมดสภาพสักนิด

“ฮ่ะๆๆ ผมล้อเล่นน่ะครับ ทานข้าวเช้ากันมาหรือยังครับ...แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องทานอาหารที่ผมทำมาล่ะนะ ไม่รู้จะถามทำไม”

ว่าจบคาราเมลก็เอียงคอยิ้มสว่างสดใสแล้ววางข้าวกล่องจำนวนมหาศาลบนโต๊ะเอนกประสงค์ของหน่วย แต่ละร่างมองกองทัพอาหารก่อนจะค่อยๆลากสังขารตนเองออกมาจากเก้าอี้ อาหารของคารามเลอร่อยมาก แต่ทว่ากลับไม่รู้เลยว่าวันไหนคุณหัวหน้าหน่วยจะอารมณ์ดีทำมาให้กิน

“เอ๊าๆๆ จัสตินครับผมต้องเอาอะไรมาแงะคุณออกจากเก้าอี้หรือเปล่า?”คาราเมลร้องว่าก่อนจะหัวเราะอย่างขบขันเมื่อเห็นลูกหน่วยตนแทบจะผสานเซลล์กับเก้าอี้ไม้อยู่แล้ว

“ไม่ต้องหรอกครับ ขอบคุณในความหวังดี ผมนั้นซึ้งใจยิ่งนัก”

คนที่ได้รับความหวังดีจากหัวหน้าที่หน้าตาดูไม่เคยหวังดีบอกก่อนจะแทบกลิ้งกับพื้นไปยังโต๊ะเอนกประสงค์ กลางห้อง ทั้งๆที่เดินแค่สิบเก้าก็ถึง ใกล้ยิ่งกว่าเซเว่นหน้าปากทาง แต่ไม่รู้ทำไมวันนี้มันถึงได้ไกลอย่างกับว่าไอ้โต๊ะนี่มันตั้งอยู่คนละมุมโลกกับที่ที่เขาอยู่

“ผมทำมาหลายอย่างนะครับแล้วแต่จะเลือกเลย ทานไม่หมดไม่เป็นไรผมแค่...งอนนิดหน่อย...เท่านั้นเอง”

แต่ละคนกลืนน้ำลายลงคอหลังจากได้ยินผลที่จะตามมาเมื่อพวกเขาทานข้าวไม่หมด รอบก่อนที่แกล้งหยอกเล่นว่าคาราเมลไม่หล่อเหมือนแอมเบอร์ พ่อคุณทูลหัวก็งอนนิดหน่อยไปสามวันสี่วัน หายหน้าหายตาไปจนพวกเขาเป็นห่วง มารู้ทีหลังว่างอนนิดหน่อยจนไม่ยอมเข้าหน่วย มาทำงานแต่ก็ขลุกอยู่ที่หน่วยโอเชี่ยนทั้งวัน ร้อนถึงลูกหน่วยจอมปัญหาที่ต้องตามไปง้อหัวหน้าจอมปัญหา(กว่า)ถึงหน่วยข่าวกรอง ไปโหวกเหวกมากเข้าหน่วยข่าวกรองเลยค้อนขวับพวกเขาทุกครั้งที่เดินสวนกันเลยทีเดียว

“คา..รา..เมล...ครับ..”

เสียงลากยานดังมาจากทางประตูทางเข้าหน่วย คาราเมลเอียงคอก่อนหันไปมองแล้วสะดุ้งสุดตัวกระโดดถอยหลังเอาตัวชิดวิลล์ที่กำลังกล้ำกลืนกินข้าวกล่องของเจ้านายให้หมดทั้งๆที่เพิ่งทานอาหารฝีมือภรรยามาเต็มคราบ

“นี่มันลาสบอสในเกมส์ยิงซอมบี้นี่ครับ!!! มันมาแล้ว วิ่งหนีเอาตัวรอด!!!!”คาราเมลชี้แล้วเอาหน้าซุกหลังวิลล์

“ไม่ใช่..ลาสบอสนะครับ...เบสเซลเอง....”

“อ่ะ..อ้าว คุณเองหรอกหรอ ตกใจหมดเลย”

เด็กหนุ่มถอนหายใจยาวออกมาก่อนจะเดินไปดูสภาพหัวฟูๆของเบสเซล ขอบตาดำคล้ำบงบอกว่าอีกฝ่ายไม่ได้นอนมานานพอสมควร เบสเซลพยุงตัวเองมาเกาะขอบประตูก่อนใช้ดวงตาสีฟ้ามองไปที่เก้าอี้เหมือนจะสื่อความหมายว่านั่นคือจุดมุ่งหมายของเขา

“ไม่ไหว....”

เบสเซลครางในลำคอ รู้สึกเหมือนตัวเองกรอบจนผิวแทบจะล่อนเป็นแผ่นๆแล้วปลิวหนีไปกับสายลมทันทีที่มีใครเผลอละสายตาจากเขา คาราเมลเห็นแบบนี้แล้วก็อ่อนใจไม่รู้จะช่วยยังไง ถ้าในเมื่อทางกายช่วยอะไรไม่ได้ ขอช่วยทางใจแล้วกันนะ! คาราเมลคิดแล้วหันไปประครองใบหน้าซีดของคุณช่างตัดเสื้อดีเด่นมาให้มองหน้าตน

“ขอบคุณที่ทำเพื่อผมนะครับเบสเซล คุณน่ารักที่สุดเลย”

ตบท้ายด้วยรอยยิ้มนางงามจักรวาลสามสมัยซ้อน...ที่ตกรอบ เบสเซลมองหน้าคาราเมลอึ้งก่อนจะกระพริบตาปริบๆ

“คืนชีพ!!!

แล้วพ่อคุณก็เด้งตัวยืนตรงเก๊กหน้าหล่อพร้อมวิ่งไปมาทั่วห้องคล้ายๆจะแสดงให้คาราเมลเห็นว่าเขามีกำลังเหลือเฟือ โดยมีคาราเมลร้อง”ฮูเล่ๆเบสเซลสุดยอด”แล้วปรบมือแปะๆเป็นซาวน์ประกอบ

“นี่มันไสยศาสตร์ชัดๆ...”เจมส์บ่นงึมงำก่อนตักไข่ตุ๋นสุดอร่อยเข้าปากอย่างเหนื่อยล้า

“พ่อมดน่ะไม่ใช่คุณแอมเบอร์หรอก...ต้องเป็นหัวหน้าสิถึงจะถูก...”เคอร์ซัสเสริมอีกคนโดยมีพวกที่เหลือพยักหน้างึกงักพลางเคี้ยวอาหารอย่างเชื่องช้า

“อ่ะฮา!ผมลืมไปซะเสียสนิทเลยสิครับ”

เคอร์ซัสกับวิลล์ที่นั่งติดกันสะดุ้งโยงเมื่อหัวหน้าสุดน่ารักโผล่หน้ามาแทรกกลางระหว่างพวกเขาทั้งคู่แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม

“เด็กข้างบ้านกล่าวไว้ว่าคนเราต้องทานอาหารให้หมดอย่างรู้คุณค่าเพราะงั้น...อย่าลืมทานกล่องข้าวเข้าไปด้วยนะครับ มันจะเสียของ”คาราเมลว่าด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ลูกหน่วยทุกคนเปลี่ยนความคิดไปในทางเดียวกัน

ไม่ใช่พ่อมดแล้วนี่มันปีศาจชัดๆ! ซานตานแน่ๆ!!!

“ทานเสร็จแล้วอย่าลืมไปชั่งน้ำหนักทันทีนะครับ เหมือนเมื่อวานเลยถ้าเกินมาตรฐานมาหนึ่งขีดเท่ากับสิบรอบสนาม”

“ทำไมแบบนั้นล่ะครับหัวหน้า!!! เมื่อวานหัวหน้าบอกตอนที่พวกเราวิ่งเสร็จว่าแค่เมื่อวานวันเดียวนี่”เจมส์แย้งทันที

“อ่อ....”

คาราเมลลากเสียไปพลางเอามือยันหัวเบสเซลที่จะเข้ามากอดเขาไปพลางก่อนจะยิ้มหวานให้ลูกหน่วยรู้สึกเสียวสันหลังวาบ

“...นั่นเพราะผมอ่านใจเป็นแล้วไงล่ะครับ”

ปีศาจ! บอกแล้วว่าคาราเมลเป็นปีศาจชัดๆ!!!!

 

“ทุกคนครับหายเหนื่อยหรือยังครับ?”

คาราเมลยิ้มหวานเอียงคอถามลูกหน่วยที่ตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากซากศพดีๆสักกองสองกอง สภาพแต่ละร่างเรียกได้ว่าสะบักสะบอมเอาเรื่องกับการวิ่งรอบสนามฟุตบอลกลางแดดร้อนเปรี้ยง! นี่มันโหดกว่าตอนที่พวกเขาเรียนภาคปฏิบัติของหน่วยโวคเสียอีกนะ!

“ถ้าบอกว่าไม่ หัวหน้าจะให้พักต่อไหมล่ะครับ??”วิลล์ถามขึ้น

“ไม่ครับ”

“แล้วจะถามเพื่อ!

คาราเมลหัวเราะกับการขึ้นเสียงที่เปรียบดังลมหายใจสุดท้ายของซากศพ(?) เด็กหนุ่มส่ายหัวเบาๆแล้วยกมือช่วยโบกให้เหล่าลูกหน่วยตัวเอง แม้ว่าจะกลับมาที่ทำการหน่วยที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำแล้วแต่ทว่าเหงื่อก็ยังไหลท่วมกายของทุกคนอยู่ดี ไอ้กลิ่นตุๆก้เริ่มตามมา เด็กหนุ่มหนีเอาตัวรอดด้วยการเอาไม้หนีบมาหนีบจมูกเอาไว้ก่อนแล้ว รอดตายจ้า

“โธ่ๆ ใครช่างใจร้ายทำกับลูกหน่วยของผมแบบนี้นะครับเนี่ย ใจร้ายจริงๆเลยเชียว”คาราเมลร้องเสียงอ่อน

“ก็หัวหน้านั่นแหละครับ!

ทุกคนประสานเสียงพร้อมกันใส่หน้าคาราเมล เด็กหนุ่มยกมือทาบอกแล้วส่ายหัวด๊อกแด๊กๆประมาณว่าสงสารเหลือทน

“พวกคุณไปอาบน้ำกันก่อนแล้วกันนะครับ เบสเซลตัดชุดเสร็จแล้วผมจะให้ลองกันซะหน่อยถ้าชุ่มเหงื่อแบบนี้กลิ่นมันจะติดเสื้อผ้าเอา”

ลูกหน่วยทั้งหลายขานรับอย่างเหนื่อยหน่ายแล้วรากสังขารอันเสื่อมโทรมของตนเองไปทางห้องอาบน้ำ แต่ก่อนจะไปคาราเมลได้แจกชุดของแต่ละคนให้พวกเขาถือติดไปด้วย หลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จพวกเขาทุกคนลงความเห็นไปในทางเดียวกันว่าโชคดีที่ห้องอาบน้ำยังอยู่ในหน่วยถ้าอยู่ด้านนอกพวกเขาอาจถูกเขาใจผิดว่าอยู่หน่วยโอเชี่ยนแล้วโดนสมาชิกหน่วยหมาป่าสีแดงตัวจริงเขม่นฐานมาแย่งงานพวกเขาทำเป็นแน่ ก็เล่นแดงขนาดนี้

ใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงทุกคนก็อาบน้ำเสร็จพร้อมแต่งชุดที่เตรียมไว้สำหรับงานพาเรทเรียบร้อย ชุดของสมาชิกหน่วยพิเศษเป็นไปในรูปแบบเดียวกันคือเสื้อเชิตแขนยาวสีขาวและกางเกงหนังเข้ารุปสีดำสนิท เสื้อมีหมวกคลุมหัวที่ยาวถึงเอวกับรองเท้าบูทหนังสีน้ำตาล มองเผินๆมันก็ไม่ได้แปลกหรือพิเศษเกินกว่าชุดทั่วไปแค่ถอดผ้าคลุมออกพวกเขาก็เหมือว่าใส่ชุดธรรมดาแล้ว

“สรุปมันก็แค่ชุดธรรมดาแถมผ้าคลุมสีแดงใช่ไหมเนี่ย?”เจมส์งึมงำพลางจัดริบบิ้นสีแดงที่คอให้เข้าที่

“เอาน่าๆการที่เบสเซลออกแบบชุดแบบนี้ให้พวกเราถือว่าดีแค่ไหนแล้ว เขาไม่ใส่ลูกไม้ให้นี่บุญมากเกินพอ หรือนายอยากจะใส่?”จัสตินเลิกคิ้วถาม

“ประสาทน่า ผู้ชายดีๆที่ไหนอยากใส่ลูกไม้กัน”

เจมส์เบ้หน้าท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมงานที่มีความเห็นไม่ต่างกัน สภาพพวกเขาถ้ามีลูกไม้ คณะคาบาเล่ว์คงเรียกตัวไปเป็ยบอดี้การ์ดแน่ๆ ถึงหน้าพี่จะโหดแต่หัวใจอยู่ในโหมดสีชมพูบานเย็นนะ

“จะว่าไป แล้วหัวหน้าล่ะ?”วิลล์มองซายมองขวาหาคุณหัวหน้าตัวดี

“ไปลองชุดเหมือนกันล่ะมั้ง ถ้าเป็นหัวหน้าฉันว่าเบสเซลน่าจะตัดให้เขาอลังการเว่อร์”เคอร์ซัสออกความคิดเห็นพลางลูบคางครุ่นคิดไปในตัว

“ผมว่าต้องเป็นแขนกุดสีแดง”แจ็คมือสไนเปอร์เสนอ

“ชายเสื้อต้องยาวเลยเอวสักหนึ่งแล้วก็มีขนเฟอร์”วิลล์ช่วยเสริมตามด้วยจัสตินที่ออกความคิดเห็นตามมาติดๆ

”ด้านในเป็นเสื้อก้ามลายทางขาวดำชัวร์””

“กางเกงรัดรูปสีดำเนื้อมัน”เจมส์เพิ่มเติม

วิลล์เอามือลูบคางก่อนโพลงขึ้นมา“รองเท้าบูทยาวครึ่งแข้งสีน้ำตาลเข้มมีเชือก!

“ทำอะไรกันอยู่หรอครับ?”

คาราเมลเอียงคอมองลูกทีมตัวเองที่ทำหน้าตาเคร่งเครียดแล้วตะโกนแบบเสื้อผ้าออกมา ทุกสายตาจึงเบนกลับมาที่คารามเลทันที

“เป๊ะ!

ทุกคนร้องพร้อมกันเมือเห็นคาราเมลในชุดที่ทุกคนร่วมกันออกความคิดเห็นว่าน่าจะใช่ และมันก็ตามนั้น คาราเมลตอนนี้เหมือนนายแบบวัยรุ่นที่กำลังเป็นที่นิยมเลย ถึงแม้ว่ามองเผยๆมันเข้ากับเทศกาลคริสมาตส์มากกว่าฮาโลวีนก็ตามแต่ แต่ทว่าเป็นคาราเมลใส่ อะไรๆก็ดีไปหมด

 “จะว่าไป...พวกคุณก็จัดว่าดูดีกันนะครับเนี่ย ชุดที่ผมออกแบบใช้ได้ใช่ไหมล่ะครับ”

“อ้าวไหนบอกว่าเบสเซลออกแบบไงครับ”เจมส์มองหัวหน้าหน่วยของตนที่ยิ้มร่า

“ใช่ครับ ที่แรกให้เบสเซลออกแบบแต่ว่ามีแต่ลูกไม้เต็มไปหมดเลย”

“เยี่ยม! ผมเพิ่งรู้สึกขอบคุณหัวหน้าเป็นครั้งแรกก็วันนี้แหละ”เซอร์คัสทำสีหน้าปลาบปลื้มพร้อมมีเพื่อนร่วมงานที่ยืนน้ำตานองหน้าแล้วมีนิ้วโป้งยกขึ้นข้างตัวเป็นฉาก คาราเมลหัวเราะกับปฏิกิริยาเหล่านั้นของสมาชิกหน่วยก่อนจะเบนสายตากลับไปยังด้านหลังตนที่เป็นประตูเพราะรู้สึกได้ถึงการมาของใครสักคน

“อยู่กันพร้อมหน้าเลยนี่คะ”

เชอร์รี่เอ่ยออกมาเป็นคำทักทายแล้วยิ้มให้ คาราเมลยิ้มตอบอีกฝ่ายแล้วเดินก้าวไปด้านหน้าเพื่อหลีกทางให้

“ชุดสวยใช้ได้เลยนี่คะ ไม่ทิ้งความเป็นหนูน้อยหมวกแดงแต่ก็ไม่ได้สาวจ๋า”

เชอร์รี่หัวเราะพลางนึกสภาพหนุ่มๆหน่วยZEALแต่งตัวเป็นหนูน้อยหมวกแดงใส่กระโปรงยาว สำหรับคาราเมลน่ะไม่เท่าไหร่แต่พวกที่เหลือน่ะแค่คิดก็เท่ากับทำร้ายพวกเขาแล้ว

“วันนี้ฉันเอานางเอกมาส่งคุณหัวหน้าหนุ่มน้อยคาราเมลค่ะ รับรองว่าสวยจนอ้าปากค้างแน่ๆ”

เชอร์รี่ว่าพลางดีดนิ้วแล้วยิ้มรับประกันฝีมือตนเองกับการปรับเปลี่ยนลุคของจินนี่ สาวสวยยื่นหน้าออกไปด้านนอกแล้วควักมือเรียกนางเอกของงานให้เดินเข้ามาในหน่วย  ทางฝั่งหนุ่มๆก็ทำหน้าที่ผู้รอคอยอย่างใจจดใจจ่อ

“ฉันเอาชุดที่เบสเซลตัดให้เธอใส่แล้วนะ ไม่คิดว่าคุณจะออกแบบชุดได้เข้ากับเธอมากขนาดนี้”

สิ้นเสียงชื่นชมของเชอร์รี่หญิงสาวรูปร่างบอบบางก็เดินเข้ามาในหน่วยด้วยท่าทีขัดเขิน ชุดกระโปรงลูกไม้ฟูฟ่องสีแดงอ่อนยาวเหนือเข่าเล็กน้อยตัดกับผิวขาวๆได้ดี ด้านบนมีผ้าคลุมตามทีมหนูน้อยหมวกแดงคลุมอยู่บนไหล่ ด้านล่างเป็นถุงท้าวยาวถึงเข่าลายทางขาวดำกับรองเท่าบูทส้นสูงสีดำ บนใบหน้าก็ไร้ซึ่งแว่นหนาเตอะเหมือนเคย เส้นผมสีดำสนิทถูกย้อมให้มีสีน้ำตาลเปลือกไม้เข้ากับรูปหน้าดี

“ว้าวๆๆ คุณจินนี่สวยมากเลยครับ ผมบอกแล้วว่าคุณจินนี่น่ะสวยจะตายไป คราวหน้าก็แต่งตัวแบบนี้นะ”

“ห่ะ...หัวหน้าเลิกชมเถอะค่ะ ฉันเขินนะ”จินนี่ก้มหน้างุด

“คิดว่าถ้าเดินคู่กับผมเราคงเป็นเหมือนคู่รักที่เพอเฟ็กต์!”คาราเมลร้องด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“มันเหมือนพี่สาวกับน้องสาวซะมากกว่า”

เซอร์คัสกล่าวออกมาโดยมีพวกลุกหน่วยที่เหลือพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย ก็คาราเมลเล่นน่ารักขนาดนี้ ถ้ามีลูกชายก็อยากจะได้น่ารักๆแบบคาราเมลนี่แหละน๊า ทางฝั่งคาราเมลทำหน้าช็อกหลุดโลกแล้วสำรวจตัวเองทั้งเสื้อผ้าหน้าผมก่อนจะเงยหน้ามองทุกสายตาจับจ้องมา

“ชุดก็เหมือนผู้หญิง”

“เดี๋ยวผมจะเปลี่ยนแบบชุด!

“ผมก็ยาว”

“ผมจะตัดผมใหม่!

“หน้าตาก็น่ารักเกินกว่าผู้ชาย”

“.....”

“เตี้ยด้วย”

“ใครใช้ให้พวกคุณร่วมวิจารณ์ครับป๊ะป๋า! แอมเบอร์!

คาราเมลโวยลั่นเมื่อสองประโยคหลังมาจากปากเพื่อนร่วมงานตัวดีสองคนที่โพล่เข้ามาร่วมวงโดยไร้ซึ่งคำเชิญ แน่ล่ะพวกลูกหน่วยไม่กล้าวิจารณ์คาราเมลออกไปตามตรงแน่ ถ้าทำมีหวังพวกเขาได้วิ่งรอบสนามเล่นอีกสักสิบยี่สิบรอบแน่ๆ

“แต่ป๊ะป๋าพูดจริงน่ะคาร่า เราน่ะหน้าตาน่ารักเกินไป”โอเชี่ยนว่าด้วยสีหน้าจริงจังพลางก้าวเท้าเข้ามายืนร่วมกับลูกหน่วยของคาราเมลโดยไร้คำเชิญ

“เตี้ยด้วย”แอมเบอร์สนับสนุนหน้าตาย

คาราเมลทำหน้าตูมใส่สองคนที่กล้าว่าเขาก่อนจะสะบัดหัวมองซ้ายทีขวาทีพลางร้องโวยวาย

“หม่าม๊า! หม่าม๊าอยู่ไหนครับ!! ผมอยากได้เสริมส้น! จะไปศัลยกรรมด้วยได้โปรดเถอะ! เอาสองตัวจอมยุ่งนี่กลับไปด้วย ได้โปรด!!!!!

คาราเมลโหยหวนด้วยใบหน้าเหมือนเด็กจะร้องไห้เพราะถูกขัดใจ เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากลูกหน่วยทุกคนที่ไม่แน่ใจว่าตนควรจะสงสารหรืออะไรกับคุณหัวหน้าหน่วยคนนี้ดี

 

10 ความคิดเห็น

  1. #325 Neveah.s (@aster-1) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 / 13:22
    ชักจะสงสัยแล้วแฮะว่าไรท์เรื่องนี้เพศไหนกันแน่ค่ะ (?) เอาซะเหมือนไรท์เป็นผู้หญิงแล้วค่ะ ฮ่ะ ๆ =_=
    #325
    0
  2. #277 moonwing (@moonbird) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2557 / 13:03
    มีแต่เรื่องน่าช็อกอ่ะ O_O
    #277
    0
  3. #202 เด็กแว่นสีชมพู (@whitebaby) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2556 / 08:40
    อยากเห็นคาราเมลแต่งชุดหนูน้อยหมวกแดงจังเลย
    #202
    0
  4. #165 เรลลี่ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2556 / 12:23
    ฮาคาราเมลอ่ะ
    #165
    0
  5. #163 sushi-m (@sushim) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2556 / 18:40
    ชอบมาก ฮาคาลาเมลสุดๆ
    #163
    0
  6. #161 p_ice (@p-ice) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2556 / 22:24
    ตอนนี้น่ารักกันยิ่งนัก
    #161
    0
  7. #160 same maru (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2556 / 22:00
    แอมเบอร์ ก็ย้ำจััง เตี้ยด้วย เอาซะฮาเลย
    #160
    0
  8. #159 ชิน เรย์ (@chin-rei) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2556 / 10:38
    เถียงเรื่องความสูงไม่ออกล่ะซี้~ คาราเมล~ ^0^
    #159
    0
  9. #157 sushi (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2556 / 17:59
    สนุกค่ะ ชอบมากๆ อ่านมารวดเดียวเลย เอาอีกนะคะ
    #157
    0
  10. #156 Honey white (@whitemare) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2556 / 14:57
    รอต่อครึ่งหลังเสมอค่ะ^^
    เราเข้าใจไรต์นะความรู้สึกที่ไม่มีคนเม้นเลย ฮือ //ปาดน้ำตาแบบนางเอก
    #156
    0