Little Sheep or Werewolf แกะตัวนั้นที่มันเป็นหมาป่า

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 24,296 Views

  • 485 Comments

  • 1,072 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    34

    Overall
    24,296

ตอนที่ 24 : Chapter#20+::[หมาป่าหรือลูกแกะ]::+<Complete>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 939
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    17 ต.ค. 56

Minor!

Chapter#20

หมาป่าหรือลูกแกะ

.

.

.

ได้แต่คิดและก็สงสัย

เป็นสิ่งใดในสิ่งนั้นที่มองเห็น

อันตัวตนมันใช่เพียงรูปกายเป็น

มันยากเย็นจะค้นพบคำตอบใด

.

.

.

 

 

ทั้งห้าร่างภายในรถชะงักเมื่อได้ยินคำตอบ เอพริลเหงื่อแตกพลั่กพลางเสตามองหน้าปัดบอกความเร็วด้วยความไม่วางใจ สายตาอีกสี่คู่จ้องมองร่างบางที่ยืนใกล้ประตูรถตู้ด้วยสายตากังขาและสงสัย แต่สิ่งที่ได้มามีเพียงรอยยิ้มโรคจิตของผู้ชนะในเกมการต่อสู้นี้ก็เท่านั้น

 

“คุณเอาระเบิดมาใส่รถเราไว้ตอนไหน?”

 

โอเชี่ยนถามยั่งเชิง แม้เขาจะเป็นคนที่อยู่ไกลที่สุดเพราต้องคอยระวังให้เอพริลแต่ก็เป็คนเลือกที่จะพูดเพราะถ้ารอคนอื่นเอ่ยปากเขาอาจจะไม่ได้อะไรเลยสักนิด

 

“พวกแกคิดว่าฉันโง่มากหรือไง! คิดว่าฉันไม่รู้หรอ ฮ่ะฮ่าๆๆ น่าหัวเราะ! นายท่านบอกฉันหมดแล้วว่าพวกแกทำอะไร! บอกแล้ว บอกทุกอย่างเลย!!

 

“นายท่าน?”

 

คาราเมบทวนคำด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ฟันขาวกัดลงบนริมฝีปากสีเชอรร์รี่อย่างคิดวิเคราะห์ ก่อนจะผ่อนลงเมื่อรู้สึกตัวว่าถูกแอมเบอร้องมอง

 

“นายท่านคือใคร ตอบมา”แอมเบอร์ละสายตาไปคาดครั้นหญิงสาวที่ระเบิดหัวเราะดังลั่นรถ

 

“ไม่บอก!

 

“เธอ!!

 

แอมเบอร์จะพุ่งเข้าไปหาแต่กลับถูกโอเชี่ยนรั้งแขนเอาไว้ก่อน”ใจเย็นดิเว้ยอย่าวู้วาม นั่นมันผู้หญิงนะเว้ย!”หมาป่าแดงเอ่ยเตือนสติเพื่อนที่ดูท่ากำลังหงุดหงิดเพราะเสียแผน

 

“นายท่านของคุณเขาบอกอะไรคุณบ้าง?”

 

คาราเมลถามอย่างใจเย็น อีกฝ่ายมองเด็กหนุ่มแล้วเชิดหน้าขึ้น”ตอบให้เอาบุญก่อนตาย นายท่านบอกว่าพวกแกจะไปหานั่งผู้หญิงนั่น!”นิ้วเรียวชี้มาที่ไอริสก่อนจะเบนสายตารังเกียจตามมาที่ร่างบาง

 

“บอกว่าพวกแกจะร่วมมือกับมันเพื่อวางแผนจับฉัน นายท่านรู้หมดว่าพวกแกคิดอะไรและเขาก็ให้ฉันแกล้งทำตามแผนเพื่อที่จะได้ฆ่าพวกแกทีเดียวหมดไงล่ะ! ฮ่าๆๆๆ สมน้ำหน้า! ตายหมดแลย ตายหมด ฮ่าๆๆๆ”

 

“นี่ฉันโดนหลอกมาตลอดหรอเนี่ย?”ไอริสบ่นในลำคออย่างหงุดหงิด

 

หมาป่าทั้งสามมองหน้ากันอย่างจนปัญญาเมื่ออีกฝ่ายหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เอพริลมองการเคลื่อนไหวของทุกคนฝ่ายกระจกมองหลังอยู่ตลอด เขาไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเชอร์รี่พูดนั่นจริงเท็จแค่ไหน แต่ถ้าจำเป็นเขาต้องไม่ประมาท สมองอันชาญฉลาดคิดค้นหาวิธีเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่สุดแสนจะหายใจเข้าออกลำบากนี่

 

“เดี๋ยวสิครับคุณเชอร์รี่...ถ้าพวกเราตายคุณก็ตายด้วยนะครับ อย่าบอกว่าจะพลีชีพน่ะ”

 

เอพริลถามพลางมองอีกฝ่ายจากกระจกมองหลัง มือทั้งสองข้างยังทำหน้าที่หมุนพวงมาลัยไปตามเส้นทางบนถนนที่มีรถวิ่งไปมาบางตาด้วยเวลากลางดึก เชอร์รี่หันไปมองอีกฝ่ายแล้วหัวเราะ

 

“ก็ใครบอกว่าฉันจะอยู่ตายกับพวกแกเล่า!

 

พูดไม่ทันขาดคำร่างบางก็กระชากประตูตู้ที่วิ่งด้วยความเร็วร้อยยี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้วกระโดดลงไปหน้าตาเฉย ร่างนั้นม้วนตัวด้วยความคล่องแคล่วก่อนจะลุกขึ้นมาด้วยร่างกายที่เป็นแผลถลบอกเล็กน้อยแล้ววิ่งออกไป ในวินาทีนั้นมีแอมเบอร์คนเดียวที่รู้สึกตัว เขากระโดดลงจากรถตามไปติดๆท่ามกลางความตกใจของทุกคน มือข้างหนึ่งจับหมวกทรงสูงบนหัวไม่ให้ตกไปไหนก่อนจะม้วนตัวกับพื้นแล้วลุกขึ้นวิ่งตามเชอร์รนี่ไปโดยที่บนหัวยังมีหมวกทรงสูงอยู่ ทันทีที่แอมเบอร์กระโดดตามไปประตูรถตู้สีขาวที่วิ่งด้วยความเร็วก็ปิดลงทันทีด้วยฝีมือของหมาป่าสีขาว....คาราเมล

 

สองเท้าเรียววิ่งหนีอย่างไม่คิดอะไรใดๆทั้งนั้น สองขาสับด้วยความเร็วที่มากที่สุดสำหรับผู้หญิงร่างบอบบาง รองเท้าส้นสูงที่เคยใส่กระเด็นหายไปตั้งแต่กระโดดลงมาจากรถ ใบหน้าสวยเหลียวมองด้านหลังเป็นระยะเพื่อมองร่างที่วิ่งตามเธอมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่า เชอร์รี่สถบคำหยาบมากมายที่ไม่เหมาะกับใบหน้าสวยนี้ออกมาก่อนจะเลี้ยวเข้าไปในซอยที่ดูวกวน ร่างบางวิ่งอย่างชำนาญทางผ่านซอยที่ข้างทางเต็มไปด้วยขยะสารพัด มือบางคว้ามันมาขวางลอดเส้นทางแต่มันกลับไม่ได้เป็นอุปสรรคแก่เซคัส แอมเบอร์แต่น้อย เขาสามารถกระโดดหลบเหลี่ยงพวกมันได้อย่างไร้ที่ติและไม่ติดสักจุด

 

“ไอ้บ้าเอ๊ย!”เสียงเล็กแหลมสถบออกมาก่อนจะคว้ากล่องลังมาปาใส่แอมเบอร์

 

ทางฝ่ายหมาป่าดำก็ยกมือขึ้นกันแล้วปัดมันออกอย่างไม่ใยดี เสี้ยววินาทีนั้นแอมเบอร์ก็สามารถตามร่างบางได้ทันด้วยความเร็วที่เหนือกว่าแต่แรง มือเรียวยื่นไปคว้าแขนบอบบางที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมาแรงมหาศาลที่สามารถกแทงทะลุคอได้ด้วยการแทงครั้งเดียว ประชิดตัวได้เพียงนิดเดียวแอมเบอร์ก็ต้องกระโดดดีดตัวออกมาเมื่อโลหะสีเงินวาวเหวี่ยงด้วยความเร็วจนกลายเป็นเส้นสีเงินๆเฉี่ยวหน้าอกเขาไปจนได้เลือดเล็กน้อย แอมเบอร์หยุดการเคลื่อนไหวทิ้งระยะห่างแค่พอประมาณพลางดูเชิงของร่างบางที่กำลังเลียมีดเล่มเงินอย่างรักใคร่

 

“เลือดมันสวย มันหอมหวาน มันเย้ายวน”

 

คำพูดโรคจิรทำให้แอมเบอร์รู้สึกกลัวผู้หญิงคนนี้ ไม่ได้กลัวในพละกำลังแต่กลัวในความคิดวิปริตที่แสดงออกมาเป็นการกระทำ เชอร์รี่เหลือบดวงตามองโวคหนุ่มที่เอื้อมมือไปหยิบปืนจากหลังเอว ไม่รอให้อีกฝ่ายตั้งตัวเชอร์รี่ก็พุ่งตัวเข้าหาแอมเบอร์ด้วยความเร็ว ร่างสูงเอี้ยวตัวหลบมีดเล่มเงินที่ไม่สามารถระบุได้ว่าหญิงสาวไปคว้ามาจากไหนหรือพกไว้ส่วนใด ปลายมีดสีเงินเฉี่ยวใบหน้าคมไปเพียงเล็กน้อยตัดได้เส้นผมสีแพตตินั่มบอนด์ไปส่วนเล็ก สมองของโวคหนุ่มเกิดข้อกังขาขึ้น เขาไม่สามรถโจมตีกลับได้อย่างรุนแรงเพราอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง แต่ถ้าไม่ทำจะเป็นเขานั่นแหละที่ตาย!!!

 

“กลัวอะไรล่ะคะคุณแอมเบอร์! ไม่กล้าหรอคะกับผู้หญิงน่ะ ได้ข่าวว่าคุณไม่เคยมีความเป็นสุภาพบุรุษกับผู้หญิงเลยนี่ คำพูดเสียดแทง แววตาเรียบเฉย แล้วทำไมไม่กล้าล่ะคะ!

 

เชอร์รี่ประชิดตัวชายหนุ่มได้ด้วยความว่องไว มีดเงินเตรียมแทงไปที่ลำคออีกฝ่ายแต่แอมเบอร์ก็สามารถพลิกตัวหลบแล้วกระแทกมือไปที่ข้อมือร่างบางได้ ในการต่อสู้ระยะประชิดแอมเบอร์ดูเสียเปรียบเมื่ออาวุธในมือเป็นการต่อสู้ในระยะกลาง แต่เขามีอาวุธหนึ่งที่ไม่ระบุระยะ....เวทย์มนตร์!

 

ฟึ่บ!

 

เพียงชั่วครู่ที่กระโดดถอยหลังไปตั้งหลักแอมเบอร์ก็เสกบางสิ่งออกจากมือ มันคือใยแมงมุมที่ทั้งเหนียวและหนา มันตรงเข้ารัดร่างบางรวมทั้งแขนและขาเข้าติดกับลำตัว เชอร์รี่ดิ้นไปมาด้วยแววตาที่คลั่งแค้น แอมเบอร์ดึงใยเข้าหาตัวเพื่อลากให้ฆาตกรสาวเข้ามาด้วย แล้วไม่ทันคิดว่ามีดในมือของอีกฝ่ายจะคมมากขนาดที่สามารถตัดใยแมงมุมได้ขาดเป็นแนวเรียบ ชายหนุ่มสลายใยแมงมุมออกเตรียมร่าบเวทย์บทใหม่

 

“ช้าไปมั้งคุณพ่อมดหลงยุค!

 

ไม่น่เชื่อว่าเชอร์รี่จะมีความเร็วที่เหนือชั้นมากขนาดนี้ ร่างบางพุ่งเข้าหาแอมเบอร์จากทางด้านหลัง ปลายมีดสีเงินพุ่งเข้าหาท้ายทอยของโวคหนุ่ม มันกลับถูกดีดสะท้อนออกจนร่างบางกระเด็นไปด้วยแรงจากการปะทะ แอมเบอร์กดหมวกลงบนหัวเพื่อให้มันแน่นก่อนจะหันมายิ้มเยาะใส่เชอร์รี่สมคำกล่าวหาที่บอกว่าไร้ความเป็นสุภาพบุรุษ

 

“ไม่ช้าไปหรอกมั้งครับคุณฆาตกร เป็นไงมั่งครับ...เกาะสายฟ้าน่ะ กลิ้งไม่เป็นท่าเลย”

 

ไม่รู้ว่าเพราอยู่กับไอ้เจ้าเด็กติดขนมหวานมากไปหรือเปล่าแต่เขารู้สึกว่าไอ้คำพูดแบบนี้เขาติดมาจากไอ้เด็กบ้านั่นเสียแล้ว ไอริสกัดฟันกรอดด้วยความไม่พอใจ มือขวาชาไปด้วยแรงช็อตจากเกาะสายฟ้าแต่ยังไม่วายมีความพยายาม ร่างนั้นดีดตัวลุกขึ้นแล้วพุ่งเข้าโจมตีแอมเบอร์ ทั้งการเตะ การต่อย การศอก หรือถีบแต่ร่างนั้นกลับกระเด็นออกมาหลายรอบ แอมเบอร์มองการกระทำนั้นแล้วปิดปากหาว เขาชอบคนมีความพยายาม แต่ไม่ใช่คนโง่ที่ทำอะไรไม่ดูตัวเอง!

 

“พอยัง?”

 

สองคำสั้นหวนนั่นเหมือนเรียกอารมณ์คุกรุ่นให้มากขึ้น เชอร์รี่บลุกขึ้นก่อนกระโดดขึ้นสูงแล้วฟาดขาเข้ากับเกาะสายฟ้า จะบอกแบบนั้นก็ไม่ถูก เธอแค่ตั้งใจจะฟาดใส่แอมเบอร์แต่มันเข้าไปไม่ถึงต่างหาก ด้วยแรงปะทะที่รุนแรงทำให้ฆาตกรสาวถูกดีดออกมาไกลพอควร ร่างนั้นลุกขึ้นแล้วปาดเลือดบนแผลที่ใบหน้าเบาๆ มองแบบนี้แลดูแอมเบอร์เป็นตัวร้ายแหะ...

 

“ผมว่าคุณพอเถอะ พยายามไปก็ไม่ได้เรื่อง”

 

“ปากคอเราะร้ายจังนะพ่อคุณ”

 

ชายหนุ่มยักไหล่ไม่ใส่ใจ นั่นประไร...นี่มันท่าทางของโอเชี่ยนนี่ เขาไปติดมาตอนไหนกันหรือพักนี้เขาจะสุมหัวกับเพื่อนมากเกินไป...ซะเมื่อไหร่ เป็นแบบนี้มานานแล้วต่างหาก แอมเบอร์คิดเล่นๆในหัวฆ่าเวลารอเชอรี่ลุกขึ้นมา ชายหนุ่มกดหมวกบนหัวลงอีกรอบให้มันเข้าที่เข้าทาง นัยน์ตาสีม่วงหรี่มองอีกฝ่ายอย่างประเมิน

 

“ผมว่าคุณยอมแพ้เถอะ ผมเองก็...”

 

ตึกตึก!

 

แอมเบอร์ชะงักลมหายใจไปชั่วคราวเมื่อรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่ส่งมาจากภายใน ชายหนุ่มทรุดตัวลงใช้เข่ายันพื้น มือเรียวเกาะกุมหน้าอกด้วยความทรมานแต่ไม่พลาดที่จะสังเกตร่างบาง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโมโหแปรเลี่ยนเป็นแสยะยิ้มน่ารังเกียจแสดงให้รู้ชัดว่านี่คือฝีมือของเชอร์รี่

 

“นี่มัน...บ้าอะไรกัน...อั่ก!! แค่กๆๆ”

 

แอมเบอร์ไอออกมาเป็นเลือดสีแดงสด เขาใช้หลังมือข้างที่ยังว่างยกขึ้นปาดเลือดที่เรอะริมฝีปากออก ตวัดนัยน์ตาที่จ้องกองเลือดขึ้นมาเชอร์รี่คล้ายต้องการคำตอบ

 

“พิษจากมีดไงล่ะคะคุณหมาป่าดำ เสียใจจังที่คุณไม่ค่อยรู้จักฉัน”เชอร์รี่ขยับยิ้มพลางสาวท้าวเข้ามาใกล้

 

“พิษ...บ้าเอ๊ย...”

 

“ไม่ยอมรับความจริงหรอคะว่าตัวเองประมาท หึหึ ฉันถนัดด้านพิษทุกชนิดหัดจำใส่กะลาหัวไว้ซะบ้าง! แล้วช่วยจำด้วยว่าอย่าประมาทใคร ชาติหน้าจะได้ไม่ต้องมาตายอย่างทุเรศ!!!

 

แอมเบอร์เริ่มตาพล่าขึ้นเรื่อยๆก่อนร่างทั้งร่างจะหงายไปด้านหลงลงไปกองกับพื้นดินพร้อมเกาะสายฟ้าที่สลายไปพร้อมสติสัมปะชัญญะของเจ้าของ เชอร์รี่แสยะยิ้มด้วยความยินดี ลิ้นสีแดงสดแลบเลียมีดสีเงินด้วยใบหน้าโรคจิต

 

“หึหึหึ โทษความประมาทของตัวเองเถอะ!

 

ฉึก!!!

 

 

“คาร่า!!

 

โอเชี่ยนร้องเสียงดังเมื่อคาราเมลปิดประตูรถตู้ก่อนที่เขาจะกระโดดตามแอมเบอร์ลงไป คาราเมลหันมาสบตาอีกฝ่ายด้วยดวงตาที่แฝงความคิดเอาไว้ เด็กหนุ่มล้วงเอาสิ่งที่คล้ายกับนาฬิกาพกขึ้นมากดเปิดฝา นั่นทำให้ไอริสอยากจะเข้าไปเขย่าคอเจ้าเด็กผมคาราเมลนี่ให้สมองสองซีกรวมกันเป็นหนึ่งเดียวจริงๆ

 

“นายเลิกเล่นได้ไหมคาราเมล! ยังจะมาเล่นเป็นกระต่ายกับอลิซอยู่ได้”

 

“อยู่ด้วยกันมาตั้งนานยังไม่รู้อีกหรอครับว่าผมเป็นยังไง น่าเสียใจนะเนี่ยที่พวกคุณดูไม่ค่อยสนใจนิสัยผมเลย”

 

ไอริสชะงักปาก โอเชี่ยนหน้าเสีย เอพริลมองอย่างประเมิน ทั้งสามอยู่ในคนละอารมณ์เมื่อได้ยินคำพูดของเด็กหนุ่มที่ดูนิ่งสงบจนน่ากลัว

 

“หม่าม๊าครับ รถคันนี้วิ่งได้อีกนานแค่ไหน?”

 

“ดูจากปริมาณน้ำมันแล้วเราคงวิ่งไปได้ไม่เกินสิบนาทีครับ”

 

คาราเมลพยักหน้ารับแทนคำตอบ สมองกำลังคิดหาทางออกที่ดีที่สุดออกมา แผนที่ในเมืองถูกลำเลียงออกมาจากสมอง เพียงแค่ปรายตามองออกไปนอกรถครู่เดียวเด็กหนุ่มก็ระบุได้ว่าพวกเขาอยู่กันที่จุดไหน ฝาของสิ่งของในมือถูกเปิดปิดซ้ำๆหลายครั้งตลอดระยะเวลาที่ใช้ความคิด

 

“มีเหตุผลใช่ไหมคาร่า ที่เราทำแบบนี้น่ะ”โอเชี่ยนถามออกไปเสียงแผ่วๆ

 

“แน่นอนครับว่ามี”

 

เด็กหนุ่มเงยหน้าจากนาฬิกาพกในมือขึ้นมาแล้วส่งยิ้มให้แก่โอเชี่ยน มันเป็นรอยยิ้มที่ดูห่างไกลราวกับคนตรงหน้าไม่ได้อยู่ที่ตรงนี้

 

“เลี้ยวซ้ายแยกหน้าเลยครับ”

 

“จะไปไหนเนี่ย??”

 

ไอริสออกปากถามหลังจากที่เงียบมานาน เด็กหนุ่มหันมายิ้มให้ไอริสแต่เป็นคนละแบบ เด็กหนุ่มฉีกยิ้มกว้างดูยั่วโมโหมอบให้แก่ไอริส

 

“เราจะไปดินเนอร์กันที่ทะเลสาบล่ะ!

 

“ทะเลสาบ?”

 

ทั้งหมดทวนคำที่ได้ยินออกมาจากปากเด็กหนุ่ม คาราเมลฉีกยิ้มกว้างให้แทนคำตอบ รถตู้สีขาววิ่งเลยสถานที่ที่เชอร์รี่กระโดดลงไปมาหลายสิบกิโล

 

“เลี้ยวแล้วครับเอายังไงต่อ?”เอพริลถามเสียงเครียด

 

“วิ่งตรงไปเลยครับห้ามเลี้ยว”

 

“แต่อีกห้าร้อยเมตรมันจะเป็นทางสามแยกนะครับ”

 

เอพริลสวนกลับมาทันที สายตาเขามองเห็นทางสามแยกที่ถ้าเลี้ยวไปก็จะป็นถนนเรียบทะเลสาบ แต่ถ้าพวกเขาตรงไป...มันก็จะไปสู่ทะเลสาบน่ะสิ!

 

“นั่นแหละครับตรงไปเลย”

 

หลังจากได้ยินคำพูดของเด็กหนุ่มสมองของทุกคนก็ประมวลผลอย่างรวดเร็วน่าเหลือเชื่อ เพียงไม่ถึงสิบวินาทีทั้งหมดก็เข้าใจการกระทำของคาราเมลแบบตรงกันโดยไม่ต้องพูด

 

“ขอให้โชคดีนะครับ!

 

รถตู้สีขาววิ่งตรงไปโดนที่คนขับไร้ความคิดจะแตะเบรก เสี้ยวนาทีที่ใกล้ถึงราวกลั้นระหว่างถนนกับทะเลอยู่ๆก็มีไม้กระดานพาดระหว่างขอบกั้นด้านบนกับพื้นถนน เอพริลที่เร่งความเร็วรถสูงสุดแม้จะเห็นก็เบรกไม่ทันรถตู้สีขาวแล่นขึ้นไปไม้แผ่นนั้นแล้วเหินขึ้นฟ้าราวกับจะบิน หากมีใครสังเกตและสนใจก็จะเห็นมือเรียวๆของเด็กหนุ่มผู้มีหูกระต่ายอยู่บนหัวที่โบกแรงๆคล้ายการร่ายมนตร์

 

ตูม!

 

ด้วยเวลาไม่นานทุกร่างก้กระโจนออกมาจากรถที่ลอยอยู่กลางอากาสด้วยความเร็ว และเพราะคันเร่งไม่ได้ถูกแตะทำให้ความเร็วของเครื่องตกลงเป็นผลให้ระเบิดในรถทำงานทันที ด้วยความเร็วบวกด้วยไม้แผ่นเมื่อครู่มันส่งให้รถลอยอยู่เหนือพืนน้ำหลายสิบเมตร แต่ละคนหลับตาเตรียมตัวตกลงไปในน้ำทะเลทีเย็นเฉียบตอนเวลาเกือบๆเที่ยงคืน

 

ฟุ่บ!

 

สัมผัสนุ่มนวลกับความอบอุ่นและแสงสว่างที่รอดผ่านเปลือกตาที่ปิดเข้ามาทำให้คาราเมลเปิดเปลือกตาขึ้นแล้วต้องเบิกตากวางเมื่อพบว่าตัวเองนอนอยู่บนตัวอะไร

 

“ฟินิกซ์!!

 

เป็นเอพริลที่หาเสียงเจอก่อนเป็นอันดับแรก เขาร้องออกมาเสียงดังไม่ใช่ตกใจที่เห็นสัตว์ในเทพนิยายตัวนี้แต่เป็นเพราะได้เห็นมันมาอยู่ที่นี่พร้อมโอเชี่ยนที่โดนเจ้านกเพลิงคาบอยู่ต่างหาก

 

“คุณจีบเขามาจนได้สินะ”เอพริลหรี่ตา

 

“ฮ่ะๆ ก็นิดหน่อย แต่ฟินิกซ์จังเราจะรับป๊ะป๋าดีๆไม่ได้หรือไง? ป๊ะป๋าหวาดเสี้ยวนะเอาป๊ะป๋าขึ้นหลังเดี๋ยวนี้!

 

สิ้นคำสั่งฟินิกซ์เพลิงก็หรี่ตาลงก่อนจะเหวี่ยงร่างโอเชี่ยนขึ้นไปบนหลังเล่นซะคุณพ่อใจหายใจคว่ำ

 

“ผมคิดว่าคุณจะจีบเขาไม่ติดเสียอีก”เอพริลว่าพลางมองวิหคเพลิงที่ถลาลมอยู่เหนือพื้นน้ำทะเลสาบ โอเชี่ยนเกาหัวแล้วยิ้มแห้งๆ

 

“ก็คุยไปคุยมาเหมือนอากิระนั่นแหละ แล้วก็อย่างที่เห็น ที่รับฉันแบบนั้นอาจจะน้อยใจที่ไม่ค่อยได้เรียกออกมา ก็ฟินิกซ์ทั้งสวยทั้งสง่าใครจะกล้าใช้งานเล่า”

 

คน(นก)โดนชมร้องออกมาเสียงแหลมคล้ายประท้วงว่าตนไม่ได้ถืออะไรสักหน่อยหนึ่ง โอเชี่ยนเกรงใจเองต่างหาก

 

“น่ะนี่...บ้าไปแล้ว”ไอริสมองวิหคเพลิงที่ตนนั่งอยู่ มันตัวใหญ่มากขนาดที่พวกเขาสี่คนอยู่บนหลังแล้วยังเหลือที่ปูเสื่อวางของปิกนิคได้อีก

 

“เขามาจากทางไหนหรอครับ?”คาราเมลที่ตั้งสติได้เอ่ยถามอย่างสงสัย

 

“โอเชี่ยนอันเชิญมาน่ะครับ”เอพริลว่า

 

“ห๊ะ?”

 

ไอริสหลุดเสียงร้องเพราะไม่แน่ใจว่าได้ยินถูกหรือเปล่า เอพริลหันมายิ้มละลายใจเด็กสาวก่อนตอบไปตามจริง

 

“โอเชี่ยนเป็นผู้อันเชิญสัตว์น่ะครับ สัตว์ทุกตัวถึงได้รักเขาไงครับ”

 

“แต่ฟินิกซ์น่ะเป็นสัตว์ที่รักสงบ ชอบความเป็นส่วนตัว เอาใจยาก เดาใจลำบาก แถมหาตัวจับยาก...ทำไมผมคิดว่าเขาเหมือนใครบางคนจัง- -; เอาเป็นว่าไม่ใช่ง่ายๆที่จะทำให้ยอมเชื่อฟังได้ โอเชี่ยนไปทำยังไงล่ะครับนั่น”

 

อีกสองหมาป่าหัวเราะออกมาพร้อมกันเบาๆเมื่อคาราเมลเอ่ยออกมาว่าเหมือนใครบางคน...คงไม่พ้นแอมเบอร์

 

“ป๊ะป๋ามีวิธีของป๊ะป๋าน่า เอาเป็นว่าคาร่าอย่าเพิ่งสนใจเลยว่าได้เขามายังไง เรามาสนก่อนไหมว่าตอนนี้แอมเบอร์เป็นไงบ้าง”โอเชี่ยนตัดบทเรื่องที่ไม่สำคัญออก

 

“นั่นสิครับ เรารีบไปช่วยแอมเบอร์กันดีกว่า”

 

 “ฟินิกซ์ ช่วยหันกลับไปที่ถนนใหญ่ที”

 

วิหคเพลิงร้องเสียงแหลมรับคำก่อนจะบินโฉบตีวงกลับไปที่ถนนเส้นใหญ่ที่ทั้งสี่ใช้มา เอพริลทบทวนเส้นทางที่มาในสมองคร่าวๆก่อนจะหันไปบอกกับโอเชียนเพื่อให้อีกฝ่ายสั่งการแก่วิหคเพลิง

 

“ป๊ะป๋า หม่าม๊ากับไอริส อยู่ที่นี่แหละครับ”

 

“ห๊ะ?”

 

ทั้งสามคร้องเสียงหลงแล้วเบนหน้าไปมองเด็กหนุ่มที่ยืนขึ้น คาราเมลล้วงกระเป๋ามองลงไปยังชาวมุงที่ออกมาเพราะได้ยินเสียงระเบิด

 

“ลงไปเคลียร์กับคนพวกนั้นแล้วก็ตำรวจท้องที่ก่อนเถอะครับ พอเสร็จแล้วช่วยเรียกรถพยายามตามผมไปด้วยนะครับ อ่ะคุณเก็บไว้ครับไอริส”

 

เด็กสาวรับสิ่งที่เหมือนนาฬิกาพกอีกอันที่คาราเมลพกติดตัวไว้ เด็กสาวมองสิ่งของในมือก่อนเงยหน้ามองเด็กหนุ่มที่มองลงไปเบื้องล่างอย่างไม่หวั่นเกรง

 

“อะไรเนี่ย?”

 

GPSระบุตำแหน่งของผม มันจะติดต่อกับเครื่องส่งสัญญาณที่หูกระต่ายนี่ ไปก่อนนะครับ”

 

“อ่ะ...เฮ้ย!

 

เสียงอุทานดังลั่นเมื่อคาราเมลอยู่ๆก็กระโดดลงไปจากหลังวิหคเพลิง ร่างบางกางแขนกางขาออกเพื่อลดความเร็วในการตก

 

กึก

นุ่มนวลและแผ่วเบา เท้าของคาราเมลแตะพื้นอย่างเงียบๆไกลออกมาจากกลุ่มคนมุงหลายสิบเมตร หมาป่าสีขาวหยิบ

GPSลักษณะนาฬิกาพกอีกชิ้นขึ้นมาดูตำแหน่งของแอมเบอร์ก่อนออกวิ่งไป

 

“คิดว่าน่าจะทัน ถ้าให้พวกเขาไปด้วยเราลำบากแน่ โอเชี่ยนรู้เรื่องแล้วแหง๋แซะ เพราะจิ้งจอกนั่นตัวเดียวเลยเชียว”

 

เสียงบ่นงึมงำคลอไปกับลมทะเลที่พัดผ่าน เด็กหนุ่มออกวิ่งไปทั้งๆที่สถานที่ที่จะไปไกลเอาเรื่องเอาราว คาราเมลแสดงสีหน้าไม่พอใจเมื่อคิดถึงจุดๆนี้ได้ ริมฝีปากบางจึงขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยวจีแห่งการอันเชิญ รองเท้าเสก็ตน้ำแข็งสีขาวจึงปรากฎขึ้นที่เท้าทั้งสองข้าง หมาป่าสีขาวตีลังกาเพื่อให้มือแตะกับพื้นถนน ฉับพลันถนนทั้งสายก็กลายเป็นน้ำแข็งไปไกลสุดลูกหูลูกตา เมื่อเท้าแตะพื้นเด็กหนุ่มก็พุ่งตัวออกไปทันที

 

 

เลือดสีแดงสดทะลักออกมาจากบาดแผล เชอร์รี่มองดูของเหลวสีแดงก่อนเบิดตาโพลงเมื่อความเจ็บแล่นเข้าสู่โสตประสาท หญิงสาวสะบัดแขนออกอย่างรุนแรงเมื่อความเจ็บมันมาจากแขนเรียวที่เป็นรูจากคมเขี้ยวของสุนัข

 

“กรรรรรรร!!!

สุนัขป่าสีขาวปลอดขนาดตัวโตเต็มวัยยืนแยกเขี้ยวอยู่หน้าร่างแอมเบอร์ที่นอนสลบไม่ได้สติ นัยน์ตาของมันแดงกล่ำแ

สดงถึงความปองร้ายร่างบางในชุดสีแดง

 

“หมาป่านี่มาจากไหนเนี่ย!”หญิงสาวว่าเสียงแหลมแสบแก้วหู เจ้าสุนัขป่ายังจ้องร่างนั้นราวกับเป็นเหยื่อที่มันหมายตาแต่มันกลับไม่พุ่งเข้าไป

 

เปรี๊ยะ!

 

หญิงสาวสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูดังขึ้น บริเวรพื้นโดยรอบถูกน้ำแข็งไม่ทราบที่มาเข้ากัดกินพื้นที่ หญิงสาวกรีดร้องด้วยความตกใจพอมองไปทางแอมเบอร์โวคหนุ่มโดนเจ้าสุนัขป่าไม่รู้ที่มาคาบเอาไว้แล้วกระโดดขึ้นสูงเมื่อน้ำแข็งกินเข้ามายังจุดที่มันยืน

 

“ขอบคุณมากมายครับที่ช่วยแอมเบอร์ได้ทัน จะดีกว่านี้แน่ถ้าคุณออกมาไวกว่านี้เซนเซย์”

 

เสียงทุ้มคุ้นหูทำให้เชอร์รี่เบิกตากว้าง เธอเห็นชัดๆว่าไม่มีใครกระโดดตามแอมเบอร์ลงมาและดูท่าคนเหล่านั้นไม่น่ามีชีวิตรอดและมาถึงที่นี่ได้ด้วยเวลาอันรวดเร็ว ร่างของหมาป่าสีขาวพุ่งเข้ามาก่อนจะเบียงเท้าเพื่อหยุดตัวเองจากการไถลบนพื้นน้ำแข็ง นัยน์ตาสีคาราเมลมองเชอร์รี่ด้วยความเรียบเฉยแต่น่ากลัว

 

“เซนเซย์ครับส่งแอมเบอร์มา”

 

สุนัขป่า(จริงๆ)สีขาวเดินเข้ามาพลางลากร่างของหมาป่าสีดำแห่งหน่วยโวคมาด้วย คาราเมลย่นหน้าก่อนจับดีดหูเจ้าอดีตลูกจิ้งจอกไปหนึ่งที

 

“ลากมาแบบนี้จะฆ่าเขาหรือไงครับ!”เด็กหนุ่มรับร่างหนาของโวคหนุ่มมาก่อนจะหันไปเขม่นใส่เจ้าลูกจิ้งจอกในร่างหมาป่าที่นั่งหน้าจ๋อย

 

“เกือบแย่แน่ะ คิดไว้แล้วว่าคุณต้องใช้พิษ”คาราเมลปรายตาขึ้นมาหญิงสาวที่ยืนไกลพอสมควร

 

คาราเมลประคองศรีษะของแอมเบอร์ลงวางกับพื้นก่อนจะถลกแขนเสื้อโค้ชสีขาวขึ้น มีดเล่มเล็กถูกหยิบขึ้นมาใช้ในสิ่งที่ไม่คาดคิด คมมีดรีดลงบนท้องแขนของเด็กหนุ่มเป็นแผลลึกพอควร โลหิตสีแดงไหลออกมาจากบาดแผลและไหลลงสู่เบื้องล่าง เชอร์รี่เบิกตาโพลงกับการกระทำนั้น เธอไม่รู้เลยสักนิดว่าคาราเมลคิดจะทำอะไร

 

“อ้าปากหน่อยก็ไม่ได้ โว๊ะ! ปากแข็งจริงพ่อคุณ”

 

คาราเมลบีบแก้มแอมเบอร์ให้เปิดออกแล้วบ่นไปตามภาษาตนเอง โลหิตสีแดงย้อยลงมาจากท้องแขนเข้าสู้ปากของโวคหนุ่มผมแพตตินั่มบอนด์ พอได้ในปริมาณที่กะเอาไว้เด็กหนุ่มก็ยื่นแขนไปหาหมาป่าสีขาวที่นั่งอยู่ข้างๆเขา อีกมือหนึ่งก็ดึงคอเสื้อแอมเบอร์มาเช็ดเลือดที่เละออกมา เซนเซย์แลบลิ้นเลียบาดแลบนท้องแขนไปครั้งหนึ่งบาดแผลนั้นก็สมานเข้าหากันอย่างน่าทึ่ง

 

“ขอบคุณครับ ถ้าไม่มีคุณผมอาจไม่ได้ตายเพราสู้กับใครแต่คงตายเพราะแผลที่ตัวเองทำ อนาจว่ะ...”

 

ฉึก!

 

ในช่วงที่คาราเมลกำลังเผลอหญิงสาววิ่งด้วยความเร็วและความเงียบเข้ามาหาร่างของเด็กหนุ่ม มีดสีเงินที่อาบพิษปักลงไปยังตำแหน่งที่หมายตาแต่กลับต้องตกตะลึงเมื่อไม่พบสิ่งใดอยู่ตรงนั้นนอกจากพื้นน้ำแข็งที่มีดของเธอลงไปปักคาอยู่

 

“เลือดของผมมันต่อต้านพิษอยู่บ้าง แต่คงไม่มากพอจะถอนพิษ คงช่วยได้แค่ยื้อเวลาล่ะเนาะ”

 

เชอร์รี่ค่อยๆหันห้าไปด้วยความหวาดหวั่น นัยน์ตาสั่นระริกเมื่อเห็นร่างที่หมายตาทั้งสองอยู่ด้านหลังของตนเอง มือข้างขวของคาราเมลรองแผ่นหลังกว้างของโวคหนุ่มเอาไว้ นัยน์ตาสีอัมพันมองที่ชายหนุ่มอย่างสำรวจสภาพร่างกายภายนอกก่อนจะประคองวางร่างนั้นลงกับพื้น ร่างบางยันตัวลุกขึ้นแล้วก้าวออกมาบังร่างที่สลบไม่ได้สติของแอมเบอร์เอาไว้พร้อมกับสุนัขป่าสีขาวที่มีขนาดสูงเท่าสะโพกของคาราเมล

 

“ผมเจ้าเล่ห์นะผมยอมรับ ผมใช้วิธีสกปรกกับคนอื่นผมยอมรับ แต่ผมไม่ชอบให้ใครมาใช้วิธีสกปรกกับผมอ่ะครับ มันน่าหงุดหงิด”ใบหน้าระรื่นบวกหูกระต่ายสีขาวบนหัวทำให้คาราเมลดูไม่น่ากลัวในทีแรก แต่เพียงท้ายประโยคที่นิ่งเรียบสนิทที่อีกฝ่ายเน้นมันสร้างความกดดันออกมาจนน่าหวาดหวั่น หูกระต่ายถูกโยนส่งๆไปอย่างไม่ใส่ใจ

 

“บังเอิญผมก็ไม่ได้ใจดีแบบเอพริล ขี้สงสารเหมือนโอเชี่ยน หรือมีความเกรงใจผู้หญิงแบบแอมเบอร์ซะด้วยสิครับ”

 

มือเรียวยื่นออกไปด้านข้างลลำตัว สุนัขสีขาวปลอดกลายเป็นแสงสีขาวสว่าง มันค่อยๆม้วนตัวแล้วจึงยืดตัวออกคืนสู่รูปร่างที่แท้จริงของมัน...เคียวอันยักษ์สีขาวอยู่ในมือของคาราเมลเป็นที่เรียบร้อย เด็กหนุ่มสะบัดเคียวเล่มยักษ์ไปด้านหลังเพียงเท่านั้นก็เรียกกระแสลมเย็นเฉียบเข้ามาปะทะร่างทั้งสองที่ยืนอยู่

 

“จะสู้ก็ไม่ว่า ถ้าคิดว่าคุณจะใจแข็งกว่าผม”

 

“ไอ้เด็กบ้า!!!

 

เสียงแหลมตวาดลั่นอย่างโมโห ร่างบางพุ่งทะยายเข้าหาคาราเมลพร้อมมีดในมืออีกเล่ม คาราเมลไม่มีท่าทีตื่นตะหนกใดๆทั้งสิ้นเขายกเคียวขึ้นกันมีดนั้นอย่างง่ายดาย หญิงสาวถูกแรงส่งของคมเคียวดันร่างลอยออกไป เท้าเปลือยเปล่าแตะลงบนน้ำแข็งเย็นเฉียบก่อนจะดีดตัวเข้าหาคาราเมลอีกครั้ง เด็กหนุ่มยืนนิ่งไม่ขยับเพราะเพียงแค่เบี่ยงตัวหลบมีดเล่มนั้นก็ไม่โดนเขาแม้แต่น้อย คาราเมลหมุนตัวตีเข่าเข้าที่ท้องของหญิงสาวอย่างไร้ความปรานี เคียวสีขาวอันยักษ์ยกขึ้นพาดบ่าด้วยอารามเหนื่อยหน่าย

 

“บอกมาว่าคุณจะอันเชิญพวกผีทหารขึ้นมาทำไม? คงไม่ได้คิดพิศวาสของเก่าหรอกนะครับ”คาราเมลว่าเสียงเรียบๆ

 

“แค่ก! ฉันมีเหตุผลอะไรที่ต้องบอกแก!

 

“ก็เพราะชีวิตคุณอยู่ในกำมือผมยังไงล่ะครับ”

 

!!!

 

ไม่ทันรู้ตัวเด็กหนุ่มผมประหลาดก็ไปอยู่ด้านหลังเธอ คมเคียวอยู่ห่างจากปลายจมูกฆาตรกรสาวแค่ไม่ถึงฟุต เด็กหนุ่มแค่ดึงมันเข้าหาตัวเท่านั้นระยะความห่างก็ลดลงอย่างรวดเร็ว

 

กึก!

 

มีดสีเงินถูกยกขึ้นมากันคมเคียวสีขาวไว้ด้วยความรวดเร็ว แขนบางๆสั่นเทาเพราะการออกแรงที่มากเกินไป เชอร์รี่ใช้สองมือช่วยดันคมเคียวไว้ก่อนจะย่อตัวลงในพริบตาขาเรียววาดเตะขาของเด็กหนุ่มแต่ประสบการณ์การต่อสู้ของเชอร์รี่และคาราเมลช่างห่างกันลิบลับ เด็กหนุ่มมองทางออกแต่แรกจึงกระโดดขึ้นสูงเพื่อหลบ รอยยิ้มวิปริตไม่เข้ากับหน้าตาเผยขึ้นบนใบหน้าของเชอร์รี่ หญิงสาวพุ่งตัวไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว

 

“ไอ้เด็กโง่เอ๊ย!!

 

เท้าเรียววิ่งพาร่างบางเข้าหาแอมเบอร์ที่นอนสลบอยู่แต่ต้องหยุดอย่างกะทันหันเมื่อมีแท่งน้ำแข็งที่ไม่เป็นรูปเป็นร่างปรากฏขึ้นดักหน้าเธอ

 

“คิดจะเล่นสกปรกกับผม ช้าไปร้อยปีนะครับ ต่อให้ตายแล้วเกิดใหม่คุณก็คงสกปรกสู้ผมไม่ได้หรอกครับ เรามันคนละระดับกัน”

 

เคียวเล่มยักษ์ถูกขึ้นพาดบ่าอีกครั้ง เด้กกหนุ่มเค้นยิ้มเยาะออกมา ทั้งๆที่เป็นรอยยิ้มในแง่ลบแต่มันกลับเข้ากับคาราเมลอย่างหน้าประหลาด เชอร์รี่กัดฟันกรอดด้วยความไม่พอใจ พอเบี่ยงตัวไปทางไหนแท่งน้ำแข็งก็ปรากฏดักทางเธอเสมอ แม้จะเอามีดฟันมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร สุดท้ายหญิงสาวก็ต้องหันกลับไปมองหน้าคาราเมลที่ไม่หุบยิ้มนั้นลง

 

“แกต้องการอะไร!

 

“เอ๊า...ไรล่ะครับนั่น?”

 

“แกบังคับให้ฉันหันกลับมาหาแก ต้องการอะไรก็ว่ามาไอ้เด็กเหลือขอ”หญิงสาวพูดรอดไรฟันอย่างเดือดดาล

 

คาราเมลทำปากจู๋เลิกคิ้วแล้วพยักหน้าถี่ๆ”ฉลาดนะครับ แต่ทำไมความจำสั้นจัง ผมถามไปแล้วไงว่าทำไมคุณต้องอันเชิญพวกซากศพนั่นขึ้นมาด้วย ตอบๆมาเหอะน่า”คาราเมลว่าเสียงร่า นัยน์ตาสีอัมพันแพรวพราวจนน่าหงุดหงิดในสายตาเชอร์รี่

 

“แกจะรู้ไปทำไม!

 

“ก็อยากรู้อ่าครับ! เด็กข้างบ้านกล่าวว่าเรื่องของเขาคือเรื่องของเรา ส่วนเรื่องของเราก็คือเรื่องของเรา”

 

เสียงร่าเริงและแววตาที่ซุกซนแพรวพราวนั่น ทำใหแชอร์รี่มองว่าเด็กตรงฟน้านั้นต้องถูกเลี้ยงดูมาอย่างอบอุ่น นั่นทำให้ภาพวัยเด้กของเธอฉายในหัว ดวงตาทั้งสองสั่นระริกเมื่อนึกถึงภาพเหล่านั่น

 

“แกรู้แล้วจะไปช่วยอะไรได้เล่า!”หญิงสาวตะวาดเสียงดัง แขนเรียวโอบตัวเองคลายหนาวเหน็บ ใบหน้าหวานที่บิดเบี้ยวก้มลงมองพ้นน้ำแข็งที่สะท้อนภาพตนเอง

 

“แกรู้แล้วจะมาเจ็บปวดแทนฉันหรือไง รู้แล้วฉันจะกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ไหม รู้แล้วแกจะเอาอนาคตฉันคืนมาได้หรือเปล่า!!

 

เสียงตวาดทำให้คาราเมลเบ้หน้า ใบหน้าที่เคยสวยงดงามและเย้ายวนใจเงยขึ้นมองคาราเมลด้วยแววตาเหม่อลอย ริมฝีปากที่เริ่มซีดสั่นเทาคล้ายหวาดกลัว

 

“แกไม่มีวันเข้าใจ แกไม่ได้ลำบากเหมือนพวกฉัน แกไม่ได้โดนบ้านส่งมาขายในตลาดมืดเหมือนพวกฉัน ไม่ต้องเข้าไปอยู่ในสถานที่โสโครกนั่นเหมือนที่พวกฉันไป แกไม่เคยแปดเปื้อน ไม่เคยต้องเจ็บปวดกับการโดนทำร้าย ไม่เคยต้องทนทุกข์กับการเป็นเครื่องระบายกามอารมณ์ของพวกผู้ดีไร้ศีลธรรม มีความสุขก็ไม่ได้ อิสระก็ไม่มี รักใครก็ไม่ได้...เมืองแบบนี้ สังคมที่โสโครก โลกที่สกปรก..หายๆไปซะก็ดี!!!

 

เสียงตวาดดังขึ้นก่อนจะตามมาด้วยเสียงกรีดร้องและมีดนับสิบเล่มที่พุ่งเข้าหาเด็กหนุ่ม ร่างผอมบางเอี้ยวตัวหลบผสมกับการใช้คมเคียวปัดมีดออกจากตนเองพลางก้าวเดินเข้าหาหญิงสาว มือเรียวฉวยเข้าหกับท่อนแขนเล็กๆ ร่างบางหยุดกรีดร้อง สองมือที่ใช้ปิดหูค่อยๆลดลงเมื่อสัมผัสความอบอุ่นผ่านมือเรียวที่จับแขนตนได้

 

“คุณพูดว่าพวกเรา แล้วคุณถามคนอีกคนหรือยังครับว่าเขาต้องการให้คุณทำแบบนี้หรือเปล่า?”

 

เคร้ง!

 

เสียงเหล็กท่อนประมาณด้ามไม้ถูพื้นตกลงกระทบพื้นน้ำแข็ง นัยน์ตาสีอัมพันเสมองด้านหลังยังร่างบางอีกร่างที่มีใบหน้าเหมือนเชอร์รี่ราวกับเป็นคนคนเดียวกัน ผิดกันแค่การแต่งตัวและสีผมเท่านั้น

 

“พี่คะ...”

 

“เชอร์รี่”

 

หญิงสาวที่มาใหม่ร้องเรียกหญิงสาวชุดแดง ทันทีที่คาราเมลปล่อยเรียวแขนร่างนั้นออกร่างบางก็ทรุดลงกับพื้น หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าเชอร์รี่วิ่งเข้ามาหาพี่สาวตนที่ทรุดตัวลงร้องไห้

 

“คุณพูดว่าพวกเราแต่กลับไม่ถามสักครั้งว่าอีกคนเขาต้องการให้คุณทำอะไรแบบนี้หรือเปล่า คุณถามเขาหรือเปล่าครับว่าเขาต้องการมันหรือไม่ คุณตัดสินใจเอง คิดเองเออเอง เจ็บมาด้วยกันแต่ทำไมไม่ผ่านมันไปด้วยกันล่ะครับ คุณจะทิ้งให้ใครอีกคนมองตามแผ่นหลังที่ไกลออกไปเหรอครับ”

 

ประโยคที่กล่าวออกมากับหญิงสาวทั้งสองแต่ในสมองของเด็กหนุ่มกลับไม่ได้คิดถึงหญิงสาวตรงหน้าเลยสักนิด ภาพของคนอีกคนฉายทับขึ้นมาในสมองของเด็กหนุ่ม นิ้วทั้งสิบกำเข้ากับฝ่ามือแต่ละข้างจนเล็บจิกเข้าเนื้อ

 

“เจ็บมาด้วยกันก็ต้องผ่านมันไปด้วยกันสิครับคุณอลิซ คุณกล้าปล่อยน้องสาวของคุณไว้คนเดียวเป็นเมืองแบบนี้ สังคมโสโครก โลกที่สกปรก คุณกล้าปล่อยเขาไว้คนเดียวจริงๆหรอครับ?”เด็กหนุ่มระบายยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าที่เหมือนรอยยิ้มของเทวดาที่ช่วยชะล้างจิตใจของหญิงสาว

 

“แต่ถึงแบบนั้น...ถึงผมจะสงสารพวกคุณ แต่ผิดก็ต้องว่ากันตามผิด”

 

“ไม่นะคะ! คุณคาราเมล อย่าทำอะไรพี่ฉันเลย ฉันขอร้อง พี่ทำมันลงไปเพราะฉัน ขอร้อง”เจ้าของชื่อเชอร์รี่ตัวจริงอ้อนวอนทั้งน้ำตา

 

“คงไม่ได้หรอกครับ”เด็กหนุ่มส่ายหัว”คุณเลือกใช้วิธีที่ผิด อะไรที่ผิด ความจริงคุณควรดีใจมากกว่าที่คุณได้ทำให้คนที่คุณรักมีความสุขในขณะที่พวกเขายังมีชีวิต แม้มันอาจจะทำให้คุณเป็นทุกข์บ้างแต่มันก็ดีกว่าการที่มาอยากทำให้เขามีความสุขในวันที่เขาไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้วนะครับ คุณควรยิ้มและยินดีที่พวกเขามีชีวิตอยู่และเติบโตอย่างมีความสุข ใช่ไหมล่ะครับ...น้องๆของพวกคุณน่ะ”

 

หญิงสาวทั้งสองยกมือขึ้นปิดใบหน้า ปกปิดน้ำตาและเสียงสะอื้นที่เล็ดลอดออกมาจากความรู้สึกหลายๆอย่าง

 

“ผมอยากช่วยคุณนะครับ แต่ผมคงทำแบบนั้นไม่ได้ เราไมได้รับคำสั่งให้วิสามัญคุณได้”ถ้าคาราเมลได้รับคำสั่ง

แบบนั้นก็จะแกล้งว่าฆ่าหญิงสาวไปแล้วศพตกน้ำหาไม่เจอทำนองนั้น

 

“งั้นจับฉันไปแทนสิคะ! ความผิดของพี่ฉันจะรับมันเอง...ยังไงพี่ก็ใช้ชื่อฉัน ข้อมูลของฉัน จับฉันไปแทนพี่เถอะค่ะ!

 

“เชอร์รี่!!

 

“นั่นสินะครับ ยังไงคุณอลิซก็พลัดตัวกับคุณมาทำงานที่หน่วยโวคกันคนละวันสองวันอยู่แล้วนี่ครับ อีกอย่างคุณอลิซก็ถูกเข้าใจว่าเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่เมื่อหกปีก่อนจากการหนีการจับกุมคดีฆ่าคนตาย จับคุณไปแทนคุณอลิซก็จะมีชีวิตอย่างสงบสุขแล้ว”คาราเมลว่าอย่างใช้ความคิดพร้อมระบุข้อมูลที่ตนรู้ลงไปด้วย เคียวสีขาวเปลี่ยนเป็นแสงก่อนจะกลับคืนสู่รูปร่างของเจ้าลูกจิ้งจอกหิมะตามเดิม

 

“งั้นคุณก็ไปกับผม ส่วนคุณอลิซก็หนีไปเถอะครับ”คาราเมลเดินเข้าไปหาหญิงสาวพลางก้มลงจับไหล่อลิซ

 

“ไม่...ไม่มีทาง!

 

ฉึก!!

 

มีดสีเงินแทงทะลุท้องของคาราเมลจนโค้ชสีขาวถูกย้อมกลายเป็นสีแดง เชอร์รี่ยกมือขึ้นปิดหน้าพร้อมกรีดร้องอย่างขวัญเสีย ร่างบางแทบจะเป็นลมไปตรงนั้น

 

“แกไม่มีสิทธิ์มาแตะน้องฉัน”อลิซยันตัวลุกขึ้นทั้งๆที่มือยังจับมีดเล่มนั้นแน่ เธอบิดมันเพื่อเพิ่มความเจ็บปวดแก่เด้กหนุ่ม แต่สีหน้าของคนตรงหน้ากลับไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด

 

“ผมก็ไม่ได้คิดจะจับเธอแต่แรกหรอกครับ แค่กำลังหาเหตุผลที่จะโจมตีคุณได้อย่างแนบเนียเท่านั้น”

 

ฉึก!

 

ไม่ทันรู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเจ้าจิ้งจอกหิมะกลับเป็นเคียวสีขาวตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ปลายเคียวก็แทงเข้าที่ด้านหลังของหญิงสาวจนทะลุมาด้านหน้า ความเจ็บปวดแล่นเข้าสุ้สมองสั่งการให้ร่างบางกรีดร้องแต่เสียงในคอกลับหายไปจนหมด

 

“ผมบอกแล้วไงครับว่าผมไม่ได้ใจดีแบบเอพริล ขี้สงสารเหมือนโอเชี่ยน หรือมีความเกรงใจผู้หญิงแบบแอมเบอร์ ผมมีแต่ความเลือดเย็นและจิตวิญญาณของนักฆ่าก็เท่านั้น แต่คุณจะไม่ตายหรอกครับ ผมเลี่ยงจุดตายให้แล้ว”

 

 

หนาว....

 

ทำไมรอบตัวเขาถึงได้หนาวแบบนี้....

 

เย็น....

 

แผ่นหลังสัมผัสได้ถึงความเย็นที่กัดผิว....

 

เขาอยู่ที่ไหนกันแน่...

 

เจ็บหน้าอกจังเลย......

 

นี่ฉันตายไปหรือยังเนี่ย?

 

เปลือกตาบางเปิดขึ้นอย่างอ่อนแรง ใบหน้าคมดูซีดเซียวจนน่ากลัว ดวงตาสีม่วงมองเห็นท้องฟ้าที่ไร้ดวงจันทร์ที่อยู่เหนือเขาก่อนร่างนั้นจะเอียงหัวไปด้านข้างเมื่อได้ยินเสียงที่ลอดเข้ามาในหูแบบขาดห้วง

 

ภาพที่เห็นพล่าเลือนให้สายตาแต่ชัดเจนในความทรงจำคมเคียวที่แทงทะลุลำตัวของเหยื่อจากด้านหลังทั้งๆที่ผู้ถือเคียวอยู่ด้านหน้าเหยื่อ เส้นผมที่ยาวเลยไหล่บางมาพอสมควร ชุดสีขาวทั้งชุดที่เปื้อนเลือดสีแดง คมเคียวที่ถูกดดึงออกจากตัวเหยื่อและปล่อยให้ร่างนั้นล้มลงไปกองกับพื้นโดยไม่ชายตาแล มือเรียวจับด้ามเคียวเหวี่ยงไปด้านหลังเพื่อสลัดเลือดที่เกาะติดคมเคียวสีดำ....

 

ไม่ใช่...ไม่ใช่คมเคียวสีดำ มันคือสีขาว...

 

ไม่ใช่....ไม่ใช่เส้นผมสีขาวแต่มันคือเส้นผมสีคาราเมล....

 

พี่บลู...ไม่ใช่นี่มัน...

 

“เมล...”

 

เจ้าของชื่อหันมาตามเสียงเรียกที่แผ่วเบา เคียวสีขาวกลายเป็นแสงก่อนจะกลับเป็นลูกจิ้งจอกขาว ร่างนั้นเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆก่อนจะทรุดตัวลงตรงหน้าเขา

 

“ได้สติขึ้นมานิดหน่อยแล้วหรอครับ? ดีจัง”รอยยิ้มใสซื่อที่แฝงความเศร้าไม่ใช่ความดีใจอย่างน้ำเสียงเอาไว้ถูกส่งให้แอมเบอร์ มือเรียวที่เย็นเฉียบราวน้ำแข็งแตะลงที่ใบหน้าของชายหนุ่ม

 

“มันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วครับแอมเบอร์...อาจจะจบลงเท่านี้จริงๆ ขอโทษนะครับ”

 

รอบตัวค่อยๆมืดลงเรื่อยๆตามสติสัมปชัญญะของคนพูดและคนฟัง เสียงสุดท้ายที่เล็ดลอดเข้ามาคือเสียงของรถพยาบาลและเสียงโหวกเหวกแสนตกใจของโอเชี่ยน...เท่านั้น

 

 

อลิซถูกนำตัวไปรักษาบาดแผลทางกายและถูกส่งเข้าโรคพยาบาลในฐานะผู้ป่วยโรคประสาท ศาลตัดสินให้ละเว้นโทษทั้งหมดเพราะตัวเธอไม่ได้มีจิตใจที่ปกติแต่แรก เท่านั้นก็น่าดีใจมากพอแล้วสำหรับเชอณ์รี่ ขอแค่พี่สาวไม่ต้องถูกจับไปขังในสถานกักกันที่ห่างไกลและโหดร้าย ไม่ใช่สถานที่ที่เธอไม่สามรถดูแลพี่สาวได้ตลอดเววลาเท่านั้นเธอก็สุขใจแล้ว แม้ว่าจะต้องดูพี่สาวที่สติฟั่นเฟื่อนก็ตาม แต่เธอเชื่อมั่นว่าพี่สาวต้องกลับมาเป็นปกติในเร็ววันแน่ๆ คดีของคาราเมลถูกปิดลงอย่างสวยงามแม้ว่าบทสรุปจะจบต่างจากที่หลายคนคิดนัก

 

“เมื่อไหร่จะฟื้นหนอ”

 

โอเชี่ยนั่งท้าวคางมองร่างบนเตียงที่หลับมาสามวันเศษแล้ว หมาป่าสีดำหลับมาสามวันเศษแล้วนะเนี่ย!

 

“เดี๋ยวก็ฟื้นน่าครับ อย่ากังวลนักสิ”เอพริลว่าเสียงเจือขบขันเมื่อเห็นใบหน้าของโอเชี่ยน แม้จะเป็นห่วงเช่นกันแต่เมื่อหมอบอกว่าปลอดภัยก็คือปลอยภัย

 

“หรือว่าต้องให้เจ้าชายมาจุมพิต?”โอเชี่ยนว่าก่อนจะยันตัวลุกขึ้น

 

“ดีล่ะ! เจ้าชายโอเชี่ยนแห่งแคว้นหล่อเหลาจะจุมพิตเอง”ว่าจบพ่อคุณก็ก้มหน้าลงไปหาแอมเบอร์พลางหลับตาทำปากจู๋

 

“ทำบ้าอะไรของนาย”

 

“หว่ะ....หว๋า!! ปีศาจแอมเบอร์ฟื้นคืนชีพแล้วจ้า! ค่าXpเพิ่มขึ้นอยู่20%!!

 

โอเชี่ยนถอยหลังกรูไปติดพนังห้องพักผู้ป่วย ทางเอพริลก็หัวเราะท้องคัดท้องแข็งจนน้ำตาเล็ด

 

“ปีศาจบ้าบออะไร!”หมอนบนเตียงถูกคว้าไปปาใส่โอเชี่ยนแทนอาวุธไปเสียแล้ว

 

“หว๋าๆ พลังดาเมจเพิ่มขึ้น15% ผู้เล่นโอเชี่ยนพลังชีวิตลด แอ๊ดๆ พลังชีวิตหมด ตายแล้วครับ!

 

โอเชี่ยนว่าก่อนจะแกล้งล้มตัวลงนอนกับพื้นเย็นๆของโรงพยาบาล

 

“แย๊ก! เย็นพุง!

 

หมาป่าแดงดีดตัวลุกขึ้นท่ามกลางเสียงหัวเราะของเอพริล

 

“พอเถอะครับพอ ฮ่าๆๆๆ ผมปวดท้อง ฮ่ะฮ่าๆๆๆ”

 

แอมเบอร์ปรายตามองเพื่อนทั้งสองแล้วถอนหายใจ...ทำไมเหลือแค่สอง?

 

“เมลล่ะ?”

 

โอเชี่ยนหยุดติ้น เอพริลหยุดหัวเราะก่อนทั้งคู่จะหันกลับมามองที่แอมเบอร์

 

“ใครครับคาราเมล?”

 

แอมเบอร์หรี่ตามองเพื่อนผมดำที่ถามหน้าซื่อ นัยน์ตาสีม่วงมองอีกฝ่ายอย่งจริงจัง

 

“ฉันไม่ตลก”

 

“.....”

 

“....”

 

“บอกมา”

 

“อ่ะ...โห่เอ๊ย! ไม่เอาแล้วไม่สู้กะสายตาแบบนั้นและ แต่ลืมตามาก็ถามหาคาร่าเชียวนะพ่อคุณ วี๊ดวิ๊ว~”

 

โอเชี่ยนเลิกแกล้งเพื่อนผมแพตตินั่มบอนด์แล้วเอ่ยปากแซว แอมเบอร์ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ตอนที่เอพริลพูดออกมาว่าคาราเมลเป็นใครเขาหัวใจแทบหยุดเต้น คิดว่าที่ผ่านมาเป็นความฝันเสียแล้ว

 

“แล้วสรุปเจ้านั่นไปไหน?”

 

“เจ้านั่น? คาราเมลน่ะเหรอครับ?”

 

“ก็เออสิ พูดถึงมันอยู่จะถามถึงใคร”แอมเบอร์ว่าอย่างหงุดหงิด

 

“ผมไม่เจอเขามาสองวันแล้วนะครับ เห็นว่าออกจากโรงพยาบาลไปตั้งแต่วันแรก ทั้งๆที่โดนแทงแท้ๆ ที่ห้องก็ไม่อยู่ หน่วยก็ไม่เข้า ไม่รู้ว่าไปไหนนะ”เอพริลว่าก่อนจะพึมพำกับตัวเอง แอมเบอร์ได้ยินแบบนั้นก็เริ่มนิ่ง

 

“บ้าน่า อย่าบอกว่า....”

 

“มันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วครับแอมเบอร์...อาจจะจบลงเท่านี้จริงๆ ขอโทษนะครับ”

 

ชายหนุ่มรีบกระชากผ้าห่มออกจากร่างจัวเอง สายน้ำเกลือถูกดึงออกอย่างไม่ใยดีใดๆ สองเท้าก้าวลงจากเตียงนอนวิ่งไปคว้าเสื้อคลุมที่แขวนไว้ข้างประตู ใส่รองเท้าแล้ววิ่งออกไปด้วยความรวดเร็วที่ไม่มีใครห้ามทัน

 

 

แอมเบอร์วิ่งมาตามสัญชาติญาณยังย่านการค้าที่มีผู้คนควักไขว่ ใบหน้าคมสะบัดมองซ้ายมองขวาเพื่อมองหาร่างบางที่หายไป เมื่อไม่พบสีผมแปลกๆท่ามกลางฝูงชนชายหนุ่มก็หงุดหงิดขึ้นมาเสียดื้อๆ คิ้วเรียวขมวดขึ้นจนแทบจะรวมกันเป็นเส้นเดียว สองเท้าวิ่งไปตามแยกต่างๆอย่างรอนรน ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกไม่สบายขนาดนี้แค่เด็กหนุ่มที่เป็นใครจากไหน มาไงไปไงไม่รู้มาหายไป

 

“ไปไหนวะ!

 

โครม!

 

ทั้งขยะโลหะถูกเตะขนยุบก่อนจะลเมลงไปนอนตายอย่างอนาจ คนรอบข้างหันมามองแอมเบอร์ที่เป็นผู้ร่ายฆาตกรรมถังขยะ แต่พอสบเข้ากับนัยน์ตาที่เจือความหงุดหงิดพวกเขาเหล่านั้นก็เลือกที่จะหลบตาทันที เพราะเมื่อครู่ตอนออกมาเขากระชากสายน้ำเกลืออย่างแรงทำให้ที่แขนยังเป็นแผลอยู่และเลือดก็ไหลออกมาจากบาดแผลนั้น แต่แอมเบอร์ไม่สนใจ ที่เขาสนใจตอนนี้มีแค่ร่างที่สูงแค่จมูกเขาผมสีคาราเมลเท่านั้น

 

“แอมเบอร์....”

 

ชายหนุ่มหันควับไปตามเสียงเรียกที่แผ่วเบาก็สบเข้ากับดวงตาสีอัมพันที่มองใบหน้าเขาอย่างงุนงงละคนสงสัย เด็กหนุ่มมองหมาป่าดำอย่างสงสัย ทั้งท่าทีรีบร้อน ใบหน้าที่หงุดหงิด แอมเบอร์เป็นอะไรไปอีกนะ?

 

“แล้วนี่หนีออกมาจกาโรงพยาบาลหรือไงครับ อ๊ะ! แผลที่แขน....”

 

หมับ!

 

“แอม...”

 

“ไอ้เด็กบ้า...”

 

แอมเบอร์พึมพำเสียงแผ่วอยู่ข้างหู ร่างสูงสวมกอดร่างบางร่างบางด้วยความโล่งใจ คาราเมลทำตัวไม่ถูกได้จะยืนเก้ๆกังๆเพราะไม่รู้จะวางมือเอาไว้ตรงส่วนไหน

 

“อย่าหายไปไหนอีกนะไอ้เด็กบ้า”

 

คาราเมลเลิกคิ้วกับประโยคที่แยกไม่ออกว่าบอกเล่า คำสั่ง...หรือขอร้อง

 

”ทำไม...”

 

“ไม่ต้องมาถาม ตอบว่ามาได้พอ”

 

“แค่ตอบมาว่าได้ก็พอแล้วน่า!

 

“เผด็จการจังนะครับ ทำไมต้องทำตามด้วยล่ะ?”

 

“เผด็จการจังเจ้าเปี๊ยก ทำไมต้องทำตามด้วยล่ะ?”

 

 “ไม่รู้”

 

“ไม่รู้”

 

“ถ้าผมบอกว่าทำไม่ได้?”

 

“ถ้าฉันตอบว่าทำไม่ได้ล่ะ?”

 

“ถ้าไม่ลองแล้วมันจะรู้ไหมล่ะ”

 

สองเสียงประสานกันอย่างพร้อมเพรียง ทั้งในความจริงที่อยู่ตรงหน้าและความทรงจำที่อยู่ในหัว เด็กหนุ่มนิ่งคิดอยู่กับตัวเองเพราะไม่รู้ว่าจะตอบแบบไหน

 

“ไม่ได้หรอก...ถ้าฉันทำไม่ได้นายจะเสียใจนะบลู”

 

.

 

.

 

.

 

.

 

“ตกลงครับ ผมจะลองดู”มือเรียวยกขึ้นกอดตอบร่างนั้นด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ดีใจ เสียใจ สงสาร กลัว อธิบายไม่ได้จริงๆ

.

.

.

แสร้งอ่อนแอหรือเป็นจริงเราไม่รู้

อยากจะดูเพื่อให้รู้แถลงไข

นอกเข้มแข็งใจอ่อนแอมีถมไป

ใครเป็นใครต้องวิเคราะห์ให้เนินนาน

.

.

.

 

++++To Be Continued Part#2++++


ขออภัยที่หายไปนานนะคัสแหม่....คือว่าบทนี้มันดูยาวๆเลยต้องนั่งพิมพ์ให้จบเพื่อที่จะตัดบทได้พอดิบพอดี และก็จบลงที่19หน้าA4 โฮกกกกกกกกกก ยาวมากแบ่งเป็น2ตอนได้เลย แต่ว่าบอกไปแล้วว่าอีกตอนเดียวจบ(ฮา)ผมก็เลยตัดส่วนหนึ่งของเนื้อเรื่องในบทนี้ไปใส่ในบทส่งท้ายที่จะพุ่งทะยายสู่ภาค2(ยังจะมีอีกเร๊อะ!!)เหมือนจะลืมบอกไปนะครับว่าเรื่องนี้มี...3ภาค ก๊ากกกกกก จงอยู่กับผมไปอีกนานเลยยะครับ5555 เพราะงั้นตอนนี้ก็ตกอยู่ที่ประมาณ17หน้าA4  ผมหวังว่าจะเต็มอิ่มกันนะครับ^^ แล้วเดี๋ยวจะมาต่อบทส่งท้ายให้ฟินเบาๆ พวกตกใจนิดๆนะครับ

 ปล.ใครยังไม่เคยเม้นก็เม้นให้หน่อยนะครับ ผมขอQ_/\_Q

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #477 leel26092545 (@leel26092545) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 22:08
    คาราเมล = บลู
    คนนั้นของบลู = คนที่มีดคอคาราเมง
    #477
    0
  2. #388 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 21:25
    ท้ายตอนนี้คงเป็นโมเมนต์ประมาณว่า...
    ได้โปรดอย่าทิ้งกัน...
    อย่าหายไปไหน...
    อย่าปล่อยฉันไว้คนเดียว...
    ประมาณนั้นสินะคะ
    #388
    0
  3. #262 poisongody (@poisongody) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 14:17
    ThankS
    #262
    0
  4. #194 เด็กแว่นสีชมพู (@whitebaby) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2556 / 20:40
    นึกว่าคาราเมลจะหนีไปซะแล้ว โชคดีที่ไม่หายไปไหน
    #194
    0
  5. #121 Mameawxsoo@gmail.com (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2556 / 18:19
    สนุกมากเลยค่ะ รออ่านภาคต่อไปอยุ่นะค่ะ ^^
    #121
    0
  6. #120 Night (@fah2541) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2556 / 14:32
    ถึงจะจบแบบงงๆแต่จะรอนะคะ
    #120
    0
  7. #119 alone in the death (@kwan8825) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2556 / 00:05
    อัพพพพพพพPlease.!!!!! สนุกมากค่ะ. จริงๆก้อยากจะเม้นแต่ว่าเรสลืมไอดีของเราไปแล้ว555

    ก้ต้องขอโทดด้วยนะคะ. อันนี้ไอดีเพื่อนเรายืมมาเพื่อเม้นเลยยย. สนุกมากค่ะแต่งต่อไปนะคะรักษาสุขภาพด้วยถ้าได้ตีพิมพ์เราจะไปซื้อมาให้ได้สู้ๆนะคะ
    #119
    0
  8. #118 lisit (@tigi) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2556 / 20:23
    ^w^ อ่าน 24 ตอนรวดนี้ปวดตาจริงๆนะค่ะ..... //หยิบผ้าเย็นมาโปะตา....
    อ่า~......ไม่ต้องไหว้หรอกค่ะ เดี่ยวหนูแก่เร็วขึ้น..... 
    #118
    0
  9. #117 Jusmine Chayada (@bluequeenrk) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2556 / 15:04
    โอยยย ตอนแรกนึกว่าจะดราม่าซะแล้ว
    จะรออ่านพาร์ทต่อไปนะคะ
    #117
    0
  10. วันที่ 18 ตุลาคม 2556 / 02:04
    ต้องพิมพ์ต่อนะ ไม่พิมพ์ต่อภาค2มีเคืองนะT^T
    #115
    0
  11. #114 Sheen (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2556 / 23:48
    ดีใจจังนึกว่าเมลจังจะถูกเอาตัวไปแล้วซะอีกอ่ะ // TωT

    มาอัพต่อเร็วนะ อยากรู้ว่าชายที่ต้องการตัวเมลจัง จะเอาเมลจังไปทำอะไร

    แต่ห้ามทำมิดีมิร้ายเมลจังของแอมเบอร์นะ//แอมเบอร์:เฮ้ย!! ใครบอกว่าของฉัน(โดนแอมแอมฆ่าปิดปาก)
    #114
    0