Little Sheep or Werewolf แกะตัวนั้นที่มันเป็นหมาป่า

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 24,132 Views

  • 485 Comments

  • 1,075 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    23

    Overall
    24,132

ตอนที่ 21 : Chapter#17+::[หมาป่ากับลูกแกะและการวางแผน]::+{110%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 973
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    22 ก.ย. 56

:) Shalunla

Chapter#17

หมาป่ากับลูกแกะและการวางแผน

.

 

.

 

.

 

หนึ่งสองสามเริ่มนับเพื่อเริ่มต้น

มาคิดค้นแผนซ้อนแผนที่เหนือชั้น

.

 

.

 

.

 

“ทำไมฉันต้องมาดูแลนายขนาดนี้ด้วยวะ?”

 

แอมเบอร์บ่นก่อนยื่นเสื้อผ้าของคาราเมลที่อีกฝ่ายบอกให้เขาลงไปเอามาให้จากที่ห้อง คาราเมลยิ้มหวานส่งให้อีกฝ่ายแล้วรับเสื้อผ้านั้นมาใส่

 

“เอาน่าครับ จะเป็นคุณพ่อไม่ใช่ไง?”

 

“ใครพ่อนาย?”

 

แอมเบอร์กระแทกก้นนั่งลงบนเก้าอี้แล้วมองอีกฝ่ายเรียบๆ คาราเมลก็ยังคงยิ้มหวานยั่วต่อมความอดทนของแอมเบอร์ไม่เลิก

 

“เด็กข้างบ้านกล่าวไว้ว่าทั้งชีวิตนี้คนที่จะดูแลเราดีที่สุดมีแค่พ่อกับแม่เท่านั้น....หรือแอมเบอร์จะเป็นแม่แทนอ่ะครับ?”

 

“เมล...”

 

แอมเบอร์กดเสียงต่ำเรียกอีกฝ่าย แต่คนโดนเรียกกลับหัวเราะขึ้นมาเหมือนชอบใจ ตอนอาบน้ำนี่ล้มหัวฟาดพื้นไปหรือเปล่า?

 

“นี่ๆ พวกนายสองคนน่ะ อย่ามองข้ามพวกเราที่นั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ไปสิ”โอเชี่ยนบ่นด้วยสีหหน้าเนื่อยๆ เขานั่งคร่อมพนังพิงเก้าอี้แล้ววางคางไว้บนหนักพิง ชายหนุ่มอ้าปากพะงาบๆเล่น จนเอพริลที่มองอยู่ทำได้เพียงส่ายหัว เขาค้นพบว่าโอเชี่ยนปัญญาอ่อนขึ้นเยอะ หรือนี่จะหัวกระแทกพื้นไปอีกคน?

 

“ฉันก็ไม่ได้มองข้าม พวกนายไม่คุยเอง”

 

“แล้วจะให้สอดปากเข้าไปตอนไหนวะ!

 

โอเชี่ยนยืดตัวขึ้นก่อนตะโกน มือที่กำหลวมๆทิ่มเข้าไปจ่อหน้าแอมเบอร์หลายๆที่แต่อีกฝ่ายกลับไม่ได้หลบหรือตกใจ ชายหนุ่มผมสีแพตตินั่มบอนด์ทำเพียงปัดมันออกอย่างไม่ใส่ใจเท่านั้น

 

“โห่...ป๊ะป๋าก็ ทำตัวเป็นคนแก่ขี้ใจน้อยไปแล้ว”คาราเมลว่าพลางส่ายหัวเบาๆ

 

“อะไรอ๊ะ! ไรเนี่ย...แม่จ๋าดูลูกดิ ลูกมันด่าพ่อจ๋าอ่ะ”โอเชี่ยนหันไปจับแขนเสื้อเอพริลที่ยืนพิงขอบโต๊ะอยู่

 

“ก็คุณทำตัวน่าว่าเองนี่ครับ แล้วแม่จ๋าพ่อจ๋าอะไร ไร้สาระ”

 

“เอพริ๊ลลลลลล ตลอดอ่ะ ที่ตอนนั้นล่ะนี่พ่อจ๋าเรายังรักกันอยู่ใช่ไหม? โด่ๆ”

 

โอเชี่ยนว่าพลาเบ้หน้า สองมือจับที่พนักพิงแล้วเขย่าไปมาอย่างเด็กเอาแต่ใจ

 

“อะไรครับ ไม่เห็นจะจำเรื่องแบบนั้นได้เลย โอชี่ยนคิดไปเอง”เอพริลว่าหน้าตาพลางดันแว่นให้ขึ้นจากสันจมูก โอเชี่ยนเบ้หน้าทำเรียกล้อเลียน”โอเชี่ยนคิดไปเอง โอเชี่ยนคิดไปเอง”

 

“จะไฝว้หรอครับ?”

 

“เอาป่ะล่ะ?”

 

“พอๆๆ ทั้งคู่เลิกทะเลาะกันสักทีได้ไหมครับเนี่ย ผมเวียนหัวแล้วนะ ว่าแต่คนอื่นเนี่ย”

 

คาราเมลท้าวเอาว่าแล้วเอามือตีไปที่โต๊ะแรงๆที่หนึ่ง เป็นเหตุให้เซนเซย์ที่แอบหลับอยู่ได้โต๊ะสะดุ้งเฮือก มันวิ่งออกมาคลอเคลียขาคาราเมลเพราะคิดว่าอีกฝ่ายกำลังดุตัวเอง

 

 

“ลืมเซนเซย์ไปเลยนะเนี่ย เป็นไงมั่งสบายดีป่ะ?”คาราเมลอุ้มอีกฝ่ายขึ้นมาจ้องหน้า

 

“ก็ไม่ดีเท่าไหร่”

 

“.....”

 

.

 

.

 

.

 

“คาร่า~”

 

เอพริลเรียกเสียงตื่นเมื่อคาราเมลไปคว้ามีดจากไหนก็มิสามารถทราบได้มาชูขึ้นสูงหมายจะชำแหละลูกจิ้งจอกตรงหน้าให้ตาย

 

“ใครใช้ให้พูดครับอาจารย์”

 

“เดี๋ยวสิที่รัก! เจ้าพวกนี้มันรู้หมดแล้ว ท่อ!

 

ภาพตอนนี้คือลูกหมาจิ้งจอกสีขาวลงมายืนสี่ขาอยู่กับพื้น แยกเขี้ยวขู่ไปด้วยพูดไปด้วย มองแล้วเป็นภาพที่แปลกตาดี

 

“ทำไมพวกเขาถึงรู้ครับ?”คาราเมลหรี่ตามอง

 

“ข้าบอกเองล่ะ”

 

“บอกยังไงครับ?”

 

“สิงร่างเจ้า”

 

 

 

 

 

“คาราเมลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล”

 

โอเชี่ยนรีบเข้ามารั้งแขนทั้งสองข้างของเด็กหนุ่มเอาไว้อย่างสุดกำลัง ตัวเล็กกว่าเขาก็ตั้งเยอะแต่แรงดีเป็นบ้า คาราเมลดิ้นไปมาก่อนแหกปากลั่น

 

“ใครใช้ให้คุณสิงร่างผมไม่ทราบครับ! คราวก่อนสิงแล้วดันไปดื่มเหล้าคุณรู้ไหมว่าชีวิตในคุกมันลำบากแค่ไหน! ถ้าตอนนั้นลูนอสไม่บังเอิญอยู่ใกล้ๆผมต้องนอนตบยุงกินโอเลี้ยงกับข้างพัดอีกนานแค่หนายยยยยย บอกกี่ครั้งแล้วว่าจะใช้ร่างผมให้ขออนุญาติก่อนน่ะ!

 

“ก็เจ้าหลับอยู่นี่หว่า แล้วโอกาสที่เจ้ายมทูตเฮงซวยจะออกมามันทีน้อยนะเว้ย!

 

“ห๊ะ? คุณเดธเทลออกมาหรอครับ?”

 

ท่าทีของเองคาราเมลอ่อนลงไปทันทีที่ไดยินชื่อของบุคคลที่กล่าวถึง

 

“เดธเทล?”

 

โอเชี่ยนกับแอมเบอร์ทวนคำอย่างงงๆ เขาเข้าใจว่าไอ้ยมทูตเฮงซวยที่เซนเซย์หมายถึงคือผู้โกงความตาย แต่พวกเขาไม่เข้าใจว่าใครคือเดธเทล

 

“ชื่ออาจารย์ผมน่ะครับ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครเรียกนะ”เอพริลว่าเรียบๆพลางหรี่ตามองคาราเมล อีกฝ่ายยักไหล่ประมาณไม่มีอะไรมากมายเท่าไหร่

 

“บังเอิญรู้จักกันน่ะครับ”

 

“เจ้าบ้านั่นเป็นเพื่อนข้า”

 

“ไม่พูดก็ไม่มีใครว่าเป็นใบ้นะครับอาจารย์”

 

คาราเมลแขวะอีกฝ่ายไปหนึ่งทีก่อนเดินไปกระแทกก้นนั่งลงบนโซฟาที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เซนเซย์จึงรีบเนียนวิ่งไปกระโดขึ้นไปนอนบนตักของคาราเมลสบายใจ คาราเมลปายตามองลูกจิ้งจอกบนตักอย่างดูไม่สบอารมณ์เท่าไหร่

 

“แล้วออกมานี่มีอะไรสำคัญหรือไงครับ?”แขนเรียวพาดกับพนักพิงยาวพลางก้มมองจิ้งจอกบนตัก

 

“ก็ไม่มีอะไร แค่ออกมาคุยกับเจ้ายมทูตเฉยๆ”

 

                เซนเซย์เปิดเปลือกตาข้างหนึ่งเพื่อมองหน้าคนถามก่อนจะเบนสายตาไปทางอีกสามคนที่เหลือเป็นเชิงบอกไม่ให้พูดอะไร คาราเมลเลิกคิ้วไม่คิดว่าอาจารย์ตนเองจะออกมาด้วยเรื่องคิดถึงเพื่อนเก่า แต่ก็ขี้เกียจเกินจะซักไซร้ต่อ

 

เช้าวันรุ่งขึ้นคาราเมลออกไปที่หน่วยพร้อมๆกับพวกแอมเบอร์ทั้งสามคน เอพริลเองยืนยันว่าตัวเองดีขึ้นพอจะเดินไปไหนมาไหนได้แล้วเพราะอาจารย์ได้ช่วยรักษาเขาอยู่ในร่าง แต่ถึงแบบนั้นโอเชี่ยนก็ยังยืนยันที่จะอยู่ดูแลเอพริลอย่างใกล้ชิด เพราะตัวชายหนุ่มเองก็ไม่อยากจะพลาดอะไรๆไปเพราะความสะเพร่าแล้ว

 

“ก็บอกว่าไม่ต้องตามติดขนาดนี้ไงครับ”เอพริลบ่นพลางแสดงสีหน้าเซ็งๆอย่างไม่ปิดบัง

 

“ก็นี่เป็นห่วงนะเนี่ย น่าๆอย่าคิดมาก”โอเชี่ยนเร่งฝีเท้าเดินตามคนป่วย ที่ดูว่าพ่อคุณจะมีสปรีดการเดินที่ช่างเหนือชั้น

 

“ก็อย่ามาเกะกะได้ไหมล่ะครับ?”

 

“นี่ก็ไม่ได้เกะกะนะเนี่ย ก็เดินตามธรรมดา”

 

“มันดูเหมือพวกโรคจิตที่ชอบตามสาวๆเลยนะครับโอเชี่ยน”

 

“เอพริลไม่ใช่สาวๆสักหน่อย อย่ากังวลไปเลย ไม่มีใครมาเป็นสต็อกเกอร์นายหรอก”

 

“โอเชี่ยน!

 

ชายหนุ่มยิ้มแฉ่งรับคำตวาดของเพื่อนผมดำ มันเป็นภาพที่ดูน่ารักในสายตาของสมาชิกหน่วยทั่วไปที่ไม่ค่อยเห็นมุมแบบนี้จากทั้งคู่ เพราะดูเหมือนปกติทั้งคู่จะแยกกันตลอด แต่มันเป็นมุมน่าปวดเศียรเวียนเกล้าสำหรับคาราเมลและแอมเบอร์ที่เดินตามหลังกันมามากกว่า พวกเขานั่งฟังการทะเลาะกันที่อีกคนหนึ่งหน้าด้านอีกคนหนึ่งหน้าตายตั้งแต่ตื่นตอนเช้า ขึ้นรถ ยันมาถึงที่นี่ก็ยังคงมีอยู่ไม่ขาดสาย

 

“จะรักอะไรกันนักกันหนา ทำยังกับข้าวใหม่ปลามัน”คาราเมลบ่นพึมพัมอย่างไม่สบอารมณ์

 

ก็อย่างว่า พอเอพริลบาดเจ็บโอเชี่ยนก็ดูไม่ค่อยมาเล่นกับเขาเลย แถมเอพริลก็กลายเป็นพวกยั่วโมโหง่ายไม่มีมาดความเจ้าเล่ห์ที่เขาชอบท้าทายอยู่ เหมือนของเล่นชิ้นสำคัญพังไปอะไรทำนองนั้น

 

“ทำเหมือนพวกเจอแฟนเก่าตัวเองอยู่กับแฟนใหม่”แอมเบอร์หันมาแขวะคนข้างๆ คนที่เตี้ยกว่าหันไปมองแล้วยกยิ้มเซ็งๆ

 

“ดูที่คุณเปรียบเทียบสิครับ ทีคุณยังทำหน้ายังกับเห็นแฟนตัวเองห่วงหาอาลัยในแฟนเก่า”คาราเมลแขวะกลับ

 

“ฉันพูดตามที่เห็น”

 

“ผมก็พูดตามที่เห็นเหมือนกันแหละน่า หรือว่านี่หึงอยู่ครับเนี่ย?”

 

“หึงอะไร?”

 

“โอ๋ๆ อย่าหึงไปเลยนะครับที่รัก ยังไงคาร่าก็รักแอมเบอร์คนเดียวนะครับ จุ๊บๆ ฟุ๊บๆ ม๊วฟๆ ด๊วฟๆ กระดึบๆ ตุงแช่!

 

“แช่บ้านลุงนายสิ!

 

“ทำไมผมถึงรู้สึกว่าหน่วยเรามีคู่รักเพิ่มขึ้นแปลกๆ”

 

เบสเซลหันไปถามชินเรด้วยคิ้วกระตุกแปลกๆ นัยน์ตาสีฟ้ามองไปยังคู่แรกที่คนผมแดงกำลังตามประคบประหงมคนผมดำ อีกคู่ที่คนตัวเตี้ยกว่ากำลังเกาะแขนคนที่สูงกว่าเหมือนกำลังง้อ

 

“ผมก็รู้สึกแบบนั้นนะครับ ข่าวลือนี่น่ากลัวนะครับ”ชินเรว่าพลางยิ้มแห้งให้กับเสียงซุบซิบรอบตัว

 

++++++++++++++++++55%+++++++++++++++++++
 

 

 

ตอนนี้เหล่าสมาชิกของหน่วยพิเศษ(ลับสุดๆ)กำลังประชุมกันอย่างลับ(สุดยอด) โดยมีสมาชิกได้แก่คาราเมล แอมเบอร์ โอเชี่ยน และเอพริล ทั้งสี่นั่งลงบนโต๊ะในห้องประชุมย่อยของหน่วยแอมเบอร์ที่ไม่ค่อยได้ใช้งานเท่าไหร่นัก ทั้งยังเป็นที่ที่ไม่ค่อยมีใครผ่านไปมาเท่าไหร่ สมาชิกภายในห้องมีสีหน้าเรียบเฉยเหมือนกับลังใช้ความคิดบางอย่าง จนสุดท้ายเป็นคาราเมลที่เอ่ยออกมา...

 

“ใครตด....”

 

“ไปตายซะ”แอมเบอร์เอ่ยตอบทันที่ที่ได้ยินคำถามแรกของการประชุมจากปากเด็กหนุ่ม คาราเมลทำปากยื่ยก่อนจะกอดอกสะบัดหน้าหนี

 

“ผมแค่อยากคลายเครียดเอง แต่ละคนเล่นทำหน้าทำตาเหมือนอยากจะฆ่าใคราสักคน”

 

เด็กหนุ่มอธิบายเหตุผลที่แอมเบอร์ไม่คิดว่ามันใช่ก่อนทุกคนจะเบี่ยงตัวมานั่งหลังตรงเพื่อพร้อมสำหรับการเปิดประเด็นการประชุม

 

“ที่จริงเราควรจะเริ่มประชุมกันตั้งแต่ตอนนี้ก่อนอะไรๆมันจะแย่ไปหมด”แอมเบอร์เปิดประเด็น

 

“ว่าแต่วันนี้เราจะประชุมเรื่องอะไรกันหรอครับ?”คาราเมลเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย

 

“เรื่องคดีที่เราทำอยู่นั่นแหละคาร่า พวกเรารู้จุดประสงค์ของคนร้ายแล้วนะ”โอเชี่ยนเอ่ยตอบไปเรียบๆ

 

“จุดประสงค์? จุดประสงค์อะไรครับ? มันไม่ใช่ว่าคนร้ายอยากฆ่าเท่านั้นหรอ”

 

สีหน้าเหรอหราของเด็กหนุ่มทำให้อีกสามคนงงงวย แต่ละคนหันมองหน้ากันก่อนจะเป็นเอพริลที่ถามออกมา

 

“เซนเซย์ยังไม่ได้บอกอะไรคุณเลยเหรอครับคาราเมล?”

 

“ไม่นี่ครับ”คาราเมบตอบหลังจากที่นิ่งคิดไปพักหนึ่ง ข้อมูลในสมองตอนที่หลับไปก็ไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติมขึ้นมา มีแค่เซนเซย์ที่มาคุยกับเขาธรรมดาๆเท่านั้น

 

“เซนเซย์บอกกับพวกเราว่าที่คนร้ายฆ่าเหยื่อเพราะต้องการทำพิธีกรรมบางอย่าง”แอมเบอร์กล่าวเสียงเรียบ

 

 “แล้วพิธีกรรมอะไรล่ะครับ”

 

เด็กหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจังเมื่อค้นพบว่างานแรกของตนที่ควรจะง่ายเหมือนปลอกกล้วยกลับกลายเป็นงานยากระดับหินที่ต้องใช้สมองมากเสียแล้ว ทั้งเรื่องนี้ยังให้คนในหน่วยคนอื่นๆรับรู้ไม่ได้ด้วย พวกเขามีความเชื่อเป็นวิทยาศาสตร์จะให้เอาคำตอบแบบไสยศาสตร์ไปอธิบายคงไม่เชื่อเท่าไหร่นัก

 

“ดูจากการวางตำแหน่งวงเวทย์กับความน่าจะเป็นของจำนวนจุดแล้วทำให้ฉันคิดว่ามีความเป็นไปได้ตามที่สองคนนั้นบอกว่าจะเป็นการทำพิธีกรรมเพื่อใช้เวย์อันเชิญปีศาจขึ้นที่เมืองนี้ โดยใช้เมืองทั้งเมืองเป็นประตู”

 

“เดี๋ยวนะ”คาราเมลยกมือขึ้นห้ามก่อนจะยกมือนวดขมับ ถึงจะรู้จักและเชื่อในเรื่องพวกนี้แต่จู่ๆมีคนมาอธิบายหน้าตาเฉยเหมือนกำลังพยากรอากาศมันก็ทำให้สมองปรับความเข้าใจไม่ทันเป็นธรรมดา

 

“โอเคครับ...แล้วไอ้ปีศาจที่ว่านี่มันยังไงครับ?”

 

“ถึงฉันจะบอกว่าปีศาจก็เถอะแต่ว่าความจริงแล้วดูจากที่เมืองนี้เป็นเมืองที่เก่าแก่และมีประวัติที่ยาวนานทำให้ฉันคิดว่าสิ่งที่พวกนั้นตั้งใจจะอันเชิญขึ้นมาจริงๆคงจะเป็นพวกนักรบเก่าที่นอนเฝ้ารากต้นไม้อยู่ที่ใต้พื้นดินมากกว่า”แอมเบอร์อธิบายด้วนน้ำเสียงราบเรียบโดยมองสีหน้าที่แสดงถึงระดับความเข้าใจของคาราเมบเป็นระยะๆ

 

“สิ่งที่เราควรคิดเป็นอันดับต่อมาก็คือผู้หญิงคนนั้นต้องการเรียกพวกปีศาจขึ้นมาทำไมเนี่ยสิครับ”

 

“ผู้หญิง...สรุปคนร้ายเป้นผู้หญิงจริงๆน่ะสิครับ หม่าม๊าเห็นหน้าเอนี่ใช่ป่ะครับ!

 

คาราเมบถามขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ เพราะว่าเกิดเรื่องไม่คาดคิดหลายเรื่องเกินจนเขาลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทใจ

 

“เอ่อ....ก็เห็นน่ะครับ”เอพริลตอบแบบอ้ำอึ้ง สีหน้าฉายความกังวลออกมา

 

“มีอะไรหรือเปล่า...หรือพวกเรารู้จักกับคนร้าย?”โอเชี่ยนถามอย่างรู้ทัน เขาถนัดมองคนอยู่แล้วแค่เอพริลทำไมจะมองไม่ออก

 

“ก็ไม่เชิงหรอกครับ คุณเองก็เพิ่งทำให้เราไกลคนร้ายไปไม่นานด้วย”

 

คำตอบของเอพริลทำให้โอเชี่ยนเลิกคิ้วสูง เขาไม่เข้าใจสิ่งที่เพื่อนสนิทพยายามจะบอกสักนิด เมื่อเห็นโอเชี่ยนและทุกคนนิ่งไปเอพริลถึงถอนหายใจออกมาแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

 

“เชอร์รี่นั่นแหละครับคนร้าย”

 

“ห๊ะ...”

 

คนที่ตกใตที่สุดคงไม่พ้นโอเชี่ยน เมื่อคนที่เอพริลเอ่ยปากบอกชื่อออกมาว่าเป็นคนร้าย คือเลขาสาวสวยสุดเอ็กซ์ของเอพริลที่โอเชี่ยนเพิ่งไล่ออกไปเพราอีกฝ่ายทำผิดกฎ ชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างแสดงอารมณ์ไม่ถูก

 

“ขอโทษ....”

 

“นายไม่ผิดหรอก ไม่มีใครคราดคิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นคนร้าย ถึงใช่ยังไงเธอก็ต้องหนีอยู่ดีเพราคนที่เธอเพิ่งทำร้ายไปคือเจ้านายของเธอ...ต่อให้ตอนนี้จะเป็นอดีตก็ตามแต่”

 

คาราเมลมองหน้าทุกคนสลับไปมาอย่างงงงวยเพราเขาไม่รู้ว่าคนที่ทั้งสามคนกำลังพูดถึงเป็นใคร แต่จากที่จับใจความได้คือทั้งสามคนต้องรู้จักกับคนร้ายแน่นอน

 

“พักเรื่องเชอร์รี่ไว้ก่อน อย่างน้อยๆเราก็รู้แล้วว่าใครเป็นคนร้าย สิ่งที่เราควรวิเคราะห์ต่อคือ...เชอร์รี่จะเรียกกองทัพปีศาจขึ้นมาทำไม เธอมีความแค้นอะไรกับเมืองนี้หรือเปล่า? ว่าไงเอพิรลนายรู้อะไรไหม?”

 

แอมเบอร์หันไปถามเพื่อนที่นั่งลูบคางอย่างใช้สมอง หมาป่าสีน้ำเงินใช้สมองตัวเองอย่างหนักเพื่อค้นหาข้อมูลของหญิงสาวที่อยู่ในสมอง สุดท้ายชายหนุ่มก็ถอนหายใจแล้วส่ายหัวแผ่วๆ

 

“ไม่เลยครับ นอกจากเรื่องพวกที่ว่าเธอเกิดวันที่เท่าไหร่ สัดส่วน อายุ ที่อยู่ เบอร์โทร.และอื่นๆที่เธอพยายามกรอกหูผมทุกวันผมก็ไม่รู้อะไรเลยครับ”

 

“งั้น...ให้นักค้าข่าวที่คาร่ารู้จักไปสืบหาให้ได้ไหม?”

 

โอเชี่ยนเสนอเมื่อเหมือนหมดหนทาง แต่คาราเมลกลับส่ายหัวออกมาเบาๆเป็นเชิงปฏิเสธ

 

“ลูนอสบอกว่าเขาจะย้ายที่อยู่หมดเดือนนี้แล้วพรุ่งนี้ก็หมดเดือนแล้วอีกวันเดียวก็จะหมดเดือนแล้ว ต่อให้เป็นลูนอสหรือโยกังก็หาข่าวมาให้เราไม่ทันหรอกครับ อย่างน้อยๆว่านี้ทั้งคู่ก็ต้องวุ่นอยู่กับการเก็บของและลบร่องรอยตัวเองเพื่อเตรียมย้ายที่อยู่”

 

“แล้วเราจะตามไปเอาข่าวจากพวกนั้นไม่ได้เลยเหรอ?”แอมเบอร์ถามอย่างสงสัย ให้หาไว้แล้วให้ส่งมาจากอีเมลล์ก็ได้นี่

 

“ได้หรอกครับ สองคนนี้น่ะจะไม่ยอมส่งข่าวผ่านอย่างอื่นนอกจากส่งถึงมือผู้รับเท่านั้น แถมย้ายที่อยู่ที่ก็ต้องไกลกันคนละซีกโลก แบบนั้นกว่าเราจะได้ข่าวคนร้ายก็ทำงานตัวเองสำเร็จหมดแล้วล่ะครับ”

 

คำตอบของคาราเมลให้ความหวังสุดท้ายของทุกคนดับลงไปในทันที แม้แต่ตอนนี้โอเชี่ยนที่แสนจะลั้นลายังมีสีหน้าเค่งเครียดไปด้วย อาจจะเพราะคำเตือนจากอาจารย์ของเขาด้วย

 

                “เดี๋ยวก่อนสิครับทุกคน...”คาราเมลเอ่ยดักขึ้นด้วยใบหน้าที่เหมือนนึขึ้นมาได้ทำให้ทุกสายตาไปหยุดที่เด็กหนุ่ม

 

                “พูดถึงข่าวแล้ว ป๊ะป๋าเองก็เป็นหน่วยข่าวกรองของโวคไม่ใช่หรือไงครับ”

 

                “เออ...จริงด้วย”

 

                ทั้งสามคนร้องออกมาพร้อมกันก่อนเอพริลจะสะบัดหน้าไปมองชายผมแดงด้วยสายตาตำหนิเล็กๆ

 

                “พวกเราลืมน่ะไม่เท่าไหร่ครับเพราะคุณไม่ค่อยจะทำตัวเหมาะสมเป็นหน่วยข่าวกรองเท่าไหร่ แต่ตัวคุณเองดันลืมไปด้วยเนี่ย....ยังไงอยู่นะครับ”

 

                “ฮ่ะๆๆ ขอโทษครับขอโทษ เอาเข้าจริงหน่วยข่าวกรองของฉันมันเทียบไม่ได้ขี้เล็บของนักค้าข่าวพวกนั้นนี่นา ไม่แปลกที่อยากจะลืมๆไปว่าตัวเองเป็นได้แค่นั้น...”

 

                “แล้วก็ดันลืมจริง”แอมเบอร์ว่พลางหรี่ตา

 

                “มั้ง ฮ่ะๆๆๆ”

 

                คาราเมลมองอีกฝ่ายอย่างอ่อนใจก่อนจะเอ่ยถามออกไป”ถ้าใครป๊ะป๋าสืบเรื่องนี้ให้หน่อยจะใช้เวลานานแค่ไหนครับ? ผมว่าบางทีน่าจะพอๆกับพวกโยกังสมัยก่อนเพราะดูจากการทำงานของที่นี่ ป๊ะป๋าอาจจะลืมวิธีหาข่าวแบบนักค้าข่าวไปแล้ว เพราะงั้นงานนี้น่าจะช่วยให้ป๊ะป๋าลื้อฟื้นความหลังได้นะครับ”

 

                “พูดซะยังกับป๊ะป๋าแก่หงำเหงือกไปได้”โอเชี่ยนยู่หน้า

 

                “แต่ในบรรดาพวกเราทั้งหมดคุณก็แก่สุดนะครับ”

 

                “ห่างกับพวกนายแค่ปีเดียวเนี่ยนะ ยังอุตส่าห์จะนับ”โอเชี่ยนเบ้หน้าเซ็งๆ

 

                “แล้วไงครับ? สรุปทำได้ไหม?”

 

                “ทำได้สิคาร่าก็แหม...ดูถูกกันจังเลยนะ”

               

โอเชี่ยนบ่นเหมือนคนแก่ขี้ใจน้อยก่อนจะล้วงกระดาษที่มีรูปร่างเหมือนขนมพิงออกมาหนึ่งแผ่น ชายหนุ่มคาบมันไว้ในปากก่อนประสานมือแบบนินจาไว้ที่อก คาราเมลหันมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัยละคนสนใจ ผิดกับอีกสองคนที่มองด้วยสายตาเรียบๆตามความคุ้นชิน

 

                ฟู่~

 

                สิ้นเสียงลมที่ป่าออกมาจากปากกระดาแผ่นนั้นก็ปลิวมาตกที่กลางโต๊ะก่อนก่อกลุ่มควันขาวฟุ้งทั่วห้อง

 

                “อลังการไม่เปลี่ยน...”แอมเบอร์และเอพริลเอ่ยออกมาพร้อมกัน มีเสียงหัวเราะแห้งๆของโอเชี่ยนเป็นซาวน์ประกอบ

 

                “หนี่ห่าว อากิระ”

 

                “ข้าฟังจีนไม่เข้าใจ”

 

เสียงทุ้มดังขึ้นหลังม่านควันก่อนจะเผยให้เห็นร่างชายหนุ่มในชุดยูคาตะสีขาว บนแขนเสื้อข้างซ้ายมีลายรูปดอกซากุระพาดผ่าน เส้นผมสีขาวยยาวทิ้งถึงกลางหลังทั้งยังมีหูคล้ายหูแมวสีขาวอยู่บนหัว ดวงตาคมมองที่โอเชี่ยนอย่างราบเรียบแต่แฝงแววเคารพก่อนจะเบนไปที่คาราเมลที่ยิ้มแห้งเมื่อสบตากับอีกฝ่าย

“เจ้า...”

 

“นี่คาราเมล เพื่อนร่วมงานคนใหม่ของฉันน่ะอากิระ”โอเชี่ยนรีบจัดแจงแนะนำเพราะไม่รู้ว่ามนุษย์จิ้งจอกหนุ่มคิดอะไรอยู่

 

“ไม่...เจ้าคือ...”

 

“ผมคือคาราเมลยินดีที่ได้รู้จักครับคุณอากิระ”คาราเมลว่ากับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มกับดวงตาที่แผงความหมาย

 

“ก็ได้”อีกฝ่ายพูดสิ่งที่ชวนงุนงงก่อนจะกระโดดลงไปนั่งชันเข่าหนึ่งข้างที่เบื้องหน้าของโอเชี่ยน

 

“เฮ้ยๆๆ บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำแบบนี้ โธ่”

 

“นายท่านมีอะรไมห้ข้ารับใช้งั้นหรือ?”

 

“อ่ะ..เอ่อ...มีเรื่องให้สืบนิดหน่อยนะ”

 

โอเชี่ยนว่าด้วยใบหน้ายิ้มแห้งก่อนก้มลงไปกระซิบสั่งที่ใบหูของชายหนุ่ม จิ้งจอกหนุ่มเลิกคิ้วก่อนเสมองที่คาราเมลหวูบหนึ่งแล้วเบนกลับ

 

“ได้ตามที่ท่านสั่ง”

 

ชายหนุ่มเอ่ยตอบเมื่อโอเชี่ยนถอนน้าออกไปก่อนจะสลายเป็นควันไป หลังจากที่อากิระหายไปทุกคนก็ตกอยูในความเงียบอีกครั้งหนึ่ง เสียงลมหายใจที่ดูแผ่วเบากลับกลายเป็นเด่นชัดที่สุดในตอนนี้ แต่ละคนไม่มีใครคิดจะเอ่ยบอกบอกอะไรออกมาเลยสักนิด ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดนั่นก็ทำให้โอเชี่ยนที่ไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้อึดอัด

 

“นี่คาร่า...”

 

“ครับ?”เด็กหนุ่มเงยหน้าที่ก้มมองโต๊ะขึ้นมาสบตาชายผมแดง

 

“เราคิดว่าคดีนี้เป็นไงมั่งคาร่า?”

 

เอพริลที่นั่งจ้องคาราเมลมาได้สักครู่จึงเอ่ยขึ้นบ้าง”นั่งหน้าเครียดเชียวครับ”

 

“ผมกำลังคิดว่า....”

 

“ว่า?”

 

“คนเรามันหอมแก้มตัวเองได้ป่ะครับ?”

 

.

 

.

 

.

 

.

 

“แอมเบอร์อย่ายกโต๊ะทุ่ม นั่นมันงบของหน่วยนะเฮ้ย!

 

เอพริลตะโกนออกมาด้วยความตกใจ เขาได้เพียงส่งเสียงห้ามเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าจะยกโต๊ะประชุมขึ้นทุ่มใส่คาราเมล ทางฝั่งโอเชี่ยนก็รีบเข้าไปรั้งแขนพ่อมดหนุ่มเอาไว้

 

“ใจเย็นเยนนนนนนนนนนน”

 

“เขาคิดเรื่องคดีกันแทบตาย แกมานั่งคิดเรื่องไร้สาระพรรค์นี้น่ะนะเมล...ไอ้ตัวปัญหา!

 

“อะไรเล่าครับ! ก็ผมปวดหัวนี่ ก็เยหาเรื่องคลายเครียดน่ะ!

 

“แก...”

 

ตึกๆๆๆๆๆ

 

เสียงฝีเท้าที่รีบเร่งดังมาจากทางเดินทำให้ทั้งหมดหยุดชะงักสิ่วที่ทำอยู่ในทันที่ ประตูห้องประชุมถูกกระชากออกอย่างแรงเผยให้เห็นใบหน้าชุ่มเหงื่อยของชินเรย์ ชายหนุ่มเอามือท้าวเข่าพลางหอบหายใจถี่

 

“แย่แล้ว..แฮ่กๆ..ล่ะครับ..”

 

“เกิดอะไรขึ้นครับชินเรย์?”คาราเมลถามด้วยความสงสัย

 

“คุณกิลน่ะ...แฮ่ก..คุณกิลเขา”

 

“ใจเย็นๆค่อยๆพูด ตาแก่นั่นทำไม?”

 

แอมเบอร์ถามเสียงเรียบเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยถึงโวคแก่ๆที่เคยดูถูกเขาเรื่องคดีนี้

 

“คุณกิลตายแล้วครับ”

.

 

.

 

.

แผนซ้อนแผนให้มีแผนในแผนกัน

ที่สำคัญเรายังไม่มีแผนอะไรเลย

.

 

.

.

 


แบบว่ายังสอบไม่เสร็จหรอกครับ แหะๆ แต่เพิ่งนึกได้ว่านิยายมันอัพไม่ครบร้อย ขออภัยครับ วันตันทร์สิบวันสุดท้ายแล้ว วันพุธบ่ายๆอาจจะได้ลงตอนต่อไปนะแคป!!!

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 8 กันยายน 2556 / 14:33
    สู้ๆ ขอให้ทำข้อสอบออกมาได้คะแนนดีๆจ้า..
    #96
    0
  2. #95 Honey white (@whitemare) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 08:15
    หนุกมากค่า
    #95
    0
  3. #94 นะนะนะ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 กันยายน 2556 / 20:09
    ไม่เอาBGสีดำได้ไหม T-T อ่านยากปวดตา
    #94
    0