Little Sheep or Werewolf แกะตัวนั้นที่มันเป็นหมาป่า

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 24,135 Views

  • 485 Comments

  • 1,075 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    26

    Overall
    24,135

ตอนที่ 18 : Chapter#14 ::+[ลูกแกะที่หวั่นไหว]+::[100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1036
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    6 ต.ค. 56

:)  Shalunla

Chapter#14

ลูกแกะที่หวั่นไหว

.

.

.

ให้คิดให้ลองตัดสินในสิ่งใด

เพราะสำคัญสุดหัวใจถึงคิดมาก

.

.

.

                โอเชี่ยนลุกขึ้นเดินไปมาโดยมีชินเรมองอยู่อย่างเป็นห่วง ตอนนี้ทั้งคู่อยู่หน้าห้องผู้ป่วยฉุกเฉินเพื่อรอเอพิรลออกมา ส่วนแอมเบอร์นั้นพาคาราเมลกลับไปพักที่คอนโดเพราะเด็กหนุ่มช็อคจนร้องไห้ไม่หยุด ทางฝั่งเบสเซลกำลังประสานงานหาเบาะแสคนร้ายอยู่ คนที่ดูร้อนใจที่สุดคงจะเป็นโอเชี่ยน เขาดูลุกลี้ลุกลนเกินกว่าที่เคยเป็น และดูหงุดหงิดจนชินเรไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไร

 

                ปัง!

 

                เสียงเปิดประตูห้องฉุกเฉินทำให้โอเชี่ยนพุ่งตัวไปหาหมอที่เดินออกมาด้วยความเร็วที่สุดที่มี สองมือจับไหล่นายแพทย์คนนั้นเอาไว้พร้อมเอ่ยถามถึงอาการของเอพริล

 

“ตอนนี้หมอยังบอกอะไรไม่ได้ เราได้แค่พยายามประคองอาการไปก่อน คนไข้เสียเลือดมากครับ หมอจะพยายาม ใจเย็นๆนะครับคุณโอเชี่ยน”

 

                ชายหนุ่มลดมือลงจากไหล่นายแพทย์ก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ นายแพทย์คนนั้นทำเพียงตบไหล่โอเชี่ยนแล้วเดินออกไป ทันทีที่แพทย์จากไปโอเชี่ยนก็ทรุดกายลงนั่งกับพื้นทันทีจนชินเรเข้าไปประคองไม่ทัน

 

“ทำไมต้องเป็นเอพริลวะ!

 

                หมัดหนักๆชกลงกับพื้นอย่างรุนแรงจนมือแตกแต่โอเชี่นก็ไม่ไดสนใจอะไร เขาทำเพียงค่อยๆลุกแล้วเดินออกมาจากตรงนั้น

 

“ขอฉันอยู่คนเดียวสักพัก”

 

                ร่างสูงเดินช้าๆด้วยความคิดมากมายขึ้นไปสู่ชั้นดาดฟ้าของโรงพยาบาลให้สังกัดหน่วยโวค เพราะสูงถึงห้าสิบชั้นทำให้มันทั้งเงียบและหนาวมากในเวลากลางคืนเช่นนี้ โอเชี่ยนทรุดกายลงนั่งพิงตาข่ายเหล็กที่กลั้นตรงขอบดาดฟ้า สายลมพัดผ่านเบาๆให้คนที่กำลังพยายามสงบใจให้เข้าที่เข้าทาง

 

“ทำไมต้องเปป็นนายวะเอพริล ทำไมไม่เป็นฉันบ้างที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ทำไมวะ ทำไม....”

 

                คำว่าทำไมถูกเอ่ยออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากปากของหมาป่าสีแดง เขาทำได้เพียงสงสัยว่าพระเจ้าจงเกลียดจงชังอะไรเอพริลหรือเปล่าถึงได้พยายามทำให้เขาเข้าใกล้ความตายนัก

 

“ถ้าแน่จริงก็ฆ่าผมไปเลยดีกว่า แล้วไม่ต้องมายุ่งอะไรกับเอพริลอีก เข้าใจไหมไอ้พระเจ้าเฮงซวย!

 

                                โอเชี่ยนพูดออกมาด้วยความหงุดหงิด และมันก็คือความรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอที่ปกป้องคนที่ตัวเองอยากปกป้องไม่ได้ ทั้งๆที่สัญญาไว้อย่างดีแล้วก็ออกมาเป็นแบบนี้...เหมือนเมื่อก่อน

 

 

                โอเชี่ยนที่จำไม่ได้สักนิดว่าตัวเองเป็นใครรู้เพียงว่าถูกคลื่นทะเลพัดมาเกยฝั่งที่บริเวณใกล้บ้านพักตากอากาศของเอพริล ในขณะนั้นเอพริลก็มาพักที่ริมทะเลเพื่อรักษาอาการป่วยที่เริ่มเป็นมากขึ้น และเอพริลในวัยหกขวบก็มาพบเข้ากับโอเชียนที่นอนสลบอยู่ที่ริมหาด

 

“นั่นมันคนนี่แอมเบอร์”

 

                เด็กชายผมดำชี้ไปที่ร่างที่เปียกโชกซึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นทราย เด็กชายผมสีแพตตินั่มบอนด์หรี่ตามองก่อนพยักหน้า

 

“ใช่ คน แต่ทำไมมานอนตรงนี้?”

 

“เราเลี้ยงเขาได้ไหม?”

 

“เอพริล....”

 

                เอพริลแลบลิ้นเป็นเชิงบอกว่าตนพูดเล่นก่อนจะดึงชายเสื้อแอมเบอร์เพื่อลากอีกฝ่ายเข้าไปดูร่างที่สลบอยู่เป็นเพื่อน

 

“นี่ๆ นายน่ะ เฮ!

 

“เขาสลบอยู่จะได้ยินได้ไง?”

 

                แอมเบอร์ว่ากึ่งบ่นก่อนจะย่อตัวลงเพื่อมองสำรวจอีกฝ่ายใกล้ๆ แล้วมือเล็กๆจึงค่อยๆพลิกตัวของร่างนั้นให้หงายหน้าขึ้นมา

 

“ว้าว~ ฉันเพิ่งสังเกตว่าสีผมเขาสวยจัง”

 

“สีแดงเนี่ยนะ?”

 

“อือ ฉันชอบสีแดงนะ”เอพริลว่าพลางพยักหน้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ดูไม่เหมือนคนป่วยที่อาการสาหัสเท่าไหร่”เราพาเขาไปที่บ้านกันเถอะ เขาน่าจะต้องการการรักษา”

 

“ฉันก็คิดว่างั้น”

 

 

                ....มันคือการเริ่มต้นของการพบกันของเขาและเอพริลรวมทั้งแอมเบอร์ ตั้งแต่ฝื้นขึ้นเขาก็ใช้ชีวิตอยู่กับทั้งสองคนมาตั้งแต่วันนั้น รวมทั้งเกิดสัญญาต่างๆขึ้นมากมาย แต่วันนี้คนที่รักษาสัญญายิ่งชีพกลับผิดสัญญาไปหนึ่งข้อด้วยความเผลอเรอ อยากจะด่าตัวเองให้เจ็บให้ตาย แต่เขาด่าตัวเองเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย

 

“ขอโทษว่ะ....”

 

                โอเชี่ยนยกมือขึ้นลูบหน้าเบาๆ ปล่อยให้สายลมยามกลางคืนพัดผ่านไป เขาปล่อยทั้งตัวและใจไปกับสายลมนั้น ความเงียบเข้าคลอบคุมพื้นที่นั้นอย่างช่วยไม่ได้ มีเพียงเสียงลมหายใจเท่านั้นที่ดังแผ่วๆบนชั้นดาดฟ้าของโรงพยาบาล

 

 

“คาร่าล่ะ?”

 

                โอเชี่ยนที่ออกมาจากห้องน้ำหลังจากการอาบน้ำตอนเช้าเอ่ยถามเมื่อพบเพื่อนร่วมงานนั่งอยู่บนโซฟาข้างประตูห้องน้ำ พวกเขาทั้งสองอยู่ในห้องพักผู้ป่วยของเอพริล

 

“เพิ่งหลับไปน่ะ เมื่อคืนร้องไห้ไม่หยุด ขนาดหลับแล้วยังไม่หยุดร้องเลย”

 

                แอมเบอร์ว่าเสียงเรียบๆโดยไม่รู้ตัวว่าตนแสดงความเครียดออกมาผ่านแววตา โอเชี่ยนเดินเข้าไปตบไหล่อีกฝ่ายสองสามทีก่อนทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ มือเรียวยกขึ้นขยี้ผ้าขนหนูเพื่อเช็ดผมที่เปียกหมาดๆ

 

“อย่าเครียดไปน่า คาร่าอาจจะเห็นภาพซ้อนกับตอนที่เสียแม่เขาไปน่ะ...เดี๋ยวก็ร่าเริงเอง”

 

                ชายหนุ่มว่าก่อนยิ้มให้แอมเบอร์เหมือนเคย หมาป่าดำมองหน้าเพื่อนตัวเองก่อนถอนหายใจ

“เมลน่ะใช่ แต่นายน่ะเมื่อไหร่?”

 

“อะไรเมื่อไหร่?”โอเชี่ยนเอียงคออย่างไม่เข้าใจ

 

“โกธรตัวเองอยู่ใช่ไหมล่ะ? โทษตัวเองอยู่ถูกหรือเปล่าล่ะ?”

 

                โอเชี่ยนชะงักมือที่เช็ดผมเมื่อโดนถามจี้จุด ใบหน้าคม่อยๆก้มลงมองพื้นอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ

“แล้วจะให้ฉัน...”

 

“มันไม่ใช่ความผิดนาย โอเชี่ยน...คนเราไม่สามารถทำตามสัญญาได้ดีพร้อมหรอก No boay of perfect. ไม่มีใครสมบูรณ์แบบน่ะ เข้าใจที่พูดใช่ไหม?”

 

                ชายหนุ่มผมแดงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะครางรับในลำคอเบาๆ แอมเบอร์มองแล้วถอนหายใจเบาๆอีกหน เขาลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนเอ่ยกับคนที่ยังนั่งนิ่งอยู่

 

“เมื่อคืนนายคงไม่ได้นอนงั้นนอนซะ ตอนเย็นเราจะย้ายเอพริลไปพักที่หน่วย จะได้ไม่มีผลต่องานถ้านายจะดูแลเขา”

 

“นายรู้ได้ไง?”

 

                แอมเบอร์เสตามองอีกฝ่ายก่อนจะยกยิ้มมุมปากเล็กๆ”ฉันอยู่กับนายมากี่ปีแล้ว โอเชี่ยน”แอมเบอร์ทิ้งคำพูดที่เหมือนคำถามไว้ก่อนเดินออกไป โอเชี่ยนมองตามร่างนั้นไปตนประตูสีขาวปิดลงจนหลุบตาลงมองพื้นหินอ่อน ต่อให้อีกฝ่ายบอกว่าไม่ต้องโทษตัวเองแต่เขาก็อดทำแบบนั้นไม่ได้จริงๆ นัยน์ตาสีส้มเสไปมองที่ร่างที่ยังคงหลับอยู่บนเตียง สายโห้ยระโยงระยางไปทั่วยิ่งทำให้เขาปวดใจแปลกๆ

 

“ทำไมฉันถึงทำตามสัญญาไม่ได้นะ...”

 

                เปลือกตาบางเลื่อนมาปิดซ่อนนัยน์ตาสีอัคคีที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดเอาไว้ ก่อนเจ้าของนัยน์ตาจะจมดิ่งสู่ห้วงนิทราด้วยความอ่อนล้า

 

 

                ...หนาว...

 

                ...มืด....

 

                ...ที่นี่มันที่ไหน?....

 

                ร่างของหมาป่าสีแดงพยายามที่จะลืมตาเพื่อมองรอบกาย เขารู้สึกเหมือนลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ความหนาวเย็นเข้าจู่โจมประสานสัมผัสทุกส่วนตั้งแต่ปลายนิ้วยันใบหน้า

 

“ผู้อ่อนแอ อย่างไรก็ต้องอยู่อย่างผู้อ่อนแอ ผู้แพ้ฉันใดก็คือผู้แพ้ฉันนั้นไม่มีทางจะพลิกเป็นผู้ชนะได้หรอก”

 

                เสียงทุ้มเอ่ยบอก น้ำเสียงนั้นเจือปนตวามขบขัน มือเรียวลูบใบหน้าผู้มาเยือนเบาๆก่อนหัวเราะออกมา โอเชี่ยนพยายามที่จะลืมตามองหรือแม้แต่จับเจ้าของมือให้ได้ แต่มันก็ล้มเหลว ร่างนั้นดูเป็นอิสระราวกับวิหคกลางอากาศ

               

“ผู้อ่อนแอหรือจะปกป้อง? น่าขบขันยิ่งกว่าเรื่องตลกใดๆ....ไม่มีผู้ใดอยากให้คนที่ปกป้องแม้แต่ตัวเองไม่ได้มาปกป้องหรอก!

 

                เสียงที่เคยทุ้มนุ่มบัดนี้กลับกระแทกแดกดันจนน่ากลัว เสียงนั้นยังคงดังอยู่ใกล้กับโอเชี่ยนไม่ห่าง ความรู้สึกของการถูกจับจ้องราวกับเป็นสิ่งที่เจ้าของดวงตาถูกใจยังคงอยู่แม้มองไม่เห็น แต่ความรู้สึกน่าขนลุกมันชัดจนไม่อาจปฎิเสธได้

 

“อยากให้ฉันช่วยหรือเปล่าล่ะ?”เสียงนุ้มนั่นเอ่ยถาม

 

“อยากให้ฉันกำจัดความอ่อนแออันน่ารังเกียจออกไปหรือเปล่าเล่า? ว่าไง?”เสียงนั้นถามย้ำด้วยน้ำเสียงเชิญชวน

 

“ไม่จำเป็น”

 

                เสียงเรียบที่ตอบอย่างเด็ดขาดทำให้ผู้ถามใบหน้าตึงขึ้นมาอย่างโดนขัดใจ ใบหน้าของโอเชี่ยนถูกบีบด้วยแรงมหาศาลจนเหมือนกรามจะหัก เสียงทุ้มดังใกล้ใบหูอย่างน่ากลัว

 

“อย่าผยองมากไปไอ้สวะ!

 

“ใครกันแน่ที่สวะ!

 

                แม้มองไม่เห็นแต่โอเชี่ยนก็ยกเท้าถีบร่างนั้นเต็มแรง ส่งผลให้ร่างนั้นลอยไปไกลแต่ก็ตั้งหลักได้ในเวลาไม่นาน

 

“คนที่ปกป้องสิ่งที่ตัวเองอยากปกป้องไม่ได้อย่างแกมีสิทธิ์ว่าใครงั้นหรือ!

 

                เสียงนั้นเกรียวกราดขึ้นมาหลายเท่าตัวหลังโดนทำร้าย โอเชี่ยนยกยิ้มแสยะขึ้นที่มุมปาก

 

“ก็เพราะปกป้องไมได้ไงเล่าถึงต้องปกป้องให้ได้ ถ้าแม้แต่สิ่งที่ตนอยากปกป้องยังต้องไปยืมแรงคนอื่นมาช่วย แล้วจะมีชีวิต

อยู่หายใจไปทำไมเล่า! ให้แกช่วย ฉันขอตายไปเลยดีกว่า!

 

                โอเชี่ยนตอบด้วยน้ำเสียงที่ยิ่งผยองเสียจนไม่น่าเชื่อ ร่างที่เดือดดาลทำได้เพียงกัดริมฝีปากล่างตัวเองอย่างแรงจนเลือดออก นัยน์ตาที่ใช้มองอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความโกธรเกรี้ยว...ปนอิจฉา

 

“ทำไมนายถึงแน่วแน่จะปกป้องร่างนั้นนัก ทั้งที่ไมได้เกี่ยวพันทางสายเลือดอะไร?”

 

                โอเชี่ยนหัวเราะในลำคอก่อนกำมือตัวเองหลวมๆ”ใครบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร ถึงไม่ได้เกี่ยวพันทางสายเลือดแต่หมอนั่นก็เป็นเพื่อนคนสำคัญ เพื่อนใครก็ปกป้องกันเอาเองสิ”

 

“หากเขาปฏิเสธความช่วยเหลือของนายล่ะ?”

 

“จะไปสนใจทำไม แค่รู้ว่าต้องปกป้องก็พอแล้ว”

 

                นัยน์ตาที่ร่างผู้มีอิสระทอดมองโอเชี่ยนหม่นแสงลงเล็กน้อย”ไม่เหนื่อยบ้างหรือ ทำไมถึงคิดว่าปกป้องได้ นายคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งงั้นหรือ?”

 

“ฉันไม่ได้แข็งแกร่ง...อ่อนแอเกินกว่าคนคนหนึ่งจะเป็นด้วยซ้ำ”โอเชี่ยนตอบอีกฝ่ายด้วยความสมเพชตัวเอง สองมือที่มีเคยปกป้องใครได้บ้างไหม...

 

“ก็ในเมื่ออ่อนแอแล้วทำไมถึงไม่ร้องไห้ฟูมฟายบ้างเล่า! ไม่เจ็บใจบ้างหรือไงที่อ่อนแอน่ะ!

 

“ไอ้เจ็บใจน่ะมันก็เจ็บใจ ทั้งแค้น ทั้งสมเพช แต่นายรู้ไหม....”

 

“...แทนที่จะเอาเวลาไปร้องไห้สู้ใช้เวลานั้นทำตัวเองให้แข็งแกร่งไม่ดีกว่าหรือ?”

 

                !!!

 

“คนเราน่ะ จะแข็งแกร่งขึ้นก็ต่อเมื่อมีสิ่งที่อยากปกป้อง การมีสิ่งสำคัญเข้ามาในชีวิตก็เท่ากับตอนนี้นายมีทางที่มุ่งไปสู่ความแข็งแกร่ง สมการของความแข็งแกร่งคือความเสียใจบวกกับความเจ็บปวดและยกกำลัง...ด้วยสิ่งสำคัญ แม้ทีแรกจะสูญเสียแต่สุดท้ายก็ได้ความแข็งแกร่งคืนมา มันก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลยไม่ใช่เหรอ?”

 

“เกลียด...”

 

“??”

 

                โอเชี่ยนงงกับถอยคำที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมา

 

“ฉันเกลียดความแข็งแกร่งแบบแก! เกลียดคนที่คิดแบบนี้ทุกคน....เกลียดมากจนอยากทำลาย!!!!

 

                เสียงตะโกนนั้นทำให้หัวใจโอเชี่ยนกระตุกหวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ ความกลัวที่ห่างหายไปเข้าคอบงำเขาอีกครั้ง มันมาพร้อมกับความระแวง สำผัสเย็นชื้นของฝ่ามือสัมผัสที่ผิวหน้าของโอเชี่ยนเบาๆแต่หมาป่าหนุ่มกลับไม่สามารถถอยหนีได้

               

“คนแบบแกเห็นแล้วอยากทำลาย ทั้งๆที่มีสิ่งที่อยากปกป้องเหมือนกัน...มีสิ่งที่อยากจะไขว้คว้าเหมือนกัน แต่ทำไมแกถึงแข็งแกร่งกว่า! ทำไมแกถึงมีชีวิตอยู่อย่างไม่รู้สึกรู้สา! เห็นแล้วอยากทำลาย...ทั้งตัวแก ทั้งเพื่อนแก!

 

“อย่า!!!

 

                โอเชี่ยนตะโกนกลับไปทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น ทำลายเพื่อน....ใบหน้าแรกที่ลอยมาคือเอพริล ตามด้วยแอมเบอร์ คาราเมล และคนอื่นๆ ทำยังไง! ต้องทำแบบไหนเขาถึงจะปกป้องคนเหล่านั้นได้...

 

“อ่อนวอนฉันสิ...ขอร้องฉันสิ....ร้อยทั้งร้อยไม่มีใครสู้ฉันได้...ยืมพลังฉันสิ ฉันเท่านั้นที่สู้กับตัวเองได้...”

 

“อ่ะ....”

 

                โอเชี่ยนเหมือนถูกจำกัดเสีย งถ้อยคำที่จะเปล่งออกไปขาดหายราวกับเป็นใบ้เหมือนนึกถึงใบหน้าของเพื่อนทุกคน ถ้าต้องเสียสละอะไรสักอย่างเพื่อนคนพวกนั้น เขายอม.... แม้ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร แต่ที่ผ่านมาก็เหมือนตัวคนเดียวมาตลอด ใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง ปกป้องตัวเอง ทำเพื่อตัวเอง แต่วันหนึ่งที่มีโอกาสได้จับมือใครสักคนและได้ปกป้องเขา มันก็ไม่อยากปล่อยมือ...มันอยากจะปกป้องให้ถึงที่สุด

               

“ฉัน....”

 

“เลิกล้อลวงลูกศิษย์ฉันเสียที”

 

                น้ำเสียงเรียบสนิทที่คุ้นเคยดังขึ้นด้านหลังของโอเชี่ยนก่อนสัมผัสอบอุ่นจะเกิดขึ้น ร่างของโอเชี่ยนถูกดึงไปด้วยการพาดแขนผ่านบนไหล่ ความตกใจปนตะลึงเกิดขึ้นทั้งเอพริลและร่างที่เชิญชวน

 

“อาจารย์....”
 

++++++++++++++++++++50++++++++++++++++++++
 

 

 

“ข้าไม่อยู่ไม่นาน ดูแลตัวเองไม่ได้เชียวหรือ?”

 

                อะไรคือบรรทัดฐานความไม่นานของอาจารย์กัน...สี่ปี่เนี่ยนะไม่นาน...

 

                โอเชี่ยนบ่นในใจและไม่ได้ตอบอะไรอาจารย์ของตนไป แม้มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของอีกฝ่ายที่ไม่ว่านานเท่าไหร่มันก็ทำให้เขาสบายใจเสมอ ทุกครั้งที่รู้สึกเหนื่อย คงเป็นมือคู่นี้ที่ฉุดให้เขามีแรงเดินต่อ

 

“ศิษย์ข้าไม่เท่าไหร่ แต่เจ้ามีสิทธิ์อะไรเข้ามาในฝันของศิษย์ข้า”

 

                น้ำเสียงทุ้มเรียบสนิทเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความกดดัน มือนั้นยังไม่ปล่อยให้ศิษย์ของตนห่างตัวแม้เล็กน้อย

 

“ก็เพราะว่าถูกสั่งมาน่ะสิ”

 

ร่างนั้นตอบกลับมาอย่างไม่มีปิดบังใดๆ รอยยิ้มแสยะยกขึ้นส่งให้แก่ผู้มาใหม่

 

“ใครสั่งให้เจ้ามาที่นี่กัน”

 

“ราชาของข้าน่ะสิ ท่านมาก็ดีจะได้สงสารน์ไปเลย”

 

                เสียงนั้นดูหยอกเย้ากวนอารมณ์ขึ้นเท่าตัวเมื่อได้ทำงานสองงานไปพร้อมๆกัน

 

“ดูแลเด็กนั่นให้ดี อีกไม่นานราชาแห่งข้าจะไปนำร่างนั้นคืนมา อย่าคิดว่ามันจะมีครั้งทีพวกเจ้าได้ทำตามใจ จตุรเทพ ข้าขอตัว”

 

                ว่าจบร่างนั้นก็สลายไปทันที อาจารย์ของโอเชี่ยนไม่มีการรั้งหรือพยายามจะห้ามแต่อย่างใด เขาทำเพียงเงียบและปล่อยเวลาไปนั้น หมาป่าแดงเองก็ได้เพียงเงียบรออาจารย์พูดอะไรขึ้นมาเท่านั้น

 

“เจ้าดูโตขึ้น....”

 

                โอเชี่ยนยิ้มออกมาเมื่ออาจารย์ของตนเริ่มพูด

 

“...แต่ตัว สมองยังคงเท่าเมล็ดถั่วเช่นเคย”

 

                และอยากให้อาจารย์หุบปากโดยพลัน

 

“ข้าล้อเล่นน่ะ”

 

                เสียงท่านมันมีเค้าโครงความล้อเล่นตรงไหนกันมิทราบครับจารย์! โอเชี่ยนได้แต่กู่ร้องในใจ ทำไมคนที่นิ่งสงบแบบนี้ถึงมาเป็นอาจารย์ของเขาแทนที่จะเป็นอาจารย์ของเอพริลหรือแอมเบอร์เล่า!

 

“นั่นเจ้าก็รู้ว่าพวกเขาไม่มีคุณสมบัติ”

 

“ช่วยอย่าอ่านใจผมจะเป็นพระคุณอย่างสูง”

 

“ข้าเปล่า แต่นี่เป็นความฝันเจ้า เจ้าคิอดอะไรข้าก็ได้ยินทั้งนั้น รวมทั้งเรื่องที่เจ้าอยากให้ข้าหุบป่ะ...”

 

“ฮ่ะๆๆๆ อาจารย์ผมไม่ได้เจอกับคุณตั้งนาน คิดถึงสุดๆ!

 

                โอเชี่ยนรีบจบบทสนทนาด้วยการหันไปกอดอาจารย์ที่รักเต็มแรง มือของอีกฝ่ายยกขึ้นลูบหัวของโอเชี่ยนเบาๆก่อนชายหนุ่มจะคลายอ้อมกอดให้หลวมเล็กน้อย

 

“ผมเหนื่อย...”

 

ชายผู้เป็นอาจารย์ยิ้มบางๆก่อนเอ่ยออกมา“เดี่ยวมันก็ผ่าน อย่าเพิ่งท้อไปศิษย์ข้า หนทางข้างหน้าหนักหนากว่านี้นัก”

 

“หมายความว่าไงครับ?”

 

                โอเชี่ยนผละออกมาทันทีที่ได้ยินอีกฝ่ายพูดแบบนั้น แม้ไม่เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายแต่ก็ได้ยินเสียงถอนหายใจที่นับครั้งได้จากอีกฝ่าย มันทำให้โอเชี่ยนรู้สึกไม่ดีขึ้นมา

 

“ข้าบอกไม่ได้ เจ้าคงได้รู้เอง แต่ทางที่ดีถ้าไม่อยากเสียใครไปดูแลเขาซะโอเชี่ยน ถ้าถึงเวลาที่เจ้าทำไมได้ข้าคงไม่สามารถช่วยอะไรเจ้าได้เช่นกัน”

 

“อาจารย์...”

 

                โอเชี่ยนเรียกอีกฝ่ายแผ่วๆ ก่อนศีรษะจะถูกขยี้จนฟูด้วยความหมันไส้จากอาจารย์ของเขา ความอบอุ่นจากมือคู่นี้ทำให้โอเชี่ยนรู้สึกเหมือนตนกลายเป็นเด็กเจ็ดขวบ...ทำให้นึกถึงความรู้สึกแรกเมื่อเจออีกฝ่าย

 

                สง่างาม ไร้ที่ติ อบอุ่น...และคุ้นเคย

 

“ตื่นได้แล้วศิษย์โง่ เจ้ายังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมิใช่หรือ?”

 

“เอพริล...”

 

“ไปเตรียมตัวต้อนรับเขาซะ”

 

“ห๊ะ?”

 

                ยังไม่ทันที่โอเชี่ยนจะได้ถามอะไรอาจารย์ที่หายหน้าหายตาไปสี่ปีต่อเขาก็รู้สึกได้ถึงแรงเขย่าที่แขนตนเอง พอรู้สึกตัวเขาก็พบกับใบหน้าของเด็กหนุ่มที่คุ้นเคย

 

“คาร่า....”เสียงเขาแหบพล่าจากการตื่นนอนเล็กน้อย ร่างสูงลุกขึ้นนั่งบนโซฟาดีๆก่อนหันไปมองหน้าเด็กหนุ่มที่มีสีหน้าหมองๆ ทั้งตายังบวมเปล่งอีกด้วย

 

                ท่าจะร้องไห้หนักจริงแหะ...

 

“คาร่ามาให้ป๊ะป๋ากอดหน่อยมามะ”

 

                โอเชี่ยนอ้าแขนรอ เขาคิดว่าคาราเมลคงเบ้หน้าแล้วส่านหัวดิกแน่ๆ แต่ผิดคาดเด็กหนุ่มโผลเข้าหาเขาพร้อมทั้งซุกหน้าเหมือนร้องไห้อีกหน เด็กหนุ่มตรงหน้ากลายเป็นเด็กห้าขวบหในพริบตา แอมเบอร์ที่เดินเข้ามาพอเห็นแบบนั้นก็ทำเพียงถอนหายใจ

 

“นายรู้ไหมกว่าจะกล่อมให้เงียบได้นานแค่ไหน?”

 

                ชายหนุ่มผมแพตตินั่มบอนด์บ่นเป็นนัยๆ เขาทำเพียงมองคาราเมลที่สะอึกสะอื้นเท่านั้นไม่ได้เข้าไปช่วยปลอบหรือโอ๋อะไร

 

“เมื่อกี้ฉันฝันเห็นอาจารย์”

 

“นายก็ด้วยเหรอ?”

 

                โอเชี่ยนเบิกตาโพลงเมื่ออีกฝ่ายถามกลับมาแบบนั้น เขามองแอมเบอร์ที่เปิดปิดฝาโทรศัพย์เล่นอย่างตกตะลึง

“อย่าบอกว่า...”

 

“เขาโทร.มาหาฉันเมื่อตอนที่ออกจากห้องนี้ไปเมื่อเช้าน่ะ ไม่คิดหรอกว่าจะโทร.มาหายไปตั้งสี่ปี”

 

                โอเชี่ยนมองแอมเบอร์แล้วถอนหายใจ มือเรียวยังลูบหลังคาราเมลอยู่ทั้งๆที่อีกฝ่ายร้องไห้จนหลับไปแล้วก็ตาม

“คนที่ติดต่ออาจารย์ตัวเองอยู่ตลอดก็คงมีแต่เอพริลสินะ”นัยน์ตาสีส้มทอดมองไปยังร่างที่ยังหลับสนิทด้วยอาการกึ่งเป็นกึ่งตายอยู่บนเตียง

 

“อย่าใช้คำว่าติดต่อเลย ใช่คำว่าอยู่ด้วยกันตลอดอาจจะเหมาะกว่า”แอมเบอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆก่อนจะมองไปที่หมาป่าสีน้ำเงินเช่นกัน

 

“อาจารย์บอกให้เตรียมตัวต้อนรับแต่ฉันไม่รู้ว่าใคร”

 

“นายก็ด้วยเหรอ?”

 

“อีกแล้วเหรอ?”

 

                โอเชี่ยนบ่นงึมงัมก่อนจะเอนหลังพิงโซฟาไป สมองก็คิดไม่ตกว่าใครจะมา

 

“หรือจะเป็นเมย์คายล์”ชายหนุ่มโพลงถามขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ถึงบุคคลอันตรายสำหรับเขาที่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับเอพริล

 

“พี่เมย์คายล์ทำภาระกิจอยู่ที่จีน งานไม่เสร็จคงไปไหนไม่ได้ เช็คดูแล้วงานยังไม่คลืบหน้าเลย”

 

                โอเชี่ยนเบ้หน้าเล็กๆเมื่อได้ยินแอมเบอร์เรียกคนอื่นนำหน้าด้วยคำว่าพี่ สำหรับเขาแล้วไม่จำเป็นเพราะคนที่กล่าวถึงห่างกับแอมเบอร์เพียงปีเดียว และเขาก็แก่กว่าแอมเบอร์และเอพริลหนึ่งปีเช่นกัน

 

“จะเป็นใครก็ช่างเถอะ ย้ายเอพริลกลับไปที่หน่วยก่อนไหม?”

 

                โอเชี่ยนตัดบทความเครียด แอมเบอร์เห็นด้วยเป็นอย่างสูงจึงรีบโทร.ไปเรียกบุรุษพยาบาล พยาบาล รวมทั้งแพทย์ส่วนตัวของเอพริลขึ้นมาเพื่อจัดการย้าย ก่อนจะสั่งให้โอเชี่ยนนำคาราเมลกลับไปก่อน ทางนี้เขาจะจัดการเอง โอเชี่ยนนั้นก็รับคำอย่างไม่เต็มใจแต่ก็ยอมทำตาม เขาพาร่างนั้นขึ้นรถของหน่วยที่เตรียมไว้เพื่อกลับไปที่หน่อย พอถึงที่นั่นก็ยังอุตส่าห์แบกร่างคาราเมลไปไว้ที่ห้องฟังในสำนักงานด้วยตัวเอง

 

“ขอโทษนะคาร่า...พวกป๊ะป๋าพาเรามาเหนื่อยจริงๆ”

 

                โอเชี่ยนกล่าวขอโทษกับคนที่ไม่ได้สติ ไม่ใช่ว่าขี้ขลาดอะไรแต่เพราะรู้ว่าถ้าคาราเมลตื่นอยู่แค่เขาอ้าปากอีกฝ่ายคงจะกระโดดปิดปากแล้วทำหน้าดุๆใส่เขาแน่ แม้เวลาไม่นานแต่เขาก็ก็จับนิสัยอีกฝ่ายได้ดี

 

                ดูแลเด็กนั่นให้ดี อีกไม่นานราชาแห่งข้าจะไปนำร่างนั้นคืนมา...

 

                คำพูดในความฝันนั่นมันยังคงติดในความทรงจำเขาอย่างดี ดูแลเด็กนั่น...คำว่าเด็กทำให้คนแรกที่โอเชี่ยนนึกถึงก็คือคาราเมล ความกังวลเริ่มเจาถาถมเขาอีกหน

 

“จะมีใครมาพรากนายไปจากพวกเราหรือเปล่าคาราเมล....”

 

                มือเรียวยกขึ้นเพื่อลูบหัวของเด็กหนุ่มเหมือนที่อาจารย์เคยทำให้เขา มันเป็นวิธีปลอบใจที่ดีที่สุดเท่าที่เขาคิดได้แล้วตอนี้ เขารู้ว่าภายในจิตใจของคาราเมลยังไม่คงที่เท่าที่ควร คงต้องใช้เวลาสักพัก

 

“หมายความว่าไง....”

 

“อ่ะ...แอมเบอร์”

 

                โอเชี่ยนเรียกอีกฝ่ายอย่างตกใจ ไม่คิดว่าร่างนั้นจะตามาเร็วขนาดนี้ นัยน์ตาสีส้มมองอีกฝ่ายครู่หนึ่งก่อนจะหลุบมองพื้น

 

“ฉันแค่เป็นห่วงน่ะ กลัวว่าคาร่าจะไปทำอะไรเสี่ยงๆ”

 

                โอเชี่ยนเลี่ยงจะตอบความจริงออกไป เขารู้ว่าแอมเบอร์ขี้กังวลกว่าเขาขนาดไหน แม้เหมือนจะไม่คิดอะไรแต่คนที่คิวิตกไปไกลกว่าเพื่อนก็คือแอมเบอร์นี่แหละ อีหฝ่ายพยักหน้าเข้าใจก่อนจะทิ้งตัวลงข้างๆชายหนุ่ม

 

“เอพริลพักอยู่ห้องถัดไป ถ้าอยากไปดูความเรียบร้อยก็ตามสะดวก แต่ก่อนอื่นฉันมีเรื่องอยากจะคุยก่อน”

 

“หา? มีอะไรงั้นเหรอ?”

 

                โอเชี่ยนละสายตาจากคาราเมลขึ้นมามองหน้าเพื่อนร่วมงาน แอมเบอร์กอดอกมองไปที่พื้นด้วยความเรียบเฉย ก่อนเอ่ยออกมา

 

“เรื่องคนที่อยู่กับเราตอนเด็กน่ะ”

 

“หืม?”

 

                โอเชี่ยนคางในลำคออย่างไม่เข้าใจ

 

“ฉันคิดว่าตอยที่เราเด็กๆมีคนที่อยู่กับพวกเราด้วยหนึ่งคน แต่นึกไม่เท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าใคร”

 

“นายคิดไปเองหรือเปล่า?”โอเชี่ยนถาม

 

“ถ้างั้นแล้วใครตั้งชื่อให้นาย?”

 

                คำถามนั้นทำเอาโอเชี่ยนเงียบไปชั่วคราว พอลองมาคิดดูดีๆแล้วทุกคนก็เรียกเขาว่าโอเชี่ยนมาตั้งนาน และเขาก็จำไม่ได้ด้วยว่าตัวเองชื่อนี้ อาจจะมีที่อาจารย์เรียกเขาต่างไปบ้าง แต่คนอื่นๆก็เรียกแบบนี้หมด

 

“ไม่ใช่พวกนาย....”

 

“ไม่ใช่พวกฉัน หรือพวกคุณพ่อแน่ ฉันมั่นใจ นึกออกไหมว่าใคร?”

 

                ชายหนุ่มผมแดงยกมือขึ้นลูบคางพลางนึกให้ออก ใครกันที่ตั้งชื่อให้เขา ถ้าไปถามอาจารย์น่จะได้ความแต่อีกฝ่ายกับไม่สามารถติดต่อได้เนี่ยสิ

 

“รู้แค่ว่าอบอุ่น...”โอเชี่ยนพึมพัม

 

“อ่อนโยน...”แอมเบอร์พึมพัมตาม

               

“บริสุทธิ์...”

 

“สง่างาม...”

 

                ลักษณะคนดังกล่าวเริ่มออกมาทีละคำ แต่จนแล้วนรอดก็นึกกันไม่ออก

 

“ฉันว่ารอให้เอพริลตื่นแล้วค่อยคุยเรื่องนี้กันอีกรอบเถอะ”

 

                โอเชี่ยนพยักหน้าเกห็นด้วยอย่างยิ่ง คนที่เก่งความจำคนเดียวก็คือเอพริลเท่านั้น โอเชี่ยนเงียบลงเมื่อจบบทสนทนา สมองเริ่มคืดไตร่ตรองต่างๆนานาก่อนจะนึกบางเรื่องขึ้นมาได้

 

“เอ้อ!...ฉันว่าจะถาม....”

 

                พลั่ก!!!/อั่ก!!!

 

                โอเชี่ยนที่กำลังจะอ้าปากถามบางอบ่งกับแอมเบอร์ถูกท่อนแขนเรียวฟาดเข้าอย่างแรงที่ลำคอ คำพูดที่คิดไว้หายเข้าไปในลำคอเมื่อโดนโจมตีโดยไม่รู้สึกตึว นัยน์ตาสีส้มเห็นใบหน้าตื่นตะหนกที่ยากจะได้เห็นของแอมเบอร์อยู่ที่หางตา

 

“นาย...!!!!

 

                พลั่ก!

 

                ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรต่อแอมเบอร์ก็ถูกถีบไปติดพนังอย่างแรงจนจุก ร่างหนาลุกไม่ขึ้นเลยทีเดียว ตัดมาทางโอเชี่ยนร่างนั้นกำลังเบิกตามองร่างที่ปรากฎตรงหน้าด้วยความตกใจ ดวงตาเรียวสองสีภายใต้กรอบแว่นทำให้เขาตกใจ เส้นผมสีดำสนิทราวขนอีกาทำให้โอเชี่ยนมั่นใจว่ามองไม่ผิด

 

“อ่ะ...เอพริล?”

.

.

.

จากเข้มแข็งก็อ่อนแอได้ไม่ยาก

มันลำบากเมื่อหมาป่าขาดหัวใจ

.

.
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

.ขออภัยที่มาช้ามากครับ! ขอโทษจริงๆ ม่วงแต่ปั่นฟิคไททั่นอยู้(แถมไม่เสร็จเพราะต้องไปปั่นรักการอ่านT^T)

ขอโทษอีกทีก็แล้วกันครับ!
เม้นหน่อยเถอะครับT^T

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #190 เด็กแว่นสีชมพู (@whitebaby) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2556 / 19:07
    เอพริลเป็นไรไป
    #190
    0
  2. วันที่ 8 สิงหาคม 2556 / 22:19
    มาต่อไวๆนะ
    #81
    0
  3. วันที่ 6 สิงหาคม 2556 / 17:16
    มาต่อไวๆน๊าาาาาาาาา
    #80
    0
  4. #79 whitemare (@whitemare) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 19:57
    สนุกมากค่ะ! ^^!
    #79
    0