Little Sheep or Werewolf แกะตัวนั้นที่มันเป็นหมาป่า

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 24,309 Views

  • 485 Comments

  • 1,072 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    47

    Overall
    24,309

ตอนที่ 16 : Chapter#12 +::[หมาป่าที่แปลงร่างได้!{100%}}::+

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1215
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    25 ก.ค. 56

:)  Shalunla

Chapter#12

หมาป่าที่แปลงร่างได้!

.

.

.

ความจริงแล้วพี่หมามีหลายร่างใช่ป่ะครับ?

เห็นทำท่าทีลับๆเหมือนแอบอยู่

.

.

.

 

“สรุปแผนตามนี้ ดังนั้นกลับไปที่หน่วยกันเถอะครับ”

 

                เด็กหนุ่มสรุปรวมยอดก่อนจะทำท่าทีจะลุกขึ้นจากเตียงแต่ก็ต้องกลับไปทีเดิมเมื่อเจอสายตาพิฆาตสามคู่รวมกัน

“จริงอยู่ที่ว่าเราจะมาแต่งตัวที่นี่คงไม่เหมาะ และควรจะกลับไปแต่งตัวที่หน่วย...”คาราเมลพยักหน้าประกอบการพูดของโอเชี่ยน“...แต่ป๊ะป๋ายังไม่ได้บอกเลยนะว่าจะให้คาร่าออกจากโรงพยาบาลตอนนี้น่ะ!

 

“ฉันยังไม่ได้บอกด้วยว่าจะให้นายจัดการงานนี้”

 

                แอมเบอร์พูดเสริมด้วยใบหน้าเรียบเฉย ดูจากท่าทีแล้วคมราเมลดูยังไม่พร้อมพอจะพาออกไปตะลอนๆ ยิ่งไม่แน่ใจด้วยว่าพวกตนจะต้องลงสนามไปด้วยหรือเปล่า

 

“แอมเบอร์ครับ นี่มันงานของผมนะ”

 

                เด็กหนุ่มค้านเสียงอ่อน อย่างน้อยๆแม้ว่าอาจจะช่วยอะไรไม่ได้มากแต่อย่างน้อยก็ขอให้ได้แต่งตัวให้เอพริลก็ยังดี! หมาป่าทั้งสามหันมองหน้ากันเองก่อนเบนกลับไปมองที่หมาป่าน้องใหม่ที่ทำสายตาวิ๊งวับอ้อนให้พวกเขายอมอนุญาติ และด้วยสายตาหมาน้อยแสนจะน่าสงสารทำให้ทั้งหมดยอมใจอ่อนในที่สุด

 

“งั้นเราพาหม่าม๊าไปเตรียมตัว ตัดชุด ยัดหน้าอกปลอมกันเลยดีกว่านะเออ”

 

 

“ชุดผู้หญิง?”

 

                เบสเซลทำหน้างงเมื่อได้รับคำสั่งโดยตรงจากหัวหน้าที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาในสภาพชุดคนไข้ นัยน์ตาสีฟ้าไล่มองคนผมคาราเมลและแดงที่ยิ้มแฉ่ง คนผมเหลืองอ่อนๆที่ทำหน้านิ่งสนิทและคนผมดำที่หน้าเหมือนอยากจะตายไปจากโลกนี้

 

“ได้น่ะมันก็ได้หรอกครับ”ร่างสูงยิ้มกริ่มก่อนจะคว้าตัวคาราเมลเข้าไปกอด”ผมเป็นห่วงคุณนะครับ เล่นหลับไปนานขนาดนี้คราวหลังอย่าทำอะไรเสี่ยงๆนะครับ”

 

                ทั้งรูปสถานการณ์และประโยคที่เบสเซพูดจากมุมมองของคาราเมลแล้วเบสเซลคงเป็นห่วงเขาจริงๆ แต่หากมองให้มุมมองของคนที่เห็นใบหน้านั้นชัดเจนคงมั่นใจแบบแน่นอนว่าอีกฝ่ายกำลังยั่วโมโหแอมเบอร์อยู่เป็นแน่แท้ ยิ่งรอยยิ้มแสยะนั่นมันก็มากพอให้โอเชี่ยนต้องรั้งคอเสื้อแอมเบอร์ไว้ไม่ให้พุ่งไปใส่อีกฝ่าย

 

“แล้วจะจัดการให้เสร็จได้ภายในครึ่งชั่วโมงไหมครับ?”

 

                คาราเมลที่ดันตัวอีกฝ่ายออกเอ่ยถาม เบสเซลก็ยิ้มรับก่อนมือเรียวว่างเปล่าจะปรากฎสายวัดตัวขึ้นมา นัยน์ตาคู่สวยย้ายไปที่เอพริลจนอีกฝ่ายสะดุ้ง

 

“ผมเองก็อยากวัดตัวคุณหมาป่าสีน้ำเงินอยู่ตั้งนานแล้ว คุณเป็นคนเดียวที่ส่งขนาดเสื้อผ้ามาโดยไม่ให้ผมวัด”

 

                ความสยองเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณเมื่อเบสเซลแลบลิ้นเลียริมฝีปากหมือนกระหายเต็มทน เอพริลค่อยๆถอยหลังไปอย่างหวาดหวั่น

 

“มาให้ผมวัดตัวนะครับ ที่รัก”

 

“ใครที่รักคุณ ว๊ากกกกกกกก อย่า!!!!!!!!! อย่าจับตรงนั้น! หยุดนะไอ้บ้า!!! เฮ้ย!!!!!!! โอเชี่ยน! โอเชี่ยน!!! โอเชี่ยน!!!!!!!!!! ช่วยด้วย!!! อ๊ากกกกกกกกกก”

 

“ม่ะ...ไม่ไปช่วยจะดีหรอครับ”

 

                คาราเมลยกมืออุดหูตัวเองจากเสียงที่โคตะระดังจากเอพริล ฝั่งคนที่ถูกถามก็ค่อยๆหันใบหน้ามาทางคนถาม

 

“ย่ะ...อย่าถามแบบนั้นได้ไหมคาร่า รู้ไหมว่าป๊ะป๋าอดทนแค่ไหน?”

 

                โอเชี่ยนว่าเสียงสั่นๆ ก่อนจะค่อยๆเดินไปแตะไหล่เบสเซลที่ยัรังแกคุณหมาป่าสีน้ำเงินจนสติเตลิดไม่เลิก

“ครับ?”

 

“เลิกเล่นเถอะครับ”

 

                รอยยิ้มพิมใจถูกส่งไปให้เบสเซล ส่วนฝั่งคนโดนทารุณกรรมด้วยการวัดตัวก็รีบวิ่งหน้าตั้งไปหลบหลังโอเชี่ยนโดยไม่ต้องรอคำสั่ง

 

“ฮ่ะฮ่ะ... ไอ้จิตสังหารระดับล้มควายนี่มันอะไรน่ะครับ ฮ่ะฮ่ะ..”คาราเมลบ่นแผ่วไม่ให้ดังมาก

 

 

“แต่เห็นแบบนี้แล้วนึกถึงสมัยก่อนนะ”

 

“ครับ?”เด็กหนุ่มหันไปมองคนที่อยู่ๆก็พูดขึ้นมา ใบหน้าคมเรียบเฉยแต่กลับแสดงออกมาว่ามีความสุข

 

“เมื่อก่อนเอพริลก็ชอบหลบหลังโอเชี่ยนแบบนี้นั่นแหละ ถึงฉันจะรู้จักหมอนั่นมานานกว่าแต่ก็กลับไม่เคยหลบหลังฉัน แต่กับโอเชี่ยนที่เพิ่งเจอกันตอนอายุเจ็ดขวบหมอนั่นกลับกล้าที่จะหลบหลังหมอนั่น ประหลาดคน”

 

                ร่างสูงบ่นพึมพัมเปล่าๆ ดวงตาสีสวยคล้ายกำลังคิดถึงอดีตที่ผ่านไปราวกระแสน้ำที่ไม่มีวันไหลย้อนกลับ น่าแปลกที่กระแสน้ำแห่งความสุขมันไหลผ่านไปแล้วผ่านไปเลย นานทีปีครั้งที่จะย้อนนึกถึงมันผิดกับกระแสน้ำแห่งความเจ็บปวดที่มันไม่มีทีท่าว่าจะไหลไปหไนเลย มันกลับหยุดนิ่งราวกับมันเป็นน้ำแข็งที่เย็นเฉียบที่ไม่ว่ายังไงก้จะหยุดตรงที่เดิมและพร้อมจะแช่แข็งหัวใจให้หนาวเหน็บ

 

“หม่าม๊าดูไม่ใช่พวกที่จะชอบหลบหลังใครเลยนะครับ”

 

                เด็กหนุ่มที่หลงเข้าไปนความคิดตัวเองครู่หนึ่งถามขึ้นหลังจากเรียกตัวเองกลับมาได้ ร่างสูงหันมองก่อนเอ่ยตอบเสียงเรียบ

 

“พวกฉันคงลืมเล่าให้นายฟังว่าเมื่อก่อนเอพริลป่วยหนักและร่างกายอ่อนแอมาก ความจริงหมอนั่นตายไปแล้วครั้งหนึ่งด้วยซ้ำ”

 

                !!!!

 

“แล้วทำไม...เขายังมีชีวิตอยู่ล่ะครับ?”

 

“เรื่องนั้น...สักวันนายก้จะรู้เอง”แอมเบอร์ตอบกลับก่อนหลุบตามองพื้น

 

                มือเย็นๆจากเครื่องปรับอากาศยื่นมาจับที่หลังคอของแอมเบอร์จยอีกฝ่ายสะดุ้ง เด็กหนุ่มยิ้มอ่อนๆออกมา

 

“อย่าเสียใจไปเลยครับที่ปกป้องคนสำคัญไม่ได้ สุดท้ายอย่างน้อยคุณก็ได้พยายาม”

 

“ความพยายามน่ะมันงดงามเสมอนะแอมเบอร์”

 

“แอมเบอร์??”

 

                เด็กหนุ่มเอ่ยนามอีกฝ่ายเมื่อร่างสูงนิ่งไป ชายหนุ่มค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาแม้ปากจะไม่ได้ขยับยิ้มแต่ด้วยความรู้สึกที่สื่อผ่านดวงตามานั้นมันทำให้คนมองเห็นว่าเขายิ้ม

 

“อย่าทำหน้าแบบนั้น ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”

 

“นี่แม่จ๋า”โอเชี่ยนเรียก

 

“อะไรเหรอพ่อจ๋า?”เอพริลขาน

 

“พักนี้...แอมเบอร์ยิ้มบ่อยขึ้นหรือเปล่าแม่จ๋า?”

 

“เขาไม่ได้ยิ้มสักหน่อย ทำไมพ่อจ๋าคิดแบบนั้นล่ะ?”

 

“ก็ความรู้สึกมันใช่อ่ะ”

 

“....”

 

                ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งห้องจากบทสนทนาชวนปุเลี่ยนจากหมาป่าน้ำเงินและแดง ทั้งคู่เองก็คงจะพอจับสังเกตได้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็เลยก้มหน้ามองพื้นด้วยกันทั้งคู่

 

“หึ..ไอ้ฉันก็นึกว่าใครที่ไหนว่าโวยวายอยู่แถวนี้ ที่แท้ก็ได้พวกไร้ความสามารถ”

 

“คุณกิล”

 

                เอพริลกดเสียงต่ำเมื่อเห็นแขกไม่ได้รับเชิญที่เข้ามาในวงสนทนาโดยไม่มีใครเชิญแม้สักคน ชายวัยกลางคนกระตุกยิ้มพราวราวกับตัวเองเหนือกว่าเสียมากมาย แววตานั้นดูเย้ยหยันจนน่าหมั่นไส้

 

“ยังจะพยายามกันอีกเหรอ...ไร้สาระ พวกแกมันไม่มีฝีมือ รีบๆเอางานมาให้ทางฉันแล้วกลับบ้านไปดูดนมนอนไป ฮ่ะฮ่าๆๆๆ”

 

“คนที่กว่าจะมาเป็นหัวหน้าหน่วยได้ก็เล่นซะอายุเข้าเลขห้าอย่างคุณมีสิทธิ์มาพูดด้วยเหรอครับ?”โอเชี่ยนว่าพลางยิ้มบ้าง พวกเขาทั้งหมดจะรวบเบสเซลด้วยก็ได้ ต่างเป็นคนที่ได้ตำแหน่งสูงๆทั้งๆที่อายุยังไม่พ้นเลขสองเสียด้วยซ้ำ

 

“ว่าไงครับ?”โอเชี่ยนเอียงคอเหมือนน่ารักแต่กลับแผ่จิตสังหารกดดันเต็มที่

 

“ไอ้พวกปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ฉันจะรอดูวันที่พวกแกมาขอร้องให้ฉันช่วย!”กิลพูดเสียงกระชากก่อนจะเดินหนีออกไป

 

“เสียใจที่คงไม่มีวันนั้นนะตาแก่”

 

                แอมเบอร์ที่ยืนมองอยู่เอ่ยไล่หลังไปด้วยน้ำเสียงที่เหนือกว่าก่อนนัยน์ตาสีม่วงจะเสมองคนข้างๆที่กัดฟันกรอดด้วยอารมณ์อดกลั้นเต็มกลืน

 

“เขายังไม่เลิกทำตัวแบบนี้ทางผมก็แย่นะครับ”เบสเซลเอ่ยเรียบๆพลางมองที่คาราเมลที่ยังคงจ้องแผ่หลังนั้นด้วยนัยน์ตาแข็งกร้าว

 

“ใครฆ่าเจ้านั่นได้ผมจะยอมหอมแก้มเลย!!

 

                ดูช่างเป็นค่าตอบแทนที่น่าขบขันแต่หากว่าตรงที่แห่งนี้นั้นยังมีคนหวังในค่าตอบแทนนั้นอยู่

 

“ไปเลยดีมะ?”

 

“น่าสนนะครับเนี่ย”

 

“พอเลยครับเบสเซล โอเชี่ยน!

 

                ชายหนุ่มผมดำส่ายหัวเบาๆด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ ลำพังแค่เรื่องปลอมตัวเขาเองก็เหนื่อยใจจะตายอยู่แล้ว ถ้าต้องมาคอยห้ามทัพไม่ให้พวกตัวเองไปฆ่าคนอื่นอีกคงไม่ไหว ร่างโปร่งงถอนหายใจหนักเรื่องปวดหัวพวกนี้ทำไมต้องมาตกที่เขาคนเดียวทุกทีเลย

 

“เอาล่ะครับเบสเซลคุณไปตัดชุดเถอะครับ ทางผมจะเอาหม่าม๊าไปแปลงโฉม”

 

                คาราเมลเอ่ยขึ้นพลางผ่อนลมหายใจเบาๆ เบสเซลมองหน้าอีกฝ่ายก่อนยิ้มบางๆพักเรื่องการฆ่าหันศพใครสักคนในองกรณ์เดียวกันไปก่อน เบนสายตากลับมาที่เอพริลทางนั้นกลับทำท่าไหล่ตกชนิดปแลงไม่ได้กับชีวิตที่เป็นอยู่จนโอเชี่ยนต้องเดินเข้ามาตบไหล่เบาๆเพื่อเป็นการปลอบใจ

 

“แล้วจะเริ่มจากอะไรล่ะ?”

 

                แอมเบอร์เอ่ยถามหลังจากที่คุณช่างตัดเสื้อเดินออกไปแล้ว ทุกคนเบนสายตาไปที่ตัวต้นคิดอย่างคาราเมล เด็กหนุ่มยกมือขึ้นลูบคางอย่างพิจารนาร่างตรงหน้า

 

“ถอดแว่นได้ไหมครับ?”

 

“ไม่!

 

                เอพริลตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด นัยน์ตาสีดำมองที่เด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างระแวงขึ้นมา เขายังจำคำพูดของเด็กหนุ่มตรงหน้าได้ดี ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะลืมไปบ้างเพราะเกิดเรื่องขึ้นแต่การได้มาจ้องตากันแบบนี้มันทำให้เขานึกขึ้นได้

 

“จะระแวงอะไรหนักหนาครับ”

 

                คาราเมลเดินเข้าไปกระซิบถามพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ เอพริลก็ไม่ได้น้อยหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์รับอีกฝ่าย นัยน์ตาสองสีสบกันเหมือนจะฆ่ากันให้ตายด้วยสายตา บรรยากาศมันหนักขึ้นจนอีกสองคนรู้สึกได้

 

“พวกนาย....”

 

“เอาล่ะครับหม่าม๊าขั้นแรกต้องมาทำให้เอวคอดๆก่อนนะครับ!

 

                เด็กหนุ่มเปลี่ยนเรื่องพลันเมื่อจับได้ว่าอีกสองคนรู้สึกตัว เอพริลผงะถอยหลังไม่ใช่เพราเรื่องที่อีกฝ่ายเปลี่ยนหัวข้อการพูดคุยเฉย แต่เรื่องทำเอวคอดต่างหกา ลางสังหรณ์แห่งฝ่ายบัญชี(?)บอกเขาว่ามันต้องลำบากเป็นแน่แท้...

 

“นี่ครับเดอะ คอร์ซิท (The Corset) ที่รัดเอวของดัชเชสในสมัยก่อนที่จะใช้รัดเอวให้เข้ารูปสวย”

 

                คาราเมลชูของที่ไม่รู้ไปคว้ามาจากไหนขึ้น มันมีลักษณะเป็นเกาะอกที่ถูกยึดเข้าด้วยกันด้วยเชื้อเส้นเล็กๆ เอพริลที่เห็นของสิ่งนั้นก็ทำหน้าแหยทันที มองก็รู้แล้วว่ามันอึดอัดแน่ๆ

 

“มาให้ผมใส่เถอะนะครับหม่าม๊า”ทั้งที่อีกฝ่ายพูดธรรมดาแต่ทำไม่รู้เอพริลถึงเห็นคนตรงหน้าเป็นปีศาจที่น่ากลัว...

 

“แอมเบอร์ ป๊ะป๋า ถอดเสื้อหม่าม๊าครับ!

 

yes’sir!

 

“เฮ้ยๆๆๆ เดี๋ยวๆๆๆ”

               

เอพริลแหกปากอีกรอบของวัน แอมเบอร์ตรงเข้ามาล็อกแขนหมาป่าสีน้ำเงินไว้ ฝั่งโอเชี่ยนก็เข้ามาทำท่าจะปลดกระดุมเสื้ออีกฝ่าย

 

“น่ะ..นี่พ่อจ๋า^^;

 

“อะไรเหรอแม่จ๋า^^

 

“เรายังรักกันอยู่ใช่ไหม?”

 

“แน่นอน”

 

“งั้นปล่อยแม่จ๋าไปเถอะ

 

                โอเชี่ยนยังคงยิ้มอยู่ ทางเอพริลก็ยิ้มสู้เต็มที่การที่อีกฝ่ายนิ่งไปมันทำให้เขามีความหวัง...

 

“ไม่ได้”

 

                ความหวังพังทลายแล้วจ้า...

 

“ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก”
 

+++++++++++++++++++++++++55+++++++++++++++++++++

 

“ชุดนี้ผมออกแบบมาให้เพื่อที่ว่าเป็นได้ทั้งชายและหญิงนะครับ เพื่อฉุกเฉิน”เบสเซลที่มีออร่าเปล่งประกายยิ้มพลางอธิบายให้พวกคาราเมลฟัง

 

                หลังจากการจับเอพริลรัดเอวและยัดฟองน้ำแทนหน้าอก เบสเซลที่ทำงานไวเกินคราด(อาจจะด้วยใจรักอยากตัดให้)ตอนนี้เอพริลจึงถูกโยนเข้าห้องแต่งตัวไปพร้อมกับถุงเสื้อผ้า พร้อมคำขู่ว่าหากไม่ยอมแต่งดีๆจะให้เบสเซลจับใส่ และแน่นอนว่าคนที่ถูกเอาไปเป็นคำขู่ไม่รู้ถึงเรื่องนี้

 

“อ๊ะ! ออกมาแล้วครับ”

 

                คาราเมลชี้ไปทางประตูที่ถูกเปิดออกเล็กน้อย เอพริลโผล่ศีรษะที่ถูกจับใส่วิกผมสีดำยาวออกมาก่อน

 

“จะ...จะให้ออกไปเหรอ?”

 

                ท่าทีประหม่าแบบหาได้ยากยิ่งของเอพริลทำเอาโอเชี่ยนต้องหันหลังให้เพื่อกลั้นหัวเราะเต็มที่

 

“ออกมาเถอะครับหม่าม๊า”คาราเมลว่าก่อนเดินไปดึงมืออีกฝ่าย

 

“ต่ะ...แต่...”

 

“ไม่มีแต่...นะ-ครับ”

 

                เอพริลอยากจะกรีดร้องให้สุดเสียงเสียเดี๋ยวนั้น อยากที่เดาไว้ไม่ผิด คาราเมลน่ากลัวกว่าที่เขาคิดในหลายๆความหมาย ใบหน้าที่ยังยิ้มอ่อนหวานแต่ฉากหลังมันดันเป็นกลุ่มไอดำมืดแห่งนักเผด็จการไปเสียได้ นัยน์ตาสีดำมองผ่านไปยังเพื่อนสมัยเด็กที่ยังตีหน้านิ่งไม่เลิกลาด้วยสายตาขอความช่วยเหลือเต็มแก่

 

                ไม่ไหว แบบนี้ตายแน่ๆ อายจนจะแทรกแผ่นดินหนีอยู่แล้ว!

 

                ทางฝั่งแอมเบอร์ไม่รู้ว่าจงใจหรือว่าไม่เข้าใจความหมายของสายตานั้นจริงๆกันแน่ พ่อหมาป่าดำยังคงมองด้วยใบหน้านิ่งๆจนเอพริลรู้สึกหมดปัญญาจะแก้ไข คิดได้อย่างเดียวว่ามันคงไม่มีอะไรเสียหายไปมากกว่านี้แล้ว

 

“ออกไปก็ได้ ชิ...”

 

“อ่ะ...”

 

O[]O>>>สีหน้าคาราเมล

 

(. .)>>>แอมเบอร์(ไม่แน่ใจว่าใช่สีหน้าหรือเปล่า?)

 

^_^>>>เบสเซล

 

O///O>>>โอเชี่ยน

 

                เอพริลยืนท้าวเอวด้วยใจที่คิดว่าคงไม่มีอะไรจะเสียแล้ว มองดูสีหน้าแต่ละคนด้วยความคิดปลงสุดๆ สมองมันสั่งการล่วงหน้าว่าเสร็จงานนี้เมื่อไหร่ให้เขาไปเข้าวัดเข้าโบถส์ทำบุญล้างซวยได้เลย!

 

“หม่าม๊าสวยมากเลยคร๊าบบบบบ”คาราเมลพุ่งเข้ากอดร่างโปร่งทันที

 

“ก็แค่เสื้อไหม้พรมเปิดไหล่สองข้าง กางเกงหนังสีดำขายาว กับรองเท้าบูทครึ่งแข้งสีเทา นายจะอายทำไม ไม่ได้ใส่กางเกงขาสันกับเสื้อเกาะอกสักหน่อย”แอมเบอร์ว่าเสียงเรียบๆ ตอนแรกเขาคิดว่าเพื่อนจะใส่อะไรแบบที่เขาพูดเสียแล้ว

 

“คนที่ไม่ต้องมาใส่เสื้อเปิดไหล่แบบผมจะไปรู้อะไร”เอพริลว่าก่อนจะปัดปอยผมที่มาอยู่บนไหล่ไปด้านหลัง นัยน์คมมองผ่านแว่นด้วยแววตาไร้ความรู้สึก

 

“กลายเป็นมาดราชินีไปแล้วแฮะ”

 

                คาราเมลมองด้วยอาการเหงื่อยตก การปลงได้มันทำให้เอพริลเปลี่ยนไปมาก เล่นซะเขาเองอึ้งไปเลย

 

“แล้วป๊ะป๋าจะหน้าแดงทำไมล่ะครับ?”

 

“เอ่อ...ก็..เอพริลสวยง่ะ(-,.-)d

 

“แว๊กกกกก ป๊ะป๋าเลือดกำเดาไหลแล้วครับ!!!

 

 

“สรุปนายต้องเข้าไปลองพูดคุยกับพวกโฮตส์เพอื่เก็บข้อมูล แล้วก็คอยสังเกตคนที่ท่าทางน่าสงสัย ฆาตกรใช้มีดเป็นอาวุธเพราะงั้นระวังตัวหน่อย”แอมเบอร์อธิบายในขณะที่กำลังเช็คภาพจากกล้องวงจรปิดภายในผับ

 

“แล้วผมจะรู้ได้ไงว่าใครเป็นผู้ต้องสงสัย?”เอพริลว่าพลางค้อมตัวลงมามองภาพในจอ

 

“พวกเราจะดูจากกล้องวงจรปิดนี่ ถ้ามีบุคคลน่าสงสัยฉันจะสั่งนายให้เข้าประชิดคนคนนั้นเอง”

 

“คนร้ายสูงประมาณผมดังนั้นจึงสูงไม่เกินร้อยเจ็ดสิบห้าแน่นอน เสียงเป็นเสียงเล็กๆนุ่มๆที่ฟังแล้วไม่น่าใช่เสียงที่ดัดหรือผ่านเครื่องแปลงเสียงดังนั้นเราจะจำกัดวงแค่ผู้หญิง เด็กผู้ชาย สองกลุ่มนี้เท่านั้น”

 

                คาราเมลว่าพลางชู้สองนิ้วด้วยใบหน้าจริงจัง เขาเองจะประสานงานด้วยอีกคน สมาชิกโวคห้าคนได้แก่แอมเบอร์ โอเชี่ยน คาราเมล เบสเซล และเรวินที่ถูกเรียกตัวมากระทันหันจะรอเอพริลอยู่ในรถตู้ที่มองเผินๆเหมือนรถบริษัทรับกำจัดปลวก รถตู้จะจอดอยู่ซอยถัดไปจากผับหนึ่งซอยเพื่อไม่ให้ใกล้เกินไปจนเป็นที่สะดุดตา

 

“โฮตส์คลับที่นี่ความจริงต้องถูกปิดเสียด้วยซ้ำเพราะว่ามีเดอายุต่ำกว่าสิบแปดทำงานอยู่ด้วย แต่ว่าทางเบื้องบนได้ประโยชน์ก็เลยถุกปล่อยให้รอดหูรอดตาไปอย่างหน้าด้านๆ”นัยน์ตาสีส้มมองภาพบนหน้าจอด้วยความไม่ชอบใจ โอเชี่ยนเคยถูกวานจากเบลเฟกอล ท่านผบ.จอมไร้สาระให้มาสืบเรื่องนี้อย่างลับๆ ทั้งที่มีหลักฐานพร้อมแต่กลับไม่สามารถเอาผิดได้เพราะทางเบื้องบนเก่งเรื่องทำให้ดำเป็นขาว กลบกลื่นหลักฐานฟหน้าด้านๆชนิดที่เห็นคาตา

 

“จำไว้นะเอพริล ถ้าอันตรายมากก็กลับมาที่รถด่วนหรือติดต่อพวกเราทันที”โอเชี่ยนกำชับ

 

“รู้แล้วล่ะครับ”

 

“ดูแลตัวเองด้วย ถ้านายเป็นอะไรไปฉันคง...”

 

“???”

 

“...ฉันคงโดนเมย์คายล์ฆ่าตายแน่!

 

                เอพริลมองคนที่ทำท่าทีมั่นอกมั่นใจว่าตัวเองสำคัญมากด้วยรอยยิ้มเล็กๆ เขารู้ดีไม่ต้องพูดอะไรมากเขาก็เข้าใจ

 

“รู้แล้วล่ะครับ แต่เรื่องที่ควรพูดก็พูดบ้างก็ได้น่ะ พูดแต่เรื่องไร้สาระ”

 

                เอพริลว่าก่อนทุบที่อกโอเชี่ยนเบาๆแล้วลงรถไป โอเชี่ยนมองตามอีกฝ่ายด้วยสายตาละห้อยก่อนจะสะดุ้งเพราะแรงตบเบาๆที่ไหล่จากแอมเบอร์

 

“นายจะซึนไปไหน?”

 

“หา?”

 

“ใช่ๆ ป๊ะป๋าน่ะอยากจะพูดว่าเป็นห่วงหม่าม๊าก็บอกไปสิครับ ที่พูดไร้สาระล่ะพูดได้พูดดี พูดจังเลย ที่แบบนี้ล่ะไม่พูด โด่”

 

“คะ...คาร่า ตอนตกน้ำนี่หัวไปกระแทกอะไรหรือเปล่า??”

 

                โอเชี่ยนมองร่างที่พูดเสียดสีเขาซะรู้สึกว่าเนื้อถลอกด้วยรอยยิ้มแห้งๆ พอเห็นว่าอีกฝ่ยไม่สนใจตนเลยมองออกนอกรถไป

 

“เอพริล...ถ้านายเป็นอะไรไปคงเป็นความผิดฉันคนเดียว ฉันดูแลนายไม่ดี ฉันจะไม่ให้อภัยตัวเอง”

 

“....”

 

.

 

.

 

.

 

“อย่าใส่บทเองตามใจชอบได้ไหมคาร่า?”

 

                หมาป่าแดงหันไปทำหน้าเอือมๆใส่คนที่นับวันยิ่งเกรียนขึ้นทุกทีๆ คาราเมลยิ้มก่อนยักไหล่”ผมแค่ซ้อมประโยคที่จะเอาไปใส่ในฟิคคู่ป๊ะป๋ากับหม่าม๊าต่างหากล่ะครับ หารายได้พิเศษอ่ะครับ”

 

“....”

 

“แอมเบอร์...ตอนพาออกจากโณงพยาบาลนายพามาผิดตัวหรือเปล่า?”

 

“ก็ถูกนะ หรือน้ำมันจะเข้าสมองจนเลอะเทอะก็ไม่รู้”

 

 

“ได้ยินไหมครับ?”

 

“ได้ยินครับคุณเอพริล(นี่แอมเบอร์ว่าผมเหรอ)(มันก็จริงนี่)(คาร่าเปลี่ยนไป)(เลิกทะเลาะกันเถอะครับ)(ก็@*&%#@#฿*^#%$&)”

 

“นี่มัน...เกิดอะไรขึ้นเนี่ยครับ?”

 

                เอพริลถามด้วยเสียงเหนื่อยใจ ความจริงเขาก็พอจะเอาออกหรอกว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“ทะเลาะกันตามธรรมชาติของเด็กๆน่ะครับ(ใครเด็กฟระ!/ครับ!)ไม่มีอะไรหรอกครับ”

 

                เรวินตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริงไม่หวั่นเกรงต่อเสียงที่ดังขึ้นจากด้านหลังแม้แต่น้อย

 

“ตอนนี้ผมอยู่ที่หน้าผับแล้วครับ กำลังจะเข้าไป”เอพริลพูดผ่านไมค์ขนาดเล็กที่ติดไว้ที่กำไลข้อมือ เวลาที่จะสื่อสารเขาจะยกมือขึ้นมาปิดจมูก

 

“ครับ เดี๋ยวผมจะให้ทุกคนไปประจำตำแหน่งเดี๋ยวนี้ครับ”

 

                สิ้นเสียงนุ่มๆของชินเรก็ตามมาด้วยเสียงปืนหนึ่งนัดและเสียงที่เงียบกริบตามด้วยเสียคำสั่งของชินเรที่ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะอีกฝ่ายคงเดินออกห่างไมค์ไป

 

“ใช้ปืนแบบนี้....”

 

“ไม่ต้องห่วงครับรถคันนี้เก็บเสียงแล้วผมก็ยิงอัดกับเบาะหลังรถด้วย เข้าไปด้านในเถอะครับทุกคนประจำตำแหน่งแล้ว”

 

                เอพริลที่ฟังอีกฝ่ายพูดพอจะเดาสีหน้าชินเรได้ง่ายๆ อีกฝ่ายคงพูดไปยิ้มไปเหมือนมันไม่มีปัญหาทั้งๆที่ที่เขาทำนั่นมันปัญหาชั้นยอดเลยทีเดียว ร่างโปร่งก้าวเท้าไปยังประตูของผับที่ปิดอยู่ ทั้งยังมีการ์ดยืนคลุมอยู่สองคน

 

“ลีดเดอร์ฝากมาบอกว่ามียาเปลี่ยนเสียงอยู่ในกระเป๋าเสื้อน่ะครับ”

 

                เอพริลล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อก็พบกับขวดยาเล็กๆที่ด้านในบรรจุของเหลวสีฟ้าเลืองแสงอยู่

 

“ทำไมมันดูแฟนตาซีจัง?”เอพริลมองขวดยาตรงหน้าอย่างไม่วางใจเท่าไหร่

 

“ลีดบอกว่าเขาฝากให้คนที่ชื่อโยกังซื้อมาให้น่ะครับ”

 

“โยกัง?”คนเดียวที่เอพริลนึกถึงก็คือโยกังที่เป็นนักขายข่าวที่เด็กหนุ่มไปซื้อข่าวที่อยู่ของคนร้ายมา มันดูน่าเชื่อถือใช่ไหม?

 

                แม้ไม่แน่ใจเท่าไหร่แต่เอพริลกเปิดฝาขวดแล้วกระดกยาลงคอ ความร้อยจากฤทธิ์ยาบาดคอเขาหน่อยๆ แต่มันก็ไม่ทรมานมาก

 

“อ่อ ลีดบอกว่ามันจะกัดคอหน่อยๆน่ะครับ”

 

                ช้าไปแล้วม้าง....

 

                เอพริลบ่นกับตัวเองก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ประตูนั้นมากกว่าเดิม การ์ดที่เห็นการมาของเอพริลก็เริ่มขยับ

 

“คุณเป็นใครครับ?”

 

“อ่ะ..เอ่อ..”

 

                เสียงเล็กลงจริงด้วยแหะ

 

“ฉันเห็นโฆษณาของผับนี้น่ะค่ะ ก็เลยอยากมา”เอพริลตอบแบบข้างๆคูๆเพราะมัวแต่ปวดหัวกับการโดนจับแต่งหญิงจนลืมศึกษาข้อมูลผับฃแห่งนี้เสียสนิท

 

“มีจดหมายเชิญหรือเปล่าครับ?”

 

                What is จดหมายเชิญ....

 

                เอพริลแทบจะกัดลิ้นตายไปตรงนั้น เรื่องเข้าไปน่ะเขาไม่มีปัญหาไม่ว่าจะจดหมายเชิญหรืออะไร แต่แอมเบอร์กำชับให้เขาเข้าไปอย่าถูกต้องเพื่อลดการระแวงจากคนที่อยู่ด้านใน

 

“เอ่อ...ลีดฝากมาบอกอีกแล้วครับว่ามีของที่ช่วยในเข้าไปด้านใน...ผมว่าลีดเอาไมค์ไปเถอะครับถ้าจะฝากขนาดนี้ก็...”

 

                ชินเรบ่นก่อนจะเกิดเสียงกุกกักขึ้นคล้ายว่าปลายสายกำลังถอดอุปกรณ์ออกจากตัว

 

“หนี่ห่าวหม่าม๊า หว่ออ้ายหนี่หนี่อ้ายหว่อมา?”

 

“หา?”

 

“ฮ่ะๆ ช่างมันเถอะครับผมจะบอกว่ามันมีจดหมายเล็กในกระเป๋ากางเกงหม่าม๊าที่ผมขอให้ตาแก่ทำมาให้น่ะครับ ยื่นไอ้นั่นให้การ์ดได้เลย แล้วเขาจะให้คุณเข้าเอง”

 

“ตาแก่?...แล้วคุณมายัดของพรรค์นี้ใส่กระเป๋าผมไว้ตอนไหนเนี่ย?”

 

“ว่าไงครับคนสวย มีจดหมายไหม?”

 

                คำว่าคนสวยมันแอบทำให้คุณหมาป่าสีน้ำเงินฉุนขาดเล็กๆ แต่เขาก็สงบสติอารมณ์ตัวเองได้ดี

 

“นี่ค่ะ”

 

                จดหมายที่คาราเมลกล่าวถึงถูกส่งใหการ์ดหนึ่งในสอง พอการ์ดคนนั้นได้อ่านก็ทำสีหน้าตกใจก่อนจะรีบส่งจดหมายคืนให้เอพริลพร้อมทั้งเปิดประตูให้ทันทีโดยไม่ถามอะไรต่อ เอพริลมองท่าทีแบบนั้นด้วยสายตาแปลกๆก่อนจะก้มอ่านเนื้อหาในจดหมาย...

 

ถึง..คุณการ์ดที่น่ารัก

ผมคือเบลเฟกอล ผู้บังคับการสูงสุดของหน่วยโวคครับ

เนื่องจากผมต้องทำงานทั้งวันเช้ายันเช้าอีกวันทำให้ไม่มีเวลาดูแลลูกสาวที่รักด้วยตนเอง ผมกลัวว่าเขาจะขาดความอบอุ่น

จึงขอส่งลูกสาวที่น่ารักเข้าไปรับบริการจากผับแห่งนี้ หวังว่าพวกคุณจะให้การต้อนรับลูกสาว(ลับๆ)ของผมเป็นอย่างดี

รู้แล้วเหยียบไว้อย่าได้บอกใครเชียวนะ(>m<) ฝากดูแลลูกสาวแสนสวยของผมด้วยนะครับคุณการ์ด

ด้วยความปราถนา

เบลเฟกอล

ผู้บังคับการสูงสุดแห่งหน่วยโวคเขตที่4

.

.

.ช่วยตอบที่บ่องตงน้องแกะอยากจะรู้

พี่เป็นฮีโร่กู้โลกใช่ป่ะครับ!

.

.

.
+++++++++++100%++++++++++

หายไปประมาณ3ชาติ โอ้พระเจ้าฉันสอบน่ะพี่ชาย!ผมกลับมาแล้วคร้าบบบบบบบบบบบบ แบบว่าไปสอบกลางภาคมาก็เลยไม่ได้อัพนิยายเลย ขออภัยจริงๆครับท่านผู้อ่านที่เคารพรักอย่างสูง เลทๆไปเป็นอาทิตย์เลยเชียว ก็แบบว่าตอนนี้ก็นั่นแหละนะ...จับเอพริลแต่งหญิงอ่ะ ฮ่ะๆๆ
คาร่าแต่งฟิค 5555+ สนองneedตัวเองหรือเปล่าคนแต่ง(หัวเราะแห้งๆ) ใครเก่งจีนแปลออกไหมคาราเมลพูดกับเอพริลว่าอะไรเอ่ย?(ความจริงจีนเป็นภาษาที่ผมเไม่เข้าใจเลย 5555+)

แปล::สวัสดีคุณแม่ ผมรักคุณแล้วคุณล่ะรักผมมั๊ย?
Apirl::ทำไมผมต้องแต่งตัวเป็นผู้หญิงด้วยล่ะครับ!
Cheek::ก็พระเอกทุกเรื่องเขาแต่งหญิงมาหมดแล้วนะครับ อาทิ โองะ ทัตสึมิ เบลเซบับ,ซากาตะ กินโทกิ จากกินทามะ,ชิเอลจากแบล็กบัตเลอร์  โนบิตะยังแต่งเลยนะ!
Apirl::แต่ผมไม่ใช่พระเอกนะครับ! พระเอกน่ะคาร่าต่างหาก
Ceek::ช๊ะ....

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #466 PhantaSia_pf (@chanokprattana) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 07:10
    หว่ออ้ายหนี่หนี่อ้ายหว่อมา โอ้ย ขำ >< รักเมล เมลดูเกรียนขึ้นอย่างที่โอเชี่ยนว่าจริงๆนะ เป็นฟิลแบบพอเริ่มสนิทก็เกรียนใส่แต่ถ้าไม่สนิทก็ทำตัวน่ารักๆหน่อยไรงี้
    #466
    0
  2. #461 TttIiiMmm (@tubtim52) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 09:03
    ฮ่ะๆๆ รู้สึกว่าอยากอ่านฟิคโอเชี่ยนเอพริล>\\\<
    #461
    0
  3. #387 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 13:35
    พอนึกภาพเอพริลแต่งสวยมาดราชินีแล้วแบบ...มันใช่มากอ่ะ!
    #387
    0
  4. #189 เด็กแว่นสีชมพู (@whitebaby) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2556 / 18:52
    อยากเห็นคาราเมลแต่งหญิงมั่ง อยากรู้จะกลายเป็นยังไง
    #189
    0
  5. วันที่ 23 กรกฎาคม 2556 / 16:31
    มาต่อไวๆนะ
    #76
    0
  6. #75 Night (@fah2541) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2556 / 23:41
    จริงๆแล้ว คอร์ซิท ต้องเป็น คอร์เซ็ต นะคะ
    #75
    0