Little Sheep or Werewolf แกะตัวนั้นที่มันเป็นหมาป่า

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 24,137 Views

  • 485 Comments

  • 1,075 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    28

    Overall
    24,137

ตอนที่ 15 : Chapter 11 : ลูกแกะเป็นสัตว์ที่มีแผน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1152
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    22 ก.ค. 60

Chapter 11

ลูกแกะเป็นสัตว์ที่มีแผน

 

มีสมองมีความคิดเป็นของตัว

คิดว่ากลัวหรือเจ้าบ้าข้าไม่สน

น้องแกะน้อยมีแผนเป็นของตน

มันดีจนพี่หมาป่าอึ้งชัวร์ๆ

 

                ถ้าคนที่ปรากฏตัวขึ้นที่ร้านของลูนอสเป็นเบลเฟกอลหรือกระทั่งหมอนั่นที่กำลังพูดถึงอยู่ล่ะก็คาราเมลต้องตกใจน้อยกว่านี้เป็นแน่ มันเป็นเรื่องยากที่แอมเบอร์จะตามตัวเขาเจอ เขามั่นใจอย่างแรงกล้า ไม่อย่างนั้นคงไม่ออกมาตอนนี้ แต่การที่อีกฝ่ายยืนจ้องหน้าอยู่ที่หน้าประตูร้านนั่นหมายความว่าเขาคิดผิดอย่างมหัน แอมเบอร์หาตัวเขาเจอ เหมือนจะง่ายมากด้วย!

“ค่ะ...คุณรู้ได้ไงครับว่าผมอยู่นี่น่ะ”

“โอเชี่ยน...”

“อ๋า....”

“...บวกเซนเซย์”

                ไอ้หมาทรยศ!!!!

คาราเมลด่ากราดในใจอีกหลายต่อหลายคำแบบที่ออกอากาศไม่ได้ทั้งนั้น เขายังยิ้มหน้าตาสดใสดุจดั่งเด็กหนุ่มวัยขบเผาะแสนน่ารักแบบที่ภาพลักษณ์เขาเอื้ออำนวย รู้ว่าลูนอสเหลือบมองแล้วด่าเขาในใจ แต่ก็ไม่มีเวลาหันไปจัดการ ในเมื่อคนผมบลอนด์สาวเท้าย่างสามขุมมาโน่นแล้ว

“แล้วสรุปนายมาทำอะไรที่นี่...ทั้งที่ควรจะพักผ่อนอย่างนั้นเหรอ คา รา เมล”

ไม่บ่อยที่แอมเบอร์จะยิ้มให้ แต่ไม่บ่อยครั้งพวกนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นยิ้มเหี้ยมแบบที่เห็นอยู่ตอนนี้ทั้งนั้น คาราเมลหัวเราะห่ะ ๆ แบบไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร หันไปหันมาได้ก็คว้าคอลูนอสที่นั่งเช็ดแก้วอยู่ให้ลุกขึ้น ทางนั้นไม่ทันตั้งตัวเลยหน้าเกือบทิ่ม ชายหนุ่มผมดำหันมาทำตาขวางใส่คาราเมลก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อได้รับสายตาเย็น ๆที่แอมเบอร์เผื่อแผ่มาด้วย

“แล้วหมอนี่เป็นใคร?”

“อย่าทำเสียงเย็นแบบนั้นสิครับคุณพ่อ ผมไม่ใช่คนที่มาล่อลวงลูกสาวคุณพอเสียหน่อย โอ๊ย!!

ลูนอสร้องเสียงลั่นเมื่อคาราเมลเอาปืนฟาดเข้าที่หัวเขา แรงมากพอให้เป็นแผลเล็ก ๆ คนผมดำกัดฟันกรอด หมอนี่รุนแรงกับเขาเสมอเลย!

 “มาหาข้อมูลคดีอลิซหมวกแดงไงครับ แล้วทางนี้ก็นักค้าข่าวเพื่อนผม”

“อลิซหมวกแดง? นักค้าข่าว? เพื่อนนาย?”

คำสั้น ๆสามคำถูกเปล่งออกมาพร้อมรังสีสังหารที่ลดลงกว่าครึ่ง กระนั้นแล้วก็ไม่ได้หมายถึงว่าความสงสัยถูกคลายออกไป คาราเมลปล่อยมือออกจากคอเสื้อเพื่อนรักนักค้าข่าวแล้วกุลีกุจอไปลากเก้าอี้มาให้แอมเบอร์นั่งลงอย่างบริการสุด ๆ ลูนอสได้แต่หยิบพลาสเตอร์ในลิ้นชัดมาปิดแผลแล้วมองตามอย่างหมันไส้ คาราเมลเนี่ยไม่เคยสองมาตรฐานกับเขาเลยจริง ๆ ก็แค่เลือกปฏิบัติเท่านั้นเอง!

“ก็ไอ้ที่ผมทำอยู่ไงครับ ก่อนหน้านี้มีข้อความเขียนว่าIm Aliceส่งมาที่กรมตำรวจน่ะครับ ถึงจะไม่เข้าใจแต่เราก็เอามาใช้เรียกคนร้ายน่ะครับคาราเมลอธิบายอย่างชัดถ้อยชัดคำหลังจากแอมเบอร์ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้”ส่วนหมอนี่คือกังเต้ ลูนอส เป็นนักค้าข่าวใต้ดิน เพื่อนสมัยเด็กของผมน่ะครับ มีหลายเรื่องที่ใช้เส้นสายตำรวจสืบไม่ได้ก็เลยต้องมาให้หมอนี่ช่วยน่ะครับ! ใช่ไหมล่ะลูนอสเพื่อนรัก?”

คำว่าลูนอสเพื่อนรักของคาราเมลกดเน้นจนมากเป็นพิเศษ นั่นหมายถึงว่าถ้าเจ้าของชื่อลูนอสเพื่อนรักไม่ตอบเซย์เยสเห็นด้วยตามน้ำไปกับคาราเมลล่ะก็ ปืนในมือจะไม่ถูกใช้ฟาดเหมือนทีแรกแล้ว แต่จะเปลี่ยนเป็นกาดยิงแบบไม่เลือกหน้าแทน นั่นเป็นเหตุผลให้คนผมดำพยักหน้าหงึกหงักแบบไม่เต็มใจ

“เรื่องบางเรื่องตำรวจยุ่มย่ามไม่ได้ กระทั่งโวคก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งด้วย อะไรที่มันเกี่ยวกับความเสื่อมเสียของเบื้องบนคงยากหน่อยที่จะหลุดออกมาถึงหูคนนอก แต่ผมก็รู้ได้ตามความสามารถผมก็แล้วกัน”

คาราเมลทำตาโตหันไปมองแบบพยามยามไม่ให้เป็นผิดสังเกตมากนัก ไอ้คำพูดประเภทนี้ไม่ได้ตามน้ำเฉย ๆแล้ว เจ้านักค้าข่าวนี่รู้อะไรบางอย่างแน่ แค่ได้ยินชื่อคดีก็รู้ข้อมูลแล้ว แปลว่าก็มีคนจับตาดูคดีนี้อยู่เหมือนกัน เด็กหนุ่มขยับมือเหมือนอยากจะเข้าไปกระชากคออีกฝ่ายมาเค้นคอหาข้อมูล ถ้ารู้ว่ามาหาเจ้าคน ๆนี้แล้วจะได้ความคืบหน้าแต่แรกล่ะก็คาราเมลทำไปแล้ว

“คุณรู้อะไรมา?”แอมเบอร์เป็นฝ่ายเอ่ยถาม กับคนที่ดูแล้วน่าจะอายุมากกว่าเขาพอสมควรก็สมควรใช้สรรพนามที่ให้เกียรติตามมารยาทในระดับหนึ่ง

ลูนอสพอได้รับคำถามแบบนั้นก็ยืดตัวบนเก้าอี้ที่นั่ง หยิบเอาแก้วสีขาวใบเดิมมาเช็ดแบบวางหมาดได้น่าหมันไส้แล้วตบให้หัวหลุดหรือไม่ก็ปัดแก้วในมือมันทิ้งซะ นัยน์ตาสีฟ้าเหลือบมองคาราเมล กำลังคุยเรื่องค่าตอบแทนกันทางสายตาอย่างไม่ต้องสงสัย เห็นคาราเมลกัดฟันกรอด ทำไมข้อมูลคดีที่เขาทำถึงไปอยู่ในมือคนที่ไม่ยอมขายข่าวให้เขาด้วยเงินกัน

“ถ้านายลีลานักฉันก็จะไปหาเจ้าอื่น!

“อืม...คนที่ขายข่าวนี้ได้มีแค่คนระดับฉันเท่านั้น ที่ขายได้โดยจะไม่โดนตามเก็บทีหลัง ซึ่งไอ้คนระดับฉันเจ้าอื่น...แค่เห็นหน้านายเขาก็ไม่เจรจาธุรกิจด้วยแล้ว...แต่จะแจกกระสุนปืนให้แทน!

นักค้าข่าวเน้นเสียงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นถ้าคาราเมลเสนอหน้าไปซื้อข่าวจากคนอื่น โชคดีที่คาราเมลบอกแอมเบอร์ไปแล้วว่าเคยทำงานใต้ดินถึงได้ไม่โดนเค้นในเวลานี้ แต่ก็ดูท่าจะสนใจเหลือเกินว่าในอดีตคาราเมลไปทำเรื่องอะไรไว้กับชาวบ้านเขาบ้าง แอมเบอร์ไม่แน่ใจว่าคนระดับลูนอสนี่มันระดับไหน แต่ถ้าให้เดาก็ต้องมีอิทธิพลมากพอตัว

“ฉันเกลียดนาย”

“เหมือนกันเลยทิสเต้”

สองคนยิ้มใส่กัน มองดูเหมือนภาพวาดสะท้อนสังคมที่คนใส่หน้ากากสองคนหันหน้ากัน ไอ้มือที่กำปืนจนสั่นกึก ๆนั่นบอกได้ดีพอตัวว่าท่าทางจะเกลียดกันตามปากว่าจริง ๆ

“อุดหูนะครับแอมเบอร์”คาราเมลหันไปชี้หน้าแอมเบอร์เป็นเชิงสั่งแบบไม่จริงจัง เพราะเขาไม่รอดูว่าคนถูกสั่งอุดหูตามไหมก็หันไปหาลูนอสแล้ว”คนที่หนุนหลังการค้ามนุษย์ข้ามประเทศคือนายกรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม หลักฐานอยู่ที่เซฟธนาคารเบอร์สี่สามสองศูนย์ รหัสเข้าเซฟคือหนึ่งสี่สองหนึ่งสามเก้าแปดสี่หก”

“ผู้หญิงที่ถูกฆาตกรรมทุกคนเป็นบ้านเล็กของพวกผู้บริหารระดับสูงในสภากับนักธุรกิจแนวหน้าของวงการ ถ้านายเปิดโปงเรื่องนี้รัฐบาลต้องกระสับกระส่ายแน่ บริษัทบางกลุ่มต้องหุ้นล่วงระนาวแน่ หลักฐานอยู่ล็อคเกอร์เบอร์สองสี่หนึ่งแปดศูนย์ นี่คีย์การ์ด”

ลูนอสบอกข่าวกลับทันทีหลังจากคาราเมลบอกข่าวที่ตัวเองรู้จบ เขายื่นคีย์การ์ดสีเงินให้อีกฝ่ายรับไป นัยน์ตาวาววับน่าดูหลังจากได้ยินข่าวใหญ่จากเพื่อน เรื่องบ้านเล็กใครนี่เขาไม่คิดจะเอาไปข่มขู่พวกนักการเมืองหรือว่าเปิดโปงอะไร จะรอจนกว่าคู่แข่งมาซื้อข่าวถึงจะบอก มูลค่ามหาศาลเสียจนไม่รู้จะประเมินค่าอย่างไร เพราะหญิงสาวที่พูดถึงในคดีฆาตกรรมก็สิบคนไปแล้ว เท่ากับว่ามีผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลกับนักธุรกิจผู้มีหน้ามีตาในสังคมถึงสิบคนที่มีบ้านเล็ก ไม่น่าใช่เรื่องแปลก แต่ก็ทำลายชื่อเสียงได้ดีเกินคาด

“ข่าวที่ได้มานี่ฉันตอดกินไปตลอดชีวิตเลยนะเนี่ย...แต่ถ้ามีเจ้าหน้าที่รัฐมาซื้อข่าวก็คงให้ไป ฉันมันคนดีนี่นะ แต่ขายให้กี่คนดีนะ”

ลูนอสว่าแล้วขยิบตา เห็นลูกตาดำหมอนั่นกลายเป็นรูปสัญลักษณ์เงินด้วย คาราเมลหัวเราะในลำคอก่อนจะเบนสายตาไปทางแอมเบอร์ รู้อยู่แล้วว่าต้องถูกจ้องอยู่

“ไปเอาข่าวนั่นมาจากไหนกัน?”

“ถึงได้บอกให้อุดหูไงครับ พอรู้แล้วก็สงสัยแบบนี้อ่ะ อย่ารู้เลยดีกว่าครับว่าผมไปรู้มาได้ยังไง อยากให้แอมเบอร์ปลอดภัย แค่คุณรู้เรื่องนี้ก็อันตรายพอแล้ว อย่าเที่ยวไปบอกใครหรือคิดจะเปิดโปงล่ะ อย่าทำเกินหน้าที่”

“ฉันไม่ได้คิดจะเป็นฮีโร่ขนาดนั้น”

แอมเบอร์ตอบเรียบ ๆ อีกฝ่ายทำเหมือนเขามีเส้นสายพอจะเปิดโปงอีกฝ่ายได้โดยไม่เป็นอันตราย ทางนั้นเป็นถึงนายกรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ลูกน้องในสังกัดย่อมเป็นจำพวกทหารอยู่แล้ว แอมเบอร์ยอมรับเลยว่าสู้พวกคนถึกแบบนั้นไม่ไหวหรอก ถึงเขาจะเป็นเอสเปอร์แต่ก็มีขีดจำกัดเหมือนกัน อีกอย่างหลักฐานก็ไม่มี ถึงจะรู้รหัสกับเลขเซฟ แต่ก็ไม่รู้อยู่ดีว่าเซฟธนาคารที่ว่ามันธนาคารไหน

“ที่จริงข่าวพรรค์นี้นายไปขอจากโอเชี่ยนก็ได้ ไม่เห็นต้องถ่อมาหาคนอื่นเลย”แอมเบอร์เอ่ยกับคาราเมล แนะแนวทางที่คิดว่าดีกว่าในตอนที่เด็กหนุ่มผมน้ำตาลแลกเปลี่ยนข่าวไปแล้ว ทางนั้นไม่ได้โมโหโวยวายด้วย แค่ถอนหายใจทิ้งยาว ๆ

“เรื่องพวกนี้หน่วยข่าวกรองของโวคยุ่มย่ามไม่ได้หรอกครับ อย่าหาว่าดูถูกเลย ต่อให้มีความสามารถของป๊ะป๋าก็ใช่ว่าจะหาข่าวได้จริง ๆพวกนั้นต้องจ้างคนมาช่วยปกปิดอยู่แล้ว ข่าวที่มันส่งผลกระทบใหญ่ต่อการเมืองล่ะไม่มีทางหลุดมาถึงมือโวคเด็ดขาด ยิ่งทำงานกับพวกตำรวจด้วยแล้วไม่ต้องพูดถึงเลย ถามลูนอสที่เป็นนักค้าข่าวใต้ดินน่ะถูกแล้วครับ วันหลังถ้ามีเรื่องที่อยากรู้แต่รู้ไม่ได้ก็มาหาผม เดี๋ยวผมจะพามาหาลูนอสนะครับเด็กน้อย”

คาราเมลวางมือบนไหล่แอมเบอร์แล้วยักคิ้วซ้ายทีขวาทีแบบกวนประสาท พยายามทำให้คนตรงหน้าลืมเรื่องที่เขาหนีออกมาจากโรงพยาบาลอยู่ ทว่าทางแอมเบอร์กลับปรายตามองคาราเมลเรียบ ๆ ยกมือปัดแขนอีกฝ่ายเบา ๆแล้วเอ่ยตอบ

“ฉันก็ไม่ได้ให้นายไปหาข่าวจากหน่วยข่าวกรอง แต่ให้หาจากโอเชี่ยนตรง ๆ...หมอนั่นเองก็เป็นนักค้าข่าว”

“หา!!!! อะไรนะครับ! แล้วทำไมผมไม่รู้เรื่องนี้ล่ะ!!!

คาราเมลร้องลั่น รู้สึกทึ่งมาก ๆที่คนใกล้ตัวเป็นนักค้าข่าวโดยที่เขาไม่รู้เรื่อง ถ้าเป็นระดับธรรมดาทั่วไปล่ะก็คาราเมลรู้ตัวตนหมดนั่นแหละ นั่นหมายถึงพ่อหมาป่าแดงแสนปัญญาอ่อนคนนั้นต้องเป็นระดับท้อปของวงการเลยทีเดียว กระทั่งลูนอสยังทำตาโตเท่าไข่ห่าน ได้รู้เรื่องอะไรดี ๆแบบนี้ก็หูผึ่ง น่าจะเป็นข่าวที่ขายได้ราคารดีไม่น้อยเลยด้วย

“ทีนี้รู้หรือยังว่าหมอนั่นเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเพื่อนนาย เพราะถ้าด้อยกว่าพวกนายคงรู้ตัวเขาไปแล้วสิ”แอมเบอร์ว่าแล้วกระตุกยนิ้ม เหมือนพ่อที่ภูมิใจในตัวลูกชายอย่างประหลาด ขอบคุณภาพลักษณ์ปัญญาอ่อนนั้นที่ทำให้ไม่มีใครสงสัยอะไรในตัวโอเชี่ยนเลย”คิดว่าหมอนั่นเอาเงินจากไหนไปเที่ยวนั่นเที่ยวนี่ทุกวัน เงินเดือนโวคไม่ได้มากขนาดนั้นซะหน่อย”

“ต้องเป็นคนระดับสุดยอดมากแน่ ๆเลย เขาคือใครน่ะ?”ลูนอสทำตาวาววับถามด้วยน้ำเสียงใคร่รู้ ดวงตาสีอเมทิตส์ปรายมามองก่อนจะกระตุกยิ้มน่ากลัว

“รู้จักผู้เดินทางยามเที่ยงคืนไหมล่ะ?”

“ไม่ล่ะครับ นั่นชื่อเขาเหรอ ทำไมผมไม่เคยได้ยินเลย?”

“ก็แน่ล่ะ”แอมเบอร์ตอบเรียบ ๆ มันมาพร้อมรอยยิ้มมุมปาก”ก็ถ้าคุณบอกรู้จัก ผมก็ว่ามันประหลาด เพราะชื่อนั่น...ผมมั่วขึ้นมาเองเมื่อครู่นี้เอง”

ลูนอสยิ้มกว้างแบบแทบจะถึงรูหู เขาต้องพยายามแค่ไหนกับการไม่เอาแก้วกระเบื้องเคลือบในมือฟาดหัวคนตรงหน้าด้วยความโมโห ไอ้คน ๆนี้มันไม่น่ารักเลยสักนิด! แล้วนั่นนายจะหัวเราะหาพระแสงอะไรคาราเมล! ทำไมไม่ช่วยเพื่อนนายบ้างเลย! ลูนอสต่อว่าในใจ ได้แต่เก็บความแค้นเอาไว้ใต้รอยยิ้มพวกนั้น

“ฉันไม่โง่พอจะเปิดเผยตัวตนเพื่อนตัวเองหรือพาเขามาเจอนายแน่ ฝันไปเถอะที่จะได้ข่าวเรื่องนี้ไปขาย”แอมเบอร์ว่าแล้วยืดตัวลุกขึ้น”ไปกันได้แล้วคาราเมล”

“ครับ! นายเองถ้ามีข่าวเกี่ยวกับคดีนี้ก็ส่งมาให้ฉันด้วย เบอร์เดิมไม่ได้เปลี่ยน เรื่องค่าแลกเปลี่ยนเดี๋ยวเคลียร์กันหลังจบคดี”คาราเมลหันไปบอกคนที่เช็ดแก้วใบเดิมเป็นรอบที่ร้อย เช็ดจนไอ้ที่เคลือบไว้จะหลุดหมดแล้วนั่น

“ถ้าซื้อข่าวคราวนี้ขอข่าวเรื่องตัวตนในวงการของคนที่ชื่อโอเชี่ยนทีสิ”

นักค้าข่าวหนุ่มยิ้มหวานพูดด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร รู้ได้ว่าแอมเบอร์ปรายตามองปราดแบบแทบจะเข้าไปหักคอ ทางคาราเมลยิ้มตอบ ท่าทางเหมือนตกลงปลงใจ แต่การกระแทกปืนลงบนเคาน์เตอร์นั่นน่าจะหมายถึงว่าคำตอบคือปฏิเสธ

“ฉันแลกข่าวนั้นกับนายได้ แต่ก็จะขายข่าวเกี่ยวกับนายให้คนอื่นเหมือนกัน!

ลูนอสเบ้หน้าส่งท้ายสองคนที่เดินออกไปจากร้าน ยูนิสกับยูน่าวิ่งออกมาโบกมือลาก่อนจะเข้าไปโอ๋เจ้านายที่หัวเสียเพราะเพื่อนคิดขายเขาให้คนอื่น ทางคาราเมลกับแอมเบอร์ไปเอาหลักฐานที่ล็อกเกอร์เพื่อนำไปใช้ในคดีต่อไป กว่าจะกลับไปถึงห้องพักผู้ป่วยก็เช้าวันใหม่เสียแล้ว สองคนแอบย่องขึ้นห้องคนป่วยเงียบ ๆไม่ให้พยาบาลหรือหมอรู้ ไม่อย่างนั้นคงถูกดุหรือไล่ตะเพิดออกไป  เช้าขนาดนี้ไม่ใช่เวลาเยี่ยมเลยสักนิด

สองคนคิดเหมือนกัน ดังนั้นจึงรู้สึกแปลกใจเป็นการใหญ่เมื่อเห็นว่าโอเชี่ยนกับเอพริลรออยู่ในห้อง คนหลังยิ้มรับ แต่การกระชับดาบในมือดูเหมือนไม่เป็นมิตรสักนิด สองพ่อลูก(?)ลงไปนั่งคุกเข่า จากนั้นก็รีบอธิบายความจริงเป็นการเร่งด่วน

“แล้วก็เลยอยู่รอจนจบโดยเกือบหลุดเรื่องโอเชี่ยนออกไปน่ะเหรอครับ?”

                เสียงทุ้มที่รอดผ่านไรฟันพร้อมกับกากบาทสีแดงที่ขมับทำให้คนนั่งคุกเข่าหน้าตายอยู่บนพื้นเข้าใจดีว่าอีกฝ่ายกำลังโมโหและพร้อมจะระเบิดทุกเรื่อง เรื่องเก่ายังไม่เคลียร์...ใหม่มาอีกแล้ว คาราเมลออกไปนอกห้องพักกลางดึกกลางดื่นก็สมควรโดนบ่นแล้ว ยังมีเรื่องที่แอมเบอร์หลุดเรื่องโอเชี่ยนไปต่อหน้าต่อตานักค้าข่าวคนอื่นอีก มันน่าฟันหัวขาดทั้งพ่อทั้งลูกคนจริง ๆ

“คาราเมลต้องพักผ่อนไม่ใช่หรอครับ แอมเบอร์...”เสียงท้ายที่กดหนักๆทำให้แอมเบอร์ได้แต่นั่งสงบนิ่งไม่เอ่ยปากอะไรออกไป

“หม่าม๊าครับ ผมเป็นคน...”

“คาร่าเงียบเถอะนะ เดี๋ยวหม่าม๊ากัดเอา”

                ชิ๊ง!

                แอมเบอร์หุบปากฉับ เวลาเพื่อนผมดำโดนวิญญาณความเป็นแม่เข้าสิงแล้วน่ากลัวกว่าแม่จริง ๆเสียอีก ไม่รู้ว่าถ้าในมือไม่ใช่ดาบแต่เป็นก้านมะยมแทนแบบไหนมันจะน่ากลัวกว่ากัน แอมเบอร์คิดพร้อมตีหน้านิ่งพยายามไม่สะทกสะท้าน โอเชี่ยนที่นั่งอยู่บนโซฟาอยากจะยื่นมือเข้าไปช่วย แต่ติดตรงไม่รู้จะสอดมือเข้าไปอย่างไร

 “เอพริล...เครียดมากแก่นะ...”

                ควับ!

“ช๊ะคำพูดที่ปลุกความเป็นแม่ในตัวคุณ”

                โอเชี่ยนพึมพำก่อนจะพยายามชิดทางประตูให้มากที่สุด เกิดเรื่องอะไรขึ้นเขาจะเผ่นไปก่อนเป็นอันดับแรกเลย

“แต่ออกไปก็ใช่ว่าจะเสียเปล่าสักหน่อย”แอมเบอร์พูดขึ้นมาอีกครั้งในรอบปีหลังจากที่เงียบไปพักหนึ่ง

“ยังจะเถียงหรอครับ! คุณรู้ไหมว่าผมเป็นห่วงเรื่องทั้งคู่ขนาดไหน เห็นหายไปพร้อม ๆกันนึกว่าคุณจะพาคาราเมลไปฆ่าทิ้งแล้ว ไม่เห็นรู้เรื่องเลยด้วยซ้ำว่าพวกคุณคุยกันรู้เรื่องดีแล้ว แถมคนลูกมันก็กระโดดหนีไปข้างนอกทั้งที่ควรพักผ่อน คนพ่อก็แทนที่ตามไปแล้วจะไปเก็บกลับมาดันไปเสนอหน้าฟังด้วยแล้วยังหลุดเรื่องเพื่อนตัวเองไปอีก ว่างนักหรอครับ?”

                “ไม่ได้ว่างสักหน่อย”แอมเบอร์เถียงก่อนจะหันไปมองไอ้คนที่นั่งทับส้นคู่กัน”พูดอะไรหน่อยดิเฮ้ย อย่าเงียบนะ”

“ก็จะพูดแล้วโดนหม่าม๊าขัดตลอดนี่ครับ”

คาราเมลทำปากยื่นใส่คนผมดำที่เลิกปั้นหน้ายักษ์แล้ว หมาป่าน้ำเงินโยนดาบทิ้งบนโซฟา ก่อนจะเพยิดให้คาราเมลวิ่งกลับเตียงไป คนที่นั่งบนโซฟาอยู่กระโดดโหยงหลบดาบ เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย แถมยังช่วยหาคาราเมลที่หายไปด้วย แล้วทำไมถึงโดนลูกหลงได้เล่า?

ดวงตาสีส้มมองตามร่างที่รีบปีนขึ้นเตียงแล้วเปลี่ยนใส่ชุดผู้ป่วยก่อนจะเบนไปทางเอพริลกับแอมเบอร์ที่เดินมาทิ้งตัวลงบนโซฟาข้างคนเขาละฝั่ง บรรยากาศในห้องกลับมาเป็นปกติเหมือนเมื่อราว ๆสองอาทิตย์ก่อนแล้ว แบบนี้โอเชี่ยนค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อย ขืนยังมีคนฮึ่มแฮ่ใส่กันเหมือนเดิมล่ะก็คงสติแตกตายเข้าสักวัน

“สรุปแล้วเรื่องคดีนี่...คาร่าจะให้พวกเราช่วยไหม...เอ่อ ไม่ได้หมายความว่าคาร่าทำไม่ดีนะ แต่อยากให้มีไกด์นำก่อน”

โอเชี่ยนว่าอย่างประณีประนอม เขาอยากช่วยเด็กผมน้ำตาลนี่จริง ๆ เหมือนอย่างที่แอมเบอร์อยากช่วย ซึ่งโชคดีที่คาราเมลพักผ่อนเพียงพอและอยู่ในสภาวะที่สามารถพิจารณาเรื่องต่าง ๆได้ด้วยสติที่สมบูรณ์ ดังนั้นเขาจึงพยักหน้ารับแทนที่จะปฏิเสธ พอเห็นแบบนั้นโอเชี่ยนก็กุลีกุจอหยิบเอาของที่เตรียมไว้กางออกแล้วแปะลงบนกำแพง เห็นหมึกสีแดงเขียนอยู่บนแผนที่เมืองขนาดใหญ่เกือบเต็มกำแพงแล้วแต่ละคนก็เลิกคิ้ว ไม่รู้ว่าโอเชี่ยนไปทำของพรรค์นี้ตอนไหน

“นี่เป็นแผนที่เมืองของเราตอนนี้ ครอบคลุมไปอีกสองสามเมืองข้าง ๆ ที่ฉันวงเอาไว้ก็คือสถานที่เกิดเหตุแต่ละจุด ไล่ตามคดีแรกจนมาถึงคดีล่าสุด ก็นับได้สิบเอ็ดคดีแล้ว”โอเชี่ยนว่าพลางใช้นิ้วชี้ไปที่แผนที่แต่ละจุดอย่างกระตือรือร้น ท่าทางมีเรื่องอยากจะเล่ามากมาย ระหว่างที่แอมเบอร์วิ่งวุ่นไปมาเรื่องคาราเมล คนผมแดงก็หาข้อมูลจำเป็นมาได้เกือบจะหมด”สถานที่เกิดเหตุน่าแปลกดีที่มันเรียงกันพอดีอย่างจงใจ ฉันลองคำนวณคร่าว ๆดู ถึงจะไม่แน่ใจนักแต่จุดศูนย์กลางของวงกลมนี้มันอยู่ที่ตรงนี้”

สิ้นคำพูดชายหนุ่มก็เอาปากกาเมจิกวงลงไปบนแผนที่จุดหนึ่ง เอพริลเพ่งสายตามองแล้วพบว่าที่ตรงหน้าเป็นบริเวณพื้นที่ป่ารกร้าง มันเป็นที่ร้างกลางเมือง เจ้าของปล่อยทิ้งไม่ดูแลเพราะน่าจะย้ายไปอยู่ที่อื่นแต่ก็ไม่เคยเห็นติดประกาศขาย

“เหยื่อทั้งหมดเป็นผู้หญิง อายุราว ๆยี่สิบถึงสามสิบปี สถานะจะว่าโสดก็ไม่เต็มปาก แต่ที่สำคัญดูเหมือนว่าจะมีเงินมากกว่าที่สมควรจะมี ประวัติการใช้เงินของพวกเธออู้ฟู่มาก ย้อนหลังไปหกเดือนถึงหนึ่งปีดูเหมือนแต่ละจะใช้เงินไปมากกว่าห้าล้านเหรียญ อย่างเหยื่อรายล่าสุดเพิ่งซื้อคอนโดมิเนี่ยมในย่านคนรวยไปหนึ่งห้อง ราคาราว ๆสิบล้านกว่าเหรียญ”

“ผู้หญิงพวกนี้เป็นบ้านเล็กของคนมีชื่อเสียงครับ เพื่อนที่เป็นนักค้าข่าวผมบอกมา ไม่แปลกถ้าจะมีเงินมาจับจ่ายใช้สอยกระหน่ำแบบนี้ จุดเชื่อมโยงของพวกเธอก็คงเป็นตรงนี้ แปลว่าถ้ารู้ว่าบ้านเล็กใครอยู่แถวนี้บ้างก็น่าจะรู้ได้ว่าเหยื่อรายต่อไปมีสิทธิ์เป็นใคร”คาราเมลเอ่ยว่าตามการวิเคราะห์ของตนเอง

“ผู้หญิงพวกนั้นเคยทำแท้งด้วย”โอเชี่ยนบอกข้อมูลหน้าตาเฉย มีเรื่องทู่นอไม่รู้ด้วยเหมือนกัน

“อันนี้เพื่อนผมไม่ได้บอกแหะ...”คาราเมลหน้าเจื่อน พอเอาสองเรื่องที่รู้ใหม่มารวมกันก็เท่ากับว่าวงของเหยื่อก็แคบลงมาอีก เด็กหนุ่มมองโอเชี่ยนด้วยใบหน้าทึ่ง ๆ เห็นได้ชัดว่าข่าวของโอเชี่ยนให้เยอะกว่าเป็นไหน ๆแถมยังฟรีด้วย รู้แบบนี้เขาไม่ไปแลกข่าวกับลูนอสหรอก ข่าวที่ให้ไปราคาสูงมาก เผลอ ๆสูงกว่าข่าวที่ได้มาอีก เขาผลาดไปแล้วจริง ๆ

“เวลาฆาตกรรมไม่แน่นอน แต่สถานที่ที่ใช้ฆาตกรรมค่อนข้างบังเอิญเกินไปที่มันวนเป็นวงกลมและล้วนแล้วแต่เป็นสถานที่ที่มีผู้คนผลุผล่าน ผมว่ามันยากที่จะบังคับกันได้ขนาดนี้ บางคนไม่ใช่คนในพื้นที่ด้วยซ้ำ แปลว่าคนร้ายอาจจะมีพลังจำพวกการสะกดจิต”

เอพริลเอ่ยขึ้นบ้างหลังจากเงียบมาพักใหญ่ เขากำลังวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของคนร้ายอยู่ ต้องมีปมจำพวกว่าเคยทำแท้ง เคยแท้งลูก หรือเป็นเด็กที่ไม่ได้อยากให้เกิดมา อะไรสักอย่างในบรรดาพวกนี้อาจจะมีปัญหาทางครอบครัวในระดับหนึ่ง ถ้าตรวจจากฐานประวัติของเอสเปอร์ที่ลงทะเบียนไว้ก็น่าจะจำกัดวงให้แคบลงได้

ในระหว่างที่กำลังเงียบคิดเรื่องต่าง ๆ เสียงมือถือของคาราเมลก็ดังขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมาเปิดดูข้อความที่เข้ามา พออ่านจบหัวคิ้วกก็หักลงครึ่งหนึ่ง

“มีอะไรงั้นเหรอ?”

“เพื่อนผมบอกว่าพลังที่คนร้ายใช้ไม่ใช่เอสเปอร์แต่เป็นพลังพรสวรรค์”                                           

สิ่งที่คาราเมลพูดออกมาทำให้แต่ละคนแสดงความงุนงงออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจน คนพูดก็ทำหน้าเอ๋อเหมือนกับไม่รู้ตัวว่าตนเองพูดอะไรออกไปเหมือนกัน เขาแลบลิ้นเลียริมฝีปากเบา ๆ เห็นหน้าแต่ละคนก็รู้เลยว่าไม่รู้เรื่องนี้แน่

“ผมต้องอธิบายอะไรก่อนดี?”

“ทั้งหมด”แอมเบอร์ตอบแล้วยกปากกาในมือขึ้นวนกลางอากาศ เห็นคนที่ต้องรับหน้าที่ตอบคำถถามยิ้มข้างเดียวแบบแกน ๆ

“คือแบบนี้นะครับ ปกปติแล้วพวกเรามักจะเรียกคนที่มีพลังพิเศษทุกคนว่าเอสเปอร์โดยไม่ได้แบ่งแยกอะไรเลย แต่ตามความจริงแล้วผู้มีพลังพิเศษเขาจะแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ ๆ หนึ่งคือเอสเปอร์แบบอาชญากรที่เราปะทะด้วย ข้อแตกต่างก็คือหนึ่งจะมีพลังอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นประเภทไป เช่น หูทิพย์ ตาทิพย์ สอง พลังพวกนี้จะคงอยู่ในกฎของหลักฟิสิกส์ อย่างถ้าเป็นเอสเปอร์พลังไฟก็จะสร้างไปในน้ำไม่ได้ สาม จะมีกฎตายตัวในการใช้งานเช่น ถ้าจะเทเลพอต เท้าต้องอยู่บนพื้นการเคลื่อนย้าย สี่ พลังจะไม่สามารถพัฒนาได้ อย่างถ้าสร้างน้ำได้ก็จะเป็นน้ำไปแบบนั้น จะไม่กลายเป็นน้ำแข็งหรือว่าเรียกฝนลงมาได้ เพราะในถือเป็นพลังของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และห้า พลังเหล่านี้จะไม่สืบทอดทางพันธุกรรม”

“ถ้าแบบนั้นแปลว่าพลังพรสวรรค์อะไรนั่นจะถูกถ่ายทอดมาทางสายเลือดหรือพันธุกรรม มีความหลากหลายในพลังของตนเอง สามารถพัฒนาได้ มีขีดกำจัดที่กว้างกว่าและเฉพาะตัวกว่า และไม่เป็นไปตามกฎของฟิสิกส์อย่างงั้นสิ?”

แอมเบอร์ตั้งคำถาม เขาเพิ่งเคยรู้เรื่องนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งพอพิจารณาแล้วพลังเขาดันเข้าขอบเขตของพลังพรสวรรค์มากกว่าพลังเอสเปอร์ เขาเสกน้ำเสกไฟได้เป็นว่าเล่น รู้วิธีสร้างได้เพราะพ่อสอนต่อให้พลังเวทย์ที่ใช้ ๆอยู่มันไม่ได้มาจากตัวเขาเองก็ตามแต่เถอะ ขอบเขตก็สุดแล้วแต่พลังชีวิตจะไปไหว

“ใช่ครับ แอมเบอร์สรุปถูกต้องแล้ว อย่างเช่นพลังของผม พลังน้ำแข็งนี่ผมได้มาจากป๊ะป๋าแท้ ๆของผม สามารถพัฒนาจากการสร้างขึ้นมาโดด ๆไปเป็นการสร้างพายุหิมะได้ สามารถใช้ในสภาพอากาศร้อนได้โดยที่น้ำแข็งไม่ละลายถ้าผมไม่สั่ง ขีดจำกัดคือพลังนั้นจะสร้างมาจากมือผมเท่านั้น ถ้าไม่มีการสัมผัสเกิดขึ้นจะสร้างน้ำแข็งที่ตรงนั้นไม่ได้ ซึ่งต่อให้เป็นอากาศผมก็สัมผัสและสร้างน้ำแข็งขึ้นมาได้ ซึ่งพอพิจารณาดูแล้ว...”คาราเมลลากเสียงหลังยกตัวอย่างจบ เขากวาดสายตามองคนในห้องก่อนจะถอนหายใจ”...ไอ้คนที่อยู่ในห้องนี้แต่ละคนไม่มีใครเป็นเอสเปอร์เลยสักคน”

“แล้วฉันล่ะ?”

โอเชี่ยนชี้เข้าหน้าตัวเอง แอมเบอร์ได้พลังมาจากพ่อ ส่วนเอพริลน่ะได้พลังมาจากอาจารย์ที่เป็นยมทูต ถึงไม่เรียกว่าเป็นพลังพรสวรรค์ แต่ก็ไม่ได้นับเป็นพลังเอสเปอร์ตามเงื่อนไขที่คาราเมลอธิบายเหมือนกัน ซึ่งตัวเขาเองมีความสามารถแบบจำกัดนี่

“ช่วยอย่าลืมด้วยว่าตัวเองทำอะไรได้มากกว่าแค่คุยกับสัตว์ เรื่องวิญญาณไม่ใช่เรื่องของฟิสิกส์...ไม่ใช่สักแขนงหนึ่งของวิทยาศาสตร์ด้วยซ้ำ”เอพริลร้องด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ทำไมเพื่อนเขาชอบลืมว่าตัวเองทำอะไรได้บ้างตลอดเวลา

“อ่า...นั่นสินะ”โอเชี่ยนร้องแล้วหัวเราะร่วน”เรื่องนี้ถ้าคาร่าไม่อธิบายให้ฟังฉันก็ไม่เคยรู้เลยนะเนี่ย คาร่ารู้ได้ไงเนี่ย เก่งจังเลย ฮ่าๆๆๆ “

อีกสองคนในห้องอยากจะบอกเหลือเกินว่าไม่ใช่แค่นายหรอกที่ไม่รู้ คนอื่นเขาก็ไม่เคยรู้เหมือนกัน และไอ้ที่สมควรต้องสงสัยคือไอ้เด็กบนเตียงคนป่วยมันไปรู้เรื่องนี้มาจากไหน จะบอกว่ามั่วสร้างเองก็ดูมีหลักเกณฑ์และเป็นทฤษฎีดีเสียเหลือเกิน น่าเศร้าที่สงสัยอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ออกเลย

“กลับไปที่คดีต่อ สรุปแล้ว...เราคุยกันถึงไหนนะ?”แอมเบอร์เลิกคิ้ว พอโดนแทรกด้วยความรู้ใหม่พวกเขาก็ลืมหัวข้อสนทนาก่อนหน้าไปเลย แต่ละคนเคาะหัวตัวเองสองสามทีถึงได้นึกออกว่าคุยเรื่องไหนค้างเอาไว้

“ความสามารถของคนร้ายไงครับ สรุปแล้วน่าจะเป็นคนที่ลงทะเบียนเอาไว้ว่าเป็นเอสเปอร์ที่มีพลังสะกดจิต ถ้าย้อนประวัติไปแล้วเจอว่าพ่อแม่เองก็มีพลังพวกนี้ก็น่าจะเข้าข่ายครับ เวลาที่โลกไม่รู้ว่าพวกมีพลังพิเศษถูกแบ่งออกเป็นสองสายเราก็ได้ข้อดีแบบนี้แหละ”คาราเมลร้องอย่างอารมณ์ดี การตีวงคนร้ายแคบลงไปในระดับหนึ่งแล้ว คืบหน้ากว่าเขาทำคดีมาทั้งอาทิตย์เสียอีก

ก็เพราะว่ากดดันตนเองแล้วก็ไม่ยอมนอนนั่นแหละสทองเลยไม่แล่น แถมตำรวจก็ไม่ได้ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร เหมือนรอเขาทำคดีให้อยู่อะไรแบบนั้น คาราเมลเองก็ไม่เคยกางแผนที่ออกมามาร์คจุดด้วยว่าเหยื่อถูกฆ่าตายที่ไหนบ้าง แค่เพราะมันเป็นคนละสถานที่กันเขาก็แค่คิดหาความเชื่อมโยงทางนามธรรม เช่น เป็นสถานที่ราชการเหมือนกัน หรือเป็นร้านอาหารเหมือนกัน แน่นอนว่าไม่ได้ความคืบหน้า ใครจะคิดความเชื่อโยงจริง ๆจะออกมาเป็นรูปธรรมบนแผนที่

“ถ้ารู้ว่าคนร้ายจะลงมือที่ไหนคงจะดีนะครับ”เอพริลเปรยเบา ๆกับตัวเอง

เสียงข้อความดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้คาราเมลเปิดมือถือทันควัน เมื่อเห็นข้อความที่เข้ามาคาราเมลก็เริ่มรู้สึกเหมือนตัวแองถูกดักฟังอยู่ชอบกล เขาเอื้อมมือไปหยิบชุดที่สวมก่อนหน้ามาเขย่า ๆท่ามกลางสายตาไม่เข้าใจของคนในห้อง พักเดียวของบางอย่างก็ล่วงลงมา มันเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ทำงานด้วยถ่านนาฬิกาข้อมือหนึ่งก้อน คาราเมลยกยิ้มก่อนจะก้มลงหยิบมันมาจ่อปาก

“คิดจะดักฟังฉันเหรอเพื่อนรัก...ไปตายให้หนอนกินซะไป!”คาราเมลตะโกนอัดของในมือก่อนจะบี้มันทิ้งอย่างเคืองแค้น คิดแล้วเชียวว่าลูนอสไม่น่าปล่อยข่าวโอเชี่ยนไปง่าย ๆ หมอนั่นฟวังว่าคงมีได้หลุดปากคุยกับเรื่องนี้บ้างแน่ ๆ

“สรุปแล้วเขาส่งอะไรมา”

หมาป่าดำถามเรียบ ๆใส่คนที่แช่งชักหักกระดูกเพื่อนสมัยเด็กแบบไม่ปราณีเลยสักนิด ทางคาราเมลเปลี่ยนมายิ้มน่ารักน่าชังเหมือนพลิกหลังมือเป็นหน้ามือ

“หมอนั่นบอกสถานที่ต่อไปที่คนร้ายจะปราฏตัวออกมาน่ะครับ ดูเหมือนว่าจะเป็นผับที่ชื่อว่าLast Night Stand

“ชื่อไม่เป็นมงคลสุด ๆ”เอพริลร้องว่าแล้วเบ้หน้า

“จะว่าไปแล้ว...เพื่อนคาร่านี่ใครกันหรอ แนะนำฉันบ้างได้ไหม อยากรู้ว่าคาร่าเนี่ยรู้จักเพื่อนร่วมอาชีพคนไหนของป๊ะป๋ากัน”โอเชี่ยนทำตาแป๋วถาม ร้อยทั้งร้อยนักค้าข่าวถามแบบนี้ก็มีแต่อยากจะได้ข่าวไปขายทั้งนั้น แต่คาราเมลก็มั่นใจในฝีมือพเพื่อนตัวเองมากว่าจะไม่ถูกจับได้แต่โดยง่าย เขายิ้มรับหน้าบานก่อนจะตอบ

“ชื่อสูนอสครับ”

“อ่อ แบล็กโจ๊กเกอร์อ่ะนะ นึกว่าคนอื่นซะอีก...”

คาราเมลยิ้มค้าง ความมั่นใจปลิวหายไปกับสายลมแบบเรียกกลับมาไม่ทัน ปลิวหายไปเหมือนว่าวที่สายป่านขาด เหมือนกระดาษที่ถูกลมหอบขึ้นฟ้า เหมือนลูกโป่งสวรรค์ที่ถูกปล่อยมือ! เด็กหนุ่มนั่งหน้าซีดมองโอเชี่ยนอยู่บนเตียง

“ทำไมป๊ะป๋ารู้จักอ่ะ!

“อ่อ...”โอเชี่ยนลากเสียงยาว ๆ มองเศษซากเครื่องดักฟังแล้วก็เดินเข้าไปเขย่าชุดคาราเมลอีกครั้งเพื่อตรวจดูว่าไม่มีเครื่องดักฟังซ่อนอยู่อีก พอแน่ใจแล้วก็หันไปหาคาราเมลแล้วตอบเต็มปากเต็มคำ”ฉันคือมุรามาสะมาซามุเนะเอง อย่าไปบอกทางนั้นล่ะ เดี๋ยวพอรู้ว่าเป็นคนรู้จักแล้วจะตัดราคากัน”

คาราเมลอ้าปากผะงาบ ๆชี้หน้าโอเชี่ยน จะไม่ให้เขาช็อกอย่างไรไหว ไอ้คนตรงหน้ามันเป็นคู่ค้าข่าวคนสำคัญของลูนอสเลยด้วยซ้ำไป เรียกว่าข่าวส่วนใหญ่ที่ซื้อมาได้ก็เอามาจากคนที่ใช้ชื่อว่ามุรามาสะมาซามุเนะ ข่าวแต่ละข่าวคุณภาพดีทั้งนั้น เป็นตัวใหญ่ของวงการที่น่ากลัวในระดับหนึ่ง ลูนอสบ่นบ่อย ๆว่าข่าวจากคนนี้ราคาค่อยข้างดี แต่ขายบให้ยาก ถ้ารู้ว่าเป็นโอเชี่ยนคงวิ่งมากราบเท้าเช้ากราบเท้าเย็นเลยล่ะมั้ง

“ก็ไม่อยากจะขัดหรอก แต่เราสมควรกลับมาสนใจเรื่องคดีหรือเปล่า?”แอมเบอร์ทักเรียบ ๆ เห็นไอ้เด็กผมน้ำตาลอ้าปากค้างแล้วก็ขำหน่อย ๆ บอกแล้วว่าท่าทีปัญญาอ่อนแบบนี้ของโอเชีย่นซ่อนอะไรได้หลายอย่างจริง ๆ

“ผมว่างานนี้ให้โอเชี่ยนออกโรงแฝงตัวก็ได้ เขาเที่ยวสถานที่อโคจรพวกนี้บ่อย น่าจะไม่เป็นที่สังเกต”

เอพริลเสนอทางพร้อมกับเหน็บแนมเบา ๆตามแบบฉบับตนเอง ท่าทางคุณแม่แห่งโวคจะไม่ปลื้มนักที่ลูกชายคนโตมีนิสัยใจแตก ทางคนถูกเอ่ยชื่อชะงักมือที่กำลังใช้ปากกาน้ำเงินวงจุดที่คาดว่าจะเกิดเหตุต่อไป เหลือบมองว่ามันเข้าเค้ากับส่วนต่าง ๆดีก็หันไปหาเพื่อน

“เอ่อ...ฉันขอค้านจะได้ไหม?”

“ทำไม? นายกลัวไปเจอโจทย์เก่าที่นั่นหรือไง หนีบคาร่าของนายไปเป็นคู่รักด้วยก็ได้ คงไม่มีใครเข้ามาวอแวหรอก”แอมเบอร์ว่าแล้วเพยิดหน้าไปทางคนที่นั่งอยู่บนเตียง เด็กหนุ่มทำหน้าเอ๋อชี้นิ้วเขาตัวเองเป็นเชิงถามว่าเรื่องนี้เขาเกี่ยวด้วยหรอ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเกี่ยวเต็ม ๆนี่ มันคดีของเขานี่

“ฉันไม่ได้กลัวโจทย์เก่า เรื่องพวกนั้นจัดการง่ายกว่าเขียนรายงานคดีส่งแทนนายเสียอีกแอมเบอร์”โอเชี่ยนว่าด้วยสีหน้าประหลาด ๆ เขาทำท่าทางอึกอักแล้วตอบไปแบบปลงไม่ตก”นั่นมันผับของผู้หญิงนะ ถ้าจะเข้าได้ก็มีแค่ผู้หญิงเท่านั้นแหละ!

“งั้นก็ให้ผู้หญิงทำไป”

แอมเบอร์พูดเรียบ ๆ ทั้งห้องเงียบลงไปชั่วคราวเพราะกำลังวางแผนในหัว จังหวะนั้นประตูห้องก็ถูกเปิดออก ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีคนอยู่ในห้องตอนนี้เพราะอาจจะมีคนมาเฝ้า แต่พวกแอมเบอร์เคยชินกับการทำภารกิจเสี่ยงตายจนลืมไปเลยว่าตอนนี้ตนเองอยู่ในสถานะไหน โอเชี่ยนกระชากแผนที่ลงมาซ่อนก่อนจะกระโดดไปยืนหน้าแมอเบอร์กับเอพริลในระหว่างที่คาราเมลหยิบชุดบนเตียงยัดใต้หมอนแล้วสอดตัวลงนอนใต้ผ้าห่ม เหลือบเห็นโอเชี่ยนประสานมือเหมือนทำอะไรสักอย่าง ท่าทางน่าสนใจจนคาราเมลลืมแกล้งหลับไปเลย

“อ้าว ตื่นแล้วงั้นเหรอคะ? ตื่นเร็วจัง...อ๊ะ สายน้ำเกลือหลุดนี่คะ”

พยาบาลสาวเดินเข้ามาทักทายด้วยความเป็นมิตร หล่อนเดินมาหยิบสายน้ำเกลือที่คาราเมลดึงออกก่อนหน้าขึ้นมา เห็นน้ำเกลือในถึงเกือบหมดแล้วก็หันมาตรวจดูคาราเมล

“ขอโทษครับ ผมคงละเมอดึงออก คุณพยาบาลอย่าโกรธผมนะครับ”

คาราเมลทำตาปริบ ๆออดอ้อน สังเกตได้ว่าพยาบาลสาวไม่เห็นพวกแอมเบอร์จริง ๆ ไม่อย่างนั้นต้องทักไปแล้ว หล่อนไปหันมาระหว่างถุงน้ำเกลือกับเตียงคนป่วยพักใหญ่ อย่างไรก้ต้องเห็นที่หางตาบ้าง เท่านี้ก็พอจะรู้เหตุผลแล้วว่าทำไมโอเชี่ยนถึงทำงานในวงการใตดินได้โดยไร้รอยขีดข่วน ซ่อนตัวเก่งขนาดนี้

“ไม่โกรธหรอกค่ะ อาการดีขึ้นแล้วพอสมควร แต่ก็ขอให้น้ำเกลือเรื่อย ๆก่อนนะคะ คุณเองก็คราวหน้าอย่าฝืนมากนัก เป็นเจ้าหน้าที่ใหม่แท้ ๆอย่าเพิ่งรีบตายสิคะ อยู่ทำงานด้วยกันนาน ๆก่อน”หล่อนว่าพลางหยิบถุงน้ำเกลือถุงใหม่ขึ้นมาแขวนแล้วสอดเข็มเข้าไปในแขนคาราเมล”เดี๋ยวสักพักคุณหมอจะมาดูอาการนะคะ ไม่นานก็คงกลับบ้านได้”

คาราเมลขานรับเสียงใส มองตามจนพยาบาลสาวเดินออกไป เสียงประตูห้องปิดลงพร้อมกับเสียงถอนหายใจที่ดังขึ้น แอมเบอร์หันไปตบหัวโอเชี่ยนหนึ่งที

“ซ่อนตัวทำไม?”

“แล้วทำตัวเนียนตามทำไมอ่ะ?”

“อย่าตีกันครับ อย่าตีกัน”

เอพริลร้องปรามสองคนข้าง ๆอย่างช่วยไม่ได้ สภาพเหมือนแม่ที่กำลังห้ามลูกไม่ให้ตีกันเข้าไปทุกที ๆ นัยน์ตาสีนิลมองสองคนที่แง่งแง่ใส่กันแล้วส่ายหัว พอเบนสายตาไปทางคนป่วยบนเตียงก็ต้องเลิกคิ้วขึ้น เห็นสีหน้าแล้วพอจะเดาได้ว่าเอะใจอะไรขึ้นมา ทางนั้นเองพอรู้สึกตัวว่าถูกจ้องก็เบนดวงตาขึ้นจ้องกลับ

“ดูเหมือนว่าผมจะนึกอะไรขึ้นได้”คาราเมลว่าแล้วลูบต้นคอ”คนร้ายรู้ด้วยว่าผมเป็นเจ้าหน้าที่ใหม่ของโวค เจ้าหน้าที่ในหน่วยมีเป็นร้อยเป็นพัน จะจำหน้าหมดจนรู้ได้ยังไงว่าใครเก่าใครใหม่ แล้วนี่ก็ไม่ใช่เทศกาลรับสมัครเจ้าหน้าที่ใหม่ รู้ว่าผมเป็นเด็กใหม่แบบนี้ไม่แปลกไปหน่อยหน้าครับ?”

“ที่พูดมาก็มีเหตุผลแหะ”โอเชี่ยนพึมพำ”หรือจะเป็นคนในหน่วยเรากันที่เป็นคนร้าย แต่แบบนั้นล่ะก็แย่แน่”

เขาเกลียดสุดก็เรื่องราวจบหักมุมว่าคนร้ายอยู่ในหน่วยนี่แหละ ต้องมาไล่จับพวกกันเดียวแล้วโอเชี่ยนเสียขวัญ แต่เหมือนคาราเมลจะไม่คิดแบบนั้น เขายกยิ้มเหมือนพวกตัวโกงในหนัง จากนั้นก็หันมองพวกแอมเบอร์

“ถ้าได้แบบนั้นก็ดีสิครับ เราจะได้ทำงานง่าย ๆ”เด็กหนุ่มยิ้มแย้มแบบคนมีแผนร้าย อยู่ด้วยกันมาจนพอจะเดาทางออกแล้ว”ผมว่าเราน่าจะปล่อยข่าวลือสักหน่อย ว่ามีเจ้าหน้าที่สาวในหน่วยโวคเป็นบ้านเล็กกับคนใหญ่คนโตและมีประวัติการทำแท้ง”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #424 Roszo (@tubtim52) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 15:14
    ชอบเอพริล ไม่สิ!รักเลยตะหาก>\\\<
    //ช่วงท้ายๆนี้ฮามาก
    #424
    0
  2. #423 Roszo (@tubtim52) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 15:13
    สนุกมาก 

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 กรกฎาคม 2560 / 15:15
    #423
    0
  3. #386 Bloody_Mary (@bloody-marry) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 03:14
    เอพริลโดน~
    #386
    0
  4. #352 Dark Diamond (@hokange) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 20:02
    -อุบาทศ์ -> อุบาทว์
    #352
    0
  5. #222 ชิน เรย์ (@chin-rei) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 / 15:30
    คาร่าน่ารักที่ซู๊ดดดดด
    #222
    0
  6. #188 เด็กแว่นสีชมพู (@whitebaby) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2556 / 18:42
    ดีกันแบบนี้น่ารักดีจังเลย
    #188
    0
  7. #99 moonwing (@moonbird) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 กันยายน 2556 / 11:02
    พอคืนดีกันแล้วก็น่ารักเลย!! 555
    #99
    0
  8. #73 Night (@fah2541) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2556 / 20:01
    คำผิด ยิม = ยอม แก้ด้วยนะคะ ^^
    #73
    0
  9. วันที่ 10 กรกฎาคม 2556 / 09:52
    มาต่อไวๆน่อ
    #72
    0
  10. #71 Night (@fah2541) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 / 20:42
    ใจร้าย ค้างนะนี่
    #71
    0
  11. วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 / 19:17
    แงะ....มาให้ครบตอนสิ
    #70
    0