Little Sheep or Werewolf แกะตัวนั้นที่มันเป็นหมาป่า

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 24,303 Views

  • 485 Comments

  • 1,072 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    41

    Overall
    24,303

ตอนที่ 11 : Chapter 8 : ลูกแกะเป็นสัตว์ที่มีความพยายาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    19 ก.ค. 60

Chapter#8

ลูกแกะเป็นสัตว์ที่มีความพยายาม

 

หลายครั้งหลายหนที่ทนหนี

ให้พ้นที่พ้นทางจากหมาร้าย

น้องแกะต้องวิ่งให้พ้นอันตราย

ไม่ให้ตายอ่ะพี่หมาป่าเข้าใจมะ?

 

                หลังจากประชุมเสร็จ แต่ละคนก็แยกย้ายกันไปตามหน้าที่ตนเอง บางคนกลับหน่วย บางคนออกไปทำงานนอกสถานที่ พวกที่รู้จักกันอยู่ก็เดินคุยกันไประหว่างทางบ้าง ซึ่งในกรณีของแอมเบอร์ เอพริล และโอเชี่ยนควรจะเป็นอย่างหลัง น้อยที่สุดก็ต้องคุยเรื่องการเข้ามารับตำแหน่งแบบกะทันหันของคาราเมล มีหลายเรื่องที่ทำให้รู้สึกประหลาดใจ อย่างแรกี่พวกเขาไม่มัน่ใจในฝีมือของเจ้าเด็กคนนั้นเลยนักนิดว่ามากพอจะเป็นคนระดับหัวหน้า ถึงแม้ว่าจะเห็นฝีมมือไปบ้างแล้วเป็นขวัญตาหลายครั้ง แต่ก็ยังติดเรื่องที่ไปที่มาซึ่งยังคงเป็นปริศนาจนถึงตอนนี้ ไหนจะเรื่องบัตรเครดิตระดับสูงที่เจ้าตัวพกไว้ เพราะแบบนั้นถึงเกิดการตั้งแง่ขึ้น ว่ามันมีการใช้เส้นใช้สายในทางผิด ๆหรือเปล่า

เรื่องจับตาดูหรืออะไรเทือกนั้นที่เบลเฟกอลอ้าง บางทีอาจจะแค่ดึงมาเป็นเหตุผลข้าง ๆคู ๆสำหรับการรับเด็กคนหนึ่งที่อายุน่าจะยังไม่ถึงสิบแปดดีมาเป็นโวคโดยไม่เคยเรียนมาก่อน เรื่องที่เรียนจบก่อนเวลากับผลการเรียนที่ออกมาดีขนาดนั้นก็อาจจะเป็นเรื่องโกหกก็ได้ พอคิดแบบนั้นแอมเบอร์ก็เริ่มห่วงอนาคตของโวคชอบกล

ตั้งแต่เกิดมาเขาก็เกี่ยวพันกับหน่วยงานนี้มาโดยตลอด เริ่มจากพ่อของเขากับบรรดาเพื่อน ๆของพ่อที่ทำงานภายใต้สังกัดโวคมาโดยตลอด หลายครั้งมีโอกาสได้ไปเห็นการทำภารกิจด้วยตาตนเอง...เหมือนอย่างคดีนางฟ้าสีขาว...ทำให้แอมเบอร์และอีกสองคนเข้าใจดีถึงความสำคัญของหน่วยงานนี้ คนมีพลังพิเศษจัดเป็นประชากรส่วนใหญ่ของโลก ดังนั้นหลายคนลำพองตนและก่อรเองกับคนธรรมดา ยังไม่นับพวกเอสเปอร์ที่พลังไม่สามารถใช้ในการต่อสู้ได้ อย่างพวกที่มีพลังแค่วาดรูปออกมาจากความทรงจำโดยละเอียด หรือแค่สกัดสีออกมาจากสิ่งของ เป็นเอสเปอร์ที่เหมาะกับสายงานอื่นมากกว่ามาทำงานให้โวค

ดังนั้นความสำคัญของหน่วยงานนี้มีมาก มากจนไม่สามารถคิดได้ว่าจะฝากเอาอนาคตไว้กับเด็กปริศนาคนหนึ่งได้อย่างไร

“นี่แอมเบอร์”

ทันทีที่เท้าเข้าสู่ลิฟต์ชื่อของเขาก็ถูกเอ่ย เสียงเรียกทำให้แอมเบอร์เงยหน้าขึ้น หันไปสบตากับเจ้าคนผมแดงที่เงียบมาตลอดทางเหมือนกันทั้งที่ปกติออกจะพูดมาก แต่พอเห็นหน้าก็นึกได้ว่าประเด็นที่อีกฝ่ายจะเอ่ยคงไม่มีอะไรนอกจากเรื่องที่คาราเมลกลายเป็นหัวหน้าระดับเดียวกันในเวลาแค่ไม่กี่วันหลังจากพบกัน

“นายทเลาะกับคาร่าใช่ไหม?”

ผิดคาดแหะ...

แอมเบอร์คิดในใจ แอบนึกทึ่งเหมือนกันที่เพื่อนผมแดงมีประสาทสัมผัสไวเกินคาดแบบนี้

“ไม่ต้องมีประสาทสัมผัสพิเศษอะไรหรอกครับ ก็ปฏิกิริยาของพวกคุรสองคนมันเป็นปรปักษ์ต่อกันแบบกู่ไม่กลับเลยนี่ ใคร ๆเขาก็รู้ทั้งนั้น”เอพริลเอ่ยขึ้นเหมือนรู้ใจคนข้าง ๆ เห็นทีว่าเรื่องที่คุยคงได้พูดกันยาวเลยยื่นมือไปสับสวิตส์ปุ่มหยุดลิฟต์ฉุกเฉิน ที่ตึกมีลิฟต์หลายตัว ถ้าจำเป็นต้องขึ้นลิฟต์ก็ไปตัวอื่น ๆก่อน อีกอย่างนี่ก็ไม่ใช่ชั่วโมงเร่งด่วนอย่างตอนเข้างาน การหยุดลิฟต์เพื่อถกปัญหาที่เป็นกึ่งความลับ ลิฟต์ที่หยุดการใช้งานน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี

“ทะเลาะนิดหน่อย”แอมเบอร์รับตรง ๆ สายตามองสวิตส์ที่ถูกสับแล้วย้ายไปทางเพื่อนผมดำ”แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร หมอนั่นก้าวก่ายชีวิตฉันมากเกินไปเอง ฉันก็แค่เตือนเพื่อไม่ให้หมอนั่นลำเส้น เขาสมควรรู้ตัวยว่าตนเองไม่ใช่คนในกลุ่มแบบเต็มตัว ที่มีพวกเราป้วนเปี้ยน ๆอยู่ใกล้ ก็เพราะว่าคำสั่งที่ถูกสั่งให้จับตามองต่างหาก”

“แอมเบอร์ใจร้าย คำพูดที่ใช่จ้องรุนแรงมากแน่ ฉันเดาได้”โอเชี่ยนขมวดคิ้วต่อว่า เอาตามนิสัยเพื่อนคนนี้แล้วต้องหลุดคำพูดไม่น่าฟังออกไปแน่ แล้วเด็กน้อยที่ดูจิตใจเปราะบางแบบคาราเมลจะรับฟังได้งั้นเหรอ แอมเบอร์นี่มันแอมเบอร์จริง ๆเลย!

“ฉันก็รู้ว่าฉันผิด ก็หาจังหวะขอโทษอยู่ แต่ก็รู้ว่านั่นไม่ใช่นิสัยฉัน”

หมาป่าดำว่าด้วยท่าทางเหมือนจะลำบากใจ มือยกขึ้นลูบท้ายทอยเบา ๆ ขอโทษใครก่อนไม่ใช่นิสัยแอมเบอร์มาแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่เล็ก ๆมีความเชื่อส่วนตัวว่าเขาทำอะไรก็ไม่ผิดไปซะหมด จนกระทั่งโดนสอนว่ามนุษย์เราผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น บางครั้งต้องตั้งสติให้ดีว่าสิ่งที่ทำลงไปมันถูกหรือเปล่า ถ้าหากว่าไม่ ก็ต้องขอโทษ เรื่องพวกนี้น่ะเขาถูกสอน...โดยใครสักคน...ใครกัน

“ก็ไม่เห็นจะแย่อะไรนี่ครับ ถ้าสมมติว่าพูดประมาณนั้นออกไปจริง ผมเองก็คิดในบบเดียวกันกับคุณ บางครั้งเด็กคนนั้นก็ล้ำเส้นเกินไป ถ้าให้พูดแบบตรงไปตรงมาเขาก็เป็นคนนอกสำหรับเรามาโดยตลอด”

“เอพริล!

โอเชี่ยนขึ้นเสียงสูงเรียกชื่ออีกฝ่าย เห็นท่าทีเป็นมิตรกันดีนี่มันอย่างไรกันแน่นะ หมาป่าแดงจ้องเขม็งใช่ว่าจะไม่รู้ว่าพฤติกรรมรู้มากเกินของคาราเมลไม่ถูกใจเอพริลอย่างแรง ทั้งชื่อเรียก ทั้งความรู้บางประเภทที่ไม่สมควรรู้ หรืออาจจะมีเรื่องอื่นเพิ่มเติมนอกจากนี้ที๋โอเชี่ยนไม่ได้รับรู้ด้วย แต่เห็นคนผมดำพูดแบบนั้นแล้วรู้สึกไม่ดีชอบกล

“ทำไมมีแต่คนใจร้ายนักนะแถวนี้ คาร่าไม่ได้เป็นถึงขั้นนั้นสักหน่อย อย่างน้อยก็เสี่ยงตายรวมงานกันมางานสองงานแล้วนะ จะเรียกว่าคนนอกมันก็ไม่ถูกนะ ถึงเรื่องส่วนตัวจะไม่สมควรยุ่มย่ามตามมารยาทก็เถอะ”

“นายเองนั่นแหละ วางใจหมอนั่นมากไปหรือเปล่า แถมยังช่วยปิดบยังเรื่องน่าสงสัยไว้อีก อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ”แอมเบอร์หันไปกดเสียงใส่แล้วมองหน้าด้วยสายตาต่อว่า”ทางนั้นเป็นใครก็ไม่รู้ ดีไม่ดีอาจจะเป็นคนร้ายก็ได้”

พอถูกดุโอเชี่ยนก็เงียบไปเหมือนเด็กที่งอแง แอมเอบร์กับเอพริลไม่สนใจ หนึ่งฃในสองคนนั้นหันไปสับสวิตส์หยุดลิฟต์ฉุกเฉินขึ้นเพื่อนให้ลิฟต์ทำงานต่อ หน้าปัดดิจิตอลแสดงหมายเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ถึงครึ่งนาทีก็มาถึงชั้นที่โอเชี่ยนต้องลง ชายหนุ่มถอนหายใจ เห็นเอพริลกดปุ่มเปิดลิฟต์ให้ แต่มือก็ยังยกกันประตูลิฟต์เอาไว้

“พวกนายไม่รู้สึกจริง ๆหรอ ความรู้สึกคุ้นเคยจากเด็กคนนั้นน่ะ”

โอเชี่ยนทิ้งคำถามยาก ๆเอาไว้ให้สอวคนในลิฟต์ขบคิดต่อ ส่วนตัวเองก็เดินออกไปจากลิฟต์ รู้สึกแย่นิดหน่อยเหมือนกันที่พูดออกไปเหมือนจะเข้าข้างคนอื่นมากกว่าเพือ่นตัวเอง แต่โอเชี่ยนเป็นคนที่เชื่อเซนส์ของตัวเองมาเป็นอันดับแรก ในความคิดเขา ในความรู้สึกลึก ๆเชื่อเสมอว่าคาราเมลไม่ใช่คนที่มาร้าย ออกจะดีเกินกว่าคนที่รู้จักกันด้วยซ้ำไป แต่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าความรู้สึกนี่มันมาจากไหน ก็ได้แต่เชื่อแบบเดิมต่อไปเรื่อย ๆ อนาคตข้างหน้ามีหลายเรื่องของต้องรอดู

“อ้าว โอเชี่ยน”

“อ๊ะ ท่านรอง”

ชายหนุ่มร้องทักรองผู้บัญชาการสูงสุดแห่งหน่วยโซคเขตสี่เพราะทางนั้นร้องทักมาก่อน ในมือของชายหนุ่มที่เพิ่งเจอกันเมื่อตอนประชุมมีเอกสารจำนวนหนึ่งถือเอาไว้ ด้านหลังมีคนร่วมสิบคนเดินตามมา แต่ละร่างใส่เครื่องแบบคนละสี น้ำเงินบ้าง แดงบ้าง เหลืองบาง ตามสังกัดที่อยู่ ซึ่งนั่นทำให้โอเชี่ยนแปลกใจไม่น้อย สีเหลืองของหน่วยวิทยาการไม่น่าจะมาปรากฏตัวในชั้นนี้ ก็เพราะว่าชั้นนี้เป้นที่ทำการของหน่วยข่าวกรองกับฝ่ายบุคคล กระทั่งทริปเปิ้ลเองก(ยังไม่สมควรมาปรากฎตัวที่นี่เหมือนกัน

“คุณมีงานด่วนหรือเปล่ครับโอเชี่ยน?”ทริปเปิ้ลเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มหวาน ๆ เห็นท่าทางผิดผกติของอีกฝ่าย คนหูไวตาไวความรู้สึกไวแบบโอเชี่ยนย่อมต้องเข้าใจ

“จะใช้งานผมล่ะสิ”ชายหนุ่มว่าแล้วหัวเราะตบท้าย เป็นคำพูดเชิงล้อเล่นของคนจำพวกที่สนิทกัน

“รู้ใจดีครับ วานพาเจ้าหน้าที่ตรงนี้ไปส่งที่ชั้นยี่สิบสี่หน่อยสิครับ ไปส่งในคาราเมลน่ะ เดี๋ยวผมต้องไปจัดการขนมของว่างให้คุณเบลเฟกอลต่อก่อนเขาจะขาดน้ำตาลจนอาละวาดเอา”

พอได้ยินแบบนั้นโอเชี่ยนไม่รู้จะขำหรือจะกลัวดี รู้อยู่ว่าผู้บัญชาการคนนั้นติดขนมหวานมาก แต่ไม่เคยรู้ว่าถ้าขากดน้ำตาลแล้วจะอาละวาด ทีนี้ก็ต้องสงสัยต่อว่าถ้าอาละวาดนี่จะออกมาในลักษณะไหน ฟาดงวงฟาดงาหรือว่าลงไปดิ้นบนพื้นเหมือนเด็กร้องจะเอาของเล่น

“อย่ารู้ดีกว่าครับ ยังไงก็ฝากด้วย”

ร้อยทั้งร้อยพอบอกว่าเบลเฟกอลสามารถอาละวาดได้ถ้าขาดน้ำตาล คนพวกนั้นพอได้ยินก็ต้องอยากรู้อยู่แล้วว่าผู้บัญชาการปัญญาอ่อนคนนั้นจะอาละวาดออกมาในรูปแบบไหน และทริปเปิ้ลย่อมต้องขอไม่ให้อยากรู้จะเป็นการดีต่อทุกฝ่ายมากกว่า โอเชี่ยนเองพอได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าหงึกหงัก รับเอกสารจากรองผู้บัญชาการมาแล้วก็เดินนำพวกด้านหลัวงไปส่งตามคำสั่ง โคดีที่ลิฟต์จุคนได้ถึงสิบห้าคน เลยไม่ต้องมีใครแยกตัวออกไป

ลิฟต์เคลื่อนที่มาถึงชั้นเป้าหมาย คนที่พามาด้วยไม่มีใครพูดคุยอะไรกันสักคนหนึ่งจนโอเชี่ยนยังอึดอัด ครั้นจะหันไปคุยด้วยก็รู้สึกไม่มีอารมณ์จะเปิดบทสนทนาเอง ด้านหลังมีคนของหน่วยเขามาด้วยคนหนึ่ง ส่วนที่เหลือก็เห็นเป็นหน่วยอื่นบ้างคละ ๆกันมา เห็นเครื่องแบบสีดำสองสามคน ไม่รู้งานนี้แอมเบอร์จะโมโหหรือเปล่าที่ถูกดึงคนไปจากหน่วย ยิ่งหาคนที่ทำงานเก่ง ๆยากอยู่ด้วย แล้วอย่างคาราเมลน่ะเหรอจะเลือกเอาคนไม่ได้ความมาทำงานด้วย

ก๊อก ๆ

“คาร่า...”

โอเชี่ยนเคาะประตูกระจกสองครั้งก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปด้านใน หัวหน้าหน่วยคนใหม่นั่งเอาเท้าพาดโต๊ะส่วนหน้าก็เงยขึ้นแล้วเอาหนังสือนิตยสารรายสัปดาห์วางเอาไว้ พอรู้สึกตัวว่ามีคนมาถึงได้ดึงเอาของบนหน้าลง นัยน์ตาสีอำพันตวัดมองแบบไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่นัก แต่พอเห็นว่าเป็นโอเชี่ยนก็เปลี่ยนท่าทีไป

“พาคนมาให้น่ะ”โอเชี่ยนว่าด้วยรอยยิ้ม แสร้งทำเป็นไม่เห็นเลยสักนิดว่าอีกฝ่ายใช้สายตาแรกแบบไหนมองมา

“โอ้ ขอบคุณครับ พาพวกเขาเข้ามาด้านในแล้วเลือกที่นั่งตามใจชอบเลย กลางวันนี้เราน่าจะไปทานมือ้เที่ยงด้วยกันนะครับ ถือเป็นการทำความรู้จักกัน เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง”

คาราเมลก้ยังคงเป้นคาราเมล ยิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับคนนั้นคนนี้ด้วยท่าทางสุภาพ มือผายไปที่โต๊ะแล้วมองตามอย่างให้ความสนใจ เจ้าหน้าที่ที่ต้องย้ายหน่วยแบบกะทันหันก็ยอมเดินไปเลือกโของตนเองด้วยท่าทีไม่ค่อยจะพอใจเสียส่วนใหญ่ การย้ายกะทันหันเป็นเรื่องไม่น่าพิสมัย แต่แย้งอะไรไม่ได้เมื่อรองผู้บัญชาการไปเชิญด้วยตนเอง นั่นเท่ากับการมัดมือชกไม่ใช่หรือ?

“ผมนึกว่าทริปเปิ้ลจะเป็นคนพามาซะอีก”

พอได้ยินคาราเมลหันไปเรียกชื่อรองผู้บัญชาการแบบสนิทปากกับโอเชี่ยนคนในห้องก็แอบสะดุ้งกันบ้าง รู้ดีแก่ใจว่าเห็นท่าทางเป็นมิตรท่านทริปเปิ้ลและเบลเฟกอล แต่เอาเข้าใจไม่มีใครเป็นอย่างภาพลักษณ์สักคน เห็นว่าที่หัวหน้าคึนใหม่เรียกชื่อได้แบบเต็มปากเต็มคำก็พอจะเข้าใจระดับสถานะของอีกฝ่ายชอบกล

“งานด่วนน่ะ ถึงจะฟังดูไร้สาระก็เถอะ”โอเชี่ยนอธิบายแล้วสาวเท้าเข้าไปในห้อง เข้าหยุดลงที่หน้าโต๊ะของเด็กหนุ่มแล้วนิ่งไปสองสามวิก่อนจะเปิดปากต่อ”นี่คาร่า เอ่อ มาคุยกันหน่อยดีไหม?”

คาราเมลเลิกคิ้ว เหลือบมองคนในหน่วยของตนที่หันมาให้ความสนใจหนึ่งที คนพวกนั้นพอถูกมองก็รีบกลับไปจัดการสิ่งที่ทำต่อ ดวงตาสีอำพันเบนกลับมา ถอนหายใจหนึ่งทีแล้วโคลงหัวไปทีระเบียงด้านนอก สองหัวหน้าเดินออกไปและตามหลังด้วยเสียงซุบซิบเล็กน้อย พอปิดประตูลงก็กลายเป็นว่าถูกแทนทีด้วยเสียงการจารจรด้านล่างและเสียฝนตกปอย ๆ ออกมาคุยข้างนอกในวันที่ฝนตกแบบนี้ โชคดีแค่ไหนแล้วที่ฝนไม่สาดเข้ามา

“เรื่องแอมเบอร์สิน่ะครับ”

“ทะเลาะกันจริง ๆน่ะหรอ?”โอเชี่ยนทำตามแป๋วถามกลับ ถึงขั้นนี้แล้วคงไม่ต้องอ้อมค้อมกันอีก

“ไม่ได้ทะเลาะ...”คาราเมลว่าเสียงสูงแถมยังลากเสียงอีก ดูอย่างไรก็คำโกหกชัด ๆ”มีเรื่องไม่เข้าใจกันนิดหน่อย แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว”

มีเรื่องไม่เข้าในกัน แต่คนที่ทำความเข้าใจได้ในตอนนี้กลับมีคนเดียว โอเชี่ยนว่านี่มันเหมือนปัญหาคู่รักชะมัด ชายหนุ่มถอนหายใจ เรื่องเกลี้ยกล่อมให้ใครกลับมาคืนดีกันไม่ใช่งานถนัด แต่เรื่องอ่านบรรยากาศเขาก็พอทำเป็นอยู่บ้าง ปากบอกเข้าใจ แต่หน้ามุ่ยอย่างกับอะไรดีนะคาราเมล

“แอมเบอร์ก็ปากแบบนี้ คาร่าอย่าถือสาเขาเลยนะ ป๊ะป๋าเองก็ยังโดนออกบ่อย รายนั้นเขาเข้าใจว่าตัวแงเป้นศูนย์กลางของโลกไปแล้ว ถึงอยากจะขอโทษแค่ไหนแต่ก็ไม่ยอมพูดออกมาหรอก อย่าโกรธเขานะ”

“ไม่ได้โกรธครับ ไม่จำเป็นต้องขอโทษด้วย เพราะที่แอมเบอร์พูดมันก็เรื่องจริงทั้งนั้น ป๊ะป๋าเป็นคนเดียวหรือยังไงที่ไม่รู้เรื่องนี้น่ะ ทำไมถึงได้ปล่อยให้ใครต่อใครเข้ามาในชีวิตแบบไม่สงสัยหรือติดใจอะไรบ้าง เรื่องช่วยผมก็อีก คุณควรระแวงคนอื่นบ้างล่ะครับ โลกมันไม่ได้สวยงามไปเสียทั้งหมดเซะหน่อย”

โอเชี่ยนยืนเหวอเมื่อแทนที่จะต้องเป้นคนสอนกลับกลายเป็นฝ่ายถูกสอนไปเสียอย่างนั้น เขาแสร้งเสนัยน์ตาไปมแงถนนด้านล่าง ยกมือลูบต้นคอเพราะรู้สุกสมองตันเกินกว่าจะเอ่ยอะไรออกไป ครั้นจะบอกว่ารู้สึกคุ้นเคยกับคนตรงหน้าเป็นพิเศษก็จะดูประหลาดไปหน่อย

ก๊อก ๆ

เสียงเคาะกระจกดังขึ้นแทรกเรื่องที่พูดคุยให้จบลงแบบไม่เต็มใน ชายหนุ่มผมน้ำตาลสวมแว่นหน้าเตอะยืนอยู่หลังประจูกระจกและเป็นคนเคาะจากด้านใน คาราเมลยื่นมือไปเลื่อนประตูออก เขจาไม่ได้ล็อก เพราะรู้ดีว่าคงไม่มีใครทะลึ่งมาเปิดประตู

“ขออนุยาตที่ขัดขจังหวะครับ มีคดีเข้ามาน่ะครับ”เสียงทุ้มเอ่ยอย่างประหม่า ยิ่งเห็นหัวคิ้วของคาราเมลกดลงต่ำแบบนั้นอีกก็ยิ่งรู้สึกกดดัน

“หน่วยเปิดได้ยังไม่ถึงชั่วโมงเลยนี่มีงานแล้วหรอ เขากลัวไม่ได้ใช่งานเราใช่ไหม”เด็กหนุ่มบ่นพึมพำ สีหน้าเหมือนอยากหักคอคนเรียกใช้งานสร้างคดีเพิ่มมากกว่าไปทำให้คดีลดลง”เป็นคดีแบบไหนล่ะครับ?”

“ฆาตกรรมโหดน่ะครับ หัวหน้าจะไปพื้นที่เลยไหมครับ”

“ได้ พาผมไปทีนะครับ คุณ...เอ่อ...ชื่อน่ะ?”

“ชินเรครับ!”ทางนั้นขานรับเสียงหนักแน่น

คาราเมลหัวเราะใส่ท่าทางแบบนั้น มองดูก็เหมือนผ่อนคลายดี แต่โอเชี่ยนก็ยังไม่คลายกังวล พอเด็กหนุ่มจะเดินกลับเข้าไปด้านในโอเชี่ยนก็รั้งแขนไว้

“เอ่อ...ถ้ามีโอกาสก็คุยกันดี ๆนะคาร่า เราน่ะไม่ใช่คนนอกหรอกนะ ป๊ะป๋ามั่นใจ แล้วก็ระวังตัวด้วย”

คำตอบที่ได้มาหลังจากเอ่ยอย่างเป็นห่วงเป็นใยคือรอยยิ้ม สิ่งที่ไม่คาดคิดคือการที่คาราเมลยิ้มกกลับแล้วยกมือขึ้นขยี้เส้นผมโอเชี่ยนแรง ๆ

“ยังใจดีเหมือนเดมิเลยนะครับโอเชี่ยน”

เด็กหนุ่มทิ้งคำพูดเอาไว้เท่านั้นก่อนเดจ้าตัวจะเดินตามชินเรออกไป ทิ้งให้หมาป่าแดงยืนอยู่กับที่ด้วยความงุนงง สัมผัสแบบนี้ เคยได้มาจากใครกันนะ?

 

               

                รถสปอร์ตสีเขียวถูกจอดลงยังที่เกิดเหตุ ดูเหมือนว่เจ้าหน้าที่โซคส่วนใหญ่จะรายได้ดีถึงได้มีรถหรุขับกันแทบจะทุกคน เด็กหนุ่มคิดพลางขยับตัวออกจารถ สายตามองเจ้ารถสีเขียวด้วยความรู้สึกหงุดหงิดลึก ๆในอก บางทีถ้าคาราเมลเลือกได้เขาอาจจะมารถคันอื่น...สีรถนี่มันทำเขาเป็นจุดเด่นแบบสุด ๆ เด็กหนุ่มมองทิ้งท้ายก่อนจะสาวนายตำรวจที่รับผิดชอบหน้าที่ดูแลที่เกิดเหตุ ฝนหยุดตกไปแล้วเมือหลายนาทีก่อน แต่บนพื้นถนนยังคงเจิ่งนองไปด้วยน้ำฝน บนพื้นมีรอยเปรย์ขีดเป็นรูปร่างมนุษย์เด่นชัด ดูท่าว่าศพน่าจะถูกเคลื่อนย้ายไปแล้ว

                การปรากฏตัวของคาราเมลค่อนข้างดึงดูดสายตาแต่แรกตั้งแต่สีรถ พอเห็นเครือ่งแบบโซคสีขาวยิ่งได้รับความสนใจ พวกเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานก่อนหน้าว่าจะมีเจ้าหน้าที่ของโซคเขจ้ามาช่วยงานตรงจุดนี้ เป็นการประสานงานกันระหว่างหน่วยงานสองหน่วยงาน ไม่ใช่ทำคดีใครคดีมันเหมือนที่ผ่านมา แม้ไม่ได้อยากจะร่วมงานด้วยนัก แต่เป้นคำสั่งของเบื้องบนก็ย่อมต้องทำตาม แต่นี่มันอะไรกัน ทำไมโวคถึงส่งเด็กท่าทางเหมือนนักเรียนมัธยมกับผู้ชายท่าทางเหมือนพวกเด็กเรียนมาลงพื้นที่

                “คาราเมล จากโวคครับ”เด็กหนุ่มเดินไปแสดงบัตรพร้อมทแนะนำตัวกับดเจเหน้าที่คนที่ดูเหมือนหัวหน้า ทางนั้นเบนสายตามองมาพร้อมบุหรี่ในปากที่ยังไม่ได้จุดไฟ

“เบนจามิน ตำรวจอาชญากรรม ยินดีที่ได้พบ ไม่คิดว่าโวคจะให้เด็กม.ต้นมาทำงานด้วย”

เปิดปากคำแรกมาก็นับเป็นคำดูถูกได้เลยในเบื้องต้น แต่คาราเมลแค่ยิ้ม ยกมือจับทักทายกลับอย่างเป็นมิตร ใช้ความเงียบและรอยยิ้มเข้าสยบทุกกรณี ในขณะที่ชินเรทำท่าทีกระวนกระวายเมื่อเจอคำพูดแบบนั้น

“ถ้าไม่เป็นการรบกวนขอผมดูสภาพศพของผู้ตายหน่อยได้ไหมครับ?”

“จะฝันร้ายเอานะ”เบนจามินว่าแล้วเดินนำไปยังรถตู้ของเจ้าหน้าที่ชันสูตรที่เตรียมตัวเอาศพกลับไปยังหน่วยงาน

สามร่างเดินยังศพที่ท้ายรถตู้ เจ้าหน้าที่ประจำรถยอมเปิดศพออกให้ดูเมือ่เห็นว่าคาราเมลมากับเบนจามิน ทางชินเรยืนมองอยู่ไกล ๆไม่เข้าไปยุ่มย่าม เขาไม่โปรดปรานเลือดมากนัก

“ดูจากสภาพศพคงเสียชีวิตทันทีที่ถูกแทง ไม่มีรอยพกช้ำก็เท่ากับว่าไม่ได้ขัดขืนเลย แผลเหวอะขนาดนี้...ยังกับแค้นกันมานาน เช็คประวัติผู้ตายหรือยังครับ?”

                คาราเมลถามต่อ ไม่สนใจสักนิดว่าถูกตออบกลับมาด้วยน้ำเสียงแบบไหน ถ้าเป็นคนทั่วไปคนหันไปกดตาใส่หรือตรอกกลับแล้ว แต่คราวนี้เด็กหนุ่มถือว่าตนมาทำงาน แม้จะไม่ได้อยากจะทำนัก แต่เมื่อได้งานมาแล้วก็ต้องทำให้เต็มที่

”ผู้ตายชื่อคาเนียร์ ลิลลี่ อายุ25ปี เป็นพนักงานอยู่ที่ผับยูนิซิส เผ็นผับกลางคืนที่ย่านกลางค้า ไม่เคยมีประวัติทำผิดกฎหมายอะไร เป็นเอสเปอร์ที่มีความสามารถด้านคำจำ นอกจากทำงานแล้วก็เรียนปริญญาโทด้านวิทยาศาสตร์อยู่”

“โปรไฟล์ดีชะมัด น่าเสียดายจัง แล้วพบอาวุธไหมครับ หรือว่ามีคนเห็นตัวคนร้ายไหม?”

คำพูดคำจาดูเหมือนเป็นผู้เชี่ยวชาญดี แต่เบนจามินก็ไม่ได้วางใจ เจ้าตัวจุดบุหรี่ที่คาบเอาไว้ สูดมันเข้าปอดหนึ่งครั้ง หลังจากพ่นควันสีเทาออกมาถึงได้ตอบคำถามคาราเมลแบบขอไปที

 “เนื่องจากฝนตกหนักและคนร้ายก็ใส่ผ้าคลุมสีแดงครับทำให้ไม่มีใครสามารถระบุได้อย่างแน่ชัด แต่ก็มีพยานคนหนึ่ง ตอนนี้ยังอยู่ในอาการตระหนก แต่ก็สามารถให้การได้ บอกว่าคนร้ายเป็นผู้หญิงสวยมากคนหนึ่ง ไม่รู้ว่าโดนพลังเอสเปอร์อะไรเล่นงานเข้าอีกหรือเปล่า ขนาดคนร้ายหยิบมีดออกมาแทงคนแบบนั้นแทบจะไม่มีใครรู้สึกตัวเลย ได้สติอีกทีก็ตอนยคนร้ายหายไปแล้ว”

“อาจจะไม่ใช่เอสเปอร์ แต่เป็นผู้มีพลังพิเศษแขนงอื่นก็ได้นะครับ”

คาราเมลใช้คำพูดกำกวม มือยกขึ้นลูบคางเบา ๆเหมือนจะใช้ความคิด แต่พอได้สายตาประหลาดจากคนรอบตัวเขาก็เปลี่ยนใบหน้าเป็นยิ้มหวานเอาใจแบบใช้หน้าตาน่ารักของตนเองให้เป็นประโยชน์

“ถ้ามีอะไรคืบหน้ารบกวนแลกเปลี่ยนข้อมูลด้วยนะครับ ปาหาผมได้ตลอดที่ตึกโวค หวังว่าถ้าไปที่กรมตำรวจก็คงได้รับการต้อนรับบ้าง เดี๋ยวผมจะจัดการเรื่องประวัติผู้ตายกับคนคุม้กันพยานเอง คุณไม่ต้องกังวล เรื่องหลักญานผมยกให้เป็นหน้าที่คุณนะครับ”

คาราเมลทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกไปโดยไม่สนอาการหัวเสียบเพราะรู้สึกราวกับถูกสั่งของเบนจามินแม้แต่น้อย เด็กหนุ่มคลายยิ้มออก เหลือเพียงใบหน้าเรียบ ๆแบบคนธรรมดาทั่วไปเขาจะทำกัน

 “ชินเร ผมอยากใหคุณสืบประวัติผู้ตายให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วก็ฝากเช็คกล้องวงจรปิดแถวนี้ให้ผมทีว่ามีผู้หญิงใส่ผ้าคลุมสีแดงผ่านหรือเปล่า ส่งคนไปคุ้มกันพยานสักสองคน ไม่มีอะไรรับประกันว่าคนร้ายจะไม่ย้อนกลับมาฆ่าปิดปากพยาน”

ชินเรพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะเดินตามเด็กหนุ่มผมคาราเมลไปที่รถ ได้ยินเสียงฉฮัมเพลงแบบคนอารมณ์ดีก็รู้สึกประหลาดใจอย่างบอกไม่ถำ

“ดูคุณไม่เครียดเท่าไหร่เลยนะครับ?”

 “ก็คดีไม่ใหญ่มากนี่ครับ ถ้าจะให้เดาพวกตำรวจคงขี้เกียจทำเอง พอเห็นว่ามีหน่วยใหม่เลยโยนๆมาให้มากกว่า”

 “คุณพูดได้ถูกใจผมจังเลยนะครับ”

                คารมเลหันไปยิ้มรับก่อนบิดขี้เกียจเบาๆ”งานนี้เราน่าจะทำเสร็จในเวลาไม่เกินอาทิตย์ ฮ่าห์~ งานแรกก็ดูหวานหมูดีนะครับ”

                ชินเรเองก็พยักหน้ารับกับอีกฝ่ายก่อนจะออกรถไป โดยไม่มีใครคิดเผื่อเอาไว้เลยสักนิดว่าเรื่องที่คิดว่าง่ายอาจจะกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในภายหลังก็ได้

 

 

“ก็แค่ทะเลาะกันตามประสาพวกขั้วตรงข้ามกัน คุณจะอะไรหนักหนาโอเชี่ยน?”

เสียงเอพริลว่าขึ้นเรียบ ๆ สายตาตรวจสอบเอกสารการเงินทีเพิ่งถูกส่งมาใหม่ เป็นเอกสารขออนุมัติเงินสำหรับวิจัยเหวอะไรสักอย่างที่เอพริลขอลงความเห็นว่าสิ้นเปลืองทั้งเงินทองและเวลา แน่นอนนว่าเขาต้องเซนส์ไม่อนุมัติไปตามระเบียบ ทีนี้คงโดนหน่วยวิจัยใช้สายตาจแค้นเคืองจี้ใส่หลังอีก แต่ใครจะไปสนกัน หมาป่าน้ำเงินคิดพลางเหลือบมองคนที่ไม่ยอมกลับหน่วยตนเอง หายไปช่วงเช้าทั้งวัน เขาตามหาตัวกันให้หัวหมุน พอโผล่หน้ามาได้ก็ไม่กลับหน่วยตัวเองราวกัยบรู้ว่าต้องมีคนตามเฉ่ง

 “ความจริงเรื่องที่คาร่ากับแอมเบอร์ทะเลาะกันฉันไม่สบายใจแปลก ๆก็เลย....”

“เข้าไปในห้องคุณแอมเบอร์มา”เอพริลเอ่ยแทรกก่อนเจ้าตัวจะพูดจบ ได้รับสายตาตะลึงอึ้งมาจากโอเชี่ยนเต็ม ๆ

“รู้ได้ไงอ่ะ!?”

โอเชี่ยนทำหน้าตกอกตกใจแบบเกินพอดีจนเอพริลยังสั่นศีรษะให้ความอลังการนี้ แค่เขารู้ว่าเจ้าเพื่อนตัวแสบไปไหนมานี่มันเป็นเรื่องน่าประหลาดใจขนาดนั้นเลยหรือ?

“มีขนสัตว์สีขาวติดอยู่ที่ไหล่ขวาของคุณ จะมีตัวไหนอีกนอกจากเซนเซย์ล่ะครับ?”

เอพริลว่าแล้วชี้ไปที่ไหล่ขวาของโอเชี่ยน เจ้าของไหล่เหลือบมอง นิ้วหยิบเอาเส้นสีขาว ๆสองสามเส้นบนไหล่มามองแล้วพยักหน้ารับข้อสันนิฐาน ขนพวกนี้คงหลุดติดมาก่อนอุ้มเจ้าลูกจิ้งจอกนั่นขึ้นมาเล่นด้วยแน่ ๆ

“แล้วได้อะไรบ้างล่ะครับ?”

                โอเชี่ยนที่หลับหูหลับตาพยักหน้าเปิดเปลือกตามองคนที่ดูเหมือนไม่ใส่ใจแต่ความจริงก็สนใจอยู่ไม่น้อย อาจจะเป็นเป็นเรื่องแอมเบอร์ด้วยมั้ง

“รายนั้นบอกว่ามันโดนคาราเมลลืมทิ้งไว้ที่ห้องเพราะมัวแต่ทะเลาะกับแอมเบอร์ เห็นว่าเถียงกันอยู่สองสามคำแล้วก็แยกย้ายกันไป ท่าทางมันไม่น่านหักขนาดไม่ยอมมองหน้ากันเลยนะ แต่ถ้าฉันเป็นคาร่าก็ต้องงอนมากแน่ อยู่ ๆก็ถูกบอกว่าเป็นคนนอกแบบนั้น ทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ดูมีส่วนร่วมในกลุ่มมาโดยตลอด ไหนจะอาหารที่ทำให้กิน คดีที่ช่วยทำ เป็นฉันก็เข้าใจว่าตัวเองมีอภิสิทธิ์ระดับหนึ่งเหมือนกัน”

“ถ้าจะเข้ามาเล่าเรื่องการเข้าข้างคาราเมลของตัวเองล่ะก็เชิญออกไปด้านนอกครับ ผมอยากได้อะไรที่มีประโยชน์กว่านี้”

โอเชี่ยนทำหน้าเหมือนจะร้องว่าเอ๊า!ใส่เอพริล อยู่ ๆก็หงุดหงิดอะไรขึ้นมากันล่ะนั่น คนผมแดงนั่งคิดนอกคิด รู้สึกได้ว่าไม่ควรพูดอะไรออกไป เดี๋ยวจะกลายเป้นทะเลาะกันไปอีกคู่หนึ่ง

“ฉันก็เคยเป็นคนนอกมาก่อนนี่ ทำไมจะไม่อินล่า”โอเชี่ยนว่าหน้ามุ่ย ๆ นั่นทำให้เอพริลหกันมา เกือบลืมไปแล้วถึงสถานะของอีกฝ่าย แต่หมาป่าแดงไม่ได้สนใจปฏิกิริยานั้น สายตามองไปอย่าไงร้จุดมุ่งหมาย”ไอ้ที่น่าห่วงจริง ๆคือคำที่เซนเซย์บอกกับฉันมากว่า”

“เขาบอกอะไร?”

“ถ้าปล่อยให้คาร่าทะเลาะกับแอมเบอร์ต่อไปแบบนี้ คาร่าจะตกอยู่ในอันตราย”

                เอพิรลหลุดเสียงร้องก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ รู้สึกได้ทันทีว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ กับอีแค่คนสองคนทะเลาะกันจะไปมีใครตกอยู่ในอันตรายได้อย่างไร ไม่ต้องพูดถึงในกรณีที่เพื่อนเขาเป็นคนลงมือเลย ถึงแอมเบอร์จะใจร้อนและยึดตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง แต่ถ้ามีเรื่องรุนแรงงมากจะเป็นฝ่ายเงียบไปก่อน สิ่งที่หมาป่าดำคนนั้นหลีดเลี่ยงคือการปะทะด้วยกำลัง คนแบบแอมเบอร์ถึงจะเอาตัวเองเป็นเกณฑ์ของโลก แต่คำนึงถึงความปลอดภัยของคนรอบตัวเสมอ

“แค่ทะเลาะกันด้วยคำพูด ไม่รุนแรงอะไรจนาดนั้นหรอก เลิกสนใจแล้วกลับไปทำงานตัวเองเถอะโอเชี่ยน

“ไม่ได้นะ!

                หมาป่าแดงลุกขึ้นร้องเสียงดังจนเอพริลหน้าเหวอ คนผมแดงเม้มปากแน่น สายตาที่จ้องมาก็ดูจริงจังมากเสียจนน่าหวั่นใจ

 “อันตรายที่ว่าน่ะ ถึงตายเชียวนะเอพริล”

                !!!!!

                ถึงจะตกใจ แต่ปฏิกิริยาพื้นฐานมีเพียงการเลิกคิ้วก็เท่านั้น เอพริลคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไมได้อย่างไรก็อย่างนั้น ถึงโอเชี่ยนจะยืนยันหนักแน่นด้วยตนเองในระดับนี้ก็ตามแต่เถอะ นัยน์ตาสีดำมองเพื่อนที่ยทนกำมืออยู่ไม่ไกลจากตัวเองเรียบ ๆ ท่าทางแบบนั้นตั้งท่าจะเถียงอะไรออกมาอีกล่ะสิ

“ฉันรู้ว่าเอพริลไม่ค่อยปลื้มคาร่านักเพราะมีลึกลับเกินไป แต่ไม่ว่าเขาจะดีหรือร้าย ท้ายที่สุดก็ไม่สมควรปล่อยให้ตายไม่ใช่เหรอ คำเจือนพวกนี้มาจากเซนเซย์ ทางนั้นเองก็ไม่ใช่จิ้งจอกธรรมดาที่หาเจอได้ทั่วไป ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นสัตว์ประเภทไหนเพราะกลิ่นไอมันประหลาด ที่ยังไงซะเชื่อเอาไว้ก็ไม่เสียหายไม่ใช่เลย กลัวแล้วมันไม่เกิด ดีกว่าไม่กลัวแล้วมันเกิดนะเอพริล”

                โอเชี่ยนอธิบายยาวยืดรากับหายใจทางเหงือก เอพริลไม่ได้ขัดหรือต่อว่าอะไร นานทีปีหนเห็นโอเชี่ยนแข็งข้อใส่เขาก็น่าตื่นเต้นดีเหมือนกัน ทว่าไอ้ทีวนๆอยู่ในหัวไม่ใช่ประเด็นหลักเรื่องความปอดภัยของคาราเมลเลยสักนิด เป็นเรื่องเซนเซย์ที่โอเชี่ยนพูดออกมาเป็นส่วนกระกอบต่างหาก

สัตว์ที่โอเชี่ยนแบ่งแยกประเภทไม่ได้งั้นหรือ?

โอเชี่ยนมีความสามารถด้านการแยกกลิ่นไอวิญญาณอีกอย่าง เป็นสิ่งที่ทำได้หลังจากไปฝึกกับอาจารย์ของตนเองมาหลายปี นั่นทำให้แยกแยะประเภทของสิ่งที่อยู่บนโบกได้มากกว่าที่คนทั่วไปทำได้ อย่างสัตว์บางตัวที่เห็นหน้ากันทุกวัน วันดีคืนดีโอเชี่ยนก็ชชี้ไปแล้วบอกว่านั่นเป็นสัตว์อสูรจำแลงตัวมา บอกเรื่องวิญญาณในยุคที่อิงหลักวิทยาศาสตร์กันแล้วเนี่ยนะ? แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เชื่อ เอพริลเองก็มีความเกี่ยวพันกับเรื่องไสยศาสตร์เหมือนกัน ไหนจะพ่อมดแอมเบอร์อีก

แต่เรื่องนั้นมันนอกประเด็นนี่หว่า...

“กระทั่งสัตว์ก็น่าสงสัยหรอครับ?”

“เอพริล!”โอเชี่ยนเรียกเสียงสูง เหมือนเด็กงอแงไปกันใหญ่”ให้นายสนใจที่คาร่านะ ซซี เอ อาร์ เอ คาร่า! ไม่ใช่เซนเซย์ซะหน่อย”

“ครับ ๆ รู้แล้ว ๆ เลิกงอแงสักที ถ้ากังวลมากนักเดี๋ยวจะไปหาคำตอบให้เดี๋ยวนี้แหละ”เอพริลตอบหลับด้วยน้ำเสียงเหนื่อหน่ายก่อนจะหลับตาลง

โอเชี่ยนเลิกคื้วสูงเหมือนกำลังสงสัยว่าเพื่อนทำอะไรกันแน่ พักเดียวก็เข้าใจแจ่มแจ้ง ทว่าตอนนี้ก็ไม่ทันเสียแล้ว ชายหนุ่มทิ้งตัวลงบนโซฟาก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม

“ก็ไม่เห็นจะต้องถึงขั้นไปหาผู้โกงความตายเลยนี่”

“ถ้าอยากรู้ว่าใครจะตายไม่ตายก็ต้องไปถามกับยมทูตไม่ใช่หรือยังไงครับ?”เอพริลตอบทั้งที่หลับตา

โอเชี่ยนมองภาพนั้นแล้วถอนหายใจ เรื่องความเป็นความตายก็
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #362 My.sister (@is-ploy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 16:40
    อร้ายยยยย ฟินนนน ช๊อบชอบบบบบ เกือบจะลองกันแล้วอ่าาาาาา
    #362
    0
  2. #349 Dark Diamond (@hokange) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 19:07
    คำผิดนะคะ -รำคอ -> ลำคอ -ค้องคอ -> คล้องคอ - พุดพาย -> ผุดพราย
    #349
    0
  3. #333 ThE PriNecSs Of DeViL (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 19:38
    เรื่องเริ่ม ดร่าม่าแล้วว
    #333
    0
  4. #248 KillerKill (@valasmps) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 เมษายน 2557 / 18:07
    หยา~ตอนนี้มันอึดอัดใส่กันจังเลย
    #248
    0
  5. #184 เด็กแว่นสีชมพู (@whitebaby) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2556 / 17:12
    สนุกสุดๆ
    #184
    0
  6. วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 11:47
    สนุกมาก
    #64
    0
  7. #43 Myrintyle (@fareana) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2556 / 22:29
    เซนเซย์เป็นสัตว์อสูรหรือเปล่าคะ? เห็นว่ากันว่าอสูรไม่ชอบลูกพีช

    อ้างอิงจากตอนที่ 4 เอ๊ะ? หรือไม่ใช่

    ปล. หายไวๆนะคะ ช่วงนี้ฝนจกบ่อย อย่าลืมดูแลสุขภาพด้วยนะคะ ^ ^
    #43
    0
  8. วันที่ 18 มิถุนายน 2556 / 22:27
    มาต่อไวๆนะรออยู่ฮะๆ
    #42
    0
  9. #36 kalio (@renessime) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2556 / 07:48
    คู่เบซเซลxคาร่า ก็น่าสนนะ อิอิ
    ปล.รักษาสุขภาพด้วยนะคะไร กินเกลือแร่ นอนเยอะๆ ขอให้หายไวๆนะคะ ^^
    #36
    0