<Yaoi>Danger diary บันทึกอันตรายของคุณชายโรคจิต

  • 100% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 13,335 Views

  • 456 Comments

  • 518 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    37

    Overall
    13,335

ตอนที่ 4 : บันทึกเรื่องที่2:: ว่าด้วยเรื่องความซวยขั้นแอดวานจ์[RE]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 906
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    12 ม.ค. 58

บันทึกเรื่องที่2::

ว่าด้วยเรื่องความซวยขั้นแอดวานจ์


                หลังจากที่เดินออกมาจากตรงนั้นข้ากับชินสเทียร์ก็จองห้องพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่มีคุณภาพระดับปานกลาง ตอนที่ข้ากับชินเข้าไปติดต่อสอบถามพนักงานของโรงแรมนางเอาแต่แอบมองพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ใส่ชิน สมมติว่านางเป็นปลากัดบางทีนางอาจจะท้องไปแล้ว! จ้องชินาสเทียร์จนตาแทบจะลงมากองกับพื้น นางเอาแต่มองชินจนข้ารู้สึก...รู้สึกดีใจมาก เย้!! ในที่สุดก็ไม่มีคนสนใจข้าแล้ว ต้องขอบคุณชินที่ดูดีกว่าข้า ไม่สิ...ตอนนี้คนทั้งเมืองคงดีดีกว่าข้าไม่เว้นแม้แต่คนจรจัด! เยี่ยม!

“หึหึ”

“หัวเราะอะไรชิน?”ข้าหันไปถามพลางขมวดคิ้วใส่ชิน

“ก็อยู่ๆท่านก็ยิ้มหน้าบานจนปากแทบจะฉีกถึงรูหู ข้ามองว่ามันน่ารักดี”

“เจ้าเอาอะไรมาบอกว่าข้าน่ารักเนี่ย! อีกแล้วนะ!

                ข้าแหวใส่ แต่คนโดนแหวหาได้มีความสำนึกไม่มันยังมีหน้ามาดึงแก้มข้าสองข้าจนจะยืดเป็นขอบกางเกงในเก่าๆอยู่แล้ว แล้วทำไมข้าต้องไปเปรียบแก้มตัวเองกับขอบกางเกงในด้วยเนี่ย!

“อ่ะ...เอ่อ ตอนนี้ห้องพักเหลือแค่ห้องเดียวนะคะ ตอนนี้มีการคัดเลือกอัศวินราชองค์รักษ์ตอนนี้ห้องพักของเราจึงเต็มหมดแล้ว”

                นางตอบด้วยใบหน้าอ้ำอึ้งพลางมองข้าที่โวยวายกับชินาสเทียร์ที่หยอกเย้าปรานคนรัก...ถุ้ย! เปรียบเทียบได้ห่วยแตกมาโรวา! ข้าตีมือทั้งสองชองชินก่อนหันมาหาพนักงานสาว

“ห้องเดียวก็ห้องเดียว ไม่มีปัญหาหรอก ใช่มะ?”

                ข้าหันไปถามความเห็นจากคนผมดำ รายนั้นหันมามองข้าก่อนจะยกมือกุมแก้มปานสาวน้อยแรกแย้ม อีกแล้ว! แบบนี้ทีไรข้าขนลุกทุกที!

“ข้าจะได้นอนห้องเดียวกับโรวา แอร๊ย”

“อย่ามาประสาท!”ข้าตวาดเสร็จก็หันไปมองหน้าพนักวานสาวที่จ้องด้วยสายตาประหลาดๆ”เอากุญแจห้องมาก่อนข้าจะเปลี่ยนใจ! ถ้ามีเสียงร้องโหยหวนหรือหลังจากข้าเช็คเอ้าท์ออกไปคนเดียวแล้วในห้องมีคราบเลือดก็อย่าตกใจ รู้ไหม!

 

“โรวาอยู่คนเดียวได้หรือเปล่าครับ?”

                ข้าหันไปขมวดคิ้วใส่เจ้าผู้ชายประหลาด ตอนนี้ข้านั่งอยู่บนพื้นนับเงินที่แบ่งกันเมื่อก่อนหน้า ส่วนชินาสเทียร์กำลังเกล้าผมตัวเองอยู่หน้ากระจก

“เจ้าจะไปไหน? ไปเดินหาซื้อของหรอ งั้นก็ไปเหอะข้าอยู่คนเดียวได้”ข้าว่าอย่าไม่ใส่ใจก่อนจะนับเงินต่อ

“ข้าคิดว่าเราสองคนควรแยกกันได้แล้ว”

                ข้าหยุดมือแล้วเงยหน้าขึ้นมองมัน มันมองหน้าข้าผ่านกระจกเงาตรงหน้ามัน ชินคลี่ยิ้มก่อนว่าเสียงสบายๆ

“อย่าทำหน้าเหมือนข้าหักอกท่านสิครับ”

                แม้จะมีเสียงหัวเราะเบาแผ่วแต่ข้ากลับไม่ตลกด้วย ไม่แม้แต่จะโวยวายตนชินาสเทียร์หันมามองหน้าข้า

“โรวา...”

“เจ้าคงมีเรื่องต้องไปทำสินะ”ข้าก้มหน้านับเงินต่อโดยไม่ว่าอะไรอีก ครู่เดียวก็มีมือคู่หนึ่งประครองหน้าข้าให้เงยขึ้น ชินยิ้มแบบที่เคยทำให้ข้าแล้วลูบหัวข้าเบาๆ

“จริงอย่างท่านว่า ข้ามีเรื่องต้องทำ ข้าคิดว่าท่านเองถ้าเดินทางคนเดียวอาจจะสบายกว่าอีกอย่างขืนข้ายังอยู่จะพาท่านทำเรื่องไม่ดี ท่านยังเด็กนัก ข้าจะพาเยาวชนอายุสิบสามสิบสี่ทำเรื่องไม่ดีมากไม่ได้”

“ข้าสิบหกแล้ว”

                ข้าว่าเสียงเรียบ อีกฝ่ายยิ้มค้างก่อนจะปล่อยมือจากหน้าข้า นัยน์ตาสีแดงมองหน้าข้าขณะที่มือกำลังถอดแหวนวงหนึ่งที่มือ

“ข้าอาจคิดไปเองแต่ข้าว่าข้าผูกพันกับท่าน ดังนั้นข้าให้นี่”

“ไม่เอาหนี้ ข้าขี้เกียจใช้”ข้าว่าด้วยใบหน้าซื่อๆ อีกฝ่ายหัวเราะก่อนจะดึงมือข้ามาแล้ววางแหวนเกลี้ยงสีดำไว้กลางมือ

“ไม่ใช่หนี้สิน นี่ที่ข้าหมายถึงคือแหวนวงนี้ต่างหาก”

                ข้าก้มมองแหวนในมือที่มองแล้วคงขายไม่ได้ราคาสักเท่าไหร่ก่อนจะเบนสายขึ้นมองมัน ชินนาสเทียร์ยิ้มบางๆแล้วพูดกับข้า”ข้าขอให้ท่านใส่แหวนวงนี้ไว้ อย่าให้ห่างตัว ข้าขอมากไปหรือเปล่า?”

“มาก”

                ข้าตอบทันควันแต่ใบหน้าของชินไม่ขยับสักมิลเดียว เขายังยิ้มปานเทพบุตรให้ข้าจนข้าว่าข้าเริ่มแสบตาขึ้นมาแล้วสิเนี่ย

“แต่ข้าจะทำให้ก็ได้”

                คราวนี้ชินไม่พูดอะไรแต่เขายิ้มตั้งแต่ปากถึงตา การมีผู้ชายหล่อๆมายิ้มให้ใช่เรื่องดีมากนักสำหรับข้า แต่ก็ดีกว่าที่ผ่านๆมานัก...

“เส้นผมท่านนุ่มสลวยราวเส้นไหม้ ดวงตาสีฟ้าสดใสราวท้องฟ้าฤดูร้อน ผิวกายและผิวหน้าก็ขาวเนียนนุ่มราวกับเด็กแรกเกิด รูปร่างผอมบางอย่างกับผู้หญิง ถ้าข้าจะบอกว่าข้าไม่เชื่อว่าท่านเป็นเด็กไร้บ้านท่านจะว่ายังไง?”

                ข้าตวัดสายตามองคนพูดนิ่งๆ ข้าคิดว่าต่อไปควรออกไปวิ่งตากแดดรอบเมืองสักสิบรอบต่อวัน เอามีดกีดแขนตัวเองให้เป็นแผลก็คงดีไม่น้อย เอาควันเหม็นๆรมหัวตัวเองให้ผมมันแห้งๆแตกปลายก็ดีอยู่เหมือนกัน หรือถ้าไม่อยากลำบากมากข้าคิดว่าไม่ควรให้ใครเข้าใกล้ระยะประชิดเหมือนเจ้านี่!

“ตามใจเจ้า แล้วแต่จะคิด”ข้าว่าเหมือนไม่ใส่ใจ อีกฝ่ายยิ้มแบบเดิมจนข้ารู้สึกรำคาญจึงลุกขึ้น แต่พอจะเบี่ยงตัวเดินออกไปเจ้านั่นกลับจับมือข้าเอาไว้

“อะไรของเจ้า?”

                ข้าชักสีหน้า แต่อีกฝ่ายกลับเปลี่ยนท่านั่งมานั่งคุกเข่าโดยชันเข่าขึ้นข้างหนึ่งเหมือนเวลาที่อัศวินจะได้รับพระราชทานยศใหญ่ มันจับมือข้าเอาไว้โดยมองใบหน้าแตกตื่นของข้าด้วยใบหน้านิ่งสงบ

“ข้าในนามของชินาสเทียร์ ดราโกนอยส์ ไอรอสซิสเวอร์เทียร์ ข้าจักซื่อตรงต่อบุรุษตรงหน้าเพียงผู้เดียว”

                ข้าอ้าปากค้างมองคนที่ก้มหน้าลงจุมพิตที่หลังมือขวาข้าอย่างตกตะลึง เมื่อครู่มัวแต่ตกใจอยู่ชื่อเจ้าหมอนี่มันอะไรนะ ทำไมข้าฟังว่ามันยาวก่อนชินาสเทียร์ ไอรอส!! ปฏิกิริยาของชินมีเพียงรอยยิ้ม เขายันตัวลุกขึ้นทำให้ข้าสูงแค่คางของเขามือเรียววางบนหัวของข้าแผ่วๆราวกับบอกว่านั้นคือสัญญาแล้วเดินออกจากห้องไปโดยไร้คำบอกลา ข้าจ้องที่ประตูที่ปิดลงอยู่พักใหญ่ๆก่อนทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง

“การหนีออกจากบ้านของข้าไม่ใช่เรื่องธรรมดาซะแล้วสิ”

                ข้าก้มลงมองแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของตนเองอย่างงุนงงไม่รู้ว่ามันถูกใส่ไว้ตอนไหน แต่ก็ไม่กล้าพอจะถอด คำพูดส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่ชื่อที่ยาวเป็นหางว่าวของชินข้าก็จำได้ขึ้นใจแต่ไม่นึกถึง

“ตอนนี้เราเสมอกันแล้วนะเว้ยไอ้โรคจิต เจ้าไม่รู้จักข้า ข้าไม่รู้จักเจ้า สมน้ำสมเนื้อชะมัด!

                ข้าก้มลงมองเงินที่อยู่บนพื้นแล้วขมวดคิ้ว เงินตรงหน้ามองจากสายตาก็รู้ว่าเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เมื่อครู่ชินนั่งลงตรงนี้....หมอนั่นเอาส่วนของตัวเองมาให้ข้า!แล้วมันจะเดินทางยังไง?? แม้จะแปลกใจและรู้สึกห่วงมันอยู่บ้างแต่ว่าข้าก็ไม่สามารถทำอะไรได้ อีกฝ่ายออกไปนานแล้วป่านนี้คงไปไกลพอตัว ข้าทำได้แค่เก็บเงินใส่กระเป๋าใบใหม่ที่แว๊ะซื้อมาก่อนมาที่โรงแรม เอากระเป๋าเงินใส่ในเสื้อด้านใน สมองคิดว่าควรไปซื้อเสื้อผ้าและของกินสักหน่อยค่อยออกไปหางานทำแล้วก็ที่พักถาวรที่ไม่ใช่โรงแรมนี่

“ข้าควรจะไปถามเรื่องสมัครงานจากทีไหนล่ะเนี่ย?”ว่าบ่นงึมงำก่อนเปิดประตูห้องออกไป พอดีกับที่ห้องข้างๆก็เปิดออกมาเช่นกัน

                ด้วยปฏิกิริยาอัตโนมัติข้าจึงหันไปมองอีกฝ่ายเห็นเพียงแว๊บแรกข้าก็...พุ่งเข้าห้องแล้วปิดประตูลงเสียงดังปัง! เอาหลังแนบประตูแล้วหอบหายใจแรงๆ นั่นมันผู้ชายที่ข้ากับชินเจอที่กลางเมืองตอนวิ่งหนีเจ้าของกระเป๋านี่! ซวยขั้นระดับใหญ่ ถึงเขาจะจำข้าไม่ได้เพราะข้ามัดผมแถมปิดหน้า แต่เขาอาจจะจำเสียงกับตาของข้าก็ได้ ข้าเอาหูแนบประตูจนได้ยินเสียงฝีเท้าที่ห่างออกไปถึงค่อยๆแง้มประตูออกมา

“เจ้าหลบข้าหรอ?”

“เฮ้ย!”ข้าสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงจึงรีบปิดประตูแต่อีกฝ่ายกลับเอามือจับประตูเอาไว้ ย๊ากก แรงเยอะเป็นบ้า!นี่มันคนหรือกระบือวะเนี่ย! ข้าหยุดพยายามแล้วจ้องหน้าอีกฝ่าย

“ใครหลบเจ้ากัน ข้าแค่ลืมของเลยกลับเข้าไปเอาเท่านั้น!

                ข้าว่าแล้วตวัดตามองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่พยายามไม่พอใจ เชื่อทีเถอะพ่อ เชื่อที่เถอะ!

“เสียงเจ้าคุ้นๆ”

                ข้าเบิกตาขึ้นประมาณศูนย์จุดห้าวินาทีก่อนจะลดมือลงแนบลำตัวแล้วมองหน้าอีกฝ่าย”อะไรของเจ้า เห็นข้าตัวเล็กกว่าแล้วอย่ามาหาเรื่องข้านะ! เจ้าโรคจิต อย่าบอกว่าเจ้าเป็นพวกโรคจิตที่ชอบจับเด็กผู้ชายไปข่มขืน ไม่นะ!

                ข้าแกล้งโวยวายเสียงดังจนห้องอื่นๆเริ่มเปิดประตูออกมาดูด้วยความสงสัยปนสนใจ

“ถ้าเจ้ากล้าแหกปากอีกข้าจะฆ่าเจ้า”อีกฝ่ายพูดรอดไรฟัน

“ไม่นะ! เขาจะฆ่าข้าช่วยด้วย!

                ข้าแหกปากลั่นอีกฝ่ายจึงรีบปิดปากข้าแต่ข้าก็งับมือของเจ้านั่นจนมันร้องเสียงดังแล้วปล่อยข้า ข้ารีบหมุนตัวสลัดให้หลุดออกมาแล้วแลบลิ้นใส่มัน

“จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน เจ้ามันไร้ความสามารถ!

                ว่าจบข้าก็ออกวิ่งทันที เรื่องวิ่งธรรมดาๆน่ะข้าอาจจะข้าแต่ถ้าเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อหลบหลีกล่ะก็ข้าถนัดนัก ข้าวิ่งลงบันไดมาแล้วพุ่งออกนอกโรงแรมไปทันที เจ้านั่นไม่น่าตามข้าทันหรอกน่า! ข้าแฝงตัวเข้าไปกับผู้ชน แน่นอนว่าเอามือจับกระเป๋าเงินไว้ตลอดเวลาเพราะรู้ว่ายิ่งอยู่ในฝูงชนมีสิทธิ์จะโดนฉกกระเป๋าเงินได้ง่ายๆ แค่วิ่งชน ขอโทษ ก็เอากระเป๋าเงินไปง่ายๆแล้ว! ข้าวิ่งจนออกมาถึงหน้าลานกลางเมืองที่มีรูปปั้นตั้งอยู่ ข้าเงยหน้ามองแล้วชะงัก

                รูปปั้นสีขาวบริสุทธิ์ที่เหมือนเพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน รูปปั้นขนาดเท่าคนจริงเป็นรูปปั้นของชายหนุ่มที่มองเผินๆเหมือนผู้หญิง เส้นผมยาวถึงเอว รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้ายิ้มแย้ม เป็นรูปปั้นที่ดูดีจริงๆนะผู้ชายคนนี้ มันทำให้ข้านึกถึงบุคคลที่ไม่อยากจะนึกถึงอันดับที่สองขึ้นมา คงไม่ใช่หรอก อาจารย์ไม่น่าจะเป็นรูปปั้นอยู่ที่นี่เมื่อเขาออกจงเกลียดจงชังการเข้าสังคมและการสรรเสริญ

                โชคดีที่ที่แห่งนี้ไม่ค่อยมีใครข้าเลยยืนมองรูปปั้นตรงหน้าแล้วคิดอะไรไปว่าข้าจะไปทำงานที่ไหน หาทางยังไงให้ไม่เจอผู้ชายคนนั้น ฟังจากที่พนักงานสาวเล่ามาบอกว่าตอนนี้ที่เมืองนี้กำลังมีการคัดเลือกอัศวินราชองค์รักษ์อยู่มีแววว่าหมอนั่นน่าจะมาสมัครอัศวิน แม้ตอนนี้ข้าจะมองพลังของเจ้านั่นไม่ออกแต่มีความเป็นไปได้ว่าเขาจะเก่งมาก รูปร่างของเจ้านั่นไม่ได้ทิ้งห่างจากชินมากนัก มองแค่การจับดาบก็รู้ว่าร่ำเรียนมาอย่างดีไม่ได้ฝึกมั่วเอาเอง ดาบนั่นก็ดูไม่ใช่ดาบธรรมดาๆ แม้มองด้วยตาเปล่าคนที่ไม่เคยฝึกดาบเลยอย่างข้ายังมองออก!

“หมอนั่นถ้าเป็นอัศวินแล้วคงจะได้เลื่อนยศใหญ่ในไม่ช้า แล้วเขาจะตามจับตัวข้ากับชินอยู่ไหมเนี่ย?”ข้าบ่นงึมงำก่อนขมวดคิ้วมองรูปปั้นตรงหน้า”นี่....ถ้าท่านเป็นท่านอาจารย์ล่ะก็ ช่วยให้ข้าไม่ต้อโดนจับฐานโจรทีสิ”ข้าพูดลอยๆไปอย่างนั้นไม่ได้สนใจจะเอาคำตอบจากรูปปั้นเพราะรู้ดีว่ามันต้องเป็นคนละคนกันแหง๋แซะ อาจารย์ข้าไม่มีวันยิ้มแย้มสว่างไสวราวกับพระอาทิตซ์ฟิวชั่นกับดาฤกษ์หรอก

“อยู่นั่น!!

                ข้าหันไปถามเสียงแล้วอยากจะกรี๊ดเป็นภาษาอมนุษย์ นั่นมันพวกทหารที่ตามข้ามาจากในป่านี่! ข้าหันไปมองรูปปั้นแล้วคาดโทษ

“โอเค! เยี่ยม! วิธีที่ข้าจะไม่โดนจับฐานโจรคือการกลับบ้าน ขอบใจท่านมาก! แต่ทีหลังไม่ต้อง!

                ข้าโวยวายลั่นก่อนออกวิ่งไปด้านหน้า โชคดีที่ลานแหล่งนี้มีถนนสี่สายแบ่งเป็นสี่ทิศ ข้าวิ่งไปถนนสายทิศเหนือโดนไม่รู้ว่ามันมุ่งไปยังพระราชวัง! ข้าออกวิ่งสุดกำลังพลางเหลียวมองเป็นระยะ มือล้วงเอาระเบิดควันที่ชินให้มาออกมาปาลงพื้นแล้ววิ่งต่อไป นี่มันซวยขั้นบิ๊กบอสแล้ว! ข้าวิ่งตรงไปด้านหน้าอย่างไม่เหลียวหลังอีกก่อนจะมาหยุดชะงักเมื่อตรงหน้ามีซุ้มบานใหญ่ตั้งอยู่ ตรงหน้าซุ้มมีโต๊ะสีขาวตั้งอยู่กับอัศวินในเครื่องแบบสองคนนั่งหน้าตาย ข้าชะงักมองซ้ายมองขวาแล้วมองด้านหลัง พวกนั้นมันตามข้ามาจะทันแล้ว ด้านซ้ายกับขวาก็มีมาเพิ่ม ย๊ากกกกกกกกกกกก

“เอาก็เอาวะ!

                ข้าว่าอย่างหัวเสียก่อนจะพุ่งเข้าไปที่ซุ้มด้านหน้าแต่กลับถูกอัศวินอีกสองคนที่เฝ้าอยู่สองฝั่งขงซุ้มยกหอกมากั้นไว้

“เจ้าเข้าไปไมได้ ถ้าจะเข้าเจ้าต้องสมัครก่อน”

                สมัคร? สมัครอะไร? ข้าเอียงคออย่างไม่เข้าใจพอหันไปด้านหลังคนพวกนั้นก็เริ่มจะมาถึงตัวข้าแล้ว ไม่ได้การ

“แล้วสมัครยังไง ตรงไหน เสียอะไรบ้าง?!”ข้าถามกระชากเสียงอย่างร้อนรน อัศวินตรงหน้าขมวดคิ้วแล้วชี้ไปที่โต๊ะ

“ไปซื้อใบสมัครที่นั่น เสียค่าสมัครสองร้อยเหรียญเงิน”

                เจ้าว่าไงนะ....สองร้อยเหรียญเงิน??? นี่มันสมัครบ้าอะไรวะ! สมัครเป็นคนจนที่ดีของราชอาณาจักรหรือไงเนี่ย! แม้ข้าจะบ่นแต่ข้าก็ควักสองร้อยเหรียญเงินจากห้าร้อยเหรียญเงินออกมาจากกระเป๋าแล้ววางลงบนโต๊ะ อัศวินหน้าตายส่งใบสมัครให้ข้า ข้ารีบเขียนชื่อลงไป

“โรวา ไอรอส อายุ...15แล้วกัน ต่ำกว่าจริงคงไม่ตายหรอก เอว..25 สูง163 นัก42 โอ๊ย!! ทำไมลายละเอียดเยอะขนาดนี้ เวทย์มนตร์ใช้ไม่ได้ ดาบ..ไม่ได้ ต่อสู่ระยะประชิดไม่ได้! การรักษา...คิดว่าได้ ธนู...ได้อยู่!

                ข้ารีบยื่นใบสมัครให้แก่อัศวิน นั่นก็ช้าเกิน...ค่อยๆอ่าน มองรายละเอียด ค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบตรา ข้าทนไม่ไหวแย่งตราปั้มมาจากมือเขาแล้วปั้มลงทันที ข้าวางตราปั้มแล้ววิ่งเข้าไปด้านในซุ้มทันเวลาที่ทหารพวกนั้นมาถึงหน้าซุ้มพอ พวกนั้นพยายามจะเข้ามาแต่อัศวินราชองค์รักษ์กั้นเอาไว้ไม่ให้พวกนั้นเข้า ข้าหันไปแลบลิ้นพลางดึงเปลือกตาขวาลงใส่พวกนั้นแล้ววิ่งต่อไป พอเข้ามาด้านในก็แทบจะเข่าอ่อน สมองน้อยๆเพิ่งประมวลผลได้ว่า...การที่อัศวินราชองค์รักมาเป็นเจ้าหน้าที่รับสมัครมันไม่มีการสมัครใดเลยนอกจากการสมัครเป็นอัศวินราชองค์รักษ์นั่นเอง!

“ความซวยข้ามันแอดวานจ์ขึ้นทุกๆหนึ่งชั่วโมงหรือไง ทีแรกก็เกิดเรื่องจนต้องหนีออกจากบ้าน ต่อมาก็เจอผู้ชายประหลาด กลายเป็นโจร แล้วเจ้านั่นก็ทิ้งข้าไว้คนเดียว เจอคนที่ตามจับข้า เจอทหารที่ตามข้ามาจากบ้าน แล้วก็ดันเข้ามาสมัครเป็นอัศวินราชองค์รักษ์ นี่มันบ้าอะไรเนี่ย”

                ข้าบ่นงึมงำแล้วทิ้งตัวลงนั่งกับเก้าอี้ไม้ที่ไม่มีคนจับจอง ข้าถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ขอข้านั่งด้วยได้ไหม?”ข้าเงยหน้าตามเสียงที่ดังขึ้น

                ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งยิ้มบางๆให้ข้า เส้นผมสีขาวราวหิมะยาวละตนคอ ดวงตาสีฟ้าสว่างมองข้าด้วยความคาดหวัง

“ก็ตามใจเจ้า ข้าไม่ได้ปักใบไว้ว่าห้ามนั่ง”ข้าว่าอย่างไม่เป็นมิตร ก็ข้าตัดสินใจแล้วว่าข้าจะขี้เหวี่ยง ขี้วีน เอาแต่ใจ และอีกสารพัดที่แสนร้ายกราจ!

“เจ้าดูไม่เป็นมิตรซะเลยนะ”อีกฝ่ายหัวเราะแผ่วแล้วทรุดตัวนั่งลงข้าเมินหน้าหนีไม่สนใจอีกฝ่าย ข้าไม่อยากผูกมิตรกับใครสักหน่อย!

“เจ้าอยากเป็นอัศวินเหรอ?”

“ข้าไม่ได้อยากเป็นอัศวินเลยสักนิด!

                ข้าตะโกนเสร็จอีกฝ่ายก็ปิดปากข้าอย่างรวดเร็ว ข้าดิ้นไปดินมาสู้แรงอีกฝ่าย พอเขาเห็นว่าข้าไม่หยุดเขาก็กระซิบข้างหูข้า

“ที่นี่มีแต่เด็กหนุ่มที่มีใจรักจะเป็นอัศวิน การที่เจ้าตะโกนแบบนั้นมันจะทำให้พวกเขาโกธรเจ้านะ”

“ใครจะสน!

                ข้าที่ดึงมือของอีกใยออกได้ว่าเสียงดัง

“พวกเขาจะเข้ามาทำร้ายเจ้านะ!

“แล้วไงเล่า?”

“ข้าไม่ช่วยเจ้านะ”

“...โอเค ปล่อยข้าได้ ข้าจะสงบเสงี่ยม”

                ข้าว่าอย่างไม่อาจจะขัดขืนได้ เรื่องที่จะมีคนเกลียดข้าโกธรข้านี่ไม่หวั่น มีคนจะเข้ามาซ้อมก็ไม่สน แต่ถ้าไม่มีคนช่วย...ข้าก็ตายะซิ ยิ่งตอนนี้ชินไม่ได้อยู่ด้วยแล้วด้วยล่ะก็ ข้าว่าไม่มีทางรอดแน่

“เจ้าจะจ้องข้าไปถึงเมื่อไหร่?”ข้าหันไปพูดเสียงแข็งใส่ชายผมขาว เขายิ้มให้ข้าแล้วเอ่ยออกมา

“ข้าแค่แปลกใจ เจ้าผิวขาวเท่าภูติหิมะอย่างข้า ผิวเนียนยิ่งกว่าเด็กแรกเกิด เส้นผมนุ่มสลวยจนหญิงสาวยังอาย ใบหน้าเรียวรูปไข่ ดวงตาเรียวสวยทั้งขนตายังเป็นแพร จมูกโด่งเชิดรั้น ริมผู้ปากรูปกระจับแดงเป็นธรรมชาติ แต่ทำไม....”

“ทำไมอะไร?”ข้าถามอีกฝ่ายอย่างหงุดหงิดทีเริ่มบรรยายข้าซะเต็มรูปแบบ จะชมว่าข้าหล่ออีกล่ะสิ!

“..ทำไมหน้าตาเจ้าถึงได้ดูธรรมดาจัง”

                ข้าชะงักแล้วเลิกคิ้ว”เจ้าว่าไงนะ?”

“อย่าโกธรข้านะ...ข้าบอกว่าท่านหน้าตาธรรมดาจัง”

                ข้ามองหน้าอีกฝ่ายก่อนค่อยๆเบิกตาโพลง จากนั้นก็...ยิ้มออกมาจนแก้มปริ(จงจินตนาการว่าตอนนี้มีนางฟ้าน้อยๆมาบินโปรยดอกไม้อยู่ใกล้ๆกับข้า)

“เจ้าบอกว่าข้าธรรมดางั้นเหรอ? เจ้านี่ตาถึงจริงๆ เจ้าชื่ออะไรน่ะ?”

                อีกฝ่ายคงงงๆกับปฏิกิริยาของข้าเลยเงียบไปสามวินาทีก่อนจะเอ่ยออกมา”อัลเวน อัลเวน คารันเดอร์”ข้าพยักหน้ารับชื่อของอีกฝ่ายแล้วพูดออกมา

“ดีมากอัลเวน ข้าชื่อโรวา ไอรอส ต่อไปนี้เจ้าคือเพื่อนตายของข้า ห้ามปฏิเสธนะรู้ไหม”

                อีกฝ่ายมองข้าขำๆแล้วยิ้มออกมา ข้านึกถึงคำพรรณนาของอีกฝ่ายก่อนชะงัก

“...เจ้าผิวขาวราวภูติหิมะอย่างข้า...”

“จ่ะ...เจ้าเป็นภูติ...”ข้าชี้ค้างไม่กล้าเอ่ยต่อไป อีกฝ่ายยกนิ้วแนบปากแล้วพยักหน้า

“ใช่ ข้าเป็นภูติหิมะ อย่าบอกใครล่ะข้าบอกเจ้าคนเดียว”

                ข้าทำใจอยู่ประมาณสิบวินาทีก่อนจะเอ่ยถามอีกฝ่ายออกไป”แล้วเจ้าบอกข้าทำไม?”

“ข้าเห็นว่าเจ้าพิเศษไม่เหมือนใคร แหวนที่เจ้าใส่อยู่ช่างไม่ธรรมดานัก มันมีกลิ่นอายความยิ่งใหญ่แฝงอยู่ คนที่ให้แหวนวงนี้เจ้ามาคงยิ่งใหญ่นัก”อัลเวนพูดเรียบๆก่อนจะยกมือขั้นทัดผมเข้ากับใบหู

“ทำไมเจ้าถึงคิดว่ามีคนให้ข้ามาล่ะ? ข้าอาจจะไปขโมยใครมาก็ได้”ข้าถามหน้าซื่อ อีกฝ่ายยิ้มรับข้าแล้วเอ่ยต่อ

“มันเป็นความรู้สึกน่ะว่าแหวนวงนี้ยินดีมาอยู่กับเจ้า จะเป็นอะไรไหมถ้าข้าจะถามว่าใครให้แหวนเจ้ามา?”อัลเวนเอ่ยอย่างสุภาพ

“เขาชื่อชินาสเทียร์ เป็นคนที่ข้าเพิ่งเจอโดยบังเอิญเมื่อไม่กี่วันก่อน เขาไม่ได้ยิ่งใหญ่เช่นเจ้าว่าหรอก เขาแค่คนเร่ร่อนธรรมดาๆเท่านั้น”ข้าตอบกลับอย่างสุภาพเช่นกัน แม้จะบอกว่าข้าจะขี้เหวี่ยงขี้วีน แต่พอเจอคนที่สุภาพมากๆเข้าข้าก็เหวี่ยงไม่ออกหรอก

“ชินาสเทียร์หรือ...เช่นนั้นเขาคงไม่อยากบอกเจ้า”

“ห๊ะ? อะไรนะ?”

                ข้าร้องสียงหลงเพราะไม่ได้ยินว่าอีกฝ่ายบ่นอะไรกับตนเอง เขาหันมามองข้าแล้วส่ายหน้ายิ้มๆ”ไม่มีอะไรหรอกอย่าใส่ใจเลย ว่าแต่เจ้าบอกว่าเจ้าไม่อยากเป็นอัศวินแล้วเจ้ามาสมัครสอบทำไมกัน?”

                ข้าเบ้หน้าเหมือนคนจะร้องไห้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหมดแรง”ข้าไม่ได้อยากจะสมัครสักหน่อย แต่ทหาร แค่ก! ข้าหมายถึงเจ้าหนี้เขาส่งคนมาไล่ตามข้า ข้าวิ่งมาถึงทางตรงหน้าซุ้มรับสมัครไม่รู้จะไปทางไหน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้ซุ้มนี่มันรับสมัครสิบอัศวิน ข้าถามว่าจะเข้าไปด้านในได้ยังไง อัศวินก็บอกว่าต้องสมัครแล้วจ่ายเงิน ข้ารีบก็เลยทำตามแล้วก็เข้ามาในนี้”

“ถึงว่าสิ เจ้าดูไร้ความสามารถ”

“เจ้าว่าไงนะ?”ข้าเอียงคอมองอีกฝ่าย

“ไม่..คือข้า...”

“เจ้าบอกว่าข้าไร้ความสามารถสินะ”

“โรวา คือข้า...พูดแบบนั้นนั่นแหละ”

                ข้ามองอีกฝ่ายเรียบๆก่อนจะฉีกยิ้มเช่นเดิม (ตอนนี้ข้ามีฟองสู่เพิ่มเข้ามาสมทบกับนางฟ้าและดอกไม้)

“ข้าไร้ความมารถสินะ ข้าไร้ความสามารถล่ะ ในที่สุดก็มีคนว่าข้าแบบนี้เสียที”

                อัลเวนคิ้วกระคุก มองข้าเหมือนข้าเป็นตัวประหลาดนั่นยิ้มทำให้รอยยิ้มข้ากว้างขึ้นไปอีก ตอนนี้รู้สึกเหมือนแก้มตัวเองจะปริแตกข้าเลยยกมือขึ้นมากกุม เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมชินถึงชอบกุมแก้มนัก

“เจ้านี่เป็นคนหายากจริงๆ”อัลเวนส่ายหัวเหมือนปลงในตัวข้าได้ในช่วงเวลาอึดใจ

“แต่ข้าจะบอกให้นะอัลเวน ข้าก็ไม่ใช่ไร้ความสารถซะทีเดียว ข้ารู้เรื่อสมุนไพรทุกชนิดและก็ยิงธนูได้ไม่เป็นสองรองใคร แต่ว่าข้า...จะสอบให้ตก”

“ทำไมล่ะ?”อีกฝ่ายทำหน้าไม่เข้าใจ

“ทำไมเจ้าถึงไม่เข้าใจนะ ข้าไม่อยากเป็นอัศวินแล้วข้าจะสอบให้ผ่านเพื่ออะไร?”

                อีกฝ่ายมองหน้าข้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมาพลางทำสีหน้าประมาณว่า”นั่นสินะ”ใส่ข้า ข้าจึงถามกลับบ้าง

“แล้วเจ้าล่ะมาสมัครอัศวินทำไม ภูติหิมะเองก็มีงานมีการทำไม่ใช่หรือไง?”

“ข้าแค่เบื่อเลยมาหาอะไรทำ การเป็นอัศวินราชองค์รักษ์สักสองสามปีคงไม่เลวเหมือกัน”

                ข้าว่าข้าเข้าใจยากแล้วนะ คนตรงหน้าเข้าใจยากกว่าข้าสองคนรวมกันซะอีก ภูติหิมะอาศัยอยู่ทางเหนือสุดของแคว้นนี้ พวกเขาอาศัยอยู่ที่ภูเขาน้ำแข็งและทุ่งหญ้าเย็นอัลวา ที่นั่นสุขสบายจะตาย เพราะภูติหิมะมีพื้นเพนิสัยที่รักสงบ พวกเขาไม่ก่อสงครามกันเองในเผ่า แถมยังไม่คิดระรานใครด้วย ว่าแต่ข้าหายากเจ้าเองก็เป็นภูติหิมะที่หายากเหมือนกันล่ะน่า!

“แล้วสอบอัศวินนี่ต้องทำอะไรมั่ง?”ข้าถามอัลเวนด้วยความใคร่รู้ อีกก้มหน้าคิดก่อนจะตอบออกมา

“สอบวัดความรู้ทั่วไปในวันพรุ่งนี้ สอบการปรุงยา เรื่องเวทย์ก่อนในวันแรก เพราะคนรู้เรื่องพวกนี้น้อยจึงจัดแค่วันเดียว เราจะได้พักหนึ่งวันสำหรับคนที่ลงสอบเวทย์และปรุงยาแล้วยังลงสอบใช้อาวุธด้วย จากนั้นหกวันก็จะเป็นการสอบเรื่องการใช้อาวุธเป็นการสอบแบบวันเว้นวันเพราะการใช้ดาบจะประลองกันตัวต่อตัว แต่ธนูจะเป็นการขี่ม้าแล้วยิงเป้า หลังจากพักเหนื่อยจบก็จะแล้วก็จบลงด้วยการทดสอบอันเชิญมังกร”

“อันเชิญมังกร?”ข้าทวนคำแล้วเอียงคอ ทำไมต้องอันเชิญสัตว์ใหญ่พวกนั้นมาด้วย มังกรเป็นสัตว์ประจำตัวนักเวทย์นะแล้วนี่ก็สอบอัศวินราชองค์รักษ์

“ใช่ พวกเขาจะทดสอบผู้คนที่มั่นใจว่าจะอันเชิญมังกรได้เพื่อสร้างอัศวินมังกร ผู้ที่คิดว่าทำได้จะได้รับสิทธิ์ทดลองอันเชิญเพียงแต่ถ้าเขาทำพลาดมันจะไม่มีครั้งต่อไป ตอนนี้ที่ป้อมปราการก็มีอัศวินมังกรแค่คนเดียวเท่านั้นแหละ”

“แน่นอนที่ว่ามีคนเดียว การอันเชิญมังกรต้องใช้พลังเวทย์ตั้งเยอะแยะแถมวงเวทย์ยังซับซ้อนสุดๆต้องวาดวงเวทย์ทับกันตั้งสิบสามชั้น แถมยังเป็นวงเวทย์นักษัตรอีก มันดูดพลังตั้งเยอะ แถมมังกรเองก็เป็นสัตว์ที่มีศักดิ์ศรีของตนเองจะตาย หยิ่งผยองต่อคนทั่วไปแต่กับนายนี่อ่อนลงยังกับสุนัขแน่ะ ใครอันเชิญได้นี่เก่งจะตายไป”ข้าร่ายยาวอย่างลืมตัว พอรู้ตัวก็เห็นว่าอีกฝ่ายจ้องข้าอย่างฉงน

“เจ้าไม่มีพลังเวทย์สักนิดแต่ทำไมเจ้า....”

“ล่ะ..แล้วคนที่อันเชิญมังกรได้และเป็นอัศวินมังกรอยู่ตอนนี้เขาชื่ออะไรเหรออัลเวน”

                ข้ารีบเปลี่ยนประเด็นด้วยความรวดเร็วยิ่งกว่าเสือชีคาร์วิ่งไล่จับกระต่าย อีกฝ่ายเลิกถามแล้วกันไปลูบคางคิด

“เขาชื่อเนวา เดวินเนเชี่ยน”

                ข้าชะงักค้างแล้วมองหน้าอัลเวน ถามอย่างตั้งอกตั้งใจอีกครั้งว่า”เขาชื่ออะไรนะ?”

“เขาชื่อเนวา เดวิเนเชี่ยน เป็นว่าที่เจ้าบ้านเดวิเนเชี่ยนคนปัจจุบัน เห็นว่าอีกสี่ปีเขาจะได้รับตำแหน่งแล้วเขาจึงมาหาประสบการณ์นะ ข้าไม่รู้อะไรมากหรอกรู้แค่ว่าเขาเก่งมาก..”

“ใช่..เก่งมาก”ข้ากลืนน้ำลายลงคอด้วยใบหน้าซีดเผือก”ทั้งมีความสามารถ สุขุมนุ่มลึก กล้าตัดสินใจเด็ดขาด และปฏิบัติตามคำสั่งของบ้านอย่างเคร่งขัด”

                ตอนนี้อัลเวนเริ่มมองข้าด้วยสายตาแปลกๆอีกหนแต่ข้าไม่สนใจ ตอนนี้เริ่มรู้สึกได้ว่าเรื่องที่ข้าบอกว่าซวยที่ผ่านๆมานั้นมันช่างเป็นแค่เรื่องไร้สาระทั้งนั้น...ข้ามีแววถูกส่งตัวกลับบ้านมากกว่าการสอบตกอัศวินซะอีก! ทำไมพี่ต้องมาอยู่ที่นี่ด้วยนะ พี่เนวา!

“ข้าคิดว่าข้าควรสอบตกอัศวินให้ได้ แม้ว่าเงินเดือนของอัศวินจะมากกว่าการเป็นนักดนตรีตามร้านอาหารสิบเท่าก็เถอะ!

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 22:29
    โอบลาค่อนออกแล้วว~~ แค่ก!!----
    โอ้ยยยยย ขำ55555
    ดิวดร็อฟติดตรงในหัวอยู่เลยนะตรงๆ!! ทั้งดิสดณ้อฟทั้งเอวานเลย!!
    แต่เราเชื่อ คงไม่ได้หลอกหรอกเนอะ55555
    #445
    0
  2. #252 จีจี้ซัง (@jiji-love) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2557 / 06:46
    ซวยซ้ำซวยซ้อน จริงๆ
    #252
    0
  3. #240 Black Angle (@rensialaple2013) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 / 21:32
    สูง 163 หนัก 42 หุ่นเจ้าทำผู้หญิงกระอักอ่ะ
    #240
    0
  4. #230 [:Wynn:] (@jemakub) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2557 / 11:58
    ใช่จริงๆ ด้วย!!

    เนวา เนโร ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
    #230
    0
  5. #167 ReD BoW (@bow-frozen) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2557 / 09:41
    พี่หรออออ!
    #167
    0
  6. #75 Nunal (@nunal) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 19:01
    เอว 25 หนัก 46 โดนดาเมจนี้ทำร้ายเข้าให้....ผู้หญิงอาย... // กระอักเลือด
    #75
    0
  7. #48 guinw55 (@guinw55) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 20:51
    มีความรู้สึกว่าเนโรมีดีกว่าที่เห็นแฮะ
    #48
    0
  8. #39 สุนี (@fonktv) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 11:16
    ว้าวววววววววววววว
    #39
    0
  9. #34 BuntAzar (@buntazar) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2557 / 17:52
    5555 ซวยขั้นเทพอ่ะ
    #34
    0
  10. #16 Rai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 02:55
    ค้างงงงงง~ มาต่อไวๆน้าาาาาา

    สนุกมากกกก ติดตามอยู่นะค้าาาาาา~

    >_
    #16
    0
  11. #15 dudader (@rinsezac) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 02:20
    เม้นให้เเล้วน้า อย่างอลน้า อย่าลืมอัพน่ะค้างมากอยากอ่านต่อ
    #15
    0
  12. #14 'violettie (@phattanun) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 00:52
    พี่เรอะ=[   ]=
    #14
    0
  13. #10 'violettie (@phattanun) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 01:45
    จะทำไรน่ะ...ค้างงง~#โหยหวน
    #10
    0