<Yaoi>Danger diary บันทึกอันตรายของคุณชายโรคจิต

  • 100% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 13,335 Views

  • 456 Comments

  • 518 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    37

    Overall
    13,335

ตอนที่ 29 : บันทึกเรื่องที่26::ว่าด้วยเรื่องที่ใกล้สิ้นสุด<100per>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 570
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    5 พ.ค. 58

 

บันทึกเรื่องที่26

ว่าด้วยเรื่องที่ใกล้สิ้นสุด

ข้าปล่อยนกพิราบสีขาวออกไปยังท้องฟ้าสีครามด้วยรอยยยิ้มเล็กๆมุมปาก คนที่ยืนมองอยู่ข้างๆยกมือขึ้นกอดเอวข้าแล้วก้มลงมากระซิบ

“ส่งจดหมายให้กิ๊กที่ไหนน่ะ?”ข้าขมวดคิ้วทำสีหน้าเบื่อหน่ายก่อนจะดึงมือมันออกจากเอวเพราะจั๊กกะจี้ มันเลิกคิ้วมองข้าเหมือนจะถามว่าทำไมข้าต้องทำหน้าเบื่อหน่ายแบบนั้น

“ข้าเพิ่งเป็นแฟนกับเจ้าแค่สองชั่วโมง ริใส่ความว่าข้ามีกิ๊กแล้วเหรอ?”

พอข้าพูดจบ อยู่ๆคนตรงหน้าก็ฉีกยิ้มแล้วตอบกลับ

“พูดอีกทีสิ”

“อะไร?”

“ประโยคที่เจ้าพูดเมื่อกี้น่ะ พูดอีกที”

ข้ามองหน้าเจ้าอัศวินมังกรสมองเสื่อมที่นับวันเส้นประสาทบนหน้าคงพิการไปแล้วเพราะเอาแต่ยิ้มหน้าบานไม่ยอมหุบแบบนั้น ข้ากอดอกแล้วพูดเรียบๆ

“ข้าเพิ่งเป็นแฟนเจ้าแค่สองชั่วโมง...”

จุ๊บ!

ข้ายืนนิ่งเมื่อถูกขโมยจูบซึ่งหน้า เจ้ากรรมกรเถื่อนยกยิ้มเล็กๆมุมปากให้ข้าก่อนพูดเรียบๆ

“ข้าชอบเวลาที่เจ้าพูดว่าเจ้าเป็นแฟนข้า”

ไอ้บ้าเอ๊ย!! ข้ายกมือฟาดมันไปด้วยความรู้สึกประหลาดๆ พอสถานะมันเปลี่ยนมันเลยเพิ่มสวัสดิการโดนประทุษร้ายฟรีไม่จำกัดให้ข้าด้วย ไอ้หมอนี่มันเป็นเจ้าชายเมืองน้ำตาลหรือไง ทำไมชอบทำตัวหวานใส่ข้านัก ข้าจะอ้วกตายเพราะความเลี่ยนแล้วนะ!

“สรุปแล้วเจ้าได้อะไรบ้าง?”

ในที่สุดมันก็เข้าเรื่องเข้าราวสักที ข้ากับอัลเฮอร์นท์ตอนนี้นั่งอยู่ตรงที่นั่งริมหน้าต่างให้พักของเราทั้งสองคน ข้าถอนหายใจยาวก่อนเอ่ยเรียบๆ

“รู้อะไรหลายอย่าง แต่ข้าพูดไม่ได้ ขอให้เจ้ารอ”

“เจ้าจะทำอะไร? ขอข้าแต่งงานหรือไง เรื่องสินสอดฝ่ายข้าต้องหานะ”

ข้ายกหมอนฟาดหน้ามันไปอีกทีด้วยคามหมันไส้ ไอ้นี่ว่างไม่ได้ชอบโยงเข้าเรื่องนี้อย่างเดียว ข้าเลิกคิ้วมองไอ้อัศวินมังกรหน้าด้านด้วยใบหน้าอ่อนใจ ข้ารู้สึกว่าชอบมันก่อนหน้านี้มากกว่า

“ข้าว่าเรากลับมาเป็นเพื่อนหรือศัตรูกันเหมือนเดิมไหม? ข้าว่าข้าชอบเจ้าแบบนั้นมากกว่า”ข้าท้าวคางมอง

“นี่ๆ เจ้าเพิ่งเป็นแฟนข้าแค่สองชั่วโมงก็ขอเลิกแล้วเหรอ?”

อัลขมวดคิ้วมองข้าด้วยสีหน้ายุ่งยาก น้อยครั้งที่จะได้เห็นมันเป็นแบบนี้ ข้าคิดแล้วหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ คนผมแดงพอเห็นข้าหัวเราะก็ห้องเหอะแล้วยกมือขยี้หัวข้าแรงๆอย่างมันมือ ข้าได้แต่ร้องโวยวายแล้วพยายามรั้งมือนั้นเอาไว้ แต่อย่างว่า กรรมกรเถื่อนก็คือกรรมกรเถื่อน ยังไงๆก็แรงควายอยู่ดี

“เนโร...สร้อยที่คอนั่นมันอะไร?”

มือของเจ้าคนผมแดงหยุดไปแล้ว สายตามันจ้องที่เครื่องประดับชิ้นใหม่แทน

“นี่น่ะเหรอ?”ข้ายกนิ้วเกี่ยวเครื่องรางที่ท่านอาจารย์ให้มาชูขึ้น”ท่านอาจารย์ให้ข้ามาเมื่อเช้าเพราะเขารู้ว่าข้ากำลังทำเรื่องเสี่ยงอันตราย”

“ไม่จำเป็น”

มันพูดหน้าตายแล้วทำท่าจะกระชากสร้อยออกจากคอข้า แต่ข้าเอียงหลบไปด้านหลังมันเลยโถมเข้าใส่จนทับอยู่บนตัวข้า

“ลุกออกไปเลย หนักจะตาย”ข้าว่า

“เอาสร้อยนั่นมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ เจ้าไม่จำเป็นต้องมีมันเสียหน่อย”

มางี่เง่าอะไรอีกล่ะ? ข้าเลิกคิ้ว อยากจะถามไปแต่เดี๋ยวมันต้องหงุดหงิดแน่ที่ข้าพูดแบบนั้น...เอ่อ...นี่ข้าแคร์ความรู้สึกมันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย...ให้ตายสิน่า

“ทำไมจะไม่จำเป็น อาจารย์ให้ข้าไว้ป้องกันตัวนะ”ข้าแย้ง

“เจ้ามีข้าก็พอแล้วเจ้าเตี้ย”มันว่าแล้วขมวดคิ้ว ข้าเริ่มเข้าใจอะไรรางๆ และไอ้ความเข้าใจนั้นก็พาลข้าหัวเราะออกมาดื้อๆ

“นี่อัลเฮอร์ไนท์...อย่าบอกนะว่าเจ้าหึงข้ากับอาจารย์น่ะ?”

มันไม่ตอบแต่จ้องข้าเขม็งเหมือนจะมองเจาะลึกให้เห็นยันไขกระดูกเลยทีเดียว

“ท่านอาจารย์มีแฟนแล้วนะ”

“เรื่องนั้นข้ารู้อยู่แล้ว”มันว่าเสียงแข็ง”แต่เขาหน้าตาดีขนาดนั้น เป็นใครก็ต้องหวง แล้วอีกอย่าง เจ้าเป็นแฟนข้า ข้าก็ต้องดูแลด้วยตัวเอง”

โอ๊ยยยยยย จะผิดไหมถ้าข้าจะบอกว่าไอ้มนุษย์ยักษ์นี่มันน่ารักโคตร ข้าหัวเราะออกมาเพราะท่าทีของมัน อัลเฮอร์ไนท์ก็ขมวดคิ้วแน่นก่อนจะลุกขึ้นนั่งแล้วจ้องข้า

“เจ้าจะหัวเราะมากไปแล้วนะเนโร”

“ก็เจ้าตลก”

ข้าหัวเราะต่ออีกเล็กน้อย ย้อนคิดไปว่าไอ้หมอนี่ก็คิดอะไรแบบนี้ได้ ถึงจะรู้สึกแปลกๆกับท่าทางหวงเกินเหตุของมันแล้วก็ยังไม่ชินแต่ก็รู้สึกว่าตัวเองมีความสุขลึกๆ เอาเถอะน่า มันไม่แปลกเสียหน่อยที่อัลมันจะออกอาการหึงแบบนี้ อาจารย์ข้าหล่อจริงๆนั่นแหละ...เดี๋ยวนะ...

“อัลเฮอร์ไนท์ เจ้าเคยเจออาจารย์ข้าเหรอ?!

คนผมแดงสะดุ้งเหมือนจะเพิ่งรู้สึกตัวว่าพูดอะไรไปก่อนหน้า มันรีบเบนหลบสายตาไปทางอื่น

“นี่! เจ้ากรรมกรเถื่อน บอกมานะเว้ย!

ตอนนี้เป็นข้าที่โถมตัวเข้าหามันแทน อัลเฮอร์ไนท์ละมือที่นั่งท้าวคางมาจับแขนข้าเอาไว้ทั้งสองข้าง ทำให้ข้าทำอะไรมันไม่ได้เลยสักนิด

“เจ้าไปรู้จักอาจารย์ข้าตอนไหนเนี่ย! แล้วรู้ได้ไงว่านั่นอาจารย์ข้า อะไรน่ะอะไร!

“อย่าโวยวายสิเจ้าเตี้ย ไม่ได้รู้จักอะไรพิเศษขนาดนั้น”

พอมันยอมบอกข้าก็สงบเสงี่ยมแล้วลงไปนั่งกับที่ตามเดิมพร้อมเล่นจ้องตากับมันตาไม่กระพริบ อีกคนจับผิดอีกคน สุดท้ายมันก็ยื่นมือทั้งสองข้างมีบีบหน้าข้าจนหน้ายู่เป็นหมาหมึก ข้าจับแขนมันแล้วยกเท้าถีบแต่เจ้ากรรมกรเถื่อนไม่สะเทือนสักนิด ยังเป็นคนอยู่ไหมเจ้านี่เนี่ย!

“ทำวะไววะ!(ทำอะไรวะ!)”

“ข้ากำลังพิสูจญ์ว่าหน้าเจ้านี่ของจริงหรือเปล่า?”

“ของจริงงงงง”ข้าลากเสียงยาวจากนั้นก็เริ่มหยุดดิ้นเพราะมือที่ผละออกจากหน้า

อัลเฮอร์ไนท์เปลี่ยนไปนั่งท้าวคางมองทองฟ้าเสียอย่างนั้น ไอ้นี่ถ้าจะประจำเดือนมา แปรปรวนซะขนาดนี้

“เจ้าเป็นใครกันแน่เนโร...เราเป็นแฟนกันแล้วนะ”

ไอ้คำว่า”เราเป็นแฟนกันแล้วนะ”พอมาฟังมันพูดจริงๆก็รู้สึกแปลกๆนิดหน่อย ข้าถอนหายใจยาว กำลังเข้าใจความหมายที่มันจะสื่อ คนสองคนถ้าคบกันก็ไม่ควรมีความลับแก่กัน อย่างน้อยๆก็ต้องรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

“อีกเจ็ดวันเจ้าจะรู้ แล้วเจ้าล่ะเป็นใคร?”ข้าถามย้อน

“เมื่อไหร่ที่เจ้าบอกข้าข้าจะบอกเจ้า”

ข้ารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เสียเปรียบสักนิดที่ต้องบอกก่อน ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ข้านั่งมองใบหน้าด้านข้างของคนที่ได้ขี้นสถานะใหม่เมื่อสองชั่วโมงก่อนแล้วรู้สึกร้อนวาบที่ใบหน้า พอมานั่งสงบสติอารมณ์แล้วคิดดูจริงๆ...นี่ข้ากับมัน...เป็นแฟนกันแล้วเหรอวะ?

ข้าไม่เคยสัมผัสไอ้สิ่งที่เรียกว่า”แฟน”อย่างจริงจังสักครั้ง เคยได้ยินแบบปากต่อปาก ถามว่าเคยมีคนที่ชอบไหมก็คิดว่าเคยล่ะมั้ง...ข้าไม่แน่ใจเพราะความรู้สึกแบบนี้ครั้งล่าสุดก็นานจนลืมเลือน ชีวิตที่เติบโตมาจนสามารถมีความคิดได้ข้าก็ถูกจำกัดให้อยู่ในกรอบประหลาดๆ ต้องสูงส่งและสูงค่า ถ้ามีผู้คนรายล้อมต้องประดับด้วยรอยยิ้มงดงาม ต่อหน้าจะได้รับคำพูดหวานหูที่ได้รับการปรุงแต่งอย่างดีจนเอียน แต่เมื่อลับหลังข้าคำพูดที่ไร้การปรุงแต่งจะเต็มไปด้วยคำดูถูก ข้าเคยถูกจับคู่เชื่อมสัมพันธ์กับเด็กผู้หญิงหลายคน แต่เพราะข้าไม่เหมือนพวกนาง ไม่สามารถเอาใจพวกนางได้ พวกนางเลยไม่ชายตาแลข้าอีก หรือต่อให้เข้ามาอีกสุดท้ายเมื่อพบตัวตนจริงๆของข้านางก็วิ่งหนีหายไป

ข้าไม่เคยถูกสอนให้เอาใจคน สิ่งที่ทำมีแค่จงทำตัวให้เข้าถึงง่ายแต่สนิทยาก จงทำตัวให้สูงศักดิ์ แม้จะสนิทสนมแต่ก็มีระยะห่าง ข้ามีช่องว่างกับคนทีพบเจอภายใต้การเป็นคุณหนูเสมอ ถ้าคำพูดนี้นำหน้าชื่อข้า คนที่เรียกอย่างนั้นคือพวกที่คบไม่ได้ ข้าแยกแยะได้เท่านั้น แต่เมื่อสามเดือนก่อนทุกอย่างเริ่มขึ้น ชายคนหนึ่งยื่นไก่ย่างให้ข้ากลางป่าด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเรียกชื่อข้าอย่างสนิทสนมราวกับว่าเขากับข้าซี้กันมาเป็นปี ชายคนหนึ่งขอนั่งกับข้าทั้งที่ข้าทำหน้าตากวนประสาทใส่เขา ทั้งยังดูแลข้ากว่าคนทั้งโลกทั้งที่เขาไม่รู้จักข้า แล้วชายอีกคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามาอยู่ในช่องว่างที่ข้าเคยสร้างเอาไว้ ระยะห่างพวกนั้นถูกทำลายโดยไม่รู้ตัว ไม่เคยมีใครกล้าแสดงออกว่าไม่ชอบข้าอย่างตรงไปตรงมา ส่วนใหญ่มีแต่คนแสดงท่าทีรังเกียจ ไม่เคยมีใครกล้าหันดาบใส่ข้าโดยไม่เกรงกลัวอะไร...มีแต่มัน...มันคนเดียวที่กล้าทำ

ข้าออกจากความคิดถึงเรื่องความพิเศษของคนบางคนมามองหน้ามันแทน ใบหน้าด้านข้างของมันยังอยู่ตรงหน้า นัยน์ตาสีรัตตกาลเหม่อมองไปไกลสุดสายตาจนหาจุดรวมสายตาไม่ได้ เส้นผมสีแดงไหวน้อยๆเมื่อมีลมมาปะทะ ข้าจ้องมองมันอย่างคนที่เหมือนต้องมนตร์ รู้อีกทีมือของข้าก็ยื่นไปจับหน้าของมันช้าๆ อัลเฮอร์ไนท์ไม่ได้สะดุ้งตกใจ มันแค่เบนใบหน้ากลับมามองข้าช้าๆ

“เนโร...”

“ข้าแค่อยากรู้ ว่าเจ้ามีตัวตนหรือเปล่า?”

คำพูดนั้นทำให้อัลเฮอร์ไนท์นิ่งไป สุดท้ายมันยกมือมันขึ้นมาแนบมือข้าลงไปบนแก้มของมัน ความอบอุ่นไล่ผ่านตามผิวสัมผัส นัยน์ตาสีดำหลุบลงต่ำพร้อมรอยยิ้มก่อนชอนมองข้าอย่างเชื่องข้า ทุกปฏิกิริยาของคนตรงหน้าทำให้ข้ารู้สึกว่าเหมือนฝันเข้าไปทุกที รอยยิ้มที่อ่อนโยนละมุนละไม นอกจากของพี่เนวาแล้วข้าก็ไม่เคยเห็นมันจากใครอีก อัลเฮอร์ไนท์เคลื่อนใบหน้าเข้ามาหาข้าช้าๆก่อนจะจุมพิตลงที่หน้าผากข้าเบาๆทั้งที่มือของข้ายังแนบหน้ามันอยู่ ก่อนมันจะกระซิบที่ข้างหูข้า

“อยู่กับข้าบอกแล้วว่าอย่าพูดชื่อใคร หรือคิดถึงใคร ข้ากับเนวาไม่เหมือนกัน เขาอาจจะดูแลเจ้ามาตั้งแต่เกิดจนถึงตอนนี้ แต่ข้าจะดูแลเจ้าตั้งแต่วันนี้จนถึงวันสุดท้ายของลมหายใจ แค่เจ้าเชื่อใจข้าเท่านั้น”

คำพูดนี่หวานจนเลี่ยน ข้าควรจะตบมันแรงๆสักทีฐานพูดจาชวนอ้วก แต่ไม่รู้ทำไมข้าได้แต่นิ่งฟังอยู่แบบนั้น

“ข้ามีอยู่จริง ไม่ใช่ฝัน หรืออย่างมากก็อาจจะเป็นตัวตนที่เจ้าเคยฝันถึง และเมื่อมันมาอยู่ตรงหน้า เจ้าก็ต้องมองแต่มันเท่านั้น ให้สมดั่งที่เจ้ารอฝันมาเนินนาน และให้สมกับความพยายามของมันที่ออกมาพบเจอเจ้า”

“ถ้าข้าไม่เป็นอย่างที่เจ้าเห็น...เจ้าจะยังพูดแบบนี้กับข้าอีกไหม?”ข้าถามเบาๆ นึกถึงวันที่มันรู้ความจริงว่าข้าเป็นใคร มันอาจจะปล่อยมือข้าเหมือนอย่างที่คนหลายคนทำ

“เจ้าจะถามทำไม?”

“ข้าแค่อยากแน่ใจ...ก่อนข้าจะให้เจ้าไปจนหมด”

ข้าได้ยินเสียงหัวเราะที่ข้างหูเบาๆ เจ้ารู้ไหมว่าการพูดแบบนี้มันเขินนะ

“ข้ารักเจ้าจากนี้จนลมหายใจสุดท้าย ลูกกษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ”

เรื่องบางเรื่องก็ไม่อาจเข้าใจได้ในตอนนี้ แม้จะยังตะลึงงันแต่ก็ไม่คิดเอ่ยถาม เรื่องของพวกเราสองคนให้อีกเจ็ดวันเป็นตัวตัดสิน ถ้าถึงตอนนั้นลูกกษัตริย์บางตัวมันจะคืนคำก็คงต้องปล่อยมันไป เพราะนี่ก็คงเป็นการเปิดรับใครสักคนครั้งสุดท้ายในชีวิตข้า ถ้าสุดท้ายมันทิ้งข้าไป...ข้าก็จะไม่เปิดใจรับใครอีกเลย

 

ในคฤหาสน์หลังงามที่บัดนี้กำลังเริ่มมื้อค่ำอันแสนวิเศษ ชายวันกลางคนรูปร่างอ้วนท้วมนั่งอยู่ยังตำแหน่งหัวโต๊ะพร้อมแก้วไวน์ในมือที่กำลังเคลื่อนไหวตามแรงหมุนแก้ว นัยน์ตาสีเทาเรียรีชั้นเดียวฉายแววเฝ้ารอใครสัก ถัดมาทางด้านซ้ายมือเป็นหญิงสาวแสนงดงามที่กำลังนั่งจ้องมองเปลวเทียนที่ไร้ความจำเป็นในการจุดเพราะเหนือหัวมีโคมไฟขนาดใหญ่อยู่แล้ว

“เมื่อไหร่เขาจะมาคะท่านพ่อ?”หญิงสาวเอ่ยถามชายร่างท้วม ชายคนนั้นเลิกคิ้วขึ้นสูงหน้าผากกว้างมันแพ่บแล้วหัวเราะ

“พ่อก็ไม่รู้สิลูกรัก เขาบอกว่าจะมาก็คือจะมา แคทเธอรีนลูกรัก ลูกง่วงแล้วหรือ?”

หญิงสาวพ่นลมหายใจก่อนตอบ”ไม่เชิงแบบนั้นค่ะ ลูกแค่อยากรู้แผนขั้นต่อไปของเราแล้ว อัศวินต้องสาปเราได้มันกลับมาแล้ว เมื่อไหร่จะจัดการต่อเสียที เดี๋ยวพวกอัศวินมังกรก็สืบรู้อะไรจนได้ ลูกอุตส่าห์ลดตัวไปยุ่งกับพวกมัน ที่ไหนได้กลับคิดว่าเจ้าเด็กนั่นดีกว่าข้าได้ยังไง!”ท้ายเสียงเกรี้ยวกราดจนน่าสะพรึ่งกลัว

“ก็เพราะท่านนิสัยเสียแบบนี้ไง”

เสียงแหบดังลอดมาจากกรงสีทองใบหนึ่งที่บรรจุร่างสูบผอมของชายผมเขียว ทูร์รินนั่งอยู่ในกรงด้วบใบหน้าเรียบๆก่อนจะสะดุ้งอย่างแรงเมื่อขวดไวน์ราคาแพงถูกปามาปะทะลูกกรงจนขวดไวน์แตกออก ของเหลวไร้สีกระเด็นโดนร่างของอัศวินต้องสาปส่งผลให้แผลที่มีอยู่เต็มตัวแสบขึ้นมา ทูร์รินกัดฟันมองใบหน้าเกรี้ยวกราดของหญิงสาวเรียบนิ่ง

“สวะ”

“ด่าตัวเองสินะครับ”

“เจ้า!

“พอแล้วแคทเธอรีน ลูกจะมัวไปเถียงกับเดนมนุษย์แบบนี้ทำไม...จะว่าไปเดนมนุษย์ยังไม่ใช่เลย”

ดยุคเคนหัวเราะในลำคอเหมือนสะใจเต็มแก่ ทูร์รินทำได้แต่เพียงสงบนิ่งไม่พูดอะไรโตอบออกไป

“ท่านดยุคครับ แขกของท่านมาแล้วครับ”

ทหารอารักษ์ขาวิ่งเข้ามารายงานก่อนที่ประตูทางเข้าจะปรากฏร่างของชายหนุ่มคนหนึ่ง เส้นผมสีขาวสว่างล้อมกรอบใบหน้างดงามเอาไว้ ดวงตาสีฟ้าใสสื่อแววความเป็นมิตรอย่างมาก

“ในที่สุดท่านก็มา ไม่คิดว่าท่านจะเป็นคนเสนอตัวเข้ามาช่วย”

“คนเรามีเป้าหมายเดียวกัน จะย่อมมองกันออกก็ไม่ใช่เรื่องแปลก”เสียงทุ้มกล่าวอย่างเชื่องช้าน่าหลงใหล

ดยุคเคนมองร่างตรงหน้าด้วยแววตาอยากครอบครองเต็มทน แต่ก็ยังไม่แหวกหญ้าให้งูตื่นเสียตอนนี้

“พระราชาเมืองนี้ช่างใจร้ายเสียจนข้าไม่คาดคิด...แม้แต่ท่านที่เป็นขุนนางรับใช้เขาก็ยังไม่ละเว้น”บุรุษผู้มาใหม่เอ่ยเสียงสลด แววตาสื่อความสงสารเต็มเปี่ยม

“ข้าก็ไม่คิดว่าเขาจะเป็นเช่นนั้น...พี่ชายของข้ากลับต้องรับโทษทั้งที่ไม่มีความผิด...”แคทเธอรีนได้ทีรีบใส่ไฟเข้าไปเรียกคะแนนสงสาร

“ข้าคิด่าเขาจะใจร้ายกับพวกเราชาวภูติหิมะเท่านั้นเสียอีก”น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยอย่างสลด และสถานะที่แท้จริงก็ทำให้สองพ่อลูกพูดไม่ออก

“ท่าน...”

“ข้าบอกแล้วมิใช่หรือ พี่น้องข้าถูกเขาทำร้ายเพียงเพราะสิ่งที่พวกเรามีและเขาก็อยากได้ เห็นทีเราจะปล่อยไว้ไม่ได้ ท่านทั้งสองมีแผนอะไรจงบอกเรามาเถอะ ข้าเสียเวลามามากพอแล้ว”

สองพ่อลูกหันมองหน้า พวกเขาได้กำลังเสริมที่คุ้มค่าเกินคุ้มมาอีกหนึ่ง ดยุคเคนยกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนเอ่ยตอบ

“ได้เลยท่านอัลเวน ข้าจะบอกท่านทุกอย่าง”

 


 

 

นี่ก็ผ่านไปได้หนึ่งอาทิตย์กับหนึ่งวันอย่างรวดเร็ว ข้าเริ่มอยู่ไม่สุขเพราะท่านอาจารย์ยังไม่มาเสียที ตอนนี้สถานการณ์น่ากลัวแบบโคตรกดดัน อัศวินราชองค์รักษ์ก็ถูกโจมตีไปแล้วหลายคนอย่างไม่ทราบตัวคนร้าย พี่เนวาก็เริ่มร้อนใจอยู่ไม่สุขอีกคนหนึ่ง มังกรทั้งสามตัวถูกสั่งให้อารักษ์ขาบริเวณโดยรอบเอาไว้ แต่นั่นก็ยังไม่น่าวางใจ ข้าเริ่มเดินวนไปวนมาในห้องตัวเองอย่างห้ามไม่ได้ ทางฝั่งเจ้าอัลก็มองตามข้าที่เดินไปเดินมา สุดท้ายมันก็ถอนหายใจแล้วคว้าเอวรั้งข้ามานั่งบนตักมันที่นั่งเซ็งอยู่บนโซฟา

“เลิกเดินไปเดินมาได้ไหมที่รัก ข้าลายตาหมดแล้วนะ”

“ก็ใครใช้ให้เจ้ามอง ไม่อยากมองก็หลับไปสิ!

ข้าว่าอย่างร้อนใจ ไม่มีอารมณ์มาเล่นกับมัน อัลเฮอร์ไนท์ก็รู้เวลาดี มันแค่กอดข้าเอาไว้แล้วเอาหน้าซุกหลังข้า

“เจ้าโตขึ้นหรือเปล่า”

เวลาแบบนี้มันพูดอะไรของมันไม่ทราบ! ข้าดิ้นอย่างหงุดหงิดแต่ไม่อาจรอดพ้นอ้อมกอดแสนอบอุ่นแบบวายป่วงของมันไม่ได้

“อย่าขยับมากได้ไหมเนโร เดี๋ยวก็ได้ระบุสถานะหรอก”

อัลเฮอร์ไนท์ขู่ ซึ่งข้ารู้สึกว่ามันไม่ได้พูดเล่น อารมณ์เขินตอนนี้ไม่มีมีแต่อารมณ์อยากฆาตกรรมมันเสียมากกว่า แต่ข้าก็ทำได้แค่นิ่ง ไม่รู้ว่าจะได้เปิดศึกฉะกับไอ้เจ้าตัวการเมื่อไหร่กันแน่เลยยังไม่เสี่ยงทำอะไรให้ทำเองไม่สมประกอบ ถ้าข้าเดินสะโพกครากไปออกศึกเกรงว่าจะน่าสมเพชกว่าน่าเกรงกลัว

“ไอ้พวกนั้นมันจะเริ่มบุกตอนไหนก็ไม่รู้ เจ้าคิดว่าข้านิ่งนอนใจได้หรือไง”ข้าว่าอย่างหุดหงิด”นี่ท่านอาจารย์ก็...อื้อ...ยังไม่มาสักที..อ่ะ..ข้าก็ได้แต่..อ๊ะ...อัลเฮร์ไนท์! หยุดได้ไหม”

ไอ้กรรมกรนี่หื่นจริงๆเลย! ไม่น่ายอมมานั่งตักมันแต่แรกจริงๆ ข้าพูดไปด้วยความเครียกมันก็ยังไม่เลิกไซร้คอข้าแถมมือก็ลูบโน่นลูบนี้ไปทั่วอีก

“ข้าก็อยู่เฉยๆแล้ว เจ้าก็อยู่เฉยๆบ้างได้ไหม!”ข้าว่าพลางผลักหน้ามันออกจากคอตัวเอง มันต้องเป็นรอยแน่ๆเลยเว้ย!

“เจ้าก็รู้ แค่อยู่เฉยๆมันไม่พอหรอกน่า”

“งั้นก็ปล่อยข้า แยกกันนั่ง ถ้าเจ้ายังจะลวนลามข้าอีกข้าจะแยกห้องอยู่กับเจ้าซะ!

ข้าประกาศกร้าว แต่มันกลัวที่ไหนล่ะ อัลเฮอร์ไนท์แลบลิ้นเลียนิ้วข้าจนข้าต้องชักมือกลับ มันโน้มใบหน้ามซบลงที่ซอกคอข้าแล้วแลบลิ้นเลีย

“ข้าไม่ใช่ไอติมนะเว้ย!

“แล้วที่รักอยากกินไอติมอุ่นไหมล่ะ?”

ข้าหน้าร้อนวาบจะลุกก็ลุกไม่ขึ้น จะหนีก็ไม่มีทางให้หนี ไอ้บ้านี่ข้าไม่น่าตอบตกลงเป็นแฟนมันเลย โอ๊ยย ขอแฟนแบบโซลได้ไมห นิ่งสงบ สยบทุกความเคลื่อนไหว

“เจ้ารู้ไหมว่ามังกรเป็นเผ่าพันธุ์พิเศษ”เสียงอัลเฮอร์ไนท์อู้อี้อยู่ข้างหูข้า

“อะไรอีกล่ะ?”

“พวกนี้มีความอึดบนเตียงเป็นพิเศษ”

“เจ้าไม่ใช่มังกรใช่ไหม...”

ข้าเริ่มสะอึก อัลเฮอร์ไนท์หัวเราะหึหึใกล้หูจนข้าขนลุก

“เจ้าก็รู้อยู่แล้วยนี่ว่ามังกรหรืองูเห่า”

ไม่ใช่เรื่องนั้นโว้ยยยยยยยยยยยยยยย ข้าได้แต่หน้าแดงอยู่บนตักมัน โอ๊ย ไอ้บ้านี่มันตัวอะไร ทำไมมันหื่นแบบนี้ วันๆคิดแต่เรื่องพวกนี้จนข้ารับไมได้แล้วนะ ข้าคิดแล้วถอนายใจ แต่ตอนนั้นใบหน้าก้ถูกเชยขึ้นแล้วคนทำก็ประกบปากลงมาแบบไม่มีปี่ม่มีขลุ่ย แม่ง...จูบข้าอีกแล้ว โอ๊ย! ทำอะไรเป็นบ้างนอกจากจูบ! ไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวมันทำอย่างอื่นอีกข้าจะซวย

“ฮ่าห์! พอใจหรือยัง”

ข้าร้องถามเสียงแผ่ว รู้ตัวอีกทีนี่ข้านั่งคร่อมบนตักมันไปแล้ว ท่าทางอันหมิ่นเหม่และล้อแหลมนี่มันบ้าอะไร มือพ่อคุณ็อยู่ไม่สุข ลูบสะโพกข้าไปเรื่อยเหมือนชอบใจเสียเต็มประดา

“พรากผู้เยาวน์”

ข้าว่าแล้วตีแสกหน้ามันไปทีแต่อัลเฮอร์ไนท์ก็ยังไม่หยุด สถานการณ์ตอนนี้ข้าซีเรียสนะเว้ย! นี่เนโรซีเรียสจริงๆนะคร้าบ พี่อัลเฮอร์ไนท์ที่รักช่วยซีเรียสเป็นเพื่อนเนโรหน่อยเถอะ ซีเรียสเป็นแฟนก็ได้ เนโรยอม

“พรากมาตั้งหลายรอบ ถ้าตำรวจจะจับข้าจะบอกว่าผู้เยาวน์ยินยอม”

ไม่ได้ยินยอมเว้ย! แต่มันเล่นตัวยังกับหมีควาย ขัดขืนยังไงก็ไร้ประโยชน์เปล่า ข้ามุ่ยหน้ามองหน้ามันอย่างไม่ชอบใจ

“โอเคๆ ไม่แกล้งแล้ว ข้าไม่อยากเห็นเจ้าเครียด เอาแต่กระวนกระวาย เดินไปเดินมาไม่ยอมหยุดสักทีแบบนี้”

แล้วผู้ร้ายก็สารภาพผิด ยอมยกมือทั้งสองข้างขึ้นเสมอตัวแต่โดยดี มันชอนสายตามองข้าเหมือนลูกหมาขอความเห็นใจ ข้าพ่นลมออกจากปากอย่างหงุดหงิดใจ วิธีคลายเครียดเจ้านอกจะยังไม่ได้เรื่องแล้วยังทำให้ข้าชักเครียดหนัดขึ้นทุกทีจนเส้นเลือดในสมองจะแตกตายอยู่แล้ว อัลเฮอร์ไนท์พอเห็นข้าหน้าหงิกก็ร้องนิ่งเตะๆไม่เลิกจนข้านี่แหละจะเตะมันกระเด็นไปดาวเสาร์

“ไม่เอาน่าเนโร เจ้าเอาแต่เครียดแบบนี้ไม่ดีเลยนะ ทำใจเย็นๆสิ”

“เย็นบ้าเย็นบออะไรอีกล่ะ อาจารย์ข้าไปแล้วอาทิตย์หนึ่งยังไม่ส่งข่าวคราวบอกมา ลอยด์มันก็รอจนรากงอกจะทำตามแผนแต่ก็รอแล้วรอเล่า ไอ้พวกบ้านั้นแม่งก็ยังไม่บุกมาสักทีหนึ่ง ข้าเริ่มรู้สึกว่านี่ข้าตั้งตารอเสียเปล่าไหมเนี่ย ข้าเครียดนะเนี่ย”

“เลิกเครียดได้แล้วที่รัก เดี๋ยวพาไปกินหนม”

อยากจะอ้าปากด่าไปถึงบรรพบุรุษ แต่ตอนนี้ติดว่าไม่รู้ว่าบรรพบุรุษมันเป็นใคร ได้แต่สงบปากสงบคำ เดี๋ยวเกิดบรรพบุรุษตัดคนเดียวกันจะกลายเป็นว่าข้าด่าบรรพบุรุษตัวเองไป อัลเฮอร์ไนท์กดหัวข้าลงไปซบไหล่มันแล้วลูบหลังเบาๆ

“เจ้าเครียดอะไรขนาดนั้น?”

“ถ้าข้าพูดตรงๆเจ้าจะโกรธข้าหรือเปล่าล่ะ?”

“ไม่อยู่แล้ว ข้าให้อภัยเจ้าเสมอ”

“ข้าเป็นห่วงทูร์ริน”

นั่นไง พอพูดปุ๊ปอัลมันก็หยุดลูบหลังข้าปั๊ป ข้าผละใบหน้าออกมามองหน้ามันที่หน้าตึงเป็นคนฉีดโบทอค ข้ายกมือโอบรอบคอมันแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ

“นั่นไงเล่า ไหนเจ้าบอกจะไม่โกรธและให้อภัยข้าเสมอไง”ข้าย้อนถามถึงคำที่มันเพิ่งพูดไปไม่กี่วินาทีก่อนหน้า

“เรื่องทุกเรื่องข้าได้หมด แต่ไม่ใช่เรื่องมันสิ เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ชอบมัน”

ข้าถอนหายใจยาว ข้าก็พอรู้อยู่บ้างว่าอัลมันไม่ชอบ มันเหมือนลูกหมาตัวเก่าที่พอเห็นข้าอุ้มลูกหมาตัวใหม่มาก็แจงจะกัดลูกหมาตัวใหม่ให้ตายท่าเดียวโดยไม่สนว่าความจริงที่ข้าต้องอุ้มเจ้าลูกหมานั่นมาเพราะว่ามันถูกทอดทิ้งและไม่เหลือใคร ข้าแค่กำลังจะหาเจ้านายใหม่ให้มัน ในระหว่างนั้นก็ต้องดูแลมันไปก่อน และอีกไม่นานข้าก็คงหาเจ้านายใหม่ให้มันได้ แต่ตอนนี้มันถูกเจ้านายเก่าเอาตัวไป ดูท่าจะเอาไปทำเป็นหมาเฝ้าบ้านที่โหดสลัดผัก และข้าจะไม่ยอมให้ลูกหมาแสนเชื่องตัวนั้นไปเป็นหมาโหดไล่โจร

“เจ้าฟังข้านะอัลเฮอร์ไนท์”ข้าเกริ่นขึ้นก่อนจะจ้องหน้าคนที่ถูกเรียกตรงๆ”เพราะข้าบริสุทิ์ใจข้าถึงกล้าบอกเจ้าตรงๆว่าอะไรคือความกังวลของข้า  ทูร์รินมันเป็นเพื่อนข้าคนหนึ่ง ตอนนี้มันไม่เหลือใครที่จริงใจกับมันจริงๆแล้ว เจ้าเห็นถึงความโดดเดี่ยวของมันไหม? ท่ามกลางผู้คนมากหน้าหลายตา จะมีกี่คนที่เดินมาจูงมือมันให้เดินตามไป ถ้าข้าไม่ทำก็ไม่มีใครทำ”

“แต่ข้าก็ยังไม่ชอบใจอยู่ดี ข้ามองออกว่ามันคิดอะไรกับเจ้า”

ข้าถอนหายใจแล้วค่อยๆพูดอย่างมีเหตุผล”ข้าบอกแล้วว่ามันไม่มีใคร มีข้าเป็นเสาหลักสุดท้าย มันอยากจะยึดเอาไว้ให้นานที่สุด แต่อีกไม่นานอัลเฮอร์ไนท์ มันจะได้เสาของมันจริงๆ ที่มันสามารถยึดไปได้ตลอดชีวิตโดนไม่ต้องแคร์อะไร และเสาต้นนั้นก็จะยินดีให้มันเกาะไปตลอดด้วย”

อัลเฮอร์ไนท์ไม่เข้าใจที่ข้าพูดเท่าไหร่ เพราะมันไม่มีรู้ว่าข้าได้จัดเตรียมบาทหลวงเก๊หนึ่งอัตราไว้ต้อนรับการกลับมาของเจ้าคนความจำเสื่อมหน้าตาดี ข้าเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมอาจารย์ถึงอยากให้ข้าเป็หลานสะใภ้เขานักหนา ที่แท้ความรู้สึกของการจะจับคู่ใครสักคนให้คู่กันมันเป็นแบบนี้นี่เอง

“เจ้ายิ้มอะไร?”กรรมกรเถื่อนเริ่มจะโมโหขึ้นจริงๆเพราะข้าเอาแต่อมยิ้มคนเดียว

ข้ามองคนตรงหน้าแล้วยื่นหน้าเข้าใกล้พลางจรดหน้าผากของข้ากับของมัน หลับตาลงแล้วพูดช้าๆ แผ่วเบาในน้ำเสียงแต่ชัดเจนในความรู้สึก

“เชื่อใจข้าสิอัลเฮอร์ไนท์”

สิ้นคำพูดข้าก็เปลี่ยนมาจรดริมฝีปากตัวเองช้าๆที่ปากของมัน เป็นการแตะลงเบาๆแล้วเลื่อนมาจรดที่ปลายจมูก สุดท้ายพอข้าผละออกมาอัลเฮอร์ไนท์ก็มองข้าด้วยสายตาแปลกใจ พอเห็นหน้ามันข้าก็เริ่มละลึกได้ว่าเมื่อครู่ตัวเองเผลอทำตามใจไป

“รู้ไว้ซะว่าทั้งโลกมีเจ้าคนเดียวที่ข้าทำแบบนี้”

ข้าว่าเสียงเรียบหน่อยๆ ติดจะรู้สึกกระดากปากกระดากใจบ้างหลังรู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรลงไป อยู่ใกล้มันมากเริ่มจะหน้าด้านเหมือนมันแล้วนะ ไอ้ความหน้าด้านนี่ถ่ายทอดทางอะไร ผ่านการจูบหรือเปล่า?

“ข้าเคยเห็นเจ้าทำแบบนี้กับสโนว์นะ”คนผมแดงเลิกคิ้ว

ไอ้นี่หาเรื่องทะเลาะหรือไง ข้าอ้าปากจะพูดแล้วเปลี่ยนเป็นถอนหายใจ มองซ้ายแลขวาหาว่ามีใครซ่อนอยู่ใต้เตียงหรือใต้โซฟาหรือเปล่า เมื่อพบว่าอยู่แค่สองคนแน่ๆก็เลยพูดออกไปอ้อมแอ้ม

“รู้ว็ซะว่าทั้งโลกมีเจ้าคนเดยวที่ข้าทำแบบนี้...ด้วยความรู้สึกนี้...เข้าใจไหม?”

ไอ้หัวแดงมองหน้าข้าหมือนจะยังไม่พอใจในคำตอบเท่าไหร่ มันยื่นหน้ามาหาจนลมหายใจของมันลดปลายจมูกข้า เสียงทุ้มๆสบายหูถามเรียบๆ

“ไอ้ความรู้สึกนี้ที่ว่านี่ความรู้สึกไหน?”

“อะไร..อย่ามาทำโง่น่า”

“ข้ากลัวว่าความรู้สึกมันจะไม่เหมือนที่ข้าคิดนี่”

“เจ้าคิดอะไรข้าก็คิดแบบนั้นแหละ”

“เจ้าเกลียดข้าแหง๋”

“คนเกลียดกันจะตกงเป็นแฟนกับเจ้าหรือไง!”ข้าสวนแล้วจะถอนหนี แต่บังเอิญว่าข้านั่งอยาบนตักมัน พื้นที่ในการหนีไม่มีเพราะด้านหลังเป็นอากาศ ถ้าไม่โอบคอมันไว้ข้าก็กลิ้งตกแน่

“งั้นความรู้สึกไหนที่เจ้าบอก ถ้าไม่เกลียดแล้วอะไร?”

“โอ๊ย! เจ้าประสาทกลับหรือไงอัลเฮอร์ไนท์”ข้าเริ่มโวยวายกลบเกลื่อน มองซ้ายมองขวาหาทางรอดสักทาง

“ประสาทข้าไม่กลับหรอก ที่รัก บอกข้าหน่อยสิว่าความรู้สึกแบบนี้ของเจ้ามันอะไร”

“ก็...”

ข้าเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเสียเปรียบ สอดส่ายสายตามองบนลงล่างอย่างพยายามเอาตัวรอด ข้าพูดไม่ออก ที่จริงคือไม่กล้าพูด อัลเฮอร์ไนท์ยกยิ้มเจ้าเล่ห์มุมปากกอดจะดึงข้าไปกอดแล้วพึมพำ

“กลัวคนอื่นได้ยินก็กระซิบสิ รอฟังนะเนี่ย”

“เรื่องอะไรข้าจะพูด เจ้ารู้นี่ว่าจะพูดะอะไร”

“เจ้าอาจจะพูดว่าอยากกินข้าวต้มมัด หรือว่าอยากกินบ๊ะจ่างก็ได้นี่”

ใครจะมาบ้าอยากกินบ๊ะจ่างงตอนนี้วะ! นี้ข้าเป็นแฟนกับมันมาอาทิตย์กว่ายังรู้สึกว่าตัวเองขาดทุนย่อยยับเลยนะเนี่ย โห่เอ๊ยชีวิต เลิกๆ เลิกแม่งเลยดีกว่า!

“เจ้าเกลียดข้าจริงๆใช่ไหมเนี่ย...”

เสียงมันเริ่มแผ่วลงจนข้าตกใจ ลืมไปซะสนิทว่ามันได้ยินในสิ่งที่ข้าคิดเสมอ โอ๊ยยยยย หน้าตาข้าคงดูตลกแน่ๆถ้าข้าได้เห็น ข้ากอดคอมันแน่นก่อนจะร้องตอบ

“เปล่านะ”

“งั้นถ้าเจ้าไม่ได้เกลียดข้าทำ...”

“รักต่างหาก...มากด้วย เข้าใจไหม?”

ข้าหลับหูหลับตาบอก ความกังวลอย่างหนึ่งของข้าคือกลัวว่าบอกช้าเกินไปมันจะสาย ท่านอาจารย์เคยเล่าเรื่องเพื่อนคนหนึ่งของเขาให้ข้าฟัง กว่าเพื่อนคนนั้นจะบอกรักคนที่เขารักก็เมื่อวันที่คนคนั้นตายจากไป ยังดีที่ปีศาจใจดี(?)ให้โอกาสเขาได้แก้ตัวอีกครั้ง เรื่องราวที่ท่านอาจารย์เล่าฝังใจข้ามาตลอด เขาบอกว่าเร่องราวคราวนั้นมันโหดร้ายกว่าที่ข้าที่เพิ่งได้ฟังคิดเยอะ ตั้งแต่นั้นข้าก็ฝังใจตลอด...ข้ากลัวว่าถ้าปากแข็งมากเข้าจะเสียมันไปจริงๆ...

“เนโร”

“อะไร...”ข้าฝังหน้ากับไหล่มันแล้วร้องอู้อี้ เสียงมันยังเรียบสงบแต่ก็ทำให้ข้ารู้สึกใจสั่น อย่าบอกว่าเจ้าไม่เชื่อข้า

“มองหน้าข้าสิ”

ข้าผละออกจากไหล่มันช้าๆ อัลเออร์ไนท์มองหน้าข้าด้วยสีหน้าเรียบสงบ เจ้าอย่าแกล้งข้าแบบนี้ได้ไหม...

“เจ้าไม่เชื่อข้าใช่...”

“รักนะ”

อ่ะ...

“ข้าเองก็รักเจ้าเหมือนกันนะ มากด้วย มากที่สุด”

ไอ้นี่...มันมีอะไรมาทำให้ข้ารู้สึกเหมือนจะละลายตลอดเวลาเลยใช่ไหม เลิกหวานใส่ข้าสักสามสิบวินาทีเจ้าจะขาดอากาศหายใจตายหรือไง! ข้าเม้มปากแน่น รู้สึกหน้าร้อนผ่าวแต่ทำอะไรไม่ได้ อัลเฮอร์ไนท์เริ่มขำ แต่ข้าไม่ตลก รู้ไหมช่วงเวลาแค่ไม่กี่นาทีนั่นข้าเครียดยิ่งกว่าเรื่องที่ไอ้ตัวการมันไม่บุกมาซะอีก

“ไอ้บ้าเอ๊ย...”

ปัง!!!

“เลิกหวานกันได้แล้วสหายทั้งสอง!!

สโนว์เปิดประตูมาเสียงดังด้วยใบหน้าแดงกร่ำ ข้าว่าเขาไม่ได้เขินใครมาแต่คงจะเหนื่อยเพราะเห็นเหงื่อเกาะพราวทั่วใบหน้า

“มีอะไร? สภาพเจ้าเพิ่งไประบุสถานะกับเนวามาหรือไง?”อัลเออรไนท์ย้อนหน้าตาย

“ระบุสถานะบ้าอะไรล่ะ!”มังกรน้ำแข็งสวนเสียงแข็ง

“ไอ้บ้าตัวการของเจ้ามันบุกมาถึงที่แล้วนะเนโร! แม่งพาขบวนทัพมาด้วย!ครึ่งแรกไม่มีอะไรนอกจาก



พวกนี้เลิกหานกันสักทีได้ไหม เห็นแล้วอิจฉาว้อย #โสดแล้วพาล ส่วนคนที่ถามว่าอัลเวนไปทำอะไรนะคะ ขอยืนยันคำเดิม มันไปทำแท้ง(ฮา) ตอนหน้าเราจะได้ดุความวายป่วงในการออกศึกของเนโรกันแล้ว รอชมนะจ๊ะ
ด้วยรักและกิ๊ดตึงดึ๋งๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #389 |||No_Name||| (@oom-kanyarat) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 / 01:02
    #ร่วมด้วยช่วยปาโทรศัพท์
    หึๆหะๆหย๊ากกกกกกTUT
    ถ้ามะนจิค้างขั้นโคม่าขนาดนี้...ฮือออออ
    #389
    0
  2. #388 Rinkaki-chan (@030744_maii) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 เมษายน 2558 / 17:23
    อ๊ากก ณ จุดๆนี้ขว้างโทรศัพท์เลยค่ะะ มันกร้าวใจมากก อัลเวนนไปมีส่วนเกี่ยวข้องอารายเนี่ยย ชินรู้ชินเสียใจเเน่เลยย ;^;
    #388
    0
  3. #387 himawari (@yuyu7283) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 19:31
    ต่อด่วนนนนนนนนนนน ไรท์~~~//กรีดร้อง อยากอ่านแล้ววววววว ฮรึกๆๆๆ อัลเวนนนนนนน //กรีดร้องอีกรอบ 
    #387
    0
  4. #384 dutsda (@papaenaja) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 14:37
    ตอนแรกหวานมากจนมดขึ้น ตอนหลังแบรกอารมณ์ทั้งหมดและสุดสับสนงงงวย อัลเวน?????
    #384
    0
  5. #382 Say. (@a-dark-devil) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 09:14
    เฮ้ย!! อะไร  ยังไง เกิดอะไรขึ้นนนน TOT!!?
    #382
    1
    • #382-1 Pepper (@lovery1859) (จากตอนที่ 29)
      28 เมษายน 2558 / 11:57
      อัลเวนไปทำแท้งค่ะ #โดนอัลเวนแผ่รังสีพ่อพระใส่
      #382-1
  6. #381 2ombIE (@zombie_1182) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 08:05
    แผนอัลไร ทำไมอัลเวรมีเอี่ยวด้วยล่ะ ไม่นะไม่ย์ บอกทีว่ามันเป็นแค่แผนสินะ ณ จุดๆนี้รู้สึกค้าง
    #381
    1
    • #381-1 Pepper (@lovery1859) (จากตอนที่ 29)
      28 เมษายน 2558 / 11:58
      อีกไม่นานรู้แน่ค่ะ รับรองงงงงง
      #381-1
  7. #380 N เอ็น (@nlm1122) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 07:41
    เฮ้ยยยยยยย นี่แผนหรืออะไร ยังไง ทำไมมมมม
    #380
    1
    • #380-1 Pepper (@lovery1859) (จากตอนที่ 29)
      28 เมษายน 2558 / 11:58
      ไม่รู้ค่ะ #โดนถีบ
      #380-1
  8. #379 guinw55 (@guinw55) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 07:04
    เฮ้ยยยย อัลเวน!!!! ผมนี่อึ้งเลยครับท่าน ไม่ใช่ว่าต้องมาสู้กันตอนหลังนะ
    #379
    1
    • #379-1 Pepper (@lovery1859) (จากตอนที่ 29)
      28 เมษายน 2558 / 11:59
      อาจจะสู้ก็ได้นะ คึคึ
      #379-1
  9. #377 |||No_Name||| (@oom-kanyarat) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 01:07
    What???????!!!!!! ครึ่งหล้างงงงงงงเอาครึ่งหลังมาที๊😂😂😂😂😂😂😂😂
    #377
    1
    • #377-1 Pepper (@lovery1859) (จากตอนที่ 29)
      28 เมษายน 2558 / 12:00
      รอแพ๊บส์ซี่!!!!
      #377-1