บำเรอแค้นแดนทราย (โรมานซ์ ฟิน กัดหมอนขาด)

ตอนที่ 9 : บำเรอแค้นแดนทราย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 834
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    18 เม.ย. 64

          นับว่าโชคดีที่เขาสามารถจำหมายเลขทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ของคู่กรณีได้ จึงมอบหมายให้อันวาไปตรวจสอบกับกรมขนส่ง จนกระทั่งได้ที่ชื่อและที่อยู่ของคู่กรณีและตามไปคาดคั้นหาความจริง ซึ่งผลปรากฏว่านายคนนั้นเป็นคนขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างจริง ๆ และค่อนข้างยากจนข้นแค้นมากเสียด้วย เขาจึงตักเตือนและข่มขู่อยู่ในทีว่าห้ามขับรถด้วยความประมาทอีก แทนการเรียกร้องค่าเสียหาย เพราะไม่อยากทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่  อีกอย่าง นายคนนั้นได้นำพาบางอย่างมาสู่ชีวิตเขา ผึ้งงานตัวน้อย!

          “คุณทำให้ผมแปลกใจได้เสมอเลย” บิลาลว่าพลางนั่งอมยิ้มกับหน้าจอที่ถูกหยุดภาพดวงหน้าของหญิงสาวเอาไว้ ในเวลานี้เธอพ้นข้อกล่าวหาทุกอย่างโดยปริยายแล้ว เธอคือผู้บริสุทธิ์

          อันวาเห็นกิริยาของเจ้านาย ก็อดที่จะล้อไม่ได้

          “แบบนี้ใช่ไหมครับรักแรกพบ อย่าปล่อยให้เธอหลุดมือนะครับนาย”

          อันวาคือมือขวาคนสนิทของเขา เป็นทุก ๆ อย่างให้ ตั้งแต่คนขับรถ เลขานุการ องครักษ์ ผู้ช่วยคนนี้รู้ใจเขาดีเสมอ ทางเดียวที่จะไม่ให้ชายหนุ่มผู้จงรักภักดีคนนี้รู้ก็คือ บ่ายเบี่ยงและพยายามไม่พูดถึง

          “เจ้าพูดอะไรของเจ้า เหลวไหลใหญ่แล้วนะอันวา” บิลาลดุคนของเขา ก่อนหันหลังหนีหลบสายตา

          “ก็รึว่าไม่จริงล่ะครับ ผมไม่เคยเห็นชีคมองผู้หญิงคนไหนด้วยสายตาแบบนี้เลย แม้กระทั่งคุณราชาวดี”

          ดวงหน้าคมสันหุบยิ้มลงทันทีเมื่อนึกถึงเจ้าของชื่อที่มารดาหวังจะให้เขาแต่งงานด้วย

          ‘ราชาวดี อัครโยธิน’ เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของท่านทูตประพจน์และคุณหญิงอิศรา เพื่อนสนิทของมารดา เธอเกิดมาท่ามกลางความเพียบพร้อม ทั้งรูปร่างหน้าตาและทรัพย์สินเงินทอง ใคร ๆ ก็พากันตามใจเพราะเป็นลูกคนเดียว ส่งผลให้หญิงสาวนิสัยเสีย เอาแต่ใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้

          ชีคหนุ่มก็ไม่คิดรังเกียจข้อเสียเหล่านั้น ในฐานะคนรู้จักหรือน้องสาวแต่ถ้าให้แต่งงานด้วย... เขาคงต้องคิดหนัก!

          “ผมขอโทษ...” อันวารู้สึกผิด ไม่น่าพูดถึงชื่อนั้นเลย เพราะเจ้านายของเขาหลบมาเมืองไทยในครั้งนี้ก็เพราะไม่อยากจะบินไปหาอีกฝ่าย ก็เลยอ้างว่าอยากจะมาดูการรับสมัครพนักงานที่เมืองไทยแทน

          “ไม่เป็นไร มันไม่ใช่ความผิดของเจ้า แต่ผิดที่ตัวเราเองต่างหาก เราน่าจะขัดคำสั่งของท่านแม่ตั้งแต่แรก ไม่น่ายอมโอนอ่อนตามเลย เรื่องราวก็เลยเลยเถิดมาจนทุกวันนี้ เฮ้อ... นี่เราจะต้องแต่งงานกับวดีจริง ๆหรือนี่” ตอนท้ายคล้ายกับถามตัวเองเสียมากกว่า

          “คุณวดีเธอก็มีส่วนน่ารักอยู่หลายอย่างนะครับ”

          “มันก็ใช่ แต่วดีเหมือนมารดาของเราเสียเหลือเกิน...”

          ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติหรือวิถีชีวิต ราชาวดีล้วนถอดแบบมาจากมารดาของเขาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน จนทำให้ชีคหนุ่มอดที่จะคิดถึงชีวิตการแต่งงานที่ค่อนข้างล้มเหลวของบิดาไม่ได้

          ในแต่ละวันมารดาของเขาจะใช้เวลาให้หมดไปกับเรื่องสวยงาม ปาร์ตี้ หรือไม่ก็การพูดคุยกับผู้คนในสังคมชั้นสูง ท่านไม่สนใจที่ช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระในการบริหารประเทศเลย ปล่อยให้บิดาของเขาต้องรับหน้าที่ทุกอย่างเอาไว้ตามลำพัง หลายครั้งท่านยังทิ้งบิดาของเขาเอาไว้ที่
อามาร์เพียงคนเดียว เพราะชอบที่จะใช้ชีวิตหรูหราอยู่ที่ต่างประเทศมากกว่า โดยเฉพาะประเทศฝรั่งเศส ศูนย์รวมแห่งแฟชั่น และวงสังคมชั้นสูง เขาจึงสาบานกับตัวเองเอาไว้ จะไม่มีวันยอมแต่งงานกับผู้หญิงที่มีชีวิตความเป็นอยู่เช่นเดียวกับมารดาอย่างเด็ดขาด แต่เมื่อเวลานั้นมาถึงจริง ๆ กลับพบว่าทำไม่ได้ เพราะเขารักมารดาเกินกว่าที่จะยอมขัดใจ หรือทำให้ท่านต้องเสียใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น