บำเรอแค้นแดนทราย (โรมานซ์ ฟิน กัดหมอนขาด)

ตอนที่ 12 : บำเรอแค้นแดนทราย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 804
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    18 เม.ย. 64

          “คงงั้นแหละมั้ง เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกันนี่ ว่าแต่... เธอยังไม่ได้ตอบคำถามฉันเลยนะ ว่าเธอใช้เส้นไหนผ่านเข้ามา ใช่ยูนิสรึเปล่า”

          “ก็บอกแล้ว ฉันเข้ามาด้วยความสามารถของฉันเอง” วาทิณียังยืนยันคำเดิม

          เพียงนภามองดูเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพิจารณา แสดงให้เห็นว่าหญิงสาวยังไม่เชื่อในสิ่งที่เธอบอกเท่าไรนัก

          วาทิณีเมินหน้าหนี คร้านจะเถียงต่อ เพราะไม่ได้ขอให้อีกฝ่ายเชื่ออยู่แล้ว ใครจะคิดอย่างไรก็ช่าง ขอเพียงแค่ตัวเองรู้ก็พอ ว่าเธอไม่ได้ทำผิดอะไร

          แม้จะมีชีวิตที่ยากลำบากในวัยเด็กมามากเพียงใด วาทิณีก็ไม่เคยหลงผิด เธอยังมีใจใฝ่รักดี เนื่องจากมารดาเป็นคนเคร่งในศีลธรรม และมักถ่ายทอดเรื่องราวที่แสนละเอียดอ่อนนี้ให้กับเธออยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นกฎแห่งกรรม หรือกฎระเบียบที่ดีงามในสังคม วาทิณีปฏิบัติตามคำสั่งสอนนั้นอย่างเคร่งครัด เว้นอยู่เรื่องเดียว นั่นก็คือ เรื่องของการให้อภัย เพราะหญิงสาวไม่สามารถลืมเรื่องร้าย ๆ ที่ผู้ชายคนหนึ่งทำไว้กับเธอและมารดาได้

          หากต้นไม้มีน้ำและปุ๋ยคอยหล่อเลี้ยงให้เจริญเติบโตขึ้นฉันใด ชีวิตของหญิงสาวผู้อาภัพคนนี้ก็มีความแค้นไว้หล่อเลี้ยงหัวใจด้วยฉันนั้น

          วาทิณียอมรับ เธอทำทุกอย่าง ต่อสู้ดิ้นรนจนกระทั่งชีวิตผ่านจุดต่ำสุดมาได้เพราะมีจุดหมายอยู่ที่การล้างแค้นคอยอยู่ ขอแค่เพียงแค่ให้แผนการนี้สำเร็จ ไม่ว่าจะต้องเสียสละหรือเปลี่ยนแปลงตัวเองสักแค่ไหน เธอก็พร้อมจะทำ ไม่ว่าจะในด้านดี หรือเลวก็ตาม

          ทว่าโชคดี เนื่องจากแผนการของเธอต้องเกี่ยวข้องกับคนชนชั้นสูงในสังคม หญิงสาวจึงต้องพยายามถีบตัวให้สูงตาม ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหนักเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าศึกษาเล่าเรียน หรือว่าจะเป็นการตั้งใจเรียนเพื่อให้ได้มาซึ่งใบปริญญา จนกระทั่งได้มาอาศัยอยู่ในประเทศเดียวกันกับ‘เป้าหมาย’ สำหรับการล้างแค้น

          ทุกอย่างที่ผ่านมาล้วนเป็นผลพลอยได้ดี ๆ ที่ได้จากการปูทาง
การแก้แค้นทั้งสิ้น แต่หากวันใดมีความจำเป็นต้องทำตัวเองให้ตกต่ำลง เธอก็พร้อมจะยอมทำตาม เพราะชีวิตนี้เธอมีเอาไว้สำหรับการแก้แค้นเพียงเท่านั้น

          “โอ๊ย... หมั่นไส้ยัยสองคนนั้น” นันทกานต์แบะปาก มองคนที่นั่งพูดคุยกันอยู่ที่อีกมุมหนึ่ง “เข้าข่ายผีเน่ากับโลงผุชัด ๆ คอยดูเถอะนะ ถึงเวลาฝึกจริงขึ้นมาเมื่อไหร่ แล้วไม่ไหว แม่จะหัวเราะให้ฟันร่วง”

          สุกานดามองตาม พลางสังเกต

          “แต่ฉันเห็นเขาก็ยังไหวอยู่นะ”

          “มันก็แน่สิ แค่ฝึกอบรมการแต่งตัว แต่งหน้า แล้วก็ทำผม แค่นี้... ใคร ๆ ก็ต้องไหวกันทั้งนั้นแหละ แต่ฉันรับรองนะ ฝึกเชิงลึกเมื่อไหร่ ยัยสองคนนั้นอ้วกแตกแน่”

          สุกานดาเริ่มหน้าซีดขึ้นมา ทว่านันทกานต์กลับไม่มีโอกาสเห็น เพราะมัวแต่จ้องจับผิดวาทิณีและเพียงนภาอยู่

          ‘แล้วคุณหนูอย่างเธอล่ะ จะไหวไหม’ สุกานดาได้แต่ถามตัวเองซ้ำๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น