ทัณฑ์รักสีเพลิง (ท้องแล้วหนี)

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,149
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    9 ต.ค. 62

          เธอไม่ชอบ และไม่อยากจะได้ข้าวของเครื่องใช้อะไรต่อมิอะไรเพิ่มแล้วจริงๆ ให้ตายเถอะ แต่ดูเหมือนมารดาของเธอจะไม่หมดความพยายาม ท่านยังคงพยายามตามมาตื๊อเธอต่อ

          “ตายแล้ว ดูพูดเข้าสิ เราไม่ได้ลำบากจนถึงขั้นนั้นสักหน่อย และข้าวของเครื่องใช้พวกนี้มันก็จำเป็น คุณลุงนิคท่านเป็นถึงนายแบงค์ใหญ่ ลูกจะมาแต่งตัวมอซอให้ท่านต้องอับอายนั้นไม่ได้”

          ดูเหมือนคนที่จันทร์ฉายกำลังพูดด้วยจะไม่ได้สนใจฟังเธอเลยสักนิด ดวงตาคู่สวยของรัศมีดาวจ้องมองโคมไฟคริสตัลระย้าที่เพดานอยู่อย่างนั้น จันทร์ฉายจึงทิ้งตัวลงใกล้ๆ พร้อมทั้งยื่นหน้าของตนไปบดบังทัศนียภาพของสิ่งที่บุตรสาวกำลังจดจ้องอยู่แทน

“ถ้าดาวไม่อยากทำเพื่อตัวเอง ก็ให้คิดเสียว่าดาวกำลังทำเพื่อลุงนิคก็ได้ ลุงนิคท่านรักและเอ็นดูหนูมานะจ๊ะดาว หรือว่า...หนูอย่างจะแต่งตัวปอนๆ เพื่อหักหน้าท่าน”

          “การแต่งกายของหนูไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นสักหน่อย” เธอแย้ง “หนูอาจจะไม่เหมือนพวกสาวบ้าแฟชั่นที่แต่งตัวเหมือนเพิ่งหลุดออกมาจากนิตยสาร แต่หนูก็มั่นใจว่าการแต่งกายของหนูคงจะไม่ทำให้คุณลุงนิคต้องขายหน้าได้แน่ๆ ค่ะแม่”

          “ไม่รู้ล่ะ ยังไงหนูก็จะต้องไป เพราะถ้าหนูไม่ไป แม่ก็จะซื้อมาให้หนูเอง คราวนี้จะชอบไม่ชอบยังไงหนูก็ต้องใส่ในสิ่งที่แม่ซื้อมาให้ และห้ามบ่นด้วย”

          รัศมีดาวรู้จักมารดาของเธอดี ท่านต้องพยายามซื้อในสิ่งที่สาวเกินวัยมาให้เธอแน่ๆ

“ก็ได้ค่ะแม่ แต่แม่ต้องสัญญากับหนูก่อนนะคะ ว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่แม่จะพาหนูออกไปช็อปปิ้ง อย่างน้อยก็ภายในปีนี้ล่ะ เพราะว่าหนูคิดว่าของที่หนูได้มามันมากเกินความจำเป็นแล้ว และอีกอย่าง...หนูก็คิดว่ามันคงจะมากพอที่ช่วยให้เด็กกะโปโลอย่างหนูดูดีขึ้นได้แล้วค่ะ”

          “จ้ะ...แม่สัญญา”

          ในเมื่อมารดายอมให้สัญญา รัศมีดาวจึงยอมออกไปช็อปปิ้งกับท่านตามที่ท่านต้องการ โดยหารู้ไม่ว่ามารดาของเธอนั้นแผนการสูงกว่าเธอมากมายนัก เด็กสาวมองหีบห่อข้าวของเครื่องใช้ที่มารดายัดเยียดซื้อให้เธอจนเธอและคนรับใช้อีกสองคนแทบจะขนขึ้นไปเก็บแทนจะไม่หวาดไม่ไหว ก่อนที่จะทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงของตัวเองแล้วถอนหายใจออกมาดังๆ ด้วยความทุกข์ใจ ถ้าจะซื้อมากมายขนาดนี้ อย่าว่าแต่สิ้นปีนี้เลย ต่อให้เธอจะใช้ไปอีกสักสามปี เธอก็ไม่มีวันใช้ของพวกนี้ได้ครับหมดทุกชิ้นหรอก!!

          พาลให้คิดถึงบุตรชายของลุงนิค หากนายมาร์ตินอะไรนั่นเห็นว่าเธอได้อะไรมาบ้าง เธอคงจะถูกสายตาสีเขียวมรกตของเขาแผดเผาจนเหลือแค่ขี้เถ้าแน่ๆ ขนาดเมื่อวันก่อนตอนที่เธอซื้อรองเท้าใหม่และชุดใหม่สองสามชุด เขายังมองเธออย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ แล้วถ้าเขามาเห็นสิ่งของที่เธอซื้อในวันนี้ มีหวัง...

          “ไม่เคยพบของแพงๆ รึไง ถึงได้รีบซื้อมากักตุนไว้เหมือนไม่เคยพบเจอ” คนที่เธอกำลังคิดถึงกล่าวเยาะด้วยน้ำเสียงเหยียดหยันเสียเต็มประดา เป็นผลให้รัศมีดาวต้องสะดุ้งไปเล็กน้อยด้วยความตกใจ

          ‘เป็นกุมารทองรึไง แค่คิดก็ต้องมาหา แล้วเด็กรับใช้ก่อนหน้านี้หายไปไหนหมด’

          “ไม่ต้องมองหาใครหรอก ฉันเห็นพวกสมุนของเธอกลับลงไปที่ชั้นล่างหมดแล้ว ส่วนแม่ของเธอ...ก็รีบขับรถออกไปข้างนอกแล้ว สงสัยคงจะไปขนข้าวของเครื่องใช้มาบำรุงบำเรอตัวเองเพิ่ม ทำตัวเหมือนพวกริ้นไร วันๆ ไม่เห็นจะทำอะไร เอาแต่ซื้อของ สงสัยกลัวว่าจะผลาญสมบัติพ่อฉันไม่เร็วทันใจ ก็เลยพ่วงยัยลูกสาวมาช่วยสูบเลือดสูบเนื้อด้วยอีกคน”

          ในเมื่อหมดทางหนีทีไล่แล้วจริงๆ รัศมีดาวจึงต้องเผชิญหน้ากับเขาอย่างหมดทางเลือก

“ค่ะ...ฉันยอมรับนะคะว่าฉันและแม่ทำตัวไม่ต่างจากที่คุณว่าสักเท่าไหร่นัก แต่ถึงฉันจะเป็นพวกริ้นไร แต่ก็ยังไงฉันก็มีมารยาทพอที่จะเคาะประตูห้องของคนอื่นก่อนที่จะเข้า”

          “ปากร้ายนักนะ ฉันชักอยากจะรู้เสียแล้วสิ ว่าเธอจะกล้าพูดดีอย่างนี้อยู่อีกรึเปล่าถ้าฉัน...” มาร์ตินเลือกที่จะละคำพูดเอาไว้ในฐานที่เข้าใจแล้วค่อยๆ เดินเข้าไปที่เธอ

          รัศมีดาวสังเกตเห็นกรรไกรสีเงินวาววับในมือของเขาแล้วก็นึกถึงหนังสยองขวัญ กลัวว่าเขาอาจจะฆ่าจะแกงเธอขึ้นมา เธอจึงขยับฝีเท้าถอยหนี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

18 ความคิดเห็น