Blue Lotus shut up นายหม่อมหลวง

ตอนที่ 5 : คนดีต้องอยู่ (ให้) เป็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 เม.ย. 60

 ก๊าบ ก๊าบ ก๊าบ  เสียงเป็ดที่ไหนไม่รู้ดังขึ้น ในรุ่งเช้าวันประกาศผลสอบ  “จิ๊ เป็ดที่ไหนมาร้องแถวนี้อ่า... อื้มมม”      

    ก๊าบ ก๊าบ ก๊าบ แคว้กๆ  “โอ้ยหงุดหงิดเว้ย  เป็ดที่ไหนมาร้องคนจะหลับจะ...นอน” ว่าแล้วจับอะไรได้ก็ขว้างข้ามห้องไป  แขร่ก!!

 ‘หื้มเราโยนไปมันไม่ใช่หมอนนี่หว่า ทำไมเสียงมันแข็งๆว่ะ ‘ หรือว่า..

    สิ่งที่คิดทำให้ฉันลุกพรวดกระโจนข้ามห้องไปดูสิ่งที่โยนลงมาจนหน้ามืด จนหัวโขกกับฝาผนังบ้าน “ หึ้ยย โทรศัพท์จริงๆด้วย โธ่อีกรจั๊ดง่าว เปลี่ยนเสียงโทรศัพท์ยังจำไม่ได้อีก โถ่ฮีโร่ลูกแม่—“ และลูบหัวป้อยๆตรงที่โขกโดนกำแพง มีคนโทรมาด้วยเบอร์แปลกๆแหะ เคยเห็นที่ไหนนะ

    ‘  02-3456-3453 ‘   แทนที่จะรีบนึกฉันก็รีบโทรกลับเบอร์นั้นอย่างด่วนจี๋  แม่ก็โผล่หน้ามาทางหน้าต่างมาดูด้วยความตกใจกับเสียงตึงตังในบ้าน

      “ฮัลโหล คั่นใครนะ”  โธ่เอ้ย!!  เวลารีบเป็นอย่างนี้ตลอดเลย  “เอาใหม่ๆ ขอโทษค่ะ นั่นใครคะ? ...ค่ะ”

น้ำเสียงต่อมาของกรก็เศร้าลงแต่ฉับพลันเสียงก็กลับมามั่นใจเหมือนก่อน “ค่ะได้ หนูจะรีบไปขอบคุณค่ะ....เย้ ตูติดแล้วเว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!! อ๊ากกกก กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

จากนั้นก็รีบกระโจนเข้าห้องน้ำ แต่งตัว ข้าวปลาไปไม่กิน

      “จะรีบไปไหนลูก โรงเรียนโทรมาบอกเองเลยหรอลูก” แม่ถามตกใจกับอาการบ้าบอๆของลูก “ เยสสส แล้วเดี๋ยวจะทดสอบอะไรสักเล็กน้อย เดี๋ยวมานะแม่”  ในวันก่อนประกาศผลทำให้ฉันตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ แถมตื่นสายกว่าที่เคย

        หน้าปากซอยของบ้านกรมีวินมอไซค์จอดเรียงราย  พอเห็นหญิงสาววิ่งมาด้วยความเหนื่อยหอบ ก็หยักคิ้ว พยักหน้าอมยิ้มให้กัน “อ้าวว่าไงน้องสาวเปลี่ยนใจมาใช้บริการพี่วิน สุดหล่อคนนี้แล้วหรอจ๊ะ—“

วินคนนึงแซว “ค่ะพี่..” เสียงเฮก็ดังขึ้น พร้อมท่าทางอวดหล่อของวินที่ทักทายเธอ “พี่ชื่ออะไรฉันไม่รู้จักเลย ไอ้ขี้หลี” ฉันเบะปาก และจะไม่รอให้วินๆทั้งหลายแหล่ ได้เฮกันอีกรอบ “เอ้าลุงหนูใช้บริการลุงแล้วกัน ลุงหล่อกว่าไอ้ขี้หลีนี่เยอะ ไปเถอะลุงหนูรีบมาก” ฉันยื่นตังค์ให้ลุงแล้วบอกสถานที่ที่จะไป  แล้วมองวิน ที่เหลือด้วยสายตามาดร้าย 

      “เฮ้ยไอ้วินปากดีเหมือนที่เขาว่าฉันเลยว่ะ แต่มันก็น่า...”  เพื่อนวินอีกคนพูดพร้อมลูบปากทำเสียงซู้ดซ๊าด   สักวันเถอะ ฉันจะจับทำเมียซะเลยคอยดู มันคิดอย่างย่ามใจ

     

       “เออๆ ลุง จอดตรงนี้แหละ ขอบคุณค่ะ ลุงเอาไปเลย100นึงวันนี้วันดี ค่าเหนื่อยลุงละกัน ไปละ”

         “เอ้ออ ขอบใจนะ ลูกเจริญๆ” ลุงก็บึ่งรถออกไป ส่วนเจ้าตัวไม่วายก็หันมายกมือรับพรทั้งๆที่ขากำลังวิ่ง

          ภาพตรงหน้าทำให้ภี ต้องชะงักมองเล็กน้อย เขากำลังจะไปปรึกษาลุงกับพิธีเปิดภาคเรียนพอดิบพอดี จึงเจอหญิงสาวท่าทางม้าดีดกะโหลกดูจากการแต่งตัวก็ทำให้เขาจำได้ ผู้หญิงที่แอบมองผมนั่นเอง แต่เขาจะปล่อยเลยผ่านไปถ้าเธอเดินไปแบบปกติ แต่เธอกำลังวิ่งอยู่แต่หันมายกมือไหว้ ดูจากปากแล้วน่าจะพูดว่าว่าสาธุด้วยนะ  “คนบ้านอะไรละนั่น ทำตัวไม่เหมาะสมกับการเป็นกุลสตรี กับสถานที่เลย” ก่อนจะแอบตามเข้าไปดูว่าเจ้าหล่อนมาทำอะไรที่โรงเรียนนี้

           รุ้ตัวอีกทีก็มีอยู่ในห้องผอ.แล้ว  “ฉันมีคำถามกับเธอ 1 คำถาม”  เสียงนำมาก่อน แล้วค่อยปรากฏตัวของบุรุษสูงวัย “อ่าวลุง-0-  หากระเป๋าตังค์เจอยังอ่ะ” ฉันรีบถาม “เออเจอแล้ว ลืมอยู่บ้าน (- -“)”

และนี่คือหน้าของฉัน (-*-)

            “อย่านอกเรื่อง ฉันอยากให้เธออธิบายเกี่ยวกับข้อเขียนข้อเขียนของเธอที่เขียนแต่โคลงก้านบัวของเธอเนี่ย(โคลงโลกนิต) กับคำว่าผู้ดีก็คือผู้เนี่ยคืออะไร ขยายความหน่อยสิบุษกร”  ลุงที่ฉันเล่นหัวด้วย เลี้ยงข้าวด้วยเป็น ผอ.ที่นี่เหรอ oh my god!! วันนั้นฉันทำอะไรให้ลุงไม่พอใจหรือเปล่าเนี่ย  จากนั้นฉันก็รู้สึกว่าฉันกลืนน้ำลายได้ยากเย็น ก่อนจะจ้องตากับลุง สายตาอำมหิตกลับมา ประมาณว่า ‘พูดออกมาก่อนที่เธอจะไม่มีโอกาสได้พูดอีกต่อไป’ ฉันจึงเสมองไปทางอื่นบ้าง อ้อลุงวิชัยนั่นเอง  เอาล่ะเงียบไปก็ไม่มีประโยชน์      

            “ซู้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”  ฉันดูดลมเข้าปอดก่อนจะพูดออกไป

             ทำอะไรละน่ะยัยเด็กคนนี้ท่าจะเพี้ยน นี่คิดถูกหรือเปล่าเนี่ยที่จะรับเด็กคนนี้

             ภีที่เพิ่งเข้ามาก็ต้องเดินออกไปก่อนที่ผู้ที่กำลังสนทนากันจะเห็น  แต่เขาก็ได้เห็นฉากเด็ดที่หญิงสาวกำลังสูบลมเข้าปากตัวเองแต่คำพูดต่อมาก็ทำให้เขานึกชื่ชมไม่น้อย

            “คือว่าโคลงโลกนิตที่หนูยกมา มันก็เหมือนคนเรา ที่มีหลายหมู่เหล่าเหมือนดอกบัว มารยาททั้งหลายก็ส่อถึงว่าที่บ้านเราสอนมาดีหรือไม่ ซึ่งเป็นการพิจารณาค่ะ  เพื่อเตือนสติสำหรับคนพิจารณาค่ะว่าขนาดในโคลงสมัยก่อน ก็ไม่ได้ส่อถึงว่าผู้ดีต้องเป็นคนที่มีตระกูลมีชื่อเท่านั่นโคลงเหล่านี้เป็นโคลงที่ใช้สอนทุกคน สอนดอกบัวทุกหมู่เหล่า”    สีหน้าผอ.วิชัยมีท่าทีผ่อนคลายเล็กน้อย

                 “เอ้าว่าต่อสิ แล้วผู้ดีคือผู้ดีล่ะ บุษกร”

             ‘ว่าแล้วฉันไม่น่าชื่นชมเธอเลย นั่นคือคำตอบที่เธอให้กับข้อสอบเหรอ!! มันน่าจับบีบคอนัก’

                 “ผู้ดีคือผู้ดี ก็คือ ผู้ดีประพฤติตัวดี ทั้งกายวาจาใจโดยยึดเอาศาสนาของตนเป็นหลักและรู้จักมารยาทที่ดี การปฏิบัติตัวที่เหมาะสมสำหรับคนทุกชนชั้นค่ะ ฉะนั้นไม่ว่าใครก็เป็นผู้ดี หรือผู้ก็คือคน ก็...คนที่ดีนี่หล่ะค่ะ”

            ‘ฟิ้ววว...ตอบดีๆก็เป็น’ แต่เอ๊ะทำไมผมต้องมาลุ้นกับการตอบคำถามของเธอด้วยเนี่ย

             “อื้มม” ผอ.ครางในลำคออย่างพึงพอใจ “นี่แหละคนที่โรงเรียนเราต้องการ โรงเรียนเราเปิดกว้างเสมอหากนักเรียนตั้งใจจะศึกษา โรงเรียนก็พร้อมขัดเกลาให้เธอ” ผอ.หยุดพูดและซูดลมหายใจเข้าจมูก ซึ่งเหมือนจะติดเชื้อที่ชื่อว่าบุษกรเข้าให้แล้ว

                   “อ้าว คุ...” แม่บ้านประจำตึกทักผมแต่ผมก็ต้องปิดปากป้าเขาซะก่อน “ป้าสายครับอย่าทักผม จุ๊ๆ” เขาป้องปากบอกใส่หูป้า  “โอเค ได้ๆป้าไปล่ะ แอบฟังละสิ” ป้าเย้าหนุ่มหล่อ “ป่าวครับป้ารีบไปได้แล้ว” ปากว่ามือก็โบกมือให้ป้าสายรีบไป 

                  “เอาละฉันจะรับเธอไว้เป็นกรณีพิเศษ เอาล่ะ ฉันจะให้เธอตัดชุดก่อนใครเพื่อน แล้วจะส่งไปให้ที่บ้านนะ ฉันรู้ว่าเธอยุ่ง” ผอ.พูดอย่างใจดีและหัวเราะในลำคอ หึๆ

               ‘ป้าไม่น่าเลยผมก็อยากจะรู้ว่ายัยเด็กเพี้ยนๆ ที่ว่านี่สอบติดหรือเปล่าแล้วทำไมต้องเรียกพบส่วนตัว เอ...เมื่อเหมือนได้ยินอะไรๆ พิเศษๆ สงสัยเด็กพิเศษมั้ง น่าจะใช่ จากท่าทางเมื่อกี้นะน่าจะฉลาดจนเอ๋อ หรือเปล่า’  เขาคิดอย่างไม่แน่ใจ แต่เด็กพิเศษก็ไม่น่าจะตอบอะไรได้มากมายเท่านี้นี่น่า และแล้วการใช้ความคิดก็ต้องหยุดลง ผมต้องวิ่งลงตึกไปหลบหลังพุ่มไม้  แล้วก็เดินออกไปก่อนที่ความคิดจะวุ่นวายไปมากกว่านี้

                 ผอ.ก็เดินมาส่งนางสาวบุษกรให้กับช่างตัดเย็บที่เพิ่งมาถึงเมื่อสักครู่

                 ‘ผู้ดีก็คือผู้ดี เด็กติ๊งต๊องเขียนก็ไม่หมด ท่าทางก็เป็นเด็กดี ถ้าฉันไม่ตั้งใจเอาเธอเข้าป่านนี้หมดบุญไปตั้งนานแล้วแม่หนู ดีนะที่ตอบถูกใจเผง’

                 “ลุงพูดว่าอะไรนะ ติ๊งต๊อง ใครติ้งต๊องอ่ะลุง”

                  “ปะ...เปล่า ฉันก็ไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย” ผอ.ปฏิเสธและเสมองทางอื่น  เด็กบ้าหูผีหรือไงได้ยินตอนเราคิดด้วย เอ..หรือเราคิดดังไปนะ

                 “ลุงแล้วกรณีพิเศษคืออะไรอ่ะ”  ร่างบางหันมาถามขณะที่ช่างวัดตัวก็ง่วนกับการวัดตัว

                 “ เรื่องของผู้ใหญ่ ไม่จำเป็นต้องรู้ มีหน้าที่เรียนก็เรียนไปเถ๊อะ” พูดพลางเดินหนีเพื่อไม่ให้บุษกรมีโอกาสถามคำถามอีก

                   “ขอบคุณค่ะคุณลุงวิยชัย เอ้ยไม่ใช่สิ ท่านผู้อำนวยการวิชัย ค่ะ ขอบคุณมากค่ะที่ให้โอกาสหนู ผอ.เป็นคนที่ดีมากค่ะ” ฉันยกนิ้วโป้งส่งให้

 ผอ.หยุดเดินไปชั่ววินาที ก่อนจะโบกมือเป็นอันรับรู้

                    ‘เหอะ คนดีงั้นรึ ถ้าฉันคนดีจริงๆ ฉันคงไม่รับเธอเข้านอกเหนือจากการสอบและการจับฉลากหรอก ฉันเป็นคนกลัวอำนาจมืดถ้าฉันตายก่อนฉันยังหาคนสืบต่อไม่ได้ใครจะดูแลโรงเรียนแห่งนี้ที่บรรพบุรุษสร้างสมมา นี่แหละมั้งที่ว่าคนดีต้องอยู่(ให้)เป็น’

             

       

________________________________________________________________

             จะพยายามเขียนให้เนื้อเรื่องกระชับกว่านี้ค่ะ>< คนอ่านคงจะเบื่อแล้ว

       

0 ความคิดเห็น