Blue Lotus shut up นายหม่อมหลวง

ตอนที่ 4 : อำนาจชนะทุกอย่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 เม.ย. 60

ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ จะทำให้ดีที่สุดค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ ต่อให้มีแค่1วิว 1เม้น ก็จะเขียนต่อให้จบให้ได้ค่ะ

 

 ช่วงของผอ. วิชัย

        ในการสอบครั้งนี้เป็นไปได้ดีลุงก็พอใจ  แต่ก็มีเรื่องน่าลำบากใจเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดพยายามจะยัดลูกสาวเข้า ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่นับว่าทำเอาลุงแก่ๆคนนึงกลืนไม่เข้าคายก็ไม่ออกร้อนในอกลุงวิชัยนั่งซึมอยู่นานเพราะคิดไม่ออก เพราะนักเรียนคะแนนเรียนดีๆก็เยอะ แต่กับลูกสาวผู้ว่ามันไม่ได้อยู่ใน ณ จุดๆนั้นแม้แต่น้อย

   ก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้นและตามด้วยเสียงเปิดประตู “ผอ.คะ ท่านผู้ว่าพร้อมภริยาและลูกสาวมาขอพบค่ะ “ นั่นไง นึกถึงเรื่องหนักอกหนักใจก็มาถึงที่ทุกที

  “ผมขอร้องละ ผมจะเอาลูกสาวเข้าโรงเรียนนี้ให้ได้ ลูกสาวผมถึงจะเรียนไม่เก่งแต่แกเป็นเด็กดีมากเลยนะครับ” ลูกสาวที่ว่าก็นั่งทำหน้าตาน่าสงสารและมีแม่คอยปลอบใจ  

  “มันจะลำบากนักเรียนคนอื่นๆนะครับ ผมคิดว่า...” ยังพูดไม่ทันจบ ลูกน้องของผู้ว่าก็เดินเข้ามาสมทบเพิ่มความน่ากลัวขึ้นเป็นทวีคูณ  “ถ้าไม่รับเนี่ยก็ปิดโรงเรียนทิ้ง แล้วก็เชิญกลับไปกรุงเทพฯเถอะครับ ถ้ากลับแบบคนเป็นๆ หรือจะกลับไปแบบ...” ท่านผู้ว่าพูดและโน้มตัวลงมาชิดหน้าผอ.วิชัย “ศพดีครับ” พร้อมลูกน้องที่ลดนกของปืนลงพร้อมจะยิงหัวกระจุยได้ทุกเมื่อ

     “คุณอย่าทำอย่างนี้เลยครับมันจะทำให้คุณเสียหน้าที่การงานนะครับ”ลุงใช้น้ำเย็นเอาเข้าลูบ

      “งั้นก็เอาเงินไป แล้วเอาลูกสาวผมเข้าโรงเรียนซะ” เขาโยนซองสีน้ำตาลใส่หน้าผอ.

แล้วลูกสาวท่านก็พูดขึ้นว่า “เมื่อกี้หนูก็เห็นแล้วว่านักเรียนสอบได้ลำดับที่เท่าไหร่ยังไงบ้าง” เออดี ลูกสาวกับพ่อ เลวพอกัน ขนาดตูเป็นผอ.ยังไม่รู้เลย “ในเมื่อโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนสำหรับผู้ดีสำหรับคนรวย ก็เอาคนธรรมดาออกไปสิคะ อย่างเช่น” หล่อนทำเท้าแขนแล้วทำท่านึก แล้วเดินไปมาเหมือนว่าต้องใช้ความคิดมหาศาล ซึ่งลูกพูดขัดพ่อแม่ก็ไม่คิดจะห้ามเลย หน้าภริยาท่านก็ดูนิ่งๆแต่แววตาแฝงความตื่นตระหนกไม่น้อย

  “ก็เอายัย บุษกร บุญมาบุญมีอะไรนั่นออกสิคะ ชื่อก็บ้านน๊อก บ้านนอก” หล่อนกล่าวอย่างดูแคลน

ผอ.ก็นิ่งเงียบไปพักนึง ในที่สุดก็มีทางออกของเรื่องนี้และเพื่อความอยู่รอดของตนเองและโรงเรียนที่คุณปู่คุณย่า ตายายฝากฝังไว้  “โอเคๆ ผมยอมละเอาปืนลงเถอะครับผมจะรับลูกสาวคุณเข้าโรงเรียนนะครับ แล้วไม่ต้องห่วงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณครูที่จะสอนเถอะครับ”  เผื่อลูกจะคิดได้บ้าง ... “ฉลาดดีนิครับ  งั้นลาก่อนเจอกันโอกาสหน้า หึ หึ ฮ่าๆ”  ท่านหัวเราะชอบใจ เดินออกไปและโบกมือลาราวกับว่าเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นพร้อมยิ้มร้ายๆของเด็กนั่นแล้วรีบต่อสายหาฝ่ายบัญชีทันที

    “ขอดูรายชื่อคนที่สอบเข้าได้หน่อย มาพบผมที่ห้องด้วย” เวลาผ่านไปไม่นานครูประจำฝ่ายบัญชี ก็นั่งลงประจำที่แล้วเรียบร้อย  ก่อนจะเล่าเหตุการณ์เมื่อครู่ให้ฟัง  “ที่สำคัญห้องผอ. ถือว่าเป็นห้องส่วนตัวจึงไม่มีการติดกล้องวงจร สงสัยผมต้องติดซะแล้วละครูเอื้อง จัดแบบ HD ชัดแจ๋ว” ว่าแล้วก็เอากำปั้นทุบโต๊ะ ดังตุ้บ ทำเอาครูเอื้องสะดุ้งนั่งไม่ติดเก้าอี้ ซึ่งปกติแล้วผอ.วิชัยจะเป็นคนอารมณ์ดีมาก สงสัยจะเป็นครูเอื้องที่เพิ่งเห็น  “ใจเย็นๆค่ะ แล้วสรุปมีเรื่องอะไรให้ช่วยคะ” ครูเอื้องถามกลับ “เอายัยเด็กนั่นเข้าที่รายชื่อนักเรียนนางสาว มารศรีไรนั่น เอาลงไปเลย แทนบุษกร บุญมีไปซะ” แต่เดี๋ยวก่อนนะ ชื่อนี่มันคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน  จึงหยิบใบรายชื่อขึ้นมาดูอยู่อันดับสอง ซึ่งเก่งพอตัวเลยทีเดียว

       แล้วก็ตามด้วยเสียงเคาะประตู(อีกแล้ว) ครูฝ่ายกิจการนักเรียนซื้อข้าวกล่องมาให้ผอ.นั่นเองเพราะว่าผอ.สั่ง “หู้ยกว่าจะกลับมาโรงเรียนได้ต้องอ้อมแม่น้ำกลับมาแน่ะครับ แต่ว่าทำไมต้องร้านนงนุชข้างแกงด้วยล่ะครับ” ครูพจน์พูดขึ้นมา “เอ่อ ช่างมันเถอะแต่ยังไงเราก็ต้องเอาเด็กคนนี้ออก” ครูพจน์กับครูเอื้องก็เริ่มเงียบลงและถอนหายใจ  แต่ลุงดูผ่อนคลาย แล้วเท้าแขนมือประสานไว้บนโต๊ะ ใบหน้าปรากฏรอยยิ้ม ทำเอาครูสองคนรู้สึกตะหงิดๆ  (เขาเรียกว่าอะไรนะ วัยทองหรอ อารมณ์แปรปรวนจัง)

 

0 ความคิดเห็น