Scarlet the Omnics Annihilator

ตอนที่ 5 : -04- การกลับมาของเธอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    30 พ.ย. 61

 

ในฐานะของน้องชายของสการ์เลต เคนเวย์ ผมไม่ได้จะกล่าวร้ายถึงพี่สาวที่ผมรัก แต่ผมกลับกลัวเธอซะอย่างนั้น

 

ร่างของสการ์เลตที่เปื้อนไปด้วยเลือดและน้ำตาของเธอเองทำให้ผมรู้สึกจุกที่คอหอยและน้ำตาก็คลอไปด้วย  ผมพยายามที่จะยื่นมือออกไปหาเธอ จับมือของเธอเหมือนกับที่เธอพยายามจะทำเป็นสิ่งสุดท้ายก่อนที่เราจะแยกจากกัน

 

ผมรู้ตัวดีว่าตัดสินใจผิดไปแล้วที่ไม่ได้บอกลาเธอให้ดีก่อน ก่อนที่ผมจะสละชีวิตของตัวเองทิ้ง

 

คาร์เตอร์ยืนมองจากมุมตึกแห่งหนึ่ง ในขณะที่ภายนอกนั้นเต็มไปด้วยเสียงของปืนและเสียงของเครื่องยนต์หุ่นเหล็ก และท่ามกลางสิ่งนั้นเองก็มีหญิงสาวที่ทั้งตัวเปื้อนไปด้วยน้ำมันและเศษเถ้าธุลีสีเทากับอาวุธที่ถูกสร้างขึ้นมาจากแผ่นหลังของเธอไม่หยุดไม่หย่อน

 

สิ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจในส่วนของตัวเองไปทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ถามพี่สาวก่อนเป็นเพราะความสามารถของผมที่ผมรู้ตัวว่ามี และผมรู้ว่าพี่เองก็มี

 

นั่นคือประสาทสัมผัสและการตอบสนองต่อสิ่งรอบด้านที่สูงมากเกินมนุษย์ธรรมดา

 

เป็นเพราะผมกลัว และผมมั่นใจว่าถ้าผมได้ล้ำเข้าไปในเส้นขั้นของเขตต้องห้ามนั่นแล้ว ผมจะไม่สามารถกลับมาได้อีก ไม่เหมือนพี่สาวที่ผมรู้ดีว่าเธอสามารถทำได้ และทำมันได้ดีกว่าผมมากโข

 

น้ำตาของเขาไหลผ่านใบหน้าลงมาเป็นทาง แต่มันจะไม่มีวันเปื้อนและจะมีร่องรอยให้คนเห็น

 

เพราะในตอนนี้เขาไม่ใช่คนแล้ว  เขาเป็นแค่วิญญาณของเด็กคนหนึ่งที่ตามติดพี่สาวไปทั่ว ตลอดการเดินทางของเธอและอาจจะตลอดชีวิต

 

เมื่อใดกันที่พี่สาวของเขาจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม และจะลืมความโกรธแค้นนั้นได้

 

 

สการ์เลตบุกเข้าไปถึงใจกลางโรงงานร้างได้สำเร็จ จากการตรวจสอบในระยะสามวันที่ผ่านมานี้โรงงานกลับใช้ไฟฟ้ามากเกินจนผิดปกติทำให้เธอสงสัยและเมื่อเข้ามาตรวจสอบก็พบว่าโปรแกรม A.I. ที่ควบคุมโรงงานนี้อยู่กลับกู้คืนตัวเองและทำงานขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้งและตอนนี้มันกำลังทำการผลิตหุ่นยนต์อีก

 

เธอกำลังตกอยู่ในสภาวะย่ำแย่อยู่พอตัว แต่ก็ต้องมาถล่มโรงงานนี้ทิ้ง และวันรุ่งขึ้นเธอก็วางแผนจะไปจากที่นี่ทันที

 

วันนี้ในตอนเช้า เธอต้องจัดการกับโรงงานที่เมืองใกล้ๆและเธอต้องต่อสู้กับพวก มันถึง 200 ตัวและต้องทำลายเตาพลังงานที่คาดว่ามันน่าจะมีระบบทำลายตัวเองและอาจสร้างความเสียหายกับเมืองนั้นอย่างใหญ่หลวงด้วยตัวคนเดียวอีกด้วย

 

หลังจากต่อสู้โดยที่ได้พักผ่อนเพียง 2 ชั่วโมงก็ทำให้นาโนแมชชีนที่อยู่ภายในร่างกายของเธอเริ่มจะได้รับความเสียหายบ้างบางส่วนและขึ้นแจ้งเตือนในเครื่องที่เธอได้รับมา แต่มันก็ไม่ได้ย่ำแย่มากนักสำหรับเธอ

 

เวลาที่ผ่านมา 3 ปีน่าจะทำให้นาโนแมชชีนเริ่มเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา และเธอสังเกตตัวเองว่าเธอสามารถต่อสู้ได้ภายในเวลาไม่ถึง 4-5 ชั่วโมงเหมือนเดิม ระยะเวลามันถูกลดสั้นลงมาจนเหลือ 3 ชั่วโมงกว่าๆ ถ้าเธอจะต่อสู้ตลอดโดยไม่พักและร่างกายไม่ได้รับความเสียหายมากขนาดเลือดไหลออกจากจมูก

 

แต่ตอนนี้เธออ้วกออกมาเป็นเลือด น้ำหูน้ำตาไหลออกมาจนเธอแทบทนไม่ไหว จมูกตอนนี้ก็เริ่มตันและหายใจเริ่มไม่คล่องเพราะโลหิตสีแดงที่ยังคงไหลออกมาไม่หยุด หากเธอพยายามสูดมันเข้าไป เธอก็จะสำลักและอาเจียนออกมาอีกรอบ

 

เธอใช้แขนเสื้อเช็ดคราบเลือดเหล่านั้นจนมันชุ่มโชกไปด้วยสีแดงและกลิ่นคาวของเหล็ก

 

เครื่องนาโนแมชชีนนั้นคงเริ่มจะไม่ไหวกับการต่อสู้ที่กินระยะเวลานานของเธออีกต่อไป และส่งผลร้ายแรงมากถึงขนาดนี้ มันหนักยิ่งกว่าครั้งแรกที่เธอเริ่มใช้อาวุธซะอีก คงเป็นเพราะร่างกายที่คุ้นชินกับการที่นาโนแมชชีนช่วยทำงานเลยไม่ได้เข้าสู่โหมดป้องกันการเสียเลือดอย่างหนักมานาน

 

ปลายสายตาเห็นร่างของหุ่นเหล็กยักษ์กรูกันเข้ามาที่ปากทางห้องโถงของโรงงานและนั่นเป็นเหมือนระฆังสัญญาณตีลั่นที่บอกให้เธอรู้ว่าเธอต้องต่อสู้ต่ออีกครั้งเมื่อหุ่นยนต์ระลอกใหม่เริ่มกลับมา

 

แขนกลสีดำทมิฬงอกออกมาจาด้านหลังและสร้างรูปร่างเป็นปืนกลสองกระบอก แค่นั้นยังไม่พอเพราะเธอยังเอื้อมมือไปหยิบปืนพกที่เอวขึ้นมาและตั้งปืนพร้อมเข้ารบ

 

 

“อะไรนะครับ?!

 

ชายวัย20ต้นๆร้องออกมาด้วยสีหน้าซีดเผือก เขาไม่อยากจะเชื่อว่าเธอหายไปคนเดียวแล้วไปบุกโรงงานหุ่นยนต์อีกแล้ว

เขายกมือขึ้นเกาผมสีน้ำตาลตัดสั้นจนยุ่งเหยิงไปหมดด้วยความเอือมระอา ทำไมเด็กคนนี้ถึงได้ดื้ออย่างนี้นะ... เขาเอามือไปดันแว่นของตัวเองขึ้นมาเพื่อมองให้ชัดๆ และเลิกทำให้ตัวเองสะลึมสะลือจากการที่เพิ่งตื่นนอน

 

“ขอบคุณครับ” เขากล่าวกับชายเจ้าของที่พัก แล้วรีบวิ่งขึ้นไปหยิบกระเป๋าพยาบาลเคลื่อนที่ก่อนจะออกวิ่งจากตึกห้องเช่านั้นตรงไปยังถนนด้านหน้าและกระโจนขึ้นขี่มอเตอร์ไซค์ของเขาด้วยความรีบร้อน

 

ชายผู้นั้นคือปีเตอร์ รีบส์ หรือคุณหมอภาคสนามที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับสการ์เลตเพราะบังเอิญไปเจอกันหลังจากวันนั้นเมื่อสามปีที่แล้ว

ในสภาพที่สการ์เลตดูไม่จืดเลยสักนิด... และเขาก็เกือบโดนเธอฆ่าแล้วด้วยซ้ำ

 

และถ้าครั้งนี้เขาไปช้า เขาอาจจะต้องรักษาเธออย่างหนักเพราะตอนนี้เธอเริ่มน่าจะต่อสู้ไม่ไหวแล้ว และยังไม่กลับมาอีก เขาพนันได้เลยว่าตอนนี้เธอต้องเลือดท่วมแล้วแน่ๆ

.

.

.

ไม่นานนัก เขาก็มาถึงแถบบริเวณที่มีร่องรอยการต่อสู้ แถบแถวตัวโรงงาน เขาค่อยๆลงจากรถและหยิบปืนออกมาเพื่อรอไว้เผื่อโดนโจมตีเข้า พลางแบกกระเป๋ายาไปด้วย

 

ปลายสายตาของเขาเห็นเงาดำตะคุ่มกระโดดลงมาจากตึกและเขาก็รีบหันปืนไปทางนั้นด้วยความตกใจ แต่ก็ต้องถูกแขนจักรกลสีดำที่เขาคุ้นเคยนั่นจับปากกระบอกปืนเอาไว้

 

“ตอบสนองเร็วขึ้นนี่” เธอกล่าวพลางมองมาที่เขาด้วยสายตาที่ไร้ความรู้สึกไม่เหมือนที่มุมปากของเธอตอนนี้กำลังยิ้มอยู่

 

“สการ์เลต!” แพทย์หนุ่มลดกระบอกปืนลงและสำรวจร่างกายของหญิงสาวตรงหน้า สภาพของเธอเละเทะมากตอนนี้ และกลิ่นที่เขาคุ้นแคยหมือนวันแรกที่ทั้งคู่เจอกันก็กลับมาอีก

“คราวนี้เธออาเจียนออกมาเป็นเลือดด้วยเหรอ?” หมอปีเตอร์เลิกคิ้วขึ้นมองหน้าเธอด้วยสายตาที่จริงจังมือของเขาจับแน่นเข้าที่ไหล่ทั้งสองข้างของเธอจนเธอต้องปัดมือเขาออก

 

สการ์เลตพยักหน้า และหลบตาเขาชั่วขณะก่อนที่จะเอ่ยปากออกมา “ขอแค่ยาพอ”

 

เลือดที่ยังคงหยดจากจมูกของเธอไหลลงมาเป็นทางไปถึงคางของเธอ ทำให้ปีเตอร์ต้องรีบหยิบผ้าไปชุบน้ำที่เอามาแล้วยื่นให้เธอ

 

“แค่ยาน่ะไม่พอหรอก เธอกลับไปนอนพักซะ”

 

สการ์เลตรับผ้านั้นแล้วเอามาเช็ดจมูกของตนเองและเอาไว้ห้ามเลือดที่ไหลออกมาโดยที่ไม่ได้หันไปมองหน้าชายผู้เป็นแพทย์แม้แต่น้อย แล้วเธอก็ถ่มน้ำลายออกมา มันถูกผสมด้วยเลือด แปลว่าเธออ้วกออกมาเป็นเลือดจริง

 

“นอนพักงั้นเหรอ?” เธอหันไปมองรอบ ๆ ก่อนที่หันกลับมามองที่ปีเตอร์อีกครั้ง แต่คราวนี้เธอยื่นมือมาคว้าคอเสื้อของเขาไปด้วย

 

“เราไม่มีเวลาเหลือแล้ว และเราต้องเดินทางเดี่ยวนี้”

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น