นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

[Yuri] เมื่อเวลามาถึง

อุบัติเหตุคาดไม่ถึงเกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงชีวิตคู่รักคู่หนึ่งให้พลิกผลันไปอย่างสิ้นเชิง อีกคนต้องทนอยู่กับความทุกข์ทรมาณ และอีกคนที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย

ยอดวิวรวม

1,203

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


1,203

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  17 เม.ย. 60 / 15:32 น.
นิยาย [Yuri] Ҷ֧

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่อง tomorrow I will date with yesterday's you แล้วก็เรื่องไวรัสที่กัดกินสมองของคู่รักสูงอายุจนทำให้คุณตาจำได้เพียงแค่ 30 นาที ทำให้เกิดเป็นเรื่องนี้ขึ้นมาค่ะ

_________________________________________________________________________________

เรื่องนี้ส่วนใหญ่เป็นแนว angst มากกว่ารักหวานแหวว ยูริฟรุ้งฟริ้ง   
จะว่าดราม่าก็ไม่ใช่ รักหวานแหววก็ไม่เชิง
ไม่รู้จะแท็กอะไร แต่ว่าขอให้ทุกคนอ่านอย่างสนุกสนานและอย่าเครียดมากนะคะ ;w;

รัก - ปลาปักเป้าเรืองแสง

word count : 5,274
17.4.2017
?star

เนื้อเรื่อง อัปเดต 17 เม.ย. 60 / 15:32


WARNING | Yuri , Angst , Sad

 

เนกามิ x ชิโระอิเทนโช(ผู้คุมสีขาว)

 

เนกามิจัง - สาวน้อยตระกูลโฮเนซาวะที่ดันมีบ้านเป็นที่ดินเก่าของผู้คุมสีขาว โดนชิโระจังหลอกหลอนอยู่ด้วยจนอยู่ไม่สุข แต่ว่าสุดท้ายแล้วก็ทำข้อตกลงอยู่ด้วยกันได้อย่างดี

 

ผู้คุมสีขาว - วิญญาณที่ไม่มีร่างเนื้อเป็นของตัวเอง เดินทางมาจากสถานที่บำบัดจิตใจของคนตาย ด้วยเหตุผลที่ว่าเบื้องบนหาเวลาพักร้อนให้ ไม่ต้องไปอยู่ที่นั่นแล้ว เลยลงมาที่โลกมนุษย์แล้วพบว่าบ้านเก่าที่เคยอาศัยตอนมีชีวิตอยู่กลายเป็นบ้านของเนกามิจังไปแล้วเลยอยู่ด้วยซะเลย(ซึ่งในตอนนี้อยู่กับเนกามิมาหลายปีและหากายเนื้อได้แล้ว)

 

 

หญิงสาวสีขาวยิ้มให้สาวน้อยที่นั่งข้างๆกันในสวนสาธารณะอย่างอบอุ่น ทั้งสองคนออกมานั่งข้างนอกในช่วงเวลากลางคืนในฤดูหนาวที่ไม่คอยมีคน มันช่างเงียบเหงา

 

แต่สำหรับทั้งสองคนแล้วนั้น มันกลับเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ได้ใช้ร่วมกันแทนที่จะไปนั่งในห้องนั่งเล่นอันอบอุ่นในบ้านของตัวเอง แต่กลับมานั่งเล่นข้างนอกซะนี่

 

"พรุ่งนี้จะมานั่งด้วยกันอย่างนี้อีกไหมคะ?"

 

เนกามิจัง สาวน้อยที่นั่งข้างๆเธอถามด้วยความเขินอาย พวงแก้มทั้งสองข้างเป็นสีชมพูอย่างน่ารัก เป็นเพราะอากาศเย็นหรือความรู้สึกของเจ้าตัวในตอนนี้ก็ไม่รู้แน่ชัดว่าสิ่งใดทำให้แก้มเธอแดงได้

 

ลิ้นปี่จุกด้วยความรู้สึกเศร้าทันทีที่เนกามิถามเธอแบบนี้ เนกามิจังที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็มองหน้าของชิโระอิจังด้วยความสงสัย

 

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นประโยคคำถามที่สามารถตอบได้ง่ายๆ แต่ทว่ากับหญิงสาวสีขาวนั้นไม่ใช่เลย มันทั้งหนักหน่วงแล้วก็สะเทือนอารมณ์ของเธอมากที่สุด

 

"พรุ่งนี้เราจะไม่ได้มางั้นเหรอคะ?"

 

ใบหน้าของเธอเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด มุมปากตกลงจนแทบจะไม่ต้องพยายามสังเกตเลยว่าอีกฝ่ายกำลังเศร้าอยู่ ดวงตากลมโตของอีกฝ่ายเป็นประกายที่เต็มไปด้วยความสงสัยแต่ว่าไม่อยากจะถามออกมา เธอหลุบตาลงแล้วมองไปบนพื้นที่มีหิมะขาวโพลนละเลงอยู่

 

"งั้นก็ไม่เป็นไรหรอกนะคะ พรุ่งนี้เราอยู่ในบ้านกันก็ได้... แต่ว่า"

 

เนกามิจังเว้นช่องว่างระหว่างการพูดแล้วหันมามองหน้าของหญิงสาวสีขาวด้วยรอยยิ้ม ดวงตาของเธอปิดลงแล้วพูดต่อ

 

"พรุ่งนี้กอดฉันด้วยได้ไหมคะ?"

 

ทันทีที่เธอพูดจบหญิงสาวสีขาวก็โผเข้ากอดเนกามิจัง หญิงสาวตัวเล็กข้างๆที่โดนกอดโดยไม่ทันตั้งตัวก็ไม่สามารถที่จะตอบสนองการกระทำของอีกฝ่ายได้ทัน เธอจึงค่อยๆเอื้อมมือเล็กของตัวเองกอดตอบคนตรงตรงหน้า

 

"ถ้าเป็นเรื่องกอดน่ะ ... ไม่ว่ากี่ที ฉันก็ให้ได้... เธอไม่ต้องรอหรอกนะ"

 

หญิงสาวสีขาวกั้นน้ำตาและเสียงสะอื้นไว้ในลำคอตอนที่พูดอย่างเต็มที่จนตอนนี้แสบจมูกกับดวงตาไปหมดเธอซบใบหน้าของตัวเองลงบนบ่าเล็กของอีกคนทันทีแล้วค่อยๆร้องไห้

 

เธอเหนื่อย

 

เธอเหนื่อยเหลือเกินกับการที่จะต้องเป็นคนคอยทุกข์ทรมาณอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้ เธอต้องมามองทุกสิ่งเริ่มใหม่ทั้งหมดและพังทลายไปต่อหน้าทุกๆครั้งที่ทั้งสองคนรักกันตลอดๆ

 

ทำไมโชคชะตาถึงใจร้ายกับเธอทั้งสองคนอย่างนี้นะ

 

มือของเนกามิลูบหลังของหญิงสาวสีขาวเบาๆ ริมฝีปากเม้มแน่นแล้วหยาดน้ำตาก็ไหลตามลงมา

 

"ไม่ต้องร้องไห้นะ"

 

"ฉันอยู่เป็นเพื่อนแล้ว ไม่ต้องร้องไห้นะ"

 

เสียงสะอื้นปนมากับประโยคที่สองที่หญิงสาวผมสีชมพูอ่อนพูด ทำให้รู้ได้ทันทีเลยว่าเธอก็ร้องไห้เหมือนกับอีกฝ่าย หญิงสาวสีขาวผละกอดจากเธอแล้วเอามือเรียวกุมบหน้าอันแสนน่ารักของเธอเอาไว้

 

"เนกามิจัง? ร้องไห้ทำไมเหรอ?"

 

ความรู้สึกลึกๆหวังให้เนกามิจังรับรู้ถึงความเจ็บปวดเหมือนเธอบ้างที่ต้องไปเริ่มใหม่ทั้งหมด ได้แต่หวังว่าจะไม่ลืมทุกสิ่งในวันพรุ่งนี้เช้าเหมือนๆกับเธอ แต่ทว่านั่นเป็นความคิดที่เห็นแกตัวสุดๆของหญิงสาวสีขาว คิด

 

แบบนี้มันจะใจร้ายเกินไปหน่อยแล้ว...

 

"ก็เพราะว่าเธอร้องไห้ ฉันเลยรู้สึกเศร้าตาม ถึงแม้ไม่รู้ว่าทำไม แต่ว่าฉันเศร้าทุกครั้งที่เห็นคุณร้องไห้นะ"

 

ใบหน้าของเธอเปื้อนยิ้มบางๆ มือเล็กเลื่อนมาจับมือที่กุมใบหน้าของเธอไว้อย่างอ่อนโยน

 

ความเจ็บแบบปวดคั้นเกิดขึ้นในหน้าอกทันทีที่ได้ยินคำตอบของเนกามิ ต้องไม่ใช่คำตอบนี้..... อีกใจหนึ่งหวังไว้อย่างนั้น.... แต่ว่าเราไม่สามารถว่าอะไรหญิงสาวตรงหน้าเธอได้ลงคอหรอก

 

"ไม่เป็นไรหรอกนะเนกามิจัง ฉันรักเธอมากๆเลย" หญิงสาวสีขาวพูดแล้วซุกหน้าลงบนเสื้อกันหนาวสีขาว

 

ของเนกามิตรงที่เดิม ว่ากันว่าตามตรงเลย ถ้าทั้งสองคนยังเป็นปกติอยู่ เธอคงจะรู้สึกดีใจมากกว่านี้..

 

เนกามิจังกอดเธอตอบอีกรอบแล้วปล่อยตัวไปกับบรรยากาศและความอบอุ่นรอบข้าง

 

"รักเหมือนกันค่ะ"

 

 

หลังจากที่ทั้งสองกลับมาที่บ้านแล้วก็เข้านอน ก่อนช่วงเวลาที่จะถึงเวลารีเซ็ตในทุกๆวันที่ 15 ในรอบเวลาของเนกามิจังนั่นก็คือเวลาที่เกิดอุบัติเหตุหรือเวลา 23.25 น.

 

ถ้าหากจะเล่าย้อนกลับไปในคืนวันที่เกิดเหตุ สามารถบอกได้ง่ายๆเลยว่าหญิงสาวสีขาวคงจะร้องไห้ออกมาทันทีที่นึกถึงมันได้ หาย้อนเวลากลับไปได้... เธอจะไม่ชวนเนกามิจังออกจากบ้านเด็ดขาด

 

- เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว -

 

"ฮิเมะจังอยู่ที่ไหนแล้วเหรอ?"

 

เธอมองไปรอบตัวพลางจัดทรงผมของตัวเองไปด้วยที่หน้ากระจกของร้านเสื้อผ้าร้านหนึ่งในย่านการค้า ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาบนทางเดินในท้องถนน เธอยิ้มให้กับตัวเองเมื่อผมด้านข้างของเธอถูกจัดจนเสร็จ เธอตั้งใจฟังเสียงจากโทรศัพท์อย่างเต็มที่

 

"ฉันอยู่ที่แถวๆซอยที่ 3 น่ะเนกามิจัง เธออยู่ตรงไหน เดี๋ยวฉันไปหาก็ได้"

 

เนกามิจังแก้มขึ้นสีเล็กน้อยแล้วตอบกลับไปพลางส่ายหน้ากับตัวเองเบาๆ

 

"ฉันเดินไปเองก็ได้ ขอบคุณนะฮิเมะจัง"

 

ฮิเมะที่ยืนอยู่ตรงที่ๆเธอบอกไปเมื่อกี้ยิ้มกับตัวเองน้อยๆท่ามกลางสายตาของผู้คนที่มองมายังเธอด้วยความสงสัยและความตกใจ เนื่องจากนางแบบอย่างเธอปกติแบบนี้จะไม่มีเดินนอกบ้านให้เห็นง่ายๆตามข้างถนนที่มีคนชุกชุมหรอกน่า

 

"ระวังตัวด้วยนะ รถแถวนี้ขับน่ากลัวจริงๆ แล้วก็เป็นห่วงเธอด้วยว่าจะข้ามถนนทันไหม"

 

หญิงสาวสีขาวเบ้ปากแล้วพองแก้มตัวเองน้อยๆด้วยความน่าเอ็นดู ดวงตาสีแดงของเธอกระพริบแล้วมองไปยังอีกฟากของถนนรอคอยสาวน้อยตัวเล็กที่จะเดินมาหาเธอ

 

เสียงหวานของสาวน้อยที่อยู่ในสายดังออกมาแล้วก็เงียบไป

 

"ไม่เป็นไรหรอก เนกามิน่ะเก่งแล้ว ฉันทำได้น่า เรื่องแค่นี้เอง"

 

หญิงสาวสีขาวยิ้มกับเสียงนั้นแล้วพูดตอบ

 

"รักนะ"

 

"อื้อ รักเหมือนกันนะ"

 

เนกามิตอบกลับมาแล้ววางสายไป

 

หญิงสาวผมสีชมพูอ่อนยืนมองหน้าจอโทรศัพท์เล็กน้อยแล้วเก็บมันกลับเข้ากระเป๋าเหมือนเดิม เธอยิ้มไปเดินไป มองป้ายสัญลักษณ์เดินข้ามถนน เธอเดินไปพร้อมกลุ่มคนจำนวนมากที่สี่แยก เธอเกือบจะเดินไปถึงฝั่งแล้วแต่ทว่า....

 

สายตาของเธอมองเห็นคุณยายคนหนึ่งกำลังเดินข้ามถนน เธอคนนั้นเพิ่งไปได้ครึ่งทางข้ามแต่ว่าเหลือเวลาข้ามอีกไม่กี่วิ รถก็จะกลับมาวิ่งแล้ว เธอคำนวณระยะเวลาที่ใช้ทั้งหมดในการช่วยคุณยายข้ามแล้วก็ตัดสินใจเดินไปช่วยหญิงสูงอายุคนนั้นทันที

 

เธอไปส่งคุณยายคนนั้นถึงฝั่งและรีบวิ่งกลับไปยังฝั่งที่เธอจะไป เวลาเหลือเฟือ แต่ทว่ากลับมีรถคันหนึ่งวิ่งตรงมาหาทางที่คนเดินอยู่ทั้งๆที่ยังไม่ถึงเวลารถแล่น ประสาทสัมผัสของเธอไม่ทันตั้งตัวเมื่อมองเห็นรถคันนั้นก็พบว่าเธอวิ่งหนีหรือหลบไม่ทันซะแล้ว

 

เสียงปะทะของร่างกายกับเหล็กดังขึ้นกลางย่านร้านค้าพร้อมเสียงกรีดร้องของผู้คนจำนวนมากที่มองเห็นเหตุการณ์

 

ร่างกายของเนกามิขยับไม่ได้ และเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยของเหลวสีแดงฉาน  แขนเจ็บแปลบเมื่อจะขยับและมือก็ไม่สามารถจับอะไรได้ นั่นทำให้เธอนึกขึ้นได้ว่ามือของเธอหักแน่นอน

 

ขาที่ไม่สามารถขยับได้เลยแม้แต่น้อยค่อยๆส่งความเจ็บปวดค่อยกลืนกินความรู้สึกและประสาทสัมผัสของเธอ สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนหายไปกับการมองเห็นที่เต็มไปด้วยสีดำ

 

เมื่อเธอหลับตาลง เธอก็นึกถึงได้เพียงแต่ใบหน้าของหญิงสาวสีขาว ปากขยับพูดเป็นชื่อของคนที่เธอรักมากที่สุดเป็นครั้งสุดท้าย

 

"ฮิเมะ...จัง"

 

-----

 

หญิงสาวสีขาวที่รออยู่นานแล้วประมาณ 30 กว่านาทีก็เริ่มกังวลว่าเกิดอะไรขึ้นกับเนกามิจังหรือเปล่า? อาจจะโดนคนแปลกหน้าลักพาตัวหรืออาจจะโดนขู่ขโมยของอยู่... ถ้าเป็นอย่างนั้นขึ้นมาล่ะ?

 

มือของเธอรีบล้วงเข้าไปในกระเป๋ากระโปรงทันทีแล้วโทรหาเบอร์ของเนกามิจัง เสียงรอสายดังขึ้นมา แสดง

 

ว่าโทรศัพท์ของอีกฝ่ายยังใช้ได้อยู่ ถ้าโชคดี เธอจะต้องรับ...

 

เสียงรอสายหายไปและมีเสียงของผู้ชายดังขึ้นมาแทนที่

 

"ครับ ฮัลโหลครับ ใช่ญาติของโฮเนซาวะ เนกามิซังใช่ไหมครับ?"

 

ณ วินาทีนั้น สมองของหญิงสาวสีขาวโล่งไปหมด เสียงของคนรอบข้างหายไปกับบรรยากาศทันที เสียงมันอู้อี้ไปหมดเหมือนกับเธอยืนอยู่ท่ามกลางสถานที่รกร้างที่ไม่มีคนอยู่

 

ปากของเธออ้าพะงาบๆไร้ซึ่งเสียงออกมาจนอีกฝ่ายที่ปลายสายโทรศัพท์ถามมาอีกรอบ

 

"คุณครับ?"

 

"ใช่ค่ะ เป็นญาติของเนกามิจังเองค่ะ"

 

น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ ปากสั่นและใบหน้าก็เย็นชืด แต่เหงื่อกลับไหลลงมาเป็นทาง

 

ความรู้สึกคัดจมูกเริ่มมีอาการขึ้นมาทันทีที่เอ่ยปากตอบดวงตาร้อนผ่าวไปด้วยจนเธอต้องกระพริบตาหลายๆรอบ

 

"คือว่า ตอนนี้ โฮเนซาวะซังอยู่ที่โรงพยาบาลน่ะครับ อยากให้ทางญาติมาดูอาการของเธอซักหน่อยและแจ้งเรื่องเอาไว้กับทางตำรวจน่ะครับ"

 

เสียงชายคนนั้นพูดจบเขาก็ตัดสายไป ทิ้งให้เธอยืนถือโทรศัพท์อยู่ฝั่งเดียวเงียบๆ เรี่ยวแรงของเธอถูกดูดหายไปหมดจากการเจรจาเพียงไม่กี่ประโยคเมื่อกี้ ขาของหญิงสาวสีขาวสั่นจนแทบจะเดินไม่ได้

 

แต่ในตอนนั้น ถ้าเธอไม่ตัดสินใจเดินไป เธออาจจะไม่ได้เจอกับเนกามิอีกเลยก็ได้ ความคิดในใจของเธอไซโคจนเธอสามารถมีแรงก้าวเดินต่อไปได้

 

 

จนกระทั่งเธอไปถึงโรงพยาบาล แพทย์กล่าวกับเธอว่าเนกามิจังเกิดอุบัติเหตุจนสมองกระทบกระเทือนและติดเชื้อไวรัสซึ่งน่าจะมีอาการแทรกซ้อนมานาน ทำให้คนไข้สมองโดนกัดกินโดยเชื้อไวรัสในส่วนความจำจนทำให้เธอลืมเรื่องราวทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้นในระยะเวลา5ปีที่ผ่านมา

 

ซึ่งใน5ปีนั้น เป็นช่วงเวลาย้อนไปเริ่มต้นตอนที่หญิงสาวสีขาวเพิ่งกลับมาจากทุ่งดอกไม้ได้เพียงแค่1ปีเป็นเวลาเริ่มต้นความสัมพันธ์ของทั้งสองก่อนจะกลายมาเป็นคนรักในทุกๆวันนี้

 

เมื่อหญิงสาวสีขาวรู้เข้า ความเจ็บปวดในจิตใจก็เข้ากัดกินร่างของเธอทันที โลกรอบข้างเหมือนเศษกระจกเป็นพันล้านชิ้นเข้าทิ่มแทงตัวเธอ เสียงที่เคยได้ยินกลับอื้ออึงไปหมด

 

เธอจะมามัวทำตัวสิ้นหวังแบบนี้ไม่ได้  ถ้าเธอยังคงรักเนกามิจังอยู่ เราจะต้องผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้สิ... สิ่งที่เธออาจจะทำได้คงมีเพียงแค่ร้องขอต่อโชคชะตา ให้ช่วยให้เนกามิจังกลับมาเป็นเหมือนเดิมที

 

"ฉันขอร้อง... ช่วยเธอด้วยเถอะค่ะ"

 

คุณหมอที่ยืนอยู่ด้านหน้าของเธอเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งแล้วพยักหน้า

 

"ครับ จะพยายามอย่างเต็มที่"

 

 

ถึงแม้ว่าในตอนนี้เวลาปัจจุบันของพวกเธอยังคงเดินต่อไปและไม่มีทีท่าว่าอาการของเนกามิจะทุเลาลงเลยแม้แต่น้อย มีแต่จะแย่ลงทุกวัน แต่ว่ายังไง ชิโระจังก็ยังไม่ย่อท้อ

 

เธอยังคงอยู่เคียงข้างกันและกันไปเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะมองเป็นแค่คนแปลกหน้าที่รู้จักกันไม่ถึงปีแต่ว่าความผูกพันที่พวกเธอได้ใช้ร่วมกันมานี่มันเทียบไม่ได้กับเรื่องแค่นี้หรอก

 

หากว่าความเจ็บของเธอมันทำร้ายจิตใจและความอดทนของเธอมากขึ้นทุกวัน

 

เมื่อไหร่ฉันกับเธอเราจะได้มองอนาคตไปข้างหน้าด้วยกันอีกครั้งโดยที่ไม่ต้องมีข้อแม้ใน 15 วันกันนะ?...

 

เธอนอนกุมมือของสาวน้อยผมสีชมพูอ่อนที่ตอนนี้กำลังนอนหลับตาพริ้มในห้องนอนของทั้งคู่ มองใบหน้าหวานนั้นด้วยความขมขื่น ดวงตาร้อนผ่าวเมื่อคิดไปถึงเหตุการณ์ครั้งใหญ่ที่เพิ่งเกิดขึ้นเหมือนกับมันเป็นเพียงเมื่อวาน

 

เธอขยับตัวเข้าไปใกล้ๆแล้วกอดอีกฝ่ายไว้

 

ดวงตาหลับลงพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลลงมา ครอบมืดเข้าครอบงำทั้งการมองเห็นและความคิดของเธอในที่สุด

 

 

เมื่อตื่นขึ้นมา ทั้งสองก็กลับกลายเป็นคนไม่รู้จัก

 

เนกามิตะโกนด้วยความตกใจเมื่อเห็นหญิงสาวสีขาวที่เพิ่งรู้จักกันกลับขึ้นมานอนกับเธอบนเตียงโดยที่เธอไม่รู้ตัวใบหน้าของเธอขึ้นสีด้วยความอาย

 

หญิงสาวสีขาวกลับยิ้มให้อีกฝ่ายบางๆแล้วเอ่ยคำขอเป็นแฟนสั้นๆ

 

ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ตอบตกลงเลย แต่ว่าเธอก็ยังตามตื้อไปเรื่อยๆจนในวันที่สอง ทั้งสองคนก็เป็นแฟนกันเหมือนเดิม ... ไม่สิ เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกของเนกามิจัง(คนเดียว)ซะมากกว่า

 

เธอพาเนกามิจังไปเที่ยวเล่นที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำใจกลางเมืองและดูสัตว์น้ำที่เนกามิจังชอบ เนกามิจังทำหน้าฉงนพลางมองมาที่หญิงสาวสีขาวด้วยใบหน้าสงสัย เธอยิ้มให้อีกฝ่ายแล้วก็บอกว่า 'มันเป็นความลับที่ฉันรู้ไงล่ะ' แล้วก็จุ๊บที่หน้าผากของเธอไปทีนึง 

 

โชคดีที่ฤดูหนาวผู้คนมักจะไม่ค่อยออกจากบ้านกันเท่าไหร่ เลยถือเป็นโอกาสที่เธอจะแสดงออกได้โดยไม่อายใครและความรู้สึกที่เนกามิจังแสดงออกมามันให้ความรู้สึกว่าเนกามิจังกลับไปเป็นคนเดิมนิดหน่อย

 

แต่ก็ไม่ใช่อยู่ดี....

 

เธอมองใบหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่ตัวเล็กกว่าด้วยความเจ็บปวด ความรู้สึกรังเกียจกับลังเลเกิดขึ้นมาในจิตใจ นี่ไม่ใช่เนกามิของเธอ... ไม่ใช่ของเธออีกต่อไปแล้ว สาวน้อยคนนี้เป็นแค่คนที่ฉันเพิ่งรู้จักได้ไม่ถึงปีจริงๆนั่นแหละ

ความคิดในส่วนของจิตใต้สำนึกของหญิงสาวสีขาวกรีดร้องออกมา

 

แต่ว่าหัวใจของเธอมันกลับไม่เป็นอย่างนั้น

ถึงแม้ว่าเธอจะต้องให้และไม่ได้รับอะไรกลับมาเลย แต่ว่าเธอจะยังคงความหวังนี้ต่อไป อย่างน้อยๆ เนกามิจังอาจจะกลับมาแล้วบอกว่า ‘เรื่องที่ผ่านมาขอบคุณมากนะ ฉันรักเธอฉันจำเธอได้แล้ว’

 

อาจจะเป็นเพราะเธอยังคงเป็นฝ่ายยึดติดอยู่คนเดียวสินะ เลยทรมาณขนาดนี้

 

แต่ว่าพอเธอรู้สึกตัวว่าโดนเนกามิสะกิดเข้าก็หันไปเห็นใบหน้าของสาวน้อยที่เธอรักเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัยแล้วเอาผ้าเช็ดหน้ายื่นมาเช็ดให้

 

“ร้องไห้ทำไมเหรอคะ?”

 

...

 

เธอยื่นมือเรียวของตัวเองไปปาดน้ำตาบนใบหน้า ความรู้สึกเปียกๆที่ปลายนิ้วเป็นตัวยืนยันได้อย่างดีว่าเธอร้องไห้จริงๆตามที่เนกามิจังบอกไปเมื่อกี้ แก้มขาวเริ่มเหนียวเหนอะจากคราบน้ำตาที่เริ่มแห้ง เนกามิจังยังคงยื่นมือมาเช็กน้ำตาให้เธอด้วยสีหน้าจริงจังที่ดูอีกทีแล้วก็น่ารัก

 

นี่ตัวเธอร้องไห้งั้นเหรอ? ไม่รู้เรื่องเลยแฮะ

อาจจะเป็นเพราะคิดมากก็ได้มั้ง

 

แต่ว่าเธอกล้าคิดเรื่องเมื่อกี้ไปได้ยังไงว่าเนกามิจังไม่ใช่เธอคนที่หญิงสาวสีขาวรัก เธออยากจะตบหน้าตัวเองตรงนี้เลยจริงเชียวถ้าไม่ติดว่าเนกามิจังยังคงเช็ดน้ำตาให้เธออยู่น่ะนะ

 

เธอยิ้มให้เนกามิจังเล็กน้อย เธอจับมืออีกฝ่ายที่กำลังเช็ดน้ำตาบนใบหน้าอย่างนุ่มละมุน แน่นอนว่าหญิงสาวที่ตัวเล็กกว่าสะดุ้งแล้วก็หน้าแดงแต่ว่าไม่ได้ต่อว่าอะไรอีกคนมากมายพลางเบือนหน้าหนี

 

“ขอบคุณนะ เนกามิจัง”

 

แล้วในวันนั้นทั้งสองก็ผ่านการไปเที่ยวไปได้ด้วยดีพร้อมของที่ระลึกกลับบ้านเล็กน้อยก็คือตุ๊กตาหมีขั้วโลกที่แสนน่ารัก

 

ในวันต่อมาพวกเธอตัดสินใจไปที่คาเฟ่แถวๆชานเมืองเพื่อชมบรรยากาศของภูเขาและท้องฟ้ากับการไปไหว้ศาลเจ้าชื่อดัง

 

เธอกับเนกามิจังเดินเข้าไปในคาเฟ่ที่ว่านั่นแล้วก็สั่งอาหาร ซึ่งคราวนี้ก็เป็นเหมือนกับเดจาวู ภาพย้อนกลับเข้ามาในสมองของหญิงสาวสีขาวอย่างไม่ทันตั้งตัวอีกรอบ แต่ความรู้สึกมันกลับไม่เหมือนกัน

 

เนกามิที่ยิ้มร่าพร้อมกับสั่งอาหารไปด้วยช่างเหมือนภาพตอนนั้น แต่ที่แปลกไปคือความรู้สึกของเธอ เธอกลับเป็นคนที่ทำทั้งหมดนี่ล่มภายในหัวของเธอด้วยความเจ็บปวด

 

แต่ว่าในฐานะของคนที่รู้ทุกเรื่องแล้ว เธอจะทำตัวแบบนี้ไม่ได้...

เธอจะให้คนที่ไม่รู้เรื่องแบบเนกามิจังมาเจ็บไปอีกไม่ได้

 

“เอาอะไรงั้นเหรอชิโระจัง?”

 

ชิโระอิเทนโชสะดุ้งแล้วกลับมาโฟกัสไปที่เมนูอาหารของตัวเอง เธอเผลอคิดนอกเรื่องไปอีกแล้ว หญิงสาวสีขาวเลยรีบลนสั่งอาหารที่ตัวเองเห็นตรงหน้าไปก่อน

 

“เนกามิจังสั่งแล้วเหรอ?”

 

อีกฝ่ายที่เธอถามไปพยักหน้าช้าๆแล้วยิ้มอย่างผู้ชนะ

 

“หึๆ ฉันน่ะออกจะเป็นคนที่สั่งอาหารไว ฉันไม่ปล่อยให้คนอื่นรอหรอกน่า”

 

ความใจดีในความหยิ่งทระนงของเธอมันช่างน่ารักซะจริงๆ หญิงสาวสีขาวยิ้มคนเดียวกับตัวเอง เนกามิที่เห็นว่าหญิงสาวสีขาวแอบยิ้มก็หรี่ตาลงมองหน้าของอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้ใจ

 

“ยิ้มอะไรงั้นเหรอคะ?”

“ก็เธอน่ารักดีน่ะสิ เนกามิจัง”

 

เมื่อสาวน้อยตัวเล็กถูกชมอย่างไม่ทันตั้งตัวก็ทำให้หน้าขึ้นสีได้อย่างง่ายดาย ช่างเป็นสาวน้อยที่น่ารักจริงๆ เธอมองไม่ผิดเลยด้วยซ้ำที่รักสาวน้อยคนนี้หมดหัวใจ

แต่แล้วเธอก็เริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าเธอรักสาวน้อยคนนี้จริงๆงั้นเหรอ?

 

“อ.... อย่าพูดอะไรน่าอายง่ายๆอย่างนั้นสิคะ”

 

เธอยื่นมือมาตีแขนของหญิงสาวสีขาวเบาๆ ทั้งคู่หัวเราะแล้วกลับไปตั้งหน้าตั้งตารอขนมมาเสิร์ฟบนโต๊ะ

เวลาผ่านไปทั้งคู่ก็กินอิ่มที่ร้านพลางคุยกันไปเรื่อยๆถึงรสชาติของอาหาร โดยมีเนกามิเป็นคนเปิดประเด็นและหญิงสาวสีขาวคอยตอบอย่างสบายๆ

 

“เค้กอร่อยมากเลยนะ ถ้าราดน้ำผึ้งลงไปอีกนิดหน่อยก็จะอร่อยกว่านี้อีก”

 

“แต่ฉันว่าถ้ามันหวานเกินไปก็เลี่ยนแล้วก็ทานไม่หมดน่ะสิ”

 

“เอาน่า อย่างน้อยชาเขียวก็ตัดรสชาติหวานนั้นได้ไม่ใช่เหรอ?”

 

ทั้งคู่เดินจับมือกันไปเรื่อยๆจนกระทั่งมาถึงที่ศาลเจ้าชื่อดังของเมือง ทั้งสองคนเดินลอดผ่านเสาโทริอิเข้าไปด้านในแล้วล้างร่างกายให้บริสุทธิ์ด้วยน้ำในบ่อน้ำชำระล้าง เมื่อทั้งคู่ทำเสร็จแล้ว เนกามิจังก็พาชิโระจังเดินตรงไปที่หน้าศาลเจ้าตรงกล่องไซเซนพอดี

 

เธอสั่นกระดิ่งแล้วโยนเหรียญ โค้งคำนับ 2 ครั้ง เธอปรบมือเสียงดัง 2 ครั้งแล้วอธิษฐานในใจตัวเองพลางหลับตาแน่น พออธิษฐานเสร็จแล้วก็โค้งอีก 1 ครั้ง  เธอหันมามองหญิงสาวสีขาวพลางกระโดดเขย่งบนปลายเท้าตัวเองเบาๆ

 

ใบหน้าของเธอที่ดูเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม เธอพยายามกลั้นยิ้มไว้ ปล่อยเสียงลมหายใจต่ำๆออกมาแทน หญิงสาวสีขาวยิ้มให้แล้วลูบหัวเนกามิเบาๆ เธออดหัวเราะให้กับความน่ารักนี้ไม่ได้จริงๆ

 

“อธิษฐานอะไรงั้นเหรอ?”

 

“บอกไม่ได้หรอก ถ้าบอกคำขอของฉันก็ไม่เป็นจริงน่ะสิ”

 

หญิงสาวผมสีชมพูอ่อนทำการสงบจิตสงบใจตัวเองลงแล้วมองมาที่หญิงสาวสีขาวที่ยืนข้างๆเธอ

 

“แล้วชิโระจังไม่อธิษฐานเหรอ?”

 

เธอหัวเราะก่อนเล็กน้อยแล้วพยักหน้า

 

“อธิษฐานสิ”

 

“งั้นก็เข้าไปอธิษฐานสิ”

 

เนกามิจังผลักตัวของหญิงสาวสีขาวไปทางหน้าศาลเจ้าเบาๆ หญิงสาวตัวสูงกว่าที่ถูกดันแทบไม่ขยับเลยสักนิด แต่ก็แกล้งขยับให้สาวน้อยด้านหลังน่ะนะ... แล้วเธอก็ถอนหายใจพลางขยับเข้าไปยืนหน้ากล่องไซเซน ตรงที่ที่เนกามิยืนอยู่เมื่อกี้

 

 

อย่างน้อย.. ก็ขอให้เธอกับเนกามิจังกลับมาเป็นเหมือนเดิมเถอะค่ะ...

.

ถ้าหากว่ากลับเป็นเหมือนเดิมไม่ได้...

ก็ขอให้เธอและเนกามิจังเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีกว่านี้ด้วยค่ะ

.

.

ได้โปรด

 

 

ทั้งคู่เดินทางต่อไปยังจุดชมวิวที่ว่ากันว่าสวยที่สุดในเมืองนี้ด้วยรถไฟ ดูคลาสสิกดีใช่ไหม? แต่ว่ามันช่างลำบากซะเหลือเกิน กับการจองตั๋วรถไฟให้ทันช่วงเวลาที่วิวจะดูสวยที่สุดเนี่ย...

 

แถมเพราะช่วงนี้ฤดูหนาว หิมะก็เลยตกด้วย แต่ช่างน่าแลปกใจนักที่ทั้งๆวันนี้เหมือนจะเป็นวันที่ไม่มีพายุหิมะเลยแท้ๆในโตเกียว แต่กลับมีพายุหิมะที่นี่ทั้งๆที่ใกล้กันไม่กี่กิโลฯ

 

“แปลกจังเลยนะ”

 

“งั้นอย่างงี้เราก็อาจจะไปไม่ทันเพราะรถไฟดีเลย์น่ะสิ”

 

เนกามิกล่าวเสียงเศร้า ใบหน้าของเธอดูกังวลอย่างเก็นได้ชัด หญิงสาวสีขาวที่นั่งอยู่บนม้านั่งใกล้ๆกันเลยยื่นมือมาทัดปอยผมด้านข้างที่ร่วงลงมาไปไว้บนใบหูของอีกฝ่ายอย่างถนุถนอม

 

“ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ ยังไงเราก็ได้ดูแน่ๆ เนกามิจัง”

 

“แต่ว่า... ถ้าเราไปช้ากว่านี้เราอาจจะไม่ได้กลับบ้านก็ได้นะ?”

 

จริงสิ ทำไมเธอถึงลืมคิดไปนะ?

 

“งั้นมาวันพรุ่งนี้ไหม?”

 

หญิงสาวยิ้มให้เนกามิจัง

 

“แต่ว่า....”

 

“เรื่องตั๋วไม่เป็นไรหรอก แต่ถ้าเรากลับบ้านไม่ทันรถไฟขบวนสุดท้ายนี่เรื่องใหญ่กว่านะ”

 

หญิงสาวสีขาวพูดเสียงเข้มขึ้นมานิดหน่อย เพราะถ้าไม่เอาจริง เนกามิจังก็คงจะค้านหัวชนฝาว่ายังไงก็จะไปดูวันนี้ให้ได้เพื่อไม่ให้เสียค่าเดินทางไปเปล่าๆแน่ๆ

 

สุดท้ายแล้วพวกเราก็เดินไปที่สถานีรถไฟอีกสถานีหนึ่งเพื่อซื้อตั๋วแล้วกลับบ้าน เนกามิที่นั่งข้างก็ยื่นมือมาแล้งบอกกับหญิงสาวสีขาวว่า

 

“จับมือได้ไหมคะ?”

 

หญิงสาวสีขาวพยักหน้าแล้วก็ยื่นมือให้เธอจับ ทั้งสองจับมือกันไปเรื่อยๆจนถึงปลายทางสถานีที่พวกเธอลง

 

“มาทันเวลารอบสุดท้ายพอดีเลยนะ”

 

หญิงสาวสีขาวพูดขึ้น

 

“ฉันอยากไปนั่งที่สวนสาธารณะก่อนกลับบ้าน ได้ไหม?”

 

เนกามิจังไม่ได้พูดตอบประโยคเมื่อกี้แต่กลับเปลี่ยนไปเรื่องอื่นขึ้นมาดื้อๆ สายตาของเธอมองไปที่ชิโระจังอย่างแน่วแน่

 

“อยากจะไปจริงๆเหรอ?”

 

ใบหน้าที่ระบายด้วยรอยยิ้มเมื่อกี้ตอนนี้กลับกลายเป็นสีหน้าที่คับคล้ายคับคลากับจะร้องไห้ แต่เหมือนกับว่าไม่ใช่ร้องไห้ คงจะเป็นเพราะอากาศเย็นมั้ง? เลยทำให้หญิงสาวสีขาวใบหน้าแดงขึ้นมานิดหน่อย

 

“อื้อ อยากไปจริงๆเลยล่ะ”

 

ชิโระจังพยักหน้าแล้วพาเนกามิเดินออกจากสถานีไปสวนสาธารณะที่เพิ่งมาเมื่อ 3 วันก่อน สถานที่ที่ไม่รู้กี่ครั้งแล้วที่พวกเธอต้องมาเป็นครั้งสุดท้ายและต้องเริ่มความสัมพันธ์ใหม่อีกรอบ เมื่อนึกถึงก็ทำให้รู้สึกกระอักกระอ่วนไม่อยากไปเลยทีเดียว

 

ถึงแม้ว่าหญิงสาวสีขาวจะรู้ว่ามันไม่ใช่ความผิดของสถานที่ เป็นเกี่ยวกับไวรัส แต่เธอก็อดจับมันมาเชื่อมโยงไม่ได้ ว่านี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เธอลืมเรื่องราวทั้งหมดไปก็ได้

 

“รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงชอบมาที่นี่?”

 

“....”

 

หญิงสาวสีขาวส่ายหน้า

 

เจ้าตัวโกหกออกไปโดยที่ไม่ต้องพูด เพราะหญิงสาวสีขาวรู้อยู่แล้ว แต่ไม่อยากที่จะขัดจังหวะสนทนาที่สามารถต่อไปได้ต่างหาก แล้วเธอก็อยากฟังมันจากปากของสาวน้อยข้างๆมากกว่าด้วยละมั้ง เลยทำให้โกหกออกไปอย่างนั้น

“เพราะตอนเด็ก คุณย่าของฉันพามาเที่ยวที่นี่บ่อย ฉันเลยชอบมาที่นี่ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเวลาเศร้า หรือเวลาดีใจ หรือเวลาที่ฉันไม่มีใครอยู่ข้างๆ”

 

“แต่ตอนนี้มีฉันอยู่ข้างๆแล้วทำไมยังมาที่นี่อยู่ล่ะ?”

 

“....”

 

เนกามิที่อึ้งไปชั่วขณะกับคำถามนั้นก็ยิ้มออกมา

 

“เพราะว่าฉันอยากใช้เวลาร่วมกันกับชิโระจัง ไม่ว่าฉันจะมีความสุข หรือเศร้า หรือไม่สบายใจ ฉันก็ยังอยากอยู่กับเธอ”

“ฉันอยากให้ชิโระจังไม่ต้องกดดันตัวเองมากเกินไป... ช่วงนี้ฉันเห็นว่าเธอค่อนข้างที่จะเหม่อลอยบ่อย แล้วก็.... ดูเหมือนพร้อมจะร้องไห้ตลอดเวลาเลย”

 

“อยู่กับฉันมีความสุขไหมเนกามิจัง?”

 

หญิงสาวสีขาวพูดตัดขึ้นมา

เนกามิกระพริบตาไล่น้ำตาที่จู่ๆเอ่อล้นขึ้นมาเมื่อเห็นหญิงสาวสีขาวร้องไห้อีกครั้ง

 

“มีความสุขสิ”

“ฉันมีความสุขมากๆเลยนะ”

 

หญิงสาวสีขาวที่ได้ยินประโยคนั้น จากที่ก้มหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมามองเนกามิ

หญิงสาวผมสีชมพูอ่อนเดินเข้ามาใกล้ๆแล้วก็ประคองกอดเอาไว้รอบกายของหญิงสาวสีขาวอย่างอ่อนโยน

 

ความอบอุ่นเข้ามาแทนที่บรรยากาศของฤดูหนาวโดยรอบ ช่างเป็นเวลาที่มีความสุขจริงๆ

 

“ทำไมถึงร้องไห้ล่ะเนกามิจัง?”

"ก็เพราะว่าเธอร้องไห้ ฉันเลยรู้สึกเศร้าตาม ถึงแม้ไม่รู้ว่าทำไม แต่ว่าฉันเศร้าทุกครั้งที่เธอร้องไห้นะชิโระจัง"

 

ประโยคเดิมที่เพิ่งผ่านมากลับวนเวียนเข้ามาในหัวอีกรอบ

 

ทำไมล่ะเนกามิจัง? หรือว่าเธอจำอะไรได้งั้นเหรอ?

ดวงตาของหญิงสาวสีขาวเป็นประกายขึ้น มือทั้งสองข้างของหญิงสาวสีขาวจับบ่าของเนกามิจังเอาไว้

 

“เธอจำอะไรได้งั้นเหรอเนกามิจัง?”

 

แต่ว่าเหมือนกับฝันสลาย ความหวังที่ตั้งไว้มันพังทลายลงอีกรอบ

สีหน้าของเนกามิบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเธอไม่รู้เรื่องอะไรเลย หยาดน้ำตาเริ่มแห้งบนขอบตาของทั้งคู่ทำให้เนกามิยื่นมือมาปาดน้ำตาของหญิงสาวสีขาว

 

“ถึงแม้ฉันจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่อย่าโกรธฉันเลยนะชิโระจัง”

“ได้โปรด ... อย่าทิ้งฉันไปเลยนะ”

 

หญิงสาวตัวเล็กสะอื้นในลำคอแล้วปล่อยน้ำตาไหลรินลงมาอีกรอบ

 

ไม่รู้ว่าทำไมถึงเศร้า ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงรู้สึกห่างเหินกับอีกคนขนาดนี้ ทั้งๆที่ไม่รู้จักกัน แต่เหมือนว่ารู้จักกันมานานหลายปี

ความรู้สึกอันน่าเศร้านี้ทำไมอยู่ถึงเข้ามาอยู่ในจิตใจของเนกามิได้นะ?

ถ้าหากว่าทั้งสองคนไม่ได้อยู่ด้วยกันอีกแล้ว ถ้าเกิดว่าชิโระจังหมดความอดทนกับเธอต่อไปแล้ว เธอจะต้องเสียใจมากแน่ๆเลย

ได้โปรดช่วยรอเธออีกสักหน่อยเถอะนะ

 

จิตใจของเธอกรีดร้องออกมาเป็นน้ำตาที่ไหล ทุกๆหยดแทนความเจ็บปวดที่เธอต้องรับเอาไว้ ไม่แตกต่างจากหญิงสาวสีขาว

 

เพราะงั้นอย่าโทษตัวเองเลยนะ

 

“ฉันไม่ทิ้งเธออยู่แล้วเนกามิจัง”

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น... ฉันจะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว”

 

 

ความคิดที่ว่าของชิโระจังที่เธอเคยคิดไว้ว่านี่ไม่ใช่เนกามิจัง

มันเป็นเพียงแค่ความเหนื่อยล้าสร้างภาพลวงตาขึ้นมาเท่านั้นเอง

 

ถึงแม้ว่าเนกามิจังจะยังไม่หาย และดูเหมือนว่าอาการจะแย่ลงทุกๆรอบ

แต่หญิงสาวสีขาวยังคงไม่ตัดใจที่จะช่วยคนรักของตัวเองอย่างแน่นอน เพราะว่าถ้าเมื่อใดที่คู่ของเราเจอกับความทรมาณ เรื่องอะไรที่จะต้องทิ้งให้เธอเผชิญมันอยู่คนเดียว

 

ทั้งสองคนจะผ่านมันไปด้วยกัน

ไม่ว่าเธอจะลำบากกับการที่เนกามิจังลืมเธอและมองเธอเป็นคนนอกทุกครั้งเมื่อไหร่ แต่ทุกครั้งนั้นเธอก็จะสัญญากับตัวเองว่าเธอจะทำให้เนกามิจังตกหลุมรักเธอไม่ว่าอีกกี่ร้อยกี่พันรอบก็ตาม

 

หญิงสาวสีขาวและเนกามิ เป็นคู่แท้ของกันและกันอย่างไม่ต้องสงสัยเลยล่ะ

 

 

“ไม่ว่าจะอีกกี่พันกี่ร้อยรอบที่จะต้องทำให้เธอตกหลุมรักฉัน ฉันไม่เหนื่อยหรอกนะ”

 

“ฉันก็จะรักคุณทุกๆรอบถึงแม้ว่าฉันจะต้องลืมคุณไปอีกทุกๆรอบเช่นกันค่ะ”

 

 

END

ผลงานอื่นๆ ของ ปลาปักเป้าเรืองแสง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น