เสียงเพลงดังอึกทึกอยู่ในผับแห่งหนึ่งใจกลางเมืองชวนหนวกหู วัยรุ่นมากมายต่างเดินผ่านประตูด้านหน้าเข้ามาภายในผับแห่งนี้อยู่เรื่อย ๆ ...
ขออย่าได้บรรยายถึงสถานที่ข้างในเลย... มันคืออบายมุขชัด ๆ วัยรุ่นมากมายแต่งตัววับ ๆ แวม ๆ น่าดูเสียที่ไหน บ้างก็นั่งดื่ม บ้างก็ลุกขึ้นมาเต้น บ้างก็ถูกเพื่อนหิ้วปีกกลับไปเพราะเมามายเต็มที สิ่งนี้ล้วนเป็นสิ่งที่เจนตาและชวนอนาจใจสำหรับผู้คนที่พบเห็นเป็นประจำ รวมไปถึงทิชา หญิงสาวใบหน้ารูปไข่ นัยน์ตาดำกลมโต จมูกโด่งพองามและปากชมพูบางรับกับหน้าผู้เป็นเพื่อนของเจ้าของคลับ และนนท์ ชายหนุ่มมาดเซอร์ที่มารับหน้าที่เป็นนักร้องประจำผับให้ในบางโอกาสทั้งที่ตัวเองเป็นจิตรกรรุ่นใหม่ไฟแรง
“เฮ้ย...ณัช วันนี้ไอ้นนท์มันเป็นอะไรของมันวะ ร้องเพลงหนวกหูดีชะมัด”เสียงใส ๆ ตะโกนเรียกเพื่อนสนิทที่นั่งรับลูกค้าอยู่ใกล้ ๆ เคาเตอร์บาร์ข้างตนแข่งกับเสียงเพลงดังบาดหูที่กำลังขับกล่อมค่ำคืนยามราตรีแห่งนี้อยู่อย่างหัวเสีย พร้อมกับกระแทกแก้วไวน์ลงอย่างแรง
“ว้ายย!! แก...เบา ๆ หน่อยสิ เดี๋ยวของก็พังพอดี”ณัชชา หญิงสาวผิวขาว หน้าหมวยลูกเจ้าของผับปรามทิชาที่นั่งไม่สบอารมณ์อยู่ข้าง ๆ อย่างตกใจ “นนท์มันก็ร้องของมันอย่างนี้อยู่แล้วนี่ไม่เห็นจะแปลก เสียงมันก็เพราะดีซะอีก นี่ถ้าไม่ติดว่ามันมุ่งทางศิลป์นะ ฉันจะให้ป๊าดันมันเข้าวงการไปแล้ว”
“งั้นเหรอ ? แต่ฉันว่าวันนี้มันร้องเพลงได้โคตรห่วยแตกเลยแหละ เฮ้อ... แล้วนี่ฉันเป็นอะไรไปเนี่ย รู้สึกวันนี้หัวเสียชะมัดเลยแฮะ...”ว่าไปก็ยกกำปั้นมาทุบหัวตัวเองหลาย ๆ ทีอย่างเหนื่อยหน่ายชีวิตเสียเหลือเกิน ก่อนที่จะยกแก้วจิบไวน์ตรงหน้าต่อ
ณัชชามองดูเพื่อนสาวอย่างปลง ๆ แล้วเอื้อมมือไปดึงแก้วไวน์ในมือของทิชามาถือไว้เอง“นั่นสิ แกเป็นอะไรของแก มาถึงก็สั่งไวน์มากินจนเริ่มเมาแล้วนะ แกมีอะไรก็มาปลงกับฉันได้ไม่เห็นต้องนั่งตรอมใจอยู่อย่างนี้เลยนี่?”
“หา ? นี่แกดูออกด้วยเหรอว่าฉันเริ่มเมาแล้ว ไม่ไหวเลยแฮะ แค่ไวน์ยังเมาได้แล้วเหล้าฉันจะเหลือเหรอ ฮะ ๆ”
“ไอ้ชา”
ทิชาปรายตามองเพื่อนสาวที่ส่งสายตาดุ ๆ อยู่ข้าง ๆ ก่อนจะเล่าเรื่องต้นเหตุให้ฟัง “
ความคิดเห็น